DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย

DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย ✨ Not fixing.

Just being.
🪽 Coming Home to Yourself — Through the Wisdom of the Body.
🌸 Trauma-Informed Yoga & Embodiment Practice for Nervous System Regulation
📍 Bangkok, Thailand
👉 www.yogadeEgo.com โยคะที่ให้ร่างกายนำทาง
กลับมาอยู่กับความจริงแท้ของตัวเอง

Yoga that lets the body lead you back to your truest self — through gentle movement and embodied presence.

07/04/2026

”วันนี้พี่ดีดมาก เป็น 60 นาที ที่ขยับร่างกายตลอดเวลาและสนุกมาก 😍“
💁‍♀️ คำพูดของคุณก้อย ผู้ฝึกโยคะวันนี้ค่ะ
คุณก้อยมาฝึกที่ deEgo อาทิตย์ละ 2 วันเพื่อดูแลอาการปวดคอบ่าและหลังจากการทำงานของตัวเอง จนตอนนี้อาการดีขึ้น และเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากเพื่อคลายปวด กลายเป็นอยากแข็งแรง และมีรูปร่างกระชับ และใส่ชุดได้สวยมั่นใจ (และถอยชุดโยคะใหม่มาหลายตัวแล้วด้วย ปังมากคร่าา 🥰)
ก่อนฝึกวันนี้ เราคุยกันว่าอยากฝึกท่าสวยๆ เอารูป เอาวีดีโอไปอวดเพื่อน (ครูขำมาก ชอตนี้ ครูเข้าใจ 🤣) เลยเริ่มฝึกแบบ Flow กัน ช่วงแรกตะกุกตะกักมาก ทั้งเจ็บข้อมือ ทั้งเกร็งคอ ทั้ง งงทิศ ข้อเท้า งอเข่า ผิดขา เรียกว่า ”อ่วมทุกจุด“ แต่ทั้งหมดคือ “ข้อมูล” ที่ร่างกายบอกเราว่า “เรามีความเคยชินแบบนี้” และเรา “ยังไม่รู้” พอเราเริ่ม “สังเกต ฟัง เราจึงรู้” จากนั้น จึงฝึกเพื่อ “เห็น และเลือกฝืนความเคยชินนั้น ผ่านการทำซ้ำๆ อย่างมีสติ”
นั่นคือวิธีการปรับเปลี่ยนนิสัย และการสื่อสารกับร่างกาย
หลังฝึกวันนี้ คุณก้อยบอกว่า เหมือนสมาธิและอยากยืนยันว่าใช่ค่ะ มันคือสมาธิแบบเคลื่อนไหวผ่านการใช้ฐานกาย สำหรับคนที่นั่งนิ่งแล้วอึดอัด ลองทำผ่านการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นวิธีที่เหมาะกับเราค่ะ 💗

____________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

____________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยจริงๆอาจไม่ใช่ traumaบาดแผลหรือความเจ็บปวดแต่คือการที่เราต้อง “สู้กับมันตลอดเวลา”เหมือนร่างกายไม่ม...
04/04/2026

สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยจริงๆ
อาจไม่ใช่ trauma
บาดแผลหรือความเจ็บปวด
แต่คือการที่เราต้อง “สู้กับมันตลอดเวลา”
เหมือนร่างกายไม่มีที่พัก
และนั่นทำให้เราอ่อนล้า
มากกว่าตัวบาดแผลเองด้วยซ้ำ

สิ่งที่ชวนสังเกต ไม่ใช่แค่ “สิ่งที่เกิดขึ้น”
แต่คือ "ความสัมพันธ์ของเรากับสิ่งนั้น"

🌸 1. I have trauma
ฉันมีบาดแผล ฉันเจ็บปวด ฉันกำลังเผชิญบางอย่าง
มันไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง
ไม่ใช่เรื่องเล็ก
นี่คือเรื่องสำคัญของฉัน
เริ่มจากการ “เห็น” ว่ามันมีอยู่จริง
ในร่างกายนี้ ในประสบการณ์นี้
โดยไม่ต้องรีบอธิบาย ไม่ต้องพิสูจน์
ไม่ต้องขออนุญาต และไม่ต้องรีบหาย

🌸 2. I don’t like it
ฉันไม่อยากรู้สึกแบบนี้
ฉันไม่ชอบมันเลย
มันอึดอัด มันหนัก
บางทีมันทำให้ฉันอยากหนี
ฉันอาจมีทั้งความโกรธ
ความไม่พอใจ หรือแม้แต่ความเกลียด
นั่นเป็นปฏิกิริยา "ปกติของระบบประสาท"

เราไม่จำเป็นต้อง “โอเคกับทุกอย่าง”
เราไม่จำเป็นต้องบังคับให้ตัวเองยอมรับทันที

ร่างกายคุณไม่ได้ผิดที่มันต่อต้าน
มันแค่พยายามปกป้อง
ในแบบที่มันเคยเรียนรู้มา

🌸 3. It’s part of me. I can live with it.
มันเป็นส่วนนึงของฉัน
ฉันยังอยู่ได้ แม้มันจะยังอยู่
ฉันมีความเจ็บ
ฉันไม่ได้เป็นความเจ็บ
ฉันมีบาดแผล
ฉันไม่ได้เป็นทั้งหมดของบาดแผล
ฉันอาจไม่ได้ชอบมัน
และบางวันฉันก็ยังไม่โอเคกับมันอยู่
และนั่นโอเค
แต่ก็มีบางช่วงเวลา
ที่ฉันเริ่ม “อยู่ข้างๆ มันได้”

โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยน รีบแก้
ไม่ต้องรีบผลักออก
และไม่ต้องหายไปจากตัวเอง

---

บางวัน เราอาจไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
แต่เราเริ่ม “อยู่กับมันได้มากขึ้นนิดนึง”

ไม่ต้องรีบแก้
ไม่ต้องรีบเปลี่ยน
ไม่ต้องรีบหาย

แค่มีพื้นที่ที่ ทั้ง “เรา” และ “ความรู้สึกนั้น”
อยู่ร่วมกันได้ โดยที่เราไม่ต้องหายไป

จริงๆ แล้วการเยียวยา
อาจไม่ได้หมายถึงการที่ trauma
บาดแผล ความเจ็บปวด
ความเจ็บป่วย หรือเรื่องทุกข์ใจต่างๆ หายไป
แต่มันคือช่วงเวลาที่ เราเลิกต่อต้าน
และไม่ต้องสู้กับมันตลอดเวลาอีกแล้ว

เมื่อร่างกายได้ประสบการณ์ว่า
ถึงจะไม่แก้ไข หรือเลิกต่อต้าน
แล้วฉันยังปลอดภัย
ตรงนั้นเอง คือจุดที่บางอย่างค่อยๆ คลาย
ไม่ได้ต้องพยายามหายใจลึก
แต่มันโล่งเองจากภายใน
ไหล่ค่อยๆ วางลง
ริมฝีปาก กราม หว่างคิ้ว ผ่อนคลาย
มีพื้นที่ว่างเล็กๆ เกิดขึ้น
พอให้พัก โดยไม่ต้องดิ้นรน
สภาวะนั้นเกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะพยายามมากขึ้น
แต่เพราะเริ่มไม่ต้องพยายามตลอดเวลา

---

🔎 Trauma-Informed Lens 🧠

ความเจ็บมีอยู่จริง
ฉันไม่จำเป็นต้องชอบมัน
แต่เราอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ฉันไม่หายไป

กระบวนการนี้ ไม่ใช่แค่ mindset
แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบประสาท

🌿 Self-Awareness (การรับรู้ตัวเอง)
= การเริ่ม “เห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเรา ทั้งความรู้สึก ความคิด และความรู้สึกในร่างกาย

ไม่ใช่การวิเคราะห์
แต่คือการเริ่มรู้ว่า
“ตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นในฉัน”

เป็นจุดที่เราหยุดหนี
และเริ่มหันกลับมาอยู่กับตัวเอง

🌿 Self-Validation (การยืนยันความรู้สึกของตัวเอง)
= การอนุญาตให้สิ่งที่เรารู้สึก “มีอยู่ได้”

โดยไม่ต้องตัดสิน
ไม่ต้องรีบบอกว่ามันมากไป น้อยไป หรือไม่ควรมี

มันค่อยๆ ลดเสียงข้างในที่บอกว่า
“ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้”

และทำให้ระบบประสาทเริ่มรู้ว่า
“สิ่งที่ฉันเป็น…ไม่ผิด”

🌿 Self-Acceptance (การยอมรับตัวเอง)
= ไม่ใช่การชอบทุกอย่างในตัวเอง

แต่คือการที่
เรายังอยู่กับตัวเองได้
แม้ในวันที่ยังมีความเจ็บอยู่

ไม่ต้องผลักออก
ไม่ต้องรีบเปลี่ยน
และไม่ต้องหายไปจากตัวเอง

เป็นช่วงที่ระบบประสาทเริ่มเรียนรู้ว่า
“ฉันอยู่กับสิ่งนี้ได้…และฉันยังปลอดภัยพอ”
🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
_______________________________
#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

23/03/2026

🌿 เรียนรู้ "หน้าต่างความทนทานของร่างกาย" (Window of Tolerance): รู้จักร่างกายและอารมณ์ผ่าน Trauma-Informed Lens

แนวคิดที่สำคัญในการเข้าใจตัวเองและ
ฝึกโยคะแบบ Trauma-Informed Yoga (TIY)
หรือ "โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ"
คือ "Window of Tolerance"
💟 Window of Tolerance คืออะไร?
ร่างกายและระบบประสาทของเรามี "หน้าต่าง"
แห่งความสบายใจและปลอดภัยอยู่
มันคือช่วงที่ร่างกายและอารมณ์ของเราอยู่ในจุดที่สมดุล
เรียกว่า "Optimal Arousal" (โซนสีเขียว)
🍃 โซนสีเขียว (สมดุล)
ในโซนนี้ เราจะรู้สึกได้ทุกอารมณ์ เราจะทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ หรือเหงา
(เหมือนกราฟชีวิตหัวใจ) แต่สิ่งสำคัญคือ เรารู้สึกว่าเรา "จัดการ" ได้
เรายังเชื่อมต่อกับตัวเองและสิ่งรอบตัวได้
🔥 โซนสีแดง (Hyperarousal - รู้สึกมากเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "พุ่งพล่าน"
- รู้สึกมากเกินไป: กังวล คิดวน, กลัว, โกรธจัด
- ร่างกายตื่นตัวสูง: หัวใจเต้นเร็ว, เหงื่อออก, เกร็ง, หายใจสั้น
- โหมดเอาตัวรอด: Fight/Flight (สู้ วิ่งหนี)
❄️ โซนสีฟ้า (Hypoarousal - รู้สึกน้อยเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "ปิดสวิตช์"
- รู้สึกน้อยเกินไป: ชา, ไร้ความรู้สึก, ตัดขาด (Dissociation)
- ร่างกายปิดตัว: รู้สึกหมดแรง, อ่อนเพลีย, ไม่มีแรงใจทำอะไร
- โหมด: Freeze (นิ่ง แช่แข็ง แกล้งตาย)
🧘‍♀️ เรียนรู้เพื่อ “ขยาย” หน้าต่างความทนทาน
ใน DeEgo Trauma-Informed Yoga
เราไม่ได้ฝึกเพียงเพื่อความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่น
แต่เราฝึกเพื่อ “ฟังร่างกาย”
และสังเกตว่า…ตอนนี้เรากำลังอยู่ในโซนไหน?
ไม่ใช่เพื่อแก้ แต่เพื่อเริ่มเข้าใจ
และอยู่กับมันได้อย่างเหมาะสม
เพราะหลายครั้ง ความคิดมันไวมาก
และพาเราออกจากสิ่งที่ร่างกายกำลังรู้สึก
เราเลยเลือกกลับมา..เริ่มที่ร่างกาย
การฝึกแบบ TIY
ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ “บังคับ” ให้สงบ
แต่คือการสร้าง “พื้นที่ที่ปลอดภัยพอ”
ให้ร่างกายได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่า
มันสามารถอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
และการอยู่ได้..ทีละนิด..นี่แหละ
ที่ "ขยาย" หน้าต่างความทนทานของเรา
ไม่ใช่เพราะเราฝืนตัวเองเก่งขึ้น
แต่เพราะปลอดภัยพอ…ที่จะอยู่ได้มากขึ้น

_______________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

_______________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

🌿 เรียนรู้ "หน้าต่างความทนทานของร่างกาย" (Window of Tolerance): รู้จักร่างกายและอารมณ์ผ่าน Trauma-Informed Lensแนวคิดที่...
23/03/2026

🌿 เรียนรู้ "หน้าต่างความทนทานของร่างกาย" (Window of Tolerance): รู้จักร่างกายและอารมณ์ผ่าน Trauma-Informed Lens

แนวคิดที่สำคัญในการเข้าใจตัวเองและ
ฝึกโยคะแบบ Trauma-Informed Yoga (TIY)
หรือ "โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ"
คือ "Window of Tolerance"
💟 Window of Tolerance คืออะไร?
ร่างกายและระบบประสาทของเรามี "หน้าต่าง"
แห่งความสบายใจและปลอดภัยอยู่
มันคือช่วงที่ร่างกายและอารมณ์ของเราอยู่ในจุดที่สมดุล
เรียกว่า "Optimal Arousal" (โซนสีเขียว)
🍃 โซนสีเขียว (สมดุล)
ในโซนนี้ เราจะรู้สึกได้ทุกอารมณ์ เราจะทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ หรือเหงา
(เหมือนกราฟชีวิตหัวใจ) แต่สิ่งสำคัญคือ เรารู้สึกว่าเรา "จัดการ" ได้
เรายังเชื่อมต่อกับตัวเองและสิ่งรอบตัวได้
❎ ความเข้าใจผิด
คนมักคิดว่าสมดุล = ไม่โกรธ ไม่เศร้า
หรือสมดุล = มีความสุขตลอด
ความจริงคือ สมดุล = ดูแล จัดการ รับมือได้
การ "หลุด" ออกจากหน้าต่าง
คือเมื่อมีเหตุการณ์ สิ่งเร้าที่กระตุ้น
สร้างความเครียดหรือความกดดันสูง
ร่างกายและระบบประสาทของเราอาจ
"หลุด" จากหน้าต่างความทนทานได้ 2 ทาง
🔥 โซนสีแดง (Hyperarousal - รู้สึกมากเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "พุ่งพล่าน"
- รู้สึกมากเกินไป: กังวล คิดวน, กลัว, โกรธจัด
- ร่างกายตื่นตัวสูง: หัวใจเต้นเร็ว, เหงื่อออก, เกร็ง, หายใจสั้น
- โหมดเอาตัวรอด: Fight/Flight (สู้ วิ่งหนี)
❎ความเข้าใจผิด
คนมักมองว่าคนในสภาวะนี้
"คิดมาก อ่อนแอ หรือก้าวร้าว"
แต่ความจริงคือ "ความพยายามในการเอาตัวรอด"
ของร่างกายและระบบประสาทเพื่อความปลอดภัย
ร่างกายแต่ละคนมี "จุดเปราะบาง" ที่แตกต่างกัน
จากประสบการณ์ การเติบโต และบาดแผลในวัยเด็ก
ในเรื่องของร่างกาย "ไม่มีคำว่าอ่อนแอ"
มีแต่ข้อมูลและร่องรอยของการพยายามมีชีวิตรอด
❄️ โซนสีฟ้า (Hypoarousal - รู้สึกน้อยเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "ปิดสวิตช์"
- รู้สึกน้อยเกินไป: ชา, ไร้ความรู้สึก, ตัดขาด (Dissociation)
- ร่างกายปิดตัว: รู้สึกหมดแรง, อ่อนเพลีย, ไม่มีแรงใจทำอะไร
- โหมด: Freeze (นิ่ง แช่แข็ง แกล้งตาย)
❎ความเข้าใจผิด
คนมักมองว่าคนในภาวะนี้
"เงียบ นิ่ง แปลว่า สงบ"
หรือ "ไม่ยอมทำอะไร เหมือนขี้เกียจ"
แต่จริงๆ แล้วร่างกายและระบบประสาท
กำลังพยายามปกป้องตัวเองจากภัยคุกคาม
หรืออาการบาดเจ็บที่มากเกินไป
🧘‍♀️ เรียนรู้เพื่อ “ขยาย” หน้าต่างความทนทาน
ใน DeEgo Trauma-Informed Yoga
เราไม่ได้ฝึกเพียงเพื่อความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่น
แต่เราฝึกเพื่อ “ฟังร่างกาย”
และสังเกตว่า…ตอนนี้เรากำลังอยู่ในโซนไหน?
ไม่ใช่เพื่อแก้ แต่เพื่อเริ่มเข้าใจ
และอยู่กับมันได้อย่างเหมาะสม
เพราะหลายครั้ง ความคิดมันไวมาก
และพาเราออกจากสิ่งที่ร่างกายกำลังรู้สึก
เราเลยเลือกกลับมา..เริ่มที่ร่างกาย
การฝึกแบบ TIY
ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ “บังคับ” ให้สงบ
แต่คือการสร้าง “พื้นที่ที่ปลอดภัยพอ”
ให้ร่างกายได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่า
มันสามารถอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
และการอยู่ได้..ทีละนิด..นี่แหละ
ที่ "ขยาย" หน้าต่างความทนทานของเรา
ไม่ใช่เพราะเราฝืนตัวเองเก่งขึ้น
แต่เพราะปลอดภัยพอ…ที่จะอยู่ได้มากขึ้น

_______________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

_______________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

TIY (Trauma-Informed Yoga) คืออะไร?TIY ไม่ใช่โยคะอีกแบบแต่มันคือ “วิธีสอน” ที่เข้าใจระบบประสาทบางครั้งปัญหาไม่ใช่เราไม่ร...
20/03/2026

TIY (Trauma-Informed Yoga) คืออะไร?

TIY ไม่ใช่โยคะอีกแบบ
แต่มันคือ “วิธีสอน” ที่เข้าใจระบบประสาท

บางครั้งปัญหาไม่ใช่เราไม่รู้
แต่คือ “ร่างกายรับไม่ไหว”

TIY ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
แต่มันค่อยๆ พาเรากลับมาอยู่ในร่างกายตัวเอง

อ่านต่อในบทความ

https://yogadeego.com/index.php/2026/03/18/trauma-informed-yoga-tiy/
💚 DeEgo โยคะฟังร่างกาย
✨ Healing through Body Wisdom
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

---------------------------

#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

Trauma-Informed Yoga(TIY) คืออะไรTIY ไม่ใช่ “โยคะอีกแบบ”แต่คือ “วิธีสอนโยคะ”ที่เข้าใจระบบประสาท (nervous system)ถ้าโยคะท...
19/03/2026

Trauma-Informed Yoga(TIY) คืออะไร

TIY ไม่ใช่ “โยคะอีกแบบ”
แต่คือ “วิธีสอนโยคะ”
ที่เข้าใจระบบประสาท (nervous system)
ถ้าโยคะทั่วไปคือ "ท่าทาง"
TIY คือ "ท่าที"

โยคะทั่วไป โฟกัสท่า
TIY โฟกัสสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายระหว่างทำท่า

TIY ทำงานกับสิ่งนี้
- nervous system regulation การปรับสมดุลระบบประสาท
- window of tolerance ช่วงที่ระบบประสาทยังรับมือไหว
- interoception การรับรู้ภายในร่างกาย

สำหรับคนที่มีบาดแผล (trauma)
หรืออยู่ในโหมดเอาตัวรอด (survival mode)
ปัญหาไม่ใช่..ไม่รู้
ไม่ใช่..ไม่เข้าใจตัวเอง
แต่คือ “ร่างกายรับไม่ไหว”

ระบบประสาทที่ dysregulation
ทำให้กล้ามเนื้อเครียด เกร็งตึง
หรือชา ตัดขาด หลุดออกจากตัวเอง
ดังนั้น ต่อให้พยายามแค่ไหน
ร่างกายก็ยังไม่รู้สึกปลอดภัย

TIY ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
แต่ค่อยๆ ทำให้เรา
กลับมาอยู่ในร่างกายตัวเองได้อีกครั้ง

ลองเช็คตัวเองตอนนี้
เรากำลังสบายจริงๆ
หรือแค่ “ชินกับความไม่สบาย”
ไหล่ยังยกค้างอยู่ไหม?
หายใจสั้นโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า?
กรามหรือริมฝีปากเกร็งอยู่ไหม?

ไม่ต้องแก้..แค่สังเกต
นี่คือจุดเริ่มของ TIY
💚 DeEgo โยคะฟังร่างกาย
✨ Healing through Body Wisdom
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

---------------------------

#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

18/03/2026

คนมีคู่ ถ้าอยากหากิจกรรมด้วยกัน ชวนกันมาฝึกโยคะได้น้า.. ใครบอกโยคะผู้ชายฝึกไม่ได้ โยคะมีแต่ยืดเหยียด ไม่สนุก บอกเลยไม่จริง ในคลาสผู้ชายเอนจอยมากกก ดูจากรูปได้เล้ยยย ��
www.yogadeeego.com
� Line OA:
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

คนมีคู่ ถ้าอยากหากิจกรรมด้วยกัน ชวนกันมาฝึกโยคะได้น้า.. ใครบอกโยคะผู้ชายฝึกไม่ได้ โยคะมีแต่ยืดเหยียด ไม่สนุก บอกเลยไม่จร...
18/03/2026

คนมีคู่ ถ้าอยากหากิจกรรมด้วยกัน ชวนกันมาฝึกโยคะได้น้า.. ใครบอกโยคะผู้ชายฝึกไม่ได้ โยคะมีแต่ยืดเหยียด ไม่สนุก บอกเลยไม่จริง ในคลาสผู้ชายเอนจอยมากกก ดูจากรูปได้เล้ยยย 🤣🤣
👉 www.yogadeeego.com
🤍 Line OA:
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

07/03/2026

การที่มีใครสักคน
“เป็นพยานต่อประสบการณ์ชีวิตของเรา”

ไม่รีบแก้ ไม่ตัดสิน
ไม่พยายามทำให้มันหายเร็วๆ
แค่เห็นจริงๆ ว่าเรากำลังรู้สึกอะไรอยู่

ในมุมของ Trauma-Informed Yoga
สิ่งนี้สำคัญมาก
เพราะบาดแผลหลายแบบ
ไม่ใช่แค่ความเจ็บ
แต่คือ..ความเจ็บที่ไม่มีใครเห็น

เมื่อมีใครสักคนที่อยู่ตรงนั้น
รับรู้ประสบการณ์ของเราทั้ง
ความกลัว ความโดดเดี่ยว
ความทุ่มเท ความพยายาม
คุณค่าที่เรายึดถือ
เส้นทางที่เราผ่านมา
รวมถึงสิ่งที่ร่างกายต้องแบกไว้

"โดยไม่ตัดสิน"

การถูก “เห็น” แบบนี้
สำหรับร่างกายและระบบประสาท
แปลว่า..
ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้
และเมื่อร่างกายรู้สึกว่า
มันไม่ต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลา
มันจึงเริ่มผ่อนคลายลงได้

บางครั้ง สำหรับร่างกายมนุษย์
การถูกเห็น ก็คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยาแล้ว

เพราะลึกที่สุดแล้ว
การเยียวยาที่แท้จริง
ไม่ใช่การถูกแก้ไข
แต่คือพื้นที่ที่
แค่การมีอยู่ของเรา.. เพียงพอแล้ว
Not fixing. Just being.

และถ้าวันนี้ ยังไม่มีใครเป็นพื้นที่นั้นให้
บางที มันอาจเริ่มจากการอยู่กับตัวเองก่อน
และถ้ามันยากเกินไป การมีใครสักคน
ร่วมเป็นพยานต่อประสบการณ์ของเรา
ก็ช่วยให้ร่างกาย ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว🌿
คุณไม่ต้องอยู่คนเดียวหรอกนะ
I see you.
👉 www.yogadeeego.com
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ
#โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

การที่มีใครสักคน“เป็นพยานต่อประสบการณ์ชีวิตของเรา”ไม่รีบแก้ ไม่ตัดสินไม่พยายามทำให้มันหายเร็วๆแค่เห็นจริงๆ ว่าเรากำลังรู...
07/03/2026

การที่มีใครสักคน
“เป็นพยานต่อประสบการณ์ชีวิตของเรา”

ไม่รีบแก้ ไม่ตัดสิน
ไม่พยายามทำให้มันหายเร็วๆ
แค่เห็นจริงๆ ว่าเรากำลังรู้สึกอะไรอยู่

ในมุมของ Trauma-Informed Yoga
สิ่งนี้สำคัญมาก
เพราะบาดแผลหลายแบบ
ไม่ใช่แค่ความเจ็บ
แต่คือ..ความเจ็บที่ไม่มีใครเห็น

เมื่อมีใครสักคนที่อยู่ตรงนั้น
รับรู้ประสบการณ์ของเราทั้ง
ความกลัว ความโดดเดี่ยว
ความทุ่มเท ความพยายาม
คุณค่าที่เรายึดถือ
เส้นทางที่เราผ่านมา
รวมถึงสิ่งที่ร่างกายต้องแบกไว้

"โดยไม่ตัดสิน"

การถูก “เห็น” แบบนี้
สำหรับร่างกายและระบบประสาท
แปลว่า..
ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้
และเมื่อร่างกายรู้สึกว่า
มันไม่ต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลา
มันจึงเริ่มผ่อนคลายลงได้

บางครั้ง สำหรับร่างกายมนุษย์
การถูกเห็น ก็คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยาแล้ว

เพราะลึกที่สุดแล้ว
การเยียวยาที่แท้จริง
ไม่ใช่การถูกแก้ไข
แต่คือพื้นที่ที่
แค่การมีอยู่ของเรา.. เพียงพอแล้ว
Not fixing. Just being.

และถ้าวันนี้ ยังไม่มีใครเป็นพื้นที่นั้นให้
บางที มันอาจเริ่มจากการอยู่กับตัวเองก่อน
และถ้ามันยากเกินไป การมีใครสักคน
ร่วมเป็นพยานต่อประสบการณ์ของเรา
ก็ช่วยให้ร่างกาย ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว🌿
คุณไม่ต้องอยู่คนเดียวหรอกนะ
I see you.
👉 www.yogadeeego.com
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ
#โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

❌ ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “การเยียวยา” มุมมอง Trauma-Informed Yoga อ่านต่อ https://yogadeego.com/index.php/2026/02/26/tr...
26/02/2026

❌ ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “การเยียวยา” มุมมอง Trauma-Informed Yoga
อ่านต่อ https://yogadeego.com/index.php/2026/02/26/trauma-informed-healing-myths/
👉 www.yogadeeego.com
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

❌ ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “การเยียวยา” มุมมอง Trauma-Informed Yoga1.❌การเยียวยา = ต้องสงบขึ้นเรามักเข้าใจว่า Silence = H...
26/02/2026

❌ ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “การเยียวยา” มุมมอง Trauma-Informed Yoga
1.❌การเยียวยา = ต้องสงบขึ้น
เรามักเข้าใจว่า Silence = Healing ซึ่งไม่จริงเสมอไป ในความเป็นจริงของระบบประสาท การฟื้นตัวไม่เป็นเส้นตรง สำหรับบางคน “นิ่ง” อาจคือการกดข่ม ไม่ใช่การเยียวยา การเยียวยาจริง อาจดูเหมือน รู้สึกไวขึ้น รู้สึกมากขึ้น อารมณ์แกว่ง หรือเหมือนถอยหลัง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราพลาด แต่เป็นสัญญาณว่า ระบบประสาทเริ่มขยับออกจากโหมดปิดตัว (freeze)

✨ deEgo: การเยียวยาไม่ใช่เส้นตรงของความสงบ แต่คือการเพิ่ม “ความยืดหยุ่นของระบบประสาท”
2.❌อะไรที่ได้ผลกับคนอื่น ต้องได้ผลกับเรา
ความจริงคือ ระบบประสาทแต่ละคน “ตั้งต้นไม่เหมือนกัน” แม้อาการหรือประสบการณ์จะคล้ายกัน วิธีเดียวกันอาจทำให้ คนหนึ่งผ่อนคลาย แต่อีกคนตึง หรือ shut down และไม่ได้แปลว่าใครอ่อนแอ หรือพยายามไม่พอ

✨ deEgo: การเยียวยาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ
3.❌ เข้าใจที่มา เดี๋ยวก็หาย
ความเข้าใจตัวเองสำคัญมาก แต่สำหรับ trauma มันมัก “ไม่พอ” เพราะ trauma ถูกเก็บในรูปของ implicit memory เช่นใน กล้ามเนื้อ ระบบประสาทอัตโนมัติ รูปแบบการหายใจ รีเฟล็กซ์การป้องกันตัว จึงเป็นเหตุผลที่ แม้เข้าใจทุกอย่างในระดับความคิด ร่างกายก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะ ความรู้จากหัว = top-down การเยียวยาผ่านร่างกาย = bottom-up เช่น การหายใจ การเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย การสร้างประสบการณ์ปลอดภัยใหม่ซ้ำๆ

✨ deEgo: Trauma ไม่ได้หายจากความเข้าใจอย่างเดียว ร่างกายต้องได้รับ “ประสบการณ์ปลอดภัยใหม่” ด้วย
4.❌ เราใช้โหมดเอาตัวรอดแบบเดียว
โมเดล 4F (fight/flight/freeze/fawn) มักถูกอธิบายเหมือนแยกกันชัดเจน แต่ในชีวิตจริง หลายคนอยู่ใน โหมดผสม ตัวอย่างเช่น ร่างกายหมดแรง ไม่อยากทำอะไร (freeze) แต่ข้างในกระวนกระวาย (flight)
มันคือสภาวะที่เหมือนเหยียบคันเร่งและเบรกพร้อมกัน และมันเกิดขึ้นได้จริงๆ เหมือนเราอยู่ในโหมดเอาตัวรอดมานาน พอไม่รู้หลายคนเลยโทษตัวเองว่า ขี้เกียจ ไม่มีวินัย ทั้งที่จริงแล้วมันคือการปรับตัวที่ซับซ้อนของระบบประสาท เพื่อปกป้องเรา

✨ deEgo: ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน (และทุกครั้ง)
5.การเยียวยามีลำดับขั้นตายตัว
ทฤษฎีและขั้นตอนมีประโยชน์ในเชิงเข้าใจ แต่ในร่างกายจริง สภาวะอาการต่างๆ มักเกิดพร้อมๆ กัน วนไปมา ไม่เป็นเส้นตรง และอาจไม่เหมือนเดิมในแต่ละวัน ถ้ายึดว่าต้อง 1-2-3 ให้ถูก หลายคนจะติดอยู่ที่ ฉันยังทำได้ไม่ดีพอหรือ หาวิธีการใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ แต่ในมุม trauma-informed สิ่งสำคัญกว่าความถูกต้องคือ ความปลอดภัย ความอ่อนโยน ความเมตตา และกลับมาหาตัวเองเสมอ

✨ deEgo: การเยียวยาไม่ใช่การทำให้ถูก แต่คือการทำใน “ขนาดที่ระบบประสาทรับไหว”
🌸 หัวใจของการเยียวยา (Trauma-Informed lens)
ไม่ใช่เร็วที่สุด ไม่ใช่ถูกที่สุด ไม่ใช่เหมือนคนอื่น แต่คือ… ค่อยๆ เข้าใกล้ ฟังร่างกายตัวเอง ไปต่อในจังหวะที่ยังรู้สึกปลอดภัยพอจะอยู่ต่อได้ เมตตาจนร่างกายไม่ต้องเกร็งเพิ่มเพื่อเอาตัวรอด, อยู่กับตัวเอง ยอมรับตัวเองที่เป็นในปัจจุบัน ไม่ได้ต้องดีกว่านี้ ไม่ต้องพิสูจน์อะไร กับใคร หรือแม้แต่กับตัวเองค่ะ
👉 www.yogadeeego.com
#โยคะฟังร่างกาย #บาดแผลทางใจ #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

https://linktr.ee/yogadeego

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์