Quantia

Quantia Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Quantia, Jamestown.
(2)

ดิฉันชื่อ ขวัญ หรือควอนเทีย จากเครือเพจ Tensia และ Core - Physiology นำเสนอบทความเรื่องวิทยาศาสตร์ของมะเร็งเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจพฤติกรรมของมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูหลักของมนุษย์ว่า จะป้องกันอย่างไร และหากเป็นแล้วมีกลไกอะไรที่พอกำจัดมันบ้าง

🌸 มะเร็งตั้งใจสร้างหลอดเลือดแย่ๆ เพื่อเปลี่ยนอาณาจักรตัวเองให้โหด คัดเลือกผู้แข็งแกร่ง ให้มันลุกลามได้ปัญหาอย่างหนึ่งของ...
06/05/2026

🌸 มะเร็งตั้งใจสร้างหลอดเลือดแย่ๆ เพื่อเปลี่ยน
อาณาจักรตัวเองให้โหด คัดเลือกผู้แข็งแกร่ง ให้มันลุกลามได้


ปัญหาอย่างหนึ่งของมะเร็งคือ มันชอบเร่งให้หลอดเลือดงอกมาเลี้ยงแบบลวก ๆ บางทีก็ให้เยื่อบุผนังหลอดเลือดงอกมาเองแบบไม่มีคนไกด์เลย (ปกติ pericyte จะไกด์)

ผลคือได้หลอดเลือดที่แตกแขนงไม่ดี ผนังเปราะ รั่วง่าย สารน้ำซึมออกมาเต็มเนื้อเยื่อ ทำให้แรงดันในก้อนสูงขึ้น จนเลือดไหลเข้าไปลึก ๆ ได้ยาก


สุดท้ายหลอดเลือดจึงวนอยู่แค่รอบนอกของก้อน ข้างในมีน้อยมากที่จะได้รับเลือด

และเมื่อข้างในขาดเลือด ก็เท่ากับขาดออกซิเจน ขาดอาหาร สภาพแวดล้อมกลายเป็นสนามทดสอบที่โหดร้าย


เซลล์ที่อยู่รอดได้ จะไม่ใช่เซลล์ธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันจะเป็นเซลล์ที่ “ทน” และ “ดุ” มากที่สุดค่ะ

เพราะความหิวและความขาดออกซิเจน จะคัดหาเซลล์ที่งัดพลังออกมาได้มากที่สุด เซลล์เหล่านี้จะเริ่มเปิดโหมดรอดชีวิต เปลี่ยนระบบเผาผลาญ ปรับตัวให้ทนกรด ทน stress และค่อย ๆ กลายเป็นตัวที่ลุกลามง่ายขึ้น

เหมือนถูกบีบให้อยากออกจากชุมชนแออัดที่กำลังพังทลาย


🏰 เปรียบเหมือนอาณาจักรหนึ่ง
ที่ปล่อยให้ผู้คนอดอยาก ขาดอากาศ และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดกันเอง

คนที่อ่อนแอ ค่อย ๆ ล้มลงไป
เหลือแต่คนที่ “ทนที่สุด”
“ดุที่สุด”
และ “พร้อมทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด”

คนที่รอด ก็มีลูกหลานต่อ
ส่งต่อความโหด ความทน และสัญชาตญาณเอาตัวรอดต่อไปอีก


แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ
อาณาจักรมะเร็ง มันไม่ได้ใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปีเหมือนสังคมมนุษย์

มันเร่งทุกอย่างเร็วขึ้นมหาศาล

เซลล์มะเร็งรุ่นใหม่เกิดขึ้นแทบตลอดเวลา
ตัวไหนอ่อนแอก็ตๅยไป
ตัวไหนทนความหิวได้
ทนการขาดออกซิเจนได้
ทนกรดได้
หลบสายตาภูมิคุ้มกันเก่ง
ตัวนั้นก็จะรอด และขยายเผ่าพันธุ์ต่อ


เหมือนอาณาจักรนี้
ตั้งใจสร้าง “นรก”
ขึ้นมาเอง

เพื่อบีบให้เหลือแต่สิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดค่ะ


🏃‍♂️ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในวิธีที่ตัดแผนนี้ของมัน เพราะยิ่งออก ยิ่งปรับให้หลอดเลือดที่เลี้ยงมันเป็นปกติมากขึ้น แตกแขนงดี ทะลุทะลวงไปเลี้ยงในก้อนได้ดี

หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น รั่วน้อยลง ระบบไหลเวียนเข้าถึงแกนกลางได้มากขึ้น ความดันในก้อนลดลง ผลคือออกซิเจนและสารอาหารเข้าถึงมากขึ้นจนสภาพแวดล้อม “ไม่โหด” เหมือนเดิม

ชาวมะเร็งต่างเป็นสุข ไม่ขาดอาหาร ไม่ขาดออกซิเจน ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องคัดเลือกตัวที่ดุที่สุดขึ้นมาเป็นผู้นำเผ่าพันธุ์

และช่วงเวลาที่มันเหมือนสงบสุขนี่แหละค่ะ
มันคือจังหวะที่ร่างกายเรา “ตีวงล้อม” ได้ดีที่สุด

เพราะหลอดเลือดที่เลี้ยงมาถึงใจกลางก้อน กลายเป็นเส้นทางให้เม็ดเลือดขาวบุกเข้ามาได้จริง ๆ ทั้ง NK cell และ CD8+ T cell สามารถเดินทางเข้ามา ปลิดชีพเซลล์มะเร็งได้

เหมือนเปิดประตูให้หน่วยพิฆาตเข้ามาทำงาน


🌼 การออกกำลังกายที่ส่งผล มักจะพูดตรงกันคือ แอโรบิก + ออกแบบมีแรงต้าน + ยืดเหยียด

แอโรบิกระดับปานกลาง 150-300 นาที/สัปดาห์, ออกแบบมีแรงต้าน 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ และมียืดเหยียดด้วยยิ่งดี หลีกเลี่ยงการออกหนักมากเกินไป เพราะช่วงแรกอาจสร้างแวดล้อมอักเสบได้

และสิ่งสำคัญคือ “ทำต่อเนื่อง” เพราะการปรับหลอดเลือดให้เป็นปกติ ต้องอาศัยการฝึกซ้ำ ๆ ให้ร่างกายค่อย ๆ รีโมเดลระบบไหลเวียนค่ะ


เสมือนออกกำลังกาย
ให้เซลล์มะเร็งเป็นสุข
ก่อนที่จะถูกทำให้หลับไปตลอดกาล

“แกไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ
หลับได้แล้ว ไม่ต้องอดอยาก และแบ่งเซลล์อีกแล้ว”

T-VEC = ส่งไวรัสที่บรรจุรหัสยีนสร้างสารเรียกเม็ดเลือดขาว เข้าไปในอาณาจักรมะเร็ง1. ไวรัสจะคิดเซลล์มะเร็ง แบ่งตัวจนเซลล์นั...
05/05/2026

T-VEC = ส่งไวรัสที่บรรจุรหัสยีนสร้างสารเรียกเม็ดเลือดขาว เข้าไปในอาณาจักรมะเร็ง

1. ไวรัสจะคิดเซลล์มะเร็ง แบ่งตัวจนเซลล์นั้นตๅย แล้วแพร่ไปยังเซลล์มะเร็งตัวอื่น

2. ระหว่างที่อยู่ในเซลล์ ไวรัสก็บังคับสร้างโปรตีนตัวเอง 1 ในนั้นคือโปรตีน GM-CSF ไว้คอยเรียกกองทัพเม็ดเลือดขาว

ดังนั้นไม่ใช่แค่ป่วนอาณาจักร
แต่ล็อกดป้าให้กองกำลังเสริมบุกเป็นระลอก 2

อ่านเพิ่มเติมในคอมเมนต์

🌸 มะเร็งไม่ได้แค่โต แต่มันทำให้เลือด “แข็งตัวผิดปกติ” ได้มะเร็งที่เราคุ้นเคยกัน มักถูกอธิบายว่าโต กดเบียด และลุกลาม แต่ใ...
04/05/2026

🌸 มะเร็งไม่ได้แค่โต แต่มันทำให้เลือด “แข็งตัวผิดปกติ” ได้

มะเร็งที่เราคุ้นเคยกัน มักถูกอธิบายว่าโต กดเบียด และลุกลาม แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันยังเข้าไป “ยุ่งกับระบบการแข็งตัวของเลือด” ทั้งร่างกาย จนเกิดภาวะเลือดจับตัวง่ายผิดปกติ หรือที่เรียกว่า cancer-associated thrombosis


ถ้าสมมติว่าเลือดคือแม่น้ำ ที่พัดพาสิ่งต่าง ๆ ไปถึงฝั่ง แต่เมื่อมีมะเร็งขึ้นมา มันจะเสกให้แม่น้ำนี้เริ่มมีการเกาะกลุ่มของ “ตะกอน” ง่ายกว่าปกติ

มันทำได้ยังไง? ทั้งๆ ที่การเกิดลิ่มเลือด
ธรรมชาติถูกตั้งมาเงื่อนไขให้ทำเฉพาะตอนที่ร่างกายมีแผลไม่ใช่หรือ?


🔬 กลไกแรก มะเร็งสร้างสัญญาณให้เลือดแข็งตัวโดยตรง ซึ่งปกติร่างกายเรามีสารตัวนี้อยู่แล้วค่ะ มันชื่อว่า tissue factor แต่มันจะปล่อยเข้ากระแสเลือดตอนผนังหลอดเลือดมีแผลค่ะ แต่เจ้ามะเร็งสร้างให้สดๆ เลย บางครั้งก็สร้างแล้วส่งออกมาในรูปถุงหุ้มก็มี

กลไกที่สอง มะเร็งปล่อยสารพิเศษที่ชื่อว่า Cancer procoagulant ซึ่งตัวนี้กระตุ้นหน่วยแข็งตัวของเลือด ณ ตำแหน่งกลางๆ ของปฏิกิริยาเลย (Factor X activator)

กลไกที่สาม มะเร็งยังสั่งให้เซลล์อื่นช่วยอีก
→ เกล็ดเลือดเกาะกันง่ายมากขึ้น
→ เม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิล เปิดโหมดปลิดชีพตัวเอง พร้อมปลิ้นสาย DNA และโปรตีนของตัวเองออกมา (NETs) ซึ่งปกตินิวโตรฟิลจะใช้ตอนเจอเชื้อเยอะๆ ผลคือกลายเป็นโครงให้ลิ่มเลือดเกาะ

รวมกันแล้ว ร่างกายเข้าสู่ภาวะเลือดแข็งตัวง่าย
ซึ่งไม่ได้เกิดจากจุดเดียว แต่เป็นทั้งระบบ


🎯 แล้วมะเร็งทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

มันไม่ได้เป็นแค่ผลข้างเคียง
แต่มะเร็ง “ใช้ระบบนี้” เป็นเครื่องมือเสริมกำลังตัวเองค่ะ

คือเหมือนมะเร็งมันรู้ว่า การแข็งตัวของเลือดในภาวะปกติ มันจะเกิดตอนที่มีเนื้อเยื่อเสียหาย ดังนั้นขั้นตอนต่อจากเลือดแข็งตัวอุดแผล จะเกิดการอักเสบ, สร้างหลอดเลือด และฟื้นฟู

นี่แหละค่ะที่มะเร็งต้องการ ต้องการเกิดอักเสบ เพราะแวดล้อมอักเสบ ช่วยให้มะเร็งยิ่งได้เปรียบ, เร่งสร้างหลอดเลือดใหม่ เพื่อให้มะเร็งขยายอาณาจักร และเร่งกลไกฟื้นฟู ซึ่งในกลไกนี้จะมีการกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวมากขึ้นด้วย

แถมยังได้กาวหนืบๆ อย่าง fibrin สานตัวเป็นทางให้มะเร็งเกาะยึดอีก


⚠️ ปัญหาคือมะเร็งมันไม่รู้จักพอ
มักกระตุ้นจนระบบการแข็งตัวของเลือดเสียสมดุล

เกิดลิ่มเลือดในขา → ปวด บวม แดง
ลิ่มเลือดที่ขาไหลไปปอด → เหนื่อย เจ็บหน้าอก บางครั้งอุดจนความดันตกเลย

ในบางราย ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจน
→ เกิดลิ่มเลือดทั่วร่างกาย (DIC)
→ ใช้วัตถุดิบการแข็งตัวของเลือดไปจนเกลี้ยง
→ เกิดภาวะเลือดออกง่ายแทน


โดยมะเร็งแต่ละชนิดมีศักยภาพในการเหนี่ยวนำลิ่มเลือดต่างกัน
ตัวที่เหนี่ยวนำเก่งๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด APL, มะเร็งที่มีต้นกำเนิดมาจากต่อม (Adenocarcinoma)

💊 หากมีภาวะเหล่านี้
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ในส่วนของการปฏิบัติตัวเองนั้น
✅ เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ ถ้าพอเดินได้ เดินไปเดินมาบ้างค่ะ ถ้าช่วงโรคสงบ อย่าลืมลุกมาออกกำลังกายนะคะ
✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
✅ สังเกตอาการบวม เจ็บขา หรือหายใจผิดปกติ
✅ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
✅ ไม่หยุดยาเอง
✅ ระหว่างใช้ยาต้านการแข็งตัว ระวังการกระทบกระแทก
✅ รีบพบแพทย์ หากมีเลือดออกผิดปกติ


สรุป

มะเร็งไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อ
แต่มันเปลี่ยน “สมดุลของเลือดทั้งระบบ”
ให้เอื้อต่อการอยู่รอดและการลุกลามของมัน

และเมื่อเราเข้าใจกลไกนี้
เราจะสามารถป้องกันและดูแลได้ดีขึ้นค่ะ

03/05/2026

นอนหลับดี ช่วย set ระบบ ฮอร์โมน cortisol รันตามจังหวะ ไม่สูงลอยตลอด ผลดีอย่างยิ่งคือภูมิไม่ถูกกด เหล่า NK cell และ CD8+ จะออกล่ามะเร็งได้เต็มที่ นอนกันนะคะ 🌹

🌸 ทำไมมะเร็งถึงทำให้ ‘เจ็บรุนแรง’ ได้มะเร็งนอกจากจะทำให้เกิดอาการตามอวัยวะที่มันอยู่แล้ว สิ่งที่ทำลายคุณภาพชีวิตของผู้ป่...
03/05/2026

🌸 ทำไมมะเร็งถึงทำให้ ‘เจ็บรุนแรง’ ได้

มะเร็งนอกจากจะทำให้เกิดอาการตามอวัยวะที่มันอยู่แล้ว สิ่งที่ทำลายคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ “ความเจ็บ” ค่ะ

และความเจ็บนี้ ไม่ได้มาจากก้อนใหญ่กดทับอย่างเดียว


ความจริงคือ มะเร็งสามารถ “คุยกับระบบประสาท” ได้โดยตรง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เส้นประสาทไวเกินปกติได้ สัญญาณความเจ็บมาเท่าไหร่ มันเบิ้ลซ้ำเข้าไปอีก

ทำไมมันทำแบบนั้นได้?


1. แวดล้อมสารอักเสบในก้อนมะเร็ง

มะเร็งคืออาณาจักรที่เต็มไปด้วยการกดเบียดกัน แก่งแย่งกันอยู่แล้ว ยังไม่นับเหล่าภูมิคุ้มกันที่กำลังต่อสู้เพื่อพวกเรา สิ่งเหล่านี้สร้างสารอักเสบมากมาย ซึ่งสารบางชนิด เช่น prostaglandin และเหล่า cytokine นั้น
→ ไปเพิ่มความไวของเส้นประสาทได้ (ลด threshold)
→ แค่สิ่งกระตุ้นเล็กน้อยก็กลายเป็นความเจ็บ

2. มะเร็งสร้างแวดล้อมเป็นกรด

มะเร็งเปิดโหมดเผาผลาญน้ำตาลที่ไวมาก (Warburg effect) ซึ่งวิธีนี้จะผลิตกรดออกมามหาศาล ซึ่งกรดนี้นอกจากจะป้องกันภูมิคุ้มกันของฝ่ายเราแล้ว มันยังกระตุ้นความเจ็บได้โดยตรง ประหนึ่งโดนน้ำกรด

3. มะเร็งสามารถลุกลามเส้นประสาทได้

เซลล์มะเร็งที่พยายามฉีกตัวเองออกมาจากอาณาจักรที่แออัด มีความสามารถในการสร้างน้ำย่อยแหวกทาง แทรกซึม เนื้อเยื่อรอบๆ ได้ รวมถึงเหล่าเส้นประสาท
→ ทำให้เส้นประสาทเสียรูปและยิงสัญญาณผิดปกติ
→ เกิดอาการปวดแบบแปลบหรือเหมือนไฟฟ้าช็อต

4. มะเร็งเร่งแตกแขนงของตัวรับความเจ็บด้วย

มะเร็งยังปล่อยสารอย่าง NGF (nerve growth factor)
→ กระตุ้นให้เส้นประสาท “งอกเพิ่ม” เข้ามาในก้อน
→ เหมือนเพิ่มจำนวนสายไฟในพื้นที่เดียว
→ ยิ่งไว ยิ่งปวดง่าย

ทั้ง 4 กลไกนี้ ทำให้เส้นประสาทที่รับความเจ็บ นำไปดีขึ้น ไวขึ้น มากขึ้นไปอีก (Peripheral sensitization)

🧠 และความเจ็บไม่ได้หยุดแค่ปลายประสาท
เมื่อสัญญาณส่งขึ้นไปที่ไขสันหลังและสมอง
ระบบจะถูกปรับให้ “ขยายสัญญาณ”
เรียกว่า central sensitization
→ ทำให้ปวดต่อเนื่อง แม้สิ่งกระตุ้นลดลงแล้ว


💥 ดังนั้น มะเร็ง 1 ก้อน ไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อ
แต่คือ “ระบบนิเวศ” ที่มีทั้งเซลล์ภูมิ เส้นประสาท และสารเคมี
ร่วมกันสร้างความเจ็บในหลายระดับ

ปัจจุบัน มีความพยายามพัฒนายาจำนวนมาก
เพื่อ “ตัดวงจรความเจ็บ” นี้โดยเฉพาะ
เช่น การยับยั้ง NGF, ion channel บนเส้นประสาท
หรือปรับ immune–pain interaction

🔄 แนวคิดการรักษากำลังเปลี่ยน จากการกดอาการอย่างเดียว
→ ไปสู่การรักษาแบบ “กลไก (mechanism-based)” ที่เลือกยาตามชนิดของ pain ในแต่ละคน

แล้วควรทำอย่างไรดี
✔️ รับประทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
✔️ บอกระดับความเจ็บกับแพทย์ตรงๆ เพื่อปรับยาให้เหมาะ (pain score สำคัญมาก)
✔️ จัดท่าทางร่างกายให้ลดแรงกด เช่น หนุนหมอนรองจุดที่ปวด
✔️ ใช้ความร้อนหรือความเย็นเฉพาะจุด ซึ่งปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ บางจุดสามารถลดได้ค่ะ
✔️ ฝึกหายใจช้าๆ ลึกๆ ลดการเกร็งของร่างกายและลดการขยายสัญญาณเจ็บได (pain amplification)
✔️ ช่วงที่ปวดเบาลงและเริ่มนอนได้แล้ว พักทุกงาน นอนหลับให้พอ เพราะการอดนอนทำให้ระบบประสาทไวต่อความเจ็บมากขึ้น
✔️ ขยับร่างกายเบาๆ เท่าที่ทำได้, หรือเดินไปไหนมาได้บ้าง จะช่วยลดการคั่งของสารก่อความปวดและช่วยให้เลือดไหลเวียน
✔️ ดูแลภาวะท้องผูก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้กลุ่ม opioid เช่น morphine
✔️ ช่วงอาการดีขึ้นแล้ว กำจัดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะ stress กระตุ้นวงจรอักเสบ
✔️ หากปวดเปลี่ยนลักษณะ หรือรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์ ไม่ปรับยาเอง


🧩 สรุปคือ ความเจ็บในมะเร็งไม่ได้ขึ้นกับขนาดก้อน แต่ขึ้นกับว่า
ก้อนนั้น “สื่อสารกับเส้นประสาทมากแค่ไหน”

และแม้กลไกจะซับซ้อน ข่าวดีคือ ความเข้าใจที่ลึกขึ้น
กำลังเปิดทางให้ค้นพบการรักษาควบคุมความเจ็บดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

และความเจ็บมันจะมาเป็นระลอก มันจะมีช่วงที่แย่ และหลังจากรักษา ค่ามะเร็งลดลง อาการมีโอกาสดีขึ้นได้ค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในการต่อสู้มันต่อไปนะคะ

ทำไมมะเร็งบางชนิด รู้ตัวอีกที ก็ลุกลามแล้ว “ก่อนหน้านี้ยังแข็งแรงดีอยู่เลยแต่พอไปตรวจ ก็ลุกลามแล้ว”คำถามคือมะเร็งมัน “แอ...
02/05/2026

ทำไมมะเร็งบางชนิด รู้ตัวอีกที ก็ลุกลามแล้ว

“ก่อนหน้านี้ยังแข็งแรงดีอยู่เลย
แต่พอไปตรวจ ก็ลุกลามแล้ว”

คำถามคือ
มะเร็งมัน “แอบโต” เงียบขนาดนี้ได้ยังไง

มีหลายเหตุผลค่ะ


1. บางครั้งการกระจายเกิดขึ้นตั้งแต่ระยะต้นของโรค

ในมะเร็งหลายชนิด เซลล์บางส่วนสามารถหลุดออกจากก้อนหลัก แล้วเดินทางผ่านหลอดเลือดหรือระบบน้ำเหลือง กระบวนการนี้เรียกว่า การแพร่กระจาย (metastasis)

เซลล์ที่หลุดออกไปเหล่านี้ อาจไปฝังตัวในอวัยวะอื่นตั้งแต่ระยะต้น แม้ก้อนหลักจะยังเล็กเกินกว่าจะตรวจพบ

แต่หลายครั้ง ถึงแม้เดินทางไปถึงที่หมายแล้ว บางทีก็โดนกำจัดไปก่อนเช่นกัน ดังนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ มันเลยต้องมีข้อถัดไป


2. เซลล์มะเร็งบางส่วนเลือก “หลับ” อยู่เป็นเวลานาน

เซลล์ที่กระจายไปแล้วบางตัว
อาจเข้าสู่ภาวะพักตัวที่เรียกว่า Tumor dormancy

ในช่วงนี้เซลล์แทบไม่แบ่งตัว
จำนวนยังน้อยมาก จึงยังไม่สร้างก้อนมะเร็งขนาดใหญ่

เซลล์มักมีการทำงานของเซลล์ต่ำ
และอยู่กระจัดกระจายเป็นจำนวนน้อย
จึงไม่ก่ออาการและตรวจพบได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ไม่ได้หมายความว่าเซลล์มะเร็งแข็งแรง

ในความเป็นจริง
บางส่วนอาจถูกภูมิคุ้มกันกำจัดได้
หรือไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้


3. มะเร็งบางชนิดอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยแสดงอาการเลย

อวัยวะบางชนิดอยู่ลึกในช่องท้องค่ะ
เช่น ตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะหลังช่องท้อง

ในระยะแรก
ก้อนมะเร็งมักยังเล็ก
และยังไม่รบกวนโครงสร้างสำคัญรอบข้างมากนัก

มะเร็งตับอ่อนชนิดท่อ (pancreatic ductal adenocarcinoma: PDAC)
จึงมักไม่แสดงอาการเด่นในช่วงต้นของโรค

ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมาพบแพทย์
เมื่อโรคดำเนินไปค่อนข้างไกลแล้วค่ะ

แต่ถึงแม้จะไม่ค่อยมีอาการ ภูมิคุ้มกันเองก็ยังเข้าจัดการได้ค่ะ ดังนั้นก็ไม่ใช่ว่าพอมีเซลล์มะเร็งขึ้นในอวัยวะเหล่านี้แล้วจะต้องลงเอยแบบนี้


ดังนั้นอ่านมาถึงในความเป็นจริง
มะเร็งไม่ใช่โรคที่ “เกิดขึ้นทันที”

แต่เป็นโรคที่อาจใช้เวลาหลายปี
ค่อย ๆ เติบโต
ค่อย ๆ ซ่อนตัว
และค่อย ๆ คัดเลือกเซลล์ที่เก่งที่สุด

จนวันหนึ่ง
เมื่อมันปรากฏตัว

แต่ระหว่างทางมันต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย
โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันของเราเอง ฝั่งมันก็ไม่ใช่เรื่อง
ง่าย ๆ เช่นกันค่ะ

ดังนั้นอยากให้ทุกท่านดูแลสุขภาพป้องกันตัวเองเสมอ ท่านที่เป็นแล้วก็ปฏิบัติตัวหลักการเดียวกัน นอกจากรักษาแล้ว ดูแลฟื้นฟูสุขภาพ ให้ภูมิคุ้มกันและการรักษาเข้าจัดการมะเร็งมันให้ได้ค่ะ

01/05/2026

วันนี้มาย้ำสั้นๆ ว่าให้เริ่มปรับและให้ความสำคัญกับการนอนไปเลยค่ะ นอนคือกระบวนการที่ทำให้ร่างกายมีช่วงที่สงบจริงๆ ที่จะบูสต์การทำงานของภูมิ และสร้างแวดล้อมที่มีการอักเสบน้อยลง ทั้งหมดคือลดการเกิดมะเร็งได้ดีมาก

กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่เคลื่อนไหวนะคะ แต่คือหนึ่งในอวัยวะที่ช่วยต้านมะเร็งโดยตรงเลยค่ะ นี่คือเหตุที่ต้องรักษามวลกล้ามเน...
30/04/2026

กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่เคลื่อนไหวนะคะ แต่คือหนึ่งในอวัยวะที่ช่วยต้านมะเร็งโดยตรงเลยค่ะ นี่คือเหตุที่ต้องรักษามวลกล้ามเนื้อไว้เสมอ


ซึ่งวิธีที่จะรักษามวลกล้ามเนื้อให้ดี
คือการกินโปรตีนที่เพียงพอและออกกำลังกายค่ะ

ซึ่งการออกกำลังกายที่ให้ผลโดยตรงเลยคือ
การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านค่ะ


การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน ไม่ได้ทำให้เราแข็งแรงแค่ภายนอกนะคะ แต่เป็นการกระตุ้น “กล้ามเนื้อ” ให้หลั่งสารต่างๆ จำนวนมาก

ที่เรียกว่า ไมโอไคน์ (myokines) ออกสู่กระแสเลือด
เช่น IL-10, CCL4, CXCL1 และสารต้านการอักเสบอื่น ๆ


ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ทั้ง
✔️ ยับยั้งการแบ่งตัว
✔️ ยับยั้งการเคลื่อนที่ลุกลาม
✔️ เพิ่มการสร้างโปรตีนที่ทำให้มะเร็งปลิดชีพตัวเองมากขึ้น(apoptosis)
✔️ ลดการอักเสบ ซึ่งการอักเสบเป็นแวดล้อมที่มะเร็งชอบ

และยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อปกติ
ก็จะยิ่งทำงานจุดนี้ได้ดีมากค่ะ


จากการศึกษาของ Schwappacher
และคณะฯ ในปี 2021 พบว่า

การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เพิ่มจำนวน myokines และเมื่อนำ myokines เหล่านี้ไปเพาะเลี้ยงร่วมกับเซลล์มะเร็งตับอ่อน แล้วดูการเปลี่ยนแปลงต่างๆ พบว่า มีการแบ่งตัวลดลง มีการเคลื่อนที่ลดลง มีการเพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวกับตๅยของมะเร็งมากขึ้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง กล้ามเนื้อที่ถูกใช้งาน
กำลังส่ง “สารสั่งหยุด” ไปยังมะเร็งอย่างเป็นระบบเลยค่ะ


ซึ่งการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน มีได้ตั้งแต่เบาๆ อย่างยกสิ่งของที่มีน้ำหนัก, สควอท, การใช้ยางยืด ยันการออกบอดี้เวทต่าง ๆ ซึ่งแต่ละท่า เหมาะกับแต่ละคนต่างกัน และค่อย ๆ ขยับความแรงทีละน้อยนะคะ ซึ่งจุดนี้เป็นศาสตร์ค่อนข้างใหญ่ ศึกษาเพิ่มเติมได้ยาว ๆ เลยค่ะ

สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง สามารถปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ด้านมะเร็ง เพื่อประเมินสมรรถนะต่าง ๆ เพื่อเลือกวิธีการออกที่เหมาะสมตามแต่ละคนได้เลยค่ะ


การออกกำลังกายรูปแบบอื่น เช่น แอโรบิก และยืดเหยียด ก็ให้ผลดีเช่นกันค่ะ ดังนั้นอยากให้ลุกขึ้นมาฝึกออกตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ

เป็นคนที่ชอบทำแว่นหาย ตื่นมาหาแว่นไม่เจอ 🥀
30/04/2026

เป็นคนที่ชอบทำแว่นหาย ตื่นมาหาแว่นไม่เจอ 🥀

👓

29/04/2026

สุขภาพจิตแย่ เสี่ยมะเร็งทั้ง
✅ โดยตรง: กดภูมิ (↑cortisol), ↑อักเสบ
✅ทางอ้อม: การนอนแย่, ลดพฤติกรรมดูแลสุขภาพ, เพิ่มโอกาสหาวิธีลดเครียดที่เสี่ยงมะเร็ง

ทำไมมะเร็งบางชนิดมักลุกลามไปกระดูกเวลาพูดถึงการกระจายของมะเร็ง หลายคนมักเข้าใจว่าเซลล์มะเร็งหลุดไปตามกระแสเลือดหรือระบบน...
28/04/2026

ทำไมมะเร็งบางชนิดมักลุกลามไปกระดูก

เวลาพูดถึงการกระจายของมะเร็ง หลายคนมักเข้าใจว่าเซลล์มะเร็งหลุดไปตามกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง แล้วไปหยุดที่ไหนก็ได้ เหมือนการลอยไปแบบไม่มีทิศทาง


แต่ในความจริงแล้ว การเดินทางของเซลล์มะเร็งไม่ใช่เรื่องสุ่มค่ะ

มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งปอด มักเลือกไปตั้งหลักที่ “กระดูก” บ่อยเป็นพิเศษ ทั้งที่ในร่างกายยังมีอวัยวะอื่นที่อยู่ใกล้กว่า


นักวิทยาศาสตร์จึงอธิบายเรื่องนี้ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายว่า

เซลล์มะเร็งคือ “เมล็ดพันธุ์”
อวัยวะต่าง ๆ คือ “ดิน”

เมล็ดแต่ละชนิดจะงอกได้ดีเฉพาะในดินบางแบบเท่านั้น
แนวคิดนี้เรียกว่า Seed and soil hypothesis


กระดูกจึงไม่ได้เป็นเพียงโครงแข็ง ๆ อย่างที่เราเห็นจากภายนอก

ภายในกระดูกมีทั้งไขกระดูก มีเซลล์หลากหลายชนิด และมีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตจำนวนมาก สารเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายปุ๋ยและอาหารของเซลล์

เมื่อเซลล์มะเร็งเดินทางมาถึง มันจึงสามารถใช้สภาพแวดล้อมนี้ช่วยให้ตัวเองเติบโตต่อได้ง่าย


อีกเหตุผลหนึ่งคือ “สัญญาณนำทาง”

ภายในไขกระดูกมีสารเคมีที่ทำหน้าที่คล้ายกลิ่นล่อ (CXCL12) ซึ่งปกติเอาไว้ช่วยให้เม็ดเลือดขาวหรือเซลล์บางชนิด หาทางกลับกระดูกได้ แต่เซลล์มะเร็งบางชนิดมีตัวรับของสารนี้ด้วย (CXCR4)

จึงสามารถรับรู้สัญญาณและเคลื่อนที่เข้าหาแหล่งนั้นได้
เหมือนมีเข็มทิศนำทางไปยังกระดูก


เมื่อเซลล์มะเร็งมาถึงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อคือการรบกวน “สมดุลของกระดูก”

ปกติในกระดูกจะมีระบบทำงานร่วมกันระหว่าง
✔️ เซลล์สร้างกระดูก (osteoblast)
✔️ เซลล์สลายกระดูก (osteoclast)

สองฝ่ายนี้ช่วยกันปรับโครงสร้างกระดูกอยู่ตลอดเวลา


แต่เซลล์มะเร็งสามารถเข้าไปเปลี่ยนสมดุลนี้ได้
โดยกระตุ้นให้เซลล์สลายกระดูกทำงานมากกว่าปกติ

เมื่อกระดูกถูกสลาย สารที่สะสมอยู่ในเนื้อกระดูก
เช่น growth factor ต่าง ๆ จะถูกปล่อยออกมา

สารเหล่านี้กลับกลายเป็นอาหารของเซลล์มะเร็ง


สร้างวงจรเกิดซ้ำไปซ้ำมาจนมะเร็งโต:

เซลล์มะเร็ง → กระตุ้นการสลายกระดูก → สารจากกระดูกถูกปล่อย → เซลล์มะเร็งเติบโตเพิ่ม → กระตุ้นการสลายต่อ


โดยสรุปเราจะเห็นว่า การกระจายของมะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นผลจาก “ความเข้ากัน” ระหว่างเซลล์มะเร็งกับสภาพแวดล้อมของอวัยวะปลายทาง

เหมือนเมล็ดที่ต้องการดินที่เหมาะสม


แม้มะเร็งจะเป็นโรคที่ซับซ้อน และแต่ละชนิดมีพฤติกรรมต่างกันมาก การรักษาจึงต้องปรับตามลักษณะของมัน

ปัจจุบันความรู้ทางการแพทย์พัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับในอดีต แต่ยังคงต้องศึกษาลงลึกในแต่ละชนิดของมะเร็ง


✔️ สำหรับเราทุกคน การดูแลสุขภาพยังคงมีความหมายเสมอ แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระยะยาว

Address

Jamestown

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Quantia posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share