08/02/2024
Prebiotic คืออะไร?
พรีไบโอติก (Prebiotic) คืออาหารชนิดหนึ่งเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมได้ที่ลำไส้ อาหารเหล่านี้จึงจะสามารถเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง และจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติก ทำให้กระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของแบคทีเรีย พบได้ในหัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น
โดยกล่าวง่าย ๆ ก็คือ พรีไบโอติกนั่นเป็นอาหารของโพรไบโอติกนั่นเอง ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกพรีไบโอติกก็จะช่วยเสริมฤทธิ์โพรไบโอติกได้ดียิ่งขึ้น
Prebiotic ในท้องตลาด
พรีไบโอติกที่พบเห็นในท้องตลาดนั้น ส่วนมากมักจะอยู่ในรูปแบบผงแป้ง (Powders) ประกอบไปด้วยสารประกอบเชิงซ้อนของคาร์โบไฮเดรตเช่น สารกลุ่มอินูลินและฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ หรือในบางผลิตภัณฑ์อาจจำหน่ายในรูปแบบสูตรผสม ประกอบด้วยโพรไบโอติกและพรีไบโอติกในผลิตภัณฑ์เดียวกัน
Probiotic คืออะไร?
โพรไบโอติก (Probiotic) เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็ก โดยจัดเป็นจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหารประเภทโยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิ และมิโสะ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญในด้านทางเดินอาหารได้ให้คำจำกัดความของโพรไบโอติกว่า เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปนั้น จะทำให้สุขภาพดีขึ้นในภาวะต่าง ๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้และผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ รวมไปถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้
จุลินทรีย์ชนิดไหนบ้างที่จุดอยู่ในกลุ่ม Probiotic
โพรไบโอติกนั้นเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีซึ่งไปประกอบไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่แตกต่างกันออกไปดังนี้
เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ กลุ่ม Lactobacillus spp. เป็นแบคทีเรียที่เกาะติดลำไส้ และกลุ่ม Bifidobacterium. เป็นแบคทีเรียที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร สามารถอยู่ในลำไส้ได้นาน
Bifiidobacterium เป็นเชื้อจุลินทรีย์สำหรับคนผอม หลักการทำงาน คือการกำจัดไขมันส่วนเกิน ไขมันสะสม
Lactobacillus เป็นเชื้อจุลินทรีย์สำหรับคนอ้วน จะช่วยในเรื่องของการรักษาระบบสมดุลการขับถ่าย ลดน้ำตาล
Synbiotic คืออะไร?
ซินไบโอติก (Synbiotic) นั้นจะเป็นการนำโพรไบโอติก และพรีไบโอติกมาผสานเข้าด้วยกัน ซึ่งโพรไบโอติกจะเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ส่วนพรีไบโอติกนั้นจะเป็นแหล่งอาหารของโพรไบโอติก ซึ่งโดยปกติแล้วทั้งโพรไบโอติกและพรีไบติกนั้นมาจากแหล่งอาหารคนละประเภท แต่การรับประทานซินไบโอติกจะช่วยให้ร่างกายได้รับจุลินทรีย์ทั้ง 2 อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว
โพสไบโอติก (Postbiotics) คืออะไร ?
โพสไบโอติก คือ สารอาหารที่ได้จากกระกระบวนการหมักของจุลินทรีย์ชนิดดี พูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้น คือ
เมื่อโปรไบโอติกกินพรีไบโอติกเข้าไปแล้วย่อยสิ่งที่กินเข้าไปออกมาเป็น โพสไบโอติก นั่นเอง มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น กรดไขมันสายสั้น , ไลโปโพลีแซคคาไลด์ , เอมไซม์ , เปปไทด์ , มูโคเปปไทด์ (Mucopeptides) , เทโคอิค แอซิด (Teichoic acid) เป็นต้น ซึ่งโพสไบโอติกเหล่านี้นี่เองคือสิ่งที่เราต้องการเมื่อทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ
โปรไบโอติกหรือพรีไบโอติก เพราะว่าสารเหล่านี้มีประโยชน์กับสุขภาพของเรา แม้จะเป็นเชื้อที่ตายไปแล้วแต่สารที่เชื้อผลิตมานั้นยังคงอยู่ เป็นสิ่งที่ร่างกายของเรานำไปใช้ได้โดยตรง และเห็นผลได้รวดเร็ว/
ประโยชน์ของ Postbiotics
1. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
Postbiotics เช่น กรดไขมันสายสั้น สามารถกระตุ้นการผลิต T-cell ที่เป็นเซลล์ภูมิต้านทานชนิดหนึ่ง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัด โรคภูมิแพ้
2. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคอ้วน และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
การขาดสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้มีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วนและความต้านทานต่ออินซูลินที่จะให้เป็นโรคเบาหวานได้ Postbiotic ที่เรียกว่า Muramyl Dipeptide สามารถบรรเทาอาการแพ้น้ำตาลกลูโคส โดยเพิ่มความไวของการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน จึงมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับภาวะก่อนเบาหวานและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และ Postbiotic ประเภทกรดไขมันสายสั้น ช่วยลดน้ำหนักได้ โดยระงับสัญญาณความหิว ลดความดันโลหิตและยับยั้งยีนที่มีบทบาท
ในการผลิตคอเลสเตอรอล
3. ช่วยลดโรคที่เกิดจากทางเดินอาหาร ท้องร่วง การอักเสบ และเนื้องอก
คนที่มีอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และโรคลำไส้อักเสบ (IBD) หากได้รับโปรไบโอติก อาจไม่ได้รับประโยชน์จาก
โปรไบโอติกเท่าที่ควร เพราะเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อาจมีแก๊สท้องอืด การอักเสบ และไม่สบายท้อง
เล็กน้อย ดังนั้นการเสริมด้วย Postbiotics โดยตรง จะช่วยลดความถี่ในการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดท้องอืด
ลดอาการปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสีย ป้องกันการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อบางชนิด และอาจมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งบางชนิด รวมทั้งเซลล์มะเร็งลำไส้และกระเพาะอาหาร
4. สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
หน้าที่หลักของ Postbiotics คือ การทำให้ลำไส้มีสภาพที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดี ดังนั้นจึงช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อและแบคทีเรียร้าย สำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง คนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือเด็กเล็ก โปรไบโอติกบางสายพันธุ์ส่งผลต่อการผลิตฮิสตามีนซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้นกันที่สร้างขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อฮิสตามีนเพิ่มขึ้นหลอดเลือดจะขยายจนทำให้เกิดอาการบวม อาการแพ้คัน หายใจลำบากได้ Posbiotics สามารถทนต่อยาได้ดีกว่ามาก และอาจลดการอักเสบที่เป็นปัญหาได้
5. อาจทนทานได้ดีกว่าโปรไบโอติก
เมื่อทานโปรไบโอติกเข้าไป จะเพิ่มจำนวนแบคทีเรียดีที่เป็นประโยชน์ในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่สามารถทนต่อโปรไบโอติกได้ดี เช่น ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำ ผู้ที่พึ่งผ่านการผ่าตัดมา เด็กเล็ก ๆ ดังนั้น Postbiotic อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
Postbiotics หาได้จากที่ไหน ?
เนื่องจากโพสไบโอติกทำงานร่วมกับโปรไบโอติก ดังนั้น การทานอาหารที่ช่วยเพิ่มโปรไบโอติกเข้าไปก็จะเป็นการเพิ่มโพสไบโอติกไปในตัว เช่น นมเปรี้ยว, โยเกิร์ต, กิมจิ, มิโสะ, แตงกวาดอง, คอทเทจชีส, คอมบูชา, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล, เทมเป้ เป็นต้น หรือจะเป็นการเติมพรีไบโอติกเพื่อให้โปรไบโอติกแข็งแรง เช่น เห็ด, หัวหอม,
หัวกระเทียม, กล้วย, ผลไม้ตระกูลเบอรี่, ผักชิโครี่, หน่อไม้ฝรั่ง, ต้นหอม, เมล็ดแฟลกซ์ และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
แต่ง่ายกว่านั้นคือการเพิ่มโพสไบโอติกเข้าไปโดยตรง ในแลคโตเอสจะมี Yogurt powderและ Apple cider vinegar ที่จัดว่าเป็น Postbiotics
พิกัดนะคะ
📌https://shp.ee/q8u30uj