รักสุขภาพ

รักสุขภาพ รักสุขภาพ ทังภายนอก และภายใน

ประโยชน์ดีๆจากน้ำผึ้ง
11/02/2016

ประโยชน์ดีๆจากน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งทานอย่างไรถึงจะได้ผลดี ?

1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน

2. อดนอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้

3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน

4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน

5 .ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ น้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันละ 3 เวลาหลังอาหาร

7. ท้องผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน

8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน

9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว

10. เด็กแหวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม

11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกมื้ออาหาร

12. ล้างแผลฝีหนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่เย็นแล้วล้างให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล

13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผล ไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง

14. โรคกระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนนอน

15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรค ตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็น ประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน

16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร

17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็นประจำ

18. เสียน้ำหรือเสียเลือด( 10-20 % ) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย

Cr. แหล่งข้อมูล 247friend.net/blog/aorair
Cr. ภาพอาหาร Internet
ที่มา : Narinsita Narinsita Sansamart

ักชีวิตอิสระ
-----------------------------------------------------------
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ clubคนรักชีวิตอิสระทางlineได้ที่ ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙 จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >>http://line.me/ti/p/%40ues5698a

02/02/2016

ขอบคุณสำหรับออเด่อคร้าบ

28/01/2016

ขอบคุณสำหรับออเด่อ แชมพู 1 ชุดน่ะครับ

22/01/2016

ส่งออเด่อแล้วน่ะครับ ขอบคุณครับ

10/01/2016

ลูกค้าสั่งซื้อต่อครับ ใช้แล้วดีเลยรีออเด่อ
ขอบคุณที่อุดหนุนคร้าบ

10/01/2016

😃 จัดส่งรวดเร็ว ได้รับสินค้าแน่นอนค่ะ 😃

10 ประโยชน์ของโยเกิร์ต ที่คุณอาจยังไม่รู้โยเกิร์ต คือ ผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งเกิดจากการหมักระหว่างนม และโปรไบโอติกส์ หรือ แบค...
10/01/2016

10 ประโยชน์ของโยเกิร์ต ที่คุณอาจยังไม่รู้

โยเกิร์ต คือ ผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งเกิดจากการหมักระหว่างนม และโปรไบโอติกส์ หรือ แบคทีเรียดี ๆ ที่ยังมีชีวิต เมื่อเรากินเข้า ไป แบคทีเรียเหล่านี้ก็จะไปสร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์เจ้าถิ่นในลำไส้ ผลก็คือ ระบบขับถ่ายและสุขภาพโดยรวมของเราจะดีขึ้นนั่นเองโยเกิร์ตเป็นอาหารที่ดูดี มีชาติตระกูล เหมาะกับสาวรุ่นใหม่อย่างเราเป็นที่สุด

แต่เบื้องหลังหน้าตาสวยใส การทานโยเกิร์ตที่ได้ผลที่สุดควรจะทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีการ แต่งกลิ่นแต่งรสเพิ่มน้ำตาลลงไป แต่ถ้าไม่ชอบความเปรี้ยวของมัน จะเอาไปทานแทนมายองเนสหรือปั่นรวมกับผลไม้ให้เป็นน้ำผลไม้อร่อยๆ ก็เป็นไอเดียที่ดี ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ 10 ประโยชน์ของโยเกิร์ตที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อน

1.โยเกิร์ตช่วยลดกลิ่นปาก ฟันผุ โรคเหงือก
มีการวิจัยจากแดนปลาดิบโน้นว่า การเลือกทานโยเกิร์ยสูตรไร้น้ำตาลนั้นจะช่วยลดอาการกลิ่นตุๆ ที่ปากได้ นอกจากนี้แมงก็ไม่มีทางกินฟันให้ผุแน่นอน แถมยังไม่มีโรคเหงือกให้เจ็บปวดเล่นอีกด้วยล่ะ ขอบอกนิดๆ น่ะว่าที่เราไม่มีกลิ่นมากนั้นก็เนื่องมาจาก แบททีเรียสองสหายทั้งแลคโตบาซิลลัสและสเตร็ปโตค็อสคัส ต่างช่วยกันขยันขันแข็งทำลายปริมาณไฮโดรเจนซัสไฟด์ที่เป็นต้นเหตุของอาการ กลิ่นปากนั้นเอง

2.โยเกิร์ตย่อยง่ายกว่านม
สาวๆ หลายคนร้องอี้เมื่อได้ยินคำว่านม ก็เพราะว่าดื่มนมทีไรมีอันต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกันแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว นั่นเพราะว่าคุณนั้นไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในน้ำนมได้ แต่ถ้าคุณหันมาทานโยเกิร์ตรับรองได้ว่าไม่มีปัญหาเรื่องท้องเสียอย่างแน่นอน จ้า เพราะขั้นตอนการทำโยเกิร์ตนั้นน้ำตาลแลตโตสจะถุกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกาแลคโต สและกลูโคส โยเกิร์ตจึงทานง่ายแถมยังย่อยง่ายไร้ปัญหา

3.โยเกิร์ตย่อยง่าย
โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นมหรือท้องเสียถูกเปลี่ยน เป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย นอกจากนนี้แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนนม เคซีน ซี่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแลคโตสและ โปรตีนเคซีน

4.ป้องกันมะเร็งได้
ป้องกันมะเร็งได้ด้วย เพราะแลคโตบาซิลัสจะสามารถจับกับสารก่อมะเร็งได้ และช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรท ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง

5.ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะแลคโตบาซิลัสในนมเปรี้ยวจะช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจได้

6.ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น และกรดแลคติคในนมเปรี้ยว และโยเกิร์ตจะช่วยให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้น

7.แก้ท้องเสีย
คนที่ท้องเสียเป็นเพราะมีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในลำไส้ แต่เชื้อจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตเกิดมาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดทั้งหลาย การกินโยเกิร์ตจึงทำให้อาการท้องเสียของคุณทุเลาอย่างรวดเร็ว ทำให้ถ่ายน้อยลงหรือหยุดถ่าย

8.มีวิตามิน
ให้วิตามิน โดยเฉพาะไรโบฟลาวิน หรือ วิตามินบี 1 และวิตามินเคที่นมเปรี้ยว และโยเกิร์ตจะช่วยสังเคราะห์วิตามินในลำไส้

9.ป้องกันแผลในกระเพาะ
ป้องกันแผลในกระเพาะ แล็กโตบาซิลลัสจะช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ H.Pylori ซึ่งเป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะกว่า 90%

10.ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน มีการศึกษามากมาย ชี้ว่าการกินโยเกิร์ตทุก ๆ วันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย ดังนั้น โปรไบโอติกส์สำคัญมาก ๆ เพราะมันช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันไปจนถึงระดับเซลล์ ซึ่งจะปกป้องคุณจากไวรัส ปรสิต และมะเร็ง คุณจะได้มีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Facebook การทำอาหาร และยาสมุนไพร เพื่อสุขภาพที่ดี

...คนจะมีเสน่ห์ มันต้องเริ่มจาก.."ความเข้มแข็ง" เริ่มจากความ.."มีสติ" เริ่มจากมีความ.."สดใส"เริ่มจากการที่เรามี.."ใจเปิด...
07/01/2016

...คนจะมีเสน่ห์
มันต้องเริ่มจาก.."ความเข้มแข็ง"
เริ่มจากความ.."มีสติ"
เริ่มจากมีความ.."สดใส"
เริ่มจากการที่เรามี.."ใจเปิดกว้าง"
และมีความ.."อบอุ่น" ... ให้กับคนอื่น...
- ดังตฤณ -

06/01/2016

ออเด่อรอบเช้านี้
06/01/59 08:31 บชX278147X เงินเข้า1570.00

** 5 อาหารดีๆ บำรุงไต **การรับประทานอาหารหลายๆ อย่างที่มากเกินความจำเป็น จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารบางชนิดเกินกว...
06/01/2016

** 5 อาหารดีๆ บำรุงไต **

การรับประทานอาหารหลายๆ อย่างที่มากเกินความจำเป็น จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารบางชนิดเกินกว่าความต้องการและอาจทำให้ "ไต" ต้องทำงานหนักและเสื่อมเร็วได้

แต่สำหรับอาหารบางชนิดเมื่อรับประทานแล้วมีส่วนช่วยบำรุงไตให้แข็งแรงยิ่ง ขึ้น เช่น กระเทียมสด ,หอมหัวใหญ่,กะหล่ำปลี ,ปลาสด และแครนเบอร์รี่

1. กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ

2. หอมหัวใหญ่ เป็นอาหารบำรุงสุขภาพสำหรับคนที่มีระดับครีเอตินิน ในระดับสูง หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไต ซึ่งในหอมหัวใหญ่จะมีสารประกอบธรรมชาติอย่างโพรสตาแกลนติน ที่มีคุณสมบัติในการลดความหนืดของเลือด และช่วยลดความดันของเลือด ซึ่งจะทำให้ลดอาการโรคไตลงได้

3. กะหล่ำปลี จะมีวิตามิน C กรดฟอลิก เส้นใย และยังมีโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งสามารถขจัดสารพิษบางอย่างออกจากร่างกายได้ ทำให้ลดภาระการทำงานของไตได้ และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งทั้ง 2 โรค สามารถเชื่อมโยงการเกิดโรคไตได้

4. ปลาสด เช่น แซลมอน เทราต์ และซาร์ดีน อุดมไปด้วยโปรตีนและโอเมก้า 3 ที่คนไม่สามารถผลิตเองได้ ซึ่งการกินปลาสดเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลสูงได

5. แครนเบอร์รี่ ผลไม้ลูกเล็กสีแดงที่จะช่วยเพิ่มความเป็นกรดของปัสสาวะ และลดความเสี่ยงในการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ด้วย

ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า

ักสุขภาพ
-----------------------------------------------------------
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของclubคนรักสุขภาพทางlineได้ที่ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙
จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >>http://line.me/ti/p/WKL7SuaGVo

ที่อยู่

อาคารคอลัมณ์ ชั้น 4
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

0848420754

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รักสุขภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง รักสุขภาพ:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram