Viewo - วีโวBy/Pui_Jiraporn

Viewo - วีโวBy/Pui_Jiraporn ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับดูแลสุขภ?

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการฟื้นฟู บำรุงรักษา และดูแลสุขภาพดวงตา
เพราะดวงตา คือหน้าต่างในการหาเงิน
ถ้าไม่มี หรือใช้การไม่ได้เหมือนเดิมละแย่เลย !!!!!
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหา "เกี่ยวกับดวงตา"... #ต้อเนื้อ #ต้อกระจก #ต้อลม #ต้อหิน #วุ้นในตาเสื่อม
ช่วยได้มาก ๆๆๆๆๆ
รักษาและฟื้นฟูได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
รับประกันความพอใจ 100%
ขนาดบรรจุ 1 กล่อง 30 แคปซูล
สินค้าของแท้พร้อมจัดส่งถึงหน้าบ้านท่านค่ะ
#มีปัญหาดวงตา นึกถึง
สนใจสอบถาม/สั่งซื้อหรือปรึกษาปัญหาดวงตาฟรี ได้ที่
ปุ้ยค่ะ
Tel : 081-8547695
LineID : pui1910d

🤓สายตาดี ด้วย  #ดีคอนแทค มาดูแลสายตากันเถอะ!!!🤗 ดูแลและป้องกันดวงตาด้วย  #ดีคอนแทค90% ของคนยุคปัจจุบัน ที่ใช้สายตา อยู่ก...
16/06/2019

🤓สายตาดี ด้วย #ดีคอนแทค มาดูแลสายตากันเถอะ!!!
🤗 ดูแลและป้องกันดวงตาด้วย #ดีคอนแทค
90% ของคนยุคปัจจุบัน ที่ใช้สายตา อยู่กับหน้าจอ
คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ
ทำให้มีปัญหาเหล่านี้

✅ต้อลม ต้อเนื้อ
✅สายตาฝ้าฟาง ตามัว
✅มองไม่ชัด
✅เคืองคันแสบ
✅ต้อชนิดต่างๆ
✅กลางคืนมองไม่ชัด
✅ประสาทตาเสื่อม
✅ตาแห้ง
✅เยื่อบุตาอักเสบ
✅วุ้นในตาเสื่อม
┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40healthydshop

ดวงตาคุณอาจมีปัญหาหากคุณไม่ดูแลปล่อยนานไปดวงตาของคุณอาจสูญเสียการมองเห็นได้ มองหาสิ่งดีๆเพื่อดูแลสุขภาพดวงตาดีคอนเทคช่วย...
03/06/2019

ดวงตาคุณอาจมีปัญหาหากคุณไม่ดูแลปล่อยนานไปดวงตาของคุณอาจสูญเสียการมองเห็นได้ มองหาสิ่งดีๆเพื่อดูแลสุขภาพดวงตา
ดีคอนเทคช่วยคุณได้

ส่วนประกอบสำคัญใน D-CONTACT

1. สารสกัดจากดอกดาวเรือง มีสารสำคัญลูทีน และซีแซนทีนป้องกันการเกิดต้อหิน และต้อกระจก ลดความเสี่ยงในการเกิดจอประสาทตาเสื่อม

2. เบต้าแคโรทีน ลดความเสื่อมขอลเซลล์ลูกตา ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจก

3. สารสกัดจากเปลือกส้ม ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ด้วยประสิทธิภาพจากวิตามินซีสูง

4. สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ มีฤทธิ์ในการสมานแผล มีการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ส่งเสริมการมองเห็นในที่มืด

5. ยีสต์สกัด ช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น ช่วยป้องกันเบาหวานขึ้นตา

6. วิตามินบี 2 เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ลดความเจ็บปวดไมเกรน บำรุงผิวพรรณ เล็บ เส้นผม

มีปัญหาดวงตา
┏━━━━━━━━━━━┓
✦ สั่งซื้อ/ปรึกษาฟรี ✦
┗━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40healthydshop

สาเหตุของโรคเก๊าท์โรคเก๊าท์เป็นผลมาจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ซึ่งเป็นภาวะของร่างกายที่มีการสะสมของกรดยูร...
28/05/2019

สาเหตุของโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์เป็นผลมาจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ซึ่งเป็นภาวะของร่างกายที่มีการสะสมของกรดยูริกในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดการตกผลึกตามข้อต่าง ๆ จนเกิดอาการปวดบวมตามข้ออย่างรุนแรงและอาการอื่น ๆ ของโรคตามมา

กรดยูริกเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งในเลือดที่ได้มาจากการย่อยสลายสารพิวรีน (Purines) ในเนื้อเยื่อทั่วร่างกายและอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยร่างกายจะมีการปรับสมดุลของกรดยูริกด้วยการกรองจากไตก่อนมีการขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ เมื่อมีปริมาณกรดยูริกมากขึ้นจากการสร้างของร่างกาย จากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง หรือไตมีความผิดปกติในการกรองสารพิวรีน มักนำไปสู่ภาวะกรดยูริกในเลือดสูงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิด แต่พบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น

การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก
การรับประทานอาหารทีมีสารพิวรีนมากเกินไป เช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ยอดผัก กุ้งเคยหรือกะปิ ปลาซาร์ดีน หอยแมลงภู่ สารสกัดจากยีสต์
ได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ
การดื่มน้ำอัดลมเกินปริมาณที่พอดีต่อวัน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำอัดลมประเภทที่มีน้ำตาลฟรุกโตสอาจเพิ่มการสะสมกรดยูริกในเลือดได้สูงถึง 85% นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผลไม้และน้ำผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลฟรุกโตสอยู่มาก
อาการเจ็บป่วยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเซลล์ในร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น โรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง หรือความผิดปกติทางเลือดบางอย่าง
ยาบางประเภทที่ส่งผลต่อระดับกรดยูริกในร่างกาย เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาเคมีบำบัดบางชนิด ยาแอสไพริน และยาลดความดันโลหิตบางชนิด
โรคประจำตัวหรือสภาวะของร่างกายบางอย่าง เช่น ภาวะอ้วน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ไตทำงานผิดปกติ โรคเบาหวาน โรคพร่องเอนไซม์ ความผิดปกติของไขกระดูก โรคหลอดเลือดผิดปกติ
มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์ โดยพบว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะมีบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วย

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำความเข้าใจปัญหาด้านสายตาและดวงตากว่า 60% ของประชากรโลกหรือมากกว่า 4.5 พันล้านคนต้องใช้เลนส์หร...
27/05/2019

ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำความเข้าใจปัญหาด้านสายตาและดวงตา
กว่า 60% ของประชากรโลกหรือมากกว่า 4.5 พันล้านคนต้องใช้เลนส์หรือกระบวนการในการแก้ไขปัญหาสายตาและการมองเห็น ในฐานะที่เอสซีลอร์เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเลนส์แว่นตาระดับโลก เรามุ่งเน้นแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็นทุกรูปแบบ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะความผิดปกของสายตารูปแบบต่างๆ จะช่วยในการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพดวงตาของคุณ

กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และอายุ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อดวงตา เพราะดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกายมนุษย์ ผลกระทบจากสิ่งที่กล่าวมามีตั้งแต่ความไม่สบายตาไปจนถึงปัญหาการมองเห็นที่รุนแรงมากขึ้นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสายตา ปัญหาเหล่านี้สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้:

ภาวะดวงตา: ปัญหาความผิดปกติที่ส่งผลต่อวิสัยทัศน์และความบกพร่องของการทำงานทางสายตา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะสายตาสั้น สายตายาวและภาวะทางสายตาอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจมีผลต่อคุณหรือคนที่คุณรัก

โรคตา: โรคตาเป็นปัญหาที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อปัจจัยภายในและภายนอก อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับโรคตาต่างๆ ที่อาจเกิดกับคุณ เช่น โรคต้อหิน ไปจนถึงโรคตาแดงหรือ 'ตาสีชมพู'

อาการที่เกี่ยวกับการมองเห็น: อาการเหล่านี้เป็นอาการทางสายตาที่พบได้ทั่วไปซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคตาหรือสภาวะของดวงตา อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมองเห็นพร่ามัว ตาล้า และอาการอื่น ๆ ที่อาจสร้างความรุนแรงแก่ดวงตาคุณ

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

รู้จัก..โรคเลือด มะเร็งร้ายเม็ดเลือดหากเอ่ยถึง...“โรคเลือด” หลายท่านอาจรู้สึกคุ้นหูและคิดว่าโรคเลือดก็คือ...“ภาวะโลหิตจา...
26/05/2019

รู้จัก..โรคเลือด มะเร็งร้ายเม็ดเลือด

หากเอ่ยถึง...“โรคเลือด” หลายท่านอาจรู้สึกคุ้นหูและคิดว่าโรคเลือดก็คือ...“ภาวะโลหิตจาง” หรือไม่ก็...“โรคธาลัสซีเมีย” แต่จริง ๆ แล้วโรคเลือดมีความหมายกว้างและครอบคลุมโรคต่าง ๆ มากกว่านั้น โดยจะรวมไปถึง...โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกฝ่อ

ในประเทศไทยพบว่ามีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคระบบโลหิตนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายคนเรา แม้ร่างกายจะมีกระบวนการจัดการความผิดปกติที่เกิดขึ้น แต่ถ้าวันใดเกิดความไม่สมดุลในร่างกาย เช่น วิตกกังวล การติดเชื้อ การได้รับสารเคมีบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน...

ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เสียสมดุลของกลไกทางภูมิคุ้มกัน “เซลล์ที่ผิดปกติ” ก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและควบคุมไม่อยู่จนกลายเป็น “มะเร็ง” ในที่สุด

นั่นเป็นเพราะว่า “ระบบเลือด” เป็นระบบที่สำคัญของร่างกายรองจากปอดและหัวใจ ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โรคทางระบบโลหิตวิทยา หรือโรคเลือด หมายถึง โรคหรือความผิดปกติของเม็ดเลือด ไขกระดูก ระบบ reticuloendothelial ต่อมน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งปัจจัยของการแข็งตัวของเลือด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มมะเร็งระบบเลือด ซึ่งพบได้บ่อย เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) มะเร็งไขกระดูก (Multiple Myeloma หรือ MM)
2.กลุ่มโรคเลือดที่ไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
-โรคที่มีภาวะโลหิตจาง เช่น โรคธาลัสซีเมียซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม โลหิตจางจากการขาดเหล็ก โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 และโฟเลต ผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้จะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ออกกำลังกายแล้วเหนื่อย ในกรณีที่เป็นรุนแรงอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้��

-โรคที่มีความผิดปกติของไขกระดูก เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ เกิดจากการที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดได้น้อยลง ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการซีด เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง มีจ้ำเลือด เลือดออก เป็นไข้และมีโรคติดเชื้อ

-โรคมะเร็งระบบเลือด เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน (Acute Leukemia) โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง (Chronic Leukemia) โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง��“ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันจะมีจ้ำเลือด จุดเลือดออก เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดประจำเดือนออกมากมีไข้และโลหิตจาง...ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังมีม้ามโต หรือต่อมน้ำเหลืองโต ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองพบมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ ก้อนโตเร็ว แต่ไม่เจ็บ”

-โรคที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุด โรคเลือดออกผิดปกติจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคตับ หรือภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด

-โรคที่มีการอุดตันของหลอดเลือดดำ ที่พบบ่อย คือ หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน ทำให้มีขาบวมข้างเดียว ก้อนเลือดอาจหลุดไปอุดที่หลอดเลือดในปอดได้

“เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่นำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนเม็ดเลือดขาวก็เหมือนทหารทำหน้าที่ป้องกัน...ต่อสู้เชื้อโรค ส่วนเกล็ดเลือดก็มีหน้าที่ทำให้เลือดหยุด”

แล้วคุณสมบัติอันที่สองก็คือ จำนวนเม็ดเลือดทั้ง 3 ชนิดที่ว่านี้ต้องมีจำนวนพอเหมาะพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป ซึ่งมีโรงงานที่สร้างเรียกว่าไขกระดูกอยู่ในโพรงกระดูก พวกเราส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ก็อยู่ในกระดูกแบน ๆ เช่น กระดูกกะโหลกศีรษะ กระดูกสันหน้าอก กระดูกสะโพก

การสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูกก็เริ่มต้นจากเซลล์ตัวแรกที่เรียกว่า “สเต็มเซลล์” หรือ “เซลล์ต้นกำเนิด” แล้วก็เจริญตัวถัดไปแยกเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด หลังจากนั้นก็จะมีการแบ่งตัวอีกสี่ห้าขั้นตอน จนกระทั่งได้เป็นตัวหนุ่มสาวถึงจะปล่อยไปในเลือด ความต่างก็คือว่า เม็ดเลือดที่อยู่ในไขกระดูกยังเป็นเม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ไม่ได้ พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ทำหน้าที่ได้ก็ปล่อยออกไปในเลือด

“ลูคีเมีย” หรือ “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” เป็นความผิดปกติของตัวอ่อนเม็ดเลือดขาวระยะที่ถัดมาจากเซลล์ต้นกำเนิดหรือ
สเต็มเซลล์โดยที่มีการเพิ่มจำนวน เพิ่มแบบมะเร็ง เพิ่มแบบไม่หยุดยั้ง คือมีการเพิ่มตลอดเวลา

“ลูคีเมีย” ก็แบ่งแยกย่อยไปได้อีก 2 ชนิด ชนิดเฉียบพลันกับชนิดเรื้อรัง ชนิดเฉียบพลัน จะไม่มีการเจริญเป็นตัวที่แก่เลย เป็นแต่ตัวอ่อนทั้งนั้น พวกนี้จะสะสมอยู่ในไขกระดูกทำให้ไปเบียดการสร้างเม็ดเลือดปกติของไขกระดูก เพราะฉะนั้นก็จะมีผลทำให้เม็ดเลือดปกติลดลง ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือดลดลง

พอลดลงก็จะมีอาการผิดปกติ เช่น เม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีน้อย อวัยวะต่าง ๆ ก็ขาดเลือดก็เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ซีด ส่วนเม็ดเลือดขาวพอต่ำก็มีไข้ เพราะเกี่ยวข้องกับการทำลายเชื้อโรค แล้วเกล็ดเลือดต่ำก็มีผลในเรื่องเลือดออกผิดปกติ มีเลือดออกตามผิวหนัง มีจ้ำเลือดใหญ่ ๆ หรือว่ามีเลือดออกจากอวัยวะสำคัญอื่น เช่น จมูก ไรฟัน หรือแม้กระทั่งปัสสาวะเป็นเลือด

“การรักษาทำอย่างนี้ ต้องเคมีบำบัดก่อน ให้ยาเคมีบำบัดไปฆ่า ทำลาย เซลล์มะเร็งลูคีเมียในไขกระดูก พอให้ยาปุ๊บ...เซลล์ในไขกระดูกก็ถูกทำลายไปด้วย ฉะนั้นการให้ยาไม่ใช่ว่าจะให้ทีเดียวตลอดเวลา แต่ต้องให้เป็นพัก ๆ สาม...สี่...ห้าวัน เจ็ดวันครั้ง พอให้เสร็จแล้วก็หยุดเพื่อให้ไขกระดูกฟื้นตัว”

คำว่าหายคือเซลล์มะเร็งในไขกระดูกน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์... การสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูกเป็นปกติ

ปัญหาสำคัญมีว่า หายแล้วแต่โรคมะเร็งก็มีโอกาสกลับมาเป็นขึ้นอีก ปัจจุบันมีวิทยาการใหม่ในการรักษาด้วย “การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด” หรือที่เรียกว่า “การปลูกถ่ายไขกระดูก” เข้ามาใช้ ก็คือการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงแล้วตามด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์หรือการปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้ไขกระดูกของคนอื่น

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

โรคตาบางโรคที่พบได้ทั่วไปและต้องระวัง คือโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (AMD)โรคจอตาเสื่อมเกิดความผิดปกติที่ส่วนของจอตาซึ่งรั...
23/05/2019

โรคตาบางโรคที่พบได้ทั่วไปและต้องระวัง คือ

โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (AMD)
โรคจอตาเสื่อมเกิดความผิดปกติที่ส่วนของจอตาซึ่งรับผิดชอบต่อการมองเห็นในส่วนกลาง สิ่งที่คุณเห็นเมื่อคุณมองตรงไปข้างหน้า จะไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม เพราะบริเวณตรงกลางของภาพจะเบลอ ขณะที่การมองเห็นบริเวณด้านข้างยังเหมือนเดิม สภาวะนี้พบได้มากและเป็นปกติทั่วไปสำหรับ ผู้ที่มีอายุเกินกว่า 50 ปี

เยื่อบุตาอักเสบ
หากคุณมีอาการตาแดง รู้สึกคัน และบางครั้งก็มาพร้อมกับสารเหนียว ๆ เคลือบอยู่บนขนตา แสดงว่าคุณอาจมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในสองถึงสาม สัปดาห์ หากยังคงมีอาการอยู่ให้ไปพบจักษุแพทย์

โรคต้อหิน
โรคต้อหินเกิดขึ้นเมื่อของเหลวในลูกตาไม่สามารถระบายออกไปได้ ทำให้มีแรงดันตาเพิ่มขึ้น ความดันตาที่สูงเกินไปอาจทำให้เส้นประสาทตาเสียหายได้ (เส้นประสาทตาเชื่อมต่อตาของคุณเข้ากับสมองของคุณ) ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นแบบถาวร ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน ได้แก่ ประวัติการเคยป่วยเป็นโรคในครอบครัว ไมเกรน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน หากได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถที่จะชะลอหรือหยุดยั้งอาการของโรคด้วยการใช้ยารักษา การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือการผ่าตัด

โรคกระจกตาโป่งพอง
เกิดจากกระจกตาจะมีความอ่อนตัวไม่แข็งแรง และกลายเป็นรูปทรงกรวยมากขึ้น รูปทรงกรวยนี้ทำให้การหักเหแสงเข้าสู่ดวงตาผิดปกติ ทำให้มีอาการสายตาสั้นลงและมีสายตาเอียงมากกว่าปกติ ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นที่บิดเบี้ยวภาพเบลอไม่ชัดเจน โรคกระจกตาโป่งพองสามารถเกิดขึ้นได้ในดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง และมักเกิดในช่วงวัยรุ่นหรือช่วงอายุ 20 ต้น ๆ สาเหตุของโรคกระจกตาโป่งพองมีอยู่หลายประการ ได้แก่ ความไวแฝงที่จะรับโรคจากพันธุกรรม และ การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตมากเกินไป

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

🤹‍♂️สมาธิสั้นใกล้ตัวเด็กกว่าที่คิด🤹‍♀️พัฒนาการของเจ้าตัวเล็กบางครั้งอาจบ่งบอกความผิดปกติได้ ขอเพียงพ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นส...
22/05/2019

🤹‍♂️สมาธิสั้นใกล้ตัวเด็กกว่าที่คิด🤹‍♀️

พัฒนาการของเจ้าตัวเล็กบางครั้งอาจบ่งบอกความผิดปกติได้ ขอเพียงพ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตและอย่าปล่อยผ่านเมื่อเกิดความสงสัย โดยเฉพาะโรคสมาธิสั้น (ADHD-Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ที่จากผลสำรวจล่าสุดของกรมสุขภาพจิตในปี 2559 พบว่า เด็กอายุ 6 - 15 ปีทั่วประเทศเป็นโรคนี้ถึงประมาณ 420,000 คน พบในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 4 - 6 เท่า และในห้องเรียนที่มีจำนวนเด็กเฉลี่ย 40 - 50 คน พบเด็กที่เป็นโรคนี้แล้ว 2 - 3 คน ดังนั้นหากรู้เท่าทันและรักษาได้ทันท่วงทีย่อมช่วยให้อาการของเจ้าตัวเล็กดีขึ้นและเติบโตได้อย่างมีความสุข

รู้จักโรคสมาธิสั้น
โรคสมาธิสั้น (ADHD-Attention Deficit Hyperactivity Disorder) คือ ภาวะผิดปกติทางจิตเวชที่ส่งผลให้มีสมาธิสั้นกว่าปกติ ขาดการควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้มีลักษณะอาการซุกซน วอกแวกง่าย ไม่เคยอยู่นิ่ง เวลาที่พูดด้วยจะไม่ตั้งใจฟังและเก็บรายละเอียดไม่ค่อยได้ ขาดความรับผิดชอบ พบได้ค่อนข้างบ่อยในเด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 3 - 7 ปี แต่ในรายที่เป็นไม่มาก อาการจะแสดงออกชัดเจนกว่าในช่วงหลัง 7 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่ต้องเข้าโรงเรียนมีงานและการบ้านต้องรับผิดชอบหลาย ๆ ชิ้นในเวลาเดียวกัน มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคุณครู รวมไปถึงการที่จะต้องรู้จักปรับตัวในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นและการเข้าสังคม โดยสาเหตุแท้จริงนั้นไม่สามารถทราบได้ชัดเจน แต่หนึ่งในนั้นคือการที่สมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมสมาธิและการยับยั้งชั่งใจทำงานน้อยกว่าปกติ

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

อันตราย! ภัยร้าย มาพร้อมสัญญาณแห่งวัย1. โรคต้อหิน (Glaucoma) เกิดจากความผิดปกติของขั้วประสาทตาที่มีเส้นใยประสาทนับล้านเส...
16/05/2019

อันตราย! ภัยร้าย มาพร้อมสัญญาณแห่งวัย
1. โรคต้อหิน (Glaucoma) เกิดจากความผิดปกติของขั้วประสาทตาที่มีเส้นใยประสาทนับล้านเส้นเกิดความ เสียหาย และในความดันลูกตาสูงผิดปกติ จนส่งผลทำลายเส้นใยประสาท ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นจากลูกตาไปยังสมองเพื่อทำ การประมวลเป็นภาพ
อาการของต้อหิน โรคต้อหินชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ต้อหินชนิดเรื้อรัง (Chronic glaucoma) หรือ ต้อหินปฐมภูมิ (Primary glaucoma) โดยจะสูญเสียการมองเห็นบริเวณรอบนอกของลานสายตา การมองเห็นจะแคบลงจนเสมือนมองผ่านท่อ เมื่อเกิดจุดบอดขึ้นในลานสายตาของผู้ป่วยและขยายตัวขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีขอบเขตในการมองเห็นแคบลง หากรักษาไม่ทันการณ์ ผู้ป่วยอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ส่วนต้อหินอีกชนิดที่พบได้น้อยกว่า คือ ต้อหินชนิดเฉียบพลัน (Acute angle closure glaucoma) ซึ่งจะทำให้ตามัวลง ตาแดง มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง เนื่องจากความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. โรคต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะที่เลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวเกิดขึ้น โดยจะเป็นมากขึ้นตามวัย ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการที่รบกวนต่อการมองเห็น แต่เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งจนต้อกระจกเป็นมากขึ้น จะทำให้การมองเห็นแย่ลง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนทำให้ตาบอดอย่างถาวรได้
อาการของต้อกระจก จะมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเหมือนปกติ ทำให้การมองเห็นมีลักษณะขุ่นมัวเป็นฝ้า ทั้งยังทำให้ความสามารถของมองเห็นในที่สลัว หรือตอนกลางคืนลดลง อาจมองเห็นแสงกระจายจากดวงไฟในที่มืด เช่น เวลาขับรถตอนกลางคืนแล้วมีรถสวน เป็นต้น นอกจากนี้ ความสามารถในการมองเห็นสีก็จะผิดปกติจากความเป็นจริงอีกด้วยการรักษา ผู้ที่มีอาการของต้อกระจกควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์ เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเท่านั้น
​ 3.โรคเอเอ็มดี (Age-related macular degeneration) ชนิดเปีลการรักษาจะดีที่สุดเมื่อรับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรคที่ามารถรักษาได้ทั้งการใช้ยา การใช้แสงเลเซอร์และการผ่าตัด ผ หรือโรคจุดรับภาพของจอตาเสื่อม เนื่องจากอายุเป็นโรคที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อของจอตา (retina) ส่วนที่รับภาพตรงกลางของลานสายตาและมีความคมชัดของภาพสูงที่สุด ซึ่งโรคนี้จะทำให้เกิดความเสื่อมตัวของเนื้อเยื่อดังกล่าว และทำให้เกิดจุดบอดขึ้นในบริเวณใจกลางของภาพที่เรามองเห็น โดยมี 2 ลักษณะ คือ เอเอ็มดี ชนิดเปียก (wet AMD) และเอเอ็มดี ชนิดแห้ง (dry AMD)
​การรักษา หากพบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับความชัดเจนของการมองเห็น โดยเฉพาะตรงส่วนกลางของภาพ หรืออาการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการเป็นเอเอ็มดี ควรรีบมาตรวจกับจักษุแพทย์โดยเร็ว ผู้ที่เป็น เอเอ็มดี ชนิดแห้ง ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายกลับมาเป็นปกติได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินของโรคได้ ส่วน เอเอ็มดีการผ่าตัด แผลยังมีขนาด เล็กอยู่ หลังจากการผ่าตัดสามารถฟื้นฟูด้วยสมุนไพรนวัตกรรม ในรูปแบบเสริมอาหาร ที่มีสารสกัดจากสมุนไพรเช่น ดีคอนแทค เป็นสกัดจากดอกดาวเรือง ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
4.โรควุ้นตาเสื่อม (Vitreous degeneration) เกิดจากวุ้นในลูกตา มีการเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นลักษณะเหลวและกลายเป็นสารน้ำเมื่ออายุมากขึ้น โดยเส้นใยโปรตีนซึ่งอยู่ภายในวุ้นตาจะตกตะกอนเป็นลักษณะคล้ายลิ่ม หรือเส้นใยที่หนาขึ้น จนทำให้เกิดเงาตกกระทบลงบนจอประสาทตา ทำให้เราเห็นเป็นเส้น หรือรอยขีด หรือหยากไย่ลอยไปมา ซึ่งเงาที่ลอยไปมานี้ คือ วุ้นตาที่มีการเสื่อมตัว อาการของวุ้นตาเสื่อม มักจะมองเห็นเส้น หรือหยากไย่ ลักษณะเป็นฝ้าสีเทาหรือดำ และเงานี้จะขยับเล็กน้อยได้เมื่อมีการกลอกตา โดยทั่วไปจะเป็นมากขึ้นอย่างช้าๆ หรือคงที่เป็นเวลานาน โดยทั่วไป วุ้นตาเสื่อมนั้นไม่มีอันตราย แต่การเห็นเงาลอยไปมานั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากวุ้นตาเสื่อมเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดเงาลอยไปมาจำนวนมาก ร่วมกับการเห็นแสงไฟวาบขึ้นเป็นระยะ ภาวะเช่นนี้อาจบ่งชี้ว่ามีโรคจอประสาทตา
ลอก หรือในบางรายเงาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากมีความผิดปกติของเส้นเลือดในตาและมี การแตกของเส้นเลือด เช่น ในกรณีผู้ป่วยโรคเบาหวานและมีของอาการเบาหวานขึ้นจอประสาทตา เลือดที่ออกในวุ้นตาก็จะทำให้เกิดเงาเช่นกัน ดีคอนแทค คือทางเลือกเพื่อการฟื้นฟู

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

โรคหลอดเลือดสมอง      โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ• ชนิดเส้นเลือดตีบ หรืออุดตัน• ชนิดเส้นเลือดแตก โรคนี้...
09/05/2019

โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ
• ชนิดเส้นเลือดตีบ หรืออุดตัน
• ชนิดเส้นเลือดแตก


โรคนี้ถ้าเป็นแล้ว แม้รอดชีวิตก็มักจะมีความพิการหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้และถ้าไม่รีบรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการก็อาจช่วยให้รอดชีวิตและมีความพิการน้อยลงหรือกลับไปทำงานตามปกติ

ลักษณะอาการและอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดเสียการทำงานไป เช่น
• พูดไม่ออกหรือไม่เข้าใจคำพูด หรือพูดไม่ชัดทันทีทันใด
• แขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ชา หรือขยับไม่ได้ขึ้นมาทันทีทันใด
• ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็นฉับพลัน เห็นภาพซ้อนหรืออาการคล้ายมีม่านมาบังตา
• ปวดศีรษะรุนแรง ฉับพลันชนิดไม่เคยเป็นมาก่อน
• มึนงง เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่วมกับอาการอื่นข้างต้น
อาการเตือนเหล่านี้อาจเป็นชั่วขณะแล้วดีขึ้นเอง แต่ก็มีความสำคัญและผู้ป่วยควรจะพบแพทย์โดยด่วน ถ้าผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเร็วเท่าใด อัตราการตาย ความพิการจะยิ่งน้อยลง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
หากผู้ใดมีปัจจัยเหล่านี้อยู่จะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ก็มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ :
• ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากถ้าสามารถป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือถ้าเป็นแล้วการลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะสามารถลดความเสี่ยงลงได้
แนวทางปฏิบัติ ในการลดความเสี่ยงจากความดันโลหิตสูง คือ
• รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป
• ลดอาหารเค็ม
• รับประทานอาหารให้พอเหมาะ เน้นอาหารที่เป็นพืช ผัก ผลไม้
• ตรวจสุขภาพเป็นครั้งคราว
ถ้าพบว่าเป็นความดันโลหิตสูง แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาลดความดันโลหิตร่วมด้วย ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
• การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองที่สำคัญเช่นกัน จึงควรงดสูบบุหรี่
• โรคหัวใจ มีหลายชนิด เช่น ลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาบางชนิดเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
• โรคเบาหวาน ควรพบแพทย์และรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
• ภาวะไขมันในเลือดสูง ควรลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป และอาจต้องรับประทานยาลดไขมันร่วมด้วย ตามที่แพทย์แนะนำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันและช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
• ภาวะเครียด การที่เครียดมากเกินไปจะมีผลให้เกิดความดันโลหิตสูงมากกว่าปกติ และจะทำให้เกิดอัมพาตตามมาได้
• การขาดการออกลังกาย การที่ไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้อ้วนและเกิดภาวะเครียดซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมต่อการเกิดอัมพาต
สรุป คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอัมพาต มีดังนี้
• ลดและควบคุมความดันโลหิต
• ลดโคเลสเตอรอลในเลือด
• ลดน้ำหนัก (ถ้าอ้วน)
• ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
• รับประทานผักและผลไม้ให้มาก
• งด ! อาหารไขมัน
• งด ! เหล้า บุหรี่และสารเสพติด
• รับประทานยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดตามคำสั่งแพทย์
การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง วิธีการที่สำคัญคือ
• ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
• การรักษาในช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง มิฉะนั้นผู้ป่วยบางรายแทนที่จะฟื้นตัวได้ กลับจะเกิดภาวะอัมพาตถาวรตลอดไป ผู้ป่วยอัมพาตระยะแรกจึงจำเป็นต้องอยุ่ในความดูแลของแพทย์และทีมการพยาบาลที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

เช็คสุขภาพสมอง พร้อมแนะวิธีดูแลความทรงจำ เคยสังเกตไหมว่าแต่ละวันเราใช้งานสมองอย่างหนัก ไม่ว่าจะท่องหนังสือเรียน คิดคำนวณ...
18/03/2019

เช็คสุขภาพสมอง พร้อมแนะวิธีดูแลความทรงจำ

เคยสังเกตไหมว่าแต่ละวันเราใช้งานสมองอย่างหนัก ไม่ว่าจะท่องหนังสือเรียน คิดคำนวณวางแผนเรื่องต่างๆ ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ต้องใช้ทั้งสมองและสมาธิจนหน้านิ่วคิ้วขมวดไปหมด แล้วเคยไหมที่บางครั้งกลับลืมซะอย่างนั้นว่าตัวเองกำลังจะทำหรือพูดอะไร บางคนอาจจะคิดว่าเป็นแค่เรื่องขำๆ เดี๋ยวก็จำได้เอง แต่หารู้ไม่ว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของอาการเริ่มต้นของสมองเสื่อมก็เป็นได้ สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute) ชวนทุกคนมาเช็คสุขภาพสมอง พร้อมแชร์วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลภาวะสมองเสื่อมกับ นพ. สมบูรณ์ รุ่งพรชัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อให้ทุกความทรงจำดีๆ อยู่กับเราตราบนานเท่านาน

สมองเราจัดเก็บความทรงจำผ่านกลไก Memory – Focus – Recall

การที่บางเรื่องหลับตาตื่นก็ลืม แต่บางเรื่องเป็นสิบปีเรายังจำได้ดีนั้นมาจากกลไกการเก็บความทรงจำของสมอง เมื่อร่างกายรับรู้สิ่งเร้าต่างๆ รอบตัว สมองจะเก็บเป็นความจำ (Memory) จากนั้นถูกส่งต่อไปสู่สมองเก็บความจำระยะสั้น (Short memory) ก่อน ซึ่งจะสามารถจำข้อมูลได้เป็นเวลา 30 วินาที และอาจสูญหายไปบ้าง เช่น การจดเบอร์โทรศัพท์จากคู่สนทนา แต่เมื่อได้รับการโฟกัส (Focus) โดยการคิดหรือทำซ้ำๆ และทบทวนอย่างมีสมาธิ สมองจะคัดเลือกส่วนความจำเพื่อเก็บเข้าสมองส่วนความจำระยะยาว (Long memory) อย่างเป็นระบบ เช่น การท่องเบอร์โทรศัพท์ และสมองมีระบบเรียกความทรงจำ (Recall) เพื่อดึงข้อมูลจากสมองจากส่วนที่บันทึกเก็บไว้มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อต้องการโทรออกก็สามารถนึกออกและกดเบอร์โทรศัพท์นั้นได้ทันที แต่ข้อมูลที่ไม่มีการใช้ซ้ำๆ บางส่วนก็จะมีการลืมหรือลดรายละเอียดลงไป ดังนั้น เมื่อเริ่มมีภาวะสมองเสื่อมจะมีอาการสูญเสียความจำระยะสั้นก่อน เมื่อเสื่อมมากขึ้น ก็จะเริ่มเสียการโฟกัส ค่อยๆ สูญเสียความจำระยะยาว ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคิด การวิเคราะห์ และอารมณ์อย่างต่อเนื่อง

ความจำเสื่อมกับสมองเสื่อมต่างกันยังไง นี่เรากำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือเปล่านะ?   ความจำเสื่อม คือภาวะที่สมองเริ่มมีความบก...
12/03/2019

ความจำเสื่อมกับสมองเสื่อมต่างกันยังไง นี่เรากำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือเปล่านะ?
ความจำเสื่อม คือภาวะที่สมองเริ่มมีความบกพร่องต่อความทรงจำ แต่ยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและดูแลตัวเองได้ เช่น ลืมกุญแจรถ ลืมเบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ส่วนสมองเสื่อม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองในทุกหน้าที่ มักมีผลต่อความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงส่งผลกระทบต่อความคิด พฤติกรรม และการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการเตือนภาวะสมองเสื่อมได้ 10 ข้อ ดังนี้

1.สูญเสียความจำโดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น ลืมการสนทนา ลืมนัดหมาย
2.ทำกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคยไม่ได้เหมือนเดิมหรือทำได้แต่ก็ยากลำบาก
3.มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น ลืมคำศัพท์ง่ายๆ ใช้คำผิดความหมาย
4.สับสนวันเวลาและสถานที่ เช่น หลงวัน เวลา บอกที่อยู่ตนเองไม่ได้
5.มีการตัดสินใจอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปิดพัดลมแรงทั้งที่อากาศเย็นมาก
6.มีปัญหาเกี่ยวกับความคิดรวบยอด เช่น ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บวกลบคูณหารไม่ได้
7.เก็บสิ่งของผิดที่ผิดทาง เช่น เก็บเตารีดในตู้เย็น เก็บนาฬิกาในโถน้ำตาล
8.อารมณ์แปรปรวน
9.บุคลิกภาพเปลี่ยน เช่น กลายเป็นคนช่างสงสัย หรือหวาดกลัวง่ายกว่าเดิมมาก
10.เก็บตัว เซื่องซึม ไม่กระตือรือร้น อยู่นิ่งๆ ไม่ออกสังคม

ทั้งนี้ กระบวนการเกิดสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยเราไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าสังเกตอาการและรู้ตัวก่อนก็จะสามารถนำไปสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที

ที่อยู่

54/4-5 ถ.สุวินทวงศ์
Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

0818547695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Viewo - วีโวBy/Pui_Jirapornผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Viewo - วีโวBy/Pui_Jiraporn:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram