04/03/2026
เมื่อเดือนก่อน สหภาพยุโรป หรืออียู ออกมติและประกาศที่จะใช้การบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร หรือ (Compulsory Licensing : CL) ในอียู ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่และพวกเขาเคลื่อนไหวกันมานาน
อย่างไรก็ตาม ที่มาของมตินี้ ต้องย้อนกลับไปช่วงโควิด – 19 ระบาดที่ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกประสบปัญหาการเข้าไม่ถึงวัคซีนและยา รวมไปถึง 27 ประเทศในอียูด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าสหภาพยุโรปอยู่ภายใต้ข้อตกลงว่าการค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หรือ TRIPs (Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights) )ขององค์การการค้าโลก เช่นเดียวกับ 160 กว่าประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลก ที่เป็นกฎเกณฑ์การค้าสากลที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา แต่หลายประเทศประสบปัญหาการเข้าไม่ถึงวัคซีนและยาในยามฉุกเฉินและวิกฤตของโลก เนื่องจากกฎระเบียบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอุปสรรค จึงเป็นสาเหตุให้สหภาพยุโรปเสนอให้พิจารณาและผ่านมติการใช้มาตรการ CL “แบบรวมกลุ่ม” ขึ้น
ทรัพย์สินทางปัญญามีหลายประเภท แต่ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องในการจัดการกับภาวะโรคระบาด (เช่น น้ำยาและเครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรค ยารักษา วัคซีนสำหรับการป้องกัน ชุด PPE สำหรับสวมป้องกัน หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การแพทย์ ฯลฯ ) อย่างโควิด 19 ที่ผ่านมาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ มีอยู่ 4 ประเภท คือ สิทธิบัตร ลิขสิทธิ ความลับทางการค้า และการออกแบบอุตสาหกรรม ยาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกจดสิทธิบัตรเพื่อการคุ้มครองการผูกขาดได้ตามกฎหมาย
กล่าวคือ ผู้คิดค้น ซึ่งก็คือบริษัทผู้ผลิตยา หรือบริษัทยาซื้อสิทธิครอบครองในสิ่งประดิษฐ์นั้นมา และนำสิ่งประดิษฐ์หรือยานั้นไปจดและได้สิทธิบัตร จะถือว่าเป็น“ผู้ทรงสิทธิบัตร” หรือเจ้าของสิทธิในยาตัวนั้น เมื่อจดสิทธิบัตรได้ บุคคลอื่นจะไม่สามารถผลิต ใช้ ขาย มีไว้ขาย เสนอขาย หรือนำเข้ายาตัวเดียวกันนั้นได้โดยเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิฯ ยาชนิดนั้นจะถูกเรียกว่า “ยาต้นแบบ” ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร เป็นเวลา 20 ปีนับจากวันที่ขอยื่นจดสิทธิบัตรในประเทศ ด้วยการผูกขาดโดยถูกกฎหมายเช่นนี้ จึงส่งผลให้ยาต้นแบบมักมีราคาแพง จำเป็นต้องรอจนอายุสิทธิบัตร 20 ปีหมดลงก่อน จึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้ายาชนิดเดียวกันที่ผลิตโดยบริษัทยาอื่นได้
การระบาดของโควิด 19 ทั่วโลกเป็นกระจกสะท้อนปัญหาการผูกขาดและการเข้าไม่ถึงยาได้อย่างชัดเจน เพราะบริษัทผู้ผลิตยาหรือวัคซีนต้นแบบไม่มีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งโลก ประกอบกับมีสิทธิในการผูกขาดและการตั้งราคาขาย ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงยาตามมา เพราะถึงแม้ว่าในบางประเทศจะสามารถผลิตยาและวัคซีนชนิดเดียวกันได้เอง หรือต้องการนำเข้ายาและวัคซีนจากประเทศอื่นที่ผลิตและขายได้ในราคาไม่แพง แต่ก็ไม่อาจดำเนินการได้ ด้วยสิทธิในการผูกขาดด้วยสิทธิบัตรที่เป็นอุปสรรค
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข