วิตามินรวมสำหรับลูกรัก แคลโคป้า calcopa

วิตามินรวมสำหรับลูกรัก แคลโคป้า calcopa วิตามินรวมบำรุงสมอง สายตา เสริมภูม?

21/08/2025
22/03/2025

5 เรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่ควรจะหยอกล้อเด็ก
เพราะจะทำให้ self-esteem ของเด็กลดลง

ถ้าเคย…ลองปรับดูนะคะ
20/03/2025

ถ้าเคย…ลองปรับดูนะคะ

คำชมของ Toxic Parents มักจะไม่ใช่คำชมที่จริงใจ แต่มักจะมาพร้อมกับเงื่อนไข การเปรียบเทียบ หรือการกดดันให้ลูกทำตามที่พ่อแม่ต้องการ ตัวอย่างเช่น

1. คำชมที่มีเงื่อนไข
• “ดีมากลูก แต่ครั้งหน้าต้องทำให้ดีกว่านี้นะ” – ทำให้ลูกรู้สึกว่ายังไม่ดีพอ
• “เก่งมากลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ตลอดก็คงดี” – ทำให้ลูกรู้สึกว่าความรักของพ่อแม่มีเงื่อนไข
• “ในที่สุดก็ทำได้ซะที น่าจะทำได้ตั้งนานแล้วนะ” – ฟังดูเหมือนชม แต่จริง ๆ คือการตำหนิกลาย ๆ

2. คำชมที่เปรียบเทียบกับคนอื่น
• “เก่งจังเลยลูก วันนี้คะแนนดีกว่าเพื่อนข้างบ้านแล้วนะ” – ทำให้ลูกยึดเอาคนอื่นเป็นมาตรฐานแทนที่จะภูมิใจในตัวเอง
• “เก่งขึ้นเยอะเลย ดีกว่าตอนที่ทำแย่ ๆ เมื่อก่อนอีก” – ฟังดูเหมือนชม แต่กลับเน้นอดีตที่ไม่ดีของลูก
• “ดีจัง อย่างน้อยก็ไม่แย่เท่าพี่/น้องของลูก” – ชมโดยใช้การเปรียบเทียบ ซึ่งอาจสร้างปมในใจ

3. คำชมที่กดดันลูก
• “แม่รู้ว่าลูกทำได้อยู่แล้ว เพราะลูกแม่ต้องเก่งที่สุด” – สร้างความกดดันให้ลูกต้องเก่งเสมอ
• “ดูสิ วันนี้ลูกทำดีได้ แสดงว่าไม่มีข้ออ้างที่จะแย่อีกแล้วนะ” – ทำให้ลูกรู้สึกผิดหากวันไหนทำได้ไม่ดี
• “แม่ภูมิใจนะ… แต่ถ้าได้ที่หนึ่งจะภูมิใจกว่านี้” – ทำให้ลูกรู้สึกว่าต้องพยายามมากขึ้นตลอดเวลา

4. คำชมที่ดูเหมือนเสียดสี
• “โอ้โห นี่ลูกแม่จริงเหรอ ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ?” – ฟังดูเหมือนแปลกใจมากกว่าจะภูมิใจ
• “วันนี้ลูกช่วยทำงานบ้าน แม่ต้องจดไว้ในปฏิทินแล้วล่ะ” – ประชดประชันว่าปกติลูกไม่ช่วย
• “เก่งมากลูก แม่ล่ะไม่อยากเชื่อเลยว่านี่ฝีมือลูก” – ทำให้ลูกรู้สึกว่าสิ่งที่ทำได้ดีเป็นเรื่องผิดปกติ

คำชมของพ่อแม่ที่เป็นพิษมักทำให้ลูกรู้สึกกดดัน ขาดความมั่นใจ และต้องพยายามเพื่อให้ได้รับความรักอย่างมีเงื่อนไข ต่างจากคำชมที่จริงใจ ซึ่งช่วยส่งเสริมความมั่นใจและความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

ลองดูคำชมที่ควรชมกันบ้างเนอะ
https://www.facebook.com/share/p/1FhGNB8Wg1/?mibextid=wwXIfr

#แม่ฟูลไทม์

08/03/2025
อยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ฟังทฤษฎีมาร์ชเมลโล่
11/09/2024

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ฟัง
ทฤษฎีมาร์ชเมลโล่

คำพูดเชิงบวกไว้คุยกับลูกนะคะ❤️
28/08/2024

คำพูดเชิงบวกไว้คุยกับลูกนะคะ❤️

#รวมคำพูดเชิงบวกที่ใช้กับลูกได้ตั้งแต่เช้าจนเข้านอน
วันนี้ #มัมมี่Bชวนเมาท์ ได้รวมคำพูดในการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเน้นการใช้เหตุผล การทำความเข้าใจและเรียนรู้ในเรื่องการจัดการอารมณ์ของทั้งพ่อแม่ลูก การบอกรัก ชื่นชม ขอบคุณ หรือบอกความต้องการของพ่อแม่ด้วยคำพูดสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ซึ่งพ่อแม่สามารถลองนำไปปรับใช้พูดกับลูกได้มาฝากกันนะคะ ♥️
1. แม่รักลูกจัง ขอบคุณนะที่เกิดมาเป็นลูกแม่
2. หนูรู้สึกว่า การบ้าน/ดนตรี/กีฬา ที่ลูกทำอยู่มันยาก หนูเลยไม่อยากทำใช่ไหม ค่อยๆลองทำนะ แม่เชื่อว่าหนูทำได้
3. แม่เห็นว่าหนูพยายามมากเลย แม่ภูมิใจในตัวหนูจัง
4. แม่เข้าใจว่า ลูกหงุดหงิดที่ยังทำไม่ได้ เรามาพยายามด้วยกันดีไม๊ อยากให้แม่ช่วยตรงไหนบอกเลยนะ
5. แม่รู้ว่าลูกโกรธ เราโกรธได้ แต่เราจะไม่ตีคนอื่นนะ ไหนอยากจะทำอะไรบอกแม่สิคะ
6. หนูเจ็บมากเลยใช่ไหมที่หกล้ม ถ้าเจ็บหนูร้องไห้ได้นะ
7. แม่เข้าใจมันน่าเศร้า/น่าโกรธ/น่าเสียใจจริงๆ
8. ใกล้ถึงเวลาอาบน้ำแล้ว แม่รู้ว่าลูกกำลังเล่นสนุก เหลือเวลาอีก 5 นาทีเราไปอาบน้ำกันนะ
9. แม่เข้าใจนะ หนูร้องให้เพราะอยากได้ของเล่น แต่เราตกลงกันแล้วว่าครั้งนี้เราจะไม่ซื้อใช่ไหมจ๊ะ
10. แม่จะดีใจมากเลยนะถ้าลูกเล่นของเล่นแล้วเก็บ
11. ขอบคุณที่ช่วยแม่ทำงานบ้านนะลูก หนูมีน้ำใจจริงๆ
12. หนูทำน้ำหก ไม่เป็นไรนะไหนลองคิดซิ เราจะทำยังไงกันดี
13. แม่เจ็บ/เสียใจ/โกรธนะ ที่หนูตี /เสียงดังใส่แม่ ถ้าคนอื่นตี/เสียงดังใส่หนู หนูจะรู้สึกอย่างไร
14. หนูเสียใจที่แพ้แต่แม่เห็นนะว่าหนูทำเต็มที่แล้ว แค่ลงแข่งหนูก็ชนะใจตัวเองแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรแม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ เราสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้นะจ๊ะ
15. เกิดอะไรขึ้นเล่าให้แม่ฟังได้ไหมทำไมลูกถึงทำแบบนั้น
16. แม่ห่วงมากเลยนะที่ลูกกลับผิดเวลาแล้วติดต่อไม่ได้ แม่กลัวมาก ว่าลูกจะเกิดอันตราย ทำไมวันนี้กลับช้าล่ะลูก
17. แม่รู้ว่าเกมนี้สนุกมาก แต่แม่ไม่โอเคเลยที่กลับบ้านมา2-3 ชั่วโมงแล้วยังเห็นลูกเล่นแต่เกม ไม่ทำการบ้าน/อ่านหนังสือ ลูกว่าเราควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี
18. แม่รู้ว่าหนูอยากเล่น แต่รถคันนั้นเป็นของน้อง/เพื่อน หนูลองขอน้อง/เพื่อน แบ่งเล่นด้วยดีๆนะจ๊ะ
19. แม่อยากให้ลูกพูดดีๆ ไม่ต้องเสียงดัง เวลาหนูพูดเพราะน่ารักมาก เรามาพูดดีๆ กันนะ
20. ถ้าลูกกินข้าวเสร็จไว เราจะมีเวลาไปเล่นกันเยอะขึ้น
21.จานข้าวไม่ใช่ของเล่นนะจ๊ะ ถ้าลูกอยากปา เราไปปาลูกบอลเล่นกันไหม
22. ดึกแล้วเรานอนกันดีมั้ยลูก พรุ่งนี้หนูจะได้สดใส
23. แม่อยากให้หนูเก็บห้องให้เรียบร้อย แล้วก็เสื้อผ้าที่แม่จะเอาไปซักคือเสื้อที่อยู่ในตะกร้าเท่านั้นนะจ๊ะ
24. แม่ขอโทษที่หงุดหงิด/เสียงดัง /อารมณ์เสียใส่หนู หนูเสียใจมากใช่ไหม ยกโทษให้แม่ได้ไหมลูก
25. เวลาเจอผู้ใหญ่แล้วหนูไหว้ทำความเคารพ ทุกคนก็จะดีใจ แม่ก็จะดีใจมากๆเลย
26. ถ้าหนูพูดกับเพื่อนดีๆ แบ่งของเล่นให้เพื่อนเล่น แม่เชื่อว่าเพื่อนอยากจะเล่นกับหนูแน่นอน
27. ถ้าหนูกินเนื้อ/ผัก/ผลไม้ ร่างกายหนูจะแข็งแรง ปราบเชื้อโรคแพ้ราบคาบแน่ๆ
28. ขอบคุณที่ไว้ใจเล่าให้แม่ฟังนะ เราทุกคนต้องเคยทำผิดพลาด แล้วลูกอยากทำอย่างไรต่อไป มาหาทางแก้ด้วยกันนะ
29. ลูกกลัวใช่ไหม ไม่เป็นไรพ่อกับแม่อยู่ตรงนี้กับลูกนะ
30. ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร หนูคือคนสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ พ่อแม่รักและภูมิใจและเชื่อใจในตัวหนูเสมอนะ
“การเลี้ยงลูกก็เหมือนการปลูกต้นไม้ ต้นกล้าน้อยๆจะค่อยๆเติบโตขึ้นได้อย่างมั่นคงและสวยงาม หล่อเลี้ยงชีวิตและหัวใจด้วยสายฝนที่ฉ่ำเย็น ไม่ใช่เสียงฟ้าผ่า ”
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกเพิ่มเติมแบบ #คอร์สonline ทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้ในคอร์สจัดเต็ม ซึ่งจัดทำโดยทีมจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิทยา ที่ https://www.netpama.com/ มีทั้งคลิปวีดิโอเรื่องราว ตัวอย่างคำพูดที่สามารถนำไปใช้เลยได้จริง โดยเรียนฟรี!ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันกับลูกนะคะ ♥️

#เน็ตป๊าม้า #คัมภีร์เลี้ยงลูกเชิงบวก

17/03/2024

Adenovirus (อะดีโนไวรัส) ระบาด

เรียนก็หยุดแล้ว แต่โรคติดต่อยังไม่หยุด

ตอนนี้เด็กหลายคนป่วยด้วยอาการไข้สูงลอย 39-40 องศาเซลเซียส ไข้นานมักเกิน 3-5 วัน (ปกติคือ 5-7 วัน) มีอาการหลายระบบ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่คน … อาการเป็นได้ตั้งแต่ปากยันตรูด … หมายความว่า อาการไข้สูงลอยพบร่วมกับอาการหวัด ไอเสมหะ ไอเสียงก้อง น้ำมูกไหล นอนกรนมากขึ้น ลงไปถึงอาการท้องเสีย อาเจียน ปวดมวนท้อง ลำไส้อักเสบ

หลายคนมีตาแดง ขี้ตาเยิ้มขาวขุ่นเหลือง
ต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์โตได้

ตรวจร่างกายอาจพบคอแดง เป็นได้ตั้งแต่อาการหวัดทั่วไป จนถึงหวัดลงหลอดลม (หลอดลมอักเสบ) หวัดลงปอด (ปอดอักเสบ/ปอดบวม) รุนแรงน้อยยันรุนแรงมาก เป็นได้หมด …

นี่อาจเป็นอาการของการติดเชื้ออะดีโนไวรัส … หรือจะเรียกเต็มยศว่า Human Adenovirus (HAdVs) ติดแล้วติดอีกได้ มีหลายสิบสายพันธุ์ เด็กติดได้ ผู้ใหญ่ติดดี๊ดี ผ่านการไอ จาม สัมผัสน้ำมูก-น้ำลาย-อุจจาระที่มีการปนเปื้อนจากผู้ป่วย … ที่สำคัญ ณ ปัจจุบัน #ไม่มียารักษาเฉพาะ ต้องรักษาประคับประคองตามอาการ กินยาลดไข้ เจ็บคอกินยาลดปวดได้ อาเจียนก็ให้ยาลดอ้วก กินไม่ได้เลย ขาดน้ำ หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงก็อาจต้องนอนรักษาใน รพ.

ยาฆ่าเชื้อ ไม่ได้ คือไม่ได้มีประโยชน์อะไร
วัคซีน ไม่ได้ เพราะไม่มี *
จุดธูป สวดมนต์ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ทำได้เลย เพื่อความสบายใจ

การป้องกันไม่ให้ติดดีที่สุด คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ออกห่างจากคนป่วย คนป่วยก็ต้องไม่ไปเรียนหรือทำงาน หยุดหอมแก้ม จุ๊บปากกันหากไม่จำเป็น (มีความจำเป็นด้วยเรอะ 555) อย่าลืมว่า ติดได้ทุกช่วงวัยนะครับ เชื่อว่า ตอนนี้หลาย รพ. ต้องมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอะดีโนแอดมิทอยู่หลายคนเลย

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

* มีวัคซีนอะดีโน types 4 และ 7 สำหรับทางการทหารเท่านั้น อ้างอิงจาก CDC ในไทยไม่มี)

ปล. สั่งหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและการเลี้ยงลูกของหมอวินทั้ง 5 เล่ม
รวมถึง นิทานชุด ‘เด็กชายช่างสงสัย’ ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ

หรืออินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
และ https://tamjaimorbooks.page365.net/

A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก *
(ปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดี แก้ปัญหากินยาก)
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. เส้นทางสายนมแม่
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)
F. นิทานชุด มิน เด็กชายช่างสงสัย (3 เล่ม - เสียงอะไรน่ะ, แปรงฟัน แปรงฟัน, ก็ผมไม่อยากนอนนี่นา)

🎉ช้อปดีมีคืน💰 ซื้อสินค้าแคลโคป้าใช้สิทธิ์ลดหย่อนคืนภาษีปี 2566 ได้สูงสุดถึง 40,000 บาท 📌เริ่ม 1 ม.ค. 66 - 15 ก.พ. 66*ร้า...
03/01/2023

🎉ช้อปดีมีคืน💰 ซื้อสินค้าแคลโคป้าใช้สิทธิ์ลดหย่อนคืนภาษีปี 2566 ได้สูงสุดถึง 40,000 บาท
📌เริ่ม 1 ม.ค. 66 - 15 ก.พ. 66

*ร้านออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี รบกวนคุณลูกค้าแจ้งความประสงค์กับทางแอดมินนะคะ

✨สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่โอนเงินและชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น
✨ใบกำกับภาษีออกให้ ณ วันที่ซื้อสินค้า
✨เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการช้อปดีมีคืน

จงอย่ารักและดูแลเพียงแค่ลูกคนที่อ่อนแอ จนละเลยอีกคนที่ดูเก่งกว่า แข็งแรงกว่า ดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วอาจไม่เหลือลูกที่แข็...
13/12/2022

จงอย่ารักและดูแลเพียงแค่ลูกคนที่อ่อนแอ จนละเลยอีกคนที่ดูเก่งกว่า แข็งแรงกว่า ดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วอาจไม่เหลือลูกที่แข็งแรงเลยสักคน

ฝ่ายหนึ่งอิจฉาน้อง ที่ได้รับความรักจากคนที่เขาอยากได้ความรักมากที่สุดที่ชื่อว่า "ป๊า" แต่ในความรู้สึกของเธอรู้สึกว่า พ่อรักน้องมากกว่า จนทำให้เธอกลัว กลัวเพราะรู้สึกว่าสู้น้องไม่ได้ พ่อสนใจน้องมากกว่า เธอจึงแยกตัวออกจากครอบครัวไปหา 'ที่' ที่เธอไม่ต้องแข่งขันกับใครนั่นคือที่ 'โรงเรียน' ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่ยอมรับในตัวเธอ

อีกฝ่ายหนึ่งเห็นพี่เป็นไอดอล อยากเป็นแบบพี่สาวเขา อยากอยู่ตรงนั้นข้าง ๆ พี่แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรพี่ก็ไม่รัก จนวันหนึ่งเธอจึงรู้สึกว่า 'พอแล้ว' กับการเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาพี่สาว เธอจึงสร้างโลกของเธอขึ้นมา โลกของเธอคิดแล้วว่า เธอจะไม่เผื่อที่ให้พี่สาวของเธออีกแล้ว

ในขณะที่พ่อของพวกเธอทั้งสองคน ไม่เคยรู้ถึงความรู้สึกของลูกสาวคนโต คุณพ่อกล่าวว่า "บอกตรง ๆ ว่านี่ไม่รู้จริง ๆ ว่ายิปซีเขาคิดอะไรอยู่ และเขามีปมตรงนี้อยู่ในใจด้วย ยิปซีเกิดมาเป็นคนโชคดีครับ หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่น พ่อแม่ฝ่ายของบพ่อเอง และพ่อแม่ของฝ่ายของแฟนเองเนี่ย ทั้งคู่ก็รักยิปซีมากเป็นพิเศษเลย ออกไปทางละเอียงด้วยซ้ำไป

ส่วนยิปโซเกิดมาป่วย ตัวเหลืองท้องป่อง เวลาไปไหนมาไหน เขาก็จะทักแต่คนพี่ ส่วนตัวพ่อคิดว่า คนโตมีคนรักมากมายอยู่แล้วเนี่ย แล้วลูกอีกคนล่ะจะเป็นยังไง พ่อไม่รู้หรอกว่า การที่เราพยายามจะถ่วงสมดุลจะทำให้อีกคนหนึ่งที่มี 'มากกว่า' จะมีปัญหา ยิปโซเป็นคนร่าเริงตลอดเวลา ติดตลก หัวเราะง่าย ยิ้มง่าย ชอบร้องเพลง เวลาเขามองพี่สาวเขาเหมือนเป็นไอดอล อยากจะเป็นแบบพี่สาวเขา เพราะพี่สาวเขาเป็นคนสวย เป็นคนเก่ง เราก็จะดูไม่ออกว่า จริง ๆ แล้วเขามีความทุกข์อะไรอยู่ในใจหรือเปล่า"

ภายนอกบ้าน คนน้องจะถูกเปรียบเทียบกับคนพี่เรื่องรูปลักษณ์หน้าตาภายนอก ในขณะที่คนพี่ก็จะถูกเปรียบเทียบกับคนน้องเรื่องนิสัย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงค่อย ๆ พัฒนาให้เธอทั้งสองคนเติบโตมาแบบไม่สนิทกัน แบบไม่ต้องมีกันและกันก็ได้

ในที่สุดเรื่องราวก็ได้จบลงด้วยความสวยงามของการเดินทางและการเติบโตของแต่ละคน ผ่านเรื่องราวมากมายที่ทำให้ทั้งสองคนได้ค่อย ๆ เปิดประตูให้อีกคนกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันและกันอย่างมีความสุขในฐานะพี่น้องอีกครั้ง ในขณะเดียวกันคุณพ่อก็ได้โอกาสพูดคำว่า "ป๊าเสียใจที่ลูก ๆ ต้องโตมาในความรู้สึกแบบนี้" ... การได้กลับมารักกันอีกครั้งคือเรื่องราวที่แสนวิเศษเหลือเกิน

นี่คือเรื่องราวที่เป็นอุทธาหรณ์ของอีกหลายครอบครัว ซึ่งอาจไม่ได้มีบทสรุปที่สวยงามเช่นนี้
..

ส่วนตัวเชื่อว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบลำเอียงประเภทมองจากดาวอังคารก็รู้ว่ารักลูกไม่เท่ากันนั้นมีอยู่จริง พวกที่ไม่ควรจะเป็นพ่อแม่คนเลยก็มีอยู่จริง และพ่อหมอเองก็เชื่อว่าพ่อแม่อย่างเราหลายคนมักบอกว่า "พ่อแม่รักลูกเท่ากัน" แต่การแสดงออก ณ แต่ละช่วงเวลาของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดา คนเล็กอายุน้อยกว่าจึงอาจได้รับการดูแลมากกว่าคนโต ณ จุดเดียวกันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เอาจริง ๆ คำว่า "เท่ากัน" นั้นก็นิยามยากว่าอย่างไรเรียกว่าเท่าหรือไม่เท่า

"เท่ากัน" ของพ่อแม่อาจไม่ได้หมายความว่า "เท่ากัน" สำหรับความรู้สึกของลูก แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ถ้าลูก 'รู้สึก' ว่าพ่อแม่ไม่รักเขาเท่าอีกคน นั่นแหละที่เป็น "ความจริง" ที่อยู่ตรงหน้า และนั่นคือสิ่งที่เราต้องให้ค่าและเยียวยาความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจ มิใช่พยายามให้เหตุผลให้เด็กคนหนึ่ง 'เข้าใจ' ว่าสิ่งที่พ่อแม่ได้ทำอยู่นั้นคือ "ความรักที่เท่ากัน" ที่พ่อแม่ได้ให้เขา หรือพยายามให้เขาเข้าใจว่าอีกคนนั้นต้องการพ่อแม่มากกว่าเขา

กว่าจะถึงวันที่เขาโตพอที่จะเข้าใจว่า จริงแล้วพ่อแม่ก็รักเขาไม่ต่างกัน หรือบางคนโตพอที่จะตีความไปอีกทางว่า พ่อแม่ที่รักลูกเท่ากันนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก อาจด้วยเหตุที่ว่าอีกคนอ่อนแอกว่า ต้องได้รับการดูแลมากกว่า แต่วันนี้ชั้นก็เข้าใจพ่อแม่และยอมรับมันได้แล้วแหละ (ปลงนิด ๆ 555) แล้วจะไม่ทำอะไรเลยกับสิ่งที่เขา "รู้สึก" ในวันนี้ตอนที่เขายังเป็นเด็กน้อยที่รู้สึกว่าเราไม่รักเขาเท่ากับอีกคนสักหน่อยเหรอ ?

สิ่งที่ไม่ง่ายก็คือ คือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขารู้สึก ยิ่งวัยรุ่นยิ่งยาก แต่ง่ายหน่อยก็คือ วัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่มักจะพูดในสิ่งที่คิดออกมา ถ้าเขาพูดออกมา เราต้องรีบให้ความสำคัญทันที ... ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอย่าง "หนูไม่ชอบน้อง" "แม่ไม่รักหนู" "แม่รักน้อง/พี่มากกว่า" "ทำไมน้องถึงทำแบบนี้ได้"

มีคน (ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้นะ 555) เคยกล่าวไว้ว่า จงอย่ารักและดูแลเพียงแค่ลูกคนที่อ่อนแอ จนละเลยอีกคนที่ดูเก่งกว่า แข็งแรงกว่า ดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วอาจไม่เหลือลูกที่แข็งแรงเลยสักคน

ลูกทุกคนควรได้ความรักจากพ่อแม่อย่างไร้เงื่อนไข
อุ้มกอดบอกรักทุกวัน (ในวันที่เขายังให้อุ้ม)
เล่น อ่าน สนใจในสิ่งที่เขาสนใจ คุยจิปาถะ เม้ามอยให้เป็นเรื่องปกติ
มีอาหารอร่อย ๆ ในบ้านให้กิน เป็นผู้ฟังและนักสืบที่ดี

Cr. Club Friday Show

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ปล. สั่งหนังสือของหมอวินทั้ง 5 เล่มได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
หรือ https://tamjaimorbooks.page365.net/
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก * ((เล่มล่าสุด))
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. เส้นทางสายนมแม่
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)

📌 คำพูด Growth Mindset
02/12/2022

📌 คำพูด Growth Mindset

ที่อยู่

นนทบุรี

เบอร์โทรศัพท์

+66994196490

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิตามินรวมสำหรับลูกรัก แคลโคป้า calcopaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

วิตามินบำรุงสมอง สายตา เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มความสูง

มัลติวิตามินรวมที่ครบทุกอย่างสำหรับลูกรักของคุณ

ทานได้ตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป