Cloud Vetchalagon ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Cloud Vetchalagon, สุขภาพและการแพทย์, เลขที่ 90/288, หมู่บ้านพุทธชาด, ซอย 4, ตำบลบางรักใหญ่, อำเภอบางบัวทอง, Amphoe Bang Bua Thong.

ยาหม้อสเตียรอยที่ไม่ได้จ่ายโดยแพทย์แผนไทย/ประยุกต์ระวังการซื้อรับประทานเองด้วยนะคะ
18/11/2025

ยาหม้อสเตียรอยที่ไม่ได้จ่ายโดยแพทย์แผนไทย/ประยุกต์
ระวังการซื้อรับประทานเองด้วยนะคะ

หญิง 32 ปี กินยาหม้อเองแก้ปวดเมื่อย ต่อมากลัวติดยา หยุดเอง คลื่นไส้ เวียนหัว ตัวเย็น วูบตึงไป มา รพ. พบความดันต่ำมาก อยู่ภาวะช็อกใกล้เสียชีวิต

⚠️ ยาหม้อในเคสนี้ชาวบ้านทำกันเอง ไม่ได้ถูกจำหน่ายโดยแพทย์ แพทย์แผนจีน/แพทย์แผนไทยประยุกต์


หญิงวัย 32 ปี ปวดเมื่อยง่าย มีคนแนะนำให้กิน “ยาหม้อสมุนไพรทำเอง” จากร้านใกล้บ้าน บอกว่ากินแล้วหายปวด หายอักเสบ นอนดีแรงดี

กินไปเรื่อยๆ 6 เดือนกว่า เธอรู้สึกดีขึ้นมาก เข่าที่มีปวดๆ บ้างก็หายไปเลย อะไรจะวิเศษขนาดนี้ จนวันหนึ่ง อ่านนู่นอ่านนี่ในโซเชี่ยล แล้วเริ่มกลัวว่าจะ “ติดยา”
เลยตัดสินใจหยุดแบบหักดิบทันที

คืนก่อนเหตุการณ์ เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย หน้ามืด เวียนหัว คลื่นไส้ คิดว่าไม่น่าใช่อะไรใหญ่โต ก็เลยนอนพัก

เช้าวันถัดมา สามีได้ยินเสียงร่างกายล้มกระแทกพื้น ทั้งห้องเงียบกริบ เข้าไปดูแล้วพบว่าเธอนอนนิ่ง ตัวชื้นเย็น เหมือนจะหมดสติ ปลุกยังไงก็ไม่ค่อยตอบสนอง พูดไม่เป็นคำ มือเท้าเย็นเฉียบ จึงรีบพาไป รพ.


ที่ห้องฉุกเฉิน: ตัวเย็น ความดันต่ำมาก (68/40 mmHg), ชีพจรพุ่งไป 130 bpm, ใบหน้าคือเริ่มกลม อ้วนลงพุงมาก ลายม่วงๆ (ตามภาพ) ผลน้ำตาลปลายนิ้วต่ำ

หลังจากให้น้ำเกลือไปปรากฎว่าความดันยังไม่ขึ้น เลยให้ยา Hydrocortisone ซึ่งเป็นสเตียรอยด์ไปเลย และรักษาผลแล็บอื่นๆ อีก ซึ่งภายหลังสามีถึงมาบอกว่าคนไข้กินยาหม้อสมุนไพร ซึ่งก็สอดคล้องกับอาการทุกอย่างเลย

ปล. เคสนี้มีลำดับ timeline การเจาะแล็บค่อนข้างซับซ้อน ขอเล่าเท่านี้ค่ะ

——————-

ผู้ป่วยมีภาวะที่เรียกว่า ต่อมหมวกไตสภาพวิกฤติ (Adrenal crisis) ขาดฮอร์โมน cortisol ที่คอยเพิ่มน้ำตาล คอยเพิ่มโทนของหลอดเลือดแดง คอยกดสารก่ออักเสบ

ดังนั้นพอ cortisol ต่ำเลยทำให้
✔️ ตับสร้างน้ำตาลลดลง จนต่ำ
✔️ ความต้านทานหลอดเลือดลดลง ความดันตกลง เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยจนวูบ
✔️ สารก่ออักเสบทะยานสูงขึ้น จนเกิดอาการที่ไม่จำเพาะพวกเวียนหัว คลื่นไส้

ซึ่งสาเหตุมาจากการที่คนไข้ได้รับ สเตียรอยด์จากยาหม้อที่กินเอง แบบไม่คุมโดสเลย กินติดต่อมาสองเดือน จนเริ่มมีการสะสมไขมันส่วนเกินในแนวแกนกลาง จนเห็นหน้ากลมแล้ว (Moon face) เริ่มมีท้องแตกลายจาก สเตียรอยด์สลายคอลลาเจนจนผิวบาง

จุดสำคัญที่สุดคือ พอร่างกายรับรู้ว่ามี สเตียรอยด์ที่ทำงานแทน cortisol แล้ว ระบบควบคุมการหลั่ง cortisol ทั้งหมด (HPA-axis) จะโดนกด แล้วค่อยๆ หยุดทำงาน

ดังนั้นพอคนไข้หยุดกินเฉียบพลัน จึงไม่มีทั้งสเตียรอยด์จากยาหม้อ และไม่มีทั้ง cortisol คนไข้เลยขาด cortisol เฉียบพลัน จึงเกิดอาการดังกล่าว


ดังนั้นไม่ควรกินอะไรแปลกๆ จนกว่าจะระบุได้ว่ามันคืออะไร หลายพื้นที่ยังมีการต้มสเตียรอยด์กินเอง เพราะมันช่วยแก้ปวดเมื่อย แก้ข้ออักเสบได้ทันควัน แต่ภาวะแทรกซ้อนที่ตามมานั้นมหาศาล เพราะไม่มีการคุมขนาดโดส จะหยุดก็ไม่มีการค่อยๆ หยุด เพราะถ้าเป็นแพทย์ดูแล จะมี step การหยุดโดยค่อยๆ ลดขนาดยาค่ะ

ปล. ภาพประกอบไม่ได้มาจากเคสนี้ แต่ใกล้เคียงกัน

⚠️ รู้ก่อนสาย! “มะกรูด” อาจเป็นภัยเงียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ และหลังคลอดช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด เป็นเวลาที่ร่างกายของแม...
02/11/2025

⚠️ รู้ก่อนสาย! “มะกรูด” อาจเป็นภัยเงียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ และหลังคลอด
ช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด เป็นเวลาที่ร่างกายของแม่ต้องการการดูแลอย่างอ่อนโยนที่สุด
เพราะ “มดลูก” และ “ระบบฮอร์โมน” กำลังปรับสมดุลครั้งใหญ่หลังผ่านการทำงานหนักจากการตั้งครรภ์และการคลอด
หลายบ้านนิยมใช้สมุนไพรไทย เช่น การอบ การประคบ หรือใช้น้ำมันหอมระเหย เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนดี คลายเมื่อย และช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลาย
แต่รู้หรือไม่ว่า... สมุนไพรยอดฮิตอย่าง “มะกรูด” ที่มีกลิ่นหอมสดชื่นนั้น อาจแฝงความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด

☁️ กลไกที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ “มะกรูด”
น้ำมันหอมระเหยจากผิวมะกรูดมีสารที่สามารถ “กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ” — รวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย
แม้จะฟังดูเหมือนดี เพราะช่วยให้มดลูกบีบตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว...
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด การกระตุ้นแบบนี้อาจ แรงเกินไป และส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูของร่างกายได้

🚨 ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นจากมะกรูด
🤰สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
อาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวก่อนเวลา เสี่ยงแท้งหรือเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ทำให้เกิดอาการปวดท้อง แน่นท้อง หรือไม่สบายในช่องท้อง
สารหอมระเหยบางชนิดอาจรบกวนระบบฮอร์โมน ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

🤰สำหรับคุณแม่หลังคลอด
เสี่ยงตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage)
การบีบตัวที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้หลอดเลือดที่ผนังมดลูกฉีกหรือเปิดออก
มดลูกเกร็ง เจ็บแปลบ หรือปวดผิดปกติ
เพราะกล้ามเนื้อมดลูกถูกกระตุ้นมากเกินไป
รบกวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกาย
แทนที่มดลูกจะหดตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กลับเกิดการเกร็งตัวไม่เป็นจังหวะ

✅ ถ้าอยากใช้... ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
🌿 1. หลีกเลี่ยงการใช้แบบเข้มข้น หรือทาโดยตรง
แม้น้ำมันมะกรูดจะปลอดภัยในบางกรณี แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันในหญิงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดโดยตรง
🌿 2. ใช้ในรูปแบบกลิ่น สูดผ่อนคลายในห้องที่อากาศถ่ายเทดี
อย่าใช้ในพื้นที่ปิด และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ทารกสูดดมโดยตรง
🌿 3. ไม่ควรประคบร้อนจัด หรือใช้ใกล้แผลผ่าคลอด / แผลเย็บ
เพราะความร้อนและน้ำมันหอมระเหยอาจทำให้แผลระคายเคืองและหายช้าลง
🌿 4. หยุดใช้ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
เช่น เจ็บมดลูกผิดปกติ เลือดออกมาก หรือรู้สึกแน่นท้อง
🌿 5. หลีกเลี่ยงบริเวณเต้านมหรือจุดที่ทารกสัมผัสได้
เพราะอาจทำให้ทารกเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง
🌿 6. ปรึกษาแพทย์หรือแพทย์แผนไทยก่อนใช้ทุกครั้ง
โดยเฉพาะหากมีภาวะความดันสูง เบาหวาน หรือมีประวัติเลือดออกง่าย

🔍 หลักฐานจากงานวิจัย
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบได้จริง
แม้จะยังไม่มีการศึกษาชัดเจนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด แต่ข้อมูลนี้ก็เพียงพอที่จะบอกว่า...
“ช่วงนี้ยังไม่เหมาะกับการใช้มะกรูดในรูปแบบเข้มข้น”

🌼 สมุนไพรที่อ่อนโยนและปลอดภัยกว่าสำหรับแม่
💛 ไพล – ลดอาการปวดเมื่อยและอักเสบ
💛 ขมิ้นชัน – ช่วยสมานแผล ลดการติดเชื้อ
💛 ตะไคร้ / ข่า – ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี โดยไม่กระตุ้นมดลูกมากเกินไป
แต่ไม่ว่าจะใช้สมุนไพรชนิดใด ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของ แพทย์แผนไทย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหลังคลอด เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนค่ะ

☁️ สรุปจากก้อนเมฆ
มะกรูดเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมและประโยชน์มากมาย
แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด
การใช้มะกรูดโดยไม่ระวัง อาจกระตุ้นมดลูกและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้
ดังนั้น ก้อนเมฆไม่ได้บอกว่า “ห้ามใช้”
แต่ขอให้ใช้ “อย่างรู้เท่าทัน” และเลือกวิธีที่อ่อนโยนที่สุดต่อแม่และลูกนะคะ 💙
สมุนไพรไทยมีคุณค่าเสมอ ถ้าใช้ถูกเวลา ถูกวิธี และเหมาะกับธาตุเจ้าเรือนของเรา 🌿
ใช้สมุนไพรไทย... นึกถึงแพทย์แผนไทยเสมอค่ะ ☁️💖🤰

31/10/2025

🌿 เมื่อหมอพูดด้วยหัวใจ โลกจะฟัง
(โพสต์ปิดซีรีส์: The Art of Healing Talk)
“เสียงของหมอ... ไม่ได้ดังเพราะพูดเก่ง
แต่มันก้องในใจคน เพราะพูดด้วยหัวใจ” 🌾
15 ตอนที่ผ่านมา
เราฝึกพูด ฝึกฟัง ฝึกเงียบ
ฝึกเล่าเรื่อง ฝึกเข้าใจ
ฝึกการเป็น “มนุษย์ผู้เยียวยา” ผ่านพลังแห่งการสื่อสาร
และตอนนี้...
เรามาถึงบทสุดท้ายของ The Art of Healing Talk – ศิลปะแห่งการพูดของหมอนวดไทย
แต่จริง ๆ แล้ว...
นี่ไม่ใช่ “ตอนจบ”
แต่มันคือ “จุดเริ่มต้นของการฝึกฝน”
💫 จุดสำคัญของซีรีส์นี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ...
✨ แต่ละ EP มี “แบบฝึก” ซ่อนอยู่ในเนื้อหา ✨
ไม่ว่าจะเป็น
• การฟังอย่างลึก (EP.2)
• การพูดด้วยเสียงเมตตา (EP.6)
• การถามคำถามที่เปิดหัวใจ (EP.11)
• หรือแม้แต่ “การเงียบอย่างเข้าใจ” (EP.10)
ทั้งหมดนี้คือ “ทักษะปฏิบัติ” ไม่ใช่แค่เนื้อหาให้อ่าน
📿 ถ้าคุณทำแบบฝึกเหล่านี้
ทุกวัน… ทุกครั้งที่นวด
ทุกครั้งที่พูดกับลูกค้า
หรือแม้แต่ทุกครั้งที่เจอใครในชีวิตประจำวัน
หมอรับรองว่า
ภายใน 21 วัน
คุณจะเริ่มรู้สึกถึง “การเปลี่ยนแปลง”
ทั้งในตัวคุณเอง... และในใจของลูกค้า 🌿
🕊️ วิชาการเล่าเรื่อง เป็น “วิชาของการปฏิบัติ”
คุณจะไม่มีวันเข้าใจคำว่า “ศิลปะแห่งการพูด”
จนกว่าคุณจะเริ่ม ฝึกพูดด้วยหัวใจ
คุณจะไม่มีวันรู้ว่าการ “ฟังอย่างลึก” เป็นยังไง
จนกว่าคุณจะลองฟังโดยไม่ขัดจังหวะสักครั้ง
และคุณจะไม่มีวันรู้ว่าคำว่า “เยียวยาผ่านคำพูด” หมายถึงอะไร
จนกว่าคุณจะพูดกับใครสักคน… ด้วยเมตตาจริง ๆ
“เพราะศาสตร์นี้ ไม่ได้เรียนรู้จากการอ่าน
แต่มันเกิดขึ้นเมื่อคุณ ‘ทำ’ และ ‘รู้สึก’”
🌼 หมออยากบอกว่า...
เนื้อหาทั้ง 15 บทความ อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกสิ่ง
อาจจะยังมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจคุณ
“แล้วถ้าลูกค้าไม่ตอบล่ะ?”
“ถ้าเราพูดแล้วเขาเงียบล่ะ?”
“ถ้าเรายังกลัว ยังไม่มั่นใจล่ะ?”
หมอจะบอกว่า...
คำตอบทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นในบทความนี้เลย
แต่มันจะ “เกิดขึ้นหลังจากที่คุณฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง”
จงฝึก... จงฝึก... และจงฝึก
จนกว่าการพูดด้วยหัวใจ จะกลายเป็นธรรมชาติของคุณเอง
เหมือนการหายใจ...
ที่ไม่ต้องจำ ไม่ต้องพยายาม
แต่มีอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของคุณ 🌬️
💎 เพราะหมอเชื่อว่า...
“เมื่อคุณพูดด้วยหัวใจ — โลกจะฟัง
เมื่อคุณฟังด้วยเมตตา — โลกจะสงบ
และเมื่อคุณฝึกต่อเนื่อง — คุณจะกลายเป็นแสงของโลกใบนี้”
นี่คือสิ่งที่ซีรีส์นี้อยากมอบให้คุณ
ไม่ใช่ความรู้... แต่คือ “พลัง”
พลังที่อยู่ในทุกคำพูด ทุกสัมผัส และทุกเจตนา
พลังที่ไม่มีใครสอนให้ได้ นอกจาก “การลงมือทำด้วยตนเอง”
🌿 ฝากไว้ในตอนสุดท้าย
“พูดให้น้อยลง... แต่พูดให้จริงใจขึ้น
ฟังให้มากขึ้น... แต่ฟังด้วยใจที่สงบนิ่ง
และใช้ทุกคำพูดเป็นเครื่องมือเยียวยา”
เพราะสุดท้าย...
การพูดด้วยหัวใจ คือการภาวนาเงียบ ๆ ต่อโลกใบนี้
เป็นการบอกว่า “เรายังเชื่อในความอ่อนโยนของมนุษย์”
ขอบคุณหมอนวดไทยทุกคน
ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันจนถึง EP.15
จากมือที่นวด... สู่เสียงที่เยียวยา
จากเสียงธรรมดา... สู่เสียงแห่งแสงสว่าง 🌞
ขอให้ทุกครั้งที่คุณพูด ทุกครั้งที่ฟัง
มันกลายเป็นบทเรียนแห่งการเติบโต และการรักษาทั้งโลก
Just do it. จงฝึก จงฝึก และจงฝึก
เพราะ “คำตอบที่แท้จริง” จะเกิดขึ้นหลังจากการฝึกเท่านั้น
รจนา: หมอกันต์ ผู้เชื่อว่า “เสียงที่พูดด้วยหัวใจ… คือเสียงที่เปลี่ยนโลก” 🌍💚
แพทย์แผนไทยและผู้ก่อตั้งเพจ แพทย์ไม่มีทางเลือก (UNTERNATIVEMEDICIEN)
บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจและข้อมูลจากประสบการณ์ตรงของ อาจารย์มานพ ประทุมทอง ผู้คร่ำหวอดในวงการแพทย์แผนไทยมายาวนาน ทั้งในฐานะครู ผู้ปฏิบัติ และนักขับเคลื่อนที่ลงพื้นที่อยู่เคียงข้างหมอนวดและแพทย์แผนไทยทั่วประเทศ
กดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามไว้ เพื่อไม่ให้พลาดตอนต่อไป
“มาร่วมกันสร้างชุมชนแห่งการพัฒนาตนเองของหมอนวดไปพร้อมกันครับ”

#ศิลปะแห่งการพูดของหมอนวดไทย
#หมอพูดด้วยหัวใจโลกจะฟัง




#หมอกันต์
#แพทย์ไม่มีทางเลือก



#พูดด้วยหัวใจฟังด้วยหัวใจ
#จงฝึกจงฝึกและจงฝึก

📣สถาบันการแพทย์แผนไทย โดยกลุ่มงานวิชาการเวชกรรมและผดุงครรภ์ไทย ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนขอรับการสนับสนุนหนังสือด้านการแพทย์...
29/10/2025

📣สถาบันการแพทย์แผนไทย โดยกลุ่มงานวิชาการเวชกรรมและผดุงครรภ์ไทย ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนขอรับการสนับสนุนหนังสือด้านการแพทย์แผนไทย โดยทำตามขั้นตอน ดังนี้
1. คลิกที่ลิ้งค์ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScy5Rc_gTBkpr_SVBZySnxpbXPBrCVedVM5bhfk6ypJR0IACg/viewform
หรือสแกนคิวอาร์โค้ดบนสุด เพื่อลงทะเบียนขอรับการสนับสนุนหนังสือ
2. เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว รอเจ้าหน้าที่ตอบกลับ
3. หากไม่ประสงค์ขอรับเป็นหนังสือ สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหนังสือแต่ละเล่มและเซฟไฟล์ไว้อ่านได้

นวดแล้วเรอ...หมายความว่าอะไร?“นวดแล้วเผลอเรอออกมา” เป็นเรื่องปกติหรือไม่? เสียมารยาทไหม? หรือเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังดี...
22/10/2025

นวดแล้วเรอ...หมายความว่าอะไร?
“นวดแล้วเผลอเรอออกมา” เป็นเรื่องปกติหรือไม่? เสียมารยาทไหม? หรือเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังดีขึ้น?

ก้อนเมฆขอเตือนว่าอาจจะยาวหน่อยแต่มันคือประโยชน์ของผู้นวด และผู้ถูกนวดซึ่งก้อนเมฆอยากถ่ายทอดให้☁️✨😊

หลายคนที่เคยไปนวดแผนไทยหรือสปา อาจเคยมีประสบการณ์ “นวดแล้วเรอ” หรือ “ผายลม” ออกมาโดยไม่ตั้งใจ จนรู้สึกเขินหรือสงสัยว่านี่คืออาการผิดปกติหรือเปล่า จริง ๆ แล้วปรากฏการณ์นี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลยค่ะ ตรงกันข้าม นี่คือสัญญาณที่ดีว่า ร่างกายกำลังตอบสนองต่อการนวด และเริ่ม “ปรับสมดุลลม” อย่างเป็นธรรมชาติ

มุมมองแพทย์แผนไทย: “เรอ” คือการระบายลมที่คั่งค้างในอวัยวะ ที่เราเรียกว่าลมเกินจากอวัยวะ

ในศาสตร์ของแพทย์แผนไทย ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย ธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ (อากาศธาตุ) โดย "ลม" มีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นพลังงานที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งหมดของร่างกาย เช่น การหายใจ ย่อยอาหาร เคลื่อนไหว ตลอดจนการพูด
ภายในร่างกายยังมีสิ่งที่เรียกว่า “เส้นประธานสิบ” เป็นเส้นทางการไหลของ “ลม” ซึ่งถ้าเส้นทางเหล่านี้ ถูกอุดกั้น เช่น กล้ามเนื้อตึง หรือมีพังผืดสะสม อาหารไม่ย่อย ความเครียดจากการทำงาน →เกิดภาวะ “ลมคั่ง” ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อย แน่น จุกเสียด หรือเวียนศีรษะ

👉 การนวดและการกดจุด จึงเป็นการเปิดทางเดินลมในร่างกาย เมื่อเส้นลมเปิด → ลมเคลื่อนสะดวก → ลมส่วนเกินถูกระบายออก → แสดงออกมาในรูปแบบของ “การเรอ” หรือ “ผายลม”

“ลมอุทธังคมาวาตา” – ลมที่ทำให้เกิดการเรอ
ในตำราแพทย์แผนไทย ลมที่เกี่ยวข้องกับการเรอโดยตรงคือ
-เป็นลมที่ “พัดขึ้นบน” จากช่องท้อง → ผ่านกระเพาะ → ไปยังหลอดอาหาร → ออกทางปาก
ลมชนิดนี้มีหน้าที่ควบคุมการ:
-หายใจ-เรอ-อาเจียน-ไอ-การเปล่งเสียง

👉 เมื่อมีการนวดเปิดเส้น → ลมอุทธังคมาวาตาเคลื่อนขึ้นสะดวก → จึงเกิดการเรอออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งแสดงว่า “ลมเคลื่อนดีขึ้น ร่างกายกำลังปรับเข้าสู่สมดุล”

🌱 หลักการพื้นฐานของแพทย์แผนไทยอธิบายหลักการนวดไว้ว่า
เมื่อดินคลาย → ลมจะเคลื่อน → ไฟจะกระจาย → น้ำไหลเวียนได้ดี
เมื่อกล้ามเนื้อ (ดิน) คลายตัวจากการนวด → ลมเคลื่อนได้ดีขึ้น → ระบบย่อย (ไฟ) ทำงานดีขึ้น → การไหลเวียนเลือดและของเหลว (น้ำ) สมดุล → ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ซึ่งนอกจากการนวดจะช่วยประสมดุลแล้วยังมีตัวเอกที่สามารถปรับปราณลมที่หลายคนยังไม่ทราบ นั่นคือ!

น้ำมันหอมระเหย//ผู้ช่วยที่สามารถทำให้สมดุลธาตุลมคืนเจ้าเรือนเดิมได้ดีมากยิ่งขึ้น
→ ช่วย “เปิดเส้นลม” เคลื่อนลมให้เดินสะดวก → ร่างกายจึงเรอหรือผายลมได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้แผนของการรักษาจะปรับตามการวินิจฉัยของแพทย์แผนไทย เช่น
-การกินยาสมุนไพร:ปรับธาตุ(สุขุม ร้อน กลุ่มยาหอม)
-หัตถการ:(นวด ย่างยา นาบหม้อเกลือ รมยา อบสมุนไพร เผายา)เพื่อให้ธาตุทั้ง4 กลับคืนอย่างบริบูรณ์

🔬 ในมุมวิทยาศาสตร์:
การสูดดมกลิ่นหอม → กระตุ้นสมองส่วน Limbic system → ผ่อนคลาย ลดความเครียด → กระตุ้นระบบพาราซิมพาเทติก (ระบบย่อยอาหาร)
การซึมผ่านผิวหนัง → สารสำคัญ เช่น Menthol, Gingerol, Limonene → ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบของระบบทางเดินอาหาร → แก๊สเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น

🌼 ตัวอย่างน้ำมันยอดนิยม:
เปปเปอร์มินต์ → ลดท้องอืด ขับลม
ขิง → เพิ่มความอบอุ่น กระตุ้นระบบย่อย
เลมอน / ส้ม → สดชื่น ลดความเครียด
ยูคาลิปตัส → เปิดทางเดินลม หายใจโล่ง

แพทย์แผนปัจจุบัน: “การเรอ” คือกลไกทางร่างกายที่ปกติ
เมื่อมีการนวด ร่างกายจะเข้าสู่ โหมดผ่อนคลาย (Parasympathetic Mode)
ซึ่งเป็นระบบประสาทที่ควบคุมการย่อยอาหารและการพักผ่อน
ส่งผลให้:
กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหาร “คลายตัว”
กระเพาะและลำไส้ “บีบตัวดีขึ้น”
แก๊สหรือก๊าซในกระเพาะถูกระบายออกทางปาก = เรอ

➡️ ดังนั้น “การเรอ” จึงเป็น กลไกปกติของร่างกาย ที่ช่วยระบายแรงดันในกระเพาะ และยังเป็นสัญญาณว่า “ระบบย่อยอาหารกำลังทำงานได้ดี”

❗️ข้อควรระวัง:
หากมีอาการเรอร่วมกับ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน → ควรแจ้งแพทย์แผนไทยทันที

ทั้งนี้“การเรอ” จากการนวด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่อาการผิดปกติแต่นี่คือ สัญญาณว่าร่างกายของคุณกำลังปลดปล่อยลมส่วนเกิน และกำลังกลับสู่สมดุลที่ดีขึ้น

ไปกดรับกันได้นะคะ📣 ขอเชิญผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับยาจากสมุนไพรและผู้สนใจ ลงทะเบียนเข้าระบบและดาวน์โหลดตำราฉบับออนไลน์ โดยไม...
20/10/2025

ไปกดรับกันได้นะคะ📣 ขอเชิญผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับยาจากสมุนไพรและผู้สนใจ ลงทะเบียนเข้าระบบและดาวน์โหลดตำราฉบับออนไลน์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://thpp.dtam.moph.go.th หรือแสกนผ่าน QR Code

จัดทำข้อมูลโดย : กลุ่มงานกำหนดมาตรฐานการผลิตยาแผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย

จากงานวิจัยสู่ประสบการณ์จริง ปัญหาที่ผู้หญิงจำนวนมากเจออาการปวดประจำเดือน (dysmenorrhea) เป็นเรื่องที่ผู้หญิงกว่า 50–80%...
20/10/2025

จากงานวิจัยสู่ประสบการณ์จริง ปัญหาที่ผู้หญิงจำนวนมากเจอ

อาการปวดประจำเดือน (dysmenorrhea) เป็นเรื่องที่ผู้หญิงกว่า 50–80% ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ตั้งแต่ปวดหน่วงเล็กน้อยจนถึงปวดรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หลายคนอาจพึ่งยาแก้ปวด แต่ก็ไม่ได้ผลเสมอไป

วันนี้ก้อนเมฆจะพามาพบงานวิจัย ที่มีการยืนยันผลของการ “นวดท้อง”สามารถลดอาการปวดประจำเดือนได้จริง

การศึกษาของ Kim และคณะ (2005)
ได้ทดลองในผู้หญิงวัยทำงาน 85 คน
โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ

1.กลุ่มทดลอง (จำนวน42 คน): ได้รับการนวดท้องแบบ Abdominal meridian (Kyongrak) massage
วันละ 5 นาที ต่อเนื่อง 6 วัน (เริ่ม 5 วันก่อนมีประจำเดือนถึงวันแรก)

2.กลุ่มควบคุม (43 คน): ไม่ได้รับการนวด

ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ได้รับนวดมี คะแนนปวด & dysmenorrhea ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการนวด

ข้อสรุปของงานวิจัยนี้คือ: การนวดท้องแนว Kyongrak มีศักยภาพสูงในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และเป็นแนวทางเสริมที่น่าสนใจในการดูแลสุขภาพผู้หญิง

ขออธิบายนิดนึงว่าการนวดท้องแบบ Abdominal meridian (Kyongrak) massage คืออะไร?ใช้หลักแนวคิดอะไร?
• Meridian (เส้นพลังงาน/เส้นลมปราณ) : ตามทฤษฎีแพทย์ตะวันออก ร่างกายมนุษย์มีเส้นพลังงาน (Kyongrak/Chi/Prana) ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย หากเส้นเหล่านี้อุดตันหรือเสียสมดุล จะก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย
• ท้อง (Abdomen) : ถือเป็นศูนย์กลางของพลังชีวิต เพราะเป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญ เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ม้าม ตับ รวมถึงระบบย่อยอาหารและการหมุนเวียนของพลังงาน

วิธีการปฏิบัติ เช่น
•การกด นวด คลึง บริเวณท้องและรอบ ๆ ตามแนวเส้นเมอริเดียน
•บางครั้งมีการนวดลึก เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด น้ำเหลือง และพลังงาน
•เน้นการเปิดจุดกดเจ็บ (pressure points) เพื่อระบายพลังงานที่ติดขัด
ทั้งสองรูปแบบมีการกดจุด / ใช้แรงกดในจุดที่รู้สึกตึงหรืออุดตัน

🎯จุดที่คล้ายกันระหว่างการนวดท้องแนว meridian กับนวดแผนไทย

ไม่ว่าจะเป็น แนวคิด “เส้นพลังงาน / เส้นทางพลังงาน”
-การนวดแนว meridian เชื่อว่ามี “เส้นลมปราณ / พลังงาน / meridians” ไหลเวียนในร่างกาย ซึ่งในนวดแผนไทย ก็มีแนวคิด “เส้น ประธานสิบ” ที่เป็นเส้นพลังงานในร่างกาย เป็นเส้นทางที่พลังงานไหลผ่านในร่างกาย **คล้ายแต่ไม่ใช่

-การกดจุด / จุดกดเจ็บ / pressure points ทั้งสองวิธีมักมีการใช้การกด (acupressure / จุดกด) บริเวณที่รู้สึกตึงหรือจุดที่อุดตันพลังงานแนวคิดร่วมคือ การนวดเป็นการ “เปิดทางให้พลังงาน / เลือด / ของเสีย” ไหลเวียน — ลดการคั่ง ลดการอุดตัน

🎯เป้าหมายผลลัพธ์ทั้งสองวิธี
ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการตึง อาการเจ็บปวด และส่งเสริมความผ่อนคลาย ซึ่งปัจจุบันไทยก็มีงานวิจัยแนวนี้ออกมาโดยเป็นการเปรียบเทียบ การนวดไทยราชสำนักVs การทานยาประสะไพล ใครสนใจอยากอ่านต่อพิมพ์ 👉🏻สนใจอยากอ่านต่อ ได้เลยค่ะ👈🏻ว่างแล้วเราจะมาสรุปให้อ่านเล่นๆนะ
กลับมาที่การนวดของเราต่อ

และทำไมการนวดแผนไทยถึงช่วยได้?

-กระตุ้นการไหลเวียนเลือด → ลดการคั่งค้างของเลือดลมรอบมดลูก

-คลายกล้ามเนื้อที่เกร็ง → ลดแรงหดตัวของมดลูก

-กระตุ้นระบบประสาทสัมผัส → รบกวนสัญญาณความเจ็บปวด (ตามทฤษฎี Gate Control)

-เพิ่มสารเอ็นโดรฟิน → สารธรรมชาติของร่างกายที่ช่วยบรรเทาปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย

-ลดความเครียด → ทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดผ่อนคลายมากขึ้น

🎯ประสบการณ์จริงที่สนับสนุน

“ก้อนเมฆมีอาการปวดท้องช่วงตี 4 — เจ็บทรมาน — เริ่มกดนวดตามแนวเส้นประธาน + ยืดพังผืดลำไส้ + คลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน+ท้องส่วนล่าง … ใช้เวลาเพียง 10 นาที — อาการปวดทุเลาทันที — สามารถนอนต่อจนถึงเช้าได้”

ประสบการณ์นี้สะท้อนสิ่งที่งานวิจัยบางชิ้นที่พบว่า: แม้การนวดสั้น ๆ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ผู้หญิงรับรู้ได้จริง
แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยสนับสนุนชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพต่อการลดอาการปวดประจำเดือน หากทำอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัยและอ่อนโยนสำหรับผู้หญิงทุกคนแล้วนะคะ
แต่การนวดผู้หญิงกลุ่มนี้ก็ควรระวังเช่นเดียวกัน

ข้อควรระวัง &ข้อจำกัดที่ควรรู้❗️

-ไม่ใช่ทุกคนจะตอบสนองในระดับเดียวกัน บางคนอาจได้ผลมาก บางคนได้น้อย
-ถ้ามีภาวะทางนรีเวช (เช่น เนื้องอก มดลูกผิดรูป เยื่อบุโพรงมดลูกรั่ว ฯลฯ) ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
-อย่าใช้นวดแรงเกินไปโดยไม่ชำนาญ — อาจทำให้เจ็บหรือทำร้ายเนื้อเยื่อ

ซึ่งมีรายงานอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย เช่น จุดแดง คัน หรือจุดเจ็บเมื่อกดบางแห่งแต่ไม่เกิน2-3 วันจุดเหล่านี้ก็จะหายไปเป็นเรื่องปกติ

ถ้าใครกำลังเผชิญกับปวดเดือนเป็นประจำ ลอง เข้ารับหัตถการนวดท้องกับแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนจีนเพื่อรับคำแนะนำ หรือเริ่มด้วยตนเองก่อน(เริ่มจาก 3–5 นาที รอบ ๆ ท้องล่าง)
— ถ้าได้ผลมันจะกลายเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยที่อ่อนโยนต่อสุขภาพสตรีมากอีกหัตถการหนึ่ง —

งานวิจัยในด้านนี้ยังมีจำนวนน้อย รูปแบบการนวด (เวลา ความถี่ วิธี) อยากเชิญชวนแพทย์แผนไทยช่วยทำงานวิจัยตีพิมพ์เพื่อพัฒนากันต่อไป และสามารถนำผลงานที่ตีพิมพ์แล้วส่งมา ให้ทางเพจก้อนเมฆเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เเละเป็นเกียรติคุณได้เลยค่ะ

อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้ผู้หญิงที่คุณรักอ่านด้วยนะคะก้อนเมฆขออวยพรให้ผู้หญิงทุกคนเติบโตแบบไม่ปวดท้องรอบเดือนนะคะ☺️☁️⛅️✨

ที่อยู่

เลขที่ 90/288, หมู่บ้านพุทธชาด, ซอย 4, ตำบลบางรักใหญ่, อำเภอบางบัวทอง
Amphoe Bang Bua Thong
11110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cloud Vetchalagonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram