ความรู้คู่สุขภาพ by หมอเจส

ความรู้คู่สุขภาพ by หมอเจส เพจ ความรู้คู่สุขภาพ By หมอ เจส

ดร.พท.เจสสิกา สาริกานนท์ งามถิ่น (พท.ว.29022) รักษามะเร็งและโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายฟรี
ดำเนินโครงการ เยียวยาด้วยเมตตา Compassionate Healing Project

“Integrative and Alternative Medical Approaches in Thailand for Managing Cancer and Chronic Illnesses”

ลดปวดด้วย  #เถาวัลย์เปรียง  #ยาไทย โดย  #หมอไทย
08/12/2025

ลดปวดด้วย #เถาวัลย์เปรียง #ยาไทย โดย #หมอไทย

02/12/2025

#หมอ #เจสสิกา #สุขภาพดี #คลีนิก #ออกตรวจ

26/11/2025
26/11/2025
ขอบคุณทุกความไว้วางใจตอนนี้หมอเจสดูแลไปแล้วกว่า 1,000 เคส และยังมีรีวิวส่งเข้ามาไม่หยุดทุกวันค่ะ 💚หลายคนเริ่มจากมีปัญหา•...
26/11/2025

ขอบคุณทุกความไว้วางใจ
ตอนนี้หมอเจสดูแลไปแล้วกว่า 1,000 เคส และยังมีรีวิวส่งเข้ามาไม่หยุดทุกวันค่ะ 💚

หลายคนเริ่มจากมีปัญหา
• ไขมันสูง น้ำตาลแกว่ง
• เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว
• คุณภาพชีวิตแย่ลงแบบไม่รู้ตัว

แต่หลังได้รับการประเมินแบบ Case-by-Case
ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้จริง จนอยากส่งรีวิวกลับมาให้หมอได้อ่านค่ะ

✨ วันนี้หมอเปิดให้ดู “บางส่วนของรีวิวจริง” ที่คัดมาให้
เพราะมันอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา
และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูสุขภาพของคุณเอง

ถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกว่า “ใช่ปัญหาของเราเลย”
หรือสงสัยว่าร่างกายของตัวเองต้องเริ่มจากตรงไหน…

📩 ทักอินบ็อกซ์มาหาหมอได้เลยค่ะ
หมอเจสประเมินให้ฟรี
และจะบอกแนวทางที่ตรงกับอาการของคุณที่สุด แบบเป็นขั้นตอน

อย่าปล่อยให้สุขภาพรอค่ะ
เริ่มตอนนี้ = เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าเสมอ 💚🌿

**บทที่ 2ศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healing)**สุขภาพที่ดีไม่ใช่ผลลัพธ์จาก “ยาชนิดใดชนิดหนึ่ง” หรือ “อาหารเส...
25/11/2025

**บทที่ 2

ศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healing)**

สุขภาพที่ดีไม่ใช่ผลลัพธ์จาก “ยาชนิดใดชนิดหนึ่ง” หรือ “อาหารเสริมตัวใดตัวหนึ่ง” แต่คือผลสะท้อนของ ทุกระบบในชีวิตที่ทำงานประสานกันอย่างลงตัว — ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ฮอร์โมน การนอน ความเครียด โภชนาการ ความสัมพันธ์ และความหมายของชีวิต

การแพทย์แบบองค์รวมจึงไม่ใช่ศาสตร์ใหม่ หากเป็น “ความเข้าใจพื้นฐานของมนุษย์” ว่าเราคือหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และสุขภาพคือสมดุลของทุกองค์ประกอบภายในตัวเราเอง

บทนี้จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจว่า “องค์รวม” คืออะไร ทำไมต้องใช้ และต่างจากการรักษาแบบเดิม ๆ อย่างไร

1) องค์รวมคืออะไร?

Holistic มาจากคำว่า “Holos” ของภาษากรีก แปลว่า ทั้งก้อน ทั้งหมด เป็นหนึ่งเดียว

ดังนั้น “การดูแลแบบองค์รวม” หมายถึง…

การมองทั้งคน ไม่ใช่มองแค่อาการ

หากคุณปวดหัว การแพทย์แบบเดิมอาจเลือกยาแก้ปวด
แต่การดูแลแบบองค์รวมจะถามว่า:
• คุณนอนพอไหม?
• คุณกินน้ำมากพอหรือเปล่า?
• คุณเครียดหรือสะสมอารมณ์บางอย่างไว้ไหม?
• ฮอร์โมนเพี้ยนเพราะการนอนไม่เป็นเวลาหรือไม่?
• คุณกินอาหารอะไรใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา?
• คุณขยับร่างกายเพียงพอหรือยัง?

เพราะอาการทุกอย่าง มีราก (root cause) อยู่เสมอ
และรากสาเหตุเหล่านั้นต่างก็เชื่อมโยงกันหมด

2) ทำไมคนยุคนี้ป่วยง่ายกว่าสมัยก่อน?

ในอดีต โรคส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโรค
แต่ปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากป่วยจาก…

✓ ความเครียดสะสม

คอร์ติซอลสูงเรื้อรังทำให้ภูมิคุ้มกันตก
การอักเสบเพิ่ม
การย่อยอาหารแย่ลง
นอนหลับผิดปกติ

✓ อาหารแปรรูป

น้ำตาล แป้งขัดสี ไขมันเลว สารปรุงแต่ง
ทำให้เซลล์อักเสบและฮอร์โมนปั่นป่วน

✓ การนอนหลับที่ไม่ถูกต้อง

นอนดึก, นอนไม่ลึก, ใช้มือถือก่อนนอน
ทำให้ร่างกายซ่อมแซมไม่ได้

✓ ไม่ขยับ

มนุษย์ไม่เคยถูกออกแบบให้นั่ง 8 ชั่วโมงต่อวัน
ระบบไหลเวียนเลือดและระบบลิมฟ์หยุดทำงาน

✓ ความโดดเดี่ยวทางอารมณ์

สุขภาพจิตส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่ “ยาอย่างเดียว” ไม่อาจแก้ทุกปัญหา
แต่ต้องแก้ ทั้งระบบ พร้อมกัน

3) หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของการแพทย์องค์รวม

แม้คำว่า Holistic จะดูเหมือนแนวธรรมชาติบำบัด แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยยืนยันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า:
• การฝึกสติ (Mindfulness) ลดระดับคอร์ติซอลได้จริง
• การหายใจลึก ๆ (Breathing Techniques) ปรับระบบประสาทอัตโนมัติ (Vagus nerve)
• การเดินวันละ 30 นาที ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน
• อาหารต้านอักเสบ (Anti-inflammatory diet) ช่วยลดอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยได้
• การนอนหลับคุณภาพ ฟื้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน NK cell
• ความสัมพันธ์ที่ดี ช่วยลดอัตราตายได้มากกว่าการออกกำลังกายบางรูปแบบ

กล่าวได้ว่า…

องค์รวม = วิทยาศาสตร์ + ธรรมชาติ + วิถีชีวิตที่สมดุล

4) เสาหลักแห่งสุขภาพแบบองค์รวม 6 ประการ

เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอเจสขอแบ่งออกเป็น 6 เสา (The 6 Pillars of Holistic Health)

1. โภชนาการที่ถูกต้อง

อาหารคือพลังชีวิต และคือ “ยา” ชนิดแรกของมนุษย์
ลดอาหารอักเสบ
เพิ่มอาหารสด ธรรมชาติ สมุนไพร

2. การนอนหลับที่มีคุณภาพ

ฮอร์โมนซ่อมแซมทำงานตอนกลางคืน
นอนดี = หายป่วยเร็วกว่า

3. การเคลื่อนไหวร่างกาย

ไม่ต้องออกกำลังกายหนัก
แค่ “ขยับ” อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

4. การจัดการความเครียด

หายใจลึก
ทำสมาธิ
เชื่อมต่อหัวใจและอารมณ์

5. ระบบความสัมพันธ์และอารมณ์

ความสุขสัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันเชิงลึก
การมีคนที่เรารู้สึกเป็นบ้าน = สุขภาพดีขึ้นหลายระดับ

6. สมดุลฮอร์โมนและระบบประสาทอัตโนมัติ

โดยเฉพาะ
คอร์ติซอล
ไทรอยด์
อินซูลิน
ฮอร์โมนเพศ

ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ออก

5) เปลี่ยนจากการ “รอให้ป่วย” → มาดูแลตนเองเชิงรุก

คนส่วนใหญ่เริ่มดูแลสุขภาพเมื่อ:
• ปวด
• อักเสบ
• นอนไม่หลับ
• น้ำหนักเกิน
• ความดันสูง
• มีผลตรวจเลือดผิดปกติ

แต่สุขภาพที่แท้จริงเกิดขึ้นจาก
การดูแลก่อนป่วย (Preventive & Integrative Health)

หากคุณเริ่มต้นวันนี้ ร่างกายจะตอบแทนคุณในอีก 30–90 วัน
เพราะเซลล์จะฟื้นตัวอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อได้รับสิ่งถูกต้อง

6) สุขภาพแบบองค์รวม: ไม่ยาก แต่ต้อง “ตั้งใจ”

สิ่งที่หมอเจสอยากให้ผู้อ่านรู้คือ…

สุขภาพดีไม่ใช่พร แต่คือ “ผลลัพธ์จากการตั้งใจ”

คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตในวันเดียว
แค่ปรับทีละอย่าง
วันละ 1%
ร่างกายจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองอย่างน่าอัศจรรย์

บทนี้คือรากฐานสำคัญ
เพราะเมื่อเข้าใจ “องค์รวม” แล้ว
บทต่อ ๆ ไปจะพาคุณไปเรียนรู้วิธีดูแลทุกระบบอย่างลึกซึ้ง
ตั้งแต่การกิน
การนอน
สมุนไพร
การฟื้นฟูระบบประสาท
ไปจนถึงโปรแกรมฟื้นฟู 30 วัน

#ตั้งใจไม่ป่วย #หมอเจส #หนังสือ #สุขภาพดี #หนังสืออันดับ1 ด้าน #สุขภาพ

https://s.shopee.co.th/7AW0GsLNjD
25/11/2025

https://s.shopee.co.th/7AW0GsLNjD

🌿 แพ็กคู่สุขภาพหัวใจ & น้ำตาลในเลือด 🌿 Cholesterol Balance + Blood Sugar Essentials ฟื้นฟู “หลอดเลือด – ไขมัน – น้ำตาล” อย่างเป็นธรรมชาติ ...

24/11/2025
 #หนังสือ  #ตั้งใจไม่ป่วย เขียนโดย  #หมอเจส มีให้อ่านทางออกไลน์ แล้ววันนี้ ⭐ บทที่ 1 — ตั้งใจไม่ป่วย: สุขภาพเริ่มจากความ...
24/11/2025

#หนังสือ #ตั้งใจไม่ป่วย เขียนโดย #หมอเจส มีให้อ่านทางออกไลน์ แล้ววันนี้

⭐ บทที่ 1 — ตั้งใจไม่ป่วย: สุขภาพเริ่มจากความตั้งใจ

ในชีวิตจริง เราไม่ได้ป่วยเพียงเพราะ “โรค” เท่านั้น
หลายครั้ง…เราป่วยเพราะ “ไม่รู้”
อีกหลายครั้ง…เราป่วยเพราะ “ปล่อยให้ตัวเองเสื่อมลงทีละนิดโดยไม่รู้ตัว”

ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตไปวัน ๆ ด้วยความคิดว่า
“เดี๋ยวค่อยดูแลตัวเอง”
“ไม่เป็นไรหรอก ยังไหว”
“ปวดนิด ๆ หน่อย ๆ เดี๋ยวก็หายเอง”

แต่ร่างกายไม่เคยลืมสิ่งที่เราเคยทำกับมัน
ทุกคืนที่อดนอน ทุกเช้าที่รีบกินข้าว ทุกวันที่เครียดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ทุกมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมันทรานส์ หรือคาเฟอีนมากเกินไป…
ร่างกายเก็บข้อมูลทั้งหมดนี้ไว้ “ทุกวัน”

จนวันหนึ่ง ความเสียหายสะสมก็เริ่มส่งเสียงเตือน
• ความดันเริ่มสูง
• ไขมันในเลือดเริ่มผิดปกติ
• น้ำตาลขยับขึ้นทีละนิด
• ปวดหัวเรื้อรัง
• นอนไม่หลับ
• เหนื่อยง่าย เบลอ ไม่มีแรง
• ภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยบ่อย

หลายคนคิดว่า “อายุเยอะแล้วถึงเป็น”
แต่ความจริงคือ…มันเริ่มสะสมตั้งแต่ยังหนุ่มสาว เพียงแต่เราไม่เคยสังเกตเลยต่างหาก

🌿 สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่ต้อง “ตั้งใจ”

คำนิยามของคำว่า ไม่ป่วย ไม่ได้หมายความว่า
• ไม่มีอาการ
• ไม่มีโรค
• ไม่ต้องกินยา

แต่หมายถึง ร่างกายแข็งแรงพอจะฟื้นตัวได้ด้วยตัวเอง
แม้จะเจอความเครียด มลพิษ โรคระบาด หรือภาระงานหนักแค่ไหนก็ตาม

สุขภาพดีคือ “กำลังภายใน” ที่เราสร้างขึ้น
ไม่ใช่ของที่ฟ้าประทาน
ไม่ใช่โชคดี
ไม่ใช่พันธุกรรมอย่างเดียว

และไม่ใช่สิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงิน…

แต่มันคือผลลัพธ์ของ การเลือกทุกวัน
เลือกกินอย่างถูก
เลือกพักผ่อนให้พอ
เลือกคิดดี
เลือกออกกำลังกาย
เลือกฟื้นฟูตัวเอง
เลือกไม่ทำร้ายตัวเองด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบเกินจำเป็น

เพราะฉะนั้น “ตั้งใจไม่ป่วย” จึงไม่ใช่ชื่อหนังสือ
แต่เป็น ทัศนคติของคนที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ

🌱 ความจริงข้อหนึ่ง: ร่างกายฟื้นตัวได้เสมอ — ถ้าเราให้โอกาสมัน

แม้คุณจะมีโรคเรื้อรังมานาน
แม้คุณจะรู้สึกว่าสุขภาพถดถอย
แม้คุณจะหมดแรงจากงาน ครอบครัว หรือความเครียด

แต่ร่างกายมนุษย์มี “อัจฉริยภาพในการซ่อมแซมตัวเอง” ที่น่าทึ่ง
กลไกการปรับสมดุล (homeostasis) ทำงาน 24 ชั่วโมง
เซลล์เปลี่ยนใหม่ทุกวัน
ระบบภูมิคุ้มกันเรียนรู้ตลอดเวลา
ลำไส้สร้างแบคทีเรียดีใหม่ได้เสมอ
ตับขจัดสารพิษได้มากกว่าที่เราคิด
หัวใจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที

เพียงแต่…ร่างกายต้องการ “พื้นที่” ให้มันฟื้นตัว
และพื้นที่นั้นคือ
• การพักผ่อน
• การกินที่เหมาะสม
• ความสงบของจิตใจ
• การขยับร่างกาย
• การลดสิ่งทำร้ายร่างกายลงทีละนิด

คุณไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน
คุณเพียง “ตั้งใจ” แล้วเริ่มทีละเรื่องร่างกายจะทำหน้าที่ที่เหลือเอง

🌿 สุขภาพแบบองค์รวมคืออะไร?

สุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) คือมุมมองที่เข้าใจว่า
ร่างกายของเราไม่ได้แยกส่วนกัน
หัวใจมีผลต่อสมอง
ฮอร์โมนมีผลต่ออารมณ์
จิตใจมีผลต่อภูมิคุ้มกัน
ลำไส้มีผลต่ออารมณ์ และแม้กระทั่งรูปแบบความคิด

เมื่อส่วนหนึ่งเสียสมดุล ส่วนอื่นจะตามมาเหมือนโดมิโน

แนวคิดองค์รวมจึงไม่ใช่การรักษาโรค
แต่คือการ ฟื้นฟูทั้งระบบ
• ร่างกาย (Body)
• จิตใจ (Mind)
• อารมณ์ (Emotion)
• พลังงานชีวิต (Vitality)
• วิถีชีวิต (Lifestyle)

นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมาก รักษามานานแต่ไม่หาย เพราะ:
• รักษาเฉพาะอวัยวะ
• มองแค่ค่าผลเลือด
• รักษาอาการ ไม่ใช่ต้นเหตุ
• หรือมองข้าม “ชีวิตประจำวัน” ที่ทำให้ป่วยจริง ๆ

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณมองภาพกว้าง และลงลึกในสิ่งที่ควรรู้จริง ๆ

⭐ ตั้งใจไม่ป่วย = เริ่มฟังเสียงร่างกายของตัวเอง

ทุกอาการคือข้อความที่ร่างกายส่งถึงคุณ
• ปวดหัว = เครียด
• นอนไม่หลับ = ระบบประสาทล้า
• ท้องผูก = ลำไส้เสียสมดุล
• เหนื่อยง่าย = ต่อมหมวกไตล้า
• หัวใจเต้นเร็ว = ร่างกายอยู่ในโหมดสู้หรือหนี
• ผมร่วง = ฮอร์โมนไม่สมดุล

คุณจะเข้าใจทั้งหมดนี้มากขึ้นในบทต่อ ๆ ไป

🌟 สรุปบทที่ 1
1. สุขภาพดีคือ “ผลลัพธ์จากความตั้งใจ” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
2. การป่วยส่วนใหญ่เกิดจากวิถีชีวิตสะสม
3. ร่างกายฟื้นตัวได้เสมอ หากเราหยุดทำร้ายมัน
4. การดูแลแบบองค์รวมคือการฟื้นฟูทั้งร่างกาย–จิตใจ–พลังงาน
5. หนังสือเล่มนี้จะพาคุณตั้งใจดูแลตนเองใหม่ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงลึกที่สุด

💚📖✨

24/11/2025

ที่อยู่

Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66947803311

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ความรู้คู่สุขภาพ by หมอเจสผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ดิฉันลดน้ำหนักจาก 87 เหลือ 57 ผ่านมาแล้ว 10 ปี ไม่โยโย่ น้ำหนักคงที่ โดยไม่ขึ้นแม้แต่กิโลเดียวค่ะ รีวิวแบบละเอียด

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนนะคะ ว่าดิฉันไม่ได้จะมาขายของค่ะ ต้องการลงเรื่องราวของตัวเองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านที่อยากผอม โดยการเอาเรื่องราวของดิฉันไว้ประกอบการลดน้ำหนัก ของท่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจค่ะ ดิฉันลดน้ำหนักลง 30 กิโลกรัม ต้องผ่านอะไรมาบ้างถึงลดได้ และที่สำคัญคือลดมาแล้ว 10 ปี โดยที่น้ำหนักยังคงที่ค่ะ รักษาน้ำหนักที่ลดไว้ได้ ไม่โยโย่เอฟเฟ็กซ์ ปัจจุบันดิฉัน ทำธุรกิจด้าน อสังหาริมทรัพย์ และเป็น รองประธานกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดแห่งหนึ่งค่ะ (ปี 2562) สิ่งที่จะเล่าคือเรื่องราวของตัวเองเมื่อ สิบกว่าปีที่แล้ว นะคะ ซึ่งในครั้งนั้น ดิฉันมีอาชีพเป็นนักโภชนากรด้วยค่ะ (จบการศึกษาด้าน Health Science จากสหรัฐฯ) เข้าเรื่องเลยนะคะคือการลดน้ำหนัก ใครๆ ก็ทำได้ค่ะ แต่การคงน้ำหนักให้ได้โดยไม่โยโย่ โดยไม่ขึ้นเลย สิคะ คาดว่าเป็นเรื่องยาก ดิฉันทำได้ค่ะ จะมารีวิวให้เผื่อเป็นประโยชน์ ต่อผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยค่ะ เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าค่ะ เมื่อช่วงปี 2008-2009 ก่อนอื่นต้อง บอกก่อน ว่า ดิฉัน เคยอ้วนมาก น้ำหนัก มากถึง 87 กก อีก 13 กิโลกรัมจะครบ 100 สมัยก่อนนั้น ไม่เคยคิดว่า ความอ้วนจะเป็นปัญหา อะไร ค่ะ คิดว่าคนเรามีความสุข ก็กิน เพราะเราทำงานมาเหนื่อย ใช่ไหมคะ พอถึงเวลาพักก็ต้องพักผ่อนค่ะ กินเต็มที่ นอนเต็มที่ ใช้ชีวิตเต็มที่ ดูหนังไปกินไป และก็ไม่เคนคิดจะออกกำลังกาย เพราะแรกเริ่มเดิมทีจริงๆ เมื่อย้อนไปในวัยแรกรุ่น อายุ 18-19 น้ำหนัก 48-49 เท่านั้น จึงไมเคยคิดว่า ตัวเอง ต้องลดความอ้วน หรือจะอ้วนก็ใช้ชีวิตเรื่อยมาแต่ละปี น้ำหนัก ก็ ค่อยๆ ขึ้นๆๆ ปีละ 1-2 กิโลกรัม บางปี 3-4 กิโลกรัม เราก็คิดว่า ไม่เป็นไร น่า ไม่เป็นไร แค่นี้ ไม่น่าจะทำให้อ้วน นิดๆหน่อยๆ พอเวลาผ่านไปหลายๆปี จนอายุ 28 มาดูรูปร่างตัวเองอีกที OH MY GOD จาก 48 พรวดมาเป็น 87!!!! แล้ว ประกอบ กับเป็นคนที่ รักการกิน คุณแม่ ก็ เจ้าเนื้อ คุณยาย ก็ อ้วน เราก็มาคิดว่า กรรมพันธุ์ เราก็คงต้อง อ้วน แบบนี้ แหละค่ะ เลยปล่อยเลย ตามเลย

และแล้ว ก็มาถึงจุดเปลี่ยน ที่ทำให้ คิดว่า ชีวิตนี้ ฉันคงไม่สามารถอ้วนต่อไปไม่ได้อีกแล้วค่ะ ก็คือ เดือน กันยายน 2008

ก่อนถึงวันเกิด 1 เดือน (ดิฉันเกิดเดือน ตุลาคม) เกิดไม่สบายค่ะ ประมาณ เป็นไข้คอเจ็บ แล้วก็ปวดเนื้อตัวตามร่างกาย ปวดตามข้อ ต่างๆ ซึ่งไม่รู้สาเหตุ ว่าเกิดจากอะไร ไปหาหมอ สัปดาห์ละครั้ง สี่สัปดาห์ จุดพีคคือ สัปดาห์ที่สอง ดิฉันไม่สามารถ ขยับตัวได้ ขยับขา มันปวดร้าวไปหมด ขยับแขนก็ไม่ได้ พลิกตัวก็ปวด ไปหมด ลุกจากเตียงไม่ขึ้นเลยก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร คุณหมอก็ตรวจร่างกายโดย ละเอียด ตรวจเลือด ตรวจอุจาระ ตรวจปัสสาวะ ดูกระดูกทุกอย่าง คือ มันปกติดี จึงสรุปว่า น่าจะเป็นเพราะน้ำหนักตัว !!!!

หลังจากนั้น คุณหมอก็ได้ให้ยาระงับอาการปวด ที่รุนแรงกว่าพารา มาทานเมื่อมีอาการปวด กล่าวคือ เมื่อ ไม่มีอาการปวด ก็ไม่ต้องทาน เราต้องใช้มันตลอด เมื่อหยุดใช้ก็ปวดอีก ก็เลย มาคิดว่า ถึงเวลาของการ ต้อง “ลดความอ้วน” อย่างเร่งด่วนเสียที…..