MedicoWiki แหล่งแบ่งปันความรู้และข่าวด้านการ? แหล่งรวบรวมและแบ่งปันความรู้และข่าวด้านการแพทย์และสุขภาพ

26/06/2021
24/06/2021
20/06/2021
16/06/2021
กลไก autophagy เป็นกลไกที่สำคัญมากกลไกหนึ่งของการมี cell recycling นะครับ ผู้ที่ค้นพบกลไกและพิสูจน์กลไกนี้คือ Yoshinori ...
12/06/2021

กลไก autophagy เป็นกลไกที่สำคัญมากกลไกหนึ่งของการมี cell recycling นะครับ ผู้ที่ค้นพบกลไกและพิสูจน์กลไกนี้คือ Yoshinori Ohsumi ซึ่งได้รับรางวัล Nobel Prize ไปในปี 2016

อยากอายุยืนกันไหม? มารู้จัก autophagy กัน

ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันทำให้เราทราบว่าความชราภาพและเสื่อมถอย (aging) นั้นเกิดขึ้นจากการสะสมของโปรตีนที่เสียสภาพ สารต่าง ๆ ที่เหลือจากกระบวนการทางเคมี และส่วนประกอบของเซลล์ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งถ้ามีการสะสมไว้มาก ๆ เซลล์จะเริ่มทำงานผิดปกติและตายไปในที่สุด

ร่างกายเรามีกลไกในการกำจัดของเสียที่สะสมในเซลล์เหล่านี้อยู่สองกลไกด้วยกัน แต่กลไกที่อยากจะแนะนำให้รู้จักกันวันนี้คือ autophagy หรือ selt-eating ครับ

autophagy คือกลไกของเซลล์ที่นำเอา lysosome ซึ่งบรรจุเอนไซม์สำหรับย่อยโปรตีนและสารต่าง ๆ มาย่อยโปรตีนและส่วนประกอบของเซลล์ที่ไม่ทำงานแล้ว และนำเอาสารที่ได้จากการย่อยมาสร้างเป็นโปรตีนและส่วนประกอบของเซลล์เพื่อใช้งานใหม่ เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการ recycle ภายในเซลล์นั่นเอง เหมือนการรีโนเวทบ้านเก่า ๆ ของเราให้ดูใหม่

กลไก autophagy นี้จะถูกกระตุ้นได้ในสภาวะที่ร่างกายขาดพลังงานหรือสารอาหาร และมีระดับฮอร์โมน insulin ในเลือดต่ำ จึงเป็นที่มาของการทำ intermittent fasting นั่นเอง แต่จากข้อมูลการศึกษา พบว่ากลไก autophagy นี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อระยะเวลาของการอดอาหารนั้นยาวนานพอนะครับ (ประมาณ 16-18 ชั่วโมงขึ้นไป) อย่างไรก็ตามถ้า fasting นานจนเกินไป (เข้าสู่ช่วง 72 ชั่วโมง) ก็จะเริ่มมีการสลายสารอื่นที่เซลล์ยังใช้อยู่ออกมาด้วยตามกลไกของ simple starvation ก็จะเริ่มเกิดผลเสียกับร่างกายครับ

ลองค้นหาคำตอบกันดูนะครับ เดี๋ยวจะนำคำตอบมาเฉลยครับ เรื่องนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียว
10/06/2021

ลองค้นหาคำตอบกันดูนะครับ เดี๋ยวจะนำคำตอบมาเฉลยครับ เรื่องนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียว

เชิญชวนลูกเพจมาเป็นนักสืบกันครับ 🙂

เมื่อวันก่อนมีการทำ quiz รอยโรคของผู้ป่วยกับทีมแพทย์ประจำบ้านของเรา และหลายคนตอบได้ถูกต้องว่ารอยโรคนั้นเป็นลักษณะของโรค pellagra ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน B3 หรือ niacin นั่นเองครับ เก่งกันมาก ๆ ครับ

เลยทำให้นึกสนุกและอยากชวนมาเป็นนักสืบกันนะครับ ทราบหรือไม่ครับว่า โรค pellagra นี้มีที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องกับอาหารชนิดหนึ่งนั่นคือ cornbread นะครับ

หลายคนอาจไม่รู้จักอาหารชนิดนี้แต่สำหรับคนอเมริกันโดยเฉพาะทางใต้อย่าง Alabama หรือ Mississippi มันคืออาหารประจำวัน (staple food) เลยล่ะครับ ว่าแต่ทราบไหมครับว่า อาหารชนิดนี้กับโรค pellagra นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ลองตอบกันเข้ามาใน comment ของเพจนะครับ มีของรางวัลให้สำหรับคำตอบที่โดนใจแอดมินที่สุดครับ 🥰

08/06/2021

ผู้ป่วยมะเร็งมักจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุโภชนาการได้ง่ายเพราะมักจะรับประทานอาหารได้น้อยลง มีกลไกการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกายซึ่งทำให้เกิด catabolism และบางคนยังพยายามจำกัดการรับประทานบางชนิดเพราะกลัวจะทำให้โรคแย่ลง บรรยายหัวข้อนี้จะช่วยให้มีแนวทางในการจัดการด้านโภชนาการกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ดีขึ้นครับ

คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวก่อนการไปรับวัคซีนนะครับ จะได้ปลอดภัยมากขึ้นครับ
07/06/2021

คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวก่อนการไปรับวัคซีนนะครับ จะได้ปลอดภัยมากขึ้นครับ

05/06/2021

เกร็ดความรู้: เครื่องดื่มคล้าย ๆ กัน แต่เกิดผลกับร่างกายแตกต่างกัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้แอดมินได้มีโอกาสลองดื่มเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่เห็นว่าแปลกดี คือ caffeinated coconut water ครับ ฟังดูชื่อน่าสนใจดี วิธีการทำก็ไม่น่าจะซับซ้อนอะไร คือการทำ cold brew coffee แต่เปลี่ยนจากน้ำเปล่ามาเป็นน้ำมะพร้าวนั่นเอง

เปรียบเทียบกับเครื่องดื่มกาแฟที่เราเห็นทั่วไปก็น่าจะเป็น iced americano ที่เติมน้ำหวาน (syrup) ลงไปนั่นเอง แต่คงจะแตกต่างตรงที่มีกลิ่นรสของมะพร้าวเจือมาด้วย

แล้วในแง่สารอาหารล่ะแตกต่างกันยังไง? ตรงนี้ล่ะที่สำคัญ
เพราะสารที่ให้ความหวานใน caffeinated coconut water เป็น fructose ส่วนใน iced americano & syrup นั้นเป็น sucrose ครับ ซึ่ง fructose มีค่า glycemic index ประมาณ 20 ในขณะที่ sucrose มีค่า glycemic index ประมาณ 65 ครับ ซึ่งก็หมายความว่าการดื่มเครื่องดื่ม sucrose ในปริมาณที่เท่ากันจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วและมากกว่าเครื่องดื่ม fructose

(เรื่อง glycemic index สามารถอ่านได้ในโพสต์ก่อนหน้าครับ)

ไม่ได้มีจุดประสงค์จะโฆษณาหรือโจมตีเครื่องดื่มประเภทใดเป็นการเฉพาะนะครับ เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่า การเลือกรับประทานอาหารเพียงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจมีผลได้มากเหมือนกัน โดยเฉพาะในคนที่ต้องการควบคุมอาหารและผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานครับ

ใครชอบดื่มน้ำโซดาเปล่า ๆ กันบ้าง
03/06/2021

ใครชอบดื่มน้ำโซดาเปล่า ๆ กันบ้าง

ดื่มน้ำโซดา ช่วยล้างพิษ รักษาโรคได้จริงหรือ?

มีผู้ป่วยท่านหนึ่งถามคำถามมาว่า การดื่มน้ำโซดาเปล่า ๆ เป็นประจำ ช่วยล้างพิษ รักษาโรคในปอดได้จริงไหม งานนี้เลยทำให้เราต้องไปค้นหาข้อมูลมาอธิบายกันครับ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจทีเดียว

ในต่างประเทศเครื่องดื่มประเภทนี้เรียกกันว่า sparkling หรือ Selter water ครับ ในอดีตช่วง ค.ศ. 1700 นั้นเชื่อกันว่า การดื่มน้ำแร่ธรรมชาติซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุแคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และอื่น ๆ ิจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงมีการนำน้ำแร่ธรรมชาติมาดื่มกัน แหล่งนำ้แร่หนึ่งในสมัยนั้นก็คือ เมือง Selters ประเทศเยอรมนี น้ำแร่ที่นี่จะมีแร่ธาตุต่าง ๆ เกลือโซเดียม (หนึ่งในนั้นคือ sodium bicarbonate) เป็นส่วนประกอบด้วยจึงเรียกน้ำชนิดนี้ว่า mineral soda water ด้วยความที่มี carbonate เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้น้ำชนิดนี้มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ในสมัยนั้นถือว่าฮิตกันมากทั้งแบบเอาไปดื่มเปล่า ๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เจือจางลงและดื่มได้นานขึ้น บางครั้งทำให้เครื่องดื่มมีรสดีขึ้นด้วย จึงมีการผลิตและนำออกขายเป็นธุรกิจ เมืองหลักอยู่ที่ Selters

ด้วยความที่น้ำแร่แบบนี้มีอยู่ไม่มากแต่ต้องการของตลาดสูง จึงมีการคิดค้นวิธีการทำน้ำให้มี carbonate และมีรสเหมือนกับน้ำแร่ดังกล่าว โดยการอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปในน้ำ ทำให้น้ำมีรสแบบเดียวกัน แต่เพราะเป็นการอัดแก๊สลงไปในน้ำภายใต้แรงดันสูง ดังนั้น ถ้าเปิดฝาภาชนะบรรจุ แรงดันที่ถูกปล่อยออกมา น้ำจะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นด้วย (ซึ่งก็คือน้ำโซดาบ้านเรานี่เอง) ด้วยวิธีนี้จึงทำให้สามารถได้เครื่องดื่มที่รสคล้ายกับน้ำแร่ธรรมชาติมาก แต่ราคาโคตรถูกดังนั้นในยุคที่เศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาซบเซาถึงขึดสุด (Great depression) น้ำโซดาจึงเป็นเครื่องดื่มที่ขายดีสำหรับคนทุกข์ยาก

แล้วผลดีต่อสุขภาพมีจริงไหม? สำหรับคำถามนี้ ถ้าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ ที่มีแร่ธาตุต่าง ๆ ผสมอยู่จริง ๆ การดื่มน้ำชนิดนี้อาจทำให้ได้แร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ของร่างกายเพิ่มบ้าง แต่ปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับอาหารหลักที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำ แต่ถ้าเป็นน้ำโซดาที่ไม่ได้มีแร่ธาตุใด ๆ อยู่ด้วย ก็จะไม่มีประโยชน์ในส่วนนี้เลยครับ

การดื่มน้ำโซดา อาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หรือท้องผูกได้บ้างเพราะแก๊สที่รับประทานเข้าไปจะช่วยกระตุ้นให้มีการขับลมออกจากทางเดินอาหารได้ แต่ในแง่ของการล้างพิษในปอด ล้างไตหรือตับ ไม่พบว่ามีส่วนช่วยแต่อย่างใดครับ

02/06/2021

กิจกรรมวิชาการด้านโภชนศาสตร์คลินิกในรูปแบบ online จาก ผศ.นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์ จากคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบรรยายในหัวข้อเรื่อง nutrition management in cirrhosis and small bowel feeding ครับ

สำหรับใช้ในการประเมิน recruitability ของปอดในผู้ป่วย ARDS นะครับจะได้ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ PEEP ในราย...
30/05/2021

สำหรับใช้ในการประเมิน recruitability ของปอดในผู้ป่วย ARDS นะครับจะได้ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ PEEP ในรายที่ไม่ตอบสนองครับ

ที่อยู่

Vajira Hospital
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MedicoWikiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram