แอบ ดู จิต Peek-A-Boo

  • Home
  • แอบ ดู จิต Peek-A-Boo

แอบ ดู จิต Peek-A-Boo แอมมองเธออยู่นะจ๊ะ | Psychotherapist | Hypnotherapist | Spiritualist ♡

แค่ยิ้ม_ก็เปลี่ยนทั้งโลกได้ ☺️ ➕ 🌏รอยยิ้มของคุณ...ยังมีความหมายแม้คุณจะลืมไปว่ามันเคยงดงามแค่ไหนก็ตามลองหลับตาซักครู่แล้...
27/06/2025

แค่ยิ้ม_ก็เปลี่ยนทั้งโลกได้ ☺️ ➕ 🌏
รอยยิ้มของคุณ...ยังมีความหมาย
แม้คุณจะลืมไปว่ามันเคยงดงามแค่ไหนก็ตาม
ลองหลับตาซักครู่
แล้วถามตัวเองเบา ๆ ว่า
ครั้งสุดท้ายที่เรายิ้มจากใจคือเมื่อไหร่❓
บางทีชีวิตอาจจะพาเรา (วิ่ง) จนลืมไปว่า
กำลังวิ่งผ่านช่วงเวลาที่งดงาม
ไปเหมือนกันโดยไม่รู้ตัว
รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เคยอยู่บนใบหน้า
บางครั้งอาจถูกความเหนื่อยล้า
ความกังวล ความสงสัย
หรือแม้แต่ความเศร้าซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
แต่คุณรู้ไหม❓เพียงแค่ รอยยิ้มเดียวจากใจ
สามารถเปลี่ยนวันที่มืดมน
ให้กลายเป็นวันที่อบอุ่นขึ้นมาได้
ความสุข _ ไม่ได้อยู่ไกลจากเรา
ความสุข ไม่ใช่ปลายทาง
แต่คือ ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราอาจมองข้าม
เช่น การได้เห็นคนที่เรารักหัวเราะ
การได้กอดใครสักคนแน่น ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไร
หรือแม้แต่การได้นั่งเงียบ ๆ กับตัวเอง
และบอกตัวเองว่า "วันนี้เราก็เก่งมากแล้วนะ"
เมื่อคุณเริ่ม ทบทวนความสุข ครั้งสุดท้าย
คุณอาจพบว่า มันไม่ได้ยิ่งใหญ่
แต่มัน ...ลึกซึ้ง... และ...จริงแท้
ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
😊รอยยิ้ม...คือของขวัญที่มีชีวิต
รอยยิ้มของคุณ
ไม่ได้แค่ทำให้ใบหน้าเปล่งประกาย
แต่มันส่งพลังบวกออกไปสู่รอบตัว
มันเป็นภาษาสากล ที่แม้คนไม่รู้จักกัน
ก็สามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นได้
🙂ยิ้มของคุณอาจ
ทำให้คนข้าง ๆ รู้สึกปลอดภัย
🙂ยิ้มของคุณอาจ
เป็นแสงสุดท้ายในวันที่มืดมนของใครบางคน
🙂ยิ้มของคุณอาจ
เป็นแรงใจให้ตัวเองลุกขึ้นอีกครั้ง
สุขภาพใจดี_สุขภาพกายก็ดีตาม
เมื่อใจยิ้ม กายก็คลาย
📢หลายงานวิจัยยืนยันว่า
😄การยิ้มช่วยลดความเครียด
😄ลดฮอร์โมนความเครียด
😄เสริมภูมิคุ้มกัน
กระตุ้นสารแห่งความสุขในสมอง
สุขภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร
หรือการออกกำลังกาย
แต่คือการรู้จัก ยิ้มให้ชีวิต
แม้ในวันที่มันไม่น่ารักที่สุด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เราจะยิ้มและผ่านมันไปด้วยกัน
ไม่มีชีวิตใครที่จะมีแต่เรื่องสมบูรณ์แบบ
แต่เราสามารถเลือกที่จะอยู่กับมันอย่างอ่อนโยน
หากวันนี้คุณกำลังเผชิญเรื่องหนัก
ขอให้คุณพักใจไว้ตรงนี้
แล้วยิ้มให้ตัวเองเงียบ ๆ
คุณผ่านมาได้เสมอ
และครั้งนี้ก็จะเช่นกัน
😁สุดท้ายนี้ผมขอให้คุณลองยิ้มให้ตัวเองสักครั้ง
😁ยิ้มให้กับสิ่งที่คุณเป็น
🙂ยิ้มให้กับทุกความพยายาม
🙂ยิ้มให้กับคนที่คุณรักแม้บางคนจะอยู่ไกล
รอยยิ้มของคุณยังมีความหมาย
แม้คุณจะลืมไปว่ามันเคยงดงามแค่ไหนก็ตาม
แค่คุณยิ้ม โลกทั้งใบก็เริ่มสว่างขึ้นแล้ว
☺️ยิ้มให้ตัวเองนะวันนี้
เพราะคุณคู่ควรกับความสุขเสมอ
🥰ใครอ่านจบขอหัวใจ 🩵คนละ 1 ดวงนะครับ
🥰ใครอยากให้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องอะไรทักแชทบอกได้นะครับ

ลุงเอเขียน หลานเฟิร์สวาด

คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม ❓ ทุกครั้งที่คุณล้ม ทุกครั้งที่คุณถามตัวเองว่า เมื่อไหร่จะพ้นช่วงนี้สักทีขอให้คุณรู้ไว้ว่า > คุณไม่ไ...
24/06/2025

คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม ❓
ทุกครั้งที่คุณล้ม ทุกครั้งที่คุณถามตัวเองว่า
เมื่อไหร่จะพ้นช่วงนี้สักที
ขอให้คุณรู้ไว้ว่า > คุณไม่ได้ผิดอะไรเลย
เพราะเมื่อจังหวะของเรามาถึง
ทุกสิ่งจะงดงามพอดี
บทเพลงของชีวิตที่บรรเลง
ด้วยจังหวะเฉพาะของหัวใจคุณ
ในจักรวาลนี้ไม่มีจังหวะใดที่ผิดจังหวะ
ไม่มีใครที่มาช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป
ทุกอย่างมาถึงเสมอ
ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
แม้บางครั้งคุณอาจรู้สึกว่า
“ ทำไมยังไม่ถึงเวลา ”

และแม้บางครั้งคุณอาจรู้สึกว่า
“ ทำไมเรายังไม่เปลี่ยน
ไปแบบที่ใจอยากจะเป็นไม่ได้สักที ”
แต่ขอให้คุณรู้ไว้เถอะว่า
คุณไม่ได้ช้า
คุณแค่ยังไม่ถึงจังหวะของตัวเอง
ชีวิตของแต่ละคนมี "ความถี่" เฉพาะ
บางคนมาเร็ว
บางคนมาในจังหวะช้าและลึก
เหมือนต้นไม้คนละพันธุ์
ต้นหนึ่งโตไว แตกใบเร็ว
อีกต้นใช้เวลานานกว่าจะผลิใบ
แต่กลับยืนยงกว่าต้นไหน ๆ
จงอย่าเปรียบเทียบจังหวะของหัวใจคุณ
กับใครในโลกนี้เลย
เพราะจังหวะของคุณ " มันศักดิ์สิทธิ์ "
และถูกบรรจงออกแบบมาเพื่อ
" ชีวิตของคุณ " เท่านั้น
คุณแค่กำลังจะเปลี่ยนจังหวะชีวิต
ไปอีกเฟสหนึ่ง
และมันกำลังเตรียมพื้นที่
ในใจของคุณให้ " พร้อม " อย่างลึกซึ้ง
เพราะอะไรบางอย่างในจักรวาล
จะไม่เกิดขึ้น
จนกว่าคุณจะพร้อม "อย่างแท้จริง"
และเมื่อคุณพร้อม
เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็จะเรียงร้อย
เข้ามาอย่างงดงาม
เหมือนจักรกลในนาฬิกาโบราณ
ที่แม้จะเคลื่อนช้า
แต่มันเที่ยงตรงเสมอ
คุณไม่ต้องเร่งตัวเองอีกต่อไป
แต่จง ให้โอกาสตัวเอง
ได้รักตัวเองในแบบที่เป็น
ไม่ใช่ในแบบที่โลกอยากให้เป็น
คุณไม่ต้องพยายามจะ "ดีพอ"
แต่ขอให้คุณ หยุดสักนิด
แล้วฟังเสียงลึก ๆ ในใจว่า
“ ฉันดีพอแล้วหรือยัง
ที่จะยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง ”
เพราะวันไหนที่คุณยอมรับสิ่งนั้นได้
วันนั้นแหละ
คือวันที่จังหวะของคุณ
จะเปล่งเสียงงดงามที่สุด
เหตุการณ์ในชีวิต
ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่
ไม่ว่าเจ็บหรือสุข
มันล้วนเป็นประสบการณ์ศักดิ์สิทธิ์
ที่ถูกส่งมาเพื่อขัดเกลา
ไม่ใช่ให้คุณเจ็บ
แต่ให้คุณ " แจ่มแจ้ง "
เมื่อคุณเริ่มมองมันด้วยใจที่เปิดออก
คุณจะเริ่มเห็นความงามแม้ในวันที่มืดหม่น
คุณจะเริ่มเข้าใจว่า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับฉัน
มันไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อทำร้าย
แต่มันเกิดขึ้นเพื่อปลุกฉัน
ให้ตื่นจากการลืมตัวเอง
ในวันนี้ ฉันอยากให้คุณหันมองตัวเองใหม่
อยากให้คุณกอดตัวเองแน่น ๆ
ไม่ใช่เพราะคุณ “ สมบูรณ์แบบ ”
แต่เพราะคุณ “ เป็นมนุษย์ ”
และมนุษย์ทุกคน
มีจังหวะงดงามของตัวเอง
ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
จงอย่าเร่งตื่น ถ้ายังอยากนอน
แต่เมื่อคุณพร้อม
ขอให้คุณตื่นอย่างลึก
ตื่นอย่างรักตัวเอง
ตื่นอย่างซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง
และตื่นเพื่อใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
เพราะเมื่อคุณตื่น
คนที่คุณรักก็จะตื่นตาม
คนที่อยู่รอบตัวจะสัมผัสแสงในดวงตาคุณได้
โดยที่คุณไม่ต้องพูดอะไรเลย
จังหวะของคุณงดงามอยู่แล้ว
แค่คุณอย่าทิ้งมัน
อย่าเร่งมัน
อย่าเปรียบเทียบมันกับใคร
แค่ให้โอกาสตัวเอง
ในทุกลมหายใจ
ที่จะ อยู่กับจังหวะนี้ อย่างอ่อนโยน
และเมื่อถึงเวลาคุณจะรู้เลยว่า
“ ทุกวินาทีที่ผ่านมา ไม่ได้สูญเปล่าเลย ”
จังหวะของคุณกำลังจะเปล่งเสียงแล้ว
ขอให้คุณได้ยินมันด้วยหัวใจ
และขอให้คุณมีความสุข
แม้จะเป็นแค่
ชั่วขณะหนึ่งของลมหายใจ
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
👉 ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ
👉 ขอ 💓 คนละ 1 ดวงสำหรับคนที่อ่านจบ
👉 ดีใจที่ทุกวินาทีของทุกคนที่อ่านตรงนี้ไม่ได้สูญเปล่าเลย
👉 อยากให้ผมเขียนเรื่องอะไรเม้นบอกกันด้วยนะครับ

เอเขียน บีวาด

" บาดแผล คือ ปุ๋ย ของหัวใจ " 🫀บทเรียนชีวิตจากชายผู้ใช้ความเจ็บสร้างความงามซึ่งไม่มีใครในโลกเข้าใจบาดแผลของคุณได้ดีเท่าตั...
23/06/2025

" บาดแผล คือ ปุ๋ย ของหัวใจ " 🫀
บทเรียนชีวิตจากชายผู้ใช้ความเจ็บสร้างความงาม
ซึ่งไม่มีใครในโลกเข้าใจบาดแผลของคุณ
ได้ดีเท่าตัวคุณเอง
ทุกคนมีบาดแผล
ไม่ว่าเราจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม
มันอยู่ตรงนั้นในซอกหลืบของความทรงจำ
บางแผลเล็ก
บางแผลลึก
บางแผลเราแทบไม่รู้ตัว
จนกระทั่งวันหนึ่งมันแสดงผล
ผ่านพฤติกรรมที่เราเองก็ไม่เข้าใจ
# และผมเองก็ไม่ต่างกัน
ผมเคยผ่านแผลที่ลึก
จนเกือบไม่อยากมีชีวิตอยู่เหมือนกันครับ
เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
เคยคิดว่ากูจะเกิดมาแค่เพื่อเจ็บหรอ...🫀
แต่วันนี้
เมื่อผมหันกลับไปมองแผลเหล่านั้นอีกครั้ง
ผมเห็นสิ่งที่ต่างออกไป
ผมเห็นว่ามันคือ " ปุ๋ย " 🫀
แผลเล็ก ๆ ที่เคยโดนคำพูดบั่นทอนคุณค่า
แผลใหญ่ ๆ ที่เกิดจากการสูญเสียความเชื่อใจ
แผลที่มาจากการแบกคนอื่นไว้จนลืมดูแลตัวเอง
ทั้งหมดนั้น
ไม่เคยหายไป
แต่มันแค่ เปลี่ยนสถานะ
จากความเจ็บปวด
กลายเป็นดิน
ที่ทำให้ เมล็ดแห่งความเข้าใจตัวเอง
งอกงามขึ้นมา
แผลของผม
ไม่เคยทำให้ผม " แย่ลง "
อย่างที่ผมเคยกลัว
ตรงข้ามคือมันกลับ " ขัดเกลา "
ผมให้มองชีวิตลึกขึ้น
อ่อนโยนขึ้น
และที่สำคัญมันทำให้ผม
เห็นคนอื่นด้วยใจ ไม่ใช่แค่ตา 🫀
ผมเริ่มเข้าใจว่า
ไม่มีใคร - ไม่เคยเจ็บ
ไม่มีใครที่ - ไม่อยากมีความสุข
และไม่มีใครอยากรู้สึกโดดเดี่ยว
ในขณะที่เขากำลังพัง
วันนี้
ผมไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบ
แต่ผมเป็นคนที่ “พร้อมจะอยู่กับตัวเอง”
ได้อย่างสงบ
ผมไม่ต้องหนีความเศร้า
ผมไม่ต้องกดทับความกลัว
ผมแค่ " อยู่กับมัน " ให้ลึกพอ
จนมันค่อย ๆ คลายตัวไปเอง
เหมือนหมอกในยามเช้า
ที่สลายไปเมื่อแสงอาทิตย์ส่องมา
ผมอยากบอกทุกคนที่กำลังเจ็บว่า
คุณไม่ต้องรีบรักษาแผล
คุณไม่ต้องทำเหมือนว่า " ไม่เป็นไร "
เพราะแผลทุกแผล
คือดินอันอุดม ที่จะทำให้หัวใจ
คุณเติบโตอย่างแท้จริง
#อย่ากลัวที่จะแตกสลาย
เพราะบางครั้ง…
หัวใจที่แตกต่างหาก ที่แสงจะลอดเข้าไปได้
#คุณยังมีคุณค่า
แม้กำลังร้องไห้ - คุณยังมีพลัง
แม้วันนี้คุณจะล้ม
แต่คุณยังสามารถกลับมารักตัวเองได้
แม้จะเคยถูกทำให้เชื่อว่า
เราไม่คู่ควรกับความรัก
ผมขอเพียงให้คุณ
ได้หยุดนิ่ง
แล้วฟังเสียงของใจตัวเองอีกครั้ง 🫀
ขอให้คุณกอดตัวเองแน่น ๆ
และพูดกับตัวเองว่า
" ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ
ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว "
ไม่มีใครในโลกเข้าใจบาดแผลของคุณ
ได้ดีเท่าตัวคุณเอง 🫀
แต่เมื่อคุณเริ่มรักมัน
มันจะกลายเป็นของขวัญ
ที่คุณส่งต่อให้โลกได้ด้วยพลังอันลึกซึ้ง
สุดท้ายนี้
ผมแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
- ที่เคยเจ็บ
- เคยสับสน
- เคยท้อแท้
แต่ผมกลับมาได้ เพราะผมเริ่มต้นจากการ
" ไม่ทิ้งหัวใจตัวเองอีกต่อไป " 🫀
และผมขอส่งบทความนี้ให้คุณ
ในฐานะ " คนเคยเจ็บ " คนหนึ่ง
ที่อยากให้คุณรู้ว่า
คุณมีสิทธิ์ที่จะกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
แม้แผลจะยังอยู่…
แต่มันจะไม่เป็นเจ้าของชีวิตคุณอีกต่อไป
จากหัวใจของผม - ถึงหัวใจของคุณ
ขอให้คุณมีความสุข
แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของลมหายใจ
และนั่นก็คือความสุขที่แท้จริงที่สุดแล้ว
ทุกคนอ่านจบแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างครับ ?
และทุกคนอยากให้เขียนเรื่องไหนในชีวิตบ้าง ช่วยคอมเม้นใต้โพสต์นี้หน่อยนะครับ
ใครอ่านจบ ขอ ❤️ คนละ 1 ดวง
คนที่อ่านจบแสดงว่าคุณเป็นคนรักตัวเอง

เอเขียน บีวาด

การเป็นตัวเอง เคารพตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเอง คือจุดเริ่มของความสงบในใจ และเป็นความสุขที่แท้จริงเมื่อฉันเริ่มกลับมาเป็นตั...
20/06/2025

การเป็นตัวเอง เคารพตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเอง
คือจุดเริ่มของความสงบในใจ
และเป็นความสุขที่แท้จริง
เมื่อฉันเริ่มกลับมาเป็นตัวของฉันเอง
ฉันเคยเหนื่อย...
กับการต้องเป็นใครบางคน
ที่ใครๆ อยากให้เป็น
ฉันเคยพยายามยิ้ม ทั้งที่ข้างในมันเงียบงัน
เคยพยายามทำดี เพื่อให้ใครบางคนรักฉัน
ยอมรับฉัน หรือแม้แต่...แค่เห็นฉัน
แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่
มันก็ยิ่งเหมือนฉันค่อยๆ หายไปจากตัวเอง
จนวันหนึ่ง ฉันเงียบลง
เพียงพอที่จะได้ยินเสียงบางอย่างในหัวใจ
เสียงที่อ่อนโยน แต่ชัดเจนมาก
มันบอกฉันว่า
> < เธอไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรเลย
แค่เธอกลับมา เป็นตัวเอง ก็พอแล้ว
ฉันเริ่มมองกระจกด้วยสายตาที่อ่อนลง
เริ่มพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่นุ่มขึ้น
เริ่มยอมรับว่า ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ
แต่ฉัน " มีค่า "
และขณะนั้นเอง
ความสงบก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นในใจฉัน
ไม่ใช่จากคำสอน
ไม่ใช่จากการหนีไปไหน
แต่มันเกิดจากการที่ฉัน
กลับมายืนข้างตัวเอง
ฉันเริ่มเคารพในความรู้สึกตัวเอง
ไม่ฝืนมันอีก
ฉันซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง
ไม่เสแสร้ง ไม่ต้องแกล้งมีความสุข
เพื่อให้ใครสบายใจ
แต่มีความสุขเพราะฉัน เลือก
้เลือกที่จะยืนอยู่ในใจของฉัน
แบบอยากจะอยู่จริงๆ
สิ่งที่เปลี่ยน ไม่ใช่โลกภายนอก
แต่คือโลกภายในที่ฉันเคยหลงลืม
ฉันไม่ได้กลายเป็นคนใหม่ที่ดีพร้อม
ฉันแค่กลับมาเป็นคนเดิม
ที่รักตัวเองได้มากขึ้น
และสิ่งที่น่าแปลกคือ
เมื่อฉันหยุดพยายามเปลี่ยนใคร
หรือตามใจใคร
ความรัก ความเข้าใจ
และผู้คนดีๆ ก็เริ่มเดินเข้ามาเอง
ฉันไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาความสุขอีกต่อไป
เพราะฉัน กลายเป็นความสุขนั้นเอง
ฉันเชื่อว่า
เราทุกคนมีแสงเล็กๆ อยู่ในหัวใจ
มันรอแค่เรากลับมาจุดมันขึ้น
ไม่ต้องไปไกล ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร
แค่กลับมาดูแลใจตัวเองให้ดีพอ
เพราะเมื่อใจเราสงบ ทุกอย่างรอบตัวจะเปลี่ยน
เราจะดึงดูดความสว่างเข้ามาในชีวิต
โดยไม่ต้องพยายามเลย
และใช่ครับ
เราทำให้ใครมีความสุขไม่ได้จริงๆ
ถ้าในใจเรายังว่างเปล่า
แต่เมื่อเรามีมันอยู่ข้างใน
แค่เรา เป็นเรา
โลกก็อุ่นขึ้นโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
ถ้าคุณได้อ่านถึงตรงนี้
บางที น้ำตาอาจจะเริ่มซึม
ไม่ใช่เพราะความเศร้า
แต่เพราะหัวใจคุณเริ่มจำได้ว่า
คุณ มีคุณค่า ตั้งแต่วันที่คุณลืมตาดูโลกแล้ว
คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกเลย
แค่เคารพตัวเองอย่างซื่อสัตย์
และใช้ชีวิตเป็นตัวเองในทุกๆ วัน
นั่นแหละ
คือของขวัญที่คุณให้โลกได้
โดยเริ่มจากการให้กับตัวเองก่อนเสมอ
หากบทความนี้สะท้อนเสียงในใจคุณ
ฉันขอให้คุณใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นใหม่
ในการกลับมารักตัวเอง
แบบที่ไม่ต้องรอให้ใครเข้าใจ
เพราะเมื่อคุณรักตัวเองจริงๆ
คุณจะไม่ต้องพยายาม เป็นแสงสว่างของใคร
แต่คุณจะเป็นแสงนั้นเอง โดยธรรมชาติ

🕊️

เอเขียน บีวาด

" ไม่มีใครทำร้ายคุณได้... เท่ากับตัวคุณเอง " ประโยคนี้ไม่เกินจริง 🥹❓บางครั้ง… คนที่ทำร้ายเราได้มากที่สุดไม่ใช่คนที่พูดจา...
19/06/2025

" ไม่มีใครทำร้ายคุณได้... เท่ากับตัวคุณเอง "
ประโยคนี้ไม่เกินจริง 🥹❓
บางครั้ง… คนที่ทำร้ายเราได้มากที่สุด
ไม่ใช่คนที่พูดจาทิ่มแทง
ไม่ใช่คนที่ทอดทิ้งเราในวันที่เราต้องการ
ไม่ใช่คนที่ลืมคุณค่าของเรา
แต่คือ ตัวเราเอง…
เสียงหนึ่งในใจที่คอยตัดสิน
คอยตำหนิ คอยดึงเรา
ให้กลับไปอยู่กับอดีตที่เจ็บปวด
ความรู้สึกผิดที่ยังไม่หาย
ความเสียใจที่ยังไม่ได้รับการกอด
ความกลัวว่าตัวเองไม่ดีพอ
เราเฆี่ยนตีตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า…
แม้วันที่ไม่มีใครแตะต้องเราได้อีกต่อไป
คุณเคยร้องไห้เงียบ ๆ
ในห้องที่ปิดไฟไว้ไหม 🥹 🖤❓
คุณเคยเกลียดตัวเอง
ถึงขนาดอยากเป็นคนอื่นไหม 🤡❓
คุณเคยรู้สึกเหมือนไม่คู่ควรกับความรัก…
แม้เพียงจากตัวเองไหม 🫀❓
และในความมืดนั้นเอง…เราได้เรียนรู้ว่า
การให้อภัย…ไม่ใช่ของใครคนอื่นเลย
แต่มันคือของขวัญที่เราควรมอบให้ตัวเราเอง
ในวันที่ไม่มีใครให้เราแม้แต่ความเข้าใจ
ตัวเราควรเป็นคนนั้น
#การให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการให้อภัยตัวเอง
เราไม่ได้สมบูรณ์แบบ
เราทุกคนล้วนเคยทำผิด
เคยล้ม เคยเลือกผิดคน
เคยทำผิดที่ ผิดเวลา ผิดหนทาง
เคยพูดสิ่งที่ไม่น่าพูด
เคยทำสิ่งที่ไม่น่าทำ
แต่...❗ จะมีประโยชน์อะไร ❗
#ถ้าเรายังคงจับความผิดพลาดนั้นมาลงโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
#การให้อภัยตัวเองไม่ได้แปลว่าเราลืม
แต่แปลว่าเราพร้อมจะ.... วาง 🪨
ความเจ็บปวดนั้นลง
พร้อมจะหายใจเฮือกใหญ่
ให้เต็มปอดอีกครั้ง
แม้จะยังมีรอยแผล
แต่อย่างน้อยก็ได้
ปล่อยให้หัวใจเติบโต
🫂จงกอดตัวเองไว้ให้แน่นที่สุดในวันที่คุณรู้สึกแย่
คุณไม่ได้แปลกประหลาดที่เคยอ่อนแอ
คุณไม่ได้ไร้ค่าที่เคยล้มเหลว
คุณไม่ได้ต่ำต้อยที่เคยหลงทาง
💞คุณคือมนุษย์… ผู้มีหัวใจ
และหัวใจนั้นสมควรได้รับความรัก
จาก ตัวคุณเอง
👁️‍🗨️ วันนี้ลองหลับตา และพูดกับตัวเองว่า
" เราขอโทษนะ "
ที่เราเคยทำร้ายเธอมากขนาดนั้น
" เราขอบคุณนะ "
ที่เธอไม่เคยจากไป
⏰ ต่อไปนี้ เราจะไม่ตีตราเธอ
ด้วยอดีตอีกแล้ว
เราให้อภัยเธอและเราจะรักเธอ
แบบที่เธอเป็น
🥲 หากน้ำตาไหล... ปล่อยให้มันไหลเถอะ
ไม่ใช่เพราะคุณอ่อนแอ
แต่เพราะคุณเริ่ม... ปลดปล่อย
ความเศร้าที่คุณแบกไว้มาทั้งชีวิต
และเริ่มกลับมาเป็น “บ้านที่ปลอดภัย”
ให้หัวใจของตัวเองอีกครั้ง 🏡
ไม่มีใครทำร้ายคุณได้
เท่ากับตัวคุณเองทำร้ายตัวเอง
และในทางกลับกัน 🤘
#ไม่มีใครเยียวยาคุณได้เท่าตัวคุณเอง
ให้อภัยตัวเองและมอบสิ่งนี้เป็นของขวัญ
ให้กับคุณ ในขณะที่ยังหายใจอยู่

💧🕊️
เอเขียน บีวาด

⏰เวลาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และวินัยคือกุญแจที่ปลดล็อกอนาคตที่เราปรารถนาเราอาจเคยได้ยินคำพูดนี้มานับครั้งไม่ถ้วนว่า ...
14/06/2025

⏰เวลาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด
และวินัยคือกุญแจที่ปลดล็อกอนาคต
ที่เราปรารถนา

เราอาจเคยได้ยินคำพูดนี้
มานับครั้งไม่ถ้วนว่า “เวลามีค่า”

แต่ความจริงที่ลึกกว่านั้นคือ
เวลาไม่ได้มีค่าเพียงเพราะมันจำกัด
แต่เพราะมันเป็น “ต้นทุนของชีวิต”

ที่ทุกการลงทุนในปัจจุบัน
จะออกดอกออกผลในอนาคต

การมี “วินัยในการใช้เวลา”
คือการตัดสินใจอย่างตั้งใจ
ในแต่ละวัน ว่าเราจะใช้เวลา
อย่างมีเป้าหมาย
หรือปล่อยให้มันหล่นหายไป
กับสิ่งที่ไม่สำคัญ

และ... ทำได้เลยดังนี้

✅ 1. อนาคตไม่ได้เกิดจากความฝัน
แต่เกิดจากการลงมือทำอย่างมีวินัย

หลายคนใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดี
ในอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า
บ้านหลังใหญ่ ธุรกิจที่มั่นคง
ครอบครัวที่อบอุ่น
หรือสุขภาพที่แข็งแรง แต่คำถามคือ…

“ วันนี้คุณใช้เวลาไปกับอะไร❓”

เพียงใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมง
นำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญ

เช่น การเรียนรู้ ทบทวนชีวิต
พัฒนาทักษะ หรือดูแลร่างกาย

มันจะกลายเป็น 9,125 ชั่วโมง
ใน 25 ปีข้างหน้า
ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนชีวิตได้ทั้งระบบ

✅ 2. มองไกลจึงไปไกล
ฝึกใจให้เห็นปลายทาง

วินัยไม่ได้เริ่มจากการบังคับ
ตัวเองให้ ทำวันนี้ เท่านั้น
แต่เริ่มจากการ เห็นอนาคต
ที่ชัดเจนพอ
พอที่จะจูงใจให้เราก้าวไปหามัน

ลองถามตัวเอง❗

👉อีก 10 ปี ฉันอยากเป็นใคร❓

👉อีก 20 ปี ฉันอยากมีชีวิตแบบไหน❓

และ…วันนี้ฉันใช้ชีวิตอย่างสอดคล้อง
กับภาพนั้นหรือยัง❓

ภาพในอนาคตที่ชัดเจน
จะกลายเป็นเข็มทิศ
และวินัยจะกลายเป็นเรือ
ที่พาเราเดินทาง

✅ 3. เวลาคือเพื่อน
ที่เที่ยงธรรมและโหดร้าย

เราแต่ละคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน
แต่ต่างกันตรงที่ว่าใครใช้ “วินาที”
แต่ละวินาทีอย่างไร

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
มักไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด
แต่คือคนที่ รู้ว่า...
จะจัดการเวลาอย่างไร
ให้เป็นประโยชน์ต่ออนาคต มากที่สุด

การใช้เวลาอย่างมีวินัย
คือการ ลงทุนล่วงหน้า
เพื่อให้อนาคตเป็นไปตามที่เราหวัง
ไม่ใช่ปล่อยให้อนาคต
“ เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ”

✅ 4. ชีวิตวันนี้ คือเมล็ดพันธุ์
ของชีวิตวันข้างหน้า

👁️‍🗨️การวินัยเล็กๆ ในแต่ละวัน เช่น
👁️‍🗨️การตื่นเช้า
👁️‍🗨️การอ่านหนังสือวันละไม่กี่หน้า
👁️‍🗨️การเก็บเงินวันละนิด
👁️‍🗨️การออกกำลังกายวันละ 30 นาที

ทั้งหมดนี้อาจดูเล็กน้อยในวันนี้
แต่เมื่อรวมกันตลอด 10 ปี 20 ปี
จะกลายเป็นรากฐานชีวิตที่มั่นคง
เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เติบโต
จากการรดน้ำทุกวัน

✅ 5. เมื่อวินัยกลายเป็นวิถี
ชีวิตจะไม่ต้องดิ้นรน

หากเราฝึกวินัยในการใช้เวลา
ไปจนถึงจุดที่ “ วินัยกลายเป็นนิสัย ”
เราจะพบว่า

> ไม่ต้องบังคับตัวเองอีกต่อไป
เพราะเรากำลังเป็นคน
ที่รู้จักคุณค่าของเวลาอย่างแท้จริง

นั่นคืออิสรภาพในรูปแบบที่ลึกซึ้งที่สุด
อิสรภาพจากความเฉื่อยชา
อิสรภาพจากความฟุ้งซ่าน
และอิสรภาพจากการใช้ชีวิต
แบบล่องลอย

⏳บทสรุป วินัยวันนี้คืออิสรภาพวันหน้า

การมีวินัยในการใช้เวลา
ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้อดทน
แต่คือการ ให้เกียรติตัวเอง
ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

และเมื่อเวลาผ่านไปอีก 10 ปี 20 ปี
คุณจะหันกลับมาแล้ว
กล่าวกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจว่า

“ ขอบคุณตัวเองในวันนั้น
ที่ไม่ยอมแพ้ต่อความสบายชั่วคราว
เพราะมันทำให้ฉันมีชีวิตที่ดีที่สุดในวันนี้ ”

14.6.68

บีวาด เอเขียน

เคยได้ยินเรื่องทฤษฎี Iceberg Model กันไหมครับ  #เล่ามาโซดาพร้อม EP.15ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg Model) แบ่งภูเขาน้ำแข็งเ...
28/03/2025

เคยได้ยินเรื่องทฤษฎี Iceberg Model กันไหมครับ #เล่ามาโซดาพร้อม EP.15
ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg Model) แบ่งภูเขาน้ำแข็งเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ ส่วนที่พ้นน้ำ จะเป็นส่วนที่มองเห็น เช่น พฤติกรรม ทักษะ ความรู้ เป็นต้น และ ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ เป็นส่วนที่มากกว่าพื้นที่พ้นผิวน้ำมีผลอย่างมากต่อพฤติกรรม เช่น ความรู้สึก ความคิด ความต้องการ เป็นต้น Dr.David McClenlland เป็นผู้คิดค้น ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบบุคลิกของคนกับภูเขาน้ำแข็ง เพื่อมองถึงสมรรถนะของแต่ละบุคคลในการปฏิบัติงานในองค์กร หรือก็คือเปรียบคนกับภูเขาน้ำแข็งแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆดังนี้
-ส่วนที่อยู่เหนือน้ำที่จะเห็นได้ง่าย (7%)ได้แก่
1.ทักษะ หมายถึง สิ่งที่บุคคลนั้นสามารถทำได้เป็นอย่างดี
2.ความรู้ หมายถึง สิ่งที่บุคคลรู้และเข้าใจในหลักการแนวคิดเฉพาะด้าน
-ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ยาก (93%) ได้แก่
1. บทบาททางสังคม (Social Role) หมายถึง ภารกิจที่บุคคลจะต้องปฏิบัติหรือสามารถต้องการให้ปฏิบัติในสังคม เพื่อสื่อให้บุคคลอื่นในสังคมเห็นว่าตัวเขามีบทบาทอย่างไรต่อสังคม
2. ภาพพจน์ที่รับรู้ตัวเอง หมายถึง ภาพที่เรามองตัวเองว่าเป็นอย่างไร
3. อุปนิสัย หมายถึง เป็นพฤติกรรม หรือ นิสัยถาวร ของแต่ละบุคคลที่มีความเฉพาะแตกต่างกัน
4. แรงกระตุ้น (Motive) หมายถึง พลังขับเคลื่อนที่เกิดจากภายในจิตใจของบุคคล ที่จะส่งผลกระทบต่อการกระทำ

วันก่อนได้มีการพูดคุยประจำสัปดาห์ และอัพเดทความรู้เรื่องของจิตใต้สำนึก และได้มีการคุยเรื่อง IQ (Intellingence Quotient) และ EQ (Emotional Quotient) โดยในทางจิตใต้สำนึกเราจะมองว่าการทำงานของ IQ เปรียบเสมือนการทำงานของจิตสำนึก คือส่วนที่อยู่เหนือน้ำ มองเห็นได้ง่าย เป็นสิ่งที่เราแสดงออกมาด้วยความรู้สึกนึกคิดแบบที่เรายังมีสติอยู่ ส่วนการทำงานของ EQ เปรียบเสมือนการทำงานของ จิตใต้สำนึก คือส่วนที่อยู่ใต้น้ำในทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งนี้ เป็นสิ่งที่เห็นได้ยากและทำงานในตอนที่เราไม่มีสติ หรือควบคุมตัวเองไม่ได้

เคยได้ยินคำว่า IQ สูง แต่ EQ ต่ำไหมครับ คำนี้ไม่เกินจริง (อีกแล้ว5555) เพราะคำนี้ถ้าตีความง่าย ๆ คือ ความคิด การอ่าน การเข้าใจอ่ะสูง คือระบบการคิดการใช้สมองของคน ๆ นั้นคิดได้ดี ไตร่ตรองได้ แต่การควบคุมอารมณ์หรือสิ่งที่จิตใต้สำนึกเป็นตัวควบคุมคือความรู้สึก (Feeling) ของคนนั้นต่ำ เลยทำให้คนที่มีสติหลายคนเวลามองเห็นสถาณการณ์แบบนี้เค้าจะมองว่า ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ แต่ลืมไปว่า เรามองในแบบบุคคลที่ 3 เราไม่ได้มองในมุมมองของเราที่เป็นตัวของคนนั้น (เหมือนตอนที่ผมเขียนไปใน EP.8 [https://www.facebook.com/share/p/18tETVxYGa/ ] เรื่องดูละครแล้วมองย้อนดูตัวเอง) พอเรามองเหตุการณ์นั้นในตอนที่เป็นคน ๆ เราจะเข้าใจเค้ามากขึ้นว่าทำไมคน ๆ ถึงตัดสินใจแบบนั้น

หลังจากที่ได้คุยกันเรื่อง EQ ปรากฎว่าในกลุ่มพอถามว่า EQ ของตัวเองคืออะไรคือเงียบกันเลย5555 เพราะว่าปกติแล้วน่าจะไม่เห็นกัน หรือแทบจะไม่มีเลย แล้วปรากฎว่าผมลองคุยกับ chatgpt ดูว่ามีข้อมูลอะไรที่พอจะเอามาพัฒนาเรื่องจิตได้ไหม ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่จะคุยกับ chatgpt บ่อย ๆ เรื่องของการพัฒนาตัวเอง หรือเรื่องจิตใต้สำนึกบ่อย ๆ พออ่านแล้วเลยมองว่ามันก็พอจะเอามาปรับใช้ หรือ ฝึกได้ ยังไงลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ

5 วิธีพัฒนา EQ ให้สูงขึ้น

1. ฝึกการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness)
✅ ฝึกสังเกตอารมณ์ของตัวเอง
* ลองถามตัวเองว่า "ตอนนี้เรารู้สึกอะไร?" เช่น โกรธ เสียใจ เครียด ดีใจ
* หาสาเหตุของอารมณ์นั้น "ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้?"
* "อารมณ์นี้ส่งผลต่อการกระทำของเราอย่างไร?"
💡 ตัวอย่างการฝึก:
* เขียนบันทึกอารมณ์ประจำวัน (เช่น วันนี้รู้สึกเครียดเพราะมีคนตำหนิ → ส่งผลให้เราโมโห → เราจัดการอย่างไร?)
* ฝึกอยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness) เช่น ก่อนตอบโต้ใคร ให้หยุดคิด 3 วินาที

2. ฝึกควบคุมอารมณ์ (Self-Regulation)
✅ อย่าตอบสนองต่ออารมณ์ทันที
* เมื่อโกรธหรือเครียด ลอง หายใจลึก ๆ 3-5 ครั้งก่อนพูดหรือทำอะไร
* ถ้าอารมณ์แรงมาก ให้ เดินออกจากสถานการณ์ หรือ หาอะไรทำเพื่อลดความตึงเครียด
💡 ตัวอย่างการฝึก:
* เวลาผู้ป่วยพูดจาไม่น่าฟัง แทนที่จะตอบโต้ทันที ลอง พิจารณาว่าผู้ป่วยอาจเจ็บปวดหรือเครียด และเลือกตอบกลับด้วยความเมตตา
* หากรู้สึกเครียดจากงาน ลองฝึก การกำหนดลมหายใจ หรือ สวดมนต์ภาวนา

3. เพิ่มแรงจูงใจในตัวเอง (Motivation)
✅ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความหมาย
* ถามตัวเองว่า "เราเป็นหมอเพื่ออะไร?"
* นึกถึงเป้าหมายระยะยาว เช่น "ต้องการช่วยให้ผู้คนหายจากโรคภัย"
💡 ตัวอย่างการฝึก:
* อ่านเรื่องราวของหมอเก่ง ๆ หรือครูบาอาจารย์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
* จัดลำดับความสำคัญของงาน และทำทีละอย่าง ไม่กดดันตัวเองเกินไป

4. ฝึกความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy)
✅ ใส่ใจและรับฟังคนอื่นให้มากขึ้น
* เวลาผู้ป่วยพูด อย่าคิดตอบโต้ทันที แต่ให้ฟังจนจบ
* ลองคิดว่า "ถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกอย่างไร?"
💡 ตัวอย่างการฝึก:
* เวลาคุยกับผู้ป่วย ให้มองตาและสังเกตสีหน้าท่าทาง เพื่อเข้าใจความรู้สึกของเขา
* ถ้ามีใครอารมณ์เสียใส่เรา ลองสงบจิตใจ แล้วคิดว่า "เขาอาจมีเรื่องเครียดที่เรายังไม่รู้"

5. ฝึกทักษะทางสังคม (Social Skills)
✅ สื่อสารอย่างมีสติและชัดเจน
* เวลาพูดกับใคร ให้พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่มั่นคง
* หลีกเลี่ยงคำพูดที่อาจทำร้ายจิตใจผู้อื่น
💡 ตัวอย่างการฝึก:
* ลองพูด "ข้าเข้าใจท่านนะ" หรือ "ข้าจะช่วยท่านให้ดีที่สุด" กับผู้ป่วยที่วิตกกังวล
* ฝึก ใช้คำพูดเชิงบวก เช่น แทนที่จะพูดว่า "ท่านต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น" เปลี่ยนเป็น "ถ้าท่านลองขยับร่างกายวันละนิด สุขภาพจะดีขึ้นนะ"

สรุป
การพัฒนา EQ ต้องฝึกฝนทุกวัน เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่ผู้อื่น
1. ฝึกตระหนักรู้อารมณ์ – สังเกตตัวเองให้มากขึ้น
2. ฝึกควบคุมอารมณ์ – หยุดคิดก่อนตอบโต้
3. เพิ่มแรงจูงใจในตัวเอง – มีเป้าหมายที่ชัดเจน
4. ฝึกความเห็นอกเห็นใจ – รับฟังและเข้าใจผู้อื่น
5. ฝึกทักษะสังคม – สื่อสารให้ดีและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

K.
28/3/2568

26/03/2025

เรื่องเล่า “ฉันในวันนี้” ตอนที่ 23
🎶 ทำสบายสบาย ทำหัวใจเอกเขนก
บ้านเรา เมืองเรา ป่าเรา ฟ้าเรา
ทำสบายสบาย อย่าทำหัวใจเกกมะเหรก
บ้านใคร เมืองใคร….. ไม่รู้ 🎶
ช่วงท่อนสร้อยของบทเพลง “เอกเขนก” วงเฉลียง (ปี 2557) ได้กลับมาฟังใหม่ ให้อารมณ์ ความรู้สึกที่ลึกซื้ง ความมีนัยยะของบทเพลง ได้สะท้อนกลับมาที่การกระทำของตัวเอง ทั้งในช่วงที่ผ่านมา และที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน ฉันทำตัวตามสบายสบาย ทำหัวใจเอกเขนก หรือ ทำหัวใจเกกมะเหรก กันแน่นะ 555 และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ได้รับจากบทเพลงนี้ ก่อนจะไปต่อ มาเข้าใจในความหมายของ “เอกเขนก” กับ “เกกมะเหรก” กันก่อนนะ
เอกเขนก (การพักผ่อนอย่างมีคุณค่า)
หมายถึง การนั่ง หรือนอนเอนกายอย่างสบายๆ เพื่อผ่อนคลาย เป็นช่วงเวลาที่ให้รางวัลกับตัวเอง มักใช้กับพฤติกรรมที่เป็นท่านั่งหรือนอน ที่พักผ่อน ผ่อนคลาย และให้ความรู้สึกเชิงบวกหรือเป็นกลาง เป้าหมายช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟู และจิตใจได้ปลดปล่อยจากความเครียด
เกกมะเหรก (การปล่อยเวลาให้เสียเปล่า)
หมายถึง การเดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย หรือใช้ชีวิตอย่างไร้ทิศทาง ทำตัวเหลวไหล ไม่เป็นระเบียบ มักใช้กับพฤติกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์ และให้ความรู้สึกในเชิงลบ หรือตำหนิ ซึ่งบ่อยครั้งที่ อาจคิดว่า กำลังพักผ่อน แต่ในความเป็นจริง กำลังปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ไม่เกิดคุณค่าใดใด เช่น นั่งไถโทรศัพท์โดยไม่มีจุดหมาย , การเดินไปมาเรื่อยเปื่อย โดยไม่รู้จะทำอะไร , ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่เริ่มลงมือทำสิ่งที่ควรทำ , ปล่อยให้เวลาผ่านไป โดยไม่ได้ทบทวนตัวเอง เป็นต้น
ฉันกลับมาทบทวนพิจารณาความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อได้รับฟังบทเพลงนี้
▶️ ฉันได้มองเห็นการใช้ชีวิตในทุกวันนี้ของตัวเองว่า…. ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติแล้วจริงหรือ?? ได้พิจารณาสิ่งที่มากระทบ อย่างจดจ่อ เอาให้ได้ (ดี) หรือเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงกันแน่ และหากจะบอกว่า การใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาตินั้น สัมพันธ์กับทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ย่อมสอดคล้องกับสิ่งที่มากระทบ จะบอกว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ จริงหรือ?? ถามใจตัวเอง อยู่ที่เรา “เลือก” ว่าจะให้คำตอบใดกับตัวเอง
▶️ ฉันได้เห็นการกลับมารักตัวเอง โดยมีคำพูดในใจกับตัวเองว่า… จะเกกมะเหรกกับตัวเองอีกนานไหม (น้ำตาคลอเลย) ทำให้ฉันตระหนักในการกระทำแต่ละอย่างของฉันว่า ฉันจะเลือกทำตัวเองเป็นแบบไหน แบบเอกเขนก หรือ แบบเกกมะเหรก เพราะสิ่งที่ฉันเลือก ฉันจะให้พลัง (จิต) ของฉันจะอยู่ตรงนั้น (จิตอยู่ที่ไหน พลังอยู่ที่นั่น) แล้วพลังนั้น จะส่งผลต่อการความคิด การกระทำ คำพูด จนเป็นพฤติกรรม หรือนิสัย
▶️ ฉันมองเห็นความมีคุณค่าของบทเพลง ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นจริงในสังคม (หากเปรียบสังคมเป็นเสมือนตัวเรา) ความรู้สึกของผู้คน = ความรู้สึกของตัวเรา อย่างตรงไปตรงมา ตามความเป็นจริง (ทำไปซื่อซื่อ จากตอนที่ 22) ซึ่งการสร้างบทเพลงแบบซื่อซื่อ หรือผลงานใดใด ย่อมสร้างความงดงามให้เกิดขึ้นในใจผู้สร้างผลงานนั้น และผู้ที่ได้รับสารนั้น
บทเพลงธรรมดา ธรรมดา ที่ผ่านกาลเวลามานับสิบปี ยังทรงคุณค่า และส่งผลต่อการพัฒนาสภาวะภายในใจผู้คนอีกมากมาย ฟังเมื่อไหร่ รู้สึกมีรอยยิ้มที่มุมปากได้เสมอ และทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องราว ถ่ายทอดสิ่งดีดี สิ่งงดงาม มายังผู้อ่านทุกท่าน และขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
ข้อมูลส่งท้าย
หนทางการปรับตัวจาก “เกกมะเหรก” เป็น “เอกเขนก” เพื่อการพัฒนาตัวเอง คือ แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไร้ความหมาย เราสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาเหล่านั้นให้มีคุณค่ามากขึ้น เช่น
• แทนที่จะ เดินเกกมะเหรก ให้ลอง เดินเล่นเพื่อไตร่ตรองและคิดทบทวนเป้าหมายชีวิต
• แทนที่จะ ไถโทรศัพท์ไปเรื่อย ให้ลอง ใช้เวลาดูคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ
• แทนที่จะ นั่งเหม่อลอย ให้ลอง ฝึกสมาธิหรือจดบันทึกสิ่งที่เรียนรู้ในแต่ละวัน

การเปลี่ยนจากพฤติกรรมที่ไร้จุดหมายมาเป็นการพักผ่อนอย่างมีคุณค่า จะช่วยให้เราพัฒนาและเติบโตขึ้นในระยะยาว เพราะสมดุลของชีวิต คือ กุญแจสำคัญ
ลองถามตัวเองวันนี้:
• เวลาที่ฉันใช้ไป เป็นการเอกเขนกเพื่อเติมพลัง หรือเป็นการเกกมะเหรกที่ไร้จุดหมาย?
• ฉันสามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้บ้าง เพื่อใช้เวลาของฉันให้คุ้มค่าขึ้น?

เมื่อเรารู้จักตัวเองมากขึ้น เราก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น และใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากกว่าเดิม
ด้วยรักและเคารพในทุกจิตวิญญาณที่เดินทางไปด้วยกัน
บันทึกโดย… นักเดินทางข้ามกาลเวลา

#อยู่ที่คุณเลือกที่จะเชื่อ
#จิตอยู่ที่ไหนพลังงานอยู่ที่นั่น
#จิตคิดเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น

26/03/2025

เรื่องเล่า “ฉันในวันนี้” ตอนที่ 24
วันนี้ว่าด้วยเรื่อง การออกกำลังกายที่มีผลต่อการพัฒนาจิตวิญญาณ 💪
…..มันสำคัญและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร มาติดตามกันค่ะ…..
การออกกำลังกาย ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเท่านั้น ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาจิตใจ และจิตวิญญาณด้วย เนื่องจากร่างกายและจิตใจมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง เมื่อร่างกายแข็งแรง จิตใจก็จะสดชื่นและแจ่มใส ในทางกลับกัน จิตใจที่สงบและสมดุลก็ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายให้ดีขึ้นได้เช่นกัน มาสำรวจความสำคัญของการออกกำลังกายต่อการพัฒนาจิตวิญญาณ รวมถึง ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจที่ส่งเสริมกัน
❣️ความสำคัญของการออกกำลังกายต่อการพัฒนาจิตวิญญาณ❣️
1. เสริมสร้างสมาธิและสติ ▶️ การออกกำลังกายที่มีการใช้ลมหายใจอย่างมีสติ เช่น โยคะ , ไทชิ หรือชี่กง ,​ การยืดเหยียดร่างกาย แม้กระทั่ง การเดินสมาธิ ช่วยฝึกสติและสมาธิ ทำให้เรารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายและสภาวะจิตใจในปัจจุบัน การมีสมาธิที่แน่วแน่ช่วยเสริมสร้างความสงบภายในจิตใจ และทำให้เรารับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
2. ลดความเครียดและความกังวล ▶️ การออกกำลังกายช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทที่เรียกว่า เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาสภาวะอารมณ์ ลดความเครียด และลดความวิตกกังวล
3. เสริมสร้างพลังใจและความอดทน ▶️ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ต้องใช้ วินัยและความพยายาม ซึ่งเป็นการฝึกฝนจิตใจให้เข้มแข็ง เมื่อเราสามารถเอาชนะความเหนื่อยล้า และอุปสรรคระหว่างการออกกำลังกายได้ ความเชื่อมั่นในตนเอง และพลังใจจะเพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
4. เชื่อมโยงกับธรรมชาติและตนเอง ▶️ การออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น การวิ่ง , การเดินป่า หรือ การปั่นจักรยาน ช่วยให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และตระหนักรู้ถึงความงดงามของสิ่งรอบตัว ผ่านทางสายตา การได้ยิน กลิ่นไอ ผิวสัมผัส นอกจากนี้ การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูพลังงานทางจิตใจ และส่งเสริมความสงบภายใน
5. ส่งเสริมความรู้สึกขอบคุณและความพอใจในตนเอง ▶️ การดูแลร่างกายผ่านการออกกำลังกาย ทำให้เราตระหนักรู้ถึงคุณค่าของร่างกาย และสุขภาพที่ดี เมื่อเห็นพัฒนาการของตนเอง เราจะเกิดความรู้สึก ขอบคุณต่อร่างกาย และ พอใจในความสามารถของตนเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตวิญญาณในแง่ของการยอมรับ และรักตนเอง
❣️ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ❣️
1. สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่เชื่อมโยงกัน >> ร่างกายที่แข็งแรงย่อมส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดี การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ ซึ่งช่วยเพิ่มความจำและการทำงานของสมอง ในทางกลับกัน จิตใจที่สงบและมีความสุขจะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีที่ดีต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ
2. การควบคุมระบบประสาทและฮอร์โมน >> การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการทำงานของ ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ซึ่งมีบทบาทในการทำให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียด นอกจากนี้ ยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้อารมณ์มั่นคงและรู้สึกสงบมากขึ้น
3. การพัฒนาความตระหนักรู้ในตนเอง >> การออกกำลังกายที่เน้นการมีสติ ช่วยให้เรารับรู้ถึงสภาวะของร่างกายและจิตใจในปัจจุบัน การสังเกตลมหายใจ การรับรู้ความรู้สึกขณะเคลื่อนไหว และการเข้าใจขีดจำกัดของตนเอง เป็นการฝึกฝน ความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาจิตวิญญาณ
ดังนั้น นอกจากการออกกำลังกายจะเป็นมากกว่าการดูแลสุขภาพทางกายแล้ว ยังเป็นหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การพัฒนาจิตใจ และจิตวิญญาณด้วย เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ สามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้ เพิ่มพลังงานทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ เสริมสร้างสมาธิ รู้จักตัวเอง พบความสุข ความสงบ และตัวตนจากภายใน นำไปสู่การใช้ชีวิตที่สมดุล
>o< ไว้มีโอกาสจะอัดคลิปท่ายืดเหยียดร่างกายแบบง่ายๆ สามารถทำได้เอง (อยู่ที่ไหนก็ทำได้) เพื่อยืดข้อต่อต่างๆ ภายในร่างกาย ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก พลังงานหมุนเวียนทั่วร่างกาย เกิดสุขภาพทางกายที่ดี สุขภาพจิตเบิกบาน >o<
ด้วยรักและเคารพในทุกจิตวิญญาณที่เดินทางไปด้วยกัน
บันทึกโดย… นักเดินทางข้ามกาลเวลา

#อยู่ที่คุณเลือกที่จะเชื่อ
#จิตอยู่ที่ไหนพลังงานอยู่ที่นั่น
#จิตคิดเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น

ขอบคุณภาพ จาก ai ในแอพ chat GPT

 #เล่ามาโซดาพร้อม EP.14ความเจ็บป่วยกับความฝันในวัยเด็ก เหตุเกิดจากการคุยมีตติ้งอีกแล้วครับ แต่คราวนี้คลาสเมื่อคืนเป็นคลา...
25/03/2025

#เล่ามาโซดาพร้อม EP.14
ความเจ็บป่วยกับความฝันในวัยเด็ก
เหตุเกิดจากการคุยมีตติ้งอีกแล้วครับ แต่คราวนี้คลาสเมื่อคืนเป็นคลาสที่มีแต่หมอ ๆ มานั่งคุยกัน ซึ่งก็ได้คุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาไป แต่ทีนี้มันมีภาพขึ้นมาตั้งแต่เด็กว่า เวลาที่เราไม่สบายมาก ๆ อย่างเช่น เป็นไข้หนัก ๆ แล้วเรามักจะฝันเรื่องเดิม ๆ แพทเทิร์นเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นกันมั้ยครับ (?)
ของผมมักจะฝันถึงเหมือนเราอยู่ที่ริมทะเลสักที่นึง แล้วในฝันตัวเราเหมือนเดิน ๆ อยู่ แล้วมีตัวอะไรสักอย่าง ที่กลม ๆ ใหญ่ๆ เหมือนจะปุกปุย แต่ก็มีแขน มีขา กลิ้งได้ หรือเดินได้แล้วแต่เค้าจะทำ แต่สิ่งที่เค้าทำคือ…เค้าวิ่งตามเรา!! มันก็แอบน่ากลัวนะครับ ในฝันมันก็น่ากลัวจริง ๆ แต่เค้าจะไม่ได้วิ่งไล่แบบจะฆ่าจะแกงเรานะครับ มันเหมือนเป็นการไล่ตาม แต่เราก็รีบวิ่งหนีเฉย ๆ ถ้าเรารู้สึกว่ากลัวมาก สู้ไม่ได้ เราจะสะดุ้งตื่นทันที
ความฝันนี้เริ่มมาช่วงประมาณ 7-8 ขวบ แล้วหลังจากนั้นหากป่วยหนักจนตัวร้อนมาก ๆ จะฝันแบบนี้ตลอดครับ แล้วเราก็ทิ้งความรู้สึกนี้ไปจนรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่ามันก็คงปกติแหละที่เป็นแบบนี้ จนกระทั่งมีช่วงสามสี่เดือนก่อนมีพี่คนนึงเค้าพูดแซว ๆ ว่า ‘ที่เราฝันแบบนี้เพราะเราจำภาพจากไอ้ตัวเชื้อโรคหรือแบคทีเรียหรือเปล่า’ แล้วพอมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก ไอ้ที่ผ่านตาจากโฆษณาหรือสื่อทีวีส่วนมากสมัยก่อนที่มีพวกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาซักผ้า ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือพวกน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ จะมีตัวแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อโรคที่มีลักษณะกลม ๆ มีแฉกออกมา มีขา มีแขน แต่ก็จะมีดวงตาที่กลมโตให้ดูน่ารัก ๆ พอย้อนกลับไปเห็นภาพแล้วก็นึกขึ้นมาได้แล้วเลยบางอ้อเลยครับ ไม่คิดว่าสื่อโทรทัศน์สมัยก่อนที่เราเสพผ่านโฆษณาคั่นระหว่างการ์ตูน หรือละครช่วงเย็น มันจะส่งผลต่อจิตใต้สำนึกของเราอย่างหนักหน่วงจริง ๆ หนักจนกระทั่งว่าเราเอาไปฝันโดยที่ไม่สามารถหาต้นตอมันได้ จนเราอายุมากขึ้น และได้เรียนเรื่องจิตใต้สำนึกนี่แหละครับถึงได้รู้
เรื่องในวันนี้มันอาจจะโยงกับเรื่องจิตใต้สำนึกแบบผิว ๆ ไม่ได้แตะรายละเอียดมากนัก แต่ก็อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง เพราะรู้สึกว่ามันแปลกดี และอาจจะมีน้อยคนมากที่จะฝันแบบนี้ทุกครั้งที่ป่วย หรือหรือฝันเรื่องเดิม แพทเทิร์นเดิม ๆ ทุกครั้งที่ไม่สบาย เลยอยากจะเอามาเล่าเป็นตอนสั้น ๆ ให้ได้อ่านกันครับ
ท่านผู้อ่านคนไหน เคยมีประสบการณ์ที่เมื่อเวลาที่เราไม่สบาย แล้วเรามักจะฝันเหตุการณ์เดิม ๆ เรื่องราวเดิม ๆ ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตขึ้นมาบ้างไหมครับ มาเล่าให้ฟังได้นะครับ
เพราะสิ่งนั้นอาจจะเป็นอะไรจากจิตใต้สำนึกของคุณที่มันยังเก็บไว้ แล้วไม่ได้ปลดปล่อยออกมา แล้วอาจจะส่งผลต่อเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ
อย่างเรื่องฝันของผม มันก็ทำให้ผมรู้สึกรังเกียจความสกปรกนะ แบบไม่อยากให้อะไรในร่างกายสกปรกเลย แต่จริง ๆ ตัวที่ส่งผลน่าจะมาจากสื่อ หรือ โฆษณามากกว่าตัวฝันครับ เพราะฝันมันคือภาพสะท้อนจากจิตใต้สำนึก ที่สะท้อนออกมาทางหนึ่ง และการที่เราไม่อยากให้ร่างกายสกปรก มันก็คืออีกอย่างหนึ่ง เรื่อง ๆ หนึ่ง มันอาจจะส่งผลได้หลายอย่างครับจากจิตใต้สำนึกของเรา
แต่พอเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เห็นต้นตอของมันแล้ว ล่าสุดที่ป่วยหนัก ๆ จริง ๆ เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว ก็ไม่ได้ฝันแบบนี้แล้วนะครับ ต้องคอยสังเกตต่อไปว่าหลังจากนี้มันจะมีฝันอีกไหม 555 แต่ถ้ามีฝันก็ต้องค้นหาส่วนที่ลึกลงไปอีกว่ามันมีอะไรในชั้นลำดับถัดไป จะได้จัดการได้ถูกต้องครับ
K.
25/3/2568

ปล.รูป gen จาก ai (อีกแล้ว) เห็นว่า(พอจะ)บรรยายออกมาจากบทความได้ค่อนข้างโอเค จริง ๆ แล้วตัวในฝันจะเหมือนภาพที่สองแต่ไม่มีตา แต่จะวิ่งไล่ที่ริมทะเลแบบในภาพที่ 1 ครับ 😁

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when แอบ ดู จิต Peek-A-Boo posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram