24/04/2018
ดวงตา ต้องดูแลทุกวัน
ดวงตา เป็นอวัยวะที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน และยังเป็นอวัยวะที่ต้องกระทบกับแสงแดดโดยตรงเป็นประจำทุกวัน และด้วยวิถีชีวิตปัจจุบัน ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ทำให้เสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจกมากขึ้น และนำไปสู่สาเหตุการตาบอดในผู้สูงอายุด้วย เราจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่งสารอาหารที่เฉพาะเจาะจงเพื่อการดูแลสุขภาพดวงตา ได้แก่
ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)
เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง พบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ผักกาด คะน้า ปวยเล้ง ลูทีนและซีแซนทิน เป็นสารธรรมชาติที่พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพและจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรองแสงสีนํ้าเงินจากแสงแดดจ้า และแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และยังช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการลดอนุมูลอิสระ
ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารลูทีนจากอาหาร ส่วนสารซีแซนทิน ร่างกายสามารถเปลี่ยนสารลูทีนในตาให้เป็นสารซีแซนทินได้ จากการศึกษาพบว่า การได้รับลูทีนปริมาณ 6 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึงร้อยละ 50
เบต้าแคโรทีน (Betacarotene)
สารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการมองเห็นในที่มืด และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก และโรคตาบอดกลางคืน ร่างกายสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอในเวลาที่ร่างกายมีความต้องการ นอกจากนี้เบต้าแคโรทีนยังช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดด จึงอาจเรียกได้ว่า เบต้าแคโรทีน เป็นเสมือนครีมกันแดด (sunscreen) ในรูปแบบรับประทาน จึงทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไม่มีริ้วรอยก่อนวัย มีความชุ่มชื้น แลดูสดใสอยู่เสมอ
เบต้าแคโรทีน พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง หรือแดง เช่น แครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียว เช่น บรอคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า ผักตำลึง สำหรับปริมาณของเบต้าแคโรทีนที่ควรรับประทานคือ 15 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับวิตามินเอ 25,000 หน่วยสากล (IU)
สารอาหารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids)
มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเลนส์ตา และสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงดวงตา ไม่ให้แตกและเปราะหักง่าย สามารถช่วยให้การมองเห็นในที่มืดหรือที่มีแสงสลัวชัดเจนขึ้น สารไบโอฟลาโวนอยด์พบได้ในพืชตระกูลเบอร์รี่ เช่น ส้ม องุ่นแดง บิลเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ ในอดีตจึงมีการแนะนำให้นักบินรับประทานแยมบิลเบอร์รี่ก่อนที่จะออกบินในเวลากลางคืน เพื่อช่วยทำให้สายตาของนักบินสามารถมองเห็นในเวลากลางคืนได้ดี แต่ปัจจุบันการเลือกรับประทานสารสกัดจากบิลเบอร์รี่เป็นวิธีที่สะดวก และได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นกว่าการได้รับจากแหล่งอาหารปกติ