29/03/2026
https://www.facebook.com/share/18F1ByXAGp/?mibextid=wwXIfr
Episode 298 การคลายพังผืด เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย
หนึ่งในวิธีการทางหัตถบำบัดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแทบทุกวงการวิชาชีพ คงหนีไม่พ้น
การคลายพังผืด หรือ Fascial release
ยุคสมัยหนึ่งข้อมูลจากตำรากล่าวไว้ว่า การคลายพังผืดร่วมกับกล้ามเนื้อจะลดปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ชุดกล้ามเนื้อและพังผืด ได้ดีกว่าการนวดแยก ปัญหาอยู่ที่ว่า อะไรเป็นตัวบอกทักษะของคนนวดว่านวดกล้ามเนื้อหรือคลายพังผืดว่าทำได้หรือไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่าผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการ “คลายพังผืด” ในเชิงกลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับแต่งสัญญาณการพูดคุยระหว่างระบบกล้ามเนื้อและกระดูกกับระบบประสาทค่ะ นี่คือจุดกำเนิดของเทคนิค move and flow และแนวคิด neurobiomechanics (Schleip, 2003; Bialosky et al., 2009)
คลายพังผืดแล้วได้อะไร?
เราต้องแยกการตอบเป็นมิติค่ะ
มิติของชีวกลศาสตร์ (biomechanics) การให้แรงคลายพังผืดแบบต่อเนื่อง เช่น กดหรือยืดค้างเบา ๆ (sustained pressure หรือ stretch) แรงนวดจะส่งผลเปลี่ยนแปลงความเหนียวและความแข็งของพังผืดหรือ viscoelastic ขณะที่กดค้างเบา ๆ พังผืดจะคลายความตึงลงเมื่อเวลาผ่านไปเรียกว่าเกิด stress relaxation และเมื่อกดด้วยแรงคงที่หากเวลาผ่านไป พังผืดยืดขยายได้ เรียกว่า เกิด creep ผลรวมคือ พังผืดจะคลายความร้อนอุ่น ๆ ออกมาคือ hysteresis และนี่เอง ลูกค้าจึงรู้สึกว่าพังผืดหย่อนไม่ตึงแม้กดเบา ๆ นอกจากนั้นพังผืดยังไถลได้ดีอีกด้วย (Yahia et al., 1993) อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาอาจไม่มากพอที่จะทำให้การเคลื่อนไหวข้อเพิ่มขึ้นได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่า การยืด การนวดกล้ามเนื้อ การขยับข้อจึงเป็นสิ่งที่เลือกมากระทำร่วมกันได้ ภายใต้เงื่อนไข อย่าทำให้เจ็บจนทนไม่ไหว
เมื่อวิทยาการก้าวหน้ามีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำวิจัยมาขึ้น การคลายพังผืดจึงถูกอธิบายลงไปถึงระดับเซลล์ สิ่งมหัศจรรย์คือ แรงนวดคลายเป็นแรงเชิงกลแต่เชื่อไหมคะว่า เขาสามารถแปลงสัญญาณแรงนั้นผ่านโครงสร้างระดับเซลล์ เรียกว่า mechanotransduction ดังนั้นเซลล์ fibroblast ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพังผืด จึง active และเตรียมพร้อมในการสร้างเส้นใยคอลลาเจน และยังกระตุ้นการสร้าง hyaluronan ในการเก็บกักความชุ่มชื้นแก่พังผืดด้วย ดังนั้นการคลายพังผืดบริเวณหน้า หรือการนวดหน้าเบา ๆ จะกระตุ้นการผลัดผิว การไหลเวียนเลือด และผิวชุ่มชื้นได้ แม้เพียงเป็นการนวดเบา ๆ (Langevin et al., 2005)
แผ่นพังผืดยังซ่อนความลับคือ มีตัวรับความรู้สึกฝังตัวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวรับความเจ็บปวด ตัวรับแรงกด ตัวรับการลูบแผ่วเบา ตัวรับเหล่านี้เมื่อได้รับการกระตุ้นจะมีผลต่อการลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวด และส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนการรับรู้อาการปวดหรือ pain modulation และยังกระตุ้นการระงับปวดขาลง หรือ descending inhibition ได้อีกด้วย (Schleip et al., 2012; Wilke et al., 2019) ยิ่งตอกย้ำว่า การคลายพังผืดที่ถูกวิธี ส่งผลลดปวดได้ด้วยนะคะ
จากองค์ความรู้ด้านการวิจัย จึงพอสรุปให้เห็นเส้นเรื่องคือ การคลายพังผืด มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผังผืด ทำให้กลไกการไถลบนกล้ามเนื้อเกิดดีขึ้น หากเป็นพังผืดหุ้มอวัยวะ การทำ visceral manipulation ก็อธิบายในเส้นนี้ นอกจากนั้นยังลดปวด และเชื่อว่ามีผลต่อการกระตุ้น parasympathetic เกิดความผ่อนคลาย และมีผลต่อการหลั่ง oxytocin ลด stress ได้ค่ะ ดังนั้น fascial release จึงควรถูกมองว่าเป็นการปรับระบบประสาทร่วมกับโครงสร้าง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงกลเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความสำคัญต่อการตีความผลการรักษาและการออกแบบการวิจัยในอนาคต
นักหัตถบำบัดอย่าหยุดเรียนรู้นะคะ ในเพจนี้ขอเล่าแบบใครอ่านก็ได้ แต่ถ้าในคลาสสอนจะลงลึกว่าแต่ละเทคนิคอธิบายด้วยอะไรค่ะ
ด้วยความรัก
วีเรศวร
29 มีนาคม 2569
บรรณานุกรม
Schleip R. Fascial plasticity – a new neurobiological explanation: Part 1. J Bodyw Mov Ther. 2003;7(1):11–19.
Schleip R. Fascial plasticity – a new neurobiological explanation: Part 2. J Bodyw Mov Ther. 2003;7(2):104–116.
Schleip R, Jäger H, Klingler W. What is ‘fascia’? A review of different nomenclatures. J Bodyw Mov Ther. 2012;16(4):496–502.
Langevin HM, Sherman KJ. Pathophysiological model for chronic low back pain integrating connective tissue and nervous system mechanisms. Med Hypotheses. 2007;68(1):74–80.
Langevin HM, et al. Fibroblast cytoskeletal remodeling induced by tissue stretch. J Cell Physiol. 2005;207(3):767–774.
Yahia LH, et al. Viscoelastic properties of human lumbodorsal fascia. J Biomed Eng. 1993;15(5):425–429.
Findley TW, Schleip R. Fascia research: Basic science and implications for conventional and complementary health care. Edinburgh: Elsevier; 2007.
Wilke J, et al. Fascia and its role in musculoskeletal pain: A systematic review. Front Physiol. 2019;10:336.
Stecco C, et al. The fascial system and its innervation. Surg Radiol Anat. 2013;35(6):523–530.
Schleip R, et al. Fascia is able to actively contract and may thereby influence musculoskeletal dynamics. Med Hypotheses. 2005;65(2):273–277.
Bialosky JE, et al. Unraveling the mechanisms of manual therapy: Modeling an approach. J Orthop Sports Phys Ther. 2009;39(3):184–193.
Behm DG, et al. Acute effects of muscle stretching on performance and ROM. Appl Physiol Nutr Metab. 2016;41(1):1–11.
Tozzi P. Selected fascial aspects of osteopathic practice. J Bodyw Mov Ther. 2012;16(4):503–519.
Oschman JL. Connective tissue as a body-wide signaling network. Med Hypotheses. 2003;60(4):506–517