ร้านยาราฟา-Rapha

ร้านยาราฟา-Rapha ร้านยาเปิดใหม่ ตรงข้ามสนามกลาง ให้บริการโดยเภสัชกรตลอดเวลาทำการ บริการให้คำปรึกษาด้านยา

ร้านยาราฟาร์ (สนามกลางเทอดไทย).สามารถใช้คนละครึ่งได้แล้ว💰💰  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
05/11/2025

ร้านยาราฟาร์ (สนามกลางเทอดไทย)
.สามารถใช้คนละครึ่งได้แล้ว💰💰 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ยาพาราเด็กไม่เหมือนกัน
06/09/2025

ยาพาราเด็กไม่เหมือนกัน

✨ “พาราเซตามอล” ยาสามัญประจำบ้านที่ทุกคนคุ้นหู
แต่รู้หรือเปล่าว่า…ยังมีหลายเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาตัวนี้ 🤔

บางคนอาจเคยได้ยินชื่ออื่น เช่น
👉 ไทลีนอล (Tylenol)
👉 ซารา (Sara)
👉 บากาม่อล (Bakamol)
👉 พานาดอล (Panadol)
👉 คาลโพล (Calpol)

📍 ทั้งหมดนี้ จริงๆ แล้วก็คือ “พาราเซตามอล” เหมือนกัน ต่างกันแค่ยี่ห้อเท่านั้นเองครับ

ที่อเมริกาจะเรียกว่า อะเซตามิโนเฟ่น (Acetaminophen) แทนพาราเซตามอล
แต่จริงๆแล้วก็คือยาพาราเซตามอลตัวเดียวกันนี่แหละครับ แค่เรียกคนละชื่อเท่านั้น

หลายคนคิดว่า รู้จักพาราเซตามอลดีอยู่แล้ว
แต่เชื่อไหมครับว่ายังมีหลายประเด็นที่คนส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย…

👉 โพสต์นี้เลยอยากชวนมาลองทำความรู้จัก “พาราเซตามอล”
แบบลึกกว่าที่เคย ทั้งหมด 9 ข้อครับ

=========================

1. พาราเซตามอล ไม่ได้เอาไว้ลดไข้เพียงอย่างเดียว

หลายคนคิดว่า พาราเซตามอล = ยาลดไข้เท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วมันยังเป็น"ยาแก้ปวด"ได้ด้วยครับ

👉 ไม่ว่าจะปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดฟัน ปวดท้องประจำเดือน
ยาตัวนี้ก็ช่วยบรรเทาได้เช่นกัน

ดังนั้น…แม้จะไม่มีไข้ แต่ถ้ามีอาการปวด
ก็ยังสามารถใช้ “พาราเซตามอล” ได้เหมือนกัน ✅

💡 พูดง่ายๆ คือ พาราเซตามอล = ยาลดไข้ + ยาแก้ปวด
เป็นยา 2 in 1 ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าใช้ได้เฉพาะตอนเป็นไข้เท่านั้นครับ

=========================

2. พาราเซตามอลทำไมถึงช่วยลดไข้และลดปวดได้?

📍 หลักๆ คือ มันออกฤทธิ์ที่ “สมอง” เท่านั้น ไม่ได้ไปออกฤทธิ์กับอวัยวะอื่นในร่างกาย
• ไปยับยั้งสารที่ชื่อว่า พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin)
ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เรา “มีไข้” และ “รู้สึกเจ็บปวด”
พอโดนยับยั้ง → ไข้ก็ลดลง → ความเจ็บก็เบาลง
• อีกทางนึงคือ มีผลต่อเส้นทางประสาทที่เกี่ยวกับความเจ็บปวด (เช่นเส้นทางเซโรโทนินที่ลงสู่ไขสันหลัง) ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงอีกขั้น

💡 สรุปง่ายๆ
• พาราเซตามอลเหมือนไปกดปุ่มปรับ “ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง” → ทำให้ไข้ลดลง
• และยัง “กดสัญญาณความเจ็บปวด” → ปวดก็น้อยลง


✨ จุดที่อยากเน้นย้ำ คือ
1. พาราเซตามอลลดไข้ได้ทั้งไข้สูงและไข้ต่ำ
ไม่ใช่ “ยาลดไข้ต่ำ” อย่างที่คนเรียกกันติดปาก
2. เพราะออกฤทธิ์เฉพาะในสมองเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งกับอวัยวะอื่นในร่างกาย
ไม่ได้ไปรบกวนกระเพาะอาหาร → จึงไม่กัดกระเพาะ
ไม่ได้ไปรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือด → จึงไม่ทำให้เลือดออกง่าย

👉 นี่แหละครับคือเหตุผลที่พาราเซตามอลถือว่าปลอดภัย
และผลข้างเคียงน้อยกว่ายากลุ่มอื่น

=========================

3. แล้ว “ไอบูโพรเฟ่น” ต่างจากพาราเซตามอลยังไง?

💊 ไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) เป็น ยาแก้อักเสบ (NSAIDs)
มันออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ที่ชื่อ COX
ซึ่งปกติเอนไซม์ COX เนี่ย จะช่วยสร้างสารที่ชื่อว่า พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin)

📍 จุดสำคัญคือ…พรอสตาแกลนดินมันมีอยู่ทั้งในสมองและอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย
และมันมีทั้ง “ตัวดี” และ “ตัวร้าย”
• ตัวร้าย → ทำให้มีไข้ และรู้สึกเจ็บปวด
• ตัวดี → มีหน้าที่ช่วยร่างกาย เช่น เคลือบกระเพาะอาหาร, ช่วยเกล็ดเลือดหยุดเลือด, และช่วยไตควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่

❌ แต่ไอบูโพรเฟ่นไม่ได้เลือกยับยั้งเฉพาะตัวร้ายและไม่ได้เลือกออกฤทธิ์เฉพาะตรงสมองเท่านั้น
แต่มันยับยั้งหมดทั้งตัวดีและตัวร้าย → แถมยับยั้ง “ทั่วร่างกาย” อีกด้วย → จึงเกิดผลข้างเคียงที่มากกว่า

🔹 ผลข้างเคียงที่อาจเจอ
• กระเพาะถูกทำร้าย → เพราะพรอสตาแกลนดินตัวดีที่เคลือบกระเพาะลดลง → ทำให้ปวดท้อง ระคายกระเพาะ หรือเป็นแผลได้
• ไตทำงานหนักขึ้น → เพราะพรอสตาแกลนดินที่ช่วยให้ไตทำงานปกติลดลง → เสี่ยงต่อการทำให้ไตทำงานแย่ลง โดยเฉพาะในเด็กที่ขาดน้ำ เช่น ท้องเสียหรือดื่มน้ำน้อย
• เกล็ดเลือดทำงานแย่ลง → เพราะพรอสตาแกลนดินที่ช่วยเกล็ดเลือดทำงานลดลง → เลือดหยุดยาก เลือดออกง่าย
(ถ้าเด็กเป็นไข้เลือดออกอยู่แล้ว เกล็ดเลือดต่ำอยู่แล้ว → ยิ่งอันตรายกว่าเดิม เหมือนเราล้มแล้วมีคนมาเหยียบซ้ำๆๆ)


✨ จุดแข็งของไอบูโพรเฟ่น
เพราะมันยับยั้งได้ทั้งในสมองและอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย → เลยลดการอักเสบได้ดีมาก
ทำให้บางครั้ง ลดปวดหรือลดไข้ได้แรงกว่าพาราเซตามอล

👉 แต่ข้อเสียก็คือ ผลข้างเคียงก็มากกว่า
นี่คือเหตุผลที่เวลาเด็กมีไข้ทั่วไป จึงแนะนำให้ใช้พาราเซตามอลเป็นอันดับแรก
ส่วนไอบูโพรเฟ่น เก็บไว้ใช้เฉพาะบางกรณีที่เหมาะสม และควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ครับ

=========================

4. ทำไมพาราเซตามอลถึงถูกเรียกว่า “ยาลดไข้ต่ำ”?

เวลาหมอเขียนฉลากยาลดไข้ให้เด็ก มักจะกำหนดอุณหภูมิไว้ต่างกันครับ 👇
• พาราเซตามอล → หมอส่วนใหญ่จะเขียนว่า ให้กินถ้าไข้เกิน 37.8°C
• ไอบูโพรเฟ่น → จะเขียนว่า ให้กินถ้าไข้เกิน 38.5°C (บางคนอาจจะกำหนดไว้ที่ 39 เลย)

พอเห็นตัวเลขแบบนี้ คนทั่วไปเลยเข้าใจว่า…
👉 พาราเซตามอล = สำหรับไข้ต่ำ
👉 ไอบูโพรเฟ่น = สำหรับไข้สูง

📍 แต่เหตุผลจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ! จริงๆมันเป็นเพราะ
• หมออยากให้เริ่มใช้พาราเซตามอลก่อนเสมอ เพราะปลอดภัยกว่า และผลข้างเคียงน้อยกว่า
• ส่วนไอบูโพรเฟ่น มันมีผลข้างเคียงมากกว่า ก็เลยตั้งเกณฑ์ใช้ยาที่อุณหภูมิสูงกว่าเพื่อ “กันไม่ให้ใช้พร่ำเพรื่อ”

✅ สรุปง่ายๆ
ไม่ว่าจะไข้ 37.8°C, 38.5°C หรือ 40°C สิ่งแรกที่ควรเริ่มใช้คือ พาราเซตามอล ครับ
ถ้าเวลาผ่านไป 1-2 ชั่วโมง แล้วยังดูไม่สุขสบายตัว ดูทรมาน และยังมีไข้สูงอยู่ ก็ค่อยให้ทานไอบูโพรเฟนครับ

=========================

5. พาราเซตามอลในเด็ก มีกี่แบบ ใช้ต่างกันยังไง?

พาราเซตามอลสำหรับเด็กมีหลายรูปแบบ
แต่ละแบบก็เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน 👇

💧 ยาน้ำ (ใช้บ่อยที่สุด)
• เหมาะกับเด็กเล็กที่ยังกลืนยาเม็ดไม่ได้
• ปริมาณยาจะสั่งเป็น มิลลิลิตร (ml) หรือ ซีซี (CC)
• พ่อแม่ควรใช้ ไซริงค์ในการตวงยา ตามขีดบอกปริมาณ
• ❌ ไม่ควรวัดปริมาณเป็นช้อนชาหรือช้อนโต๊ะ → เพราะปริมาณที่ได้อาจไม่แม่นยำ

💊 ยาเม็ด
• ใช้ได้ในเด็กที่โตพอจะกลืนได้แล้ว
• ส่วนมากเริ่มใช้หลังอายุประมาณ 6–7 ขวบ หรือถ้าน้ำหนักเกิน 25 กก.
• ข้อดีคือพกง่าย กินสะดวก

🍑 ยาเหน็บก้น
• ใช้เฉพาะในเด็กที่ กินยาไม่ได้ เช่น
• เด็กที่อาเจียนตลอด กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออก
• เด็กที่ไม่ยอมกินยาจริงๆ พ่อแม่ให้กี่ครั้งก็บ้วนออก
• เด็กที่กำลังชัก → ห้ามเอาอะไรเข้าปาก เพราะเสี่ยงสำลัก
• การดูดซึมของยาเหน็บ ไม่แน่นอนเท่ายากิน และออกฤทธิ์ช้ากว่า จึงไม่ใช่ตัวเลือกแรก

💉 ยาฉีดเข้าหลอดเลือด
• ใช้เฉพาะในโรงพยาบาล กับคนไข้บางรายเท่านั้น

✅ สรุป
• เด็กเล็ก → ใช้ยาน้ำ
• เด็กโต (เริ่มกลืนเม็ดได้) → ใช้ยาเม็ด
• กินไม่ได้ / อาเจียน / ชัก → ใช้ยาเหน็บก้น

=========================

6. กินพาราเซตามอลแล้ว ออกฤทธิ์เมื่อไหร่?
เวลาที่พาราเซตามอลจะเริ่มทำงาน ขึ้นอยู่กับรูปแบบยาที่ใช้ 👇

💧 ยาน้ำ / ยาเม็ด (กิน)
• เริ่มออกฤทธิ์ (onset): ประมาณ 30 นาที
• ออกฤทธิ์สูงสุด (peak): ช่วง 30 นาที – 2 ชั่วโมง

🍑 ยาเหน็บก้น
• เริ่มออกฤทธิ์ (onset): ประมาณ 60 นาที
• ออกฤทธิ์สูงสุด (peak): ช่วง 2 – 3 ชั่วโมง

📍 เพราะฉะนั้น…
หลังจากให้ยาไปแล้ว อาจจะต้องรอซักพักกว่าไข้จะเริ่มลง
ไม่ใช่ให้ไปแล้ว 15 นาทีไข้ไม่ลด แล้วรีบคิดว่ายาไม่ได้ผลนะครับ

👉 โดยเฉพาะถ้าใช้ ยาเหน็บก้น ยิ่งต้องรอนานกว่ายากินอีก

แล้วสมมติว่ารอไป 1-2 ชั่วโมงแล้ว ไข้ก็ไม่ลดจริงๆ จะทำยังไงดี
คำถามคือ ไข้ไม่ลง แล้วเด็กดูสุขสบายขึ้นไหม ถ้าเด็กดูสบายดี ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
แต่ถ้าเด็กยังดูไม่สุขสบาย ก็สามารถให้ยาไอบูโฟรเฟนได้
(เฉพาะกรณีที่มั่นใจว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก และต้องให้กินตอนท้องไม่ว่างด้วย)

=========================

7. ยาน้ำพาราเซตามอล มีหลาย “ความเข้มข้น”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจศัพท์พื้นฐานนิดนึงครับ 👇
• mg = มิลลิกรัม → ปริมาณตัวยา
• ml = มิลลิลิตร (ซีซี) → ปริมาณของเหลวที่ยาละลายอยู่ในนั้น

📍 “ความเข้มข้น” ของยาน้ำ = มียาอยู่กี่มิลลิกรัมในของเหลวกี่มิลลิลิตร



💡 ตัวอย่างการอ่านฉลากยา
• ถ้าเขียนว่า Paracetamol 120mg/5ml →
หมายความว่า ถ้าป้อนยาลูกไป 5 มิลลิลิตร ลูกจะได้รับยา 120 มิลลิกรัม
• ถ้าเขียนว่า Paracetamol 60mg/0.6ml →
หมายความว่า ถ้าป้อนยาลูกไป 0.6 มิลลิลิตร ลูกจะได้รับยา 60 มิลลิกรัม



🧴 ความเข้มข้นที่มีขายในไทย มีหลากหลายมากๆ เช่น
• 60mg/0.6ml
• 80mg/0.8ml
• 100mg/1ml
• 120mg/5ml
• 160mg/5ml
• 250mg/5ml



📍 แล้วหมอคิดขนาดยาอย่างไร?
การสั่งยาพาราเซตามอลในเด็ก จะคิดจากน้ำหนักตัวเด็ก
• 10–15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
👉 เช่น เด็กหนัก 10 กิโลกรัม → ต้องได้ยา 100–150 mg



🔹 ตัวอย่างการสั่งยา
ถ้าเด็กหนัก 10 กก. ต้องการยา 100 mg
• ถ้าใช้ยาความเข้มข้น 100mg/1ml → ป้อน 1 ml (ได้ยา 100 mg)
• ถ้าใช้ยาความเข้มข้น 250mg/5ml → ป้อน 2 ml (ได้ยา 100 mg เช่นกัน)

✅ จะเห็นว่า…
ถ้าเราต้องการป้อนยาลดไข้ให้เด็กที่หนัก 10 กิโลกรัม
ถึงแม้เด็กต้องการตัวยาจริงๆ 100 มิลลิกรัมเท่ากัน
แต่ถ้าเราใช้ยาที่ ความเข้มข้นต่างกัน → ปริมาณยาที่ต้องป้อนก็จะไม่เท่ากันนะ 👇
• ถ้าใช้ 100mg/1ml → ป้อน 1 ml
• ถ้าใช้ 250mg/5ml → ป้อน 2 ml

“ก่อนป้อนทุกครั้งมองดูตัวเลขความเข้มข้นบนฉลากเสมอ”

💡 ตรงนี้เองที่สำคัญมาก เพราะ
• ถ้าให้น้อยเกินไป → ไข้ไม่ลด เพราะยาน้อยเกิน
• ถ้าให้มากเกินไป → อาจเป็นพิษต่อตับ อันตรายได้

=========================

8. กินพาราเซตามอลผิดขนาด อันตรายกว่าที่คิด!

📍 สิ่งที่เกิดขึ้นถ้ากินเกินขนาด
• ยาพาราเซตามอลถูกกำจัดที่ตับ และขับออกทางปัสสาวะ
• ถ้ากินเยอะเกินไป → ตับต้องทำงานหนักมาก
• พอตับขับยาไม่ทัน → ตับอักเสบ → ตับวายตามมา

⚠️ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีนะครับ
ในประเทศไทยเอง มีเด็กที่กินพาราเซตามอลเกินขนาดจนตับวายอยู่เรื่อยๆ
• บางคนโชคร้าย → เสียชีวิต
• บางคนอาจโชคดีได้ผ่าตัดเปลี่ยนตับ
แต่การมีชีวิตอยู่กับตับที่ปลูกถ่ายมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

✅ สรุป
พาราเซตามอล ปลอดภัยถ้าใช้ถูกขนาด → แต่กลายเป็นยาพิษทันทีถ้าใช้เกิน

=========================

9. สิ่งที่ไม่ควรทำ (แต่เจอบ่อยมาก)

❌ ให้พาราเซตามอล “ดักไข้” ทุก 4 ชั่วโมง
• หลายบ้านกลัวลูกไข้ขึ้น เลยรีบให้ยาดักไว้ตลอด
• วิธีนี้ทำให้ลูกได้รับยาเกินความจำเป็น
• 📍 ที่ถูกต้องคือ → ให้ยาตอนที่ลูกมีไข้ร่วมกับไม่สบายตัว เท่านั้น เช่น ปวดหัว ปวดตัว กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
เพราะ “ไข้” เป็นเพียงสัญญาณว่าร่างกายกำลังสู้โรค ไม่จำเป็นต้องกดตัวเลขให้เป็นปกติทุกชั่วโมง



❌ เรียกพาราเซตามอลว่ายาลดไข้ต่ำ ยากระจอก
• ความจริงแล้ว พาราเซตามอลคือยาลดไข้และแก้ปวดที่ดีมาก และปลอดภัยถ้าใช้ถูกขนาด
• 💡 ทุกครั้งที่เราเลือกให้ยากับลูก คำถามที่ควรถามตัวเองคือ → “ยานี้ให้แล้วได้ประโยชน์มากกว่าโทษหรือเปล่า?”



❌ จำปริมาณยาแบบ “ml” แล้วใช้ซ้ำ โดยไม่ดูความเข้มข้น
• เช่น ครั้งก่อนหมอสั่งลูกกิน 5 ml → พอซื้อยามาเองก็ให้ 5 ml เท่าเดิม
• แต่จริงๆ ความเข้มข้นของยาน้ำอาจต่างกัน (เช่น 120mg/5ml vs 250mg/5ml)
• ผลคือ → ลูกอาจได้ ยาน้อยเกินไป → ไม่ได้ผล หรือ ได้มากเกินไป → เสี่ยงตับอักเสบ ตับวาย



✅ สรุป Check list 5 ข้อ
• ให้พาราเซตามอลเมื่อจำเป็น = ให้เมื่อลูกมีไข้ ร่วมกับ ไม่สุขสบายตัว
• ขนาดพาราเซตามอล 10–15 mg/กก./ครั้ง ทุก 4–6 ชม.
• ยาน้ำต้องดู "ความเข้มข้น" ก่อนป้อนเสมอ
• ดูผลของยาแบบกิน 1 ชั่วโมง, ยาแบบเหน็บก้น 2 ชั่วโมง
• พาราเซตามอลไม่ใช่ยากระจอก แต่เป็นยาที่ดีและปลอดภัย ถ้าใช้ถูกวิธี

24/03/2023
20/12/2022

ผลิตภัณฑ์ เบซูโต๊ะ เคลียร์ นาเซิล สเปรย์ (Besuto Qlears nasal spray) และ เบซูโต๊ะ นาเซิล สเปรย์ (Besuto nasal spray) ได้ยกเลิกใบรับจดแจ้งแล้ว

ร้านยาราฟาร์ ร้านยาเปิดใหม่ ตรงข้าม "สนามกลาง"โปรโมชั่นประจำเดือน พฤษจิกายน สินค้ามีจำนวนจำกัดสามารถเข้ามาซื้อหน้าร้าน ห...
02/11/2022

ร้านยาราฟาร์
ร้านยาเปิดใหม่ ตรงข้าม "สนามกลาง"

โปรโมชั่นประจำเดือน พฤษจิกายน

สินค้ามีจำนวนจำกัด
สามารถเข้ามาซื้อหน้าร้าน หรือจองสินค้าได้ที่
โทร: 096-3070267
หรือ แอดไลน์ ที่เบอร์นี้ได้เลย

💊💊 ร้านยา ราฟาร์  💊💊      “ตรงข้าม สนามกลาง”ให้บริการโดยเภสัชกร ตลอดเวลาทำการเปิดให้บริการ จันทร์ - เสาร์ เวลา 08.00 - 2...
02/11/2022

💊💊 ร้านยา ราฟาร์ 💊💊
“ตรงข้าม สนามกลาง”
ให้บริการโดยเภสัชกร ตลอดเวลาทำการ

เปิดให้บริการ จันทร์ - เสาร์
เวลา 08.00 - 20.00 น.
(หยุดทุกวันอาทิตย์)

บริการให้คำปรึกษาด้านยาและ
- โรคทั่วไป
- โรคกระเพาะ
- ไมเกรน
- วิตามินและอาหารเสริมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
- โรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน ไขมัน
- ยาคุมกำเนิด
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ยาแก้ปวดประจำเดือน

เปิดให้บริการแล้ววันนี้

สอบถามเพิ่มเติม

ติดต่อ 📞 : 096-3070267
Line : 096-3070267

ที่อยู่

ต. เทอดไทย จ. เชียงราย
จ. เชียงราย

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66963070267

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านยาราฟา-Raphaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์