Nueng The One ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Nueng The One, อำเภอบ่อเกลือ ตำบลดงพญา จังห, Amphoe Pua.

🥑 NuEnG - The One (Ketodaddy)
♍♌ ดูดวง โหราศาสตร์ไทย / ไพ่ธาโร่
🏋️ SMART Certified Personal Trainer
☣️ Anti-aging Biohack
🧩 Senior Cuber
💪 Bodybuilder
🥋 Black belt (Shodan) Judoka
🧑‍🤝‍🧑 Father ฃ่องนี้ผมอยากจะใฃ้เป็นฃ่องทางในการสื่อสารเรื่องของประสบการณ์การลดน้ำหนัก โดยใฃ้วิธี คีโตเจนนิคไดเอท และ การทำฟาสติ้ง สำหรับบุคคลที่สนใจ

เปิดรับลูกค้าที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยเน้นทั้งเรื่องของโภชนาการและการออก

กำลังกายที่เหมาะสมกับคุณ โดยเฉพาะคนที่อายุมากกว่า 30 ขึ้นไป แล้วต้องการมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น

SMART Certified Personal Fitness Trainer
SMART Certified Exercise Nutrition & Supplements Specialist


กสิกรไทย 082-2-82227-4 ศิวสรรค์ เชี่ยวพิมลพร

เริ่ม...
10/05/2026

เริ่ม...

ประกาศ... มีพัสดุที่ส่งให้แฟนเพจ หายไป 1 ชิ้น ได้เคลมเป็นเศษเงินมา.... แต่ก็ยังไม่รู้จะได้เคลมหรือเปล่านะ ผมจะส่งอันใหม่...
09/05/2026

ประกาศ... มีพัสดุที่ส่งให้แฟนเพจ หายไป 1 ชิ้น ได้เคลมเป็นเศษเงินมา.... แต่ก็ยังไม่รู้จะได้เคลมหรือเปล่านะ ผมจะส่งอันใหม่ไปให้คนที่สั่ง

ต่อจากนี้จะไม่ส่งเจ้านี้อีกแล้ว สำหรับคนที่จะสั่ง กรุณาพยายามมารับด้วยตัวเอง หรือไม่ก็เรียก grab มารับที่บ้านผมนะครับ เข็ดแล้วไม่อยากส่งของเลย

เอาจริงๆถ้ามันวุ่นวายนัก จะเลิกสั่งให้แล้วนะครับ รอบนี้อาจจะเป็นรอบสุดท้าย

08/05/2026

โพแทสเซียมมันเริ่มจากขี้เถ้าไม้ในหม้อของมนุษย์ยุคเก่า แล้วค่อยถูกวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ดูสุภาพขึ้นว่า potassiumคำนี้เลยมีรากแบบบ้าน ๆ มากครับ จาก pot ash กลายเป็น potash แล้วกลายเป็น potassium.

เชื่อไหมหล่ะครับว่า โพแทสเซียม คือชื่อธาตุที่เริ่มจากขี้เถ้าในหม้อ

เวลาเราได้ยินคำว่าโพแทสเซียมยุคนี้ ภาพแรกที่ลอยขึ้นมาในหัวมักเป็นเรื่องสุขภาพ กล้ามเนื้อ ตะคริว ความดัน หัวใจ หรือไม่ก็กล้วยหนึ่งลูกที่ถูกจับขึ้นมาเป็นพระเอกบ้าง ผู้ร้ายบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะ fiat หรือ unfiat แต่เขาเป็นตัวละครประจำบทความโภชนาการอยู่บ่อย ๆ ชื่อมันฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์มาก เหมือนเกิดมาในห้องแล็บ สวมเสื้อกาวน์สีขาว มีเครื่องแก้วเรียงราย มีนักเคมีหน้าตาจริงจังยืนพยักหน้าช้า ๆ อยู่ข้างหลัง ประมาณนั้น

พอไล่กลับไปดูรากคำจริง ๆ กลับพบว่าเรื่องมันบ้านกว่านั้นเยอะครับ

คำว่า potassium มาจากคำว่า potash ส่วนคำว่า potash ก็มาจากภาพง่ายมาก คือ pot ash หรือเถ้าในหม้อ เดิมทีคนเอาเถ้าไม้มาแช่น้ำ แล้วนำของเหลวนั้นไประเหยในหม้อเหล็กจนเหลือสารด่างตกค้างอยู่ แล้วสารพวกนี้มีสารประกอบของโพแทสเซียมอยู่มาก มันเลยถูกเรียกรวม ๆ ว่า potash

pot ash แปลตรงตัวได้ว่า ขี้เถ้าในหม้อ หรือ เถ้าจากหม้อ แยกคำแบบง่าย ๆ คือ
pot = หม้อ
ash = ขี้เถ้า

พจนานุกรมรากศัพท์ก็อธิบายรากศัพท์ไว้ตรงกันว่า potash ได้ชื่อนี้จากการเอาขี้เถ้าไม้มาแช่น้ำ แล้วระเหยในหม้อเหล็ก

สมัยนี้อาจจะงงว่าทำอีท่าไหนเอาขี้เถ้ามาแช่น้ำ คนยุคก่อนมีเตาไฟ มีฟืน มีเถ้า แล้วเถ้าก็ไปเกี่ยวกับน้ำอยู่แล้ว เช่น ฝนตกใส่กองเถ้า น้ำไหลผ่านเตา เถ้าผสมกับน้ำบนพื้น หรือคนเอาน้ำล้างบริเวณเตา แล้วสังเกตว่าน้ำนั้นมีความลื่นๆ กัดมือ แสบมือ และล้างคราบมันได้ดี พอเห็นซ้ำหลายครั้ง จากของที่เหมือนขยะก็กลายเป็นของใช้งานเป็นภูมิปัญญาแบบ สังเกตของเหลือใช้

ไขมันสัตว์เหลือจากครัวก็ใช้ได้ เถ้าไม้เหลือจากไฟก็ใช้ได้ พอเอาน้ำด่างจากเถ้าไปผสมกับไขมัน จึงกลายเป็นฐานของการทำสบู่ยุคเก่า จากนั้นมนุษย์จึงเริ่มควบคุมกระบวนการ เก็บเถ้า ใส่น้ำ ชะเอาน้ำด่าง แล้วนำไปใช้ทำสบู่หรืองานล้างต่าง ๆ

แหล่งประวัติศาสตร์การทำสบู่หลายแห่งอธิบายคล้ายกันว่า มีการเก็บขี้เถ้าไม้ใส่ถังหรือภาชนะ แล้วเทน้ำผ่านเพื่อชะเอา lye (น้ำด่างจากเถ้าไม้มักมีสารกลุ่ม โพแทสเซียมคาร์บอเนต potassium carbonate)ออกมา ก่อนนำไปใช้กับไขมันสัตว์ในการทำสบู่ทีนี้พอเขามีน้ำด่างแล้ว ปัญหาต่อมาคือ จะเก็บยังไง จะขนยังไง จะทำให้แรงขึ้นยังไง

ทีนี้ในเมื่อน้ำด่างเป็นของเหลว หนัก เก็บยาก ความเข้มข้นไม่แน่นอน ถ้าต้มให้น้ำระเหยออก ก็เหลือสารแห้งสีขาว ๆ ที่เข้มข้นกว่า ขนง่ายกว่า เก็บง่ายกว่า ใช้เป็นวัตถุดิบสะดวกกว่า ตรงนี้เองที่กลายเป็น potash คือโพแทสเซียมจากเถ้าไม้ที่ถูกทำให้เข้มข้นด้วยการระเหยในหม้อเหล็ก

แหล่งประวัติศาสตร์ potash อธิบายว่า วิธีเดิมคือชะโพแทสเซียมจากขี้เถ้าไม้ แล้วระเหยน้ำในหม้อเหล็กขนาดใหญ่จนได้สารตกค้างสีขาว

นี่เป็นความงามแบบเรียบง่ายของภาษาครับ คำวิทยาศาสตร์หลายคำที่เราคิดว่าสูงส่ง บางทีมันก็เดินมาจากครัว จากเตาไฟ จากดิน จากเถ้า จากมือคนธรรมดาที่ทำซ้ำ ๆ จนเกิดความรู้ขึ้นมาโดยยังไม่ต้องเรียกมันว่าความรู้ด้วยซ้ำนี่ละครับ หลายต่อหลายครั้งที่มันเป็นการศึกษาสิ่งที่ทำกันมา ว่ามันดียังไง มันเลยเรียกว่า วิจัย ดังนั้นใครเอาวิจัยมาครอบงำดูถูกสิ่งที่โบราณทำ ก็ต้องคิดให้เยอะครับเพราะมันไม่เสมอไป

คนสมัยก่อนอาจไม่ได้พูดว่า “อืมม นฤเบศ วันนี้เราจะสกัดสารประกอบโพแทสเซียมคาร์บอเนตจากชีวมวลพืชผ่านกระบวนการชะละลายด้วยน้ำ แล้วทำให้เข้มข้นด้วยการระเหยนะ” เขาน่าจะพูดง่ายกว่านั้นมาก เอาเถ้าไม้มาแช่น้ำ แล้วต้มในหม้อให้เหลือของที่ใช้ได้

แค่นั้นเอง

ของที่ใช้ได้นั้นกลายเป็นของสำคัญมากในโลกเก่า เพราะ potash ถูกใช้ในงานทำสบู่ ทำแก้ว ทำปุ๋ย และงานอุตสาหกรรมอีกหลายอย่าง รายงานของ USGS เล่าว่า potash ในยุคแรกมาจากขี้เถ้าไม้ และถูกใช้ในงานแก้ว สบู่ รวมถึงบางการใช้ทางการแพทย์ในยุคเก่า

คนยุคเก่ามีการสังเกตว่า ตรงไหนที่มีขี้เถ้าไม้ ดินตรงนั้นบางครั้งดูร่วนขึ้น พืชบางชนิดขึ้นดีขึ้น เขาจะเห็นวงจรนี้ซ้ำ ๆ

ฟืนถูกเผาเป็นเถ้า
เถ้าถูกกวาดออกจากเตา
เอาไปโรยทิ้งหลังบ้านหรือแปลงปลูก
ฝนตก น้ำซึมผ่านเถ้า
ฤดูกาลถัดมาเห็นว่าดินตรงนั้นเปลี่ยน หรือพืชบางอย่างตอบสนองดี

มันจึงน่าจะเกิดจากการเห็นซ้ำ ทำให้รู้ว่าpotash มีความเป็นด่าง และมีแร่ธาตุบางส่วนที่พืชใช้ได้ เช่นโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม แหล่งเกษตรของ University of Georgia อธิบายว่า wood ash มีคุณสมบัติคล้ายวัสดุปูนปรับดิน และมีธาตุอาหารพืชบางชนิด จึงถูกใช้เป็น soil amendment หรือวัสดุปรับปรุงดินได้

ในอเมริกายุคอาณานิคมและยุคบุกเบิก potash ไม่ใช่แค่ของใส่ต้นไม้เฉย ๆ มันกลายเป็นของมีราคาได้ด้วย Plainfield Massachusetts Historical Society เล่าว่าในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1700 ถึงต้น 1800 การผลิต potash จากขี้เถ้าไม้มีมูลค่ามาก ถึงขั้นขี้เถ้าแห้งขายกันเป็น bushel และเป็นเหมือนรายได้เสริมของครอบครัว

University of Georgia Extension ระบุว่าในสหรัฐฯ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1700 ถึงต้น 1900 มีการเผาไม้เพื่อผลิตขี้เถ้า แล้วนำไปสกัดเป็น potash โดยใช้หลัก ๆ เพื่อทำ ปุ๋ย และใช้เป็นด่างในอุตสาหกรรม ส่วน JSTOR Daily ก็เล่าว่า potash ยังใช้เป็นปุ๋ยมาถึงปัจจุบัน เพียงเปลี่ยนจากการต้มขี้เถ้าไม้ในหม้อ มาเป็นการขุดแร่โพแทสเซียมแทน

ตรงนี้แหละครับทำให้เรื่องโพแทสเซียมน่าสนุกขึ้น เพราะมันไม่ได้เริ่มจากการประกาศค้นพบอย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่ต้นอะไรเลย มันแค่เริ่มจากสิ่งที่มนุษย์เห็นประโยชน์ก่อน เห็นว่าขี้เถ้าที่ผ่านน้ำ ผ่านไฟ ผ่านหม้อ สามารถให้สารบางอย่างที่นำไปใช้งานได้ ต่อมาวิทยาศาสตร์จึงค่อยเดินเข้ามา แยกแยะ ตั้งชื่อ อธิบาย และจัดวางมันลงในตารางธาตุ

ในปี 1807 Humphry Davy แยกธาตุโพแทสเซียมออกมาได้จาก potash หรือ potassium hydroxide ด้วยกระบวนการไฟฟ้าเคมี โป๊ะเชะ แล้วนะครับ Royal Society of Chemistry ระบุว่า Davy ตั้งชื่อ potassium ตามสารตั้งต้นที่เขาใช้แยกธาตุนี้ออกมา คือ potash ส่วน Britannica ก็ระบุว่า Davy แยกโพแทสเซียมได้ในปี 1807 โดยสลาย potassium hydroxide หลอมเหลวด้วยแบตเตอรี่แบบ voltaic battery นี่คือวันที่โพแทสเซียมได้สถานะเป็นธาตุทางเคมีจริง ๆ

จนช่วงปี 1840 Justus Liebig เสนอว่าโพแทสเซียมเป็นธาตุจำเป็นสำหรับพืช และดินจำนวนมากขาดโพแทสเซียมได้ ความรู้นี้ทำให้ความต้องการเกลือโพแทสเซียมเพื่อเกษตรเพิ่มขึ้นมาก นี่คือจุดที่ รู้ว่าโพแทสเซียมจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต จุดนี้ไม่ได้เริ่มจากมนุษย์ก่อนด้วยซ้ำ มันเริ่มชัดมากในโลกของพืช

จากนั้นมันค่อย ๆ ชัดขึ้นจากสรีรวิทยา โภชนาการ และการแพทย์คลินิก โดยแก่นใหญ่คือโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุและอิเล็กโทรไลต์จำเป็น อยู่ในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เป็นไอออนหลักในเซลล์ และจำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ ปริมาตรน้ำในเซลล์ ความต่างศักย์ไฟฟ้าข้ามเยื่อหุ้มเซลล์ เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ ทำให้รู้ว่าโพแทสเซียมสำคัญต่อร่างกายมนุษย์จนขาดไม่ได้

จุดที่ทำให้แพทย์ยุคใหม่เห็นว่า บกพร่องไม่ได้ ชัดขึ้นมาก คือเมื่อวัดโพแทสเซียมในเลือดได้ง่ายและเร็วขึ้น ช่วง ทศวรรษ 1940–1950 เครื่อง flame photometer ทำให้การวัด sodium และ potassium ใน serum หรือปัสสาวะทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เรื่องวิจัยยากๆ ในห้องแล็บอีกต่อไป มีบทความระบุว่าในทศวรรษ 1940 เครื่องนี้ทำให้วัด sodium และ potassium ได้ง่ายและเร็วเป็นครั้งแรก

และงานในปี 1950 ใน Nature ก็พูดถึงการวัด serum potassium ด้วย flame photometry โดยตรง พอวัดได้จริง แพทย์จึงเห็นภาพว่าเมื่อโพแทสเซียมในเลือดต่ำ หรือ hypokalemia คนไข้อาจมีอ่อนแรง ตะคริว ท้องผูก การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ และที่สำคัญคือเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ปัจจุบันนิยามทั่วไปของ hypokalemia คือ serum potassium ต่ำกว่าค่าปกติ และหลายแหล่งใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 3.5 mmol/L หรือ mEq/L

นี่ยังมีอีกมุมที่น่ารักนะครับ คือสัญลักษณ์ของโพแทสเซียมในตารางธาตุคือ K ไม่ใช่ P หลายคนตอนเรียนเคมีอาจเคยงงว่า ทำไม potassium ถึงใช้ K คำตอบคือ K มาจาก kalium ซึ่งเป็นชื่ออีกสายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคำว่า alkali หรือสารด่าง

เอกสารรวบรวมรากศัพท์ระบุว่า potassium มาจาก potash ส่วนสัญลักษณ์ K มาจาก Latin kalium ที่โยงกับคำว่า alkali ซึ่งรากเดิมหมายถึงเถ้าหรือขี้เถ้าที่ถูกเผา

พอมองแบบนี้ คำว่า potassium จึงเหมือนมีสองเส้นทางเดินอยู่ในตัวเดียวกัน เส้นหนึ่งเดินผ่านภาษาอังกฤษ จาก pot ash เป็น potash แล้วกลายเป็น potassium อีกเส้นหนึ่งเดินผ่านคำละตินว่า kalium จนเหลือร่องรอยไว้ในตัว K บนตารางธาตุ

เรื่องนี้สอนอะไรเราแบบเบา ๆ ได้หลายอย่าง

อย่างแรก ความรู้จำนวนมากไม่ได้เริ่มจากความหรูหรา วิจัยหรือห้องแล็บ มันเริ่มจากการสังเกตของคนธรรมดา เริ่มจากสิ่งที่ทำซ้ำในชีวิตประจำวัน แล้วค่อย ๆ ถูกจัดระเบียบจนกลายเป็นวิทยาศาสตร์ในภายหลัง

อย่างที่สอง ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ดูเย็นชา บางครั้งมีเรื่องเล่าของมนุษย์ซ่อนอยู่ ถ้าเราแกะมันออกอย่างใจเย็นๆ เราจะพบว่าโลกไม่ได้แบ่งแยกห้องครัวออกจากห้องแล็บชัดขนาดนั้น เตาไฟ หม้อ ขี้เถ้า น้ำ การต้ม การระเหย ล้วนเป็นญาติห่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น

อย่างที่สาม เวลาเราพูดถึงสารอาหารอย่างโพแทสเซียม เราอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยศัพท์ยากๆเสมอไป เริ่มจาก pot ash ก็ได้ จากภาพขี้เถ้าในหม้อก็ได้ เพราะภาพแบบนี้ทำให้คนจำได้ง่ายกว่า แล้วค่อยเดินต่อไปหาหน้าที่ของโพแทสเซียมในร่างกาย เช่น การทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ สมดุลน้ำ และความดันโลหิตในภายหลัง

นี่แหละเสน่ห์ของปกิณกะความรู้ มันไม่ต้องยืนบนเวทีแล้วประกาศว่าเรารู้มาก ไม่ต้องมีฉันทามติ ไม่ต้องเอาเมต้าอะนาไลสิสใดๆมาบอกแล้วเราถึงเชื่อ มันแค่ชวนกันมองคำธรรมดาคำหนึ่งให้ช้าลง แล้วพบว่าในคำเดียว มีทั้งเตาไฟ มีทั้งหม้อ มีทั้งขี้เถ้า มีทั้งนักเคมี มีทั้งตารางธาตุ

โพแทสเซียมจึงไม่ใช่แค่ธาตุหมายเลข 19 ในตารางธาตุ

ความหมายของคำๆหนึ่งที่เดินทางมาจากขี้เถ้าไม้ในหม้อ แล้วไปนั่งอยู่ในตำราเคมีอย่างสุภาพเรียบร้อยเหมือนคนบ้าน ๆ ที่แต่งตัวดีขึ้นตามกาลเวลา โดยยังไม่ลืมรากเหง้าว่าตัวเองเคยมาจากเตาไฟครับ

ผิด ตก ยกเว้น
#กูต้องรู้มั๊ย
#ม้วนหางสิลูก

08/05/2026
08/05/2026
06/05/2026

คุยสนุกๆกันครับ.... มีคุยเรื่องการสั่ง One Light ด้วยนิดนึงนะ

06/05/2026

วันนี้มาคุยกันเรื่อง ทุเรี๊ยน ทุเรียน

ที่อยู่

อำเภอบ่อเกลือ ตำบลดงพญา จังห
Amphoe Pua
55220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nueng The Oneผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Nueng The One:

แชร์