Kritaya - Healer with magical tools

Kritaya - Healer with magical tools Transformational facilitator, alternative healer, workshop organizer and interpreter

30 - day Solo Silent Retreat Reviewเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตเกินคาดตอนแรกเกิดจากปีนี้งานเยอะมากๆๆ อยู่กับคนเยอะมากๆๆ โห...
05/01/2026

30 - day Solo Silent Retreat Review
เป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตเกินคาด
ตอนแรกเกิดจากปีนี้งานเยอะมากๆๆ อยู่กับคนเยอะมากๆๆ โหยหาเวลาเงียบๆอยู่กับตัวเองมากๆๆๆ และห่างหายการภาวนามานาน ทุกครั้งที่ได้ยินคนไปเข้า Solo Retreat จะรู้สึกอยากไปมั่งมากๆ
เคยภาวนามาหลายรูปแบบทั้งกับตั้มและวัชรสิทธา โกเอนก้า ฯลฯ จนถึงบวชชีสายหลวงพ่อเทียน อยู่วัดป่าโสมพนัส และเคยได้ใช้ชีวิตช่วงแม่ชีอยู่ในเต้นท์ 3 เดือนในวัดป่า (ที่ป่าจริงๆ) ที่เชียงใหม่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ silent retreat แต่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่คนเดียวจริงๆ
พื้นที่ของมิลาเรปะรีทรีทมัน magical มากๆ พื้นที่โล่งกว้าง กระท่อมเดี่ยวบนเนินเขา เบื้องหน้าเป็นเทือกเขามังกร ข้างหลังเป็นภูเขาเขตอุทยาน เหมือนได้รับการโอบอุ้มด้วยขุนเขาที่เปิดกว้าง โล่งโปร่ง สว่าง สบาย หากสวรรค์มีจริง มันคงหน้าตาแบบนี้แน่ๆเลย

เราอยู่ในกระท่อมเดี่ยวที่ออกแบบมาอย่างลงตัว มีครัวเล็กๆให้ทำอาหารเอง มีระเบียงกว้างที่หันมาเห็นวิวแบบในรูปนี้ (แต่ห่างไปกว่านี้หน่อย) ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ในความเงียบสงัดของธรรมชาติ ตื่นตามพระอาทิตย์ ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยสดทำให้ยิ้มได้ทุกวัน ภาวนาตามจังหวะของตัวเอง ทำอาหารเมื่อหิว นั่งนิ่งๆอยู่กับตัวเองและความคิดตัวเอง แน่นอนว่ามันไม่ง่าย แม้อยู่คนเดียวแต่เสียงในหัวและเรื่องราวในอดีตต่างๆแวะเวียนมาเรื่อยๆ โชคดีที่เคยได้มีประสบการณ์การอยู่กับความทุกข์ต่างๆจนเห็นมันดับไปได้เองในใจโดยไม่ต้องทำอะไรกับมัน ทำให้มีความมั่นคง มั่นใจมากขึ้นในการเผชิญกับภาวะต่างๆ และการไม่มีใครอยู่ด้วยเลยทำให้เราได้เป็นตัวเองจริงๆ ก่อนหน้านี้การเข้า retreat ต่างๆ แม้จะปิดวาจา ไม่สบตาใครเลย แต่เมื่อมีคนอยู่รอบตัวเราก็ยังมี awareness ถึงคนอื่นๆอยู่ มีการปรับตัว มีการพยายามจะดูดี จะต้องทำให้ได้ดีเหมือนคนอื่น หรือดีกว่าคนอื่น พออยู่คนเดียวจริงๆ มันมีพลังงานเหลือจากที่เคยพุ่งไปดูคนอื่นปรับตัวเข้าหาคนอื่น เอาพลังงานนั้นกลับมาสู่ตัวเอง

สิบวันแรกสบายมาก เบิกบาน เอนจอยสุดๆ กินอิ่มนอนหลับ อากาศแจ่มใส กลางวันไม่ร้อน กลางคืนเย็น อากาศ perfect สุดๆ เป็น blessing อย่างยิ่ง

ความท้าทายจริงๆเริ่มในสิบวันต่อมา นั่นคือสิบวันแรกยังมีพี่อีกคนอยู่ในกระท่อมอีกหลัง แม้จะต่างคนต่างอยู่ ไม่เคยเจอกัน แต่ก็เห็นหลังคาอยู่ไกลๆ รู้ว่ามีมนุษย์อยู่ตรงโน้น แต่พอพี่เขากลับไปเราได้อยู่คนเดียวจริงๆอีกสิบกว่าวันจนกว่าอีกคนจะมา มันเริ่มหวิวโหวง ไม่ได้กลัว แต่มันหวิวๆประหลาดแบบที่ไม่เคยเป็น เพราะเราไม่เคยอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครเลยขนาดนี้ มันเริ่มสงสัยว่าเราคือใคร เหมือนตัวตนเดิมมันงงว่าถ้าไม่มีคนอื่นเป็น reference แล้วเรายังมีตัวตนอยู่มั้ย โลกข้างนอกยังมีคนอยู่จริงมั้ยนะ (อารมณ์เหมือนหนังวันสิ้นโลกที่มี Will Smith อยู่คนเดียวกับหมา) เป็นความเหงาลึกมากกกกแบบไม่เคยคิดว่าจะเป็นได้ กลายเป็นว่าโจทย์หลักของรีทรีทนี้คือความเหงา ทั้งที่เราจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เหงาคือเมื่อไหร่ มันไม่ได้อยากคุยกับใคร แค่อยากรู้ว่ายังมีมนุษย์อยู่บนโลกนี้ ตัวตนปั่นป่วนมาก เหมือนพื้นที่เคยยืนอยู่หายใจ บางช่วงเวียนหัวเหมือนบ้านหมุน ใจหวิวๆเหมือนจะเป็นลม แต่ทั้งหมดก็เป็นไม่นานแล้วมันก็ผ่านไป เหมือนทุกอย่างไม่มีอะไรคงทนถาวร ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป กลับมาเบิกบานแจ่มใสได้อีกครั้ง

เป็นการภาวนาที่สงบ ผ่อนคลาย นิ่งลึกได้มากที่สุดที่เคยเจอ ความทำตามจังหวะตัวเองโดยไม่ต้องดูดี ไม่ต้องทำให้ได้มันดีมากๆ ก่อนนี้เราติดเพ่งมากๆ รู้ว่าควรผ่อนคลายแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อก่อนนั่งสมาธิ เดินจงกรมทีไรจะปวดหัวทุกที จนแอบแขยงทุกครั้งที่จะเริ่มนั่ง แต่ที่นี่ไม่เป็นเลย
ได้ระลึกถึงการขอบคุณมากมาย ได้เห็น ได้จำได้ว่าชีวิตเราดำรงอยู่ได้โดยการสนับสนุนของผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เป็นพรอันประเสริฐที่มีอยู่แล้วตรงนั้นตลอดแต่เรามองข้ามไปเสมอ อากาศที่เราได้หายใจ น้ำที่ได้ดื่ม ผืนดินที่โอบอุ้ม อาหารหลากหลายที่หล่อเลี้ยงเรา และนับไม่ถ้วนของพรมากมายตลอดเวลา ได้ระลึกถึงผู้คนต่างๆในชีวิต ครอบครัว ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ผ่านมา เพื่อน คนที่เคยเรียนกับเรา ผู้คนมากมายที่เราพบเจอมาในชีวิต หากไม่มีเขาก็ไม่มีเราคนนี้แบบนี้ เมื่อเราขอบคุณเราก็จะพาไปสู่ความรู้สึกถึงความเปิดกว้าง ความมั่นคง ปลอดภัย ความซาบซึ้งในการดูแลมากมาย เราตัวเล็กและอ่อนแอเหลือเกิน เราพึ่งพิงทุกสิ่งรอบตัว ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จัดสรรทั้งหมดนี้ไว้ให้อย่างละเอียดอ่อนและแสนใสใจ
วันแรกที่ได้เจอคนดีใจน้ำตาไหล 🥹

พูดครั้งแรกงงกับเสียงตัวเองและ vibration ในร่างกายจากการเปล่งเสียง ประหลาดมากๆ
มีหลายประสบการณ์ที่เล่าไม่ออก หรืออาจจะไม่มีคำพูดอธิบายได้
รวมๆแล้วมันพิเศษมาก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเลย
สุดท้ายขอบคุณ วัชรสิทธา • vajrasiddha อย่างมากที่ทุ่มเทสร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาให้เราได้มาใช้ประโยชน์ มันเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษและสำคัญยิ่งนักบนเส้นทางการเดินทางจิตวิญญาณนี้

ปีนี้มิลาเรปะรีทรีทจะเริ่มเปิดให้คนไปใช้ได้ ดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1341863294650712&set=pb.100064811616205.-2207520000&type=3

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

Let Love Flow Again workshop ที่วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ โดยการนำพาของ Agnese Wongเป็นสองวันที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก เหมือนที่รูมี...
02/12/2025

Let Love Flow Again workshop ที่วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ โดยการนำพาของ Agnese Wong
เป็นสองวันที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก เหมือนที่รูมีกล่าวไว้ว่า
"เธอไม่จำเป็นต้องแสวงหาความรัก เพียงหาว่าเธอสร้างกำแพงอะไรไว้กั้นมัน"
ความรักมีอยู่แล้ว อยู่ตรงนั้นเสมอ เหมือนน้ำ เหมือนอากาศ เหมือนชีวิต แต่บางทีเราอาจจะไม่รับรู้ หรือบางทีอาจจะมีกำแพงบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลบางสิ่งในตอนนั้นๆ วันนี้เราได้มาร่วมกับสำรวจกำแพงต่างๆ รับรู้มันอย่างที่มันเป็นด้วยความอ่อนโยนและเมตตา และเราก็พบว่าความรักไหลเวียนได้มากขึ้นได้

ขอบคุณทุกคนที่มาเดินทางร่วมกัน
ขอบคุณครูทั้งหลายของเรา ครู Monika Wyss ครู Nancy Tung ครูซูฟีคือครูฮามิดะ และครูบาสิท รวมถึงครูท่านอื่นอีกมากมายของเรา
ขอบคุณมาเซอร์แอกเนสสำหรับความไว้วางใจและการเปิดพื้นที่และช่วยโอบอุ้มทุกสิ่งในกระบวนการนี้
ขอบคุณวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ที่เปิดประตูต้อนรับ
ขอบคุณบรรพบุรุษของพวกเรา และสิ่งต่างๆมากมายทั้งที่รู้และไม่รู้ ทั้งที่เห็ฯและไม่เห็นที่สนับสนุนให้เราเติบโตมาได้จนถึงตรงนี้
และสุดท้าย ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรมากมาย
นึกถึงที่ครูซูฟีของเราเคยบอกว่า
การเปิดใจคนเป็นงานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
งานมหัศจรรย์นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยมนุษย์อย่างเดียว
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณยิ่งนักค่ะ 🙏❤

ป.ล. งานนี้อบอุ่นใจมากที่มีนักบวชมาร่วมด้วยหลายท่าน ทั้งมาเซอร์ คุณพ่อ และพระเพื่อน ณัฐพน ศุทธภาพิสุทธิคุณ (ที่เสียดายไม่ทันได้ถ่ายรูปด้วยกันต้องไปทำงานสำคัญก่อน)
ป.ล. 2 ตอนปิดงานมาเซอร์นำสวดและคุณพ่อให้พร ซาบซึ้งไปด้วย เป็นการจบงานที่งดงามจริงๆค่ะ

Family Constellation Workshop กับ Monika Wyssหมดเขต Early bird วันนี้แล้วนะคะเป็น workshop สำหรับการใช้เครื่องมือของ Fam...
31/10/2025

Family Constellation Workshop กับ Monika Wyss
หมดเขต Early bird วันนี้แล้วนะคะ
เป็น workshop สำหรับการใช้เครื่องมือของ Family Constellation เพื่อเยียวยาประเด็นเกี่ยวกับครอบครัว หรือที่เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษ เป็นทั้งการทำงานเพื่อปลดล็อคสิ่งที่ขวางทางการไหลเวียนของความรักและเปิดรับพรและการสนับสนุนจากสายธารในครอบครัวของเรา
เป็นกระบวนการที่ทรงพลังมากๆ และโมนิก้าเป็นครูที่เชี่ยวชาญ ลึ้กซึ้ง อ่อนโยน และมีความรู้รอบด้านผสมผสานเครื่องมืออื่นๆด้วยค่ะ

22-23 พฤศจิกายน 2568 (9.00 - 17.00)
* การอบรมเป็นภาษาอังกฤษ มีแปลไทย
สถานที่: บ้านธรรมดา ดอนเมือง
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/5AM3ehzGG7ZoPsYK6
ค่าลงทะเบียน: 6,900 บาท
(รวมอาหารกลางวัน และอาหารว่าง)
Early Bird discount ลดเหลือ 6,500 บาท หากลงทะเบียนภายในวันที่ 31 ต.ค. 68
ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่: https://forms.gle/SPKYaq1WGSDwBp8f8

RUMI – RELIGION OF LOVEชวนสนทนาโดย บาสิท จามาล ครูซูฟีชาวอินเดียแปลไทยโดย กฤตยา ศรีสรรพกิจอังคาร 28 ตุลาคม 256814.00 – 1...
20/10/2025

RUMI – RELIGION OF LOVE
ชวนสนทนาโดย บาสิท จามาล ครูซูฟีชาวอินเดีย
แปลไทยโดย กฤตยา ศรีสรรพกิจ
อังคาร 28 ตุลาคม 2568
14.00 – 17.00 น.
Yoga Shala 69 & Learnscape

• สำรอง 30 ที่นั่ง
/// ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม RELIGION OF MAN PROJECT 3/10 ///

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโปรดติดต่อ
Yoga Shala 69 & Learnscape
โทร. 083 8269537
ไลน์ : joyrukclubthailand

ไปกันต่อค่ะ!!!Family Constellation Foundation Training with Monika Wyss รุ่น 3 ✨✨✨มาตามคำเรียกร้อง เมื่อมีคนขอมาเราก็จัด...
14/10/2025

ไปกันต่อค่ะ!!!
Family Constellation Foundation Training with Monika Wyss รุ่น 3 ✨✨✨
มาตามคำเรียกร้อง เมื่อมีคนขอมาเราก็จัดให้อีกค่ะ!
เป็นคอร์สพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนที่อยากจะมาเรียน Family Constellation Practitioner ที่กำลังจะเปิดมีนาคมปีหน้าค่ะ
คอร์สนี้เป็นการเรียนออนไลน์ 9 ครั้ง ทุกคืนวันอังคาร และเจอตัวกัน 2 วันหนึ่งครั้ง โดยวันที่เรียนออนไลน์จะมีวิดีโอให้โหลดเก็บไว้ดูได้ตลอดเลย และนักเรียน Foundation สามารถมาเรียน Foundation online รุ่นต่อๆไปได้ตลอดเลยค่ะ
เหมาะสำหรับทุกคนที่สนใจอยากเข้าใจพลวัต/dynamic ในครอบครัวมากขึ้น ทั้งสำหรับการทำงานกับตัวเองและเพื่อการทำงานกับคนอื่น และประเด็นเกี่ยวกับ transgenerational trauma จะเป็นการเรียนรู้หลักการพื้นฐานของ Family Constellation และค่อยๆทำงานกับประเด็นต่างๆในครอบครัวของตัวเอง เป็นการเรียนรู้ทฏษฏีที่ลงลึกและผ่านประสบการณ์ตรง ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนก็ได้ เป็นคอร์สที่เหมาะสำหรับทุกคน จะได้เข้าใจแนวทางที่สร้างปัญหาในครอบครัว และแนวทางที่เสริมสร้างการไหลเวียนของความรักที่ดี เป็นความรู้ที่มนุษย์ทุกคนควรได้รู้จริงๆ

ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่:
https://forms.gle/wVHRazja6zF7ivcGA

"จักรวาลเป็นหนึ่งเดียวทุกสิ่งและทุกคนเชื่อมโยงกันอย่าทำร้ายผู้อื่น จงฝึกฝนความเมตตาอย่านินทาลับหลังใครแม้แต่คำพูดที่ดูไร...
12/10/2025

"จักรวาลเป็นหนึ่งเดียว
ทุกสิ่งและทุกคนเชื่อมโยงกัน
อย่าทำร้ายผู้อื่น จงฝึกฝนความเมตตา
อย่านินทาลับหลังใคร
แม้แต่คำพูดที่ดูไร้เดียงสา
ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเราไม่ได้หายไปไหน
แต่จะถูกเก็บไว้ในที่ๆไร้ขอบเขต และจะกลับมาหาเราเมื่อถึงเวลาอันควร
ความเจ็บปวดของคนคนหนึ่งจะทำร้ายเราทุกคน
ความสุขของคนคนหนึ่งจะทำให้ทุกคนยิ้มได้"
Rule 26, "40 Rules of Love"
บทเรียนที่ Shams Tabrez สอนให้รูมี
ชวนมาเดินทางตารอยรูมีกับ
40 Rules of Love workshop
when Shams Tabrez met Rumi
by Basit Jamal
Part 1 18 - 19 ตุลาคม 2568
Part 2 23 - 26 ตุลาคม 2568
9.00 - 17.00
สถานที่: Urban Craziness ทองหล่อ 25

รายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่:
https://forms.gle/Fzbg9g6KvXvymm7LA

"จักรวาลเป็นหนึ่งเดียว
ทุกสิ่งและทุกคนเชื่อมโยงกัน
อย่าทำร้ายผู้อื่น จงฝึกฝนความเมตตา
อย่านินทาลับหลังใคร
แม้แต่คำพูดที่ดูไร้เดียงสา!
ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเราไม่ได้หายไปไหน
แต่จะถูกเก็บไว้ในที่ๆไร้ขอบเขต และจะกลับมาหาเราเมื่อถึงเวลาอันควร
ความเจ็บปวดของคนคนหนึ่งจะทำร้ายเราทุกคน
ความสุขของคนคนหนึ่งจะทำให้ทุกคนยิ้มได้"
Rule 26, "40 Rules of Love"
บทเรียนที่ Shams Tabrez สอนให้รูมี
40 Rules of Love
when Shams Tabrez met Rumi
by Basit Jamal
Part 1 18 - 19 ตุลาคม 2568
Part 2 23 - 26 ตุลาคม 2568
9.00 - 17.00
สถานที่: Urban Craziness ทองหล่อ 25
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/HjpJ1cPDBawmE55k8

ซัมส์ก็ได้พารูมีไปเข้า Sufi retreat 40 วัน และให้กฎแห่งความรักหนึ่งข้อต่อวันแก่เขาในการเรียนรู้และใคร่ครวญ ประสบการณ์นี้เปลี่ยนรูมีจากครูที่ดีไปสู่ครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง และให้กำเนิดกวีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ผ่านมาแล้วหลายร้อยปีคำสอนของซัมส์ยังถูกส่งมาถึงเราผ่านกวีของศิษย์รักผู้นี้

น่าเสียดายที่ retreat ของเราไม่ใช่ 40 วัน แต่เป็นเพียง 6 วันเท่านั้น ซึ่งเราครอบคลุมกฎทั้ง 40 ข้อ อัตตาของเธออาจจะไม่ได้ละลายไปหมดใน 6 วันนี้ แต่มันจะอ่อนตัวลงบ้างและหัวใจแห่งความรักจะแข็งแรงขึ้นได้แน่นอน

รายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่:
https://forms.gle/Fzbg9g6KvXvymm7LA

Very excited to start Family Constellation Practitioner Training with Monika Wyss next year 🎉✨❤ตื่นเต้นมากกกกที่ปีหน้าเร...
08/10/2025

Very excited to start Family Constellation Practitioner Training with Monika Wyss next year 🎉✨❤

ตื่นเต้นมากกกกที่ปีหน้าเราจะได้จัด Family Constellation Practitioner Training กันแล้ว เป็นหลักสูตรปีครึ่งสำหรับการฝึกเป็นกระบวนกร Family Constellation อย่างเต็มรูปแบบ ที่ผ่านมาได้มีการจัด Family Constellation Foundataion Training ไปแล้วสองรอบ ซึ่งคอร์ส Foundation จะเป็นการเรียนภาคทฏษฎีและกระบวนการย่อยต่างๆ และคนที่จะมาเรียน Practitioner จำเป็นจะต้องเรียน Foundation มาก่อน จากการจัด Foundation รอบสองที่เพิ่งจบไปเมื่อวานทำให้เรามีจำนวนนักเรียนที่สนใจเรียน Practitioner ในไทยได้เพียงพอที่จะเปิดคอร์สนี้ได้แล้ว เป็นการรอคอยมากว่าสองปีที่คุ้มค่าจริงๆ ได้เห็นเมล็ดพันธ์ของ Family Constellation ค่อยๆหยั่งรากและเติบโตในเมืองไทย วันนี้มีกระบวนกร & นักบำบัดจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะมาฝึกฝนและเรียนรู้ลงลึกเพื่อมาทำงานนี้ด้วยกันต่อไป ดีใจสุดๆ เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ 🥰

"สิ่งเดียวที่จะคงอยู่คือความรักและความผูกพันของมนุษย์ ส่วนที่เหลือจะถูกแทนที่โดย AI ❤ ความรักเป็นของขวัญเดียวที่โลกจิตวิ...
06/10/2025

"สิ่งเดียวที่จะคงอยู่คือความรักและความผูกพันของมนุษย์ ส่วนที่เหลือจะถูกแทนที่โดย AI
❤ ความรักเป็นของขวัญเดียวที่โลกจิตวิญญาณมอบให้เรา ทุกอารมณ์ล้วนมีเหตุผลยกเว้นความรัก อารมณ์เดียวที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ในโลกกายภาพนี้ แต่เกิดขึ้นระหว่างจิตวิญญาณของเราและฉายปรากฏ (manifest) ออกมาในโลกแห่งนี้นั่นคือความรัก
เราถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปมากจนลืมสิ่งนี้ไป
❤❤ ความรักคือการดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้น การตื่นขึ้นมาแล้วระลึกถึงคนที่เธอรัก รู้สึกถึงความรักภายในตัวเองอย่างไม่สะดุด รู้สึกถึงความรักที่มีต่อคนที่เธออาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว รู้สึกถึงความรักที่มีต่อคนที่เธอไม่เคยพบเจอ
❤❤❤ การรู้สึกถึงความรักภายในตัวเองนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอสามารถรักได้มั้ย เมื่อเธอรัก เธอจะเชื่อมโยงกับส่วนหนึ่งของตั วเองที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความงี่เง่าของโลก"
- Mo Gawdat at Dragonfly

แนวทางที่คุณโมพูดมันซูฟีมากกกกก โดยเฉพาะแนวทางการเข้าภาวนาเงียบ 40 วันที่เขาทำทุกปีก็ตรงกับประเพณีซูฟีเลย
ชวนมาร่วมคอร์สซูฟีที่กำลังจะจัดนะคะ เป็นแนวทางแห่งความรักที่ครูของรูมีสอนให้เขาตอนที่ไปเข้าภาวนา 40 วันด้วยกัน ว่ากันว่าเป็นบทเรียนและ 40 วันที่เปลี่ยนชีวิตรูมีไปเลย สอนโดยครูบาสิท ครูซูฟีชาวอินเดียที่มีความเข้าใจวิถีซูฟีอย่างลึกซึ้ง และเป็นครูที่ถ่ายทอดได้ถึงใจมากๆ ทำให้เราได้เหมือนเดินตามรอยรูมีบนวิถีแห่งการฝึกตนไปเป็นนักรักจริงๆ ชวนๆที่สุดเลยค่ะ

"40 Rules of Love Workshop"
when Shams Tabrez met Rumi
with Basit Jamal
Part 1 18 - 19 ตุลาคม 2568
Part 2 23 - 26 ตุลาคม 2568
ณ Urban Craziness ทองหล่อ 25
ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่:
https://forms.gle/Fzbg9g6KvXvymm7LA

บทเรียนสำคัญที่ได้จาก Dragonfly ปีนี้ ทรงพลังมากๆ ยาวหน่อยแต่อยากให้ได้อ่านกันค่ะVery important insight received from Dr...
05/10/2025

บทเรียนสำคัญที่ได้จาก Dragonfly ปีนี้ ทรงพลังมากๆ ยาวหน่อยแต่อยากให้ได้อ่านกันค่ะ
Very important insight received from Dragonfly this year, very deeply enlightening, highly recommend read (English below)
Mo Gawdat Chief Business Officer ของ Google X กูรูด้าน AI ชื่อดังระดับโลก ผู้ซึ่งออกมาเตือนโลกเกี่ยวกับหายนะและโอกาสของ AI และวิธีที่เราจะพลิกฟื้นมันได้ วิทยากรที่สร้างแรงบันดาลใจให้อุ๊มากที่สุดในงาน Dragonfly ปีนี้ และอาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดที่ได้ฟังในปีนี้ ที่สำคัญที่สุดคืออุ๊โชคดีที่ได้พูดคุยกับเขาและกอดเขาเป็นการส่วนตัวหลังจากจบการบรรยายด้วย ทำให้รู้สึกได้อย่างแท้จริงว่าเขาทำและเป็นตามสิ่งที่เขากำลังสอน เป็นคนที่ไว้ใจได้คนหนึ่งเลย
นี่คือมุมมองที่ได้รับจากการบรรยายของเขา...ไม่ได้เกี่ยวกับ AI มากนัก แต่เกี่ยวกับชีวิตมากกว่า
ชีวิตที่มี AI ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ โลกนี้จะไม่คุ้นเคยอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งนี้จะนำมาซึ่งความวิตกกังวลจากความไม่แน่นอน และนี่คือวิธีรับมือกับมัน
ความเครียด/ stress คือการที่ร่างกายของเราตอบสนองต่อภัยคุกคาม อะมิกดาลาจะถูกกระตุ้นและผลิตคอร์ติซอล และเมื่อร่างกายรับได้รับสิ่งนี้ก็จะปรับตัวเองใหม่ รูม่านตาขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้มองเห็นอันตรายได้ชัดเจนขึ้น เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้นเพื่อพร้อมหนีหรือสู้ ฯลฯ ระบบจะปรับสมดุลระบบตัวเองและปิดสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น ระบบย่อยอาหาร เพราะการย่อยสเต็กจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเธอกำลังจะกลายเป็นสเต็กซะเอง นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดของเรา และมันสำคัญมากสำหรับเรา หากปราศจากคอร์ติซอล มนุษย์ก็จะไม่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้
ปัญหาคือ ความเครียดมี 2 วงจร คือ วงจรสู้หรือหนี และวงจรตอยสนอง
ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดเกิดขึ้นในอะมิกดาลาก่อนที่เราจะรู้ตัว มันจะผลิตคอร์ติซอลซึ่งจะคงอยู่ในระบบของเราเป็นเวลา 90 วินาที นั่นคือเวลาที่ pre-frontal cortex (สมองส่วนเหตุผล) จะถูกกระตุ้น และตัดสินใจว่าเราควรเครียดหรือไม่ หากไม่ได้มีภัยคุกคามที่แท้จริง เราก็จะสามารถผ่อนคลายได้อีกครั้ง แต่ในชีวิตจริง ไม่มีภัยคุกคามทางกายภาพเหมือนเสืออยู่ตรงหน้า แต่เรากำลังนึกถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ความเครียดแบบนี้เกิดจากการคิดในสมองที่ใช้เหตุผล สมองจะผ่านช่วง 90 วินาที และตัดสินใจว่า – ใช่! ความเครียดยังคงอยู่ ร่างกายจึงผลิตคอร์ติซอลต่อไป เมื่อภัยคุกคามยังไม่หายไป สมองก็ไม่สามารถผ่อนคลายได้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำๆ กัน เราจะยังคงอยู่ในภาวะเครียด เหมือนกับว่าเราเห็นเสืออยู่ตลอดเวลา และเราก็ตอบสนองตามนั้น บางคนอยู่กับความเครียดแบบนี้ไปตลอดชีวิต
ความเครียดสามารถนำมาคำนวณเป็นสมการได้ ความเครียดคือแรงที่หารด้วยทรัพยากรที่ใช้รับแรงนั้น ยิ่งเรามีทรัพยากร/ทักษะ/ความเชื่อมโยงมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถรับมือกับแรง/ความท้าทายได้มากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเรามีทรัพยากรมากขึ้น ความท้าทายจะทำให้ชีวิตน่าสนใจยิ่งขึ้นมากกว่าจะเป็นความเครียด
แรงบางอย่างที่เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ เพราะมันเกิดขึ้นในหัวของเราเอง และทรัพยากรก็เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ เราสามารถพัฒนาและพัฒนาทักษะที่ต้องการได้
หากเป็นแบบนั้นเราจะเลือกได้ว่าจะเครียดหรือไม่ เราจะสามารถจัดการกับมันได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายนอกก็ตาม
ความเครียดมาจาก 4 ด้าน
เป็นองค์ประกอบของระดับความรุนแรงของความเครียด และที่มาของความเครียดว่ามาจากภายนอกหรือภายใน

T - Trauma – ความเครียดรุนแรง/ เกิดจากภายนอก
หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การสูญเสียคนที่รัก การจากลาที่ยากลำบาก อุบัติเหตุร้ายแรง การอยู่ในภาวะสงคราม คนส่วนใหญ่จะเจอ trauma อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต แต่ไม่บ่อย
Trauma คือแรง (force) ที่สูงมากที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ จนถึงจุดที่รับไม่ไหวและพังทลาย
93% ของผู้คนที่เจอ trauma ฟื้นตัวได้ภายใน 3 เดือน, 96% ฟื้นตัวภายใน 6 เดือน, 99% จะมีการเติบโตหลังเหตุการณ์ (post traumatic growth) มีความสามารถในการฟื้นคืนสภาพ (resilience) มากขึ้น
นี่เป็นราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อความแข็งแกร่งขึ้น

O – Obsession (ความหมกหมุ่น) – ความเครียดรุนแรง/ เกิดจากภายใน
รู้สึกหนักได้พอๆกับ trauma แต่มาจากภายในตัวเอง เช่น ความคิดว่าฉันไม่ดีพอ เป็นความคิดที่เราได้รับมาตั้งแต่เด็กและกลายมาเป็นศูนย์กลางของเรา และเราใช้มันกับตัวเองเหมือนกับประสบกับ trauma ทุกวัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันและทำให้ตัวเองพิการ

N - Noise (เสียงรบกวน) – ความเครียดเล็กน้อย/ ภายใน
ไม่ใหญ่เท่าความหมกมุ่น แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และอีกมากมายที่สะสมไปเรื่อยๆ เช่น วันนี้ฉันดูอ้วน วันนี้ฉันดูแก่ ฯลฯ

N – Nuisance (ความรำคาญ) – ความเครียดเล็กน้อย/ ภายนอก
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น นาฬิกาปลุก รถติด ประชุมไร้สาระต่อกันทั้งวัน เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นความเครียด

นอกเหนือจาก trauma ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก Obsession/ ความหมกมุ่นและ Noise/ เสียงรบกวนนั้นเกิดขึ้นในหัวเราเอง เราจึงควบคุมมันได้
Nuisance/ สิ่งรบกวนนั้นแม้อยู่ภายนอก แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถจัดการได้
ลองดูว่าอะไรที่ทำให้เราเครียดจริงๆ? แล้วเราจัดการมันได้มั้ย?
นั่งลงทุกสุดสัปดาห์และจดบันทึกความเครียดของเธอ? เธอจะได้เห็นว่ามันเป็น Noise & Nuisance มากแค่ไหน เช่น ถ้ารู้ว่าจะเจอรถติดก็เตรียมขนมและเพลงไปฟัง
เมื่อเธอควบคุมมันได้ ความเครียดก็จะลดลง เธอจะรู้สึกพร้อมที่จะรับมือกับชีวิตมากขึ้น

ความเครียดและคอร์ติซอลเพียงเล็กน้อยนั้นมีประโยชน์ในการเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆ อย่าปล่อยให้เครียดจนถึงระดับที่พัง
ความสมดุลคือการรับเอาด้านดีของความเครียดสักพัก ดูแลมันก่อนที่มันจะพาเธอไปถึงจุดที่พัง ปัญหาเดียวที่แท้จริงของความเครียดคือเราพัง – หมดไฟ/ burn out

การหมดไฟไม่ได้เกิดจากโปรเจกต์ใหญ่ๆ แต่เกิดจากสิ่งรบกวนเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมกัน ดังนั้นให้ดูแลความเครียดในชีวิตก่อนที่จะถึงความหมดไฟ
สาเหตุหลักที่ทำให้เราพังคือการคาดการณ์ภัยคุกคาม
สร้างอารมณ์อย่างเช่นความกลัว ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะไม่ปลอดภัยเท่าปัจจุบัน

ความกลัวเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ตึงเครียดและเรามีปฏิกิริยาตอบสนองที่เหมาะสมกับเหตุการณ์นั้น เราพยายามทำให้ตัวเองปลอดภัย มันทำให้เรากระตือรือล้นและพยายามตอบสนอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี

Worry/ ความกังวลคือการคาดเดาว่าอนาคตจะปลอดภัยหรือไม่ ทำให้เราลังเลและกลับไปกลับมา และนั้นก็ทำให้กังวลมากขึ้น ดังนั้นเมื่อเธอกังวล จงตัดสินใจว่าผ่อนคลายหรือตื่นตระหนก แล้วก็จัดการไปตามนั้น

Panic/ ความตื่นตระหนกเกิดขึ้นเมื่อภัยคุกคาม/ปัญหากำลังเข้ามาเร็วเกินไป ดังนั้นให้เวลากับตัวเองมากขึ้น เลื่อนการนัดหมายที่ทำให้ panic ออกไป

Anxiety/ ความวิตกกังวล – คือการเชื่อว่าเราไม่มีความสามารถ ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ หากเธอพยายามจัดการกับมันตอนที่รู้สึกแบบนี้ก็มักจะทำไม่สำเร็จ แล้วก็จะจะเป็นการยืนยันมากขึ้นว่าเธอไม่มีความสามารถ ดังนั้นให้ถามตัวเองจริงๆ ว่าเธอไม่มีความสามารถจริงๆ หรือ? แล้วก็จัดการไปตามนั้น

สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนควรทำ 5 อย่าง
☔️Prepare/ เตรียมตัว – ยอมรับความจริงที่กำลังเกิดขึ้น เตรียมตัวรับมือ เรียนรู้เกี่ยวกับมัน
🕵️‍♂️Reflect/ ไตร่ตรอง – ให้เวลา 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ติดตามหัวข้อใหม่ๆ ที่สนใจ เรียนรู้จากการวิเคราะห์เชิงลึก ไม่ใช่แค่จากข่าวและโซเชียลมีเดีย ฟังมุมมองที่แตกต่างหลากหลายแล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง ใคร่ครวญชีวิตตัวเองทุกสัปดาห์ ว่าอะไรที่ทำให้เธอเครียด ฯลฯ เข้าเงียบ 40 วันต่อปี ไตร่ตรองว่าฉันอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ฉันอยากมีส่วนร่วมอะไร เจตนาของฉันคืออะไร ความไม่มั่นคงของฉันคืออะไร
💃Live/ ใช้ชีวิต – ยิ่งโลกปั่นป่วนมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งควรใช้ชีวิตให้มากขึ้นเท่านั้น สนุกกับชีวิต ซึมซับมัน โอบรับชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมกับทำสิ่งที่เธอต้องทำ
❤ Love/ รัก – สิ่งเดียวที่จะคงอยู่ในปี 2030 คือความรักและความผูกพันของมนุษย์ ส่วนที่เหลือจะถูกแทนที่โดย AI ความรักเป็นของขวัญเดียวที่โลกจิตวิญญาณมอบให้เรา ทุกอารมณ์ล้วนมีเหตุผลยกเว้นความรัก อารมณ์เดียวที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ในโลกกายภาพนี้ แต่เกิดขึ้นระหว่างจิตวิญญาณของเราและฉายปรากฏออกมาในโลกแห่งนี้นั่นคือความรัก เราถูกเบี่ยงเบนความสนใจมากจนลืมสิ่งนี้ไป ความรักคือการดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้น การตื่นขึ้นมาแล้วระลึกถึงคนที่เธอรัก รู้สึกถึงความรักภายในตัวเองอย่างไม่สะดุด รู้สึกถึงความรักที่มีต่อคนที่เธออาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว รู้สึกถึงความรักที่มีต่อคนที่เธอไม่เคยพบเจอ การรู้สึกถึงความรักภายในตัวเองนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอสามารถรักได้มั้ย เมื่อเธอรัก เธอจะเชื่อมโยงกับส่วนหนึ่งของตั วเองที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความงี่เง่าของโลก
📣 Engage/ ลงมือทำ - บอกความปรารถนาของเธอให้คนอื่นรู้ แจ้งให้รัฐบาลและคนที่คุณรักรู้ว่าเธอต้องการอะไร

จงมองโลกในแง่ดี ทุกความท้าทายย่อมมีโอกาส ลองถามตัวเองว่าอะไรคือข้อดีของสิ่งนี้? ฉันจะได้รับอะไรจากสิ่งนี้? แก่นแท้ของตัวตนที่แท้จริงของเธอไม่ได้มาจากช่วงเวลาที่สะดวกสบาย แต่มาจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางทีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้อาจเป็นช่วงเวลาที่มนุษยชาติได้ตระหนักว่าแท้จริงแล้วเราเป็นใคร

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเป็นไปเพื่อให้เราได้ค้นพบตัวเองอีกครั้ง เพื่อสร้างมนุษยชาติขึ้นมาใหม่ในแบบที่ชีวิตไม่ได้เป็นไปเพื่อการทำงาน 9 โมง – 5 โมงเย็น และผลกำไร แต่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ ความรัก และการเชื่อมโยง...............................................
Mo Gawdat former Chief Business Officer at Google X, a world-renowned AI guru that came out to warn the world about the dystopia of AI and how we can turn it around. The most inspiring speaker for me at Dragonfly this year, and possibly one of the most inspiring talks I’ve heard this year. Most importantly as I fortunately get to talk to him and hug him in person after the session and really felt that he’s practicing what he’s preaching and that he’s someone I can trust.

So here’s the insight I’ve got from his talk...not so much about AI but more about life itself.

Life with AI in the next few years would be changing very rapidly with changes more complex than we could comprehend. The world would be very unfamiliar, so this will bring anxiety from uncertainty. And this is how to deal with it.

Stress is your body responding to threats. Your amygdala is triggered and produces cortisol. And when your body detects it, it reconfigures itself. Pupil dilated so that you can see danger more clearly, more blood to muscle, etc. It re-optimizes your system and shut down what’s not needed, e.g. digestive system. Because what’s the point of digesting your steak, if you are about to become one. This is our stress response. And it’s very important to us without cortisol, human will not survive.

The problem is, there are 2 cycles to stress; fight of flight mode and feedback loop.
Stress response is developed in your amygdala before you are conscious of it. It produces cortisol which last in your system for 90 seconds. That’s the time to engage your pre-frontal cortex (the rational brain) and decide whether you should be stress or not. If there’s no real threats, we can chill again. But in life there’s no physical threats like a tiger in front of you, but you are thinking about the economic collapse that might happens. This kind of stress is initiated from thinking in the rational brain. It goes through the 90 seconds phase, and the brain decided that – YES! The stress is still here. So the body keep producing cortisol. When the threat is not too much, brain can’t relax. And when this repeat, you remain in stress mode. It's like we are seeing tigers all the time and we respond accordingly. Some people remain stress for a life time
Stress can be put into an equation. Stress is force divided by the resources to carry that force. The more resources/ skills/ connections you have, the more force/ challenges you can take.
When you have more resources, challenges make life more interesting.

Some of the forces you can control, because it happens in your head. And the resources you can also control, you can develop and grow the skills you need.

Feeling stress can be a choice. So we can manage it despite the external choices.
Stress comes from 4 quadrants. TONN
How intense the stress is and where it comes from, outside or inside.

T - Trauma – major stress, come from external
Unavoidable. Loss of loved ones, very difficult break-ups, major accidents, being in war zone. Everyone has at least 1 in life time.
Trauma is very high force applied over a short period of time, to the point that you can’t take it and you break.
93% of people recover in 3 months, 96% of people recover in 6 months, 99% will have post traumatic growth. Come out more resilience.
The price you pay for becoming stronger.

O - Obsession - major stress, come from internal
As big as trauma, but come from within you. E.g. I'm not good enough. An idea that was given to us as a young age and become a center of us. And we apply it to ourselves like experiencing trauma everyday. This is something that comes up everyday and it crippled you.

N - Noise - minor stress, internal
Not as big as obsession, but repeated. Little things, and so many that keep adding up. E.g. I look fat today.

N - Nuisance - minor stress, external
Little things, alarm clock, traffic. Add up to stress. E.g. stuck in traffic, too many appointments, alarm in the morning.

Other than trauma, which is very infrequent.
Obsession and noise happened in your brain so you can control it.
Nuisance is outside, but it’s something you can manage.
Look at what is really stressing you? Who is responsible for it?
Sit down every weekend and write down what stress you? You realize how much are Noise & Nuisance E,g, need to take a snack and music on this traffic jam travel.

As you control it, your stressor becomes less. You feel more qualified to deal with life.
Little bit of stress and cortisol is useful to be prepared and ready to deal with things. Drop the parts that make you break.
The balance is to take the good side of stress for a while and drop it before it take you to the breaking point. The only real issue with stress is, we break – burn out.

Burn out is not because of the big projects, but the little nuisance that add up. So limit the number of stressor in your life at a time before you get to burn out.

The biggest reason we break is, anticipation of a threat.
Generate emotions like fear which is a conviction that the future will be less safe than now.

Fear is when there is a stressful event and our reaction is appropriate to it. We try to make ourself safe. It make you engaging, try to respond. That's good.

Worry is a guess that the future will be safe or not. Make u flip flop and undecided. Make you more worry. So when you worry, make up your mind. Chill or freak out.

Panic is when the threat/ problem is approaching too fast. So give yourself more time. Delayed the appointment.

Anxiety – is believing that you are not able, not qualified. If you try to deal with it, more confirmation that you are not qualified.
Really ask yourself, are you really not qualify? Deal with it accordingly.

What u should do? 5 things.
☔️ Prepare - acknowledge the reality that is happening. Prepare for it. Learn about it.
🕵️‍♂️ Reflect – 10 hours a week, keep up with new topics. Learn from deep analysis not just from news and social media. Listen to different sides and make up your own mind. Reflect on your life weekly, that is stressing you, etc. Go silent 40 days a year. Reflect on where am I in the world, what I want to contribute, what my intentions are, what are my insecurities.
💃 Live -The more the world is crazy, the more we should live. Enjoy life, soak it in, embrace life fully, while doing the things that you need to do.
❤ Love – The only thing that will remain by 2030 is humans love & connection, everything else would be done by machine. Love is the only gift given to us from the spiritual world. Every emotion is rational apart from love. The only emotion that doesn’t seem to happens here in this physical world, but happens between our souls and then get manifested in this realm is love. We have been distracted so much that we forgot this. Love is to soak yourself in that feeling. To wake up and remember those you love, to feel the love within you undisrupted. To feel the love for those you might not be with any more, to feel the love for someone you have never met. To feel the love within you is not about the other person, it’s about you being able to love. When you do, you are connected to that part of you that is not affected by the stupidity of the world.
📣 Engage - Make your wishes known. Let your government and your loved ones know.

Be optimistic. Every challenge comes with an opportunity. Ask yourself what is good about this? What can I take from this? Real essence of who you are do not come from comfortable times, but tough time. Maybe these tough times are for humanity to realize who we really are.

This disruption is for us to rediscover ourselves. To rebuild humanity in a way that life is not about the 9-5 and profitability but about spirituality, love and connection.

Dragonfly360

เจอกันวันที่ 28 ตุลาคม ที่ Yoga Shala 69 & Learnscape นะคะI have no companion, but Love,no beginning, no end, no dawn.Th...
02/10/2025

เจอกันวันที่ 28 ตุลาคม ที่ Yoga Shala 69 & Learnscape นะคะ
I have no companion, but Love,
no beginning, no end, no dawn.
The Soul calls from within me:
'You, ignorant of the way of Love, set Me Free.'
- Rumi
RUMI – RELIGION OF LOVE
ชวนสนทนาโดย บาสิท จามาล ครูซูฟีชาวอินเดีย
แปลไทยโดย กฤตยา ศรีสรรพกิจ
อังคาร 28 ตุลาคม 2568
14.00 – 17.00 น.
Yoga Shala 69 & Learnscape

• สำรอง 30 ที่นั่ง
/// ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม RELIGION OF MAN PROJECT 3/10 ///

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโปรดติดต่อ
Yoga Shala 69 & Learnscape

Religion of Man 3/10
Rumi - RELIGION OF LOVE

I belong to no religion. My religion is love. Every heart is my temple. ― Rumi
ข้าพเจ้ามิได้จองจำอยู่ในศาสนาใด ศาสนาของข้าพเจ้าคือความรัก ทุกดวงใจคืออาราม ― รูมี

#ตุลาคมนี้ ศาสนาเป็นเรื่องของมนุษย์ อารามก็อยู่ข้างใน Yoga Shala 69 & Learnscape ชวนแขกรับเชิญพิเศษ ‘บาสิท จามาล’ ครูซูฟีชาวอินเดีย - นักแสวงหาทางจิตวิญญาณร่วมสมัย จะมาล้อมวงสนทนาชวนถอดรหัส ‘รัก’ ในญาณทัศนะของ ‘รูมี’ กวีที่แก่กว่ายุคสุโขทัย เจ้าแห่งศาสนาของความรัก รจนาบทกวี 7x,### บท ทุกบาทคือสัจจะที่แสดงความกว้างไกลจรดปลายขอบโลก ความลึกที่แตะไปถึงก้นบึ้งหลุมพรางในใจ บางบทแอบซ่อนใครบางคนไว้ คนคนนั้นอาจคือพระเจ้า

I have no companion, but Love,
no beginning, no end, no dawn.
The Soul calls from within me:
'You, ignorant of the way of Love, set Me Free.'
- Rumi
RUMI – RELIGION OF LOVE
ชวนสนทนาโดย บาสิท จามาล ครูซูฟีชาวอินเดีย
แปลไทยโดย กฤตยา ศรีสรรพกิจ
อังคาร 28 ตุลาคม 2568
14.00 – 17.00 น.
Yoga Shala 69 & Learnscape

• สำรอง 30 ที่นั่ง
/// ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม RELIGION OF MAN PROJECT 3/10 ///

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโปรดติดต่อ
Yoga Shala 69 & Learnscape
โทร. 083 8269537
ไลน์ : joyrukclubthailand..
สถานที่ – ปักหมุด Yoga Shala 69 & Learnscape พิกัดติดโรงเรียนปัญโญทัย สุขาภิบาล 5 ซอย 32 ขับรถมามีที่จอด หรือรถไฟฟ้าลง BTS สายหยุด ต่อแท๊กซี่อีก 8 กิโลเมตร
เมาลานา ญะลาลุดดิน มุฮัมมัด รูมี (Maulana Jalaluddin Rumi, 1207 - 1273 เกิดปัจจุบันคืออัฟกานิสถาน เสียชีวิตที่ตุรกี สิริอายุ 66 ปี) กวีเอกในยุคทองของเปอร์เซีย มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 13 ผู้คงแก่เรียนและนักเทววิทยาที่มีความคิดอ่านลึกซึ้ง เป็นตัวแทนที่ลือชื่อของลัทธิซูฟี ซึ่งเป็นนิกายหนึ่งของอิสลามที่ให้ความสำคัญกับทุกสรรพสิ่งสัมพันธ์กันเป็นเอกภาพกับพระผู้เป็นเจ้า บทกวีนิพนธ์ของรูมีสะท้อนความรักและความงามในความเรียบง่าย เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ จักรวาล และพระเจ้า กล่าวถึงความรัก ความโหยหาเส้นทางแห่งจิตวิญญาณที่มีความรักเป็นจุดหมายและเครื่องนำทาง ขนานไปกับการเผยให้เห็นความจริงของใจเราเอง (ข้อมูลจากเพจ Rumi Thai)
บาสิท จามาล (Basit Jamal) ครูซูฟีชาวอินเดีย - นักแสวงหาทางจิตวิญญาณร่วมสมัย ผู้เดินบนเส้นทางซูฟีด้วยจิตใจ เขามักใช้เวลาใคร่ครวญคำถามลึกซึ้งของชีวิต และพบว่าข้อความจากจักรวาลนั้นเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง — นั่นคือ ‘ความรัก’ ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา บาสิททำหน้าที่นำการอบรมและการภาวนาเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณทั้งในอินเดียและระดับนานาชาติ คลาสของบาสิทอบอวลไปด้วยบทกวีอันไพเราะ นิทาน เรื่องเล่าเปี่ยมอารมณ์ขัน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเปิดหัวใจผู้เข้าร่วมให้เข้าใจความรักในแบบฉบับของซูฟี ผลงานของเขาได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลก เช่น Ashoka Fellowship, UNESCO และ United Religions Initiative เขาได้รับเลือกเป็น Ashoka Fellow จากผลงานด้านการคลี่คลายความขัดแย้ง และเปิดศูนย์ซูฟีในกรุงเดลีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2560 เพื่อเปิดสอนอย่างต่อเนื่องแก่ทุกคนที่สนใจในการแสวงหาทางจิตวิญญาณ
กฤตยา ศรีสรรพกิจ เติบโตมากับการทำงานพัฒนาเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม พบว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงจากภายในตัวเองก่อน จึงผันมาทำงานด้านการพัฒนาด้านในของมนุษย์ เป็นกระบวนกรและครูสอนกระบวนกร Transformation Game นักบำบัดที่ผสมผสานเครื่องมือหลากหลายตั้งแต่ซาเทียร์ Brainspotting นพลักษณ์ แนวทางแห่งความรักของซูฟี ฯลฯ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kritaya - Healer with magical toolsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Kritaya - Healer with magical tools:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram