ER ร่าเริง

ER ร่าเริง Evil isn't born, it's made

ER made me like this

เพจบ่นเรื่องงาน + มีมไร้สาระ
ไม่ใช่แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์

[WebApp] 👉🏻 https://linktr.ee/ntp92

ว่าจะลองเก็บสถิติ “คำตอบ” ที่ได้จากการ consult ECG AI vs consult expert 🫀
13/04/2026

ว่าจะลองเก็บสถิติ “คำตอบ” ที่ได้จากการ consult ECG AI vs consult expert 🫀

เจ้าพี่ทั้งสองตกลงกันให้เสร็จ แล้วบอกด้วย จะได้แอดมิทให้ถูกแผนก  #หงสาวดี 😘
13/04/2026

เจ้าพี่ทั้งสองตกลงกันให้เสร็จ แล้วบอกด้วย จะได้แอดมิทให้ถูกแผนก #หงสาวดี 😘

จัด tier list หนังสือ resident ER  #สมัยพี่ นะน้องนะ สมัยพี่ = สมัยจูราสสิค 🦖
12/04/2026

จัด tier list หนังสือ resident ER #สมัยพี่ นะน้องนะ

สมัยพี่ = สมัยจูราสสิค 🦖

🧀 RCA "Sepsis" Step-by-Step with 2-Axis Swiss Cheese Model & 5 Tiers Contributory Factors- ก่อนเริ่ม RCA ต้องทำความเข้าใ...
12/04/2026

🧀 RCA "Sepsis" Step-by-Step with 2-Axis Swiss Cheese Model & 5 Tiers Contributory Factors

- ก่อนเริ่ม RCA ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า RCA ไม่ได้จบแค่การหาว่าใครพลาด แต่คือการหาว่าระบบตรงไหนที่เป็นช่องโหว่จน adverse event ทะลุออกมาได้
- Root cause ต้องเป็นสิ่งที่องค์กรสามารถควบคุมและแก้ไขได้ เมื่อแก้แล้วช่วยลดโอกาสการเกิดซ้ำได้จริง

⚡ Step 0 : ตั้งโจทย์ให้ชัด
- เริ่มจากสรุปให้ได้ว่าเคสนี้คือ เคสอะไร
- ต้องแยกให้ชัดว่าเป็น adverse event หรือไม่
- มี patient harm อะไร ระดับความรุนแรงเท่าไร
- Incident คืออะไร และถ้าไม่เกิด harm จริง potential harm คืออะไร

ตัวอย่างเคส sepsis
- ผู้ป่วยชาย 68 ปี มา ER ด้วยไข้ ซึม BP 82/48, HR 128, RR 28, lactate 5.2 ได้รับ antibiotic ช้ากว่า 3 ชั่วโมง และเริ่ม norepinephrine ช้า ผู้ป่วยต้องใส่ท่อและเข้า ICU

- Incident : delayed recognition, delayed treatment
- Patient harm : shock progression, respiratory failure, ICU admission
- Level of harm : harmful incident, level H
- เป้าหมาย RCA : หาเหตุว่าทำไมถึง recognition และเริ่ม treatment bundles ล่าช้า

--------------------

⚙️ Step 1 : เลือกวิธีการวิเคราะห์ให้เหมาะสม
- ไม่ใช่ทุกเคสต้องทำ comprehensive RCA ควรเลือกตามความรุนแรง ความซับซ้อน โอกาสการเกิดซ้ำ และผลกระทบ
→ ถ้าเป็น near miss / low harm ใช้ AAR ทำได้ทันทีหลังเกิดเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว
→ ถ้าเป็นเคสที่มี harm ระดับกลาง ใช้ concise incident analysis
→ ถ้าเป็น severe harm, death หรือมีหลายปัจจัยซับซ้อน ใช้ comprehensive RCA
→ ถ้าเจอปัญหาซ้ำๆ เช่น delayed antibiotic หลายเคสในเดือนเดียว อาจใช้ multi-incident analysis เพื่อหา pattern ของปัญหาในระบบ

- กรณี septic shock ช้าแล้วคนไข้ทรุด ต้องเข้า ICU ถือว่าอย่างน้อยควรทำ concise incident analysis และถ้ามี severe harm มากอาจขยับเป็น comprehensive RCA ได้

--------------------

👥 Step 2 : ตั้งทีม RCA ให้ถูก
- RCA ต้องเป็นการวิเคราะห์แบบสหสาขา มีคนที่คุ้นกับสถานการณ์จริงร่วมด้วย ไม่ใช่มีแค่ระดับหัวหน้านั่งคิดกันแต่ในห้องประชุม **
- กรณี septic shock ทีมขั้นต่ำควรมีแพทย์ ER, พยาบาล triage, พยาบาลที่ดูแล, Lab, เภสัชกร, ทีม ICU หรืออายุรกรรม
- และต้องมีผู้ประสานงานคุณภาพหรือ RM ช่วย facilitate RCA
- เป้าหมายคือ การเอา work-as-done ของจริงออกมา ไม่ใช่ดูแค่ policy สวยๆ ตามที่เขียน

--------------------

🕒 Step 3 : ทำ chronology of events ก่อนเสมอ (timeline) **
- Chronology of events เป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ทั้งหมด
- อย่ารีบกระโดดไปหาสาเหตุก่อนที่จะเห็น timeline ของทั้งเหตุการณ์
- ให้ไล่เวลาแบบนาทีต่อนาที หรือตามช่วงเหตุการณ์สำคัญ

ตัวอย่าง timeline เคส septic shock
18:05 มาถึง ER
18:08 triage วัด vital signs ได้ไข้สูง BP ต่ำ
18:12 เข้า ER ไม่ได้ติดป้ายเคสสีแดง high risk
18:25 แพทย์ตรวจแล้วคิดถึง pneumonia + dehydration แต่ยังไม่ activate sepsis protocol
18:40 ส่ง CBC, chem, lactate
19:20 lactate 5.2 แต่ไม่มี alert ไปที่แพทย์
19:35 BP drop
19:45 ให้ fluid bolus
20:10 สั่ง antibiotic
20:40 เริ่ม antibiotic
21:00 เริ่ม norepinephrine
21:30 ใส่ท่อ
22:00 admit ICU

--------------------

🎯 Step 4 : วงจุดที่เป็น Care Management Problems (CMP)
- ต้องหาว่าช่วงไหนใน timeline มีการกระทำ หรือการตัดสินใจที่อาจนำไปสู่ adverse event = Care Management Problem หรือ active failure
- แต่ละ CMP มี root cause ของตัวเอง จึงไม่ควรเอามารวมกันมั่วๆ

ตัวอย่าง CMP ในเคสนี้
- Triage ไม่ได้จัด sepsis เป็นเคสสีแดง high-risk
- แพทย์ประเมินครั้งแรกยังไม่ recognize septic shock
- Lactate สูงแต่ไม่มี alert ไปที่แพทย์
- สั่ง antibiotic และให้ล่าช้า
- Vasopressor เริ่มช้าแม้มี persisting hypotension

--------------------

🧀 Step 5 : ไล่หาสาเหตุของ CMP ทีละตัว ด้วย "2-Axis Swiss Cheese Model"
- วิเคราะห์ “แนวนอน” ตามลำดับเหตุการณ์
- วิเคราะห์ “แนวตั้ง” ตามชั้นของ 5 tiers contributory factors
- ไล่หาสาเหตุทีละ CMP ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลัง โดยไล่จากล่างขึ้นบน

Tier 1 : Individual factors
- ดูเรื่องความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ความล้า การรับรู้ แรงจูงใจ เจตคติ
- CMP : แพทย์ไม่ recognize septic shock อาจเกิดจากไม่ชินกับ atypical sepsis ในผู้สูงอายุหรือ ER overload ทำให้ cognitive bandwidth ต่ำ
- CMP : triage ไม่จัดเป็นเคสสีแดง high-risk อาจเกิดจากพยาบาลใหม่ยังไม่มั่นใจเรื่อง red flag sepsis หรือยังไม่คุ้นเคยกับ EWS

Tier 2 : Work & team factors
- ดูเรื่อง workflow, handover, communication, role clarity, team awareness, competing tasks, interruptions
- CMP : antibiotic ล่าช้า อาจเกิดจากไม่มีใครเป็น owner ชัดเจนว่าเมื่อสงสัย sepsis ใครต้องรีบให้ยา, พยาบาลต้องดูแลหลายเคสพร้อมกัน, ไม่มีการส่งต่อเคสที่เหมาะสม, lab ออกแล้วแต่ไม่มี closed-loop communication
- CMP : norepinephrine ล่าช้า อาจเกิดจากทีมลังเลว่าควรเริ่มที่ ER หรือรอเตียง ICU ก่อน, ไม่มีการพูดคุยแชร์ไอเดียเรื่อง fluid refractory hypotension ในทีม

Tier 3 : Environment / local workplace / interface
- ดูพื้นที่ทำงาน อุปกรณ์ IT ระบบแสดงผล แสง เสียง layout สิ่งรบกวน และ human-system interface
- CMP : lactate สูงแต่ไม่มีใครเห็น อาจเกิดจาก result ขึ้นในระบบแต่ไม่มี pop-up หรือ alert ให้เห็น, monitor อยู่ไกลจากโต๊ะแพทย์, เคส sepsis กระจายอยู่โซน non-critical ทำให้มองเห็นได้ช้า, antibiotic stock ต้องรอส่งจากห้องยา
- CMP : fluid / vasopressor ล่าช้า อาจเกิดจาก infusion pump ไม่พอ, set สำหรับ vasopressor เตรียมยาก, sepsis order set ในระบบต้องคลิกหลายหน้าเกินไป

Tier 4 : Management / organization
- ดูเรื่องนโยบาย, ทรัพยากร, staffing, supervision, culture, priorities, organizational process
- CMP : sepsis recognition และ treatment delay อาจเกิดจากไม่มี sepsis pathway ที่ชัดเจนใน ER, ไม่มี trigger criteria ที่ทุกคนใช้ตรงกัน, staffing ช่วงเวรบ่าย-ดึกไม่พอเมื่อ ER crowding, ไม่เคย audit door-to-antibiotic time, ไม่มีการสอน sepsis workflow ที่ชัดเจน

Tier 5 : External environment
- ดูเรื่องกฎ ระเบียบ ระบบภายนอก ข้อจำกัดระดับเครือข่าย นโยบาย ภาระงานจากภายนอก
- ICU เต็มบ่อย, ระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตล่าช้า, เครื่อง infusion pump มีจำกัด, ระบบ IT ไม่รองรับระบบ critical lab push alert

--------------------

🔥 Step 6 : ถาม “Why” และ “How to prevent unsafe act” ต่อจนถึงจุดที่สามารถแก้ได้จริง
- อย่าหยุดแค่การบอกสาเหตุได้ แต่ต้องถามต่อว่าจะป้องกัน unsafe act ได้อย่างไร เพื่อหา solution และ potential change ในแต่ละระดับ

ตัวอย่าง ปัญหา antibiotic ล่าช้า
→ ทำไม ? เพราะแพทย์สั่งช้า
→ ทำไมแพทย์สั่งช้า ? เพราะไม่ได้ recognize septic shock อย่างรวดเร็ว
→ ทำไม recognize ช้า ? เพราะ triage ไม่ได้จัดเป็นเคสสีแดง high-risk และไม่มี sepsis trigger
→ ทำไม triage ไม่ให้เป็นเคสแดง ? เพราะไม่มี protocol sepsis ชัดเจนและไม่มีระบบ EWS
- ทำไมไม่มี protocol ? เพราะองค์กรยังไม่ได้ออกแบบ sepsis pathway ให้หน้างานใช้จริง
** จะเห็นได้ว่า แม้ปลายทางคือแพทย์สั่ง antibiotic ล่าช้าแต่ root cause จริงๆ อยู่ที่ system design !!

--------------------

🧠 Step 7 : เขียน causal statement ให้ชัด
- เมื่อวิเคราะห์เสร็จ ควรสรุปเป็นข้อความเชิงเหตุผล ไม่ใช่คำตำหนิ
- เน้นการสรุป finding และ causal statement หลังวิเคราะห์ chronology และ contributory factors แล้ว

ตัวอย่าง
- เนื่องจาก ER ไม่มี sepsis trigger protocol ที่ใช้ได้จริงในจุด triage ประกอบกับระบบแจ้ง critical lactate ไม่มี alert และภาระงานช่วงเวรบ่าย-ดึกสูง ทำให้ทีมไม่ recognize septic shock และเริ่ม antibiotic + vasopressor ล่าช้า ส่งผลให้ผู้ป่วยทรุดลงจนต้องใส่ท่อและเข้า ICU

--------------------

🧠 Step 8 : คิด corrective actions โดยอิงกับ human factors
- ต้องใช้หลักการ human factors ในการออกแบบแก้ไข เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ ทำให้ระบบดีขึ้น ตรวจพบเร็วขึ้น
- ไม่ใช่จบแค่การเตือนหรือสอนใหม่เพียงอย่างเดียว

แก้ที่การตรวจจับเร็วขึ้น
- ทำ sepsis triage trigger เช่น suspected infection + SBP < 100 หรือ RR สูง หรือ altered mental status
- Lactate critical value ต้องมีการโทรแจ้งและทวนซ้ำ
- ติด visual cue เช่น sepsis sticker, electronic flag

แก้ที่ workflow
- สร้าง sepsis bundles order set
- กำหนดว่า antibiotic ต้องเริ่มภายในกี่นาทีหลัง sepsis recognized
- กำหนดบทบาทที่ชัดว่าใครต้องทำอะไร
- ทำ mini huddle เมื่อเข้าเกณฑ์ septic shock

แก้ที่ระบบองค์กร
- Stock broad-spectrum antibiotics ใน ER
- เพิ่ม infusion pump และ pre-mixed vasopressor process
- Audit door-to-antibiotic time ทุกเดือน
- Onboarding + simulation สำหรับ triage nurse และแพทย์ใหม่
- Feedback รายเคสต่อทีม

--------------------

💪 Step 9 : เน้นเลือก strong action
- มาตรการป้องกันมีทั้ง weak, intermediate, strong
- มีตั้งแต่เตือนให้ระวัง ไปจนถึงการออกแบบ process ใหม่หรือใช้ forcing function ซึ่งเป็นแบบที่แข็งแรงกว่าและมักยั่งยืนกว่า

Weak actions
- สอนเรื่อง sepsis เพิ่ม
- ส่งไลน์เตือน

Intermediate actions
- Checklist triage sepsis
- Mandatory huddle
- Audit and feedback

Strong actions
- Order set ในระบบ
- Critical lactate auto alert
- Standing protocol ให้พยาบาลเริ่ม sepsis bundles บางส่วนได้
- Ready-to-use antibiotic kit / sepsis box

--------------------

📊 Step 10 : กำหนด outcome measurement ตั้งแต่แรก
- RCA ที่ดีต้องไม่จบที่ actions แต่ต้องตอบได้ด้วยว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าความเสี่ยงนี้ลดลงแล้ว

ตัวอย่าง
- Median door-to-antibiotic time
- Percent ของ septic shock ที่ได้ antibiotic ภายในเวลา
- ICU transfer time
- Mortality rate
** ไม่ต้องเยอะ เลือกแค่เท่าที่พอตามได้

--------------------

🔁 Step 11 : ทดลองด้วย PDSA ก่อนเริ่มใช้ทั้งระบบ
- ให้ test creative solution ด้วย PDSA cycle ก่อนเริ่มประกาศใช้ทั้งระบบ

Step 12 : ทำ AAR หรือ learning feedback กลับสู่ทีม
- ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้หลังเหตุการณ์ ทั้ง AAR, debriefing, huddles และการ feed back กลับสู่ทีม

--------------------

🔚 สรุปสูตรการทำ RCA
- Define case → เลือกวิธีวิเคราะห์ → ทำ timeline → หา CMP ทีละจุด → ไล่ 5 tiers → เขียน causal statement → ออกแบบ action → วัดผล → PDSA → feed back

หลุมพรางที่เจอบ่อยเวลาทำ RCA
1) อย่าเริ่มด้วยการสรุปว่า “หมอ miss diagnosis”
2) อย่ากระโดดไปหา solution ก่อนทำ timeline
3) อย่าเอาสาเหตุทุกอย่างมากองรวมกัน โดยไม่ผูกกับ CMP แต่ละจุด
4) อย่าหยุดแก้ปัญหาที่เรื่องการสอนหรือฝึกอบรมอย่างเดียว
5) อย่าทำ RCA แล้วไม่ติดตามผล

่าเริง

"เจ้าควรต่อต้าน ไม่ใช่เข้าร่วม" โอบีวันกล่าว เห็นคนทำผิด ก็ไม่ควรทำตาม 😘
12/04/2026

"เจ้าควรต่อต้าน ไม่ใช่เข้าร่วม" โอบีวันกล่าว

เห็นคนทำผิด ก็ไม่ควรทำตาม 😘

12/04/2026

Staff ไม่ใช่อรหันต์ ไม่จำเป็นต้องดีเลิศประเสริฐทุกเรื่อง แต่เรื่องไหนที่ห้าม intern ทำ ตัวเองก็ไม่ควรทำให้ดูเป็นเยี่ยงอย่างเด้อ

🔥 Heat Emergencies- ยังคงรับ consult จากน้อง รพช แบบไม่มี DF หรือ workload แม้ว่ามองผ่านๆ อาจดูไม่เป็นมิตร แต่ถ้าสนิทด้ว...
11/04/2026

🔥 Heat Emergencies

- ยังคงรับ consult จากน้อง รพช แบบไม่มี DF หรือ workload แม้ว่ามองผ่านๆ อาจดูไม่เป็นมิตร แต่ถ้าสนิทด้วยนานๆ ก็จะรู้ว่าไม่เป็นมิตรจริง
- วันนี้เสนอ classic case สำหรับเมษาหน้าร้อน "Heat Stroke"

- Heat emergencies เป็น spectrum of disease มีตั้งแต่ minor จนถึง life-threatening conditions
- ประกอบด้วย heat cramps → heat stress → heat stroke
- ที่สำคัญคือ progress ค่อนข้างเร็ว ถ้าให้การรักษาไม่ทันท้วงที

--------------------

🧠 Pathophysiology
- ร่างกายมีกลไก balance ระหว่าง
→ Heat production (metabolism, muscle work) และ
→ Heat loss (radiation, convection, conduction, evaporation)

- หากอากาศร้อน > 35 °C → radiation จะทำงานไม่ได้ ต้องพึ่งพากลไก evaporation แทน
- หาก humidity สูง → evaporation จะทำงานไม่ได้ เสี่ยงเกิดเป็น heat stroke ทันที
** ร้อน + ชื้น = trigger ให้เกิด heat stroke ได้ง่าย

Response to Heat Stress
- เมื่อ core temp ↑
→ Vasodilation + sweating
→ ↑ HR (compensate กับ stroke volume ที่ลดลง)
→ ↑ O₂ consumption
→ ↓ Heat production (behavioral + physiologic)

** ถ้ากลไกข้างต้นล้มเหลว → hyperthermia → cellular injury → SIRS-like state + DIC + M*F

--------------------

💊 Risk Factors

กลุ่มเสี่ยงหลัก
- ผู้สูงอายุ, เด็ก
- นักกีฬา, outdoor workers
- Dehydration, obesity
- ไม่มีเครื่องปรับอากาศ, poor social support

ยาที่ต้องระวัง
- Anticholinergic → เหงื่อไม่ออก
- Diuretics → hypovolemia
- β-blocker / CCB → ลด cardiac response
- Sympathomimetic / co***ne → ↑ heat production, vasoconstriction
- Alcohol → dehydration + impaired response

--------------------

⏱ Models of Heat Injury

(1) Classic (non-exertional)
- Elderly, chronic illness
- Onset ช้า : hours-days
- Electrolyte abnormality เด่น

(2) Exertional
- Athlete / labor
- Heat production > heat loss
- Rapid collapse

(3) Confinement hyperpyrexia
- เด็กในรถ
- Temp ในรถขึ้น 54-60 °C ภายใน < 10 นาที

--------------------

🌡️ Classification

🔹 Heat cramps
- ปวดกล้ามเนื้อ (calf, thigh) จาก electrolyte imbalance
- เกิดจาก Na / K / Mg imbalance + dehydration
- มักเกิดหลัง exercise + ดื่มน้ำเปล่าเยอะ
- ไม่ค่อยเกิด rhabdomyolysis ไม่มี morbidity รุนแรง
- Treatment : oral salt solution / sports drink, severe → IV NSS

🔹 Heat stress / exhaustion
- Malaise, dizziness, nausea
- Tachycardia, orthostatic hypotension, dehydration signs
- Temp < 40 °C ** No CNS dysfunction !!
- เป็น diagnosis of exclusion
- Treatment : remove from heat, fluid + electrolyte replacement, severe → IV NSS 1-2 L
** ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที พิจารณาเริ่ม cooling

🔹 Heat stroke
- 2 criteria สำคัญได้แก่ temp > 40 °C และ altered mental status
- CNS dysfunction ที่เจอได้ เช่น ataxia, delirium, seizure, coma
- อาจพบ sweating ได้ ไม่จำเป็นต้อง anhidrosis
- DDx sepsis, CNS infection, endocrine crisis, toxidrome

--------------------

Management

🚑 Prehospital care
- เอาผู้ป่วยออกจาก heat source + เริ่ม cooling ทันที
- IV fluid ถ้ามี hypotension
- Check glucose

🏥 ED care
- Cool fast + support organs **
- Monitor core temp (re**al probe)
- IV fluid → maintain perfusion
- Check glucose

--------------------

❄️ Cooling Techniques

Evaporative cooling
- Foggy & fan : สเปรย์น้ำเย็น + เป่าพัดลม
- Effective + ทำง่าย
- ถ้า shivering ให้ short-acting benzodiazepines ได้

Ice water immersion
- ลด temp ได้เร็วมาก โดยเฉพาะใน young exertional
- แต่ทำให้การ resucitate ยากขึ้น monitor ลำบาก

Other methods
- ใช้เป็น adjunct only ห้ามใช้เดี่ยวๆ **
- Ice packs
- Cooling blanket
- IV cold fluid

Target
→ ลด core temp ให้ได้ประมาณ 39 °C
→ เนื่องจากอาจเกิด overshoot hypothermia ตามมาได้ !!

--------------------

⚠️ Complications

Early
- Hypotension
- Rhabdomyolysis
- Delirium / seizure

Late
- AKI (rhabdo + hypovolemia)
- DIC
- ARDS
- Hepatic injury (AST / ALT peak 24-72 hr)

** ถ้าให้สารน้ำแล้ว BP ยังไม่ดี แนะนำ dopamine / dobutamine
การให้ norepinephrine อาจทำให้การ cooling แย่ลงจาก vasoconstriction
** Prognosis แย่ถ้ามี coma, anuria, CV collapse

--------------------

🏁 Disposition
- Heat cramps / mild exhaustion → discharge
- Heat stroke → ICU
- Unstable / intubated → ICU

--------------------

🛡️ Prevention
- หลีกเลี่ยง heat exposure
- Oral hydration
- สวมเสื้อผ้าบางๆ ระบายอากาศได้ดี
- หลีกเลี่ยง alcohol
** เปิดเครื่องปรับอากาศ

--------------------

🔚 Take-Home Message
- Heat emergencies เป็น spectrum of disease → อย่ารอจนกลายเป็น heat stroke
- Heat stroke = time-sensitive emergency = hyperthermia + CNS ต้องรีบรักษาทันที
- Cooling = life-saving intervention
- Delay cooling = ↑ mortality
- Pathophysiology = SIRS + coagulopathy + M*F → clinical sepsis-like !!

่าเริง

เมื่อเวรมันว่าง เลยขึ้นไปลองพรีเซนท์เล่นๆ แต่งานนี้ผมทำร่วมกับ service plan sepsis นะครับ ต้องออกใหม่รึเปล่าปล ไม่ได้สัง...
11/04/2026

เมื่อเวรมันว่าง เลยขึ้นไปลองพรีเซนท์เล่นๆ แต่งานนี้ผมทำร่วมกับ service plan sepsis นะครับ ต้องออกใหม่รึเปล่า

ปล ไม่ได้สังกัดงานอุบัติเหตุฉุกเฉินด้วย งาน = ส่วนนึงของกลุ่มการพยาบาล หรือทุกคนเข้าใจว่าผมเป็นพยาบาล อะเป็นก็ได้ 555 🤓

Rerun ให้เข้า theme 7 วันอันตราย
11/04/2026

Rerun ให้เข้า theme 7 วันอันตราย

7 วันอันตราย หรือจะสู้ KFC 1 แถม 1 🐓🐓
11/04/2026

7 วันอันตราย หรือจะสู้ KFC 1 แถม 1 🐓🐓

เห็นแวบแรกตกใจ ตั้งสติใหม่ ดูแวบถัดไป ตกใจเหมือนเดิม 555 🫪
10/04/2026

เห็นแวบแรกตกใจ ตั้งสติใหม่ ดูแวบถัดไป ตกใจเหมือนเดิม 555 🫪

 #ไม่เลือกงานไม่ยากจน ราชวิถี ตัวตึงโซน 8
10/04/2026

#ไม่เลือกงานไม่ยากจน ราชวิถี ตัวตึงโซน 8

🏥 เปิดรับสมัครเพื่อนร่วมทีม! อาจารย์แพทย์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ 🩺✨

คุณคือคนที่เรากำลังมองหาอยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณมี Passion ในงานฉุกเฉิน และอยากเติบโตไปกับโรงพยาบาลระดับ Flagship ของกรมการแพทย์... มาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงกับเราที่นี่!🔥🔥

เราเปิดรับสมัคร อาจารย์แพทย์ 3 อัตรา ที่มีความสนใจพิเศษในด้าน: Prehospital Care, Critical Care, Toxicology, Medical informatics/AI & data sci, Quality Management

ทำไมต้องที่ราชวิถี?
✅ บรรจุเป็นข้าราชการ/พนักงานกระทรวงพร้อมสวัสดิการครบ
✅ สนับสนุนการศึกษาต่อและดูงานต่างประเทศ
✅ สังคมการทำงานแบบพี่น้อง Work-Life Balance ที่ทำได้จริง
✅ เดินทางสะดวกสุดๆ ใจกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ ติด BTS และแหล่งของกินเพียบ!

เปิดรับสมัคร: วันนี้ - 10 พ.ค. 2569 📌 สัมภาษณ์: 19 พ.ค. 2569

ใบสมัครและคุณสมบัติ : https://drive.google.com/drive/folders/14WAY4_MK1WuWNrBZLkpjEybFCkA1xWvG

ส่งเอกสารและรายละเอียดการสมัครได้ที่: https://forms.gle/hUKH1dGTbvCH126g8

มาร่วมเป็นทีมเดียวกันกับเรานะฮะ อนาคตที่สดใสรอคุณอยู่ 😎

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ER ร่าเริงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์