The journey of drugs

The journey of drugs อยากให้คนทั่วไปทราบเรื่องกระบวนกา?

อาจเป็นความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติ​ ขณะนี้จีนมีวัคซีนที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์​ 13​ ตัว และมีวัคซีน​ 4ตัว​อยู...
21/10/2020

อาจเป็นความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติ​ ขณะนี้จีนมีวัคซีนที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์​ 13​ ตัว และมีวัคซีน​ 4ตัว​อยู่ระหว่างการทดลองระยะที่3 โดยมีอาสาสมัครได้รับวัคซีนแล้ว​ กว่า60, 000 รายและยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรง​ (no SAE​ reported so far) นอกจากนี้จีนได้ทำข้อตกลงกับ​covax หน่วยงานของ WHO ที่จัดการเรื่องของการพัฒนาและช่วยให้เข้าถึงวัคซีน​covid​19​ ซึ่งมีกว่า184 ประเทศเข้าร่วมโปรแกรมนี้
China Daily, 21 Oct 2020

วัคซีนที่พัฒนาโดย​มหาวิทยาลัย​อ๊อกฟอร์ด และบ.ยาของอังกฤษ​ ขณะนี้อยู่ในระยะที่สาม​ (phase3)​ของการวิจัย​ ได้ทำการหยุดการว...
09/09/2020

วัคซีนที่พัฒนาโดย​มหาวิทยาลัย​อ๊อกฟอร์ด และบ.ยาของอังกฤษ​ ขณะนี้อยู่ในระยะที่สาม​ (phase3)​ของการวิจัย​ ได้ทำการหยุดการวิจัยวัคซีนชั่วคราว เนื่องจากพบอาการข้างเคียงอย่างรุนแรงในอาสาสมัคร​และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล​ (hospitalisation)

AstraZeneca describes the pause in its keenly-awaited final clinical trials as routine.

หากแต่ละประเทศมีไวรัสสายพันธุ์​ที่เฉพาะ​เจาะจง​ของตัวเอง​ การพัฒนาวัคซีน​อาจต้องเป็นแบบ​ country-specific strain ระบุใน​...
18/08/2020

หากแต่ละประเทศมีไวรัสสายพันธุ์​ที่เฉพาะ​เจาะจง​ของตัวเอง​ การพัฒนาวัคซีน​อาจต้องเป็นแบบ​ country-specific strain ระบุใน​vaccination programme ที่จะต้องฉีดก่อนเดินทางไปยังประเทศปลายทาง​ หรืออาจเป็น​ zoning​ vaccine เหมือน​flu vaccine ที่มีทั้ง​ northern และ​ southern​ strains แยกกัน

The mutation called D614G was found in at least three of the 45 cases in a cluster that started from a restaurant owner returning from India and breaching his 14-day home quarantine.

นับว่าเป็นข่าวที่ดีจริงๆค่ะ​ หลังจากที่ ปท อังกฤษ​ มีรายงานการใข้ยา​Dexamethasone​ หรือ​เรียกสั้นๆว่า​ เด๊กซ่า ในภาษาไทย...
17/06/2020

นับว่าเป็นข่าวที่ดีจริงๆค่ะ​ หลังจากที่ ปท อังกฤษ​ มีรายงานการใข้ยา​Dexamethasone​ หรือ​เรียกสั้นๆว่า​ เด๊กซ่า ในภาษาไทย ​เด๊กซ่าเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์​ที่ใช้รักษาอาการภูมิแพ้และการอักเสบที่รุนแรง​ จากรายงานพบว่ายาตัวนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิต​ในผู้ป่วยCovid19 ขั้นวิกฤติ​ ประมาณ1/3 เท่า​ โดยเฉพาะ​อย่างยิ่ง​คนไข้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ​ ในขณะที่ ประสิทธิภาพ​ ของยา​Remdesivir​ ที่ใช้กันแพร่หลายขณะนี้​ ใช้ไม่ค่อยได้ผลในกลุ่มคนไข้ covid19​ภาวะวิกฤติ​ หากแต่จะใช้ได้ผลดีกับคนไข้ที่อาการ​ไม่รุนแรง​ (mild) ในทางกลับกัน​ Dexamethasone​ ก็ใช้ไม่ได้ผลในคนไข้ covid19 ที่มีอาการเพียงเล็กน้อย​ เป็นอีกความหวัง​ในการรักษา​ ด้วยยาที่ค่อนข้างโบราณ​ พัฒนามากว่า70​ ปี​ ตั้งแต่ค.ศ.​1957 และมีราคาไม่แพง​

สนใจตามไปอ่าน​ Coronavirus: Dexamethasone proves first life-saving drug - BBC News
https://www.bbc.com/news/health-53061281 ค่ะ

วัคซีนบีซีจี​หรือวัคซีนป้องกัน​วัณโรคถูกนำมาใช้ใน การป้องกันโรค​covid-19​ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์​ ซึ่งเป็นด่านหน้าในกา...
27/03/2020

วัคซีนบีซีจี​หรือวัคซีนป้องกัน​วัณโรคถูกนำมาใช้ใน การป้องกันโรค​covid-19​ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์​ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรักษาผู้ป่วย​
หลังจากพบในหลายๆงานวิจัยว่า​วัคซีนบีซีจี​ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อได้หลากหลายนอกจากวัณโรค​ นอกจากนี้​มีข้อสรุปจาก​ WHO​ ปี​2016​ว่าวัคซีนนี้น่าจะมีประสิทธิผล​ด้านอื่นๆ​ซึ่งอาจต้องทำการศึกษาต่อไป​
สำหรับการฉีด​ BCGให้บุคลากรการแพทย์นี้​ เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยที่จะเริ่มในออสเตรเลีย​ ในสัปดาห์หน้า​ โดยจะมีการฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 4,000 คน​ นอกจากนี้ประเทศ​ อื่นเช่น​ อังกฤษ​ กรีซ​ เยอรมันนี​ เดนมาร์ก​ และ​ อเมริกา​ก็กำลังพิจารณาทางเลือกนี้เช่นกัน

Clinical evidence suggests the BCG vaccine may provide vital protection against the coronavirus.

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของไทยคาดว่า สายพันธ์ชองไวรัสที่ระบาดที่ไทยเป็นสายพันธ S ขณะอเมริกาเป็นสายพันธ์ L
20/03/2020

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของไทยคาดว่า สายพันธ์ชองไวรัสที่ระบาดที่ไทยเป็นสายพันธ S ขณะอเมริกาเป็นสายพันธ์ L

Researchers in Beijing and Shanghai found the more aggressive strain appeared to have evolved from the other but has become less common since early January, with the older version returning.

ท่ามกลางความพยายามในการปัดเป่าเชื้อ Corona Virus ของรัฐบาลหลังจากมีประกาศออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คนส่วนมากยังคงมีค...
20/03/2020

ท่ามกลางความพยายามในการปัดเป่าเชื้อ Corona Virus ของรัฐบาลหลังจากมีประกาศออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คนส่วนมากยังคงมีความอยากรู้อยากเห็น แล้วรัฐบาลจะทำอะไรต่อไป หรือ ประชาชนจะต้องทำตัวยังไง แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในอีกสัปดาห์ข้างหน้า จากการวิเคราะห์ดูการจัดการของรัฐบาลไทย ก็แทบจะคล้ายคลึงกับที่รัฐบาลอังกฤษกำลังทำโดยใช้วิธีการที่เรียกว่า Disease containment หรือการควบคุมโรค และ Epidemic Suppression หรือ Mitigation นั้นคือพยายามชะลอการแพร่เชื้อและบรรเทาการติดเชื้อในเวลาเดียวกัน เหตุที่ที่รัฐบาลหลายๆประเทศเริ่มท้อใจ เนื่องจากว่า ข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรทั้งทางการการเงิน คน และ สถานที่ ไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถจัดการโรคได้ด้วยความเด็ดขาดและไม่ยอมแพ้เหมือนประเทศจีน และผลกระทบของโรคนี้มีอย่างมหาศาลต่อทางด้านเศรษฐกิจและสังคม

การควบคุมโรคที่ทำในขณะนี้คือ การติดตามผู้ต้องสงสัยที่ติดเชื้อรวมทั้งญาติ จากสนามมวยและสถานบันเทิงเพื่อให้แน่ใจว่าหากติดเชื้อแล้วจะต้องกักกันโรคและได้รับการรักษาทันท่วงที รวมไปถึงการจำกัดการเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

สำหรับการชะลอการแพร่เชื้อนั้นรัฐบาลเริ่ม รณรงค์ การเว้นห่างระยะทางสังคม โดยงดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งด้านศาสนา ปิดสถานที่ออกกำลังกาย การให้ทำงานที่บ้าน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อยืดระยะเวลาในการจัดการเรื่องยาและวัคซีนหากแต่จะทำได้นานแค่ไหน การทำเป็นช่วง ๆ ทุก 14 วันหรือหนึ่งเดือน แล้วมีช่วงผ่อนผันทุก ๆ 10 วัน หรือเมื่อมีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น ก็กลับไปเริ่มการการเว้นระยะห่างทางสังคมอีกครั้ง นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดภาระงานจากจำนวนผู้ป่วยภาวะวิกฤติได้ ซึ่งทางประเทศอเมริกาและอังกฤษ ก็กำลังพิจารณาการใช้วิธีการนี้ หากแต่ต้องทำไปนานมากกว่า 18 เดือนเพื่อรอวัคซีนป้องกันโรค

มีนักวิเคราะห์หลายท่านพยายามสร้างโมเดลเพื่อประเมินสถารณการณ์ และความเสี่ยงเนื่องจากการเกิดโรค เช่นของที่อังกฤษ พบว่า หากไม่มี ความพยายามในการควบคุมโรคอาจมีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 510,000 คน ซึ่งคงไม่ต่างจากประเทศไทยหากประเมินจากจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ใกล้เคียงกัน หรือถ้ามีการควบคุมโรคด้วย โดยคาดว่าผู้ป่วยทุกรายมีโอกาสในการได้รับการรักษา หากแต่ความไม่เพียงพอของเตียงคนไข้รวมทั้ง ห้อง ICU ซึ่งมีความต้องการมากกว่าสถานการณ์ปกติถึง 8 เท่า จะทำให้มีคนเสียชีวิต 250,000 ราย

จากตัวอย่างของประเทศจีนและเกาหลี การชะลอการแพร่เชื้อนั้นเป็นวิธีที่ดีในการจัดการในระยะสั้นๆ หากแต่ระยะยาวจะต้องดูผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อไป

อ้างอิง

The UK and the US have ramped up efforts to 'flatten the curve' of the COVID-19 pandemic. It follows the publication of a scientific report modelling the effectiveness of different interventions to limit the spread of the virus.

มาทำความรู้จักยา Faripiravia หรือ Avigan®  ที่ได้รับการใช้รักษาโรค Covid19 ในประเทศจีนและญี่ปุ่น และประเทศไทยเองก็ได้มีก...
18/03/2020

มาทำความรู้จักยา Faripiravia หรือ Avigan® ที่ได้รับการใช้รักษาโรค Covid19 ในประเทศจีนและญี่ปุ่น และประเทศไทยเองก็ได้มีการใช้ยาตัวนี้เพื่อรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ SARs-CoV-2 หรือ Corona Virus แล้วเช่นกัน

ยา Faripiravia หรือ ชื่อการค้า Avigan® พัฒนาโดย บ.FUJIFILM Toyama Chemical ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2014 (พ.ศ.2557) ใช้ในการรักษา ไข้หวัดใหญ่ชนิด A,B ไข้หวัดนก รวมทั้งอีโบล่า และล่าสุดเริ่มนำมาใช้ในการรักษาโรค Covid-19

รายงานล่าสุด จาก National Center for Biotechnology Development จากงานวิจัยที่ทำ ที่ทำในผู้ป่วย จำนวนทั้งหมด 320 ราย จากหลายเมืองในมณฑล อู่ฮั่น (240) และเซินเจิ้น (80)

จาก sub-group analysis สำหรับ ผู้ป่วยที่อู่ฮั่น พบว่ากลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับยา Faripiravia หายจากอาการไข้หลังได้รับยาโดยเฉลี่ย 2.5 วัน หายจากอาการไอภายใน 4.57 วัน และไม่พบผลข้างเคียงจากการใช้ยา

เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับการรักษายาตัวอื่นนั้นใช้เวลา 4.2 วันจึงหายจากอาการไข้ และ หายจากอาการไอ 5.98 วัน

นอกจากนี้ ความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พบว่าประมาณ 8.2% ผู้ป่วยที่รักษาด้วยยา Faripiravia ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และในขณะที่กลุ่มควบคุมมีความต้องการใช้เครื่องช่วยหายใจถึง 17.1%

สำหรับ ผู้ป่วยจากเซิ่นเจิ้นจำนวน 80 ราย มีกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยา Faripiravia จำนวน 35 ราย และกลุ่มควบคุม 45 ราย มีรายงานว่ากลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับยา Faripiravia ตรวจไม่พบไวรัส หลังจากได้รับยาแล้ว 4 วัน ในขณะที่กลุ่มควบคุมต้องใช้เวลาถึง 11 วัน นอกจากนี้ผลการตรวจเอกซเรย์ปอดในกลุ่มที่ได้รับยา Faripiravia กลับมาดีขึ้น ประมาณ 91% เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับยา Faripiravia ที่มีผลการเอกซเรย์ปอดดีขึ้น เพียงแค่ 62%

งานวิจัยนี้ได้ทำคู่ขนานกับ ของกลุ่มแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ยานี้กับผู้ป่วย Covid-19 จำนวน 70-80 ราย พบว่า ยา Faripiravia จะมีประสิทธิภาพในการลดจำนวนของไวรัสในร่างกายในกลุ่มคนไข้ที่อาการไม่รุนแรง และจะได้ผลลดลงในกลุ่มคนไข้ที่มีการปานกลาง และยานี้อาจใช้ไม่ได้ผลในคนไข้ที่มีอาการรุนแรงซึ่งมีจำนวนไวรัสในร่างกายเป็นจำนวนมาก

ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดของขนาดยา Faripiravia ที่ใช้ในการวิจัยนี้ รวมถึงยาที่ให้ในกลุ่มควบคุม หากแต่ขนาดและระยะเวลาการให้มีการปรับตามความรุนแรงของโรค หากการวิจัยได้รับการตีพิมพ์แล้วจะนำมาแบ่งปันอีกครั้งนะคะ

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่าจะต้องมีการวิจัยยาตัวนี้ในแต่ละประเทศที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ยาตัวนี้เพิ่มเติม

บ. FUJIFILM Toyama Chemical ได้จดสิทธิบัตรยา Favipiravir กับ บ. Zhejiang Hisun Pharmaceutical ตั้งแต่ปี 2016 และรัฐบาลจีนได้ทำการอนุมัติให้บริษัทในจีนทำดำเนินการผลิตยาตัวนี้ในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อการรักษาโรค Covid-19 ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับประเทศไทยเอง มีข่าววันนี้ ว่า รมว สาธารณสุขได้ทำการซื้อยา Faripiravia เพิ่มจากรัฐบาลจีนเป็นจำนวน 120,000 เม็ด จากจำนวน 80,000 เม็ดที่มีในคลังยาในประเทศไทยไทย และคาดว่าจำนวนยา 200,000 เม็ดนั้นจะมีจะเพียงพอในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อในไทยทั้งหมด

อ้างอิง
https://techcrunch.com/2020/03/18/japanese-flu-drug-appears-effective-in-coronavirus-treatment-in-chinese-clinical-trials/
https://asia.nikkei.com/Spotlight/Coronavirus/China-says-Japan-developed-drug-Avigan-works-against-coronavirus
https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20200318_36/
https://www.pharmaceutical-technology.com/news/fujifilm-favipiravir-covid-19/
https://www.thestar.com.my/news/2020/03/18/thailand-waits-for-covid-19-antiviral-drug-from-china

Japanese-made flu drug favipiravir (also known as Avigan) has been shown to be effective in both reducing the duration of the COVID-19 virus in patients, and to have improved the lung conditions of those who received treatment with the drug, based on results of clinical trials conducted with affect....

คำแนะนำจาก WHO อย่างเป็นทางการ ให้เลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) สำหรับผู้ป่วย Covid-19 (17 มีนาคม 2563) เนื่องจาก...
18/03/2020

คำแนะนำจาก WHO อย่างเป็นทางการ ให้เลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) สำหรับผู้ป่วย Covid-19 (17 มีนาคม 2563)

เนื่องจากยาต้านการอักเสบตัวนี้จะไปกระตุ้นการสร้างเอนไซม์ ACE2 (Angiotensin-converting enzyme 2) ซึ่งทำให้ อาการของโรค Covid-19 รุนแรงมากขึ้น งานวิจัยล่าสุดพบว่า ยาไอบูโพรเฟนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อาการของโรคเลวร้ายมากขึ้น (อ้างอิงจากรายงาน https://www.thelancet.com/journals/lanres/article/PIIS2213-2600(20)30116-8/fulltext)

หากเป็นไข้ และไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ช่วงนี้ ทานยาพาราเซตามอล ไปก่อนนะคะ หากแต่ต้องทานด้วยความระมัดระวังเพราะหากทานยามากไป อาจเป็นอันตรายต่อตับได้

ตัวอย่างยี่ห้อยา ไอบูโพรเฟน ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย
Ambufen, Borafen, Coprofen, G-Fen Syrup, G-Fen Tablet, Gofen 400 Clearcap, Heidi, Ibrofen, Ibuprofen, I-Profen, Mano-Bruzone, Nurofen, P-Fen, Rheumanox, Spedifen, Tonifen, Anufen, Aprofen, Brufen, Brufenin, Brugin, Bruprin, Brusil, Buflex, Bumed S/C, Bunofen, Cefen, Cenbufen, Duran, Eufen, Fafen, Greatofen, I Fen, Ibufex Paediatric, Ibukids, Ibulan, Ibulium, Ibuman, Ibumax, Ibupac, Junimol, Pippen, Probufen, Profen K.B., Profeno, Rabufen, Ruprofen, Schufen, Sifen 400, Sinprofen, Suphen, Tofen, Trofen, Tyhofen

The World Health Organization recommended Tuesday that people suffering COVID-19 symptoms avoid taking ibuprofen, after French officials warned that anti-inflammatory drugs could worsen effects of the virus.

เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยที่จะมีชุดตรวจโรค​ Covid​19​ ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ไทยเอง​ เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภูมิใจมาก ...
17/03/2020

เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยที่จะมีชุดตรวจโรค​ Covid​19​ ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ไทยเอง​ เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภูมิใจมาก ค่ะ​

VISTEC โดยความสนับสนุนจาก ปตท. ร่วมมือกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ใช้เทคนิค CRISPR Diagnostic เพื่อลดเวลาที่ต้องใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค ซึ่งปัจจุบันต้องทำในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ใช้เวลา 4 - 6 ชั่วโมง ให้สามารถตรวจวินิจฉัยได้รวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น และ ต้นทุนในการตรวจต่ำที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคนี้ของหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลในประเทศไทย

แถลงใหญ่ไทยประสบความสำเร็จ !สถาบันวิทยสิริเมธี-ศิริราช- ปตท. จับมือในการพัฒนาชุดตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์.....

เริ่มการทดลองวัคซีน Corona Virus ในคนระยะที่ 1 ที่สหรัฐอเมริกาวันนี้มีประกาศจากทางหน่วยงานสาธารณสุขของอเมริกา ที่จะเริ่ม...
16/03/2020

เริ่มการทดลองวัคซีน Corona Virus ในคนระยะที่ 1 ที่สหรัฐอเมริกาวันนี้

มีประกาศจากทางหน่วยงานสาธารณสุขของอเมริกา ที่จะเริ่มการทดลองวัคซีนในคน ระยะที่ 1 ในวันจันทร์นี้ จากกำหนดการเดิมคือเดือนเมษายน หน่วยงานสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NIH (National Institutes of Health) และ บ.Moderna ได้ร่วมกันพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรค Covid-19 ในรหัสวัคซีนชื่อ mRNA-1273 ซึ่งทางบริษัทได้ทำการส่งมอบวัคซีนให้ NIH ตั้งแต่ช่วงวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

mRNA (messenger RiboNucleic Acid) คือ กรดไรโบนิวคลีอิกชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างโดยการถอดรหัส(Transciption) จากแม่แบบที่เป็น DNA หรือสารพันธุกรรม การใช้เทคโนโลยี mRNA พัฒนาวัคซีนโดยทำการสังเคราะห์ mRNA ที่คล้ายกับสายพันธุกรรมของ Corona Virus แล้วฉีดเข้าร่างกายคนเพื่อให้ร่างกายสร้างโปรตีน ที่สามารถจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค Covid-19 ข้อดีของการวัคซีนชนิดนี้คือ ปลอดภัย ลงทุนน้อย ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาไม่นาน และมีความปลอดภัยเนื่องจากไม่ได้สังเคราะห์จากเชื้อโรคจริงๆ

งานวิจัยวัคซีน mRNA-1273 นี้ คาดว่าเริ่มในอาสาสมัครที่มีสุภาพดี จำนวน 45 คน โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยจะได้รับการจัดลำดับ(sequential assignment) เพื่อรับการฉีดวัคซีน ในขนาดใดขนาดหนึ่ง จากจำนวน 3 ขนาดคือ 25 หรือ 100 หรือ 250 ไมโครกรัม เข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 ครั้ง ห่างกัน 28 วัน ในวันที่ 1 และ 29 ของการเข้าร่วมโครงการวิจัย และจะได้รับการติดตามผลการรักษาจนถึงเดือนที่ 12 หรือ 1 ปี หลังจากการฉีดครั้งสุดท้าย

วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือการประเมินความปลอดภัยและการตอบสนองของร่างกายต่อวัคซีน เมื่อได้รับการฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 28 วัน และเพื่อประเมินความสามารถของวัคซีนในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกัน จากตัวอย่างเลือดที่จะเก็บหลังจากการฉีดเข็มที่ 2 ประมาณ1 เดือน อย่างไรก็ดีคาดว่างานวิจัยนี้น่าจะเรียบร้อยในกลางปี พ.ศ.2564

นอกจากนี้ยังมีวัคซีน mRNA ของ บ.CureVac สัญชาติเยอรมัน ที่พร้อมจะเริ่มการวิจัยกลางปีนี้ และมีข่าวเช้านี้ว่า ปธน ทรัพป์ จะพยายามเสนอเงินจำนวนมากเพื่อเข้าซื้อกิจการแต่ถูกรัฐบาลเยอรมนี ปฏิเสธข้อเสนอไปแล้ว พร้อมกันนี้ยังมีความพยายามจะซื้อตัวนักวิทยาศาตร์ที่พัฒนาวัคซีน เพื่อหวังเอาสิทธิบัตรวัคซีนมาเป็นของอเมริกา อีกด้วย

บางทีความกลัวก็ทำให้คนเราก้าวข้ามเส้นแบ่งทางจริยธรรมและละเลยความสำคัญของเพื่อนมนุษย์รอบข้าง

รักษาสุขภาพกันนะคะแล้วเราจะผ่านโรคระบาดและช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปด้วยกัน

อ้างอิง https://clinicaltrials.gov/ct2/show/record/NCT04283461 , https://apnews.com/8089a3d0ec8f9fde971bddd7b3aa2ba1
https://www.businessinsider.com/trump-administration-tried-to-pay-germans-scientists-for-coronavirus-cure-2020-3
ภาพ GettyImages

การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody Test)ต่อเชื้อไวรัส  SARS-COV-2 หรือ โคโรน่าไวรัส  แบบเร่งด่วนภายใน 10-15 นาทีในช่วงต้น ๆ ขอ...
15/03/2020

การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody Test)ต่อเชื้อไวรัส SARS-COV-2 หรือ โคโรน่าไวรัส แบบเร่งด่วนภายใน 10-15 นาที

ในช่วงต้น ๆ ของการระบาด การตรวจหาเชื้อ SARS-COV-2 ในผู้ต้องสงสัยที่จะติดเชื้อ Covid-19 โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก ในประเทศจีน ใช้วิธี Real-time PCR หรือ quantitative PCR (qPCR) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการคัดกรองโรค ที่รับรองโดย CDC ณ เวลานั้น หากแต่การระบาดในมีความรุนแรงและควบคุมไม่ได้ ประเทศจีนจึงได้เริ่มพัฒนาชุดทดสอบเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของการใช้วิธี Real-time PCR เช่น การทดสอบที่ยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลาที่ยาวนาน การใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองเท่านั้นซึ่งต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง และเจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องการลดจำนวนของผลลบลวง (False negative)

การตรวจหาเชื้อโดยใช้ตัวอย่างจากเลือดเพื่อหาตรวจหาแอนติบอดี จึงเป็นวิธีการที่จะเหมาะสมที่จะลดข้อจำกัดที่มีอยู่ดังกล่าว โดยการ ตรวจหา โปรตีนชนิด globulin IgM และ IgG
*** IgM เป็นภูมิคุ้มกันตัวแรกที่ร่างกายสร้างขึ้นจาก เม็ดเลือดขาว (Iymphocyte) ที่เรียกว่าB cell เมื่อมีการติดเชื้อ IgM จะเป็น antibody ตัวแรก ที่ร่างกายสร้างขึ้นในการตอบสนองต่อ สิ่งแปลกปลอมหรือ antigen ในระยะแรกที่ติดเชื้อ (primary antibody response) หลังจาก นั้น IgG จึงจะเพิ่มตามมา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำลาย antigen โดยเฉพาะเชื้อ ไวรัสและแบคทีเรีย
IgG โปรตีนชนิด globulin ที่มีขนาดเล็กที่สุด มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ และจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากมีการกระตุ้นด้วย antigen โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอบสนองต่อการติดเชื้อระยะที่ 2 (secondary response) ต่อจาก IgM ที่สร้างขึ้นในระยะแรกของการติดเชื้อ
แอนติเจนคือ สิ่งแปลกปลอม ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหรือ แอนติบอดี

IgG คือภูมิคุ้มกันชนิดระยะยาวคือต้องเป็นมานานหลายวันจึงจะมีภูมิคุ้มกันชนิดนี้ขึ้นมา ส่วน IgM เป็นภูมิคุ้มกันชนิดระยะสั้น มักขึ้นในช่วงรับเชื้อใหม่ ๆ 1-3 วันแรก ***

จากผลการวิจัยโรคซาร์ก่อนหน้าพบว่า IgM สามารถตรวจพบในเลือดผู้ป่วยหลังการติดเชื้อประมาณ 3-6 วัน ในขณะที่ IgG สามารถตรวจได้หลังจากติดเชื้อประมาณ 8 วัน เนื่องจากไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค Covid-19 อยู่ในตระกูลเดียวไวรัสที่ทำให้เกิด โรคระบาด เมอร์ส และซาร์ส จึงอนุมานว่าการตอบสนองของร่างกายมนุษย์ต่อ เชื้อ SAR-CoV-2 ที่ทำให้เกิด Covid-19 จากการเพิ่มของ IgM และ IgG น่าจะมีความคล้ายคลึงกัน โดย การตรวจพบแอนติบอดี IgM จะแสดงผลว่ามีการติดเชื้อมาไม่นาน ในขณะที่ การ IgG นั้น บอกถึงว่ามีการติดเชื้อมาระยะนึงแล้ว การตรวจหา IgMและIgG ที่แบบเร็วนี้ จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการ วินิจฉัยและรักษาโรคและ เข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วกว่า จีนจึงได้พัฒนา ชุดตรวจที่เรียกว่า a point-of-care Lateral Flow Immunoassay (LFIA) ที่ตรวจหา IgMและIgG ได้พร้อมกัน ภายใน15 นาที และทำการวิจัยทดสอบชุดตรวจนี้ในโรงพยาบาล 8 แห่ง โดยทำคู่ขนานกับการตรวจแบบ Real-time PCR และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และมีการตีพิมพ์ผลการวิจัยนี้ในวารสารวิชาการการแพทย์ Medical Virology
นอกจากนี้หน่วยควบคุมโรคของจีน หรือ China CDC เองได้นำชุดตรวจแบบเร่งด่วน (Rapid Test) ของ บ.BioMedomics มาใช้ในการตรวจหาผู้ติดเชื้อด้วยวิธีการหาแอนติบอดิ ที่ใช้เวลาเพียงแค่15 นาที ด้วยเช่นกัน

ตรงข้ามกับการตรวจแบบเดิมที่ใช้การเก็บตัวอย่างเชื้อจากหลังโพรงจมูก วิธีการหาแอนติบอดินี้จะใช้ตัวอย่างจากเลือดที่เก็บจากปลายนิ้วหรือเจาะจากเส้นเลือดดำบริเวณแขน จากนั้นจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ปิเปตต์ดูดเลือดจากหลอดที่เก็บเลือด แล้วหยดบนแผ่นทดสอบ แล้วตามด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ แล้วรออ่านผล ได้เลยภายใน15 นาที

การตรวจหาเชื้อแบบด่วนการใช้ มากขึ้นเรื่อย ๆ ใน อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อังกฤษ และอเมริกาเองก็ได้เริ่มมีการใช้ชุดทดสอบนี้

การอ่านและการแปลผล

บนถาดทดสอบจะมีขีด 3 ขีด ด้านข้างมีอักษร C G และ M โดยที่ C คือ ตัวควบคุม และจะปรากฏขึ้นเมื่อหยดเลือดลงบนถาดทดสอบ
แพทย์จะวินิจฉัยว่า มีผลบวกหรือมีการติดเชื้อ หาก มีเส้นสีแดงหรือชมพูขึ้นที่ทั้ง C M และ G
หาก มีเส้นสีแดงหรือชมพูขึ้นที่ทั้ง C อย่างเดียว แปลว่าผลเป็นลบคือไม่พบเชื้อ
หาก มีเส้นสีแดงหรือชมพูขึ้นที่ทั้ง C และ มีขีดเดียวที่ M หรือ G คือตรวจพบการ แอนติบอดี IgM หรือ IgG ต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งจะบอกถึงระยะเวลาการติดเชื้อ ได้อย่างคร่าว ๆ จากการตรวจ ซึ่งอาจช่วยในการเฝ้าระวังผู้ป่วยหากมีพบ แอนติบอดี IgM แต่เนิ่น ๆ หรือ ร่างกายอาจอยู่ระหว่างการพักฟื้น (Recovery period ) จากการ พบแอนติบอดี IgG อย่างเดียว

อาจพบข้อผิดพลาดจากการตรวจ เช่น ไม่พบขีดสีแดงขึ้นทั้งสามจุด C M และ G ซึ่งจะต้องทดสอบใหม่

จะเห็นได้ว่าการตรวจหาแอนติบอดีนี้ สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจหาผู้ป่วยได้ตั้งแรก ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ซึ่งต่างจากการตรวจแบบ qPCR test จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ติดเชื้อนั้นมีอาการป่วยแล้ว

นักวิทยาศาสตร์จีนที่ทำทดสอบพบว่า ไม่มีความแตกต่างของการใช้ตัวอย่างเลือด จากส่วนต่าง ๆ เช่นจากการเจาะปลายนิ้ว น้ำเลือด หรือเลือดที่เจาะจากแขน ทุกตัวอย่างสามารถแสดงผลการติดเชื้อได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี การทดสอบทั้งสองแบบ qPCR test และ การตรวจหาแอนติบอดี Rapid Test อาจทำให้พลาดที่จะพบกลุ่มผู้ติดเชื้อ เมื่อทำ การตรวจที่เร็วเกินไปในขณะที่ร่างกายยังไม่ทันสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส นั่นหมายความว่าการรีบไปตรวจหาเชื้อหลังภายในวันหรือสองวันหลังการใกล้ชิดกับผู้ป่วยเช่น ดารา หลาย ๆ ท่านทำอยู่ แล้วไม่พบว่าติดเชื้อ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดเชื้อเสมอไป จากการวิจัยก่อนหน้าพบว่า IgM จะตรวจพบได้หลังจากรับเชื้อประมาณแล้ว 3-6 วัน และ IgG จะขึ้นเมื่อติดเชื้อ 8 วันไปแล้ว ดังนั้น การแยกและกักตัวเองเพื่อดูอาการอย่างน้อย14 วัน ก่อนไปสัมผัสผู้อื่นในชุมชนจึงมีความสำคัญในการลดการระบาดของเชื้อได้

ภาพจาก Getty Image, BioMedomics.com และงานวิจัยของ Zhengtu Li and et al “Development and Clinical Application of A Rapid IgM‐IgG Combined Antibody Test for SARS‐CoV‐2 Infection Diagnosis”

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The journey of drugsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram