เฮลตี้ หนิง - Healthy Ning

เฮลตี้ หนิง - Healthy Ning สัมผัสประสบการณ์การออกกำลังกายที่ปฏิวัติวงการด้วย Corrective Functional Exercise (CFex) ที่เฮลตี้หนิง สตูดิโอ

27/04/2026

การฝึกแบบ Flow ไม่ได้เน้นแค่ท่าสวยๆ แต่มันคือการปรับจูนระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้ทำงานประสานกัน (Coordination) อย่างมีประสิทธิภาพ

✅ การส่งแรง (Force Transfer) เรียนรู้ที่จะใช้แรงจากฐานที่มั่นคง (เท้าและแกนกลาง) ส่งต่อขึ้นมาอย่างเป็นจังหวะ เหมือนคลื่นที่ส่งพลังจากพื้นขึ้นไป ไม่ใช่แค่การออกแรงกระชากด้วยหัวไหล่
✅ การเบรค (Deceleration) หลายคนมองข้าม แต่หัวใจสำคัญของความปลอดภัยคือ “การหยุด” การคุมจังหวะตอนลดน้ำหนักลงหรือเปลี่ยนทิศทาง คือการสอนให้กล้ามเนื้อทำงานแบบ Eccentric เพื่อปกป้องข้อต่อไม่ให้รับภาระหนักเกินไป
✅ ความสมดุลและความสัมพันธ์ของร่างกาย เมื่อเราฝึกเป็น Flow ร่างกายจะเรียนรู้ที่จะ “จัดระเบียบ” (Alignment) ให้เป็นธรรมชาติโดยอัตโนมัติ ทำให้การเคลื่อนไหวดูสมูท และลดการชดเชย (Compensation) ที่อาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บในอนาคต
“Move Well ก่อนที่จะ Move Often”
ถ้าพื้นฐานการเคลื่อนไหวเราดี ร่างกายจะใช้งานได้นานขึ้น

ใครที่อยากขยับร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่แรงเยอะแต่ “เคลื่อนไหวไม่เป็น” ลองมาฝึกกลไกการเคลื่อนไหวแบบ CFEx ให้สนุก และปลอดภัยไปด้วยกันค่ะ! 😊💪

22/04/2026

หลายคนเข้าใจว่าพอเข้าเลข 5 เราควรเน้นแค่การยืดเหยียด หรือออกกำลังกายช้าๆ เบาๆ เพื่อเซฟร่างกาย... แต่สำหรับเรามองว่ามันอาจทำให้้ “แก่เร็ว” ขึ้นค่ะ!

ในทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว เมื่อเราอายุมากขึ้น สิ่งที่เราจะเสียไปเป็นอย่างแรกและเร็วกว่าความแข็งแรง (Strength) ก็คือ “พลังระเบิด” หรือความสามารถในการออกแรงแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการใช้ชีวิตประจำวัน

ทำไม “แรงระเบิด” ถึงเป็นเกราะป้องกันผู้สูงวัย?
ลองนึกภาพตอนเราสะดุด หรือต้องรีบก้าวเท้าเพื่อทรงตัวเมื่อเสียหลัก ถ้ากล้ามเนื้อเราขาด “พลังระเบิด” ร่างกายจะตอบสนองช้าจนทำให้ล้มได้ง่ายกว่าคนที่มีระบบประสาทที่ฉับไว
1. Fast-Twitch Muscle Fibers คือเส้นใยกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่สร้างแรงระเบิด หากเราไม่ฝึกมันเลย มันจะฝ่อไปตามกาลเวลา (Sarcopenia) ทำให้การเคลื่อนไหวดูอุ้ยอ้ายและเชื่องช้า
2. Neuromuscular Reactivity การฝึกแรงระเบิดไม่ใช่แค่การกระโดดรุนแรง

21/04/2026

เบื่อไหมคะกับอาการปวดเมื่อยที่แก้ไม่หาย❓🤪 บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง แต่อยู่ที่ ”รูปแบบการเคลื่อนไหว“ ที่ผิดเพี้ยนไปโดยไม่รู้ตัว
ที่ Healthy Ning Studio เราไม่ได้แค่สอนออกกำลังกาย แต่เราช่วยคุณปรับจูนระบบการทำงานของร่างกายผ่านศาสตร์ DNS (Dynamic Neuromuscular Stabilization) ที่ผสานทั้งหลักกายวิภาคและพัฒนาการตามธรรมชาติ
ในคลาสเราจะเน้นความนิ่ง ความมั่นคง และการใช้ Core ที่ถูกจุด เหมือนที่เห็นในคลิปนี้เลยค่ะ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ โฟกัส แต่เห็นผลชัดเจนแน่นอน
มาเรียนรู้วิธีการใช้ร่างกายอย่างคุ้มค่าไปกับเรานะคะ พน้อมต้อนรับทุกคนค่ะ 😊

17/04/2026

เพราะความแข็งแรง... ไม่ได้มีแค่มุมเดียว 🎨

ถ้าเราก้าวข้ามกำแพงของคำว่า ”ศาสตร์ไหนดีที่สุด“ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการ ”ผสมผสาน“? 🤝

แทนที่จะแยกฝึกเป็นส่วนๆ ลองจินตนาการถึงการนำพลังที่มั่นคงที่ต้องใช้โหลด มาบวกกับการจัดระเบียบร่างกายที่ละเอียดอ่อน เมื่อความแข็งแกร่งมาเจอกับความอัจฉริยะในการเคลื่อนไหว ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขน้ำหนักที่ยกได้ แต่คือ ”ร่างกายที่พร้อมสำหรับทุกเงื่อนไขของชีวิต“

การรู้ข้อดีของแต่ละศาสตร์ แล้วนำมา ”ร้อยเรียง“ ให้ทำงานร่วมกันอย่างแยบยล คือกำไรที่คุ้มค่าที่สุดของ “ผู้ฝึก” ที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว... ร่างกายเราไม่ได้ต้องการแค่ความแข็งแรงที่ไว้อวดใคร แต่ต้องการความแข็งแรงที่ทำให้เรา ”เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและยั่งยืน“ ในแบบที่เป็นธรรมชาติที่สุด

แค่มุมมองของคนคนนึงที่มีเป้าหมายเดียวคือ “อยากแข็งแรงแบบยั่งยืนและปลอดภัย”

15/04/2026

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมบางคนเคลื่อนที่ดูเบาแต่ดูทรงพลัง? คำตอบไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อก้อนใหญ่ๆ แต่อยู่ที่ “การบริหารจัดการแรง” ตั้งแต่ใต้ฝ่าเท้าขึ้นมาค่ะ

1. จุดเริ่มต้นที่ “เท้า” ทุกการเคลื่อนไหวเริ่มต้นที่พื้นค่ะ เมื่อเราก้าวออกไปและทำการ Pivot (การหมุนบนแกนเท้า) เท้าไม่ใช่แค่ที่วางน้ำหนัก แต่การกดเท้าลงพื้นอย่างมั่นคงในตำแหน่ง Neutral ช่วยให้เราดึงเอาแรงปฏิกิริยาจากพื้น (Ground Reaction Force) ขึ้นมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เหมือนเราตอกตะปูลงไปในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อให้โครงสร้างทั้งหมดมั่นคง

2. Spiral Line ร่างกายเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่แบบเส้นตรงทื่อๆ แต่มันทำงานเป็น Spiral (เกลียว) ตามแนวของ Anatomy Trains เมื่อเราบิดตัวเตรียมขว้างบอล (Rotation) มันคือการสะสมพลังงานตามแนวเกลียวกล้ามเนื้อและพังผืดที่พันรอบตัวเรา ตั้งแต่สะโพกเฉียงขึ้นไปหาหัวไหล่ฝั่งตรงข้าม

3. Elastic Recoil เมื่อเกลียว (Spiral) ถูกบิดจนสุด สภาวะที่เรียกว่า Elastic Recoil จะทำงาน นี่คือความสามารถของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและพังผืดที่ทำหน้าที่เหมือน “หนังยาง”
• ช่วงโหลด (Load) คือตอนที่เราก้าวและบิดตัวสะสมแรง
• ช่วงปล่อย (Explode) เมื่อเราปล่อยบอลออกไป ร่างกายจะ “ดีด” กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยอัตโนมัติ

แรงขว้างที่เห็นในคลิป จึงไม่ใช่แค่แรงจากแขน แต่เป็นแรงที่ส่งต่อมาจากเท้า ผ่านเกลียวลำตัว และดีดออกไปเหมือนหน้าไม้ที่ถูกปล่อยสาย

🏆 กีฬาสาย “Rotation” ที่ต้องฝึกแนวนี้:
• สายหวด: เทนนิส, กอล์ฟ, เบสบอล (แรงส่งจากเท้าสู่ปลายอุปกรณ์)
• สายหมัด: มวยไทย, มวยสากล (หมัดหนักมาจากพื้น ไม่ใช่แค่แขน)
• สายขว้าง: พุ่งแหลน, บาสเกตบอล (แรงดีดจากแกนกลางลำตัว)
• สายพริ้ว: ฟุตบอล (การเปลี่ยนทิศทางฉับพลันด้วยแรงดีดพังผืด)

✨ เพราะนักกีฬาส่วนใหญ่มักบาดเจ็บจากการ “ใช้แต่กล้ามเนื้อ แต่ไม่ใช้พังผืดและระบบประสาท”การฝึกแนว Corrective Functional Exercise จะช่วยเซตช่วงล่างและระบบส่งแรงให้สมบูรณ์ขึ้น
✅ แรงขึ้น เร็วขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง (เพราะใช้แรงดีดช่วย)
✅ ลดการบาดเจ็บ เพราะแรงกระจายไปทั่ว “เกลียว” ไม่กระจุกอยู่ที่เข่าหรือหลัง

“เพราะการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ คือความฉลาดของร่างกาย” 🌿✨ #

การเรียนรู้หลายเทคนิค ไม่ใช่เพื่อให้เราดูเก่งขึ้น แต่เพื่อให้เรามี "ทางเลือก" ที่พอดีกับร่างกายของนักเรียนในแต่ละวันได้ม...
12/04/2026

การเรียนรู้หลายเทคนิค ไม่ใช่เพื่อให้เราดูเก่งขึ้น แต่เพื่อให้เรามี "ทางเลือก" ที่พอดีกับร่างกายของนักเรียนในแต่ละวันได้มากที่สุดค่ะ

วันนี้มีนัดครั้งที่สองกับนักเรียนที่มีปัญหากระดูกสันหลังเสื่อม เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ดีเลย บอกว่า "ปวดมากจนนอนไม่ได้" กินยาไปแล้วก็เอาไม่อยู่ ในฐานะคนสอน ใจเราแป้วไปนิดนึงแต่สติยังครบ เลยลองใช้เทคนิค DNS ที่ปกติมักได้ผลดี แต่ปรากฏว่าวันนี้ร่างกายเขาไม่รับเลย ความหวังเริ่มริบหรี่...

เลยตัดสินใจลองใช้เทคนิค Spiral Stabilization หรือที่หลายคนคุ้นเคยกับ "เชือกเขียว" ออกมาใช้ ตอนแรกก็แอบกังวลว่าแรงต้านจะทำให้เขาไหวไหม เลยลองให้ทำท่าเปล่าก่อน พอเห็นว่าน่าต่อได้ จึงเริ่มใส่เชือกเข้าไป
ปรากฏว่า "ทำแล้วดีขึ้นเฉยเลย!" พอร่างกายเริ่มเปิดรับการฝึก หนิงเลยใส่เทคนิคการหมุน (Rotation) ของ CFEx เสริมเข้าไปอีกแรง ผลลัพธ์ที่ได้มันมหัศจรรย์มากค่ะ…

จากคนที่เดินหน้าเศร้าเข้ามา เขากลับยิ้มออก…

ที่ Healthy Ning Studio เราไม่ได้มีแค่ท่าออกกำลังกาย แต่เรามี "คลังความรู้" ที่พร้อมจะหยิบมาใช้ให้เหมาะกับคุณที่สุด…เพราะหัวใจของการฝึกคือการจัดร่างกายให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ (Neutral Position) อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

"สำหรับเรา 'ผลลัพธ์' ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนคือความภูมิใจที่สุดในฐานะคนสอนค่ะ... เพราะความหมายของการสอนสำหรับเรา คือการได...
11/04/2026

"สำหรับเรา 'ผลลัพธ์' ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนคือความภูมิใจที่สุดในฐานะคนสอนค่ะ...

เพราะความหมายของการสอนสำหรับเรา คือการได้เห็นร่างกายนับวันจะขยับได้ดีขึ้น มั่นคงขึ้น และค่อยๆ กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น…

แม้ภาพการฝึกที่สวยงามจะเป็นพลังบวกที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดี แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากภายในร่างกายต่างหาก คือหลักฐานของคุณภาพและความทุ่มเทที่เราตั้งใจมอบให้จากหัวใจค่ะ"

09/04/2026

คนส่วนใหญ่มักโฟกัสว่า ”ท่าพวกนี้เล่นแล้วได้ก้นไหม? ได้แขนไหม?“ มันได้อยู่แล้วค่ะ…แต่ในโลกของ CFEx (Corrective Functional Exercise) เรามองลึกกว่านั้น... เพราะเรามองว่าร่างกายคุณคือ ”เครื่องจักรจัดการแรง“ ค่ะ ⚖️

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง ”แรง“ (Force)…เพราะในทุกก้าวที่เราเดิน หรือทุกครั้งที่เรายกของ มีแรงกระทำต่อร่างกายเราเสมอ ถ้าเราจัดการแรงไม่ได้ แรงนั้นจะกลายเป็น ”ขยะ“ ที่สะสมอยู่ในข้อต่อจนเกิดการบาดเจ็บ

💡 จากในคลิป…
1️⃣ การฝึกกับเชือก (แรงดึง) คือการฝึก Force Absorption & Transmission ร่างกายต้องเรียนรู้ที่จะรับแรงดึงจากเชือก แล้วส่งผ่านแรงนั้นจากแขน ลงไปที่ Core และผ่านข้ามไปยังสะโพกและเท้าอีกฝั่ง (Functional Lines) เพื่อรักษาความนิ่งและสมดุล (Neutral Position)

2️⃣ การฝึกกับ Medicine Ball (แรงเหวี่ยง/แรงกระแทก) ในท่า Slam หรือการเหวี่ยงลูกบอล เรากำลังฝึกเรื่อง Deceleration (การเบรกแรง) ค่ะ เมื่อเราเหวี่ยงบอลลงพื้น ร่างกายต้องทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แรงเหวี่ยงนั้นกระชากหลังหรือไหล่ ระบบประสาทจะถูกกระตุ้นให้ทำงานเพื่อประคองแกนกลางให้มั่นคงในเสี้ยววินาที

เราไม่ได้แค่สอนให้คุณ ”ออกแรง“
แต่เราสอนให้คุณ...
✅ รับแรงให้เป็น (Absorb)
✅ ส่งแรงให้ถูก (Transference)
✅ เบรกแรงให้ทัน (Decelerate)

เมื่อคุณจัดการแรงได้ตามหลัก Biomechanics การเคลื่อนไหวจะเบาสบาย ทรงพลัง และที่สำคัญที่สุดคือ ”ยั่งยืน“ ค่ะ

มาเปลี่ยนการฝึกจาก ”การฝืนใช้แรง“ เป็น ”การเล่นกับแรง“ อย่างชาญฉลาดไปกับเรานะคะ

ยกเวทมาอย่างหนัก แต่ไหงจบที่อาการปวดบ่าลามไปถึงคอจนหันไม่ได้เหมือนหุ่นยนต์…นี่คือสัญญาณเตือนว่า "ระบบรอกและคาน" ในร่างกา...
07/04/2026

ยกเวทมาอย่างหนัก แต่ไหงจบที่อาการปวดบ่าลามไปถึงคอจนหันไม่ได้เหมือนหุ่นยนต์…นี่คือสัญญาณเตือนว่า "ระบบรอกและคาน" ในร่างกายกำลังรวนค่ะ❗️

ทำไมยกน้ำหนักแล้วปวดคอ…เวลาเรายกบาร์ขึ้นเหนือศีรษะ สะบักต้องมีการหมุนขึ้น (Upward Rotation) ซึ่งตามธรรมชาติเขาต้องทำงานเป็นทีมประสานกัน
➡️ Upper Trap ช่วยดึงสะบักขึ้น
➡️ Serratus Anterior & Lower Trap ช่วยประคองให้สะบักแนบและหมุนได้อย่างสมดุล

ปัญหาที่เราเจอบ่อยคือ...กล้ามเนื้อกลุ่มประคองไม่ค่อยทำงาน ภาระทั้งหมดเลยตกไปอยู่ที่ Upper Trap เพียงลำพัง เมื่อต้องแบกน้ำหนักบาร์ไว้มัดเดียวจนเกินกำลัง ผลที่ได้คืออาการบ่าตึงเปรี๊ยะ จนลามไปล็อคช่วงคอ ทำให้หันคอไม่ได้อย่างที่บอกไปค่ะ

ในเคสนี้เราไม่ได้แค่คลายกล้ามเนื้อที่ปวด แต่พยายาม "เรียกกล้ามเนื้อทำงาน" ให้ฟังก์ชัน (Functional) มากที่สุด
✅ ปลุก Serratus Anterior ให้กลับมาดึงสะบักให้แน่นและมั่นคง
✅ กระตุ้น Lower Trap ให้ช่วยคุมทิศทางสะบักให้สมดุล
✅ แถมด้วยการพา Latissimus Dorsi (Lat) มาช่วยอีกแรง เพราะช่วงที่ยกแขนเกิน 120 องศา ขึ้นไป กล้ามเนื้อ Lat จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในการช่วยสร้างความมั่นคง (Stability) ให้กับระบบสะบักและลำตัวทั้งหมด เพื่อรองรับโหลดหนักๆ ได้อย่างปลอดภัย

แค่ท่าตั้งคลานท่าเดียว ที่ดูภายนอกจะไปกระตุ้นกล้ามเนื้อเหล่านี้ได้อย่างไร แต่เชื่อพี่เถอะว่าเรากระตุ้นได้จริง (ลองถามผู้เข้าเวิร์คช็อป CFEx ดูค่ะ)

พอกล้ามเนื้อกลับมาทำงานตามคิวที่ถูกต้อง ความตึงที่บ่าก็คลายลงทันที หันคอได้กว้างขึ้น…

"รากฐานที่ดี คือคีย์ของการไปต่อ"

เรามักบอกลูกค้าเสมอว่า กลับมาทำพื้นฐานให้แน่นก่อนนะคะ การฝึกความมั่นคงไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่มันคือการสร้างเกราะป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว และที่สำคัญคือ... จะกลับไปยกเวทได้หนักกว่าเดิมแน่นอนค่ะ❗️

เพราะเรา Train for FUNCTION, not just FASHION! 🦾✨

จบลงอย่างสวยงามสำหรับเวิร์คช็อป Corrective Functional Exercise (CFEx) ตลอด 3 วันที่ผ่านมาค่ะ...สำหรับเรา ผู้เข้าอบรมทุกค...
05/04/2026

จบลงอย่างสวยงามสำหรับเวิร์คช็อป Corrective Functional Exercise (CFEx) ตลอด 3 วันที่ผ่านมาค่ะ...
สำหรับเรา ผู้เข้าอบรมทุกคนเปรียบเสมือน “เมล็ดพันธุ์” ที่เราตั้งใจเพาะกล้าและส่งต่อแก่นของ CFEx ให้นำไปเติบโตต่อในแบบของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะนำไปใช้ในการฝึกส่วนตัว หรือนำไปแบ่งปันส่งต่อให้ผู้อื่น เรามั่นใจว่านี่คือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด เพราะหัวใจสำคัญที่เราย้ำเสมอคือการยึดหลักธรรมชาติของร่างกายเป็นหลัก

"We train for FUNCTION, not FASHION or ATTRACTION"

เราอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรือรู้เยอะที่สุด แต่เราคือคนที่กล้า “แชร์” ทุกอย่างที่เราสั่งสมประสบการณ์มาแบบไม่มีกั๊ก เพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่กลั่นกรองมาแล้วว่าดีที่สุด เพราะเราแลกมาด้วย ประสบการณ์ที่เราเรียน ฝึก และสอนมาทั้งหมด

ขอขอบคุณในความไว้วางใจที่เดินทางมาหากันจากหลายที่:
• พี่หมู ที่เดินทางไกลมาจากสิงคโปร์
• น้องตอง นักกายภาพจากตราด
• แอดดี้และน้องปลา ที่ตั้งใจมาจากสุราษฎร์
• คุณปัท เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันที่สุด

หวังว่าตลอด 3 วันที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหา จะช่วยเติมเต็มมุมมองใหม่ๆ หรือปรับเปลี่ยนวิถีการเคลื่อนไหวให้ดีขึ้นกว่าเดิม การได้ทำในสิ่งที่รักเป็นเรื่องดีค่ะ และจะดียิ่งขึ้นถ้าเรามีหลักการที่ถูกต้องมาช่วยซัพพอร์ตให้เราทำสิ่งที่รักได้ยาวนานและปลอดภัยขึ้น…

แล้วพบกันใหม่ในคลาสต่อๆ ไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันค่ะ! 🧡

ลูกค้ามีอาการบวมน้ำบริเวณข้อเท้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทราบว่ามีปัจจัยเรื่องกรดยูริคสูง อาการบวมนี้ไม่ได้มาจากภาวะอุดตันของ...
31/03/2026

ลูกค้ามีอาการบวมน้ำบริเวณข้อเท้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทราบว่ามีปัจจัยเรื่องกรดยูริคสูง อาการบวมนี้ไม่ได้มาจากภาวะอุดตันของหลอดเลือดดำ

ผลลัพธ์หลังฝึก Corrective Functional Exercise (CFEx) คืออาการบวมยุบลงอย่างที่เห็นในภาพเลยค่ะ

ร่างกายเรามหัศจรรย์มาก เมื่อเราจัดวางร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม (Neutral Alignment) และเคลื่อนไหวทำฟังก์ชันได้ดี
🔆 กล้ามเนื้อจะทำหน้าที่เหมือน "หัวใจดวงที่สอง" ช่วยปั๊มไล่ของเหลวที่ค้างอยู่ตามส่วนปลายให้กลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียน
🔆 เมื่อเราเคลื่อนไหวโดยไม่มีการกดทับตามข้อต่อ ระบบน้ำเหลืองก็เหมือนได้ "ลอกท่อ" ให้ระบายของเสียได้คล่องตัวขึ้น

เราแค่ช่วยให้ร่างกายกลับไปทำงานในระบบที่เขาควรจะเป็น ผลลัพธ์ที่ได้มันมากกว่าแค่ความแข็งแรง แต่คือ "สุขภาวะ" ที่ดีขึ้นจากข้างใน

การออกกำลังกายแนว CFEx นี้อาจจะไม่ได้ดูหวือหวา แต่ดีต่อใจและดีต่อระบบร่างกายในระยะยาวแน่นอนค่ะ…

#ฟื้นฟูระบบการเคลื่อนไหว #ออกกำลังกายภูเก็ต

เห็นลูกค้าทำท่าสควอชครั้งแรกไม่แปลกใจเลย ที่ลูกค้าบอกว่า “ปวดสะโพก” เพราะมันน่าจะมาจาก "การรับแรงที่ไม่สมดุล“ ของร่างกาย...
30/03/2026

เห็นลูกค้าทำท่าสควอชครั้งแรกไม่แปลกใจเลย ที่ลูกค้าบอกว่า “ปวดสะโพก” เพราะมันน่าจะมาจาก "การรับแรงที่ไม่สมดุล“ ของร่างกายซ้าย ขวา นั่นแหละ

➡️ เมื่อลำตัวเบี่ยงไปด้านหนึ่ง กล้ามเนื้อกลุ่ม Stabilizers รอบสะโพก (เช่น Gluteus Medius, TFL) ฝั่งที่ต้องแบกน้ำหนักหรือฝั่งที่ถูกยืดค้างไว้จะต้องทำงานหนักตลอดเวลา
➡️ การที่โครงสร้างเบี้ยวขณะทำท่า Squat บ่งบอกว่าระบบประสาทสั่งการให้ร่างกาย "ชดเชย" เพื่อหาความมั่นคงในทิศทางที่คุ้นเคย

เราเลยวางโปรแกรมให้ทำ Myofascial Release และ Exercise
👉🏻 การคลายพังผืดช่วยลดแรงตึงจากกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งให้กระดูกสันหลังเบี่ยงเบน ทำให้ข้อต่อมีอิสระมากขึ้น
👉🏻 การออกกำลังกาย หลังจากคลายพังผืด เป็นการฝึกช่วย "Re-train" ระบบประสาทให้รับรู้ตำแหน่งที่เป็นกลางได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ CFEx เลยค่ะ นี่เป็นการมาฝึกครั้งแรก เราแค่กระตุ้นแกนกลาง กับกระตุ้นกล้ามเนื้อก้นให้ทำงานดีขึ้น เพียงแค่เรากระตุ้นแบบการทำฟังก์ชัน เพราะร่างกายเราต้องการการเคลื่อนไหวแบบที่มีฟังก์ชันที่ดี…

#ปวดสะโพก #สควอช

ที่อยู่

151/3, 151/4 Khaw Sim Bee Road
Phuket
83000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เฮลตี้ หนิง - Healthy Ningผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เฮลตี้ หนิง - Healthy Ning:

แชร์