10/04/2026
สธ.ออก 5 มาตรการรับมือน้ำมันแพง ดัน Telemedicine ส่งยาถึงบ้าน ลดภาระเดินทางผู้ป่วย
กระทรวงสาธารณสุข ออก 5 ข้อสั่งการปรับระบบบริการสาธารณสุข รองรับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นขยายบริการ Telemedicine ส่งยาทางไปรษณีย์ และใช้ Health Rider เพื่อลดค่าเดินทางของประชาชน รวมถึงลดต้นทุนการให้บริการของหน่วยบริการทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข จากกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 6–8 บาทต่อลิตร ซึ่งอาจกระทบต้นทุนระบบสาธารณสุขในหลายด้าน ทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาล ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-chain) รวมถึงต้นทุนน้ำมันสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแผนกวิกฤต
ข้อมูลจากแดชบอร์ดประเมินผลกระทบวิกฤตราคาน้ำมันต่อระบบสุขภาพ ซึ่งมีรายงานจาก 72 จังหวัด พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ยังได้รับผลกระทบในระดับเล็กน้อย 53 จังหวัด และระดับปานกลาง 19 จังหวัด โดยยังไม่พบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์
5 ข้อสั่งการสำคัญ
1. เพิ่มสัดส่วน Telemedicine ไม่น้อยกว่า 30%
เร่งขยายบริการผู้ป่วยนอกผ่านระบบทางไกล จากปัจจุบันประมาณ 8.22% พร้อมพัฒนาบริการอื่น เช่น ออกใบรับรองแพทย์ หรือใบรับรองความพิการ
2. ประชาสัมพันธ์ใช้บริการผ่าน “หมอพร้อม”
ส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ใช้ Telemedicine ผ่าน หมอพร้อม Super App
3. ส่งยาผ่าน Health Rider และร้านยาเครือข่าย
สนับสนุนการรับยาใกล้บ้าน หรือจัดส่งผ่าน Health Rider รวมถึงเพิ่มศักยภาพการบริหารคลังยาใน รพ.สต. ภายใต้การกำกับของโรงพยาบาลแม่ข่าย
4. เร่งจัดส่งยาทางไปรษณีย์
ประสาน ไปรษณีย์ไทย ให้จัดลำดับความสำคัญการส่งยาให้ผู้ป่วยที่ใช้บริการ Telemedicine และรับยาเดิมต่อเนื่อง
5. ดึง รพ.สต. ที่ถ่ายโอน ร่วมให้บริการทางไกล
ประสาน กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร่วมให้บริการ Telemedicine กับโรงพยาบาลแม่ข่าย
เครดิต : เก็บตกจากวชิรวิทย์