ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrin

ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrin A medical music therapist with a master's degree and certification in NMT no. 5344 A Trained Music Therapist, Thailand

ไม่มีใครสามารถ “ได้ทุกอย่าง” ที่ตนปราถนาในเวลาเดียวกันความ “อยาก” เป็นกิเลิสตามธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีใครสามารถหนีพ้นได้ ...
09/12/2025

ไม่มีใครสามารถ “ได้ทุกอย่าง”
ที่ตนปราถนาในเวลาเดียวกัน

ความ “อยาก” เป็นกิเลิสตามธรรมชาติของมนุษย์
ไม่มีใครสามารถหนีพ้นได้ เราทำได้เพียง
ไม่ปล่อยให้มันคลอบงำเราเท่านั้น

แม้แต่กิเลสดีอย่าง “ความเพียร” ก็ทำร้ายเราได้
หากเราหมกมุ่นในกิเลสนั้นจนเกินพอดี

การเข้าใจและรู้เท่าทันกิเลศก็สามารถใช้เป็นตัวกำหนดได้ว่า
ใครสามารถเป็นผู้มี “คุณธรรม” ได้มากกว่ากัน
และ “สมองส่วนหน้า” ของใครมีประสิทธิภาพกว่ากัน

ขอยกตัวอย่างจากคุณธรรมที่เรียกว่า “ความซื่อสัตย์”
ในยุคที่ของโลกแบบ hallucinations นั้น
ท้าทายคุณธรรมข้อนี้เหลือเกิน
อันไหนจริง กันไหนปลอมกันนะ?

หากชีวิตเจอทางแยกที่เราต้องเลือกระหว่าง
ซื้อสัตย์กับมาตรฐาน “คุณธรรมของตนเอง”
หรือจะเลือกซื่อสัตย์กับ “ใจตัวเอง”
เราจะเลือกอย่างไหน?

หากการเลือก “ใจตัวเอง” อาจทำให้เรา
“สูญเสียความเป็นผู้มีคุณธรรม”
และในขณะที่การเลือกยึดถือในคุณธรรม
อาจทำให้เรา “ใจสลาย” ………
แล้วเราจะเดินหน้าไปทางไหน
จะ “ผิดต่อตนเอง” หรือจะ “ผิดต่อคนอื่น” ดีนะ?

(ถึงท่อนนี้ร้องไห้ได้เลยอนุญาตค่ะ)

และเพื่อที่จะเลือกเส้นทางแยกนี้
นี่คือหน้าที่ของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex: PFC)
สมองส่วนที่ “ไม่ได้” มีไว้เพียง “ยับยั้งชั่งใจ” เท่านั้น
แต่เป็นสมองส่วนที่ทำหน้าที่เป็น CEO ของชีวิต

🧠 ทำหน้าที่ประคับประคองความสนใจ (attention)
🧠 ตัดสินใจ (Decision making)
🧠 ใส่ใจ (Emotional regulation)
🧠 เลือกพฤติกรรมเป้าหมาย (Goal setting)

🧠 ในขณะที่ก็ต้องควบคุมประเภท
และระดับของพฤติกรรมไปด้วย (Self-control)

🧠 ในระหว่างนั้นเองก็ต้องดึงเอาประสบการณ์เดิม
ออกมาประมวลผล (working memory)
เพื่อเลือกการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ดีที่สุด

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “กำลังสติปัญญา” หรือ “Intelligence”
และหากมันผิดปกติไป อาจทำให้เกิดภาวะเหล่านี้

⭕️ ยากลำบากในการกำหนดเป้าหมายระยะยาว
หรือความสามารถในการมีวิสัยทัศ มองการไกล
และคากการณ์ consequence ของผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
⭕️ หุนหันพลันแล่น ขาดคสามยับยั้งชั้งใจ
ในการแสดงอารมณ์และพฤติกรรม
⭕️ สูญเสียแรงจูงใจในชีวิต
⭕️ อารมณ์แปรปรวน
⭕️ ขาดประสิทธิภาพในการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ
⭕️ มีปัญหาในการใช้สมาธิจดจ่อ
และรักษาความสนใจต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
⭕️ มีปัญหาในการวางแผนและความจำ

Reference: Care at Cleveland Clinic

และเพื่อที่จะ “หักห้ามใจ” ออกจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป
เพื่อ “แลก” สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา นี่เป็นหน้าที่ของ PFC

บางครั้งเราก็เลือกที่จะ “ปวดใจในระยะสั้น”
แทนการปวดหัวในระยะยาว
และบางครั้งเราก็อาจเลือกการ “สูญเสียในระยะยาว”
แทนการ “พอใจในระยะสั้น” ได้เช่นเดียวกัน

ไม่มี “ผิด-ถูก” ที่แท้จริงในเรื่องนี้
เพราะเราวางข้อกำหนดของคุณธรรม
และความซื่อสัตย์ไว้ต่างที่ ต่างบริบทกัน

ความซื่อสัตย์ยังคงเป็นคุณธรรมที่ถูกยึดถือกันมาอยู่วันยันค่ำ
แต่เราลืมไปว่า ความซื่อสัตย์นั้น มิได้เป็นคุณธรรมที่มีเพียงมุมเดียว
หากแต่สามารถเป็นคุณธรรมที่ “คำจุน” (สังคม)โลก ให้สงบสุขได้
และสามารถ “ค้ำใจ” ให้เรามีชีวิตอยู่ต่อย่างภาคภูมิด้วยเช่นเดียวกัน

ไม่อยากละทิ้งหัวใจตัว แต่ก็ไม่อยากให้คุณธรรมเสื่อมเสีย
ท่าน “ไม่สามารถ” มีทั้งสองอย่างนั้นพร้อมกันได้เมื่อถึงทางแยก

ดังนั้นหากเราต้องเลือกระหว่างความ พอใจ กับความปวดใจ
จงสังเกตตนเองดูเถิดว่านิยามคำว่า “ซื่อสัตย์” ของท่านนั้นอยู่ตรงไหน

“ซื่อสัตย์ต่อคนทั้งโลก หรือ ซื้อสัตย์ต่อตนเอง”
เพราะไม่มีใครสามารถ “ได้ทุกอย่าง” ที่ตนปราถนาในเวลาเดียวกัน

“คนเรามีปมกับสิ่งใด มักใส่ใจที่จะต่อสู้กับสิ่งนั้น?”จริงไหมนะ……? วันนี้จึงมาชวนคิดเรื่องนี้คงเป็นเพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชา...
08/12/2025

“คนเรามีปมกับสิ่งใด มักใส่ใจที่จะต่อสู้กับสิ่งนั้น?”
จริงไหมนะ……? วันนี้จึงมาชวนคิดเรื่องนี้

คงเป็นเพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเผชิญ
และออกจากเรื่องนั้นด้วยตนเอง(ไหมนะ)
เราจึงมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

หรือจริง ๆ แล้วเพราะเรายังจมอยู่
และยังไม่สามารถออกจากมันได้
เราจึงใช้สิ่งนั้นเป็นโล่กำบังปมในใจนี้ไว้

แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า
การเรียนรู้และเข้าใจ “ปมชีวิต” ของเรานั้น “ถูกต้อง”

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ออกมาการสอน “ทักษะชีวิต”
แนวคิดทางจิตวิทยา หรือวิธีเป็นบ้าอย่างมีศิลปะ
แต่เราจะทราบได้อย่าไรว่า…บุคคผู้นั้น
มีคุณสมบัติที่เราจะเชื่อถือได้?

ขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจอย่างง่าย
Style Mayrin ที่อยากทำเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย

ตัวเองก่อน

ด้วยความเป็น Perfectionist แบบลักษณ์ 1 INFJ
คำว่า “ง่าย” เป็นคำที่เรายอมรับได้ยากมาก
เพราะในชีวิตของคนสมบูรณ์แบบที่ต้องต่อสู้
กับความขาดแคลนหลายด้านในชีวิต
การใช้คำว่า “ง่าย” เพื่ออธิบายสิ่งที่ได้มานั้น
เป็นสิ่งที่เราแทบบจะไม่สามารถยอมรับได้เลย

แม้ปากจะบอกว่า “ง่ายนิดเดียวเอง”
แต่ความเป็นจริงแล้ว มันผ่านการทำงานยาก ๆ
ทั้งภายนอกนและภายใน ที่ไม่สามารถแบ่งเวลา
มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ใครรู้

ดังนั้นเราจึงถนัดในการ
ทำเรื่อง “ยาก” ให้เป็นเรื่อง “ง่าย”
และนี่คือที่มาของชื่อ page
“ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrin”

#โล่กำบังปม

ไม่ผิดหรอกรู้ไหม ที่จะใช้ปมเป็น “โล่กำบัง” ให้ตัวเอง
และเลือกที่จะอยู่ตรงนั้นต่อไปหรือตลอดไป
เพราะนี่คือ “ตัวตน” ของท่าน

ปมสามารถเป็น “เชื้อเพลิง” ที่เผาไหม้
ให้พลังงานในการขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า
และในมันก็สามารถเป็น “เชื้อไฟ”
ที่เผาตัวเราให้มอดไหม้ไปเลยก็ได้
โดยมีคำวิจารณ์จากคนอื่นเป็นแรงกระทำ

จงระวัง ความเชี่ยวชาญในปมของเรา
จะไปส่งเสริม ego ของตัวเอง
ว่า “กูนี่แน่” กูคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุด
ไม่มีใครเจ็บปวดเท่ากู ผ่านมาได้เท่ากู

Hello วัยรุ่น พักก่อนค่ะ!!!
คุณมึงเก่งมากที่ผ่านเรื่องนั้นมาได้ด้วยตนเอง
และนั่นเป็นบริบทของคุณมึงเอง
และคุณมึงไม่สามารถเอาบทเรียนกรรมของตนเอง
ไปส่งสอนใครได้ นอกเสียจากการ “เล่าให้ฟัง”

การสอน “ทักษะชีวิต” นั้น
ไม่เหมือนการสอนบทเรียนในตำรา

ทว่าหากท่านเป็นครูอาจารย์ ก็ขอให้ท่าน
ทำหน้าที่ในการสอนตามตำราของท่านอย่างตั้งใจ
แต่หากพูดถึงเรื่องการ “สอนชีวิต”
ท่านสอนใครไม่ได้หรอก

แต่ท่านสามารถ “เป็นแบบอย่างได้”
ท่านสามารถ “แบ่งปัน” เรื่องราวได้
ท่านเป็น “กระจก” เป็น “หนังเรื่องหนึ่ง”
ให้อีกคนได้รับชมรับฟังได้

แต่ไม่มีทางเลยที่ท่านจะสอนให้ใคร
เข้าใจ “ชีวิตของเขา” เพราะนั่นคือชีวิตเขา
ได้อย่างที่ท่านเข้าใจชีวิตตนเอง
นั่นเพราะแต่ละคนมี “ทรัพยากรณ์” ในการ
เผาผลานและย่อยเรื่องราว บทเรียนชีวิตต่างกัน

อย่าได้ไป “ประท้วง” วิธีการใช้ชีวิตของใคร
หรือประท้วงความคิดเห็นของใคร
หากท่านยัง “ไม่สามารถเป็นแบบอย่างได้”

เช่น…หากท่านน้ำหนักตัวมาก
แต่ท่านต้องสอนคนให้ลดน้ำหนัก
มันคงเป็นเรื่องยากหน่อย
ที่จะ convince ให้ใครเชื่อว่า
ท่านมีความสามารถนั้น

แต่หากท่านมีคุณสมบัติในเรื่องที่ท่านจะสอน
คำอธิบายอื่นใดนั้นก็ไม่จำเป็น
เพราะผู้คนจะเฝ้าสังเกตท่าน
และอยากเรียนรู้วิธีของท่านด้วยตัวเขาเอง

ที่สุดแล้วทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้
ล้วนสามารถ “สอนทักษะชีวิตให้แก่ท่านได้”
ทว่าเรื่องนี้ประเด็นมันอยู่ที่ “ตัวท่าน” ต่างหาก
ว่าท่านจะมีความสามารถในการแยกแยะ
และเลือกที่จะเชื่อถือสิ่งที่ท่านเห็น
เรื่องที่ท่านได้ยิน นั้นแค่ไหน

ปัจจัยอีกประการที่อาจทำให้ท่านฟังเขามากขึ้น
สนใจชีวิตของเขามากขึ้น
คลุ่นคิดกับเรื่องราวของบุคคลนั้นมากขึ้น
คือคนผู้นั้นมีปมแบบเดียวกับที่ท่าน
กำลังเผชิญอยู่หรือไม่?

หาก “ใช่” ชีวิตของเขาจะน่าสนใจขึ้นมาทันที
และทันใดนั้นเองเขาก็ได้กลายเป็น
“ครูของท่าน” เรียบร้อยแล้ว

“คนเรามีปมกับสิ่งใด มักใส่ใจกับสิ่งนั้น”
บุคคลนั้น เรื่องราวนั้น ชีวิตเช่นนั้น
เพราะท่านและเขาเกี่ยวโยงกันด้วย “ปมเดียวกัน”
ทั้งมิตร ศัตรู ครูอาจารย์ วิญญาณ และสัมภเวสี

“ปม” เป็นเพียงจุด Peak experience ของชีวิตเท่านั้น
“ปม” ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจาก Life experience ที่เราให้ความสำคัญ
“ปม” เป็นเพียงเรื่องราวที่ท่านเลือกที่จะใส่ใจ
“ปม” เป็นเพียง Mental Complex
และก็เพราะปม ท่านจึงมีเชื้อเพลิง
ที่จะพาตัวเองก้าวไป
และก็เพราะปม ท่านจึงมีเชื้อไฟ
ในการเผาตัวตนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป

#คนมีปม

"วิธีกลับไป พอใจ ในตนเอง"จงเป็นตัวเองเท่าที่เราอยากจะเป็นและเช่นกัน เราย่อมอยากเป็นคนอื่นได้ เท่าที่เราสามารถจะเป็นการตา...
30/11/2025

"วิธีกลับไป พอใจ ในตนเอง"

จงเป็นตัวเองเท่าที่เราอยากจะเป็น
และเช่นกัน เราย่อมอยากเป็นคนอื่นได้
เท่าที่เราสามารถจะเป็น

การตามหาตัวเองนั้น ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลย
หากเรา “ยอมรับ” ตัวเองได้

แต่ทว่า การยอมรับตัวเองนั้น
ยากเย็นเหลือเกิน
ยากเย็นมากกว่าการมองหาตัวตน
ของตนเองจากเงาของคนอื่น
และนี่คืออาการของการ “เปรียบเทียบ”

การมีคนอื่นเป็นมาตรฐาน จึงเป็นสิ่งที่ง่ายกว่า
แต่ที่ง่ายกว่านั้น คือการ “วิจารณ์สิ่งที่คนอื่นเป็น”

ยามที่เรามองไม่เห็นตนเอง
คนอื่นจะชัดเจนกว่าเสมอ

และเมื่อยามที่เรามองเห็นตัวเอง
ความ “ไม่พอใจ” ในตนเองมักชัดเจนกว่าเสมอ

และความไม่พอใจนี้เองที่เป็นทางแยก
ของการ “พัฒนาตัวเอง”
กับ การกลับไป “เพ่งเล็งไปที่คนอื่น”

เพื่อทำให้ตัวเองกลับมา “พอใจ” ให้ได้
มีเพียงเส้นทางของการ “พัฒนา” หรือ “ยอมรับ” เท่านั้น

เส้นทางอื่นใดนั้น
ช่วยท่านให้พอใจในตนเอง ไ ม่ ไ ด้

การพัฒนานั้นใช้ความพยายาม
ในขณะที่การยอมรับใช้เพียงความ “สงบนิ่ง”

แต่…ท่านต้องไม่สับสนระหว่าง
“การยอมรับ” กับ “การยอมจำนน”
อาการของทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกันมาก

ในขณะที่การยอมรับทำให้จิตใจเท่าสงบนิ่ง
แต่การยอมจำนนกลับทำให้จิตใจท่านเหี่ยวเฉา
เมื่อใจท่านเหี่ยวเฉา ท่านก็จะกลับไปเพ่งเล็งคนอื่น
และเมื่อนั้นตัวท่านก็จะหายไปในที่สุด

ดังนั้นแล้วจงเป็นตัวเองแบบที่เรา “อยากยอมรับ”
และใช้ความสามารถในการ “เป็นแบบคนอื่นได้”
เท่าที่เราอยากเป็น

เราสามารถ “อยากเป็นเหมือนคนอื่นได้”
แต่จงระวังใจของท่าน!!!!

จงระวังว่าท่านไม่จำเป็นต้อง
“ทำลาย” ต้นแบบของท่าน
เพื่อลดระดับความพยามของตัวเองลง
เพียงเพราะการเป็นให้ได้แบบเขานั้น
ยากเกินไปสำหรับท่าน

สิ่งที่ท่านต้องทำเพียงอย่างเดียวคือ “พยาม”
คือ “พยายามเป็นให้ได้อย่างเขา”
หรือ พยายามกลับไป “ยอมรับ” สิ่งที่ตัวเองเป็น
และความ “พอใจ” ย่อมเกิดขึ้นเอง

รู้ไหม???
เราไม่ได้ต้องการอยากเป็นใครหรอก
นอกจากเป็นเราเอง

ที่สุดแล้วเราแค่ต้อการ “พอใจ” ในตัวเองเท่านั้น
พอใจที่ตัวเองได้ใช้ความ “พยาม” เป็นในแบบที่อยากเป็น
พอใจที่ตัวเอง “ยอมรับ” ตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็นได้
ก็แค่นั้น…….

#เธอเก่ง

Music Therapy First Aid
28/11/2025

Music Therapy First Aid

🎶 ดนตรี... ช่วยอะไรได้บ้างในเวลานี้? ไม่ใช่แค่การฟังเพลงเพื่อลืมความทุกข์ แต่ดนตรีคือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วย "จูน" ระบบประสาทให้กลับมาสมดุล (Regulation) สร้างความรู้สึกปลอดภัย และเป็น "ภาชนะ" ที่โอบอุ้มความรู้สึกที่เราอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

ผมได้เขียนบทความเรื่องการใช้ดนตรีเพื่อปฐมพยาบาลทางใจ (Music Pschological First Aid - MPFA) ในภาวะวิกฤต และการใช้ "กิจกรรมดนตรีบำบัดดูแลใจฉบับทำเองที่บ้าน" ไว้ในเว็บไซต์ครับ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องเล่นดนตรีเป็นก็ทำได้:
✅ เทคนิคการฮัมเพลง (Humming) เพื่อกระตุ้นระบบประสาทผ่อนคลาย
✅ หลักการเลือกเพลง (Iso-Principle) เพื่อระบายและปรับอารมณ์
✅ การสร้างความมั่นคง (Grounding) ผ่านจังหวะ
✅ กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

อ่านบทความฉบับเต็ม และรู้วิธีดูแลใจตัวเองและคนข้างๆ ได้ที่บทความนี้ครับ 👇 (ลิงก์อยู่ในคอมเมนต์แรกนะครับ) 👇

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ครับ

ชลัช (หมู) นักดนตรีบำบัด

#ดนตรีบำบัด #ฟื้นฟูใจหลังน้ำท่วม #สุขภาพจิต

วันนี้มีคนมาถามครูเมพอดีว่าอยากเรียนดนตรีบำบัด แนะนำที่ไหน หลักสูตรนี้เลยค่ะ คุ้มค่าแก่ชีวิตและความฝันแน่นอน
19/11/2025

วันนี้มีคนมาถามครูเมพอดีว่าอยากเรียนดนตรีบำบัด แนะนำที่ไหน หลักสูตรนี้เลยค่ะ คุ้มค่าแก่ชีวิตและความฝันแน่นอน

🎶✨ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่!
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีบำบัด (M.A. in Music Therapy)
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

🎓 เรียนรู้ศาสตร์แห่ง “ดนตรีที่ดูแลมนุษย์ด้วยหัวใจ”
ผสานศิลปะ ดนตรี และจิตวิทยา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกช่วงวัย
พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบำบัด ฟื้นฟู และสร้างสุขภาวะทางใจ 🌈

📅 รับสมัครตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 – 31 มกราคม 2569อ
💰 มีทุนการศึกษาและทุนวิจัยสนับสนุน
🎼 เปิดรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (หรือเทียบเท่า) ที่มีพื้นฐานด้านดนตรี
สนใจสมัคร link ในคอมเมนต์
สอบถามเพิ่มเติม
📞 โทร. 088-062-0133
📩 musictherapykku@gmail.com

Facebook: Master of Arts Program in Music Therapy, Khon Kaen University

#ดนตรีบำบัด #เรียนต่อมข #บัณฑิตวิทยาลัยมข #ดนตรีบำบัดมข #เรียนดนตรีเพื่อคนอื่น #ศิลปะเพื่อการบำบัด

เส้นแบ่งระหว่าง “ความฝืน” กับ “ความพยายาม”ในขณะที่โลกกำหนดให้ความเพียร “พยายาม” มุ่งมานะ เป็นคุณสมบัติที่ดี แต่กลับกำหนด...
13/11/2025

เส้นแบ่งระหว่าง “ความฝืน” กับ “ความพยายาม”

ในขณะที่โลกกำหนดให้
ความเพียร “พยายาม” มุ่งมานะ เป็นคุณสมบัติที่ดี
แต่กลับกำหนดให้ “ฝืน” ถูกตีความหมายว่าเป็นลบ
ทั้ง ๆ ที่คุณลักษณะของทั้งสองพฤติกรรมนั้น
เหมือนกันจนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้

ทั้ง “พยายาม” และ “ฝืน”
ใช้กำลังอย่างมากนะ
ใช้ความอดทน ใช้ความหวัง
ใช้ทั้งแรงกาย และแรงใจ
ในน้ำหนักที่ไม่ได้ต่างกันเลย

แล้วทำไมการ “ฝืน” ถูกมองว่าแย่
ในขณะที่ความ “พยายาม”
กลับเป็นที่สิ่งที่ถูกส่งเสริมว่า ค ว ร ทำ

บางที “ฝืน” อาจเป็นแค่
“ความพยายามที่เหนื่อยล้า”
เพียงเพราะพบว่าผลที่คาดหวัง
ไม่สัมพันธ์กับแรงที่ลงไป

บางคนอาจถูกหลอกให้
“พยายาม” ทั้ง ๆ ที่ “ใจกำลังฝืน”
ในขณะที่การ “ฝืนใจ” ของบาคน
อาจหมายถึงเขากำลังพยายามอยู่

นกที่พยายามจะว่ายน้ำ
ปลาที่พยายามจะบิน
เรื่องนี้ผิดที่ตรงไหนนะ ?

ทำไมการเกิดเป็นปลาแล้ว
นึกอยากจะบินถึงกลายเป็นเรื่องตลก!!!
เพราะปลาไม่คู่ควร หรือเพราะจริง ๆ แล้ว
ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของปลาที่จะบินได้
ซึ่งนั่นก็จริง….แต่….เราอาจกำลังดูถูกสติปัญญา
ของ “ปลาบางตัว” อยู่หรือเปล่านะ?

อาจจะใช่ ที่การบินขึ้นไปบนฟ้า
สำหรับปลานั้นไม่ใช่เรื่องปรกติ
แต่ถ้าหากมีปลาสักตัวหนึ่ง
“ฝืน” ธรรมชาตินั้นแล้วบินได้ขึ้นมาล่ะ?

ถ้ามันบินขึ้นจากน้ำแล้วตาย
เราคงบอกว่ามันกำลัง “ฝืน”
แต่ถ้ามันบินขึ้นมาแล้ว “รอด”
นั่นแหละ ความพยายาม

เห้ย!!! มันเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ ?
ฝืนอาจเป็นจุด break point
ของความพยายามรูปแบบหนึ่งก็ได้

“ฝืน” และ “พยายาม”
ตัดกันแค่สิ่งที่ทำนั้นมัน “ล้มเหลว”
หรือ “ประสบความสำเร็จ” เท่านั้นหรือ?
แล้วระหว่างทางล่ะ? ระหว่างทางจะเรียกมันว่าอะไร

จำเป็นแค่ไหนที่ทุกการฝืนจะนำสู่ความ “ล้มเหลว”
หรือทุกการพยายามจะนำสู่ความ “สำเร็จ”

เหนื่อย……. เชื่อเถอะ
ทั้ง พยายาม และ ฝืน
เป็นสิ่งที่นำพาความเหน็ดเหนื่อย
มาให้เราทั้งสิ้นอย่างแน่นอน

จุดตัดอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า
เราเรียกการลงมือทำนั้นว่าอะไร
“พยายาม” หรือ “ฝืน”
แต่มันอยู่ที่ว่าเรา “ตั้งจิต” แบบไหน
กับการลงแรงลงใจ “เพื่อสิ่งนั้น”
มันมีค่าแค่ไหน กับการที่เราจะฝืนและพยายาม
ไปตลอดเส้นทางเพื่อให้ได้มันมา

และเชื่อเถอะ มันจะมีทั้งวันที่เรารู้สึกว่า “เราฝืน”
และวันที่เรารู้สึกว่ากำลัง “พยายาม” อยู่นั่นแหละ

จุดตัดดมันอยู่ที่ไหนรู้ไหมเพื่อน?
อยู่ที่เรา “ยอมแพ้แล้วหรือยัง”?

เธอทั้งหลาย….
“การยอมแพ้” ไ ม่ เ ท่ า กั บ “ความล้มเหลว”
การยอมแพ้ เป็นแค่ “ระยะทำใจ” ของการ “ยอมรับ”

เราแค่ต้องยอมรับว่าเรามาไกลได้เท่านี้
เราได้ใช้ทั้งความ “ฝืน” และ ความ “พยายาม”
ทั้งหมดของเราแล้ว แต่สิ่งนั้นแค่ไม่เป็น “ดั่งหวัง”

แต่เรามีสิทธิ์ที่จะหวังนะเพื่อน ไม่สิ…..!!!
“เราอยู่ได้ด้วยความหวัง” ต่างหาก

แล้วจะรออะไรล่ะ??? ในเมื่อหวังแล้ว
ก็ “ฝืน” มันให้เต็มที่ไปเลย!!!!
พยายามให้จนสุดขีดความสามารถ
และยอมรับกับทุกผลลัพธ์ที่ได้มา
มันอาจหน้าตาไม่เหมือนอย่างที่เราหวังก็ได้

แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันอย่างเต็มที่ไม่ใช่เหรอ
จริง ๆ แล้วแก “ได้มันมาแล้ว” นะรู้ไหม
แต่ผลลัพธ์มันแค่หน้าตา “ไม่เหมือนอย่างที่แกหวัง”
ก็เท่านั้นเอง เพราะสิ่งที่แกได้มา
คือแกคนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเว้ย!!!!

#ดนตรีบำบัด

เรียนเชิญทุกท่านค่ะ
05/11/2025

เรียนเชิญทุกท่านค่ะ

🎵✨ อบรมเชิงปฏิบัติการ “ดนตรีบำบัด: การดูแลมนุษย์ด้วยหัวใจ” ✨🎶

เตรียมพบกับการเรียนรู้เชิงลึกจาก Professor Dr. Amelia Oldfield
นักดนตรีบำบัดชั้นนำระดับโลก พร้อมทีมนักดนตรีบำบัดไทยจากสาขาดนตรีบำบัด 🎻💙

🎯 เนื้อหาครอบคลุมทั้ง
- ดนตรีบำบัดในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะท้าย ผู้ป่วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู และผู้ที่มีความต้องการพิเศษ
- เทคนิคและกระบวนการดนตรีบำบัดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้จริง
- การฝึกปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

📅 วันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568
📍 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
⏰ เวลา 09.00 – 17.00 น.

💰 ค่าลงทะเบียนเพียง 2,000 บาท เท่านั้น!
🟡 สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ผ่าน QR Code ในภาพหรือ link ในคอมเมนต์
📩 สอบถามเพิ่มเติม: โทร. 085-595-2615
หรือ Email: Pongbou@kku.ac.th

มาร่วม “เรียนรู้ดนตรีบำบัด” ที่จะเปิดหัวใจของคุณให้เข้าใจมนุษย์ยิ่งขึ้น 💛

#ดนตรีบำบัด #อบรมบัณฑิตวิทยาลัยมข

Music Therapy and Grief and Mourning ดนตรีบำบัดในความโศกเศร้า และ การไว้ทุกข์การใช้ “ดนตรี” ดูแลใจในภาวะ โศกเศร้า โดยอิง...
25/10/2025

Music Therapy and Grief and Mourning
ดนตรีบำบัดในความโศกเศร้า และ การไว้ทุกข์

การใช้ “ดนตรี” ดูแลใจในภาวะ โศกเศร้า โดยอิงจากหลักการดนตรีบำบัด

🖤 ตามหลักการ

อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าดนตรีเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้เกิดความเชื่อมโยงทางความรู้สึก ทั้งภายในตนเอง และจากบุคคลสู่บุคคล กระตุ้นให้เกิดการระลึกถึงเหตุการณ์ที่กระทบใจทั้งดีและไม่ดี (conneting with memories) ดนตรียังกระตุ้นให้เกิดการปลอดปล่อยทางอารมณ์ขั้นสูงได้ (emotional expression) ด้วยกลไกของวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาดนตรี

การได้ปลอดปล่อยความรู้สึกทางใจ บวกกับผลกระทบทางประสาทวิทยาสามารถทำให้ฐานกายผ่อนคลายลงได้และช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายลงได้มาก

ดนตรีเป็นอีกหนึ่ง “ภาษา” อันเป็นเครื่องมือที่มาสามารถเพิ่มระดับความสนิทสนม และ การเห็นองเห็นใจกันระหว่างบุคคลได้ ผ่านการฟังเรื่องราวในบทเพลง จากองค์ประกอบทางดนตรีที่ถูกร้อยเรียงขึ้นมาแทนคำพูด และความรู้สึก ที่บางครั้งไม่สามารถหา “คำ” มาทดแทนได้เพียงพอ

ดนตรียังสามารถเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงทางจิตใจและจิตวิญญาณได้ มาตั้งแต่โบราณกาล การได้ทำกิจกรรมดนตรีร่วมกัน อยู่ในพื้นที่ ที่มีดนตรีเป็นสื่อกลางทำให้เกิด Hoding space และนั่นคือช่วงเวลาของการแบ่งปันความรู้สึกและการปลอมประโลม

Dr. Alan D. Wolfelt กล่าวไว้ดีมากว่า เป้าหมายของการข้ามผ่านความสูญเสียนั้นคือการ รู้สึก (feel) และ เผชิญหน้ากับประสบการณ์ (experience) กับความเจ็บปวด (Pain) ก่อนที่เราจะสามารถข้ามผ่านไปยังขั้นตอนของการเยียวยาได้

“The goal is to feel and experience the pain before we can move onto the next stages of healing”

โดยเสนอแนวทางการข้ามผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียนี้ไว้ 6 ขั้นตอน คือ

1. ยอมรับความเป็นจริงของ “ความตาย” คือการเข้าใจธรรมชาติว่า เรานั้นต้องตายทุกคน

2.โอบรับความเจ็บปวดและความสูญเสียนั้นไว้ โดยไม่ผักไส ไม่จำเป็นต้องรีบสดใส ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องเร่งกระบวรการเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนี้ แต่เป็นการอยู่และรับรู้กับมันไป

3. รำลึกถึงบุคคลผู้ล่วงลับ ด้วยการทบทวนเรื่องราวผ่านความคิด ผ่านสื่อกลาง

4. ค่อย ๆ ก่อสร้างตัวตนใหม่ของตนเองว่าต้องอยู่โดยไม่มีบุคคลที่รักนี้อีกต่อไปแล้ว

5. ค้นหาความหมายของการสูญเสีย และของคนที่รัก ว่าการมีอยู่ของเขานั้นมีค่ากับเราอย่างไร

6. เปิดรับการสนับสนุนจากผู้อื่น หรือสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเยียวยา

🖤 จากประสบการณ์

การเลือกปฏิสัมพันธ์กับเพลงที่มี “ความหมายกับความรู้สึกของเรา” เป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้เกิดการ ทบทวน ปลอดปล่อย โอบกอด ทุกความคิดและความรู้สึก ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการข้ามผ่านความสูญเสีย

เพลงบางเพลงอาจ “แทนใจเรา” พูดแทนเรา รู้สึกได้เหมือนเรา บอกเราให้เข้าใจบางอย่างได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โอบกอดความรู้สึกเราไว้ และในขณะนั้นเองที่การเยีวยาได้เกิดขึ้น

การได้ ฟัง เล่น และ ร้อง เพลงเหล่านั้น คือวิธีที่ดนตรีกำลังช่วยเยียวยาเรา
สำหรับนักดนตรี หรือผู้ที่มีทักษะทางดนตรีอีกระดับ การได้ แต่งเพลง ก็เป็นวิธีการปลอดเปลื้องความโศกนี้ได้เช่นเดียวกัน

ในดนตรีบำบัด การบันทึกเสียงร้องเพลงของผู้ป่วยและครอบครัว หรือคนที่รักเก็บไว้ โดยไม่จำเป็นต้องแต่งเพลงขึ้นมาใหม่ ก็ถือเป็นของชำร่วยแทนใจให้กับคนข้างหลังได้เช่นกัน

🎹 สำหรับนักดนตรีบำบัด

ดนตรีบำบัดไม่ได้อยู่ในเพียง “ความรื่นเริง” แต่เราอยู่ในทุกความรู้สึก รวมทั้งความโศกเศร้า ดังนั้นแล้วเรายังทำงานของเราต่อไปได้ตามปรกติ

ในทางกลับกัน นี่กลับเป็นโอกาสที่เราจะใช้ความสามารถและความเชี่ยวชาญนี้ของเรา กับอาวุธที่ทรงพลังอย่างดนตรี เพื่อเยียวยาคนหมู่มากผ่านความรู้ความสามารถของเรา

หากไปเจอคนไข้ที่ไม่อิน ก็ไม่ต้องตกใจ หรือพยายามพาเขาเข้าสู่สภาวะตามเหตุการณ์สังคม ให้ปฏิบัติตามแนวทางทางคลินิกที่เรามี ตามกฎระเบียบ สังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อให้เราทำ เพราะดนตรีอยู่ในทุกความรู้สึก อยู่ได้ทุกเหตุการณ์ของชีวิต รวมทั้งในการรักษา

🖤 สะท้อนความตาย

จริง ๆ แล้วความตายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะความตายไม่ได้มีแบบเดียว
ความตายทางใจ นำไปสู่ความตายทางสังคม และนำไปสู่ความตายทางจิตวิญญาณได้
ดังนั้นแม้ว่าเราจะยังไม่เผชิญความตายทางกายของตนเอง ก็ขอให้เราพึงตระหนักไว้ว่า เรานั้นต่าง “ต้องตายจากตัวตนของเราตลอดเวลา” ที่คือการตายก่อนตาย นี่คือการตายในขณะมีลมหายใจ

จริง ๆ ความตายคือธรรมชาติ เราตายจากตัวตนเดิม ๆ เพื่อเป็นคนใหม่ จึงทำให้เราต้องตายจากสังคมเดิม ๆ จิตใจเดิม ๆ หรือตายจากกลุ่มคนเดิม ๆ ไปด้วย

การตายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ชีวิตมนุษย์นั้นเคลื่อนไหว ดังนั้นนี่คือธรรมชาติที่เราต้องเข้าใจและรับทราบ ว่าไม่มีอะไรคงเดิมตลอดได้ไป และมีแต่สิ่งที่ตายแล้วเท่านั้นที่จะไม่พบกับความเปลี่ยนแปลง

🤍 ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ข้าพระพุทธเจ้าตัวแทนจากกลุ่ม The Cadence Music Therapy

Always on my mind 🤍🤍น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี...
25/10/2025

Always on my mind 🤍🤍

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ใครสนใจไปกันนะคะ
24/10/2025

ใครสนใจไปกันนะคะ

สมาคมดนตรีบำบัดประเทศไทย ร่วมกับโครงการ Sound of Hope และหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาดนตรีบำบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาวิชาดนตรีบำบัด วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาดนตรีบำบัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนาและเวิร์กช็อป
“IMPROVISE FOR HOPE: A Dialogue and Workshop – On Music for Recovery”
เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรีบำบัดเพื่อการเยียวยาและสร้างพลังใจ ผ่านการด้นสดทางดนตรี (Musical Improvisation)



🕐 วันเวลาและสถานที่จัดงาน

📅 วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568
⏰ เวลา 13.00 – 16.30 น.
📍 โรงเรียนดนตรีและศิลปะปิยภัชช์
ดูแผนที่: https://maps.app.goo.gl/7sEESWicyEPCsFRf9?g_st=ipc



กิจกรรมหลัก

SESSION 1 : A Dialogue of Hope
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักดนตรีจิตอาสาจากเมียนมา และสมาคมดนตรีบำบัดประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางดนตรีเพื่อการเยียวยา

SESSION 2 : Improvisation in Action
เวิร์กช็อปการประยุกต์ใช้เทคนิคการด้นสดทางดนตรี (Musical Improvisation) กับชุมชนผู้ประสบภัยและผู้คนในพื้นที่เปราะบาง



ลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน QR Code บนโปสเตอร์
ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น.
รับจำนวนจำกัดเพียง 10 ท่าน!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง inbox เพจสมาคมฯ



#ดนตรีบำบัด #สมาคมดนตรีบำบัดประเทศไทย

“ความพอใจในตนเองและวิถีสู่ความมั่งคั่ง”LIFE FEST 40+ Session การเงินโดยโคชหนุ่มก่อนไป content ขอชื่นชม vibe ของโคชหนุ่มก...
19/10/2025

“ความพอใจในตนเองและวิถีสู่ความมั่งคั่ง”

LIFE FEST 40+ Session การเงินโดยโคชหนุ่ม
ก่อนไป content ขอชื่นชม vibe ของโคชหนุ่มก่อน โคชหนุ่มคือ คนที่เต็มแล้วจึงให้ คนที่กล้าที่จะถูกเกลียด คนที่มี self-actualization แล้วไป transcendence คนที่มี Ikigai แล้ว คนที่มองโลกตามจริง ทำประโยชน์แก่ตนเองโดยไม่เอาเปรียบผู้อื่น

💰 สรุปสิ่งที่ได้แบบดิบ ๆ (พร้อมสไลด์ที่โคชหนุ่มแจกใต้โพสต์)

- การเกษียณ “แต่ละที่” ของแต่ “ละคน” ใช้เงินไม่เท่ากัน อย่าเอาตัวเลขของใครมาเป็นของตนเอง เช่น ถ้าเราวางแผนเกษียณที่จะอยู่ต่างจังหวัด เราก็ต้องใช้พื้นฐานของความน่าจะเป็นในการใช้ชีวิตในจังหวัดนั้นเป็นตัวคำนวณจำนวนมูลค่าสินทรัพย์ที่เราจะเกษียณ ไม่ใช่เอาตัวเลขคนเกษียณที่กรุงเทพ หรือ กรุงปารีส มาวัด

- ให้ทำรายการทรัพย์สิน - หนี้สินออกมาให้ชัดเจน ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาหาเงินไปเรื่อยโดยไม่รู้จุดหมาย (Mayrin’ reflection: หาแต่เงิน โดยไม่รู้ว่าจะต้องมีเท่าไหร่แล้วจึงจะ “พอใจ” กับ “กิเลส” ของตัวเอง จนลืมใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น ถ้าเรารู้ว่า ความพอใจของเราคือ เตี๋ยวเนื้อชามละ 80 บาท ไม่ใช่ เตี๋ยวทองส…..ชามละ 280 ก็สามารถทำให้เรารู้ว่าเราจะเลือกเอา “เวลา” ไปแลก “เงิน” มาซื้อมันแค่ไหน)

- “เงิน” ต้อง “ให้ตัวเองก่อนเสมอ” ซึ่งเงินที่ว่าให้ตัวเองนั้นคือเงินที่ตัดออกเพื่อสร้างสินทรัพย์ อย่างน้อย 10%

- อัตราการส่วนผ่อนชำระหนี้ต่อรายได้ไม่ควรเกิน 40%

- บิล fix rate ไม่ใช่หนี้ เช่น บัตรเครดิตที่รูดซื้อของแล้วจ่ายเต็ม ดังนั้นบัตรเครดิตที่จ่ายเต็มไม่ใช่หนี้ แต่ดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายคือหนี้

- การมีเงินสำรอง 6 เดือน สำหรับเงินฉุกเฉินไม่ได้ทำให้รวย แต่มีความเพียงพอสำหรับการตั้งสติ ทำให้ไม่สะดุด

- Check ว่าแต่ละปีรวยขึ้นหรือจนลง แบ่งตารางเป็นสองช่อง โดยซ้ายคือหนี้สิน ขวาคือทรัพย์สิน แล้วเอามาหักลบ = “ความมั่งคั่งสุทธิ” และเมื่อคำนวณแล้วส่วนต่างต้องใหญ่ขึ้น คือทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน

- ความเสี่ยงมี 2 แบบ คือสิ่งที่ไม่แน่นอน (ควบคุมไม่ได้) กับความผิดพลาดจากความไม่รู้ (ควบคุมได้)

- การวางแผนทางการเงินคือมองไปข้างหน้าและถอยมาในปัจจุบันว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไปถึงเป้า

- มองไปที่ “สภาพคร่อง” ให้มองที่ยอดติดลบว่ามีเท่าไหร่ทำสัดส่วนนี้ให้เล็กลงเรื่อย ๆ ผ่านการทำรายรับจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน

- ไม่ต้องรอให้หนี้เสียก็สามารถปรับหนี้ได้ โดยเอาตัวเลขหนี้ทั้งกระดานมาตั้งก่อนแล้ว

- ทำการเจรจาต่อรองกับธนาคารหรือเจ้าหนี้

- เงินคงเหลืออย่าทะลึ่งกิน! ให้สะสมแล้วปิดหนี้ตัวใดตัวหนึ่งไป

- ประกันชีวิตไม่จำเป็นถ้าไม่มีคนข้างหลัง

- การมีที่อยู่อาศัยของตัวเองเป็นเรื่องที่ดีในวัยเกษียณ = ทำบ้านของตัวเองรอไว้ เพราะการเช่าในช่วงวัยเกษียณที่ร่างกายเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้น้อยแล้วเป็นเรื่องลำบากและค่าใช้จ่ายสูง อย่าหวังให้ลูกหลานมาดูแล

- “ทำงานที่ทำให้ทำเงินได้มากกว่า 1 ครั้ง” เช่น สื่อการสอนที่เป็น digital ที่ทำให้เกิดทรัพย์สิน innovation ได้ส่วนแบ่งทางธุรกิจจากทรัพย์สินทางปัญญา

- ในวัย 40+ ถ้ามวลเงินใหญ่ขึ้น ไม่ต้องไปเสี่ยงแบบเด็ก ๆ

- อย่าลงทุนในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ คำถามที่อันตรายที่สุดืคือ “การถามว่ามีเงินอยู่ก้อนหนึ่งเอาไปทำอะไรดี” (ไม่มีความรู้ =เสี่ยง!!!!)

- Highly understanding highly return

💰 Mayrin’ reflection: ทั้งหมดทั้งมวลสะท้อนได้ว่า “การชัดเจนกับชีวิตตนเองเป็นหนทางนำสู่อิสระภาพทางการเงิน” การรู้เท่าทันกิเลสตัวเองว่ามากน้อยแค่ไหน ต้องดูแลใคร ดูแลผลลัพธ์ในชีวิตตัวเองแบบไหน อยากอยู่แบบไหน อยากตายแบบไหน นำไปสู่ “อิสรภาพทางการเงินโดยแท้” ไม่ใช่ “รวย” เพราะคำว่ารวยเป็นนามธรรม เป็นความพอใจส่วนบุคคลซึ่งวัดกันยากมาก และรวยมักถูกเปรียบจากปริมาณทรัพย์สินนั่นคือ “มูลค่า” ไม่ใช่ “คุณค่า” แต่ “อิสระภาพ” กลับเป็นสิ่งที่วัดกันง่ายกว่า และอิสระภาพคือ “คุณค่า”

💰 มองโลกตามจริง มนุษย์ต้องการทั้ง “มูลค่าจากทรัพย์สิน” และ “คุณค่าจากอิสระภาพ” นั่นแหละ เพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างผาสุขที่สุด ความผาสุขนำไปสู่คุณความดี ในขณะที่ความทุกข์นำมาแต่ภัย และเมื่อทั้งสองอย่างนั้นรวมตัวกันจึงเรียกว่าความมั่งคั่ง (Wealth) คือ “การเป็นอิสระจากการกังวลเรื่องทรัพย์สิน”

💰 ตัวอย่างของความไม่ผาสุขจากความทุกข์ทางกาย ในประเทศโลกที่อาหารขาดแคลน ปัจจัยพื้นฐานไม่ถูกเติมเต็ม ความ “ทุกข์ทางกาย” คงนำไปสู่ความสุขทางใจได้ยาก ผู้คนจึงไม่สามารถที่จะมีนำ้ใจ เห็นอกเห็นใจกันได้โดยง่าย การแก่งแย่ง การเอาตัวรอดจึงเป็น “ความจำเป็น” ในขณะที่ประเทศที่อุดมสมบูรณ์นั้นต่างออกไป
แต่…เดี๋ยวก่อน!!!! เราไม่อาจตัดสินได้ว่าความขาดแคลนทางกายนั้น นำไปสู่ความขาดแคลนทางใจได้เสมอไป เพราะในขณะที่ประเทศที่ข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวเช่นนี้ ก็ยังเห็นได้ว่า “ความพอใจ” ของมนุษย์นั้นอ่อนไหวได้มากเหลือเกิน

💰 ความคิดเห็นส่วนตัวจึงคิดว่า “ความมั่งคั่ง” = “ความพอใจ”

เราจะพอใจได้เราต้องรู้เท่ากันกิเลสของตนเอง “เราต้องรู้จักตัวเอง” เราต้อง “พอใจในความเป็นตัวเอง” ไม่ไปเอาความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นมาตรฐานความสำเร็จของตนเอง เราต้องไม่ลืมว่าคนเรามีที่มาต่างกันจุดตั้งต้นต่างกัน คุณสมบัติต่างกัน รูปร่างหน้าตา สติปัญญา เศรษฐานะ โอกาส โชคชะตา จึงทำให้เรามีความสามารถในการเรียนรู้ การเข้าถึงทรัพยากร และความสามารถในการยกระดับจิตต่างกัน เช่นนั้นแล้ว ความพอใจของเขาจะเหมือนของเราได้อย่างไร

แน่นอนว่า เราสามารถมีคนอื่นเป็น “แรงบันดาลใจ” และเป็น “แบบอย่าง” ให้กับเราได้ ความพอใจของเราเหมือนแบบที่เขามีได้ ทว่าเราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้วิถีและวิธีของเขา รวมไปถึงเข้าใจชีวิตโดยพื้นฐานและทรัพย์ยากรที่เขามีมาตั้งแต่ต้น เพื่อให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยไม่ถูกครอบงำด้วยความ “อิจฉาริษยา” เพราะเปรียบเทียบ ปลาในน้ำ กับ นกบนฟ้า

แต่หากเป็นปลาแล้วอยากบินหรือนกแล้วอยากว่ายน้ำในสมัยนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ขอให้เรา “ตระหนัก” ว่าเราย่อมต้อง “พยายาม” มากกว่าในการที่จะหนีต้นกำเนิดของตนเองไปทำสิ่งที่ไม่มีมาแต่แรกเริ่ม

สุดท้ายย้อนกลับมาที่ “การรู้จักตัวเองอย่างท่องแท้ ทันกิเลสอย่างทั่วถึง” เพื่อไม่ให้เราตกเป็นทาสของความสำเร็จคนอื่น ทิ้งชีวิตของตัวเองไป copy การใช้ชีวิตของคนอื่น “อิจฉาปลาที่อยู่ในน้ำทั้ง ๆ ที่ตัวเองบินได้”

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา
จงว่ายเอาเท่าที่เราจะว่ายไหว
จะเป็นนก หรือ เป็นปลา ล้วนพาไป
จงพอใจ ในทุกแบบที่เราเป็น

#ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา
#ดนตรีบำบัด
#โคชหนุ่ม #คุณครูพี่เม

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท