นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery

นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery มะเร็งปอดผ่าตัดรักษาได้ ผ่าตัดปอดส่องกล้องแผลเล็กแผลเดียว ผ่าตัดปอดและช่องอกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลย ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยนะครับ ที่ช่วงนี้ไม่ได้มาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังกันเท่าไหร่เลย พอดีติดภารกิจหล...
27/03/2026

สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลย ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยนะครับ
ที่ช่วงนี้ไม่ได้มาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังกันเท่าไหร่เลย
พอดีติดภารกิจหลายเรื่องเลยครับ

วันนี้จะมาอัพเดตนิดหน่อยครับ

พอดีหลายๆท่าน inbox ถามเรื่องความรู้ เรื่องเล่าต่างๆในเพจมา และแนะนำว่าควรรวบรวมในที่เดียวให้หาง่ายๆ

ผมเองก็ยังมีอีกช่องทางนำเสนอครับ คือ website ที่ทำไว้นานพอควร แต่ก็เช่นเคย ไม่ค่อยได้อัพเดตหรือรวบรวมเรื่องใหม่ๆที่เขียนในเพจไว้เลย

ตอนนี้เลยเริ่มจะมาปรับปรุง website นี้อีกครั้งครับ

จะรวบรวมเรื่องต่างๆที่เขียนไว้ แต่ขยายความเพิ่มลงลึกไปอีกนิดในแต่ละเรื่องราวครับ

จะได้ให้ผู้สนใจค้นหา อ่านได้ง่ายๆ คงความ “คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์” ไว้ครับ

ตอนนี้เลยจะขออัพเดต บทความทางการแพทย์และ วิดิโอสั้นๆ ที่ทำไว้สำหรับสอน หรือเขียนในวารสารต่างๆ ลงไว้ให้อ่านก่อน แต่จะขอเป็นสำหรับนักศึกษาแพทย์ หรือบุคคลากรทางการแพทน์ก่อนนะครับ ...

แล้วเดี๋ยวจะรีบเร่ง อัพเดต เรื่ิองราวต่างๆ ไว้ให้ค้นหาง่ายๆใน suparaukg.com ครับ

ขอเริ่มด้วยเรื่อง หัตถการสำหรับนักศึกษาแพทย์หรือคุณหมอที่สนใจก่อนนะครับ (เพราะมีข้อมูลอัพเดตไว้เตรียมสอนตลอดเวลาครับ hahaha)

สามารถเข้าไปตาม link ใน comment เลยครับ

(ช่วงนี้กลับมาทำคนเดียว เป็น admin เอง เลยอาจจะช้าหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะเริ่มหาทีมมาช่วย เร็วๆนี้ครับ)

เกาะกระแสบ้าง ไปช่วงชิงกับเค้ามาได้เล่มนึง Annabel - Your Wealth Architect(สั่งไป 40 เล่มกะมาแจก resident และ นักศึกษาแพ...
21/03/2026

เกาะกระแสบ้าง ไปช่วงชิงกับเค้ามาได้เล่มนึง Annabel - Your Wealth Architect(สั่งไป 40 เล่มกะมาแจก resident และ นักศึกษาแพทย์ ....ปรากฏของหมด!!!)

สุดท้ายได้จากน้องรักท่านหนึ่ง ทีอยู่สำนักพิมพ์ ส่งมาให้ได้เพียง 1 เล่ม....

Feline for Earth ขอวางเทียบเคียงสักหน่อยครับ อย่างน้อย ของเรา 1 week ที่เปิดตัว ก็มี order มากกว่า 500 เล่มแล้วครับ hahaha

เรื่องการเงิน สำคัญจริงๆ กับการวางแผนชีวิต พวกหมอๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากนักในตอนที่เป็นนักศึกษา (ซึ่งเวลาเรียนกว่าจะจบก็มากกว่าสายอื่นหลายปี ยังมีเฉพาะทางอีก!!! )

เพราะ วิชาการก็หนักอยู่แล้ว ไม่ได้มาใส่ใจอนาคตเรื่องชีวิตมากมาย

การได้เรียนรู้เรื่อง “การเงิน” แบบเข้าถึงไม่ยาก จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ

แต่ถ้าพบเร็ว โอกาสหายขาดสูงครับ ยิ่งถ้าเจอระยะ 0-1 หายขาดเกือบ 100% ถึงต้องเน้นย้ำ กลุ่มเสี่ยงควรคัดกรองมะเร็งปอดครับ ใค...
20/03/2026

แต่ถ้าพบเร็ว โอกาสหายขาดสูงครับ ยิ่งถ้าเจอระยะ 0-1 หายขาดเกือบ 100%

ถึงต้องเน้นย้ำ กลุ่มเสี่ยงควรคัดกรองมะเร็งปอดครับ

ใครบ้างควรคัดกรอง ตามไปอ่านตามนี้ครับ
👉👉👉คัดกรองมะเร็งปอดไทย
https://www.facebook.com/share/p/17kgy6Tg8n/?mibextid=wwXIfr

https://www.facebook.com/share/p/1NbpqpdGGB/?mibextid=wwXIfr

เปิดสถิติ 'โรคมะเร็ง' ปี 2026 'มะเร็งปอด' คร่าชีวิตอันดับ 1 มะเร็งตับ-มะเร็งลำไส้ รองลงมา ปี 2025 พบผู้ป่วยมะเร็งใหม่ฉลี่ยเกือบ 400 ราย/วัน
“โรคมะเร็ง" เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 80,000-86,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7-8 ราย
สำหรับสถานการณ์มะเร็งในไทยปี 2026 ยังคงน่ากังวล ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี 2025 พบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 140,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 400 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 83,000 ราย
โดย 3 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่
▪️ มะเร็งตับและท่อน้ำดี: อัตราการเกิดสูงสุด (ประมาณร้อยละ 33.2)
▪️ มะเร็งปอด: แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ และสารก่อมะเร็ง
▪️ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง: เพิ่มขึ้นตามวิถีชีวิตและการกินอาหาร
ข้อมูลสถิติจาก นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี, มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม, มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว
สำหรับปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น มาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่, มลพิษทางอากาศ (PM 2.5), การสัมผัสสารก่อมะเร็ง และพันธุกรรม
📌 คาดปี 2026 สหรัฐฯมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 2 ล้านกว่าคน
ขณะที่ในแต่ละปี สมาคมมะเร็งแห่งอเมริกาจะประเมินจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่และผู้เสียชีวิตจากมะเร็งในสหรัฐอเมริกา และรวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเกิดมะเร็งและผลลัพธ์ของประชากร โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากทะเบียนมะเร็งกลาง (อุบัติการณ์ จนถึงปี 2022) และศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติ (อัตราการเสียชีวิต จนถึงปี 2023)
"คาดการณ์ว่าในปี 2026 จะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 2,114,850 ราย และผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง 626,140 รายในสหรัฐอเมริกา"
อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2023 โดยสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 4.8 ล้านรายตั้งแต่ปี 1991
ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดการสูบบุหรี่ การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น และการรักษาที่ดีขึ้น การแทรกแซงเหล่านี้ยังเห็นได้ชัดจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ 5 ปี ซึ่งแตะระดับสำคัญที่ 70% สำหรับการวินิจฉัยโดยรวมในช่วงปี 2015–2021
69% สำหรับโรคในระยะลุกลามเฉพาะที่ และ 35% สำหรับโรคในระยะแพร่กระจาย (เมตาลิส) เพิ่มขึ้นจาก 63%, 54% และ 17% ตามลำดับ ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลามมีการพัฒนามากที่สุด
มะเร็งมัยอีโลมา เพิ่มขึ้นจาก 32% เป็น 62%
มะเร็งตับ เพิ่มขึ้น 7% เป็น 22%
มะเร็งผิวหนังเมลาโนมาที่แพร่กระจาย เพิ่มขึ้น 16% เป็น 35%
มะเร็งทวารหนักที่แพร่กระจาย เพิ่มขึ้น 8% เป็น 18%
มะเร็งปอดในระยะลุกลามเฉพาะที่ เพิ่มขึ้น 20% เป็น 37%
มะเร็งปอดที่แพร่กระจาย เพิ่มขึ้น 2% เป็น 10%
อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 มะเร็งปอดจะคร่าชีวิตผู้คนมากกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสอง และมะเร็งตับอ่อนซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามรวมกัน
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1225390
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจHealth

👨‍⚕️🤖2-3 ปีก่อน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้มีโอกาสต้อนรับสุดยอดศัลยแพทย์ระดับตำนานของวงการ Robotic Thoracic Surgery ...
17/03/2026

👨‍⚕️🤖2-3 ปีก่อน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้มีโอกาสต้อนรับสุดยอดศัลยแพทย์ระดับตำนานของวงการ Robotic Thoracic Surgery (ศัลยกรรมทรวงอกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด) ถึง 2 ท่านที่ได้ให้เกียรติมาเยือนประเทศไทย วันนี้เลยอยากพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับปรมาจารย์ทั้ง 2 ท่านนี้ รวมถึงอัปเดตก้าวเล็กๆ ของวงการผ่าตัดปอดในบ้านเรากันครับ!

1️⃣ Prof. Franca Melfi: สตรีผู้บุกเบิกระดับโลก (The World Pioneer) 🌍

ถ้าพูดถึงการผ่าตัดปอดด้วยหุ่นยนต์ ชื่อแรกที่วงการแพทย์ทั่วโลกต้องนึกถึงคือ Prof. Franca Melfi จากมหาวิทยาลัยปิซา (University of Pisa) ประเทศอิตาลี

• สร้างประวัติศาสตร์โลก: ท่านคือศัลยแพทย์ "คนแรกของโลก" ที่ทำการผ่าตัดตัดกลีบปอด (Robotic Lobectomy) เพื่อรักษามะเร็งปอดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสำเร็จในปี ค.ศ. 2001 ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมหน้าวงการศัลยกรรมทรวงอกไปตลอดกาล

• สตรีผู้ขับเคลื่อนวงการแพทย์: ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งสำคัญระดับนานาชาติ เช่น รองประธานสมาคมศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจแห่งยุโรป (EACTS) และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมหุ่นยนต์แบบสหสาขาวิชาชีพ

• ท่านไม่เพียงแต่เป็นปรมาจารย์ด้านการผ่าตัด แต่ยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานและเดินสายฝึกอบรมศัลยแพทย์ทั่วโลก และเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับศัลยแพทย์หญิงด้วยครับ

2️⃣ Dr. Aneez D.B. Ahmed: ปรมาจารย์แห่งอาเซียน (The ASEAN Pioneer) 🇸🇬

ขยับมาที่ฝั่งอาเซียนบ้านเรา Dr. Aneez จาก International Centre for Thoracic Surgery (ICTS) ประเทศสิงคโปร์ คือผู้บุกเบิกและนำร่องเทคโนโลยีนี้ในภูมิภาคอย่างแท้จริง

• มือหนึ่งแห่งอาเซียน: ท่านคือศัลยแพทย์คนแรกในอาเซียนที่ได้รับการรับรองขั้นสูงสุด (Level III Certification in Robotic Thoracic Surgery) จากสมาคมระดับยุโรป (EACTS)

• สร้างนวัตกรรมระดับโลก: นอกจากการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่แม่นยำแล้ว ท่านยังเป็นผู้นำทีมทำการผ่าตัด "เปลี่ยนและสร้างโครงกระดูกซี่โครงด้วย 3D-printed polymer" สำเร็จเป็นเคสแรกของโลกอีกด้วย!

• ผู้นำวิชาการระดับภูมิภาค: ท่านดำรงตำแหน่งประธานสมาคมศัลยกรรมหุ่นยนต์แห่งสิงคโปร์ (RS3) และรองประธานสมาคมศัลยศาสตร์ทรวงอกแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATS) โดยเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาและฝึกอบรมศัลยแพทย์ทรวงอกรุ่นใหม่ๆ ทั่วทั้งอาเซียน

ท่านเป็นอาจารย์ที่ผมเคารพอย่างสูง และท่านเป็นผู้ที่มาข่วยดูแลตอนที่ผมผ่าตัดปอดด้วยหุ่นยนต์ครั้งแรกที่ศิริราชด้วยครับ และยังคงมีการร่วมงานกันอย่างสม่ำเสมอ ในนามของวงการผ่าตัดปอดระดับ South East Asia ครับ

3️⃣ และตัวผมเอง: ศัลยแพทย์ไทยผู้ขอเดินตามรอยปรมาจารย์ 🇹🇭

สำหรับตัวผม แม้จะได้รับโอกาสให้เป็นผู้เริ่มต้นนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทรวงอกมาดูแลผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย (เมื่อปี 2021) แต่เมื่อเทียบกับเส้นทางระดับตำนานของทั้งสองท่านแล้ว ผมยังคงเป็นเพียงนักเรียนที่ต้องคอยศึกษาและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอครับ

การได้ต้อนรับ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับคำชี้แนะจากทั้งสองท่านในครั้งนี้ ถือเป็นพลังและแรงบันดาลใจครั้งสำคัญ ที่ทำให้ผมยิ่งตั้งใจจะนำมาตรฐานระดับโลกมาพัฒนาการผ่าตัดรักษา เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดให้กับผู้ป่วยชาวไทยทุกคนครับ ✨

#ศัลยกรรมทรวงอก #ผ่าตัดปอดด้วยหุ่นยนต์ #มะเร็งปอด

สวัสดีครับ 👨‍⚕️✨ วันนี้ผมมีเรื่องราวประวัติศาสตร์การผ่าตัดปอดมาเล่าให้ฟังกันครับ กว่าจะมาถึงยุคเทคโนโลยีล้ำๆ แบบตอนนี้ เ...
17/03/2026

สวัสดีครับ 👨‍⚕️✨ วันนี้ผมมีเรื่องราวประวัติศาสตร์การผ่าตัดปอดมาเล่าให้ฟังกันครับ กว่าจะมาถึงยุคเทคโนโลยีล้ำๆ แบบตอนนี้ เราผ่านอะไรมาบ้าง

เราจะมานั่งไทม์แมชชีนย้อนรอยดู "วิวัฒนาการของการผ่าตัดปอด" ตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่เต็มไปด้วยอันตราย จนมาถึงยุคปัจจุบันที่หมอใช้ "หุ่นยนต์" เจาะรูเล็กๆ รูเดียวก็ผ่าตัดมะเร็งปอดได้แล้ว

เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาของเครื่องมือนะครับ แต่เป็นความทุ่มเทของ "ศัลยแพทย์ผู้บุกเบิก" หลายต่อหลายท่าน ที่พยายามหาทางตอบโจทย์ว่า “ทำยังไงให้คนไข้หายจากมะเร็ง โดยที่ร่างกายบอบช้ำน้อยที่สุด” ถ้าพร้อมแล้ว เรามาย้อนเวลาไปพร้อมๆ กันเลยครับ! 🚀

1️⃣------------🧙🏻‍♂️⚔️
🕰️ Timeline ยุคที่ 1: ยุคบุกเบิกและฝ่าฟันข้อจำกัด (ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึง 1960s)

ในอดีต การเปิดช่องอกถือเป็นเรื่องต้องห้ามและอันตรายมากครับ เพราะเมื่อเปิดหน้าอก ปอดจะแฟบลงทันทีจากแรงดันที่เปลี่ยนไป แต่ก็มีศัลยแพทย์ใจเด็ดหลายท่านที่พยายามเบิกทางให้พวกเรา:

* ค.ศ. 1861: Jules-Émile Péan ศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกๆ ที่กล้าผ่าตัดนำเนื้องอกที่ปอดออก โดยใช้วิธีเย็บเยื่อหุ้มปอดติดกับปอดก่อนตัดเนื้อเยื่อ แต่ตอนนั้นยังมีข้อจำกัดเรื่องยาสลบอยู่มาก

* ค.ศ. 1891: Theodore Tuffier ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดตัดเนื้อปอดบางส่วน (Partial resection) เพื่อรักษาวัณโรค

* ค.ศ. 1895: William MacEwen (และ Doyen ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน) สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการตัดปอดออกทั้งข้าง (Pneumonectomy) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พิสูจน์ให้โลกเห็นว่ามนุษย์อยู่ได้ด้วยปอดเพียงข้างเดียว

* ค.ศ. 1901 และ 1912: Lothar Heidenhain และ Hugh Morriston Davies เริ่มการผ่าตัดแยกระดับกลีบปอด (Lobectomy) โดย Davies เป็นคนแรกที่ทำเพื่อรักษามะเร็งปอดโดยเฉพาะ

👉👉👉👉👉👨‍⚕️👉👉👉👉👉👉
* ค.ศ. 1913 (จุดเปลี่ยนโลก): S. J. Meltzer และ J. Auer พัฒนาเทคนิคการดมยาสลบแบบใส่ท่อช่วยหายใจ (Intratracheal anesthesia) นวัตกรรมนี้ทำให้หมอสามารถคุมแรงดันในปอดได้ ป้องกันปอดแฟบขณะผ่าตัด นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้การผ่าตัดปอดปลอดภัยขึ้นอย่างก้าวกระโดด

* ค.ศ. 1933: Evarts A. Graham ประสบความสำเร็จในการตัดปอดทั้งข้าง (Pneumonectomy) เพื่อรักษามะเร็งปอดได้สำเร็จ แม้จะหายขาดแต่คนไข้ก็สูญเสียการทำงานของปอดไปเยอะมาก

* ค.ศ. 1955: Donald L. Paulson และ Robert R. Shaw เริ่มมองว่าการตัดปอดทิ้งทั้งข้างมันโหดร้ายไป จึงริเริ่มเทคนิค Sleeve resection หรือการตัดเฉพาะหลอดลมที่มีมะเร็งแล้วเย็บต่อใหม่ เพื่อถนอมเนื้อปอดส่วนที่ดีไว้

* ค.ศ. 1960: ปรมาจารย์ William Cahan ได้สร้างมาตรฐานที่เรียกว่า "Radical Lobectomy" คือตัดแค่กลีบปอดที่มีโรค พร้อมกับเลาะต่อมน้ำเหลืองอย่างเป็นระบบ ซึ่งกลายมาเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการรักษามะเร็งปอดมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

2️⃣------------🧔🏻‍♂️⚔️
🩸 Timeline ยุคที่ 2: ยุคแผลกว้างสู่การถนอมกล้ามเนื้อ (1938 - 1990s)

* ค.ศ. 1938: Crafoord ได้อธิบายเทคนิคการผ่าตัดเปิดหน้าอกแบบมาตรฐานที่เรียกว่า Posterolateral Thoracotomy (PLT) แผลยาวโค้งไปถึงด้านหลัง ต้องตัดกล้ามเนื้อชุดใหญ่และถ่างซี่โครง หมอมองเห็นชัดจริงครับ แต่คนไข้ปวดทรมานมากและมักจะมีปัญหาไหล่ติด

* ค.ศ. 1988 และ 1993: เมื่อหมอเริ่มทนเห็นคนไข้ปวดไม่ไหว Bethencourt และ Holmes (ในปี 1988) รวมถึง Bellamy (ในปี 1993) จึงได้พัฒนาเทคนิคที่เรียกว่า "Muscle-Sparing Thoracotomy (MST)" เปลี่ยนแนวคิดจากการ "ตัด" กล้ามเนื้อ มาเป็นการ "แหวกและดึงรั้ง" ตามแนวเส้นใยแทน แม้แผลยังใหญ่ แต่คนไข้ปวดน้อยลงและใช้งานแขนได้ดีกว่าเดิมมากครับ

3️⃣------------🎥⚔️
🎥 Timeline ยุคที่ 3: ปฏิวัติวงการด้วยการเจาะรูส่องกล้อง (VATS Revolution)
การเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีวิดีทัศน์พัฒนาขึ้นครับ

* ค.ศ. 1991: Giancarlo Roviaro ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี พลิกหน้าประวัติศาสตร์โลกด้วยการทำ VATS Lobectomy (ส่องกล้องตัดกลีบปอดพร้อมเลาะต่อมน้ำเหลือง) สำเร็จเป็นครั้งแรก! เจาะรูเล็กๆ ไม่ต้องถ่างซี่โครง คนไข้ฟื้นตัวไวสุดๆ

* ค.ศ. 2004: ศัลยแพทย์ชื่อ Rocco พัฒนา VATS จาก 3-4 รู ให้เหลือเพียง "รูเดียว" (Uniportal VATS) สำหรับการตัดปอดเป็นรูปลิ่มสำเร็จ

* ค.ศ. 2011: Diego Gonzalez-Rivas ก้าวไปอีกขั้นด้วยการทำ Uniportal VATS เพื่อตัดระดับกลีบปอด (Lobectomy) ได้สำเร็จ แผลเดียวขนาด 3-4 ซม. ลดการกดทับเส้นประสาทระหว่างซี่โครง ทำให้คนไข้เจ็บน้อยลงไปอีกขั้นครับ
(ท่านนี้เคยมาเมืองไทยหลายครั้งแล้วครับ ทีมผ่าตัดปอดของเราเชิญมาแลกเปลี่ยนความรู้ให้หมอผ่าตัดไทย ผมเองก็ใช้วิธีนี้เป็นมาตรฐานหลักในการผ่าตัดปอดครับ)

4️⃣------------🧙🏻‍♂️⚔️🎥
🤝 Timeline ยุคที่ 4: ทางสายกลางสำหรับเคสซับซ้อน (Hybrid VATS)

เทคโนโลยีส่องกล้องแม้จะดีเยี่ยม แต่เมื่อเจอเคสที่มะเร็งลุกลามไปติดหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือต้องตัดต่อหลอดลม ศัลยแพทย์อย่าง Dr. He และ Okada จึงได้นำเสนอเทคนิค "Hybrid VATS" ครับ

เทคนิคนี้คือการเจาะแผลทำงานขนาดประมาณ 8 ซม. แบบไม่ถ่างซี่โครง ผสมผสานการมองจอ 2 มิติเข้ากับการให้หมอมองด้วยตาเปล่าแบบ 3 มิติ เพื่อใช้มือเย็บต่อหลอดเลือดได้ถนัดขึ้น เป็นวาล์วนิรภัยที่ประหยัดเวลาและปลอดภัยมากๆ สำหรับเคสยากๆ ครับ

5️⃣------------👨‍⚕️⚔️🤖🦾
🤖 Timeline ยุคที่ 5: อนาคตที่มาถึงแล้ว (Robotic Surgery - RATS)

* ค.ศ. 2001 : Prof.Franca Melfi ปรมาจารย์ศัลยแพทย์หญิงชาวอิตาลี ผู้ริเริ่มบุกเบิกการนำหุ่นยนต์มาช่วยผ่าตัดมะเร็งปอดเป็นคนแรก และพัฒนาเทคนิคต่างๆ เผยแพร่ความรู้จนกลายมาเป็นมาตรฐานการผ่าตัดช่องอกด้วยหุ่นยนต์ในปัจจุบันเลยครับ
ท่านนี้ทางชมรมผ่าตัดปอดของไทยเชิญมาเมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีก่อนด้วยครับ (ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับท่านหลายๆครั้งด้วยครับ)

จะเห็นว่า ทศวรรษล่าสุดนี้คือยุคของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดครับ หุ่นยนต์อย่าง da Vinci ช่วยให้หมอเห็นภาพ 3 มิติขยายชัดเจนสุดๆ แถมข้อมือหุ่นยนต์ยังหมุนดัดพับได้อิสระถึง 7 แกน ตัดความสั่นไหวของมือหมอออกไปหมดเกลี้ยง

🚀🤖* ล่าสุด (ปัจจุบัน): เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Single-Port RATS (uRATS) แล้วนะครับ! ด้วยหุ่นยนต์รุ่นใหม่ๆ (เช่น da Vinci SP) แขนกลทุกแขนและกล้องจะถูกรวบรวมเข้าไปในท่อเดียวขนาดแค่ 2.5 ซม. เจาะเข้าอกคนไข้รูเดียว ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

📊 บทสรุปและประเด็นถกเถียงระดับโลกในปัจจุบัน

นอกจากการพัฒนาเครื่องมือแล้ว วงการเรายังถกเถียงกันเรื่อง "ขอบเขตการตัด" ด้วยครับ ว่าควรตัดปอดทิ้งทั้งกลีบ (Lobectomy) หรือตัดแค่ชิ้นก้อนมะเร็ง (Segmentectomy)
ล่าสุดข้อมูล 10 ปีจากการทดลอง JCOG0802 ของญี่ปุ่น (ซึ่งถือเป็นงานวิจัยระดับแผ่นดินไหวของวงการ) ชี้ชัดว่า สำหรับ มะเร็งปอดแบบก้อนทึบ (Pure-solid) การตัดทิ้งทั้งกลีบ (Lobectomy) ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำที่เหนือกว่าครับ เพราะการตัดแค่บางส่วนมีอัตราที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำเฉพาะที่สูงกว่าถึง 2 เท่า (16% เทียบกับ 8%)

สรุปเลยก็คือ...

วิวัฒนาการตลอดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคหมอ Péan จนถึงยุคหุ่นยนต์ ทั้งหมดนี้เป้าหมายอยู่ที่ "คนไข้" ล้วนๆ ครับ การเลือกเทคนิคผ่าตัดที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การทำให้แผลเล็กที่สุดมิติเดียว แต่คือการผสานศาสตร์และศิลป์ เลือกวิธีกำจัดโรคให้หมดจด และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับคนไข้แต่ละคนนั่นเองครับ

ใครอ่านจบถึงตรงนี้ หมอขอปรบมือให้เลยครับ! ถือว่าได้เรียนประวัติศาสตร์ศัลยกรรมทรวงอกไปพร้อมๆ กัน ใครมีคำถาม หรืออยากแชร์ประสบการณ์ พิมพ์คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะครับ 👇😊

#หมอศุภฤกษ์ #คุยสบายๆกับหมอ #ผ่าตัดปอด #มะเร็งปอด #หุ่นยนต์ผ่าตัด #ศัลยกรรมทรวงอก

🫁 เตรียมตัวผ่าตัดปอดยังไง ให้ฟื้นไว แผลหายเร็ว และไม่เจ็บอย่างที่คิด! (ฉบับอัปเดตหลักการ ERAS) | คุยสบายๆ กับหมอศุภฤกษ์ ...
15/03/2026

🫁 เตรียมตัวผ่าตัดปอดยังไง ให้ฟื้นไว แผลหายเร็ว และไม่เจ็บอย่างที่คิด! (ฉบับอัปเดตหลักการ ERAS) | คุยสบายๆ กับหมอศุภฤกษ์ 👨‍⚕️✨

สวัสดีครับ มาอัพเดตเรื่องการเตรียมตัวผ่าตัดกันปอดกันหน่อยครับ

เวลาที่หมอบอกคนไข้ว่า “เราต้องผ่าตัดปอดกันนะครับ” เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องมีความกังวลใจ กลัวเจ็บ กลัวฟื้นตัวช้าใช่ไหมครับ? ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก หรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (VATS / RATS) ที่ฮิตๆ กันตอนนี้ หรือการผ่าตัดแบบเปิดช่องอกก็ตาม

แต่ปัจจุบันเรามีเทคนิคการดูแลผู้ป่วยระดับสากลที่เรียกว่า ERAS (Enhanced Recovery After Surgery) ซึ่งหัวใจสำคัญคือ "การเตรียมร่างกายคนไข้ให้ฟิตที่สุดตั้งแต่ก่อนผ่าตัด" ครับ ยิ่งเราเตรียมตัวมาดี ร่างกายจะยิ่งช้ำน้อยลง ฟื้นตัวไว เจ็บน้อยลง และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นแน่นอนครับ! 💪

วันนี้ผมเลยขอมาสรุป "การบ้าน" ให้คนไข้เตรียมตัวกันล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมปอด อาหาร และยา มาดูกันเลยครับ 👇

🏃‍♂️ ด่านที่ 1 : ฟิตร่างกายให้พร้อมสู้ (ช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด)

1. "บุหรี่" ต้องโบกมือลาเด็ดขาด! 🚭
ใครที่สูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า ขอร้องให้หยุดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดเลยนะครับ (รวมถึงแอลกอฮอล์ด้วยนะ) เพื่อลดปริมาณเสมหะ ลดโอกาสหลอดลมตีบ และลดความเสี่ยงปอดอักเสบหลังผ่าตัดครับ

2. ไอเทมลับคู่ใจ: เครื่องบริหารปอด Triflow 🌬️
เครื่องหน้าตาเหมือนของเล่นที่มีลูกบอล 3 ลูกนี่แหละ สำคัญมากๆ!

• ทริคคือ: ให้ "ดูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ" นะครับ (ห้ามเป่าออกเด็ดขาด!) ให้อมปากกระบอกให้สนิท ดูดจนลูกบอลลอยขึ้นให้มากที่สุด
• จุดสำคัญ: พอลอยสุดแล้ว ให้ "กลั้นหายใจค้างไว้ 3-5 วินาที" (จังหวะนี้แหละครับที่ถุงลมปอดส่วนลึกเราจะขยายตัวเต็มที่) แล้วค่อยๆ ผ่อนลมออก
• และขอย้ำเลยครับ --- ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องเร็ว ไม่ต้องแข่งกับเวลาครับ เพราะดูดเร็วๆ ไม่ช่วยให้ปอดแข็งแรงเลยครับ ยิ่งจะทำให้เราเหนื่อย หน้ามืดอีกต่างหาก ขอให้ดูดค้างไว้ยาวๆๆ ดีที่สุดครับ
• ทำบ่อยๆ เลยครับ เซ็ตละ 10-15 ครั้ง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมงตอนที่ตื่นอยู่ ปอดเราจะกางและแข็งแรงสุดๆ

สามารถตามไปดูวิธีได้ตาม link เลยครับ
https://www.facebook.com/share/v/1BugnfsQmG/?mibextid=wwXIfr

3. วิชาซ้อมไอแบบ "กอดหมอน" (Splinted Coughing) 🫂
หลังผ่าตัดเราต้องไอเอาเสมหะออกครับ เพื่อไม่ให้สะเทือนแผล ให้ฝึกเอาหมอนใบเล็กๆ มากอดกดทับที่หน้าอกให้แน่นๆ แล้วไอออกมาจากลำคอลึกๆ หมอนจะช่วยพยุงแผลให้เราไม่เจ็บครับ

4. ขยับแข้งขยับขา ออกกำลังกายเบาๆ 🚶‍♂️
แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน วันละ 20-30 นาที ให้หัวใจและปอดฟิตเตรียมรับการผ่าตัดครับ

5. พักก่อนนะ... ยาประจำตัวบางกลุ่ม และอาหารเสริม 💊

• กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด / ยาต้านเกล็ดเลือด (สำคัญมาก!): ยาพวกนี้มีผลโดยตรงทำให้เลือดออกง่ายและหยุดยากเวลาผ่าตัด หมอขอแจกแจงระยะเวลาที่ต้องหยุดยาสำหรับตัวฮิตๆ ไว้ตามนี้นะครับ

• 🩸 Aspirin (แอสไพริน): ต้องหยุดล่วงหน้า 5-7 วัน
• 🩸 Plavix (พลาวิกซ์ / Clopidogrel): ต้องหยุดล่วงหน้า 4-5 วัน
• 🩸 กลุ่ม NOACs / DOACs (ยาละลายลิ่มเลือดรุ่นใหม่ เช่น Xarelto, Eliquis, Pradaxa, Lixiana): มักจะต้องหยุดล่วงหน้า 2-3 วัน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานของไตของคนไข้แต่ละท่านด้วยครับ)
• 🩸 Warfarin (วาร์ฟาริน): ตัวนี้คลาสสิก ต้องหยุดล่วงหน้า 5 วัน (และอาจต้องเจาะเลือดดูค่าความแข็งตัวของเลือด หรือเปลี่ยนไปใช้ยาฉีดทดแทนช่วงที่หยุดยาครับ)

• 🚨 คำเตือนขีดเส้นใต้หนาๆ: ระยะเวลาที่หมอบอกเป็นเกณฑ์มาตรฐานนะครับ แต่ในคนไข้บางรายอาจมีความเสี่ยงโรคหัวใจที่แตกต่างกัน (ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ให้หมอสั่งเท่านั้นครับ!!) เอายาทุกตัวที่มีใส่ถุงมาให้หมอดู แล้วหมอจะประเมินร่วมกับคุณหมอประจำตัวของท่าน เพื่อวางแผนวันที่ต้องหยุดยาอย่างปลอดภัยให้เองครับ 😉

• 🌿🧄สายสุขภาพ อาหารเสริม/สมุนไพร: น้ำมันปลา (Fish oil), กระเทียมสกัด, แปะก๊วย, โสม, วิตามินอี ควรงดล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ ครับ

(ตามไปอ่านเต็มๆได้ ครับ 👉👉👉
🩸 อันตรายที่มองไม่เห็น! ทำไม "สมุนไพรบำรุงเลือด" ถึงกลายเป็น "ฝันร้าย" ในห้องผ่าตัด? 🩺
https://www.facebook.com/share/p/1AzE4sHnY5/?mibextid=wwXIfr
🛑 นับถอยหลังก่อนผ่าตัด: เช็กให้ชัวร์! สมุนไพรตัวไหนต้องหยุดเมื่อไหร่? https://www.facebook.com/share/p/18BW69Yw2H/?mibextid=wwXIfr
"ภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างสมุนไพรกับยาสลบ"
เมื่อเจอกันในห้องผ่าตัดแล้ว มันจะเกิด "ดราม่า" อะไรขึ้นบ้าง 🎭https://www.facebook.com/share/p/1CTKgzRmcu/?mibextid=wwXIfr )

• 🐜ยารักษาเบาหวาน: บางกลุ่ม (เช่น SGLT2 inhibitors อย่าง Forxiga, Jardiance) มักต้องหยุดล่วงหน้า 3-4 วัน เพื่อป้องกันภาวะเลือดเป็นกรด เอายาทั้งหมดมาให้หมอดูชัวร์สุดครับ!

🍽️ ด่านที่ 2 : โค้งสุดท้ายก่อนผ่าตัด (ลืมกฎงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืนไปได้เลย!)

หลายคนยังคุ้นกับกฎเหล็กที่ว่า "งดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืนเด็ดขาด" หิวจนไส้กิ่ว... ยุคนี้เราใช้แนวทาง ERAS เพื่อไม่ให้ร่างกายทรุดโทรมจากการขาดพลังงานแล้วครับ

1. อัดโปรตีนนำไปก่อน 🥩🥚

ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ทานอาหารโปรตีนสูงๆ ไว้เลยครับ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ร่างกายจะได้มีเสบียงไปซ่อมแซมแผลหลังผ่าตัด

2. กฎการงดอาหารแบบใหม่ (ไม่ทรมานแล้ว!) 🕒

• อาหารทั่วไป/อาหารแข็ง: เราให้งดแค่ 6 ชั่วโมง ก่อนเวลาดมยาสลบครับ
• ไฮไลท์คือ "น้ำใส" ดื่มได้!: พวกน้ำเปล่า, น้ำแอปเปิ้ลใส (ไม่มีกาก), หรือเครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต (น้ำหวานใสๆ) ที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ สามารถจิบได้จนถึง 2 ชั่วโมง ก่อนเวลาผ่าตัดเลยครับ!
• ทำไมหมอถึงให้ทาน? เพราะมันช่วยลดความเครียดของร่างกาย รักษาระดับน้ำตาล พอตื่นจากการดมยา คนไข้ของหมอจะตื่นมาแบบมีแรง สดชื่น ไม่อ่อนเพลีย และพร้อมลุกเดินฟื้นฟูร่างกายได้ทันทีครับ

3. เตรียมความสะอาดร่างกายให้เป๊ะ 🧼

• อาบน้ำสระผมให้สะอาด ใช้สบู่ฆ่าเชื้อฟอกเน้นๆ ตรงหน้าอกและรักแร้
• 💅 สาวๆ ครับ... หมอรบกวนล้างสีทาเล็บ ถอดเล็บเจลออกด้วยนะครับ เพราะคุณหมอดมยาต้องใช้ปลายนิ้วของเราในการหนีบเครื่องวัดระดับออกซิเจนครับ
• ถอดฟันปลอม คอนแทคเลนส์ และงดใส่เครื่องประดับทุกชิ้น ฝากญาติไว้ได้เลย

เห็นไหมครับว่า การเตรียมตัวผ่าตัดปอดในยุคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าร่างกายเราพร้อมตั้งแต่ที่บ้าน พอมาถึงมือหมอและทีมงาน รับรองว่าแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติกับคนที่รักได้เร็วแน่นอนครับ ✌️😊

ใครมีแพลนจะผ่าตัดเร็วๆ นี้ หรือมีญาติที่กำลังเตรียมตัวอยู่ ลองแชร์โพสต์นี้ไปให้พวกเขาลองทำตาม หรือเก็บไว้เป็นเช็กลิสต์ได้เลยนะครับ ส่วนใครมีข้อสงสัยตรงไหน พิมพ์ถามหมอไว้ในคอมเมนต์ได้เลย ยินดีตอบทุกคำถามครับ!

ด้วยความห่วงใย
หมอศุภฤกษ์ 👨‍⚕️🩺

#คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์ #ผ่าตัดปอด #ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก #ฟื้นตัวไว #มะเร็งปอด #เตรียมตัวก่อนผ่าตัด #ศัลยกรรมทรวงอก

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีอีกเรื่องราวที่คนไข้ผ่าตัดปอดหลายคนมักจะกังวลและสอบถามกันเข้ามา นั่นก็คือ 👉👨‍⚕️"ภาวะลมรั่วใต้ผิวหนั...
11/03/2026

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีอีกเรื่องราวที่คนไข้ผ่าตัดปอดหลายคนมักจะกังวลและสอบถามกันเข้ามา นั่นก็คือ

👉👨‍⚕️"ภาวะลมรั่วใต้ผิวหนังหลังผ่าตัดปอด" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Postoperative Subcutaneous Emphysema (POSE) ครับ 🫁💨

ภาวะนี้เวลาเกิด คนไข้จะมีอาการตัวบวมๆ หน้าบวม คอบวม และเมื่อเอามือลูบจับที่ผิวหนังจะรู้สึกดังกรอบแกรบๆ เหมือนเราจับพลาสติกบับเบิ้ลกันกระแทกเลยครับ

ฟังดูน่าตกใจใช่ไหมครับ? วันนี้ผมเลยจะมาสรุปเจาะลึกแบบเข้าใจง่ายๆ แต่ข้อมูลเป๊ะตามมาตรฐานสากลมาฝากกันครับ!

❓ 1️⃣ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภาวะนี้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเกิดจากการที่มี "ลมรั่ว" ออกมาจากเนื้อปอดบริเวณที่ถูกตัดหรือเย็บ ทำให้ลมเข้าไปสะสมในช่องอก (ช่องเยื่อหุ้มปอด) ทีนี้ถ้าท่อระบายทรวงอก (Chest tube) ทำงานไม่ทัน ระบายลมออกไม่หมด ลมที่มีแรงดันพวกนี้ก็จะหาทางออกโดยดันตัวเองทะลุผ่านรอยแผลผ่าตัดที่ผนังอก เข้าไปแทรกซึมตามชั้นไขมันและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังของเราครับ ทำให้เกิดอาการบวมลามไปได้

นอกจากนี้ยังมีอีกกลไกคือ ลมอาจจะรั่วซึมไปตามปลอกหุ้มหลอดเลือดและหลอดลม แล้วดันลามขึ้นมาที่คอโดยตรง (เรียกว่า Macklin Effect) ก็ได้เช่นกันครับ

❓ 2️⃣ ถ้ากลับบ้านไปแล้ว (วันที่ 4-5 หลังผ่าตัด) มีโอกาสเกิดแค่ไหน?

สบายใจได้เปราะใหญ่เลยครับ! โอกาสเกิดน้อยมากๆ เพราะข้อมูลจากงานวิจัยพบว่ากว่า 75% ของภาวะลมรั่วรุนแรง มักจะเกิดและแสดงอาการในช่วง 1 ถึง 4 วันแรกหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นช่วงที่คนไข้ยังนอนสังเกตอาการอยู่โรงพยาบาล

หากคุณหมอประเมินแล้วว่าปอดขยายตัวดี ไม่มีลมรั่วแล้ว และถอดสายให้กลับบ้านได้ในวันที่ 4-5 โอกาสที่จะกลับมาแอดมิทซ้ำด้วยเรื่องลมรั่วรุนแรงมีเพียงประมาณ 1-2% เท่านั้นครับ และส่วนใหญ่ที่เป็นก็มักจะเป็นแค่อาการเบาๆ ที่ดูแลแบบประคับประคองได้

⚠️แต่ก็ไม่ 100% นะครับ ยังมีคนไข้บางส่วนที่อาจเกิดลมรั่วรุนแรงกะทันหันหลังกลับบ้านไปแล้วได้เช่นกัน มักเกี่ยวกับการไอรุนแรง ไอเยอะ เบ่งถ่ายบ่อยๆ ดูดลูกบอลฟื้นฟูมากไป ออกกำลังกายหักโหม หรือเผลอไปยกของหนักที่ต้องมีการออกแรง “ฮึบ” ก่อนยก

👉👉ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงนี้ และลมใต้ผิวหนังเกิดขึ้นเร็ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลเลยครับ 🚑🚑

❓ 3️⃣ แล้วต้องผ่านไปนานแค่ไหนถึงจะมั่นใจว่า "ไม่เกิดแล้วแน่ๆ"?

กระบวนการที่เนื้อปอดจะสร้างเนื้อเยื่อมาสมานตัวและเยื่อหุ้มปอดจะติดกันสนิทจริงๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ครับ ดังนั้นถ้าคนไข้ผ่านช่วง 1 เดือนแรกหลังกลับบ้านไปได้โดยไม่มีอาการบวมหรือหอบเหนื่อย ถือว่าแผลสมานแข็งแรงและพ้นระยะอันตรายจากภาวะนี้ไปได้อย่างสมบูรณ์แล้วครับ

❓ 4️⃣ ถ้าเกิดอาการขึ้นมาแล้ว รุนแรงไหม และหมอจัดการอย่างไร?

ข่าวดีคือ อาการส่วนใหญ่มักจะเบาๆ (เช่น บวมแค่ฐานลำคอหรือหน้าอกนิดหน่อย) ซึ่งมักจะไม่อันตรายและหายได้เองครับ (Benign course) ร่างกายจะค่อยๆ ดูดซึมลมกลับเข้าเส้นเลือดไปเอง คุณหมอจะให้นอนพักผ่อน ให้ยาแก้ปวด และที่สำคัญคือจะให้ "สูดดมออกซิเจนแบบเข้มข้นสูง" ซึ่งการให้ออกซิเจนนี้จะช่วยไปไล่ก๊าซไนโตรเจนที่ค้างอยู่ใต้ผิวหนังออก ทำให้แผลยุบบวมเร็วขึ้นมากครับ

แต่ถ้าบวมมากจนลามไปทั้งหน้าอก แขน หรือลืมตาไม่ขึ้น คุณหมอจะต้องจับเอกซเรย์ปอด (CXR) ทันที เพื่อดูว่ามีลมค้างในช่องอก (Pneumothorax) ด้วยหรือไม่ ซึ่งการตัดสินใจรักษาจะแบ่งเป็น 2 กรณีครับ:

❓ 5️⃣ กรณี "ไม่มี" ลมในช่องเยื่อหุ้มปอด (No Pneumothorax จาก CXR) ต้องทำอะไรไหม?

ถ้าเอกซเรย์แล้วปอดพองเต็มดี แปลว่าปอดขยายตัวติดผนังอกไปแล้ว แต่ลมมันถูกบังคับให้พุ่งตรงเข้าชั้นใต้ผิวหนังเลย กรณีนี้ 👉👉🚫 "ไม่ควร" เจาะใส่ท่อระบายที่ช่องอกเพิ่มแบบสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ เพราะอาจไปแทงทะลุโดนเนื้อปอดได้
สิ่งที่คุณหมอจะทำคือ อาจจะฉีดยาชาแล้วเปิดแผลเล็กๆ ขนาด 2-5 ซม. บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า (Infraclavicular blow-holes) เพื่อเปิดรูให้ลมความดันสูงใต้ผิวหนังระบายออกโดยตรง และปัจจุบันเราอาจใช้เทคโนโลยีเครื่องดูดแผลสุญญากาศ (VAC pump) มาครอบบริเวณแผลไว้ ซึ่งจะดูดลมออกได้อย่างต่อเนื่อง ยุบไว และได้ผลดีมากครับ

❓ 6️⃣ กรณี "มี" ลมในช่องเยื่อหุ้มปอด (With Pneumothorax จาก CXR) ควรต้องใส่สายระบายด่วนหรือไม่?

เจาะรูลมในปอด ไม่ได้แปลว่าต้องแทงสายด่วนเสมอไปครับ! "ขึ้นอยู่กับความคงที่ของอาการคนไข้" ครับ

• 🆘🚨 หากอาการไม่คงที่: คนไข้หายใจเหนื่อยหอบรุนแรง ออกซิเจนในเลือดตก หรือความดันตก แบบนี้ถือเป็น "ภาวะฉุกเฉิน" ที่มีลมคั่งกดทับ ต้องรีบเจาะใส่สายระบายทรวงอกทันทีเพื่อช่วยชีวิตครับ สามารถใส่สายระบายขนาดเล็กๆได้เลย (PCD: percutaneus drainage) ไม่ต้องสายใหญ่ครับ

• ‼️หากอาการคงที่: สัญญาณชีพปกติดี แค่ลมเยอะ คุณหมอตามแนวทางของสมาคมแพทย์ทรวงอก (เช่น BTS) จะแนะนำให้ติดตาม X-ray เป็นช่วงเวลา (Serial CXR) ถ้าคงที่ อาจดูอาการและให้ Oxygen ช่วยครับ แต่ถ้าลมมากขึ้น ควรใส่สายระบายไว้ครับ สาย PCD ก็เพียงพอครับ

แต่กรณีที่มีสายระบายอยู่แล้ว ให้เช็คสายระบายเดิมก่อนว่ามีตรงไหนพับงอหรืออุดตันไหม และมักจะพิจารณาใช้เครื่องดูด (Active suction) ที่แรงดันประมาณ -20 cmH2O ต่อเข้ากับสายระบาย เพื่อช่วยเร่งดูดลมออกและดึงให้ปอดขยายตัวไปปิดรอยรั่วครับ

💡 7️⃣. สรุปข้อมูลเพิ่มเติมที่คนไข้และญาติ "ควรต้องรู้" ก่อนกลับบ้าน

• อาการตกค้างเป็นเรื่องปกติ: อาการเสียงกรอบแกรบใต้ผิวหนัง (Crepitus) หรือบวมนิดๆ หากคุณหมอประเมินแล้วให้กลับบ้านได้ แปลว่ารอยรั่วถูกควบคุมแล้วครับ ร่างกายอาจจะต้องใช้เวลาเป็น "หลายวัน หรือเป็นสัปดาห์" กว่าลมจะถูกดูดซึมไปจนหมด ไม่ต้องตกใจและไม่ต้องกังวลว่าแผลติดเชื้อนะครับ

• สัญญาณอันตราย (Red Flags)🚨🆘: ถ้าอยู่บ้านแล้วมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบกลับมาโรงพยาบาลทันทีครับ ได้แก่ หายใจเหนื่อยหอบรุนแรง, กลืนลำบาก, เจ็บคอมาก, เสียงเปลี่ยน, ผิวหนังบวมลามขึ้นเบ้าตาอย่างรวดเร็ว, ปากเขียว, หรือหน้าท้องอืดตึงผิดปกติ

• ข้อห้ามสำคัญ🚫✈️ : ช่วง 1 เดือนแรก ห้ามขึ้นเครื่องบิน หรือดำน้ำลึก (Scuba diving) เด็ดขาด เพราะความกดอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้ก๊าซในปอดขยายตัว และแผลที่ปอดปริฉีกขาดซ้ำได้ครับ

• ห้ามสูบบุหรี่🚭 : ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ ควันบุหรี่ทำลายการสมานแผลของปอดโดยตรงและทำให้ไอ ซึ่งจะไปกระเทือนรอยเย็บครับ ต้องงดเด็ดขาด

📝👨‍⚕️เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยตอบข้อสงสัยและคลายความกังวลให้กับคนไข้ผ่าตัดปอดและญาติๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม พิมพ์คอมเมนต์ถามหมอไว้ด้านล่างได้เลยนะครับ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับทุกคน
ด้วยความห่วงใย
หมอศุภฤกษ์ 👨‍⚕️💙

ขอบคุณทีม รพ.FV Hospital Vietnam ด้วยครับ ... ผมมีโอกาสได้ไปเป็นผู้แนะนำขั้นสุดท้ายในการผ่าตัดหุ่นยนต์(Robotic Proctor) ...
10/03/2026

ขอบคุณทีม รพ.FV Hospital Vietnam ด้วยครับ ...

ผมมีโอกาสได้ไปเป็นผู้แนะนำขั้นสุดท้ายในการผ่าตัดหุ่นยนต์
(Robotic Proctor) ให้กับทีมรพ.FV เมื่อเดือนก่อน

ทีม รพ.เพิ่งส่ง VDO ที่เผยแพร่ที่อวียดนามมาให้ดู
น่าจะเป็นประโยชน์แก่ชาวเวิยดนาม ที่ได้มีเทคโนโลยีดีๆในการผ่าตัดช่วยคนไข้ได้อีกเยอะเลยครับ

ของเราก็อย่านิ่งเฉยครับ .. เชื่อเลยว่าไม่นาน เค้าก้าวกระโดดไปไกลแน่นอนครับ

ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ครับ ที่มาพูดคุยกันและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปอด🫁 และการผ่าตัดปอดด้วยหุ่นยนต์🤖 ที่นอกจา...
08/03/2026

ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ครับ ที่มาพูดคุยกันและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปอด🫁 และการผ่าตัดปอดด้วยหุ่นยนต์🤖
ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแล้วยังมีประโยชน์ในการผ่าตัดปอดที่ซับซ้อนได้อย่างดี✅

🫁มะเร็งปอดเป็นความเสี่ยงที่เลี่ยงยาก โชคดีที่สมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆพร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้การรักษาครับ

🏥ข้อสำคัญควรมาตรวจคัดกรอง เจอเร็ว ระยะต้นรักษาหายขาดได้ครับ

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปอด และการผ่าตัดรักษาโดยใช้หุ่นยนต์กันได้ครับ

ความรู้เทคโนโลยีการแพทย์ยุคใหม่ “SMART HOSPITAL” ที่น่าสนใจ-ได้ประโยชน์... “สู้มะเร็งปอด” โดยใช้ประโยชน์ “CT Scan รังสีต.....

📖✍️เห็นข่าวสอบเตรียมอุดมฯ วันนี้ได้มุมมองต่างๆที่หลากหลายครับ  ทำให้นึกถึงเรื่องความสำคัญของการสื่อสาร ซึ่งต้องพร้อมทั้ง...
07/03/2026

📖✍️เห็นข่าวสอบเตรียมอุดมฯ วันนี้ได้มุมมองต่างๆที่หลากหลายครับ ทำให้นึกถึงเรื่องความสำคัญของการสื่อสาร ซึ่งต้องพร้อมทั้งผู้รับและผู้ส่งสาร ถึงจะทำให้ภารกิจลุล่วงครับ

👨‍⚕️เลยจะมาเล่าให้ฟัง ว่าการสื่อสารในห้องผ่าตัดเนี่ย เค้าทำยังไงกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่บางครั้ง อาจหมายถึงชีวิตคนไข้เลยทีเดียวครับ

🌄 ก่อนอื่นเลย ขอเล่าระลึกถึงความหลังวีรกรรมวันสอบเตรียมอุดมฯ ของตัวเองครับ ที่ “การสื่อสารผิดพลาด” เกือบจะเปลี่ยนชีวิตของผมไปซะแล้วครับ
(อะแฮ่ม... ผมเองก็ศิษย์เก่าเตรียมอุดมฯนะครับ ถึงแม้จะเกือบ 30 ปีมาแล้วก็ตาม hahaha)

🧔🏻‍♂️ขอบอกน้องๆเลยว่า ช่วงชีวิตที่เตรียมอุดมฯถือว่าเป็นช่วงหนึ่งที่มีความสุขและความทรงจำดีๆมากมายครับ

⚠️แต่รู้ไหมว่าผมเกือบจะไม่ได้เข้าเรียนที่นี่ เพียงเพราะคำพูดคำเดียวเลยครับ.......

ยุคนั้น การสอบไม่ได้เป็นสนามรวมใหญ่แบบสมัยนี้ครับ เค้าแบ่งสอบเป็นสนามย่อยตามโรงเรียนมัธยมย่านนั้น สอบวันเดียวกัน แต่หลายสนาม

ซึ่งผมได้สนามสอบ “โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย”

ในวันที่จัดสอบ ผมนั่งรถทัวร์มาจากเมืองชลฯ ตั้งแต่เช้ามืด ตั้งใจมาสอบ อ่านหนังสือเตรียมตัวมาทั้งวันทั้งคืน เป็นแรมเดือน หวังจะนำสิ่งที่มีในหัวทั้งหมด มาพิชิตข้อสอบให้ได้
ก็เตรียมตัวอย่างดี พอมาถึงเอกมัย ก็เรียกแท็กซี่แต่เช้าตรู่ให้ช่วยพาไปสนามสอบ

“พี่ๆโรงเรียนสันติราษฎร์ ครับ” ผมบอกพี่คนขับ ว่าแล้วก็นั่งท่องหนังสือไปในใจ

เงยหน้ามาอีกที พี่แท็กซี่พาผมข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งธนฯครับ!

ผมตกใจมาก ถามว่า “พี่ๆ นี่ที่ไหนครับ?”

พี่คนขับหันมาบอกว่า “ศิริราชไงน้อง โรงพยาบาลศิริราช”

🙀ตอนนั้นผมหน้าซีดเลยครับ เตรียมตัวมาอย่างดี จะอดสอบซะแล้ว

เลยรีบบอกพี่คนขับ

“โรงเรียนสันติราษฎร์ ครับพี่ ผมมีสอบ ซิ่งเลยครับ”

วันนั้นผมวิ่งเข้าห้องสอบแบบหืดขึ้นคอ ตื่นเต้นมาก โชคดีที่เผื่อเวลาไว้จึงมาสอบทัน และสุดท้ายโชคชะตาก็เข้าข้างที่สอบติดและได้เป็นเด็กเตรียมฯ สมใจ

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน... 🎥🎞️

ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ "ศิริราช" จริงๆเลยครับ
นึกย้อนกลับไป พี่แท็กซี่ท่านนั้นอาจจะไม่ได้หูฝาด แต่อาจจะเป็นผู้ทรงญาณทิพย์ที่มองเห็นอนาคตผมล่วงหน้าไปหลายสิบปีก็เป็นได้...🧙🏻‍♂️

ที่เล่ามานี่ พอเห็นภาพมั๊ยครับ แค่สื่อสารผิดแค่ประโยคเดียว เกือบเปลี่ยนชีวิตผมไปซะแล้วครับ

***********************

ทีนี้มาเข้าเรื่องเล่าของเรากันครับว่า เรามีหลักการยังไง เพื่อการสื่อสารจะไม่ผิดพลาดในห้องผ่าตัดกันครับ

🧝 เวลาพูดถึง "ห้องผ่าตัด" หลายคนคงนึกถึงภาพความเงียบสงัด มีแค่เสียงเครื่องวัดหัวใจดังติ๊ด... ติ๊ด... 💗

บรรยากาศตึงเครียดแบบในซีรีส์ใช่ไหมครับ? แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าใครเคยได้สติช่วงที่อยู่ในห้องผ่าตัด อาจจะแปลกใจว่าทำไมหมอๆ พยาบาล ถึงได้พูดคุยกันเยอะแยะไปหมด บางทีก็พูดประโยคซ้ำๆ กันไปมา จนแอบสงสัยว่าเขากำลังเล่นเกมทายคำกันอยู่หรือเปล่า (ฮา)

วันนี้ผมเลยอยากมาเล่าความลับ (ที่ไม่ลับ) ในห้องผ่าตัดให้ฟังครับ ว่าไอ้การ "คุยกัน" ของพวกเราเนี่ยแหละ คือสุดยอดเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้การผ่าตัดของทุกคนปลอดภัยที่สุดครับ!👉👉

1️⃣ กฎการทวนคำสั่ง: สั่งกาแฟยังต้องทวน สั่งยาในห้องผ่าตัดจะพลาดได้ไง!

☕️เคยไปร้านกาแฟแล้วพนักงานทวนออเดอร์เราไหมครับ? ในห้องผ่าตัดเราก็ทำแบบนั้นเป๊ะเลยครับ เรียกว่า

"Closed-Loop Communication "

สมมติหมอบอกว่า "ขอที่ตัดเย็บหลอดเลือดสีขาวครับ" น้องพยาบาลส่งเครื่องมือจะไม่ยื่นให้เฉยๆ แต่จะต้องพูดทวนว่า "ที่ตัดเย็บหลอดเลือดสีขาวค่ะ" แล้วหมอก็จะตอบรับอีกที การพูดทวนซ้ำๆ แบบนี้ช่วยการันตีได้ 100% ว่าจะไม่มีการหยิบยาผิดตัว หรือส่งเครื่องมือผิดชิ้นเด็ดขาดครับ

ตัวอย่างนี้ถ้าไม่ย้ำแล้วเผลอส่งที่ตัดเย็บผิดสีผิดขนาดมา ซึ่งอาจเอาไว้ใช้ตัดหลอดลมแทน แต่ดันเอาไปตัดหลอดเลือด ซึ่งขนาดความถี่ของรอยเย็บมันต่างกันมาก ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้เลือดออกบริเวณรอยเย็บได้อย่างหนัก ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ทัน มีโอกาสเสียชีวิตได้เลยครับ

2️⃣ Time-Out! ขอเวลานอกแป๊บ... ก่อนลงมีด

ก่อนที่หมอจะเริ่มลงมีดผ่าตัด ทุกคนในห้อง (ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน) จะต้องหยุดมือ ยืนล้อมวงกัน แล้วทำสิ่งที่เรียกว่า

"Time-Out " ครับ

เราจะเช็กชื่อคนไข้ดังๆ ยืนยันว่าผ่าตัดโรคอะไร ขวาหรือซ้าย เพื่อให้ทุกคนในทีมตั้งแต่คุณหมอดมยา ศัลยแพทย์ ไปจนถึงพยาบาล มีภาพในหัวตรงกันเป๊ะว่า "เรากำลังจะทำอะไรกัน" และต้อง“เตรียมอะไรเป็นพิเศษ” หรือไม่

3️⃣ ที่นี่ไม่มีใครใหญ่กว่า "ความปลอดภัยของคนไข้"

ในห้องผ่าตัดที่ดี เรามีกฎเหล็กเรื่อง

"Psychological Safety" ครับ

หมายความว่า ถ้ามีใครสักคนเห็นความผิดปกติ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นน้องพยาบาลจบใหม่ หรือนักศึกษาแพทย์ เขาก็มีสิทธิ์ (และหน้าที่!) ที่จะตะโกนเบรก "อาจารย์หมอ" ได้ทันทีครับ เช่น "อาจารย์คะ ความดันคนไข้เริ่มตกค่ะ!" ไม่มีใครมานั่งโกรธกันเรื่องข้ามหน้าข้ามตา เพราะเป้าหมายเดียวของพวกเราทุกคนคือ ความปลอดภัยของคนไข้ครับ

4️⃣ รหัสลับฉุกเฉิน SBAR: คุยสั้นๆ แต่ช่วยชีวิตได้ทันที!

เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องผ่าตัด เราไม่มีเวลามาเล่าเรื่องยาวๆ ครับ เราจะใช้รหัสลับการสื่อสารที่เรียกว่า SBAR เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ

• S (Situation): ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น (เช่น คนไข้เลือดออกมาก)

• B (Background): ประวัติที่เกี่ยวข้องคืออะไร เช่น เส้นเลือดเปื่อยมาก เคยติดเชื้อในช่องอกมาก่อน เนื้อเยื่อต่างๆ ไม่ค่อยแข็งแรง

• A (Assessment): ประเมินว่าปัญหาคืออะไร เช่น ตอนนี้เส้นเลือดที่เย็บไว้น่าจะฉีก อาจต้องเปลี่ยนไปเปิดแผลใหญ่แทน

• R (Recommendation): ต้องทำอะไรเดี๋ยวนี้! เช่น ขอเลือดด่วน! พยาบาลเตรียมเครื่องมือเปิดแผลใหญ่ด่วน ผู้ช่วยผ่าตัดกดแผลที่เลือดออกไว้ไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่น เป็นต้น
หลักการนี้ทำให้ทีมงานทุกคนเข้าใจสถานการณ์ตรงกันในไม่กี่วินาที และแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีครับ

5️⃣ ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว: การจัดการอารมณ์ (Emotional Control)

⚠️ข้อนี้สำคัญมากๆ ครับ ห้องผ่าตัดคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความกดดัน ถ้ามีเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แล้วหมอผ่าตัดสติแตก ตะโกนโวยวาย... ทีมงานทุกคนจะเกร็งและลนลานไปหมด ประสิทธิภาพการช่วยเหลือคนไข้จะลดลงทันที

ดังนั้น ศัลยแพทย์และทีมงานที่เก่ง ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ครับ การใช้โทนเสียงที่นิ่ง สุภาพ และให้เกียรติกันในยามวิกฤต จะช่วยดึงสติของทุกคนในห้องให้โฟกัสที่การช่วยชีวิตคนไข้ได้ดีที่สุดครับ

👉🧔🏻‍♂️👨‍⚕️เห็นไหมครับว่า การสื่อสารต่างๆในห้องผ่าตัด แท้จริงแล้วคือ "เสียงของความใส่ใจ" และ “ความปลอดภัยสูงสุด” ที่ทีมแพทย์และพยาบาลมีต่อคนไข้ทุกคนครับ

ดังนั้น ถ้าใครกำลังจะต้องเข้ารับการผ่าตัด แล้วแอบได้ยินเสียงพวกเราคุยกัน ทวนคำสั่งกันไปมาตอนที่กำลังสะลึมสะลือ... ไม่ต้องตกใจนะครับ สบายใจได้เลยว่าทีมงานกำลังดูแลคุณอยู่อย่างรัดกุมที่สุดครับ!

*************************

สุดท้ายนี้ ขอต้อนรับน้องๆ ว่าที่เด็กเตรียมฯทุกคนด้วยนะครับ ขอให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ครับ เรียนรู้ หาเพื่อน เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความทรงจำดีๆนะครับ

ขอฝากไว้เลยว่า

สำหรับผม เพื่อนสนิทที่คุยกัน support กันมาจนโต ก็มาจากที่นี่ครับ กิจกรรมสนุกๆ ความทรงจำดีๆ ล้วนได้รับจากที่นี่ครับ

อะแฮ่ม...แม้แต่ภรรยา เราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน
เตรียมฯ...เนี่ยแหละครับ

ขอเป็นกำลังใจให้เด็กๆรุ่นใหม่ได้ก้าวตามความฝัน และสมหวังทุกคนครับ!

*****หมายเหตุ... ภาพ infographic อยู่ใน comment นะครับ เผื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวมมากขึ้นครับ

https://www.facebook.com/share/p/175EQEUsCN/?mibextid=wwXIfr

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgeryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery:

แชร์