Renal Serve Knowledge ออกแบบและติดตั้งระบบผลิตน้ำ

10/09/2024

Hammer ภัยร้ายที่ทำให้ข้อต่อของท่อน้ำในระบบ RO แตกร้าว และเกิดความเสียหายในวงกว้าง เกิดท่อแตกท่อรั่ว น้ำท่วมหน่วยไต หรือ น้ำฉีดพุ่งไปยังหน่วยใกล้เคียงหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น โถงลิฟต์ เป็นต้น ถ้าพบเห็นได้ช้า

Water Hammer คือ การเปลี่ยนแปลงความเร็วของน้ำในท่ออย่างกะทันหัน เช่น ปิดประตูน้ำ (Gate Valve) อย่างกระทันหัน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วในลักษณะดังกล่าว โมเมนตัมของของเหลว (โมเมนตัม = ปริมาณการเคลื่อนที่ของวัตถุ) จะถูกเปลี่ยนไปกลายเป็นแรงกระแทกบนประตูน้ำ (Gate Valve) และผนังของท่อ

แรงกระแทกที่เกิดขึ้นถ้าหากมากเกินกว่าความสามารถของท่อจะรับไว้ได้ก็อาจจะทำให้ท่อระเบิด หรือทำให้ระบบท่อและอุปกรณ์เสียหายอย่างรุนแรงได้ ระดับความเสียหายจาก water hammer ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของท่อ ความเร็วของการไหล อัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วการไหล ลักษณะการยึดท่อให้อยู่กับที่ และระบบป้องกัน Water hammer ที่ติดตั้งไว้

#กล่าวโดยสรุปแบบง่ายๆ แบบฉบับไตเทียม คือ แรงดันน้ำที่สูงมากจะวิ่งเข้ากระแทกเข้ากับวาล์วควบคุมน้ำในถังน้ำดิบของระบบ RO ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำในถังน้ำดิบเต็มถังแล้ว วาล์วควบคุมน้ำบนถังน้ำดิบของระบบ RO ก็จะถูกปิด น้ำดิบของอาคารที่วิ่งอยู่ตลอดเวลาจะวิ่งเข้ามากระแทกกับวาล์วน้ำที่ถูกปิดแล้ว ด้วยความเร็วและความแรงจึงเกิด case ที่เรียกว่า water hammer

#ผลที่เกิดขึ้น คือ การสั่นไหวของท่อและข้อต่อต่างๆ ซึ่งจะรุนแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดันและความเร็วน้ำของน้ำดิบต้นทาง ( #ลองชมคลิปที่แนบจากแรงดันน้ำประปาบ้านประมาณ 1 bar) ในกรณีเช่นนี้ท่ออาจจะไม่เกิดการแตกรั่วในทันที แต่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดการสั่นสะเทือนบ่อยครั้งและทำให้ข้อต่อต่างๆ เริ่มชำรุดแตกร้าว

#ข้อสงสัยที่ว่าถ้าใช้ท่อที่ทนแรงดันสูงกว่าแรงดันของน้ำดิบอาคารจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ คำตอบ คือ ท่อหรือข้อต่อไม่ได้แตกจากแรงดันน้ำที่สูงแต่การแตกรั่วส่วนใหญ่เกิดจากการสั่นเคลื่อนไหวตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานๆ จนเกิดความชำรุดหรือเสื่อมสภาพและแตกในที่สุด

#ข้อมูลในการออกแบบโดยทั่วไป ผู้ออกแบบมักจะดีไซน์แรงดันน้ำของอาคารในแต่ละชั้นอยู่ที่ประมาณ 3-4 bar หรือสูงสุดไม่เกิน 5.5 bar ดังนั้น แรงดันน้ำดิบที่เหมาะสมของหน่วยไตเทียมนิยมออกแบบประมาณ 3-4 bar เช่นกัน (อุปกรณ์ใช้งานโดยทั่วไป โดยส่วนใหญ่ต้องการแรงดันน้ำประมาณ 1-2 bar)

#การแก้ไข water Hammer

1. ออกแบบแรงดันน้ำในแต่ละชั้นของอาคารให้มีความเหมาะสม วิธีนี้เป็นการแก้ไขปัญหาต้นเหตุ

2. ถ้ามีแรงดันที่สูงเกินไปจะต้องใช้ PRV: Pressure reducing valve เพื่อลดแรงดันให้เหมาะสมในแต่ละชั้นของอาคาร การติดตั้ง PRV เพื่อลดแรงดันเฉพาะของหน่วยไตเทียม จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะถ้าต้นทางมีแรงดันน้ำดิบที่สูงมาก ก็จะเกิดปัญหาท่อแตกร้าวหรือรั่วเหนือ PRV ที่ติดตั้งในหน่วยไตเทียมได้ หรือถ้าท่อหลังตัว PRV มีระยะท่อที่ไม่ยาวมากก็จะเกิดการสั่นเชื่อมต่อจากท่อเหนือตัว PRV ได้เช่นกัน

3. ยึด support ท่อให้มีความถี่มากขึ้น เพื่อลดอาการสั่นไหวเมื่อเกิด Water hammer

Cr. ขอบคุณท่านเจ้าของคลิปที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนค่ะ

03/03/2024

เพจนี้เป็นเพจสำรอง
เพจหลักมีลิงค์อยู่ที่คอมเมนต์คะ

 #มาทำความรู้จักคลอรีนและผลิตภ้ณฑ์ที่คุ้นเคยในบ้านกันคะ✅ คลอรีนอยู่ในหลายสถานะ คลอรีนที่มีสถานะเป็นด่าง คือ โซเดียมไฮโปร...
18/02/2024

#มาทำความรู้จักคลอรีนและผลิตภ้ณฑ์ที่คุ้นเคยในบ้านกันคะ

✅ คลอรีนอยู่ในหลายสถานะ คลอรีนที่มีสถานะเป็นด่าง คือ โซเดียมไฮโปรคลอไรด์

✅ คลอรีนจะมีประสิทธิภาพสูง ที่ pH น้ำต่ำแต่ค่า pH ของน้ำต่ำเกินไปจะทำให้คลอรีนสลายตัวเร็ว

✅ แต่ถ้า pH สูงเกินไป ฤทธิ์การฆ่าเชื้อจะเสื่อมลงมาก โดยทั่วไปแล้วคลอรีนจะออกฤทธิ์ได้เหมาะสมในช่วงค่า pH 6-7

✅ คลอรีนที่ใช้โดยทั่วไป มีอยู่ 3 รูปแบบ คือ

1. อยู่ในรูปก๊าซ ได้แก่ ก๊าซ คลอรีน

2. อยู่ในรูปน้ำ ได้แก่ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ( คลอรีนน้ำ ), คลอรีนเหลว ( Liquid Chlorine ), น้ำยาฟอกขาว (Liquid Calcium Hypochlorite )

3. อยู่ในรูปของแข็ง ได้แก่ แคลเซี่ยม ไฮโปคลอไรท์, โซเดียมไดคลอโร ไอโซไซยานูเรท ( DCCNa ), ไตรคลอโร ไอโซไซยานูริคแอซิด

❇️ มีความสับสนอยู่ว่าโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ทำไมมาใส่ในถัง Feed คลอรีน เพราะเข้าใจกันว่ามันไม่ใช่คลอรีน สรุปว่า มันคือ คลอรีนชนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็คือน้ำยาซักผ้าขาวที่ใช้กันในครัวเรือน เช่น ยี่ห้อ คลอร็อค, ไฮเตอร์เป็นต้น ดังนั้น เราสามารถเอาไฮเตอร์มาใส่ในถังคลอรีนหรือเอาคลอรีนในโรงพยาบาลมาใช้แทนน้ำยาซักผ้าขาวที่บ้านก็ได้แต่ให้ดูเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้น เพราะมีความแตกต่างกัน

✅ คลอรีนที่มีสภาพเป็นด่าง คือ พวกคลอรีนน้ำ จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อด้อยกว่าคลอรีนที่มีสภาพเป็นกรดหลายเท่า คลอรีนที่มีสภาพเป็นกรด เช่น ก๊าซคลอรีน

✅ ตัวที่ออกฤทธิ์ของคลอรีนที่เป็นด่าง คือ OCL ลบ

✅ ตัวที่ออกฤทธิ์ของคลอรีนที่เป็นกรด คือ HOCL

ลงทะเบียนและติดตามเพจหลักของ Renal Serve ได้ตาม Link ด้านล่างเพจ Renal Serve Knowledge เพจนี้เป็นเพจสำรองนะคะhttps://www...
07/11/2023

ลงทะเบียนและติดตามเพจหลักของ Renal Serve ได้ตาม Link ด้านล่าง

เพจ Renal Serve Knowledge เพจนี้เป็นเพจสำรองนะคะ

https://www.facebook.com/renalserve

ชมคลิปองค์ประกอบระบบน้ำฯ ชนิด Direct Feed
29/09/2023

ชมคลิปองค์ประกอบระบบน้ำฯ ชนิด Direct Feed

***** เดือนนี้ติดตั้งเสร็จไปอีกหน่วย และมีโอกาสได้ถ่ายคลิปมีเวลาจึง Insert ชื่ออุปกรณ์ลงในคลิปเผื่อเป็นประโยชน...

20/09/2023

#ความเชื่อที่ว่าที่ว่า Peracetic Acid (PAA) มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่สูงกว่า Sodium Hypochlorite หรือ Chlorine ในระบบน้ำ

ความเคยชิน: เรามักคุ้นเคยและปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ PAA ในการอบฆ่าเชื้อตัวกรองเลือด (ความเข้มข้นที่ใช้ฆ่าเชื้อตัวกรองเลือด 0.12-0.17%) อยู่เป็นประจำ จึงมีความเข้าใจว่า PAA มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่สูง และเมื่อถึงเวลาการฆ่าเชื้อระบบน้ำหรือเมื่อเกิดการติดเชื้อในระบบน้ำขึ้นแล้ว เรามักจะได้ยินเสมอว่าให้ใช้ PAA แทนคลอรีน

ความเป็นจริง: ถ้าเทียบเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นที่เท่ากันระหว่าง Peracetic Acid (PAA) กับ Sodium Hypochlorite หรือ Chlorine พบว่าฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อของคลอรีนมีความรุนแรงมากกว่า PAA ในขณะที่ PAA มีส่วนผสมหลัก คือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับกรดอะซิติก ซึ่งเมื่อเจอแสงสว่างและความร้อน ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ จะสลายตัวไปเองอย่างช้าๆ จะได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำ และแก๊สออกซิเจน มีปฏิกิริยาการสลายตัว ดังนี้ 2H2O2(aq) → 2H2(1)+O2(g)

ข้อพิสูจน์ความจริง: ในอดีตมีการทดลองใช้คลอรีนในการอบตัวกรองเลือดชนิด Low flux ให้มี Pore size ใหญ่ขึ้นจนเป็น Hi flux ได้โดยใช้ฤทธิ์ของคลอรีนที่มีการกัดกร่อนที่สูงเข้าไปทำลายโครงสร้างของตัวกรองเลือด

เกร็ดเล็กน่ารู้: น้ำยาทั้งสองชนิดจะไม่มีประสิทธิภาพ 100% ถ้าถังเก็บน้ำบริสุทธิ์ไม่ติดตั้งสเปย์บอลในระบบ Indirect Feed เพราะน้ำยาทั้งสองชนิดจะต้องสัมผัสเชื้อโดยตรงจึงจะมีผลต่อการฆ่าเชื้อ ในกรณีที่ถังเก็บน้ำบริสุทธิ์ไม่มีสเปย์บอล น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ฟอร์มาลีน เพราะไอระเหยของฟอร์มาลีนมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อด้วย

ข้อควรระวัง: ฟอร์มาลีนมีผลข้างเคียงต่อผู้ปฏิบัติ เมื่อสะสมไปนานๆ ก่อให้เกิดมะเร็งกับผู้ปฏิบัติงานได้

 #ความรู้ที่ถูกต้องกับความเชื่อที่ว่า UV สามารถฆ่าเชื้อในน้ำได้ 100% จริงหรือไม่ #ข้อมูลวิชาการที่ควรทราบ1. รังสีที่นำมา...
09/06/2023

#ความรู้ที่ถูกต้องกับความเชื่อที่ว่า UV สามารถฆ่าเชื้อในน้ำได้ 100% จริงหรือไม่

#ข้อมูลวิชาการที่ควรทราบ

1. รังสีที่นำมาใช้สำหรับฆ่าเชื้อ คือ รังสี UV-C

2. รังสี UV-C เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความสามารถในการทำลายเชื้อโรคหรือเรียกว่า Ultraviolet Germicidal Irradiation (UVGI) ซึ่งทำลายเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย ไวรัส รา ยีสต์ เป็นต้น โดยจะทำลายโครงสร้างกรดนิวคลีอิก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ DNA และ RNA ของเชื้อโรค ซึ่งตามมาตรฐานสากลครอบคลุมความยาวคลื่นสั้นประมาณ 200-313 nm. โดยความยาวคลื่น 260-265 nm. จะเป็นความยาวคลื่นที่ DNA ดูดซับได้ดีที่สุด

3. หลอด UV ที่ใช้ คือ หลอดไอปรอทที่มีแรงดันภายในหลอดต่ำ (Low-Pressure Hg discharge Lamp) จะเปล่งรังสี UV-C ที่ความยาวคลื่น 254 nm.

4. มาตรฐานสมาคมโรคไตฯ ระบุความยาวคลื่น 254 nm. และความเข้มของแสง (UV dose) ไม่น้อยกว่า 30 milliwatt-sec/cm2 หรือ 30,000 microwatt-sec/cm2 (หน่วยวัด 30 มิลลิ = 30,000 ไมโคร)

#ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำลายเชื้อของ UV

1. ระยะเวลาที่เชื้อโรคได้สัมผัสแสง UV

2. ความเข้มของแสง

3. ความยาวคลื่นที่ใช้

ดังนั้น UV dose หรือ ปริมาณรังสีที่เชื้อสัมผัส (หน่วยไมโครวัตต์หรือมิลลิวัตต์วินาทีต่อตารางเซ็นติเมตร) สามารถคำนวนได้โดยนำค่าความเข้มของรังสี UV intensity (หน่วยไมโครวัตต์หรือมิลลิวัตต์ต่อตารางเซ็นติเมตร) คูณด้วยระยะเวลาที่สัมผัสรังสี หรือ Exposure time (หน่วยวินาที)

#สรุปว่า UV ที่ใช้ฆ่าเชื้อในระบบน้ำฯ สามารถฆ่าเชื้อโรคตัวใดได้บ้างลองเทียบกับตารางรูปภาพที่แนบด้านล่าง ????

#ถ้าสมมุติว่าท่านใช้ UV ที่ 30,000 microwatt-sec/cm2 (มีค่าเท่ากับ 30 milliwatt-sec/cm2)

ดังนั้นการคำนวณ UV ที่ใช้ติดตั้งในระบบน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

#เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่ารู้

1. นอกเหนือจากคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อของ UV ท่านสามารถนำ UV มาติดตั้งไว้หลังถังกรองคาร์บอนเพื่อกำจัดคลอรีนได้อีกด้วย …

2. การฆ่าโรคด้วย UV ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เชื้อโรคสามารถซ่อมแซมและฟื้นขึ้นมาได้ โดยกลไกซ่อมแซม ซึ่งถูกเรียกว่า photoreactivation หรือ"dark repair" ดังนั้นการตรวจเชื้อแบคทีเรียหลังจากผ่านการฆ่าเชื้อด้วย UV ท่านอาจตรวจไม่พบเชื้อในตอนต้น แต่สามารถตรวจพบเชื้อได้หลัง 24 ชม. ถ้าการฆ่าเชื้อนั้นไม่สมบูรณ์ (เข้าใจง่ายๆ คือ เชื้อโรคไม่ตายแต่แค่บาดเจ็บ)

ี่ยวชาญเรื่องน้ำบริสุทธิ์ด้วยความรู้และประสบการณ์

 #เรียนรู้การปรับตั้ง%Recovery ว่ามีผลกระทบต่อค่าใด ? ในระบบน้ำ  Rate คือ อัตราส่วนเปอร์เซ็นต์ของ Permeate (น้ำ RO)  กับ...
31/05/2023

#เรียนรู้การปรับตั้ง%Recovery ว่ามีผลกระทบต่อค่าใด ? ในระบบน้ำ

Rate คือ อัตราส่วนเปอร์เซ็นต์ของ Permeate (น้ำ RO) กับ RO concentrate (น้ำทิ้ง) เช่น ระบบ RO มี Recovery Rate 70 % หมายถึง ส่ง Feed Water (น้ำดิบ) เข้าไป 100 ส่วน จะได้ Permeate (น้ำ RO) 70 ส่วน และอีก 30 ส่วนเป็น RO Concentrate (น้ำทิ้ง)

#การปรับ % Recovery สูงขึ้น - มีผลให้น้ำ RO มีค่า Conductivity เพิ่มขึ้น - และมีผลให้ Permeate (น้ำ RO) ผลิตได้ปริมาณมากขึ้นด้วย - แต่น้ำทิ้งจะมีปริมาณที่ลดลง (Concentrate)

#การปรับ % Recovery ต่ำลง - มีผลให้น้ำ RO มีค่า Conductivity ลดลง - และมีผลให้ Permeate (น้ำ RO) ผลิตได้ลดลงด้วย - แต่น้ำทิ้งกลับมีปริมาณที่สูงขึ้น (Concentrate)

#ดังนั้นการปรับตั้ง % Recovery จึงควรปรับตั้งให้เหมาะสมกับหน่วยของท่าน เช่น ถ้าปรับ % Recovery ที่ 75% และค่า RO Conductivity ยังอยู่ในเกณฑ์หรือตามมาตรฐานที่ต้องการก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องปรับ % Recovery ให้ต่ำลง เพราะหน่วยจะสูญเสียน้ำไปทิ้งโดยไม่มีประโยชน์

#แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหน่วยมีค่า RO Conductivity สูงเกินกำหนด ท่านอาจจะปรับ % Recovery ให้ลดต่ำลงได้ เพื่อให้ค่า RO Conductivity ลดต่ำลงมา ทั้งนี้ผลกระทบที่ตามมาจะทำให้อัตราการผลิตน้ำ RO ลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณาว่าอัตราการผลิตน้ำ RO ที่ลดลง มีผลกระทบต่อการใช้น้ำ RO ของหน่วยว่าเพียงพอหรือไม่

#เกร็ดเล็กน่ารู้กับความเชื่อที่ว่า RO membrane ที่ตั้ง % Recoveryไว้สูง จะทำให้อายุการใช้งานของเมมเบรนสั้นกว่า RO membrane ที่ตั้ง % Recoveryไว้ต่ำกว่า #ความเป็นจริง คือ ความเสื่อมสภาพใกล้เคียงกัน (การปรับตั้งค่าต้องไม่เกินกว่าคุณสมบัติทางเทคนิคของเมมเบรนที่กำหนดไว้)

  by Renal Serve***  Renal Serve ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เปิดให้บริการฟอกเลือดแบบHome hemodialysis (HHD)โดยมีพยาบาลผู้เ...
01/07/2021

by Renal Serve

*** Renal Serve ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เปิดให้บริการฟอกเลือดแบบ
Home hemodialysis (HHD)โดยมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญให้บริการดูแลตลอดระยะเวลาการฟอกเลือดพร้อมแพทย์ที่ปรึกษาที่คอยให้คำแนะนำ

*** โดยรูปแบบการรักษาสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมหรือตามความคิดเห็นของแพทย์ คือ

1. Conventional HHD ให้บริการฟอกเลือด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 4-5 ชม.
2. Short daily home hemodialysis (SDHHD) ให้บริการฟอกเลือด 5-7 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 2-3 ชม.
3. Nocturnal home hemodialysis (NHHD) ให้บริการฟอกเลือด 3-7 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 6-10 ชม.ในเวลากลางคืน

*** โดยผู้ป่วยที่เข้ารับบริการจะมีค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายรายเดือนรวมอุปกรณ์และเครื่องมือทุกอย่างสำหรับการฟอกเลือดในแต่ละครั้ง โดยเครื่องมือทุกชิ้นมีการบำรุงรักษาและตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย

1. เครื่องไตเทียมแบบมี Cartridge filter กรองน้ำยาไตเทียม
2. RO mobile
3. Bloodline single use
4. AVF
5. Dialyser ชนิด Hi-flux single use
6. Heparin
7. Dressing set sterile
8. น้ำยา Dialysate Part A,B
9. Normal saline….

ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในแบบ Private exclusive และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของ COVID-19

#ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณ นนท์รภัส (นก)
#โทร 085 666 2886

Happiness that comes back
คืนความสุขกลับมาสู่ครอบครัวด้วย HomeHemo by Renal Serve

*****  เรซินที่เราใส่ในถัง Softener เป็น ชนิดประจุบวก-กรดแก่ ตัวย่อ SC(Strong Acid Cation Resin)*****  อย่าสับสนนะครับว่...
23/02/2021

***** เรซินที่เราใส่ในถัง Softener เป็น ชนิดประจุบวก-กรดแก่ ตัวย่อ SC
(Strong Acid Cation Resin)

***** อย่าสับสนนะครับว่าประจุบวกไปจับกับประจุลบ
อธิบายเพิ่มเติม Softener ใช้หลักการแลกเปลี่ยนประจุ
(แลกเปลี่ยนประจุ = ต้องเป็นประจุเดียวกัน)

***** ไอออนบวก (Cation) คือ อะตอมที่เสียอิเล็กตรอนแล้วเปลี่ยนเป็นไอออนบวก โดยจะมีประจุเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอนที่เสียไป เช่น
Na + มีประจุบวก 1 แสดงว่า อะตอมของ Na สูญเสียอิเล็กตรอนไป 1 ตัว
Mg 2+ มีประจุบวก 2 แสดงว่า อะตอมของ Mg สูญเสียอิเล็กตรอนไป 2 ตัว
Al 3+ มีประจุบวก 3 แสดงว่า อะตอมของ Al สูญเสียอิเล็กตรอนไป 3 ตัว

***** ไอออนลบ (Anion) คือ อะตอมที่รับอิเล็กตรอนแล้วเปลี่ยนเป็นไอออนลบ โดยจะมีประจุเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอนที่รับมา เช่น
Cl - มีประจุลบ 1 แสดงว่า อะตอมของ Cl รับอิเล็กตรอนมา 1 ตัว
O 2- มีประจุลบ 2 แสดงว่า อะตอมของ O รับอิเล็กตรอนมา 2 ตัว
N 3- มีประจุลบ 3 แสดงว่า อะตอมของ N รับอิเล็กตรอนมา 3 ตัว

CR: Pornsak Samornkraisorakit

*****  ตำแหน่งการเก็บตัวอย่างน้ำประจำเดือนและ*****  ตำแหน่งการเก็บตัวอย่างน้ำเมื่อติดตั้งระบบใหม่ ตามรูปด้านล่างค่ะอาทิต...
10/02/2021

***** ตำแหน่งการเก็บตัวอย่างน้ำประจำเดือนและ

***** ตำแหน่งการเก็บตัวอย่างน้ำเมื่อติดตั้งระบบใหม่ ตามรูปด้านล่างค่ะอาทิตย์สุดท้ายเก็บทุกหัวจ่ายด้วยคะ

*****  การประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบน้ำฯ (Risk Assessment of Water Treatment Contamination)*****  เมื่อตรวจพบ...
10/02/2021

***** การประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบน้ำฯ (Risk Assessment of Water Treatment Contamination)

***** เมื่อตรวจพบเชื้อในระบบน้ำฯ ให้ใช้หลัก 3R คือ

1. Repeat ตรวจซ้ำในตำแหน่งที่พบ

2. Recheck ตรวจผลย้อนหลังว่าตำแหน่งที่พบเป็นตำแหน่งที่เกิดเป็นประจำหรือไม่และหาสาเหตุ

3. Repair แก้ไขตำแหน่งที่บกพร่อง

4. อบระบบ

***** แนวทางแก้ไขและการวิเคราะห์สาเหตุพบกันในวันอบรมครับ

ที่อยู่

455/5 บิซ พัฒนาการ-อ่อนนุช ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ
เขตประเวศ กรุงเทพฯ
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66614169000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Renal Serve Knowledgeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Renal Serve Knowledge:

แชร์

ประเภท