05/01/2026
#โรคซึมเศร้าในคนที่ยังทำงานได้ดี (High functioning depression)
วันนี้จะพูดถึงโรคซึมเศร้าในคนบางกลุ่ม ที่มีทั้งข้อเหมือนและข้อแตกต่างจากโรคซึมเศร้าที่เราคุ้นเคยกัน
นั่นคือ High Functioning Depression ซึ่งหมอขอแปลเป็นไทยเองว่า โรคซึมเศร้าในคนที่ยังทำงานได้ดี
โรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ มักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในแง่ความสุข การรับผิดชอบหน้าที่ หรือการดูแลรักษาความสัมพันธ์
ซึ่งเมื่อผลกระทบมีหลายด้าน ผู้ป่วยก็มักจะรู้ต้วว่าตนเองไม่ปกติ แล้วไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มักไม่รู้ตัวว่าตนเองก็มีอาการ เพราะยังทำงานได้ ยังเข้าสังคมเหมือนเดิม
คนกลุ่มนี้มักเป็นคนที่มีความสามารถสูง สมัยเรียนก็เป็นนักเรียนที่เรียนดี
แม้ว่าจะมีโรคซึมเศร้าเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังทำงานได้มาตรฐานเหมือนเดิม
แต่
ที่แตกต่างก็คือ พลังชีวิตทั้งหมด ถูกเอาไปใช้ไปกับ การทำสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น นั่นก็คือการรับผิดชอบงาน และการ “ทำตัวปกติ”
แล้วเมื่อกลับถึงบ้าน ค่อยไปพังตามลำพัง
ภายนอกเขาจะดูไม่ได้ทรุดโทรมอะไร ยังพูดคุยยิ้มแย้ม ยังทำงานได้อย่างที่เคยทำ
แต่ไม่มีใครรู้ว่า จริงๆ แล้วเขารู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอด
ในใจรู้สึกเบื่อหน่าย ว่างเปล่า หนักอึ้ง หรือไม่ยินดียินร้าย เฉย ๆ กับทุกอย่าง
บางรายรู้สึกเหนื่อยกับการมีชีวิต ที่ยังอยู่ก็เพื่อ…(พ่อ/แม่) เท่านั้นเข้ามาเป็นประจำ
กิจกรรมที่เคยชอบ ก็ไม่เพลิดเพลินอีกต่อไป
หลายคนลืมไปว่า ตัวเองเคยชอบดูกีฬา ทำขนม เล่นดนตรี ฯลฯ
เวลาว่างก็จะ นั่ง ๆ นอน ๆ เฉย ๆ ได้ทีละนาน ๆ อาจจะไถมือถือแบบไร้จุดหมายหรือนอนมองเพดาน
จะทำงานบ้านเมื่อจำเป็นต้องทำจริงๆ เช่น กองเสื้อผ้าถูกดองไว้จนกว่าไม่มีอะไรจะใส่ ห้องรกมากขึ้นเพราะไม่ค่อยได้จัด ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด
ดูแลตัวเองน้อยลง บางวันอาจไม่ได้อาบน้ำ สระผม ทาครีม อย่างที่เคย แต่จะทำเมื่อต้องออกนอกบ้านไปพบปะผู้คน
ปัญหาการนอนอาจจะไม่มาก แต่ถึงนอนไม่หลับหรือหลับไม่ดี เขาก็จะยังสามารถตื่นเวลาเดิม แล้วเข็นตัวเองไปทำงานตรงเวลาได้ แม้ว่าในใจจะรู้สึกฝืนมากก็ตาม
หากมีงานที่ต้องทำต่อที่บ้าน ก็จะเริ่มต้นทำได้ยาก แต่ก็สามารถจัดการจนทันส่งอยู่ดี
เวลาเข้าสังคม บางคนเปลี่ยน mode มาพูดคุยยิ้มแย้มได้เหมือนนักแสดงที่ต้องมีคติว่า The show must go on.
ส่วนบางคนต้อง “ฮึบ” ทำตัวปกติ ซ่อนความรู้สึกขุ่นมัวหรือหม่นเศร้าเอาไว้ เพราะการซึม การเงียบ อาจจะทำให้มีคนทักว่าเป็นอะไร ใส่หน้ากากไปง่ายกว่า
เมื่อการงานไม่เสีย และก็ไม่มีปัญหากับใคร ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเข้าใจว่าที่ตนเองเหนื่อยล้าและรู้สึกว่าต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลานั้น ก็เป็นเพียงผลจากสิ่งที่ต้องเจอ เช่น เรียนปริญญาเอกมันก็ต้องเหนื่อยแบบนี้
จริง ๆ แล้วคนใกล้ชิด ก็อาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอยู่บ้าง แต่ก็มักคิดว่า คงจะทำงานเหนื่อยแหละ
ด้วยความที่ผู้ป่วยยังรับผิดชอบงานได้ดี ดังนั้นกว่าผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ ก็อาจจะมีโรคซึมเศร้าเรื้อรัง (มากกว่า 2 ปี) แล้ว
อยากให้ลองสังเกตตัวเองกันดูนะคะ
บางทีคุณอาจกำลังต่อสู้อยู่กับโรคโดยไม่รู้ตัวก็ได้
หมายเหตุ : การวินิจฉัยที่แน่นอน จำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อซักประวัติเพิ่มเติม และตรวจสภาพจิต (Mental Status Examination) นะคะ
หมอมีฟ้า
รูปจาก The Depression Project
Edited | 22.9.65 | ตัวอย่างเคสใน comment