26/12/2025
รถยนต์ในประเทศไทยแบ่งตามแหล่งกำเนิดพลังงานออกเป็น ICE, HEV, PHEV และ BEV
ICE ย่อมาจาก Internal Combustion Engine คือรถที่มีการสันดาปพลังงานภายใน ได้แก่ รถเครื่องเบนซิน หรือ ดีเซล มีรถยนต์บางรุ่นที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่และแบตเตอรี่จ่ายไฟผ่าน inverter ไปที่มอเตอร์ในการหมุนล้อ คือแหล่งพลังงานเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ไม่ผูกโยงกับระบบขับเคลื่อนเช่น Nissan Kicks E-Power ก็ถือเป็น ICE เช่นกัน
HEV ย่อมาจาก Hybrid Electric Vehicle หมายถึงรถที่มีแหล่งพลังงานภายในรถสองแหล่งโดยหนึ่งในนั้นเป็นแบตเตอรี่ส่วนอีกแหล่งอาจจะเป็น ICE, Fuel Cell หรือ Ultra Capacitor ในประเทศไทยป็น ICE-Hybrid ได้แก่ Toyota Prius, Toyota Camry Hybrid, Toyota Altis Hybrid, Toyota Corolla Cross HEV, Honda Accord e:HEV, Honda CR-V e:HEV, Honda City e:HEV, Mitsubishi Xpander HEV e:Motion, MG 3 Hybrid+, MG VS HEV, Suzuki XL7 HYBRID
PHEV ย่อมาจาก Plug-In Hybrid Electric Vehicle คือ HEV ที่ขยายความจุ แบตเตอรี่ให้สามารถใช้พลังงานจากไฟฟ้าในสัดส่วนที่มากขึ้น ขับได้ไกลขึ้นใช้ความเร็วได้มากขึ้นด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถชาร์จแบตเตอรี่กับแหล่งพลังงานภายนอกได้ เช่น MG HS PHEV, Haval H6 PHEV, Volvo V60 Recharge, Volvo XC60 และ XC90 Recharge, BMW 330e, BMW 530e, Mercedes-Benz C350e, Lexus NX 450h+, BMW X3 xDrive30e, Mercedes-Benz GLC e 4MATIC, Audi A3 E-Tron, Mini Cooper Countryman E และ SE, Porsche Cayenne S E-Hybrid
BEV ย่อมาจาก Battery Electric Vehicle หรือที่เราเรียกกันว่า รถไฟฟ้า หรือ รถ EV รถในกลุ่มนี้จะมีแหล่งพลังงานภายในเพียงแค่ Battery เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเช่น Jaecoo 5 ev, BYD Dolphin, BYD Atto 3, Neta V, MG4 Electric, BYD Seal, ChangAn Deepal S07, Aion Y Plus, Tesla Model 3, ORA Good Cat, MG EP, Volvo C40, Volvo EX30 และ EX40, Tesla Model Y, BMW iX3, BMW i5, BMW i4, BMW iX, Hyundai Ioniq 5 และ 6, Porsche Taycan, Honda e:N1, Mercedes EQS, Lexus RZ450e, Audi Q8 e-tron, XPENG G6, X9, Kia EV5 และ EV9, ZEEKR X, DENZA D9, MG Maxus 9
น้ำมันเชื้อเพลิงชักนำให้เกิดการระเบิดภายในกระบอกสูบเพื่อดันลูกสูบไปหมุนเพลาและข้อเหวี่ยงเป็นพลังงานกลในการหมุนล้อ แต่รถไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายเคเบิ้ลเพื่อไปหมุนมอเตอร์โดยตรง
rotational speed ของมอเตอร์แปรผันตรงกับความต่างศักย์ (V)
torque แปรผันตรงกับปริมาณกระแสไฟฟ้า (I)
รถไฟฟ้าให้ instant torque โดยไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์เหมือนในรถยนต์สันดาปภายใน เป็นความท้าทายของทางวิศวกรรมของค่ายผู้ผลิตรถไฟฟ้าที่ต้องหาจุดสมดุลย์ของ maximal tolerated current และ voltage เพื่อให้ได้ power และ torque สูงที่สุด ยกตัวอย่าง Porsche Taycan Turbo ให้กำลังสูงสุดในการหมุนมอเตอร์ที่ 500 kW ให้ torque สูงสุด 850 N-m ขณะที่ Tesla Model 3 Performance (Highland)ให้กำลังสูงสุดในการหมุนมอเตอร์ 460 kW ให้ torque สูงสุด 741 N-m เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าของ Tesla Model 3 Performance ที่ทำไว้ที่ 413 kW กับ 660 N-m กระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสายเคเบิ้ลในตัวรถจะสูงตาม power และ torque ของมอเตอร์ขณะขับขี่
รถ BEV, PHEV และ HEV กระแสที่วิ่งผ่านในสายเคเบิ้ลจากแบตเตอรี่ไปมอเตอร์ภายในรถขณะขับขี่และกระแสที่วิ่งผ่านสายชาร์จจากหัวจ่ายไฟไปที่เบ้าเสียบชาร์จของรถ จะสร้างสนามแม่เหล็กสถิตย์หมุนทวนเข็มนาฬิกา ยิ่งใกล้สายไฟมากเท่าไหร่ค่าพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ายิ่งสูง ตามกฎของแอมแปร์ อินทิกรัลของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (B) กับระยะทางที่พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าวิ่งเป็นวงกลมรอบสายไฟ (dl) มีค่าเท่ากับกระแสไฟที่วิ่งผ่าน enclosed current (I) คูณกับ permeability of free space (µ0) ซึ่งเป็นค่าคงที่เท่ากับ 4 π x 10-7
∮ B ⋅ dl = µ0 ⋅ I
∮ dl = เส้นรอบวงหรือ 2 π r
ดังนั้น
B = µ0 ⋅ I / 2 π r
กล่าวคือค่าพลังงานแม่เหล็กที่ผู้ขับขี่จะได้รับ แปรผันตรงกับปริมาณกระแสไฟที่วิ่งผ่านเคเบิ้ลและแปรผกผันกับระยะจากสายเคเบิ้ลถึงผู้ขับขี่นั่นเอง
พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่ 130 - 300 µTesla สามารถชักนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในเครื่องกระตุ้นหัวใจและกระตุกหัวใจ Cardiovascular Implantable Electronic Devices (CIED) ได้แก่ pacemaker CRT และ ICD ทำให้เกิด spontaneous device reprogramming, mode switching, pacing inhibition หรือ inappropriate tachycardia detection/therapy เรียกว่า Electromagnetic Interference (EMI)
#การขับขี่หรือนั่งโดยสารและเวลาชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามีผลกับเครื่องCIEDของผู้ขับและผู้โดยสารหรือไม่? (2026 update)
#การศึกษาที่1 Int J Cardiol. 2017 Jan 15;227:318-324 รถ HEV มีข้อมูลที่ตีพิมพ์ในวารสาร peer-reviewed และเป็น well-validated study เฉพาะ Toyota Prius 2012 เป็นการศึกษาที่ทำโดยเฟลโล่คาดิโอที่ Mayo Clinic Rochester นำเสนอในงาน ACC ตีพิมพ์ใน International Journal of Cardiology ที่เลือกรถรุ่นนี้เพราะเป็น HEV ที่มีคนใช้มากที่สุดในอเมริกาในเวลานั้น นำคนไข้ที่ใส่เครื่องกระตุกหัวใจหรือ ICD (N ~ 30) มา interrogate และ keep setting เดิมไว้ทุกอย่างแต่ปิด ATP/Shock Therapy เพื่อป้องกันอันตรายขณะทดสอบ เป็น ICD ~ 74% และ CRT-D ~ 24% ในเครื่องเหล่านี้มี back up pacing function อยู่แล้ว จึงเป็นการทดสอบการทำงานของ pacemaker ไปด้วยในตัว Toyota Prius ใช้ NiMH battery ขนาด 201V สามารถสตาร์ทเครื่องได้และขับในความเร็วไม่เกิน 15 mph โดยใช้ไฟฟ้าอย่างเดียว แบตเตอรี่ติดตั้งไว้ด้านหลังติดกับเบาะหลังฝั่งซ้าย มอเตอร์วางไว้ด้านหน้าติดกับคนขับ วัด peak magnetic field strength (A/m), peak electric field (V/m) ใน 4 ย่านความเร็ว 1. idle speed (100% electric) 2. low speed 30 mph 3. high speed 60 mph 4. variable speed (acceleration and breaking) และใน 6 ตำแหน่ง 1. เบาะคนขับ 2. เบาะข้างคนขับ 3. เบาะหลังซ้าย 4. เบาะหลังขวา 5. หน้ากันชนหน้า ห่าง 1 ฟุต 6. หลังกันชนหลัง ห้าง 1 ฟุต ผลออกมาพบว่าที่นั่งหลังขวามี peak magnetic และ electric field strength สูงที่สุด น้อยที่สุดที่นอกตัวรถทั้งสองตำแหน่ง แต่ทั้ง 6 ตำแหน่งและทุกย่านความเร็วไม่เกิด EMI และ leads parameter ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่รายเดียว
#การศึกษาที่2 Ann Intern Med. 2018;169(5):I-26. ทำในประเทศเยอรมัน เป็นการศึกษาที่สมบูรณ์แบบกว่าการศึกษาที่ 1 ที่ทำใน Toyota Prius เพราะการศึกษานี้ใช้ N มากกว่า (108 คน) ทั้ง ICD และ pacemaker ทำการวัดทั้งช่วงชาร์จ (AC charger) และขับไปบนถนนจริงๆด้วย ELT-400 meter Narda-STS ร่วมกับ B-field probe + 3 orthogonal coils ทำให้ได้ sensing area กว้างขึ้นครอบครุมย่านความถี่ตั้งแต่ 1-400 kHz ใช้รถ BEV ทั้งหมด 4 รุ่นที่ขายดีที่สุดในยุโรปก่อนปี 2018 BMW i3, Nissan Leaf, Tesla model S 85 และ Volkswagen e-up! พบว่า (1) magnetic field strength สูงสุดช่วงชาร์จไม่ใช่ตอนขับแม้จะเร่งความเร็วสูงก็ตามวัดได้อยู่ที่ 30.1 ถึง 116.5 μTesla (2) ไม่เกิด EMI แม้แต่รายเดียวทั้งขณะชาร์จแบตเตอรี่และขณะขับ pacing threshold, sensing, impedance ไม่เปลี่ยน ไม่มี device reprogramming
#การศึกษาที่3 Europace. 2023 May 19;25(5) ทำในประเทศเยอรมันโดยกลุ่มผู้ทำการศึกษาเดียวกันกับการศึกษาที่2 สืบเนื่องจากผลการศึกษาเดิมพบว่า magnetic field strength สูงที่สุดขณะชาร์จไม่ใช่ขณะขับ และในการศึกษานั้นใช้ AC port ไม่ใช่การชาร์จด้วยไฟกระแสตรงหรือ DC charger การศึกษานี้ N = 130 pacemaker, CRT, Transvenous และ Subcutaneous ICD แต่ exclude leadless pacemaker ปรับการทำงานของเครื่องให้เอื้อต่อการจับ EMI ให้ได้มากที่สุด ทำการศึกษาในรถ BEV สี่รุ่น Porsche Taycan Turbo, VW ID3 pro performance, Tesla Model 3 Performance ตัวเก่าที่ไม่ใช่ Highland และ Audi E-tron 55 Quattro วัดพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าและ EMI ขณะชาร์จด้วย high-power DC charger 300-350 kW ทำให้ได้ maximal charge power ของรถทั้งสี่รุ่น ถือว่าสูงมากในปี 2025 เอาสายชาร์จยกมาแนบที่อกแตะกับเครื่องเลย ผลที่ได้พบว่า (1) ไม่เกิด EMI เลยแม้แต่รายเดียว (2) magnetic field strength สูงสุดที่สายชาร์จและเบ้าชาร์จที่ตัวรถตอนผู้ขับเสียบเข้าไปเฉลี่ย 38.65 µTesla และที่ charging station สูงที่สุดถึง 77.9 µTesla (3) charging power และ magnetic field strength ในรถบางรุ่นเช่น Audi E-tron ไม่ขึ้นกับระดับแบตเตอรี่ รถ BEV ส่วนใหญ่แบตต่ำจะได้ charging power ที่สูงเป็นต้น
#สรุป
1. รถ HEV PHEV และ BEV ที่จำหน่ายในปัจจุบันปี 2025 ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่ใส่ CIED ทั้ง pacemaker, ICD, CRT ทุกค่ายผู้ผลิตไม่ว่าจะนั่งตำแหน่งคนขับผู้โดยสารตอนหน้าหรือตอนหลัง
2. ตอนชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถ PHEV และ BEV ปลอดภัยไม่ว่าจะตอนยกสายจาก charging station ตอนมาเสียบที่พอร์จ นั่งอยู่ในรถตอนชาร์จ หรือ ออกมายืนรอนอกรถใกล้สายชาร์จ ปลอดภัยทั้ง AC charger แบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส DC charger และ high-power (350kW) charger
3. ค่าพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าสูงสุดที่ charging station ขณะปล่อยไฟรองลงมาคือตัวสายชาร์จและเบ้าเสียบที่ตัวรถ น้อยที่สุดในห้องโดยสาร และน้อยมากตอนขับขี่ไม่ว่าจะเร่งความเร็วเท่าไหร่ก็ตาม
4. เทคโนโลยีของเครื่องกระตุ้นและกระตุกหัวใจรุ่นใหม่ที่มี titanium shield ตัว pulse generator และ capacitor กรองคลื่นย่านความถี่ > 2 MHz ช่วยป้องกันการเกิด EMI ได้มาก
5. ข้อจำกัดที่เรายังไม่มีข้อมูลคือ subclinical EMI ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการไปยืนติดกับ charging station หรือเอาสายชาร์จมาแนบอกขณะปล่อยไฟ
นพ วิพัชร พันธวิมล
อายุรแพทย์โรคหัวใจ อนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจ