โยคะนิทาน

โยคะนิทาน “สุขสันต์นิทานดี สุขภาพดีกับโยคะ”

สร้างสรรค์ | สุขขี | สุขดี | สุขภาพ


โยคะนิทาน คือ การนำศาสตร์การเล่านิทานมาใช้บูรณาการกับการเล่นโยคะ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และการฝึกสมอง นอกจากนั้นการฝึกโยคะพร้อมกับการเล่านิทาน ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันได้อย่างสนุกสนาน


โยคะ หมายถึง ร่างกาย จิตใจและ ลมหายใจ การฝึกโยคะเป็นการรวมกายและใจเข้าด้วยกัน เหมือนก

ับการที่เรานั่งสมาธิ ต้องมีกายสงบแน่วแน่ และลมหายใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายเรา เมื่อเรามีกายที่สมดุล มีจิตที่สงบนิ่งมั่นคง ก็จะช่วยยกระดับ จิตให้สูงขึ้นเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ การฝึกโยคะนั้นเราจึงต้องมีสติกับกายที่รู้อยู่ตลอดเวลาจึงเกิดสมาธิผสานกับลมหายใจเข้าออกก่อให้เกิดเป็นสมาธิ เมื่อทำต่อไปเรื่อยๆ จะเกิดเป็นความสมดุลในร่างกาย เมื่อเราฝึกจนเกิดเป็นความสมดุลภายในร่างกาย และสมดุลระหว่างผู้อื่น หรือแม้แต่สมดุลกับสิ่งแวดล้อม จะเป็นผลดีกับเรานั้นคือโยคะจะ ช่วยพัฒนาจิตใจเราให้สูงขึ้น สามารถแยกแยะวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้ และควบคุมจิตใจตัวเราเองได้


นิทาน คือ เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก และนิทานอีสป นิทาน คือ เรื่องเล่าที่มนุษย์ผูกเรื่องขึ้นด้วยภูมิปัญญา โดยส่วนใหญ่จะถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เนื้อเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ กัน ตามโอกาสและสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น


โยคะกับเด็ก ประโยชน์ที่เด็กจะได้จากการฝึกโยคะ

ด้านร่างกาย : เด็กๆ จะได้พัฒนาความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่นของร่างกาย และความสมดุลของการทรงตัว นอกเหนือจากการได้ออกกำลังกายในวิชาพละ เด็กที่ฝึกโยคะไม่นานนักจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายยืดหยุ่น และสามารถที่จะทรงตัวในท่าทางต่าง ๆ ได้เป็นเวลานาน

ด้านจิตใจ : ทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย การให้เด็กได้ฝึกโยคะ จะช่วยให้เขารู้จักการอยู่ในอิริยาบถที่สงบทั้งกาย และใจ ทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการช่วยลดความเครียดจากการเรียนทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน

ด้านสมอง : ช่วยเสริมสร้างสมาธิ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการฝึกโยคะ คือการฝึกลมหายใจเข้า – ออก และการจินตนาการ เด็ก ๆ จะถูกฝึกให้หายใจลึก ๆ พร้อมกับจินตนาการให้เห็นภาพของสภาพแวดล้อมที่สดชื่น เงียบสงบ ทั้งก่อนการทำท่าโยคะ และเมื่อจบการทำโยคะ การที่เด็กตั้งจิตให้อยู่กับจินตนาการของตัวเองนั่น ผลที่ได้คือทำให้เกิดสมาธิ และส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนหลังจากฝึกเสร็จ ที่เด็กๆ ทุกคนจะอารมณ์ดีและเยือกเย็น

ขอบคุณข้อมูลประกอบบทความ Credit :

http://www.thaifolk.com/Doc/literate/tales/meaning.htm
http://www.yogathai.net/yoga_about/yoga_meaning.html
http://www.kodomoclub.com/three_plus/148/

มาชวนน้องๆ ทำโยคะ 'ท่าต้นไม้' ตามครูหมีกันค่ะ ท่านี้ ยิ่งค้างท่าไว้สัก 20 วินาทีเป็นอย่างน้อยจะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิแ...
09/04/2018

มาชวนน้องๆ ทำโยคะ 'ท่าต้นไม้' ตามครูหมีกันค่ะ
ท่านี้ ยิ่งค้างท่าไว้สัก 20 วินาทีเป็นอย่างน้อย
จะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิและการทรงตัวดีมากๆ เลยยย 💛💛💛
#โยคะนิทาน

วันนี้มาลองฝึกโยคะท่าต้นไม้ตามครูหมีนะคะ
ท่าต้นไม้ ช่วยฝึกสมาธิและการทรงตัวได้ด้วยค่ะ

เจอบทความที่เชื่อว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับคุณแม่คุณพ่อ มาแบ่งปันกันค่ะการเล่นและทำกิจกรรมร่วมกันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยพัฒ...
28/03/2018

เจอบทความที่เชื่อว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับคุณแม่คุณพ่อ มาแบ่งปันกันค่ะ
การเล่นและทำกิจกรรมร่วมกันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเด็กๆ ได้นะคะ
#โยคะนิทาน

ก่อนที่ทั้งรุ่นจะต้องได้รับการรักษา

ผมแปลกใจเสมอมาว่าทำไมสมัยนี้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกยากนัก คำตอบที่ให้แก่ตนเองคือคุณพ่อคุณแม่พบโจทย์ยากกว่าสมัยผมจริง เราจะเลี้ยงลูกให้เรียนเก่ง-ทางนี้ผิดแน่ๆ เพราะเราจะเสียอะไรไปมากเกินไปกว่าจะเรียนเก่ง(ตามความหมายของบ้านเรา) เราควรเลี้ยงลูกให้ช่วยเหลือตัวเองได้ กำหนดอนาคตเอาเองได้ แล้วไปให้ถึง คือเป้าหมายการเลี้ยงลูกที่ดีกว่า คือ EF

และนี่คือ EF ภาคลงมือทำ

บทแปลต่อไปนี้ยาว แปลจากบทความภาษาอังกฤษที่ยาวมาก ด้วยความกรุณาของคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน อยากให้อ่าน เก็บไว้ และอ่านซ้ำ

SILENT TRAGEDY: EVERY PARENT WHO CARES ABOUT THE FUTURE OF HIS/HER CHILD SHOULD READ THIS

Jacqueline, deeprootsathome.com 31Jan2017

แปลโดย

Boonyanuch D’antonine
Eddy Jurong
Nook Nantika
ริน ฮัตเจสสัน

15 ปีที่ผ่านมา มีการวิจัยพบว่า สถิติของปัญหาสุขภาพจิตในเด็กมีเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงมาก
- 1 ใน 5 ของเด็กๆ มีปัญหาสุขภาพจิต
- ภาวะสมาธิสั้นมีเพิ่มขึ้น 43%
- ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นมีเพิ่มขึ้น 37%
- การฆ่าตัวตายในวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 10-14 ปี มีเพิ่มขึ้น 200% ( และเพิ่มขึ้น 24% ในวัยเด็ก ณ ช่วงอายุอื่นๆ)

วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า สมองของมนุษย์เรามีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม น่าเสียดาย ที่สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่เรามอบให้ลูกนั้น ทำให้สมองของลูกเราปรับเปลี่ยนไปอย่างผิดทิศทาง และส่งผลให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันของลูก

ใช่ มันมีเด็กๆ ที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่อง และไม่ว่าพ่อแม่จะพยายามให้การเลี้ยงดูและสภาวะแวดล้อมที่สมดุลเท่าไหร่ เด็กๆ ก็ยังประสบปัญหา แต่ไม่ใช่เด็กๆ กลุ่มที่ฉันกำลังพูดถึง

ฉันกำลังพูดถึงเด็กๆ มากมายที่กำลังมีปัญหาเพราะสมองได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อมที่พ่อแม่มอบให้ เพราะจากที่ฉันลงมือมา เมื่อพ่อแม่เปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู เด็กๆ จำนวนมากก็เปลี่ยน

เด็กสมัยนี้ขาดสิ่งเหล่านี้ที่จะส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี
- พ่อแม่ที่มีเวลาให้อย่างเต็มใจ
- มีกฎและกติกาในการเลี้ยง
- มีความรับผิดชอบ
- สารอาหารครบถ้วนและการนอนอย่างพอเพียง
- การทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- เล่นอย่างสร้างสรรค์ การสื่อสารกับคนอื่น โอกาสสำหรับเวลาที่ไม่กำหนดและความเบื่อหน่าย

อีกสำนวนหนึ่ง

เด็กๆ ทุกวันนี้ขาดพื้นฐานที่ทำให้วัยเด็กเป็นไปอย่างดี เช่น
- พ่อแม่ที่มีอารมณ์ร่วม
- มีขอบเขตและการชี้แนะที่ชัดเจน
- ความรับผิดชอบ
- สารอาหารที่สมดุลและการนอนหลับที่เพียงพอ
- การขยับร่างกายและการอยู่กลางแจ้ง
- การเล่นอย่างสร้างสรรค์ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โอกาสที่จะมีเวลาว่างและเบื่อ

ในทางกลับกัน เด็กๆ กลับถูกเลี้ยงดูโดย
- พ่อแม่ที่ถูกไอทีดึงความสนใจ
- พ่อแม่ที่ละเลย ปล่อยเด็กทำทุกสิ่งตามใจ
- การเรียกร้องสิทธิพิเศษแทนที่ความรับผิดชอบ
- การนอนไม่พอ และสารอาหารที่ไม่สมดุล
- วิถีการใช้ชีวิตที่อยู่แต่ในห้อง
- การกระตุ้นที่ไม่สิ้นสุด ใช้ไอทีเป็นพี่เลี้ยง อยากได้อะไรก็ได้ทันที และไม่เคยต้องผิดหวัง

อีกสำนวนหนึ่ง

เด็กถูกเลี้ยงโดย
- พ่อแม่ที่ติดเทคโนโลยี
- พ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกเป็นคนคุมกฎ
-เรียกร้องสิทธิ์มากกว่าจะมีความรับผิดชอบ
- การนอนหลับที่ไม่พอเพียงและอาหารไม่มีคุณค่าครบถ้วน
- กิจวัตรประจำวันที่ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
- การกระตุ้นตลอดเวลา พี่เลี้ยงที่ติดมือถือ
การให้รางวัลโดยทันทีและการไม่รู้จักให้อดทน

ซึ่งการที่เราจะทำได้นั้น
1. ปิดมือถือซะ แล้วค่อยหยิบมันขึ้นมาเมื่อลูกนอนแล้ว ไม่งั้นเราก็สนแต่มือถือและสื่อออนไลน์
2. สอนเค้าให้เรียนรู้ เข้าใจและจัดการกับความรู้สึกหงุดหงิด และความโกรธ
3. สอนให้รู้จักการเข้าสังคม การแบ่งปัน การให้รู้จักตาฉันตาเธอ (taking turns) ความเห็นอกเห็นใจ มารยาทบนโต๊ะอาหาร และการสนทนาที่เหมาะที่ควร
4. เชื่อมต่อทางอารมณ์กับลูกด้วยยิ้ม กอด จูบ จั๊กจี๋ อ่านหนังสือ เต้น กระโดด หรือคลานไปกับลูก

อย่ากลัวที่จะปฏิเสธลูกเมื่อลูกขอสิ่งที่อยากได้ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น

*เตรียมอาหารที่มีประโยชน์และจำกัดปริมาณอาหารว่าง หลีกเลี่ยงขนมที่ไม่มีประโยชน์

*ใช้เวลานอกบ้านอย่างน้อยวันละ1ชั่วโมง เช่น ปั่นจักรยาน ปีนเขา ตกปลา เดินชมนกชมไม้

*ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีใดๆระหว่างรับประทานอาหารเย็น

*เล่นบอร์ดเกมส์วันละครั้ง บางครั้งลองเล่นแบบไม่ต้องตรงตามคำแนะนำในการเล่นบ้างก็ได้

*ทุกๆวันให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในการช่วยงานบ้านอย่างน้อย1อย่างหรือมากกว่านั้น (พับผ้า,เก็บของเล่น,เอาผ้าใส่ตู้,ช่วยจัดของหลังจากไปซื้อมา,จัดโต๊ะอาหาร เป็นต้น)

*เข้านอนตรงเวลาทุกวันเพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆพักผ่อนเพียงพอ ในห้องนอนที่ไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีใดๆ

และอีกสำนวนหนึ่ง อ่านซ้ำๆ

แล้วจะแก้ยังไง?

ถ้าเราต้องการให้เด็กๆ เติบโตมาเป็นคนที่มีความสุขและสุขภาพดี เราก็ต้องลุกขึ้นมาแล้วกลับไปที่จุดเดิมของเรา มันยังเป็นไปได้ ฉันรู้เพราะฉันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในเด็กๆ นับร้อยคนที่ฉันดูแลภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์ (และในบางกรณี ภายในไม่กี่วัน) หลังจากที่ทำตามคำแนะนำนี้

- กำหนดขอบเขต และจำไว้ว่า คราวนี้คุณเป็นพ่อแม่ ไม่ใช่เพื่อน
- ให้เด็กๆ ได้มีชีวิตที่สมดุลดี มอบสิ่งที่เด็กๆ จำเป็นต้องได้ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เด็กๆ ต้องการ อย่ากลัวที่จะปฏิเสธถ้าสิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขา (ขออนุญาตเขียนเพิ่ม สำหรับเด็กๆ ความรักนับเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ใช่แค่ต้องการ)
- ให้เด็กๆ กินอาหารที่มีคุณค่า และจำกัดขนม หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นพิษ
- ใช้เวลาวันละชั่วโมงในพื้นที่สีเขียว ขี่จักรยาน เดินป่า ตกปลา ดูนก/แมลง
- ช่วงเวลาอาหารเย็นต้องปลอดไอที
- เล่นบอร์ดเกมวันละเกม และให้มีเวลาเล่นอิสระ
- ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในงานบ้าน (พับผ้า เก็บของเล่น ตากผ้า เก็บของที่ซื้อ จัดโต๊ะ และอื่นๆ)
- มีกิจกรรมเข้านอนที่สม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าลูกได้นอนมากพอในห้องที่ไม่มีเทคโนโลยี
- สอนความรับผิดชอบและความเป็นตัวเองไม่ขึ้นกับใคร อย่าปกป้องมากเกินไปจากความล้มเหลวเล็กๆ น้อยๆ มันจะมอบทักษะที่ลูกต้องมีในการเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่าในชีวิตข้างหน้า
- อย่าจัดกระเป๋าให้ลูก อย่าถือให้ อย่าเอาของที่ลูกลืมไปส่งให้ที่โรงเรียน และอย่าคอยปอกกล้วยให้เด็ก 5 ขวบ สอนให้เขาทำแทนที่จะทำให้
- สอนให้รู้จักอดทนรอคอย และให้โอกาสที่จะได้ “เบื่อ” เพราะความเบื่อจะเป็นสิ่งที่ทำให้ความสร้างสรรค์ตื่นขึ้น
- อย่ารู้สึกต้องรับผิดชอบความสุขของลูก
- อย่าใช้ไอทีเป็นตัวทำให้หายเบื่อ
- หลีกเลี่ยงการใช้ไอทีระหว่างมื้ออาหาร ในรถ ในร้านอาหาร ในห้าง จงใช้โอกาสนี้ฝึกสมองของพวกเขาให้ทำงานได้เมื่อ “เบื่อ”
- ช่วยพวกเขาสร้าง “ชุดปฐมพยาบาลความเบื่อ” โดยใส่ไอเดียกิจกรรมต่างๆ ไว้สำหรับช่วงเวลาที่ “หนูเบื่อ”
- จงพร้อมที่จะรับอารมณ์เพื่อเชื่อมต่อกับเด็กๆ และสอนการควบคุมตัวเองและทักษะทางสังคม
- ปิดโทรศัพท์จนกว่าเด็กๆ จะเข้านอน เพื่อเลี่ยงการดึงความสนใจของไอที
- เป็นโค้ชทางอารมณ์ สอนให้รู้จักและรับมือกับความหงุดหงิดและความโกรธ
- สอนการทักทาย ผลัดกันเล่น แบ่งปัน ความเข้าใจและเห็นใจ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ทักษะการสนทนา
- เชื่อมต่อทางอารมณ์ – ยิ้ม กอด จูบ จั๊กจี้ อ่าน เต้นรำ กระโดด หรือคลานไปกับลูก

เราต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตของลูก ก่อนที่ทั้งรุ่นนี้จะต้องได้รับการรักษา ตอนนี้มันยังไม่สายเกินไป แต่มันจะสายเกินไปในอีกไม่ช้า ...



ผมขอบพระคุณชุมชนพ่อแม่และปู่ย่าตายาย คุณครูที่นี่ทุกท่าน ที่กรุณาสละเวลาเข้ามาช่วยกันแปลมากมายเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ได้นำมาเผยแพร่ซ้ำเพียงบางท่าน ท่านที่สนใจหาคำแปลได้อีกหลายสำนวนในโพสต์ต้นเรื่อง 2 วันก่อน

19/02/2018

วันว่างๆ ลองชวนเด็กๆ มาทายท่าโยคะ พร้อมฝึกโยคะในท่าต่างๆ กัน ได้ทั้งออกกำลังกายและความคิดสร้างสรรค์เลยค่ะ แอบมีท่าที่เคยเอาไปเล่านิทานด้วยน้าาา

Big Bad Wolf Books มหกรรมหนังสือสำหรับเด็กลดราคา ที่กำลังจะกลับมาเยือนเมืองไทยอีกแล้วค่ะ งานนี้น่าไปมากๆ มีหนังสือสำหรับ...
23/01/2017

Big Bad Wolf Books มหกรรมหนังสือสำหรับเด็กลดราคา ที่กำลังจะกลับมาเยือนเมืองไทยอีกแล้วค่ะ งานนี้น่าไปมากๆ มีหนังสือสำหรับเด็กจากต่างประเทศให้เลือกซื้อเยอะเลย

สถานที่: ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม (Hall 9)
วันที่: 10 - 19 กุมภาพันธ์ 2560
เวลา: 10:00 น. - 22:00 น.

14/10/2016
เด็กๆ พร้อมกันหรือยังคะ แล้วพบกันที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เวลา 13:00 น. นะคะ 😊
23/07/2016

เด็กๆ พร้อมกันหรือยังคะ แล้วพบกันที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เวลา 13:00 น. นะคะ 😊

โยคะนิทานกลับมาแล้วนะคะ!!คราวนี้โยคะนิทานมีนิทานเรื่องใหม่ "นิทานพื้นบ้าน เรื่อง เกาะหนูเกาะแมว" ที่มีความสนุกสนานมาให้น...
12/07/2016

โยคะนิทานกลับมาแล้วนะคะ!!
คราวนี้โยคะนิทานมีนิทานเรื่องใหม่ "นิทานพื้นบ้าน เรื่อง เกาะหนูเกาะแมว" ที่มีความสนุกสนานมาให้น้อง ๆ เหมือนเคย พร้อมกับกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ที่จะมาชวนน้อง ๆ ทำด้วยกัน

พบกันได้ที่ Bacc หอศิลป์ฯ กรุงเทพ วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคมนี้นะคะ

***ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม และไม่ต้องสำรองที่นั่ง
รับจำนวนจำกัดและมีอุปกรณ์ศิลปะประดิษฐ์จำนวน 50 ชุด
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเวลา 13.00 น. การแสดงเริ่มเวลา 14.00 น. ตรง
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี***

For English please scroll down.
กิจกรรมนิทานคุณหนูและศิลปะประดิษฐ์
ขอเชิญคุณน้อง ๆ หนู ๆ พบกับโยคะนิทานและคามิชิไบ เรื่อง เกาะหนู เกาะแมว
โดย กลุ่มโยคะนิทาน
ในวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559 เวลา 14.00-16.00 น.
ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1

นานมาแล้วมีพ่อค้าจีนคนหนึ่งคุมเรือสำเภาจากเมืองจีนมาค้าขายที่เมืองสงขลา วันหนึ่งพ่อค้าได้ซื้อหมากับแมวคู่หนึ่งพาลงเรือไปด้วย หมากับแมวเมื่ออยู่บนเรือนาน ๆ ก็อยากกลับไปอยู่บ้านที่สงขลา จึงหาวิธีการที่จะกลับบ้าน หมาได้บอกกับแมวว่าพ่อค้ามีดวงแก้ววิเศษที่ใครเกาะแล้วจะไม่จมน้ำ แมวจึงคิดที่จะได้แก้ววิเศษนั้นมาครอบครองจึงไปข่มขู่หนูให้ขโมยให้และจะอนุญาตให้หนูหนีขึ้นฝั่งไปด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามชมการนิทานเรื่องนี้ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

วิธีเตรียมตัวก่อนฝึกโยคะอาสนะ: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ, งดอาหารหนัก 3 ชั่วโมง, งดอาหารเบา 2 ชั่วโมง, เตรียมเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นได้ และเตรียมเบาะรองฝึกโยคะมาด้วย (ถ้ามี)

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม และไม่ต้องสำรองที่นั่ง
รับจำนวนจำกัดและมีอุปกรณ์ศิลปะประดิษฐ์จำนวน 50 ชุด
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเวลา 13.00 น. การแสดงเริ่มเวลา 14.00 น. ตรง
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02 214 6630-8 ต่อ 126, 127

---

Storytelling Activity for Kids: “Rat and Cat Islands”
By Yoga Nithan Group
Saturday 23 July 2016 at 14.00-16.00 hrs.
at Multi-function Room, 1st floor

Once upon a time, there was a Chinese merchant came to trade in Songkla with his ship. Upon leaving to China, he bought a dog and a cat. A dog and a cat wanted to return to Songkla but they couldn’t swim. One day a dog told a cat that the merchant has a magic ball with a power of floating. So they planned to get a rat to steal a magic ball and go back to Songkla. Find out what would happen next on the date and time mentioned above.

Free entry / No reservation needed
Only 50 seats available
Registration starts at 13.00 hrs. The activity starts at 14.00 hrs.
The show is suitable for kids aged 3 - 15 years old.

For more information Tel. 02 214 6630-8 ext. 126, 127

งานวันเด็กปี 2016 พวกเราโยคะนิทานไปจัดกิจกรรมกันที่ The Circle ราชพฤกษ์ ขอขอบคุณน้องๆ และผู้ปกครองทุกคนที่มาร่วมสนุกกันน...
10/01/2016

งานวันเด็กปี 2016 พวกเราโยคะนิทานไปจัดกิจกรรมกันที่ The Circle ราชพฤกษ์ ขอขอบคุณน้องๆ และผู้ปกครองทุกคนที่มาร่วมสนุกกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ ขอบคุณคุณภาพจาก Page : The Circle Ratchapruk ด้วยค่ะ

ขอขอบคุณนิตยสาร a day ที่ลงคอลัมน์เกี่ยวกับโยคะนิทานนะคะ ;)  #โยคะนิทาน
27/09/2015

ขอขอบคุณนิตยสาร a day ที่ลงคอลัมน์เกี่ยวกับโยคะนิทานนะคะ ;) #โยคะนิทาน

ภาพกิจกรรม Workshop โยคะนิทาน เมื่อวันเสาร์ ที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมาค่ะ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่ทำให้งานนี้จบ...
09/09/2015

ภาพกิจกรรม Workshop โยคะนิทาน เมื่อวันเสาร์ ที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมาค่ะ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่ทำให้งานนี้จบลงอย่างสมบูรณ์นะคะ และขอขอบคุณ TKpark อุทยานการเรียนรู้ ที่ให้โอกาสดีๆ แก่ทีมงานโยคะนิทานค่ะ ;))

กิจกรรม Workshop โดยทีมงานโยคะนิทาน ในโครงการ Librarian Space ซึ่งจัดขึ้นโดยอุทยานการเรียนรู้ TK park

ที่อยู่

939 Rama 1 Road, Wangmai, Pathumwan
Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

0888855509

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โยคะนิทานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง โยคะนิทาน:

แชร์