Life Plus Medical Training

Life Plus Medical Training เป็นทีมครูฝึกอบรม CPR AED และ FirstAid รวมถึงการ กู้ชีพทางน้ำ

18/12/2025

การช่วยชีวิตในเด็กและทารก (Pediatric & Infant) - Update 2025
Concept: "เปลี่ยนท่ากด... เพื่อรอดชีวิต! (2 Thumbs or 1 Hand)"

1. เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก (Anatomy & Physiology)
- หัวใจหยุดเต้นในผู้ใหญ่: เกิดจากไฟฟ้าหัวใจ -> กดหน้าอกสำคัญที่สุด
- หัวใจหยุดเต้นในเด็ก: เกิดจาก "ขาดอากาศ" (จมน้ำ/สำลัก) -> "การช่วยหายใจ" จึงสำคัญเท่ากับการกดหน้าอก!

2. CPR ทารก (0-1 ปี): อัพเดทท่ากดใหม่ 2025
- สิ่งที่เปลี่ยนไป: แนะนำให้ใช้ท่า "2 นิ้วโป้งโอบรอบอก" เป็นท่าหลัก เพราะสร้างแรงดันเลือดได้ดีกว่าการใช้นิ้วชี้+กลางจิ้ม
- ท่าที่แนะนำ (Preferred): "2 นิ้วโป้งโอบรอบอก" (Two-Thumb Encircling)
วิธีทำ: ใช้มือสองข้างโอบรอบตัวทารก ใช้นิ้วโป้ง 2 ข้างวางคู่กันกลางหน้าอก (ต่ำกว่าราวนมเล็กน้อย) แล้วกดลงไปพร้อมกัน
- ท่าทางเลือก (Alternative): "ส้นมือข้างเดียว" (Heel of One Hand)
วิธีทำ: หากมือผู้ใหญ่เล็กจนโอบไม่รอบ ให้ใช้ส้นมือข้างเดียวกดตรงกลางหน้าอก
- ความลึก: กดลึก 1.5 นิ้ว (4 ซม.) ต้องกดให้ลึกพอ!

3. CPR เด็กเล็ก (1 ปี - วัยรุ่น): กดให้ลึกและเร็ว
- ท่ากด: ใช้ "ส้นมือข้างเดียว" (One Hand) หรือ "สองมือประสาน" (Two Hands) ขึ้นอยู่กับขนาดตัวเด็ก
- ความลึก: กดลึก 2 นิ้ว (5 ซม.)
- จังหวะ: 100-120 ครั้ง/นาที

4. อัตราส่วนการช่วย: 30:2 (กด 30 เป่า 2)
- ผู้ช่วยคนเดียว (Layperson): กด 30 ครั้ง สลับเป่าปาก 2 ครั้ง เสมอ!
- ทำไมต้องเป่า?: เพราะเด็กหัวใจหยุดเต้นจากการขาดออกซิเจน ถ้ากดอย่างเดียว เลือดที่ไหลเวียนจะไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง

5. เทคนิคการเป่าปาก (Ventilation): ทำให้ถูก ปลอดภัย
- ทารก (Infant):
ตำแหน่ง: ใช้ปากของเราครอบให้คลุมทั้ง "จมูกและปาก" ของทารกให้สนิท (Mouth-to-Mouth-and-Nose)
วิธีเป่า: เป่า "ลมหายใจปกติ" (ไม่ต้องสูดเข้าลึก) นาน 1 วินาที
จุดสังเกต: เป่าให้เห็น "หน้าอกขยับขึ้น" เท่านั้น (ระวังอย่าเป่าแรงเกินไป ลมจะเข้าท้องทำให้อาเจียน)
- เด็กเล็ก (Child):
ตำแหน่ง: บีบจมูก - เชยคาง - อ้าปาก (Head Tilt - Chin Lift) แล้วใช้ปากประกบปากเด็กให้สนิท
วิธีเป่า: เป่าลมหายใจปกตินาน 1 วินาที จนเห็นหน้าอกขยับ

6. ลำดับการช่วย (Sequence): ถ้าอยู่คนเดียวทำไง?
- มีมือถือ: เปิด Speaker Phone โทร 1669 แล้วลงมือปั๊มทันที
- ไม่มีมือถือ/แบตหมด: ให้ "ทำ CPR ก่อน 2 นาที" (5 รอบ) แล้วค่อยวิ่งไปขอความช่วยเหลือ (เพราะเด็กต้องการออกซิเจนด่วนที่สุด)

7. ช่วยเด็กจมน้ำ (Drowning)
- เริ่มต้นด้วยการเป่า: ถ้าทำได้ ให้เป่าปากช่วยหายใจก่อน 2-5 ครั้ง แล้วค่อยเริ่มกดหน้าอก
- ห้ามจับอุ้มพาดบ่าวิ่งกระทุ้งน้ำ: เป็นความเชื่อที่ผิดและเสียเวลาเปล่า น้ำในปอดจะดูดซึมไปเอง ให้รีบปั๊มหัวใจดีกว่า

8. ภาวะสำลักในทารก (Choking Infant)
- ห้ามรัดท้อง (No Heimlich): ตับและม้ามเด็กยังเปราะบาง
- สูตร 5:5 : จับคว่ำ "ตบหลัง 5 ครั้ง" สลับ พลิกหงาย "กดหน้าอก 5 ครั้ง" (ใช้ 2 นิ้วกด หรือ 2 นิ้วโป้งกด)
- ทำวนไปจนกว่าของจะหลุด หรือทารกหมดสติ (ถ้าหมดสติให้เริ่ม CPR ทันที)

9. การป้องกัน SIDS (หลับไม่ตื่น)
- ทารกต้องนอนหงาย (Back to Sleep) บนที่นอนที่แข็งพอดี
- เคลียร์เตียงให้โล่ง: เอาตุ๊กตา หมอนข้าง ผ้าห่มหนาๆ ออกจากเตียงนอนเด็ก เพื่อป้องกันการอุดทางเดินหายใจ

10. สรุปความต่างสำคัญ (Key Takeaway)
- "เลิกใช้นิ้วจิ้ม ให้ใช้มือโอบ (2 Thumbs)"
- "เด็กต้องเป่า (30:2)"
- "จมน้ำต้องรีบช่วยหายใจ"

สนใจจัดอบรม ปั้มหัวใจCPR-AED และ ปฐมพยาบาล ติดต่อ
ภัช
099-589-6618
096-289-4600
Line ID : redbeeclubthailand

#เรียนCPR #สอนปั๊มหัวใจ #อบรมปฐมพยาบาล #เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้น #การใช้เครื่องAED #ใครๆก็เป็นฮีโร่ได้ #มือคุณช่วยชีวิต #กล้าช่วยรอดตาย #4นาทีชีวิต ี่ต้องมี #ปั๊มเป็นรอดตาย #มาตรฐานสากล ่วยชีวิต #มือคุณช่วยชีวิต #สอนปั๊มหัวใจ #เรียนcpr #มือปืนสอนCPR #รับสอนCPR #รับสอนCPRแทน #ชลบุรีศรีราชา #ชลบุรีพัทยา #ชลบุรี #ชลบุรีพัทยา #ชลบุรีที่รัก #ชลบุรีศรีราชา #ชลบุรีนัดรับได้ #ชลบุรีอีซูซุเซลส์ #ชลบุรีมีแต่ของอร่อย #ชลบุรีเอฟซี #ชลบุรีกินไรดี #ชลบุรีกินอะไรดี #ชลบุรีอีซูซุเซลส์ #ชลบ ่วยชีวิต #ระยองรีวิว #ระยองนัดรับ #ระยองต้องมา #ระยองปลวกแดง #ระยองกินไรดี #ระยองนัดรับได้ #ระยองหวานเจี๊ยบ #ระยองอีซูซุเซลส์ #ระยองฮิ #ระยอง #ระยอง #ลำลูกกาคลอง7 #ลำลูกกาคลอง4 #ลำลูกกา #โรงงาน #โรงงาน #โรงงานเหล็ก #โรงงานอุตสาหกรรม #โรงงานผลิต #โรงงานเตียง #โรงงานให้เช่า #โรงงานจิวเวลรี่ #โรงงานผลิตเสื้อ #โรงงานของพรีเมี่ยม #โรงงานเฟอร์นิเจอร์ #โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ #โรงงานผลิต #โรงงานสบู่ #โรงงานอาหารเสริม #โรงงานรับผลิตอาหารเสริม #โรงงานผลิตเครื่องสําอาง #โรงงานผู้ผลิตเพชรแท้ธรรมชาติ #บริษัท #บริการด้วยใจ #บริการนอกสถานที่ #บริการจัดส่งทั่วไทย #บริษัทธนาศักดิ์ค้าเหล็ก #ปั้มหัวใจ #ปั้มหัวใจสุดฮิต #ปั้มหัวใจด่วน #ปั้มหัวใจลลนา #การใช้เครื่องAED #ปั๊มเป็นรอดตาย #กล้าช่วยรอดตาย #มือคุณช่วยชีวิต #มาตรฐานสากล #ใครๆก็เป็นฮีโร่ได้ #อบรมปฐมพยาบาล ี่ต้องมี #สอนปั๊มหัวใจ #เรียนCPR #4นาทีชีวิต #เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้น #คลอง3 #ลำลูกกาคลอง6 #ลำลูกกาคลอง10 #ลำลูกกา #ลําลูกกา #ลําลูกกาคลอง2 #ลําลูกกาคลองสอง #ลําลูกกาคลองสาม #ลําลูกกาคลองสี่ #อบรม #อบรม #อบรมฟรี #อบรมสัมมนา #อบรมดับเพลิง #อบรมความปลอดภัย #อบรมระยะสั้น #จป #จปเทคนิค #จปวิชาชีพ #จปหัวหน้างาน #ปลอดภัย #ปลอดภัย #ปลอดภัย100 #ปลอดภัยไว้ก่อน #ปลอดภัยดี #ปลอดภัยทุกคน #ปลอดภัยทุกเส้นทาง

15/12/2025

การช่วยคนสำลัก (Choking)
Concept: "เสียงเงียบคือมรณะ... ถ้าเขาไอได้ ให้เขาไอ แต่ถ้าเขาเงียบ คุณต้องลงมือทันที!"

1. สัญญาณเตือน: แบบไหนต้องช่วยทันที? (Sign of Choking)
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเข้าไปช่วยตอนที่เขากำลัง "ไอ"
- อุดกั้นบางส่วน (Partial Obstruction): ผู้ป่วยยัง "ไอแรงๆ ได้ พูดได้ หายใจมีเสียง"
สิ่งที่ต้องทำ: ให้กำลังใจ "ไอออกมาแรงๆ ครับ!" (ห้ามตบหลังตอนกำลังไอ เพราะของอาจ หลุดเข้าไปลึกกว่าเดิม)
- อุดกั้นสมบูรณ์ (Complete Obstruction): นี่คือภาวะวิกฤต!
อาการ: ไอไม่ออก พูดไม่มีเสียง หายใจไม่ได้ หน้าเขียว
สัญญาณสากล: เอามือกุมลำคอ (Universal Choking Sign)
สิ่งที่ต้องทำ: เข้าชาร์จทันที! ถามว่า "อาหารติดคอใช่ไหม?" ถ้าเขาพยักหน้า ให้เริ่มท่า Heimlich ทันที

2. Heimlich Maneuver: กอดรัดกระตุกยอดอก (ท่าช่วยชีวิตสากล)
เปรียบเสมือนการอัดลมในปอดให้ดันสิ่งแปลกปลอมพุ่งออกมา เหมือนเปิดจุกแชมเปญ
1. ยืนด้านหลัง: สอดแขนสองข้างโอบรอบเอวผู้ป่วย
2. กำหมัด: วางกำปั้น (ด้านนิ้วโป้ง) ไว้ที่หน้าท้อง "เหนือสะดือ แต่ต่ำกว่าลิ้นปี่"
3. ประกบมือ: เอามืออีกข้างมากุมกำปั้นไว้
4. กระตุก: ออกแรงรัด "เข้าหาตัวและงัดขึ้น" (Inward & Upward) แรงๆ และเร็วๆ
5. ทำต่อเนื่อง: จนกว่าของจะหลุด หรือผู้ป่วยหมดสติ

3. คนท้องหรือคนอ้วน: รัดอย่างไรให้ปลอดภัย?
ถ้าผู้ป่วยท้องใหญ่จนโอบเอวไม่รอบ หรือตั้งครรภ์ (การกดท้องอาจอันตรายต่อเด็ก):
- เปลี่ยนตำแหน่ง: เลื่อนมือขึ้นมาที่ "กึ่งกลางหน้าอก" (ตำแหน่งเดียวกับที่ปั๊มหัวใจ)
- วิธีการ: ดึงกระตุกเข้าหาตัวตรงๆ (Chest Thrusts) แทนการกดท้อง

4. สำลักตอนอยู่คนเดียว: วิธีเอาตัวรอด (Self-Heimlich)
เมื่อไม่มีใครช่วย คุณมีเวลาไม่ถึง 2 นาทีก่อนจะหมดสติ
1. หากำปั้นตัวเอง: วางกำปั้นเหนือสะดือเหมือนเดิม
2. หาตัวช่วย: มองหาขอบพนักเก้าอี้ ขอบโต๊ะ หรือราวระเบียงที่แข็งแรง (ระดับเอว)
3. กระแทก: โน้มตัวลงไป ให้ขอบเก้าอี้กดที่กำปั้น/หน้าท้องเรา แล้วออกแรงกระแทกจนกว่าของจะหลุด

5. ลูกน้อยสำลัก (ทารก < 1 ปี): ห้ามรัดท้องเด็ดขาด!
อวัยวะภายในทารกบอบบางมาก ห้ามทำ Heimlich
- ท่าเตรียม: จับทารกคว่ำหน้าบนท่อนแขน ให้หัวต่ำกว่าก้น (ประคองคางไว้ อย่าบีบคอ)
- Back Slaps: ใช้สันมือ "ตบกลางหลัง" (ระหว่างสะบัก) 5 ครั้ง
- Chest Thrusts: พลิกตัวกลับมานอนหงาย (หัวยังต่ำอยู่) ใช้นิ้ว 2 นิ้ว "กดกึ่งกลางหน้าอก" 5 ครั้ง
- ทำวนไป: ตบหลัง 5 -> กดหน้าอก 5 จนกว่าของจะหลุดหรือทารกร้องไห้ได้

6. ห้ามล้วงคอ! (No Blind Finger Sweep)
- ความเชื่อผิด: พยายามเอานิ้วล้วงควานหาเศษอาหาร
- ความจริง: นิ้วของคุณอาจดันเศษอาหารที่ติดอยู่ตื้นๆ ให้ "ลึกลงไปอุดหลอดลมแน่นกว่า เดิม"
- ทำได้เมื่อไหร่?: เฉพาะตอนที่ "มองเห็นวัตถุชัดเจน" และมั่นใจว่าหยิบออกได้เท่านั้น

7. เมื่อช่วยแล้วคนไข้ "หมดสติ": เปลี่ยนโหมดสู่ CPR
ถ้าทำ Heimlich แล้วของไม่ออก จนผู้ป่วยตัวอ่อน หมดสติ:
1. วางลงพื้น: ประคองวางนอนราบกับพื้นแข็ง
2. โทร 1669: (ถ้ายังไม่ได้โทร)
3. ปั๊มหัวใจทันที: กดหน้าอก 30 ครั้ง
4. เช็กปาก: ก่อนจะเป่าลม ให้มองในปาก ถ้าเห็นของให้เขี่ยออก ถ้าไม่เห็น "ห้ามล้วง" ให้เป่าลมต่อเลย
5. วนไป: กด 30 : เป่า 2 จนกว่าทีมแพทย์จะมา

8. 5 เมนูอันตราย (และกลุ่มเสี่ยง)
ต้องระวังเป็นพิเศษใน เด็กเล็ก (< 4 ขวบ) และ ผู้สูงอายุ
1. ไส้กรอก/ลูกชิ้น: ผิวลื่น รูปทรงพอดีหลอดลม (ควรหั่นตามยาว หรือชิ้นเล็ก)
2. องุ่น/มะเขือเทศราชินี: ทรงกลม อุดหลอดลมสนิท (ควรผ่าครึ่ง)
3. ถั่ว/เมล็ดพืช: สำลักง่ายถ้าหัวเราะขณะกิน
4. ขนมเหนียว/โมจิ/บัวลอย: เคี้ยวยาก ติดคอ
5. ลูกอม/เจลลี่: ลื่นไหลลงคอได้ง่าย

9. ปาร์ตี้ปลอดภัย: กิน ดื่ม หัวเราะ อย่างไรไม่ให้ตาย?
- แอลกอฮอล์: ทำให้การกลืนแย่ลง และสติลดลง (เสี่ยงสำลักสูง)
- กฎเหล็ก: "ไม่เคี้ยวไป หัวเราะไป" และ "ห้ามกินขณะวิ่งเล่น" (สำหรับเด็ก)
- ตบหลังเพื่อน: เพื่อนกำลังดื่มน้ำแล้วสำลักเบาๆ อย่าไปตบหลังแรงๆ ทันที ให้เขาลองไอออกมาก่อน

10. สรุปขั้นตอนช่วยชีวิต (Choking Algorithm)
จำง่ายๆ เป็น Flow:
1. ถาม: "สำลักไหม?"
2. สังเกต: พูดไม่ได้? ไอไม่ออก? มือกุมคอ?
3. ปฏิบัติ: เข้าข้างหลัง -> กำหมัดเหนือสะดือ -> กระตุก "เข้าและขึ้น"
4. ถ้าหมดสติ: วางลง -> CPR

#เรียนCPR #สอนปั๊มหัวใจ #อบรมปฐมพยาบาล #เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้น #การใช้เครื่องAED #ใครๆก็เป็นฮีโร่ได้ #มือคุณช่วยชีวิต #กล้าช่วยรอดตาย #4นาทีชีวิต ี่ต้องมี #ปั๊มเป็นรอดตาย #มาตรฐานสากล

หัวข้อ: CPR คืออะไร? อธิบายง่ายๆ ใน 1 นาที (ฉบับคนไม่เคยเรียนหมอ)เวลาคุณได้ยินคำว่า CPR คุณนึกถึงอะไรครับ? ภาพหมอในห้องฉ...
11/12/2025

หัวข้อ: CPR คืออะไร? อธิบายง่ายๆ ใน 1 นาที (ฉบับคนไม่เคยเรียนหมอ)

เวลาคุณได้ยินคำว่า CPR คุณนึกถึงอะไรครับ? ภาพหมอในห้องฉุกเฉินตะโกนสั่งยา? ภาพคนเอาปากประกบกัน? หรือภาพที่ดูวุ่นวายซับซ้อน?

วันนี้ผมจะถอด "เสื้อกาวน์" ออก แล้วใส่ "เสื้อช่าง" มาอธิบายให้คุณฟังครับ เพราะจริงๆ แล้ว CPR ไม่ใช่วิชาแพทย์ขั้นสูงอะไรเลย แต่มันคือ "หลักการช่างกล" ล้วนๆ ครับ

1. ถอดรหัสคำว่า CPR
คำนี้ย่อมาจากภาษาอังกฤษ 3 คำที่ดูยาก แต่ความหมายตรงตัวมากครับ:

C - Cardio (คาร์ดิโอ): แปลว่า หัวใจ

P - Pulmonary (พัลโมนารี): แปลว่า ปอด

R - Resuscitation (รีซัสซิเทชั่น): แปลว่า การกู้ชีพ หรือทำให้ฟื้น

รวมกันคือ "การกู้ชีพโดยทำงานแทนหัวใจและปอด" นั่นเอง

2. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: ร่างกายมนุษย์ = รถยนต์
ลองจินตนาการว่าร่างกายเราคือรถยนต์หนึ่งคันครับ

หัวใจ = ปั๊มน้ำมัน (Fuel Pump): มีหน้าที่บีบส่งน้ำมัน (เลือด) ไปเลี้ยงเครื่องยนต์

ปอด = ถังเติมออกซิเจน: เติมอากาศเข้าไปผสมกับน้ำมัน

สมอง = เครื่องยนต์หลัก: ถ้าไม่มีน้ำมันมาเลี้ยง เครื่องยนต์ก็ดับและพัง

เมื่อเกิดภาวะ "หัวใจหยุดเต้น" (Cardiac Arrest): ก็คือ "ปั๊มน้ำมันเสีย" กะทันหันครับ! น้ำมันมีเต็มถัง ออกซิเจนมีเต็มปอด แต่ ปั๊มไม่ทำงาน น้ำมันก็ส่งไปไม่ถึงเครื่องยนต์ (สมอง) รถก็ดับ

3. คุณทำ CPR = คุณกำลังเป็น "ปั๊มสำรอง"
เมื่อปั๊มอัตโนมัติ (หัวใจ) พัง หน้าที่ของคุณคือการเข้าไปเป็น "ปั๊มมือ" (Manual Pump) แทนครับ

เมื่อคุณกดหน้าอก (Push): คุณกำลังใช้แรงภายนอก บีบหัวใจให้แบนลง เพื่อไล่เลือดให้พุ่งออกไปเลี้ยงสมอง

เมื่อคุณปล่อยมือ (Recoil): คุณกำลังเปิดโอกาสให้เลือดไหลกลับเข้ามาเติมในหัวใจ เพื่อรอการบีบครั้งต่อไป

แค่นี้เองครับ! คุณไม่ได้กำลังผ่าตัด คุณไม่ได้กำลังรักษาโรค คุณแค่กำลัง "ปั๊มมือ" เพื่อเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้พัง จนกว่าช่างซ่อมตัวจริง (หมอและเครื่องมือแพทย์) จะมาถึงเพื่อซ่อมปั๊มตัวเดิมให้กลับมาทำงาน

4. ยุคใหม่: ไม่ต้อง "เป่าปาก" ก็เรียกว่า CPR
สมัยก่อนเราสอนว่าต้อง "ปั๊ม + เป่า" (ช่วยทั้งหัวใจและปอด) แต่มาตรฐานใหม่ (AHA Guidelines) บอกว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการอบรมเข้มข้น หรือไม่กล้าเป่าปาก...

"แค่กดหน้าอกอย่างเดียว (Hands-Only CPR) ก็ช่วยชีวิตได้มหาศาลแล้ว" เพราะในเลือดของคนเรายังมีออกซิเจนตกค้างอยู่พอสมควร เพียงพอสำหรับการปั๊มส่งไปเลี้ยงสมองในช่วงแรกครับ

สรุปใน 3 บรรทัด
CPR คือ การใช้มือเราทำหน้าที่แทนหัวใจที่หยุดเต้น

เป้าหมาย คือ ปั๊มเลือดไปเลี้ยงสมอง ไม่ให้สมองตาย

วิธีทำ คือ กดลงไปตรงกลางหน้าอก แรงๆ และ เร็วๆ

💡 Medical Instructor Pro Tip:
"อย่ากลัวทำผิด เพราะความผิดเดียวคือการไม่ทำอะไรเลย" (Don't be afraid to fail, be afraid of doing nothing.)

ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่นกว่าที่คุณคิด การปั๊มหัวใจบนฟูกนิ่มๆ หรือปั๊มเบาเกินไป อาจไม่ได้ผลดีนัก แต่การที่คุณ "กล้า" วางมือลงไปและออกแรงกด นั่นคือก้าวแรกแห่งการรอดชีวิตของผู้ป่วยครับ

Next Step: ตอนนี้เรารู้จักนิยามแล้ว บทความที่ 4 เราจะไปดูภาพรวมของกระบวนการช่วยชีวิตกันครับกับหัวข้อ "Chain of Survival: ห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิตที่คุณคือจิ๊กซอว์ชิ้นแรก" หรือถ้าอยากข้ามไปดูวิธีปฏิบัติเลย จะรับหัวข้อ "Call-Push-Shock" ดีครับ?

#เรียนCPR #สอนปั๊มหัวใจ #อบรมปฐมพยาบาล #เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้น #การใช้เครื่องAED #ใครๆก็เป็นฮีโร่ได้ #มือคุณช่วยชีวิต #กล้าช่วยรอดตาย #4นาทีชีวิต ี่ต้องมี #ปั๊มเป็นรอดตาย #มาตรฐานสากล

10/12/2025

หัวข้อ: 4 นาทีชีวิต: ทำไมสมองถึงรอไม่ได้เมื่อหัวใจหยุดเต้น?
คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมในหนังหรือในข่าว เขาถึงชอบพูดว่า "นาทีชีวิต"? ทำไมต้องรีบขนาดนั้น? รอหมอมาถึงค่อยรักษาไม่ได้หรือ?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ "หัวใจ" ครับ... แต่อยู่ที่ "สมอง"
ในฐานะ Medical Instructor ผมขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด: ร่างกายมนุษย์เหมือน "บริษัทใหญ่"
หัวใจ คือ "ปั๊มน้ำ" ที่คอยส่งเสบียง (ออกซิเจนและเลือด)
สมอง คือ "ท่านประธาน CEO" ที่บริหารทุกอย่าง
เมื่อหัวใจหยุดเต้น (ปั๊มน้ำพัง) พนักงานแผนกอื่น (แขน, ขา, ผิวหนัง) อาจจะทนหิวได้นานเป็นชั่วโมง แต่ "ท่านประธานสมอง" เป็นคนที่เอาแต่ใจและเปราะบางที่สุดครับ ท่านทนหิวได้เพียงแค่ 4 นาที เท่านั้น!
1. ไทม์ไลน์แห่งความตาย (The Timeline of Death)
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแบบวินาทีต่อวินาที เมื่อหัวใจหยุดเต้นและไม่มีคนปั๊มหัวใจช่วย:
นาทีที่ 0 (หยุดเต้น): เลือดหยุดไหลเวียน ผู้ป่วยหมดสติทันที ล้มลง ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก (Gasping)
นาทีที่ 0 - 4 (ช่วงเวลาทอง): ในเซลล์สมองยังมีออกซิเจนตกค้างอยู่บ้าง เหมือนถังออกซิเจนสำรอง ช่วงนี้สมองยังไม่ตาย ถ้าปั๊มหัวใจตอนนี้ โอกาสรอดสูงมาก และตื่นมาคุยรู้เรื่องเหมือนเดิม
นาทีที่ 4 - 6 (จุดเปลี่ยน): ถังออกซิเจนสำรองหมดเกลี้ยง! เซลล์สมองเริ่ม "ขาดอากาศ" และเริ่มทยอยตาย (Brain Damage Begins)
นาทีที่ 6 - 10 (วิกฤต): เซลล์สมองตายเป็นวงกว้าง ความทรงจำ บุคลิกภาพ การควบคุมร่างกาย เริ่มถูกทำลายอย่างถาวร
นาทีที่ 10 ขึ้นไป (สายเกินแก้): สมองตายสมบูรณ์ (Brain Death) ต่อให้ทีมแพทย์มาถึงแล้วปั๊มหัวใจจนกลับมาเต้นได้ แต่ผู้ป่วยอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา (Vegetative State) เพราะสมองเสียหายเกินเยียวยา
2. ทำไมเรากลั้นหายใจได้นานกว่า 4 นาที แต่หัวใจหยุดเต้นรอไม่ได้?
หลายคนถามผมว่า "นักดำน้ำกลั้นหายใจได้ตั้ง 5-10 นาที ทำไมหัวใจหยุดเต้นแค่ 4 นาทีถึงแย่แล้ว?"
คำตอบคือ "การไหลเวียนเลือด" (Blood Flow) ครับ
ตอนกลั้นหายใจ: หัวใจยังเต้นอยู่! มันยังปั๊มเลือดเอาออกซิเจนที่มีอยู่ในตัวไปเลี้ยงสมองเรื่อยๆ
ตอนหัวใจหยุดเต้น: เลือดหยุดนิ่ง (Stagnant) ทันที! เปรียบเหมือนรถขนส่งอาหารจอดตายอยู่กลางทาง ต่อให้มีอาหารเต็มรถ แต่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง (สมอง) ก็ไม่มีความหมายครับ
3. หน้าที่ของคุณคือ "ซื้อเวลา" (Buying Time)
เมื่อคุณลงมือทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) คุณกำลังทำหน้าที่เป็น "หัวใจเทียม" ทุกครั้งที่คุณกดหน้าอกลงไป คุณกำลังบีบเลือดให้พุ่งขึ้นไปเลี้ยงสมอง
จำไว้เสมอครับ: การปั๊มหัวใจของคุณ อาจไม่ได้ทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที (นั่นเป็นหน้าที่ของเครื่อง AED หรือยาจากหมอ) แต่การปั๊มของคุณจะช่วย "แช่แข็งเวลา" เอาไว้
ถ้าคุณปั๊มดี... สมองจะยังได้รับออกซิเจนเลี้ยงเลี้ยง
นาทีที่ 10 ของการรอรถพยาบาล จะไม่ใช่นาทีแห่งความตาย แต่ยังคงเป็น "นาทีที่ 0" สำหรับสมองของเขา เพราะคุณช่วยต่อเวลาไว้ให้แล้ว
บทสรุป: แข่งกับเวลา อย่ารอปาฏิหาริย์
มาตรฐาน AHA Guidelines ย้ำเสมอว่า "Time is Brain" (เวลาคือเนื้อสมอง) ทุก 1 นาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีการทำ CPR โอกาสรอดชีวิตจะลดลง 10%
ดังนั้นเมื่อเจอคนหมดสติ:
อย่าลังเล ว่าเขาตายหรือยัง
อย่าเสียเวลา หายาดม หรือนวดฝ่าเท้า
โทร 1669 แล้วลงมือปั๊มทันที
เพราะ 4 นาทีนั้นสั้นกว่าเพลงจบหนึ่งเพลงเสียอีก และคุณคือคนเดียวที่จะรักษาช่วงเวลานี้ไว้ได้ครับ
💡 Medical Instructor Pro Tip:
"Push Hard, Push Fast" เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ทันเวลา คุณต้องปั๊มด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที และความลึก 2-2.4 นิ้ว (5-6 ซม.) การปั๊มที่ "เบาเกินไป" หรือ "ช้าเกินไป" แรงดันเลือดจะไม่พอเปิดประตูไปเลี้ยงสมองครับ (Cerebral Perfusion Pressure ไม่ถึงเกณฑ์) ถ้าไม่แน่ใจ... กดให้แรงไว้ก่อนครับ!


#เรียนCPR #สอนปั๊มหัวใจ #อบรมปฐมพยาบาล #เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้น #การใช้เครื่องAED #ใครๆก็เป็นฮีโร่ได้ #มือคุณช่วยชีวิต #กล้าช่วยรอดตาย #4นาทีชีวิต ี่ต้องมี #ปั๊มเป็นรอดตาย #มาตรฐานสากล

Send a message to learn more

เรียนกันเป็น ครอบครับ เรียนพร้อมกัน สนุกสนานคอร์ส 3 ขั่วโมง CPR AED     - การปั้มหัวใจ ทฤษฎี และ ปติบัติ     - การปั้มหั...
08/01/2024

เรียนกันเป็น ครอบครับ เรียนพร้อมกัน สนุกสนาน
คอร์ส 3 ขั่วโมง CPR AED
- การปั้มหัวใจ ทฤษฎี และ ปติบัติ
- การปั้มหัวใจ ร่วมกับ การใช้เครื่อง AED
- การช่วยเหลือผู้ที่จมน้ำ
- สำลักอาหาร หรือสิ่งแปลกปลอม อุดกลั้น ระบบทางเดินหายใจ
- การดูแล ผู้ป่วยหลัง ฟื้นคืนชีพ
คอร์ส 6 ขั่วโมง CPR AED & First Aid
- การบาดเจ็บ
- การห้ามเลือด
- การประฐมพยาบาล
- การ ปติบัติ พันดาม ห้ามเลือด
- การ ประฐมพยาบาล งูกัด แผลถูกแทง โดนยิงที่ปอด ไส้ทะลัก

คอร์สเรียนแบบกลุ่ม
1-3 ท่าน 3,500 บาท 3 ชั่วโมง
1-3 ท่าน 6,500 บาท 6 ชั่วโมง
4-6 ท่าน 4,500 บาท 3 ชั่วโมง
4-6 ท่าน 7,000 บาท 6 ชั่วโมง
7-9 ท่าน 5,500 บาท 3 ชั่วโมง
7-9 ท่าน 7,500 บาท 6 ชั่วโมง
10-12 ท่าน 6,000 บาท 3 ชั่วโมง
10-12 ท่าน 8,000 บาท 8 ชั่วโมง
(ยังไม่รวมค่าเดินทาง)
***หมายเหตุ*** เงื่อไขเป็นไปตามที่ บริษัท กำหนด
คอร์ส นี้เหมาะกับทุกคน และ ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ทารก เด็ก
คนท้อง หรือ เด็กนักเรียนที่ต้องการเก็บพอร์ต ผู้ที่กำลังจะสมัครงาน

สนใจติดต่อ Line ID : cprthailand โทร 099-589-6618 ครูแมว

12/09/2023

ภาวะฉุกเฉินอันดับต้นๆที่เป็นสาเหตุของก่อนเสียชีวิต
แน่นอนครับ โรคหัวใจนั่นเอง และ โรคเส้นเลือดในสมอง ตีบแตกตัน 2 อย่างนี้อันตรายทั้งคู่
โรคหัวใจ หรือ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest)
ไม่มีอาการแจ้งเตือน อยู่ดีๆก็จะหมดสติล้มลงทันที หัวใจหยุดเต้นก็อันตรายแล้ว ไหนจะล้มหัวฝาดกับพื้น เพิ่มการบาดเจ็บเข้าไปอีก การช่วยเหลือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในที่เกิดเหตุ รถพยาบาล ไม่สามารถ
มาถึงที่เกิดเหตุได้ใน 4-5นาที ทุกๆครั้ง และนี้คือสาเหตุที่ทำไม ทุกคนต้องทำ CPR เป็น หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คนที่ล้มลงตรงหน้าคุณ คุณเลือกไม่ได้แน่นอน และเราก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับใคร
ได้แต่ภาวนา อย่าให้คนที่ล้มลงตรงหน้านั้นเป็น ญาติของเรา อย่าให้เป็นคนที่เรารู้จัก ใช่เราเลือกไม่ได้เพราะ เกิดได้กับทุกคน
การทำ CPR คืออะไร ภาษาชาวบ้านคือ กดหน้าอก นวดหน้าอก ปั้มหัวใจ
C Cardio P Pulmonary R Resuscitation
Cardio Pulmonary Resuscitation
หัวใจ ปลอด กลับมาทำงานอีกครั้ง ใช่ครับ ทำให้หัวใจ และ ปลอด กลับมาทำงานได้ใหม่อีกครั้ง
การทำ CPR ไม่ใช่สาเหตุหลักของการตาย การทำ CPR มีแต่ช่วยล้วนๆ หัวใจหยุดเต้นคือ เค้าได้ตายไปแล้ว
ถ้าคุณไม่ทำ CPR นั่นคือเค้าจะตายจริงๆ การที่เราเห็นแล้ว ไม่ช่วยหรือเดินหนี นั้นก็มีความผิดตามกฎหมายพลเมือง เดี๋ยวจะทำไว้ Post หน้า การทำ CPR ก็ต้องทำอย่างมีคุณภาพ เวลาเริ่มต้น ควรเริ่มต้นทำไม่เกิน4 นาทีแรก ของการล้มลงหัวใจหยุดเต้น หรือ ไม่หายใจนั่นเอง

งานแรกของเรา Life Plus Medical Training และ อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู จุด ส.น. เทียนทะเล ได้จัดการฝึกอบรม CPR : AED & ...
08/07/2023

งานแรกของเรา Life Plus Medical Training และ อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู จุด ส.น. เทียนทะเล ได้จัดการฝึกอบรม CPR : AED & First Aid ร่วมกับทางร้านอาหาร ย่างมั่ว ปิ้งย่าง หม้อจุ่ม น้ำดำ

29/06/2023

ยินดีต้อนรับทุกท่าน Life Plus Medical Training ยินดีให้บริการ
--------------------------------------------------------

บริการของเรา มีอะไรบ้าง ???

1.ฝึกอบรม CPR AED และ First Aid ???
หรือ การช่วยฟื้นคืนชีพเบื่องต้น กดหน้าอก ปั้มหัวใจ ร่วมกับการใช้เครื่อง ช๊อคไฟฟ้าหัวใจ และ การช่วยตนเองและผู้อื่น จากการสำลักสิ่งแปลกปลอมตกเข้าไปติดอยู่ในทางเดินหายใจ รวมถึง การปฐมพยาบาลเบื่องต้น หัก/พัน/ดาม/ห้ามเลือด

2.สอนการกู้ชีพทางน้ำ มีอะไรบ้าง ???
สอนว่ายน้ำ / สอนลอยตัว / สอนช่วยเหลือผู้ที่กำลังจะจมน้ำ / สอนการเอาชีวิตรอดด้วยตนเองจากในน้ำ / สอนช่วยฟื้นคืนชีพผู้ที่จมน้ำ (CPR)

--------------------------------------------------------
บริการของเราเหมาะกับไครบ้าง
1.บริษัท / ห้างสรรพสินค้า / ธุรกิจด้านสุขภาพ
2.ร้านอาหาร / สถานบันเทิง / สถานบริการทุกประเภท / โรงแรม
3.สถานศึกษา / มหาลัย / โรงเรียน / ศูนย์เด็กเล็ก / นักศึกษา
4.ครอบครัว ผู้เรียน 1 คนเราก็ยินดีสอน

***หมายเหตุ*** สถานบริการ หรือ ร้านอาหาร อื่นๆ ที่ไม่สามารถ ฝึกอบรมในเวลาปกติได้ เรายินดีมีบริการ ฝึกอบรมให้หลังเลิกงาน

Life Plus Medical Training เราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันแรก

ที่อยู่

ลำลูกกา
ลำลูกกา
12150

เบอร์โทรศัพท์

+66962894600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Life Plus Medical Trainingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Life Plus Medical Training:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram