Abe-แม่ฮ่องสอน

  • Home
  • Abe-แม่ฮ่องสอน

Abe-แม่ฮ่องสอน การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสการพัฒนากำลังฅนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เมืองพิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

ท้องฟ้ายังสดใสแม้เข้าสู่ฤดูหมอกควัน (1มีค69)เฉกเช่น การศึกษาที่ยืดหยุ่น   ที่เอื้อโอกาสแก่เด็กเยาวชนทุกกลุ่มชน ไม่ว่าเขา...
01/03/2026

ท้องฟ้ายังสดใส
แม้เข้าสู่ฤดูหมอกควัน (1มีค69)

เฉกเช่น การศึกษาที่ยืดหยุ่น ที่เอื้อโอกาสแก่เด็กเยาวชนทุกกลุ่มชน ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะติดขัดประการใด

จากข้อมูลสารสนเทศเด็กและเยาวชน 3-18 ปี ที่ไม่มีรายชื่อในระบบบการศึกษาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีจำนวน 16,171 ราย + นโยบา...
20/03/2025

จากข้อมูลสารสนเทศเด็กและเยาวชน 3-18 ปี ที่ไม่มีรายชื่อในระบบบการศึกษาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีจำนวน 16,171 ราย + นโยบายการขับเคลื่อนงาน 4 มาตรการ คือ ค้นหา+สำรวจ เตรียมความพร้อมเพื่อพาน้องๆ กลับสู่โอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิต + การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการยกระดับสถานประกอบการเป็นโอกาสในการเรียนรู้ของน้องๆ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout

เกิดการขับงานระดับจังหวัด สู่อำเภอ และตำบลต่างๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเริ่มจากอำเภอแม่สะเรียง แม่ลาน้อย สบเมย และขุนยวม กว่า 10 วัน (11-20 มีนาคม 2568) ในขณะหมอกควันเริ่มเข้ามาครอบคลุมพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนกลับสวนทางกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว บุคลากรจากหลาย อปท. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานในระดับอำเภอ เช่น สกร.อำเภอต่างๆ สสอ.ทุกอำเภอ รพสต. รวมทั้งแกนนำภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันคิดคุย สร้างความเข้าใจต่อการขับเคลื่อนงาน เพื่อเข้าถึงข้อมูล คัดกรองข้อมูล ออกแบบการสำรวจ รวมทั้งสำรวจข้อมูลและทำแผนดูแลรายกรณี เพื่อให้น้องๆ มีความพร้อมได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพของเขาเหล่านั้น

่ฮ่องสอน
#การศึกษาที่ยืดหยุ่นต่อเนื่อง
#การเรียนรู้เพื่อการมีชีวิตที่ดีงาม
#การเรียนรู้สู่ความเท่าทันสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง

ขับเคลื่อนระดับอำเภอเชื่อมกลไก ค้นหา สำรวจ และทำแผนติดตามดูแลรายกรณี ่ฮ่องสอน ่ฮ่องสอน ่ฮ่องสอน #สานฝันเด็กเยาวชน_พัฒนาก...
12/03/2025

ขับเคลื่อนระดับอำเภอ
เชื่อมกลไก ค้นหา สำรวจ และทำแผนติดตามดูแลรายกรณี
่ฮ่องสอน
่ฮ่องสอน
่ฮ่องสอน
#สานฝันเด็กเยาวชน_พัฒนากำลังฅนแม่ฮ่องสอน

02/03/2025

ผุ้ติดตามรายกรณี : Case Manager / CM

หนุนใจผู้เรียน เพื่อ "ก้าวข้ามกับดักแห่งจิตเศร้าตรม"
่ฮ่องสอน

่ฮ่องสอน
#ศูนย์การเรียนปีติปัญญา
#กสศ
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่

การศึกษายืดหยุ่น-ต่อเนื่องไร่ร้อยต่อเหมาะสมกับบริบทแม่ฮ่องสอน เมืองพิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
28/02/2025

การศึกษายืดหยุ่น-ต่อเนื่องไร่ร้อยต่อ
เหมาะสมกับบริบทแม่ฮ่องสอน เมืองพิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

เส้นทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ เพื่อเด็กและเยาวชนไทย
.
สถานการณ์เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศไทย ในปีการศึกษา 2567 จากภารกิจหลักของ กสศ. ในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการเป็นหนึ่งในภาคีร่วมผลักดันมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) มีเด็กและเยาวชนที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษา หรือหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงอายุ 3-18 ปี หรือเทียบเท่าการศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน “982,304 คน”
โดย ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวถึงตัวเลขข้างต้นว่า เป็นสัญญาณที่ดีของประเทศไทย เมื่อตัวเลขของเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาลดลง อีกทั้งหลายภาคส่วนเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับ “การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น” และหนึ่งในนั้นคือการใช้นวัตกรรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” เนื่องจากปัญหาหลักของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คือความยากจนและความด้อยโอกาส ฉะนั้นการเรียนรู้จึงต้องมีความยืดหยุ่น และออกแบบให้เอื้อต่อบริบทของเด็ก ๆ ที่เส้นทางชีวิตอาจไม่ราบรื่นมากนัก ให้สามารถเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย แบบ “Learn to Earn” และใช้วิธีเทียบโอนผลการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพื่อรับวุฒิการศึกษา เพราะถึงแม้การศึกษาเรียนรู้จะมีความสำคัญ แต่ขณะเดียวกันเรื่องปากท้องและรายได้ อาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กและเยาวชนหลายคน เลือกที่จะหันหลังให้กับการศึกษาและมุ่งเป้าไปที่การประกอบอาชีพ เพื่อความอยู่รอดของตนเองและครอบครัวแทน ดังนั้นการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะเป็นเครื่องมือช่วยทลายกรอบของการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ทุกคนได้
สำหรับ ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ คือนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ในระบบโรงเรียนปกติ โดยการบูรณาการการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยเข้าด้วยกัน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ เวลา และสถานที่ให้มีความยืดหยุ่น ซึ่งสอดคล้องกับโจทย์เงื่อนไขชีวิตเด็กเป็นรายบุคคล โดยการเปิดห้องเรียนสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษในด้านต่าง ๆ ออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย หรือเชื่อมโยงกับสถานประกอบการ พร้อมไปกับการปรับรูปแบบการวัดประเมินผลตามสภาพจริงผ่านชิ้นงาน ประสบการณ์ การสังเกต หรือสัมภาษณ์ ถาม-ตอบ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปัจจุบันนอกจากการขับเคลื่อนงานของ กสศ. ยังได้เกิดภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นซึ่งมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ได้มีนโยบายสำคัญ "โครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง" (Obec Zero Dropout) ทั้งยังตั้งเป้าการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่นไปสู่การเกิด 1 อำเภอ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รวมถึงเรื่องของศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ซึ่งการติดตามช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้กลับสู่เส้นทางการเรียนรู้ด้วยการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วยรูปแบบต่าง ๆ นั้นยังมีโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันคิดต่อก็คือ เด็กและเยาวชนกลุ่มที่ไม่ต้องการกลับมาเรียนรู้ แต่ต้องการทำงาน จะออกแบบกระบวนการสนับสนุนเด็กกลุ่มนี้ต่อไปอย่างไร
นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการศึกษา คือการเปลี่ยนแปลงค่านิยมไปจากเดิมที่ว่า เด็กต้องเรียนเก่ง และอยู่ในกรอบการเรียนรู้จนเข้าสู่รั้วอุดมศึกษาเท่านั้น เนื่องจากในปัจจุบันเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยที่เรียนจบมาด้วยสายวิชาหรือมีทักษะที่ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ดังนั้นเราอาจต้องมองการศึกษาด้วยมุมมองใหม่สำหรับเด็กและเยาวชนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส โดยทำที่เกิด Learn to Earn คือเรียนรู้ในระยะเวลาอันสั้น แล้วเกิดทักษะคุณภาพ มีวุฒิการศึกษา ทำงานได้จริง และมีรายได้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นให้กับครอบครัวได้ ดังเช่น กสศ. เองก็มีการสนับสนุนการจัดการศึกษาด้วยหลักสูตรระยะสั้นในระดับอาชีวะศึกษา เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล หรือหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะเฉพาะในการทำงาน ใช้เวลาเรียนสั้น และเรียนจบแล้วมีงานทำแน่นอน
อย่างไรก็ตาม การศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ต้องไร้รอยต่อและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าวในตอนท้ายว่า สัญญาณดีเรื่องการศึกษาของประเทศไทยในวันนี้ ยังมีอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ การศึกษาและการเรียนรู้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่เปิดรับและพร้อมเปลี่ยนแปลงด้วยกุญแจดอกสำคัญคือ เปลี่ยนจาก ‘ผู้คุม’ ที่ใช้อำนาจ มาเป็น ‘โค้ช’ ร่วมสร้างการเรียนรู้ รับฟัง ให้คำปรึกษา และเสริมพลังให้เด็กและเยาวชนพร้อมที่จะก้าวออกไปสู่เส้นทางที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงโดยไม่กระทำผิดซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงภาคเอกชน ในการพัฒนาเส้นทางการศึกษาทางเลือก รวมถึงนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ สามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ที่เวลา เช่น Mobile School เป็นต้น
ดังนั้น ด้วยเงื่อนไขบริบทชีวิตและความสนใจที่หลากหลายของเด็กและเยาวชน รูปแบบการศึกษาในปัจจุบันจึงต้องส่งเสริมให้เด็กเกิดทักษะวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต คือเรียนรู้แล้วเอาตัวรอดได้อย่างมั่นคง ซึ่งการจัดการศึกษาที่มีเพียงลู่เดียว ระบบเดียว อาจไม่ใช่คำตอบ แต่การศึกษาและการเรียนรู้ควรมีทางเลือกที่หลากหลาย โดยที่เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการเลือกและออกแบบการเรียนรู้ของตนเองอย่างยืดหยุ่น บนพื้นที่ปลอดภัย อย่างสอดคล้องกับบริบทชีวิต ควบคู่ไปกับการที่ครูมีวิธีในการวัดและประเมินผลจากความเป็นจริง และยุติธรรมกับเด็กทุกคน ซึ่งเหล่านี้อาจจะเป็นตัวช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยหลุดออกจากระบบการศึกษาลดลงอีกได้นั่นเอง
.
ที่มา: บทสัมภาษณ์รายการ ตอบโจทย์ : สัญญาณดี "เด็กหลุดระบบการศึกษา" เปิดโมเดล "เรียนไร้รอยต่อ" เทปบันทึกวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ช่องโทรทัศน์ Thai PBS


#กสศ. #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#สร้างโอกาส #สร้างงาน #สร้างชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน
#ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน
#แรงงานนอกระบบ #เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ #ผู้ด้อยโอกาส

#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

28/02/2025

การเรียนรู้ ที่มี "เป้าหมาย"
มีความหมายต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
#การเรียนรู้เพื่อการมีชีวิตที่ดีงาม

26/02/2025

เยาวชนนอกระบบการศึกษา
กับการศึกษาที่ยืดหยุ่น


#ศูนย์การเรียนปีติปัญญา

ตาข่ายการศึกษา TZD
17/01/2025

ตาข่ายการศึกษา TZD

Thailand Zero Dropout ด้วยตาข่ายการศึกษา
ร่วมสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตคนทุกช่วงวัย
จากบทความก่อนหน้านี้ ที่มีการกล่าวถึงมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ผ่านการดำเนินงานใน 4 มาตรการ ด้วยการพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นไปแล้ว บทความนี้จะขอนำโมเดล “ตาข่ายการศึกษา” ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญหลังจากค้นพบเด็กและเยาวชนแล้ว ซึ่งตาข่ายการศึกษาจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า การที่จะพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้นั้นมีแนวทางอย่างไร และใครมีส่วนร่วมได้บ้าง ในการทำให้ระบบการศึกษาและการเรียนรู้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชนแต่ละคน
โมเดล “ตาข่ายการศึกษา” หรือตะแกรงร่อนที่เข้ามาร่วมกันรองรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจากมิติต่าง ๆ เกิดขึ้นด้วยโครงสร้างของผู้จัดการศึกษาในระบบการศึกษาไทย นอกเหนือจากภาครัฐที่จัดการศึกษาในระบบ คือ โรงเรียนในสังกัดหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนการจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย นอกจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่จัดการศึกษาโดยรัฐ ยังกระจายความเป็นเจ้าของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปยังสถาบันทางสังคม ได้แก่ ครอบครัว สถานประกอบการ สถาบันศาสนา บุคคล องค์กรวิชาชีพ องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (ตามมาตรา 12 แห่ง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ดังนั้น มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) จึงเป็นไปได้จริงด้วยตาข่ายการศึกษา
ตาข่ายชั้นที่ 1: สถานศึกษา (โรงเรียน) เป็นหน่วยแรกที่รู้ข้อมูลและสามารถปรับรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงได้ จึงเกิดเป็นนวัตกรรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีการปรับรูปแบบการเรียนรู้ตามบริบทของชุมชนและความต้องการ/ศักยภาพของผู้เรียนที่แตกต่างกันไป ทั้งยังจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่นได้
ตาข่ายชั้นที่ 2: สถานศึกษา (กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร.) เป็นการจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาไม่ว่าด้วยเหตุใด เพื่อให้ได้รับคุณวุฒิระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษา มีการวัดผลด้วยวิธีที่หลากหลาย ประเมินตามความแตกต่างของผู้เรียน ไม่ใช้วิธีทดสอบวิชาการเพียงด้านเดียว ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566
ตาข่ายชั้นที่ 3: สถานศึกษา (ศูนย์การเรียน โดยสถาบันทางสังคม) คือ สถานศึกษาที่เป็นตาข่ายชั้นสุดท้าย โดยจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยเหมือนกับ สกร. แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ 1) ผู้จัดการศึกษา มิใช่รัฐแต่เป็นสถาบันทางสังคม เช่น มูลนิธิ, สมาคม, องค์กรชุมชน, สถานประกอบการ เป็นต้น 2) สังกัด สพฐ. โดยผู้อนุญาตจดจัดตั้งคือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3) เป็นการจัดการศึกษาเฉพาะทางเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะและพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน และ 4) ไม่มีกำหนดเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู (ตามมาตรา 53 แห่ง พรบ.การศึกษาของชาติ 2542) ฉะนั้น พ่อแม่ ปราชญ์ชุมชน เจ้าหน้าที่ อบต. กลุ่มแม่บ้าน ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ผู้ประกอบการ ธุรกิจเอกชน ฯลฯ ทุกคนเป็นครูของผู้เรียนได้ นอกจากนี้การวัดและประเมินผล ให้ประเมินตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และสามารถวัดและประเมินผลร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมจัดการศึกษาได้ ฉะนั้น จะไม่มีผู้เรียนคนใดสอบไม่ผ่าน สถานศึกษาต้องหาเครื่องมือที่เหมาะสมมาประเมินผู้เรียนตามศักยภาพ
ตาข่ายชั้นที่ 4: กลไกเชิงพื้นที่ หรือ “ตำบลต้นแบบ” คือ การที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล มาร่วมเป็นหุ้นส่วนการจัดการศึกษากับสถานศึกษา (โรงเรียน, สกร., และศูนย์การเรียน) เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลและใช้กลไกท้องถิ่นเข้าไปสนับสนุนสถานศึกษาในการติดตามเด็กและเยาวชนได้ทันที รวมทั้งร่วมออกแบบแผนการเรียนของผู้เรียนร่วมกัน และพัฒนาหน่วยจัดการเรียนรู้ชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของท้องถิ่นในการกำหนดอนาคตของชุมชนผ่านการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต และต่อยอดการพัฒนาชุมชนในเรื่องต่าง ๆ ให้ยั่งยืนต่อไป
ตาข่ายชั้นที่ 5: เครื่องมือเทคโนโลยี “โรงเรียนมือถือ” เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยอำนวยการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกสถานที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ซึ่งระบบโรงเรียนมือถือกำลังพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันจากความร่วมมือของ กสศ. และกระทรวงศึกษาธิการ
จากข้อมูลตาข่ายการศึกษาทั้ง 5 ชั้น หลายท่านอาจจะพอมองเห็นภาพรวมและบทบาทของตนเองที่จะเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตคนในพื้นที่ ดังตัวอย่างการขับเคลื่อนงานของ “เครือข่ายคนเลี้ยงผึ้ง” จังหวัดสุราษฎร์ธานี หน่วยจัดการเรียนรู้ภายใต้โครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ. ที่ออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงคนทุกช่วงวัยในพื้นที่ด้วยการสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และพัฒนาหลักสูตร “รักษ์ถิ่นวิภาวดี” ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ที่ร่วมคิดร่วมทำ และช่วยประสานกับหน่วยงานระดับพื้นที่อำเภอวิภาวดี จนเกิดเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ประกอบด้วย 1) ประวัติศาสตร์ 2) ภูมิปัญญาด้านอาชีพ เช่น การทำผ้ามัดย้อม การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Eco Print การทำไม้กวาดดอกหญ้า 3) ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม เช่น การเลี้ยงผึ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4) ภูมิปัญญาด้านอาหาร 5) ศาสนพิธีและการละเล่น 6) การท่องเที่ยวชุมชน บรรจุอยู่ในศูนย์การเรียนรู้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และ 11 โรงเรียนในพื้นที่ที่สามารถนำมาเทียบโอนหน่วยกิตและเก็บเป็นเครดิตแบงก์สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังสนับสนุนให้นำ “การเลี้ยงผึ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” มาสร้างการเรียนรู้เรื่องอาชีพและรายได้ให้แก่นักเรียนด้วยการทำสบู่น้ำผึ้งขายอีกด้วย
นอกจากนั้นยังมีตัวอย่างการดำเนินงานของ “เทศบาลตำบลลำปางหลวง” จังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการพัฒนาตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นในการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ของเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. ซึ่งได้พัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นศูนย์กลางในการจัดการศึกษาเรียนรู้แบบ “ยืดหยุ่น แยบยล ยั่งยืน” ไม่ทำแล้วจบ แต่มีการต่อยอดอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้าง Hub Unit of Education หรือตำบลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ เพราะทุกที่คือการเรียนรู้ และทุกการเรียนรู้คือชีวิต โดยมีภาคีทั้งในและนอกพื้นที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานจนเกิดเป็น “เกาะคาโมเดล” ต้นแบบการทำงานของทั้ง 12 อำเภอในจังหวัดลำปาง ทั้งยังขับเคลื่อนงานเพื่อตอบโจทย์มาตรการ Thailand Zero Dropout ด้วยการสร้างทีมระดับเทศบาลและตำบลสำรวจข้อมูลเด็กและเยาวชนจากหลายแหล่ง เพื่อนำมาทำเป็นข้อมูลส่วนกลางสำหรับวางระบบการทำงานร่วมกันในพื้นที่ โดยตั้งเป้าว่า ในปี 2568 ทต.ลำปางหลวง จะเป็นตำบล Zero Dropout เด็กและเยาวชนทุกคนจะไม่หลุดจากระบบการศึกษา แต่ต้องได้รับการศึกษาตามความถนัด ตอบโจทย์ความต้องการ และสอดคล้องกับบริบทชีวิต
กล่าวได้ว่าโมเดล “ตาข่ายการศึกษา” ทำให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากมีการดึงศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน ทั้งสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันอำนวยทรัพยากร ทั้งสถานที่ เครื่องมือ บุคลากร และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการจัดการศึกษาให้ครอบคลุมความหลากหลาย และข้อจำกัดของบริบทเด็กและเยาวชนและคนทุกช่วงวัย อีกทั้งการมี “วุฒิการศึกษา” จะช่วยเป็นใบเบิกทางที่นำพาชีวิตของทุกคนก้าวไปสู่การเรียนรู้ในเส้นทางใหม่ ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการนำทักษะวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิต ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า สามารถพึ่งพาตนเองและดูแลครอบครัวไปพร้อมกับส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ไปสู่รุ่นลูกหลานในอนาคตได้อย่างมั่นคง
ที่มา: วารสารการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. (ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2567, ตาข่ายการศึกษาโดย: พิมพ์ชนก จอมมงคล ครูศูนย์การเรียน CYF)

#กสศ. #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#สร้างโอกาส #สร้างงาน #สร้างชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน
#ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน
#แรงงานนอกระบบ #เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ #ผู้ด้อยโอกาส

#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

ทุกความฝัน เป็นโอกาสแห่งการสร้างสรรค์ การมีชีวิตที่ดีงาม ่ฮ่องสอน
07/01/2025

ทุกความฝัน
เป็นโอกาสแห่งการสร้างสรรค์ การมีชีวิตที่ดีงาม
่ฮ่องสอน

Address

98/1 ถนนขุนลุมประพาส ต.จองคำ อ.เ

58000

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Abe-แม่ฮ่องสอน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share