PNKG Recovery and Elder Care - ศูนย์กายภาพบำบัดและฟื้นฟูสโตรก

PNKG Recovery and Elder Care - ศูนย์กายภาพบำบัดและฟื้นฟูสโตรก PNKG Recovery Center ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรก ผู้สูงอายุและระบบประสาท กายภาพบำบัดครวงจร มาตรฐานญี่ปุ่น (Kaigo-Do)ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

09/01/2026

เพราะผู้ป่วยสโตรกรอเวลาไม่ได้ การเร่ง Neuroplasticity ในช่วง Golden Period ให้ได้มากที่สุด คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากๆ 💪🧠 ❤️ #ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

09/01/2026

วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าห้องน้ำ ฉบับ NKG Ep.2 👨‍🦽 #ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

06/01/2026

Story of strength EP.1 🧠 | “ระยะเวลาทองของสมองคืออะไร? ช้าแค่ไหนถึงฟื้นไม่ได้?
หลายคนคิดว่า
“ทำกายภาพช้าไปแล้ว ยังจะดีขึ้นได้ไหม?”
คำตอบอยู่ที่สิ่งนี้ 👉 ระยะเวลาทองของสมอง (Golden Period)
ในคลิปนี้ หมอตัน อายุรแพทย์ระบบประสาท
จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆว่า
ระยะเวลาทองของสมองคืออะไร? ทำไมบางคนฟื้นไว บางคนฟื้นช้า
ถ้าพลาดช่วงนี้ไปแล้ว ยังมีโอกาสฟื้นไหม
ครอบครัวควรตัดสินใจเรื่องการฟื้นฟู “เมื่อไหร่” ดีที่สุด
คลิปนี้เหมาะกับ
✔️ ผู้ป่วยสโตรก
✔️ ครอบครัวและผู้ดูแล
✔️ คนที่กำลังลังเลเรื่องการทำกายภาพ
เพราะ “เวลา” อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด
ที่กำหนดว่าคนไข้จะ กลับมาใช้ชีวิตได้แค่ไหน
______________________________

ศูนย์ PNKG Recovery and Elder Care
Call Center: 080-910-2124
Youtube Channel : PNKG Recovery and Elder Care
LINE:
Facebook : https://www.facebook.com/pnkgrecoverycenter
Website: https://pnkg-recoverycenter.com/
#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

03/01/2026

There no day off for brain recovery | ฝึกต่อเนื่องต้อนรับปีใหม่ คุณพ่ออาการดีขึ้นอย่างช้าๆและต่อเนื่อง 🧠📊📈

#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก

02/01/2026

วิธีพาผู้ป่วยเข้าห้องน้ำฉบับ NKG Ep.1 #ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ความนิ่ง คือศัตรูของการฟื้นตัว และเป็นจุดเริ่มต้นของ 'แผลกดทับ'🤒รู้หรือไม่ว่า แผลกดทับไม่ได้เกิดจากความสกปรกและไม่ได้เกิ...
02/01/2026

ความนิ่ง คือศัตรูของการฟื้นตัว และเป็นจุดเริ่มต้นของ 'แผลกดทับ'🤒
รู้หรือไม่ว่า แผลกดทับไม่ได้เกิดจากความสกปรกและไม่ได้เกิดจากการดูแลไม่ดีเสมอไป แต่มันเกิดจาก “แรงกด + เวลา”
ยิ่งกดนาน > ยิ่งอันตราย
คำถามคือแล้วอยู่นิ่งแค่ไหน ถึงจะเริ่มเสี่ยงแผลกดทับ?
ตามหลักสรีรวิทยา เมื่อแรงกดทับบนผิวหนัง มากกว่าแรงดันในเส้นเลือดฝอยเลือดจะไหลผ่านเนื้อเยื่อได้น้อยลงทันที และถ้าแรงกดนั้น กดต่อเนื่อง 30–60 นาที → เซลล์เริ่มขาดออกซิเจน
หากโดนกดเกิน 2 ชั่วโมง จะทำให้มีความเสี่ยงที่เนื้อเยื่อเสียเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และถ้ายังเป็นแบบเดิมซ้ำ ๆ ทุกวันจะทำให้เกิดแผลกดทับได้ แม้ผิวยังไม่แตก
โดยตามมาตรฐาน วีธีป้องกัน ที่โรงพยาบาลทั่วโลกจะรู้กันคือ 'ผู้ป่วยไม่ควรอยู่ท่าเดิมเกิน 2 ชั่วโมง'
โดยการป้องกันแผลกดทับ ไม่ใช่เรื่องเทคนิคสูงแต่คือการเข้าใจหลักแล้วทำสม่ำเสมอครับ

1. อย่าให้อยู่ท่าเดิมนาน : เปลี่ยนท่าทุก 1–2 ชั่วโมง
*ไม่จำเป็นต้องยกตัว แค่เปลี่ยนจุดรับแรงกดก็ช่วยได้มาก

2. ลดแรงกด : การขยับที่ดี คือขยับแล้ว แรงกดไม่กลับไปจุดเดิม พยายามใช้หมอน ผ้าขนหนูม้วน ช่วยรองจุดกระดูก เช่น ส้นเท้า สะโพก ข้อศอก จะช่วยได้มาก

3. ผิวต้องแห้ง แต่ไม่แห้งเกิน : ผิวที่เปียกจากเหงื่อหรือปัสสาวะ จะทนแรงกดได้น้อยลง พยายามดูแลความสะอาดซับให้แห้ง ทาครีมเฉพาะจุดที่เสียดสี

4. ขยับ = ป้องกันแผล : สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยจริงๆแล้วญาติสามารถช่วยได้ง่าย ไม่ต้องลุกเดิน ไม่ต้องฝึกหนัก แค่ ขยับแขน ขา, เกร็ง–คลายกล้ามเนื้อ เปลี่ยนอิริยาบถเล็ก ๆ ทั้งหมดช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และลดโอกาสแผลกดทับโดยตรงครับ
ทีนี้ หากเราทำทุกอย่างแล้วแต่คนไข้ของเรา 'ดูเหมือน' จะเป็นแผลกดทับ แบบนี้จะทำยังไง?
ต้องบอกว่า บางครั้ง รอยแดงเหล่านั้นก็อาจจะ หรือไม่ใช่แผลกดทับซะทีเดียว วันนี้เรามาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระยะ และวิธีสังเกตแผลกดทับกันครับ
ระยะที่ 1 : ผิวยังไม่แตก แต่เริ่มอันตราย

ในระยะนี้ผิวคนไข้จะเริ่มแดง คล้ำ อุ่น หรือกดแล้วไม่จาง
บางคนบอกว่าแสบ เจ็บ หรือรำคาญ

ซึ่งหลายบ้านมองว่า “ยังไม่เป็นแผล เดี๋ยวก็หาย”

แต่จริง ๆ ระยะนี้คือช่วง 'ระยะทอง' ของการหยุดแผลกดทับ
ถ้าลดแรงกด จัดท่าดี ๆ → กลับมาปกติได้ง่ายมากครับ

วิธีป้องกันและสิ่งควรทำ
-เปลี่ยนท่าทุก 1–2 ชั่วโมง อย่าปล่อยให้อยู่นิ่ง
-ลดแรงกดตรงจุดแดงทันที (ใช้หมอน / ผ้าขนหนูม้วนรอง)
-เลี่ยงการนวดแรง ๆ บริเวณผิวแดง
-ดูแลผิวให้แห้ง สะอาด ไม่อับชื้น
-กระตุ้นให้ขยับแขน ขา หรือเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น
ระยะที่ 2 : เริ่มเป็นแผล

ระยะนี้ผิวหนังคนไข้จะเริ่มถลอก เป็นแผลตื้น ๆ หรือมีตุ่มน้ำแตก
ตรงนี้คือสัญญาณว่า เนื้อเยื่อเริ่มเสียจริงแล้ว ถ้าปล่อยไว้ แผลจะลุกลามเร็วมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือคนไข้สโตรก

วิธีป้องกันและสิ่งควรทำ
-หลีกเลี่ยงแรงกดตรงแผลโดยตรง
-เปลี่ยนท่าบ่อยขึ้น และจัดท่าให้แผลไม่รับน้ำหนัก
-ดูแลแผลให้สะอาด แห้ง (หลีกเลี่ยงการปล่อยให้เปียก)
-เริ่มปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เรื่องการทำแผล
-เน้นการขยับร่างกายส่วนอื่น ๆ ให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
ระยะที่ 3 : แผลลึกถึงชั้นไขมัน

ในะระยะนี้ แผลจะเริ่มลึก เห็นเนื้อสีเหลือง ส่วนใหญ่มักจะหายช้า ต้องทำแผลต่อเนื่อง หลายคนเริ่มเหนื่อยตรงจุดนี้ ทั้งคนไข้ ทั้งคนดูแล และเป็นช่วงที่คนไข้มีอาการ เจ็บมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

วิธีป้องกันและสิ่งควรทำ
-ต้องมีทีมแพทย์หรือพยาบาลช่วยดูแลแผล
-ลดแรงกดอย่างจริงจัง (ที่นอนลม / อุปกรณ์ลดแรงกด)
-หลีกเลี่ยงการขยับที่ทำให้แผลถูกเสียดสี
-ใส่ใจโภชนาการ โดยเฉพาะโปรตีน
-ทำกายภาพบำบัดในส่วนที่ไม่กระทบแผล เพื่อไม่ให้ร่างกายนิ่งเกินไป
ระยะที่ 4 : ลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูก

เป็นระยะที่รุนแรงที่สุด เสี่ยงติดเชื้อ เจ็บปวด และกระทบชีวิตคนไข้โดยตรง
ที่น่าเสียดายคือ แผลระยะนี้ มักเริ่มมาจากระยะที่ 1 ที่ถูกมองข้าม

วิธีป้องกันและสิ่งควรทำ
-ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
-ควบคุมแรงกดทุกท่า ทุกการขยับ
-ดูแลแผลอย่างปลอดเชื้อสม่ำเสมอ
-ทำกายภาพบำบัดแบบเฉพาะบุคคล เพื่อลดความนิ่งและภาวะแทรกซ้อนอื่น
-ประเมินท่าทางทุกครั้งก่อนขยับคนไข้

สุดท้ายนี้เราอยากบอกไว้ว่าแผลกดทับไม่ได้เกิดทีเดียว แต่มันค่อย ๆ ลึกลงจาก 'ความนิ่ง'
ระยะที่ 1 คือโอกาสทองของการป้องกัน การเปลี่ยนท่า ลดแรงกด และช่วยให้ร่างกายขยับ สำคัญพอ ๆ กับการทำแผล และสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ใช่แค่อุปกรณ์ราคาแพง แต่คือการ “ไม่ปล่อยให้อยู่ท่าเดิมนานเกินไป”

______________________________
ศูนย์ PNKG Recovery and Elder Care
Call Center: 080-910-2124
LINE:
Website: https://pnkg-recoverycenter.com/
#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

30/12/2025

ระยะเวลาทองของสมอง (Golden Period) คืออะไร? จริงไหมที่ว่าถ้าพลาดช่วงนี้ไป เสี่ยงพิการตลอดชีวิต 🤔

#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

Dr. Yellow คืออะไร?มันคือรถไฟตรวจสุขภาพชินคันเซ็น ที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเห็นแล้วโชคดีมากๆถ้าใครเคยเห็นรถไฟชินคันเซ็นสีเหลื...
30/12/2025

Dr. Yellow คืออะไร?
มันคือรถไฟตรวจสุขภาพชินคันเซ็น ที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเห็นแล้วโชคดีมากๆ
ถ้าใครเคยเห็นรถไฟชินคันเซ็นสีเหลืองสดวิ่งผ่านแวบเดียวแล้วหายไป…
นั่นอาจไม่ใช่รถไฟธรรมดา แต่นั่นคือ Doctor Yellowรถไฟที่ได้ฉายาว่า

“หมอของชินคันเซ็น” 🚄💛

🟡 Dr. Yellow ทำหน้าที่อะไร?
Dr. Yellow ไม่รับจะผู้โดยสารแต่มีหน้าที่สำคัญมาก คือการตรวจสอบ “สุขภาพ” ของระบบรถไฟทั้งเส้นทาง โดยหน้าที่หลัก ได้แก่ ตรวจสอบ รางรถไฟ ตรวจระบบ ไฟฟ้า สัญญาณ และโครงสร้าง วัด แรงสั่นสะเทือน ความเร็ว และความแม่นยำของเส้นทาง
ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ชินคันเซ็นทุกขบวนปลอดภัย และตรงเวลาระดับ 'วินาที'
พูดง่ายๆ คือ ชินคันเซ็นจะเร็วได้ เพราะมี Dr. Yellow คอยเช็กสุขภาพอยู่เบื้องหลัง
และด้วยแนวคิดนี้เอง ที่เป็นเหตุผลที่หลายองค์กรด้านความปลอดภัยและสุขภาพนำ Dr. Yellow มาใช้เป็น “สัญลักษณ์ของการตรวจเชิงลึก”
🟡 Gimmic เล็กๆว่าทำไมต้องเป็นสีเหลือง?
จริงๆแล้วสีเหลืองไม่ได้เลือกมาเพราะสวย
แต่เพราะมันมองเห็นชัดมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะกับงานตรวจสอบทางเทคนิคครับ เราสามารถแยกออกจากขบวนโดยสารทั่วไปได้ทันทีแต่ผลพลอยได้คือ…มันกลายเป็น รถไฟที่โดดเด่นที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว
และทำไมคนญี่ปุ่นเชื่อว่า “เห็นแล้วโชคดี”?

เหตุผลหลักมี 3 อย่าง อย่างแรกเลยคือรถไฟคันนี้ไม่ประกาศตารางเวลา ค่อนข้าง เจอได้ยาก ต้องบังเอิญจริงๆ อย่างต่อมาคือวิ่งไม่บ่อย เดือนหนึ่งอาจเห็นแค่ไม่กี่ครั้ง และอย่างสุดท้ายเรื่องสี คนญี่ปุ่นเชื่อว่าสีเหลือง = ความโชคดี ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น สีเหลืองสื่อถึงความหวังและพลังบวกครับ
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่า “ถ้าเห็น Dr. Yellow วันนั้นจะเป็นวันที่ดี”
ทั้งที่จริงแล้วสิ่งที่ “ดี” อาจไม่ใช่การได้เห็น
แต่คือการที่มันทำงานอยู่…แม้เราไม่รู้ตัว

🟡 ทำไม Dr. Yellow ถึงสำคัญมาก?

ลองคิดแบบนี้ดูนะครับ ถ้าชินคันเซ็นคือร่างกาย

ราง = กระดูก
ไฟฟ้า = ระบบประสาท
สัญญาณ = สมอง

Dr. Yellow ก็คือ แพทย์ที่ตรวจร่างกายเชิงลึก ก่อนที่ความผิดปกติเล็กๆ จะกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่

และนี่คือเหตุผลที่ แนวคิดแบบ Dr. Yellow ถูกหยิบมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในงานฟื้นฟูและการดูแลสุขภาพ รวมถึง PNKG ในปีนี้ด้วย

เพราะบางครั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความเร็วของการฟื้นตัวเพียงอย่างเดียว
แต่คือการ “ตรวจให้ถูก และวางระบบให้ดีตั้งแต่ต้น”

28/12/2025

“3 เดือน? 6 เดือน? หรือเป็นปี?”
คำถามยอดฮิตของคนไข้และญาติคือ
กายภาพต้องนานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น
ความจริงคือ…
คำตอบไม่เหมือนกันในแต่ละคน
มาฟังเหตุผลกันในคลิปนี้ครับ
______________________________
ศูนย์ PNKG Recovery and Elder Care
Call Center: 080-910-2124
LINE:
Website: https://pnkg-recoverycenter.com/
#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลายคนเข้าใจว่า การฟื้นตัวหลัง “โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)”ต้องดีขึ้นแบบค่อย ๆ ขยับได้มากขึ้นเรื่อย ๆ🧐แต่ในความเป็นจริงกา...
27/12/2025

หลายคนเข้าใจว่า การฟื้นตัวหลัง “โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)”
ต้องดีขึ้นแบบค่อย ๆ ขยับได้มากขึ้นเรื่อย ๆ🧐
แต่ในความเป็นจริง
การฟื้นตัวของระบบประสาท
มี “ลำดับขั้นตอน” ที่ค่อนข้างชัดเจน
และไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป
หนึ่งในแนวคิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานกายภาพบำบัด
คือ การฟื้นตัวของการควบคุมกล้ามเนื้อเป็นระยะ (Motor Recovery Stages)ซึ่งอธิบายว่า สมองและร่างกายจะค่อย ๆ เรียนรู้การเคลื่อนไหวใหม่หลังสโตรก
โดยทั่วไปเราสามารถอธิบายได้เป็น 7 ระยะหลัก ๆ
ระยะที่ 1
กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก
เกิดจากสมองยังไม่สามารถส่งสัญญาณไปควบคุมกล้ามเนื้อได้
แขนขาจึงไม่มีแรง และไม่ตอบสนองต่อการสั่งการ
ระยะที่ 2
เริ่มมีอาการเกร็ง
เป็นช่วงที่สมองเริ่มฟื้นการเชื่อมต่อบางส่วน
กล้ามเนื้อเริ่มตอบสนอง แต่ยังควบคุมไม่ได้
จึงเกิดความตึงหรือเกร็งขึ้น
ระยะที่ 3
อาการเกร็งเพิ่มมากขึ้น
การเกร็งจะชัดเจนและรบกวนการเคลื่อนไหว
แม้ดูเหมือนอาการแย่ลง
แต่ในเชิงประสาทวิทยา
นี่สะท้อนว่าวงจรประสาทเริ่มทำงานมากขึ้น
ระยะที่ 4
อาการเกร็งเริ่มลดลง
ผู้ป่วยเริ่มสามารถแยกการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
การควบคุมกล้ามเนื้อเริ่มมีคุณภาพมากขึ้น
ไม่ใช่แค่การหดเกร็งอัตโนมัติ
ระยะที่ 5
เกร็งลดลงและควบคุมได้มากขึ้น
การเคลื่อนไหวเริ่มใกล้เคียงการใช้งานจริง
เช่น เอื้อม หยิบ จับ หรือถ่ายน้ำหนัก
สามารถนำไปใช้ในกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น
ระยะที่ 6
การประสานงานของการเคลื่อนไหวกลับมา
แขน ขา และลำตัวทำงานสอดคล้องกันดีขึ้น
การเคลื่อนไหวมีความแม่นยำและเป็นธรรมชาติ
ระยะที่ 7
การทำงานใกล้เคียงปกติ
ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น
แม้อาจยังมีข้อจำกัดเล็กน้อยในบางทักษะ
สิ่งสำคัญคือ
การฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ไม่จำเป็นต้องผ่านทุกระยะ
และใช้เวลาไม่เท่ากัน
โดยการเข้าใจว่าตอนนี้ร่างกายและสมองอยู่ “ระยะไหน”
จะช่วยให้การฝึกฟื้นฟูเหมาะสม
ลดความกังวลของครอบครัว
และช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกว่าตัวเองถอยหลัง
และแน่นอนว่าการฟื้นตัวที่ดีไม่ใช่แค่ฝึกหนัก
แต่คือการฝึกให้ “ถูกระยะ ถูกวิธี และต่อเนื่องครับ

______________________________

ศูนย์ PNKG Recovery and Elder Care
Call Center: 080-910-2124
LINE:
Website: https://pnkg-recoverycenter.com/
#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

27/12/2025
26/12/2025

งานนี้คุณแม่สู้ไม่ถอย 😂
ในคลิปเป็นการฝึกคุณแม่ทรงตัว และ เพิ่ม Dynamic Balance เนื่องจากคุณแม่ จดจ่อไม่ดี การดึงกิจกรรมเข้ามาช่วยก็จะทำให้ผู้ป่วยฝึกได้ต่อเนื่อง และทำได้นานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
#ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ #บริการกายภาพบำบัด #สโตรก #ฟื้นฟูหลังผ่าตัด #กระตุ้นการกลืน #อัลไซเมอร์ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ที่อยู่

PNKG, PRINC Hospital Suvarnabhumi 35/2 Moo 12, Bang Na-Trat Frontage Rd, Bang Kaeo, Bang Phli District, Samut Prakan 10540
Samut Prakan
10540

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66809102124

เว็บไซต์

https://lin.ee/EmuXwuS

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PNKG Recovery and Elder Care - ศูนย์กายภาพบำบัดและฟื้นฟูสโตรกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram