Pharma First ร้านยาฟาร์มา เฟิร์ส

Pharma First ร้านยาฟาร์มา เฟิร์ส จำหน่ายยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้? จำหน่ายยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้อมยินดีให้คำแนะนำ

19/01/2026

❗ชัดเจนแล้วนะครับ
พาราเซตามอลในคนท้อง

❌ ไม่ทำให้ลูกเป็นออทิสติก
❌ ไม่ทำให้สมาธิสั้น (ADHD)
❌ ไม่ทำให้สมองบกพร่อง (intellectual disability)

ประเด็นนี้ มีคำตอบชัดเจนแล้ว
จากงานวิจัยชิ้นใหญ่ ล่าสุด 16 มกราคม 2569
ที่ตีพิมพ์ในวารสารแพทย์ระดับโลกอย่าง Lancet

ไม่ใช่ความเห็นของคนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นข้อมูลจากงานวิจัยคุณภาพสูงมากๆครับ

=====================

แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงมีคนบอกว่า “พาราเซตามอลอันตราย”?

ตรงนี้ต้องอธิบายให้ชัดก่อนครับ

ในอดีตเคยมีงานวิจัยขนาดเล็กบางชิ้น
ซึ่งเป็นงานที่มีข้อจำกัดหลายอย่างและความน่าเชื่อถือต่ำ
สรุปออกมาว่า

แม่กินพาราเซตามอลตอนท้อง
มี "ความสัมพันธ์" กับการที่ลูกเป็นออทิสติกหรือสมาธิสั้นมากขึ้น

แต่ประเด็นสำคัญคือ
มีคนนำประเด็นนี้ไปบิดเบือนในการตีความ เพื่อสร้างความตกใจให้ประชาชน

เพราะในความเป็นจริง
งานเหล่านั้นไม่สามารถสรุปได้เลยว่า
พาราเซตามอล "ทำให้เกิด" ออทิสติกหรือสมาธิสั้น

❓ ปัญหาที่เกิดกับลูกจริงๆแล้วอาจจะเกิดจาก
ความเจ็บป่วยของแม่ที่เป็นเหตุให้ต้องกินยา
เช่น ไข้ การติดเชื้อ หรือการอักเสบ

พูดให้เข้าใจง่ายคือ
👉 แม่ไม่ได้กินยาเพราะสบายดี
แต่กินยาเพราะ “ป่วยอะไรบางอย่าง”

และสิ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของลูก
อาจเป็นตัวความป่วยของแม่
ไม่ใช่ตัวยาพาราเซตามอล

นี่แหละครับ คือเหตุผลที่ทำให้
งานวิจัยรุ่นเก่าๆ สร้างความเข้าใจผิด
และเป็นที่มาว่าทำไม
งานวิจัยชิ้นใหม่จาก Lancet
จึงต้องออกแบบให้รัดกุมกว่าเดิมมาก

=====================

งานวิจัยชิ้นใหม่จาก Lancet แก้ปัญหานี้ยังไง?

นี่คือเหตุผลที่งานชิ้นนี้ น่าเชื่อกว่างานเก่าๆ มาก

1️⃣ ไม่ดูจากคนไม่กี่ราย แต่ดูจาก “เด็กหลายแสนคน”

นักวิจัยรวบรวมงานวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลก
แล้วคัดเฉพาะงานที่ออกแบบดี
มาวิเคราะห์รวมกัน

จำนวนข้อมูลที่ใช้คือ
• 🧩 ออทิสติก: มากกว่า 300,000 คน
• 🧠 สมาธิสั้น: มากกว่า 400,000 คน
• 🧠 สมองบกพร่อง: มากกว่า 500,000 คน

นี่คือข้อมูลจากเด็กหลายแสนคน
ไม่ใช่การสรุปจากคนไม่กี่ร้อย

2️⃣ จุดสำคัญที่สุด: ดู “พี่น้องที่เกิดจากแม่คนเดียวกัน”

เพื่อแยกให้ชัดว่าออทิสติก สมาธิสั้น หรือ สติปัญญาบกพร่อง
👉 เกิดจากยาจริงๆหรือไม่?

งานนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดู
พี่น้องที่เกิดจากแม่คนเดียวกัน

เช่น
• ลูกคนหนึ่ง ตอนท้องแม่กินพาราเซตามอล
• อีกคน ตอนท้องแม่ไม่กิน

วิธีนี้ดีมาก เพราะ เด็กสองคนที่เทียบกันนั้น
• พันธุกรรมเหมือนกัน
• การเลี้ยงดูคล้ายกัน
• สภาพแวดล้อมบ้านเดียวกัน

ถ้ายามีผลจริง
👉 ลูกที่ “แม่กินยา” ต้องมีปัญหามากกว่า

แต่ผลที่ได้คือ
❌ ไม่พบความแตกต่างเลย

3️⃣ คัดงานมั่ว งานคุณภาพต่ำออกก่อนสรุป

งานนี้ไม่ได้เอางานทุกชิ้นมาปนกัน

แต่เลือกดูเฉพาะงานที่
✔ ออกแบบดี
✔ มีโอกาสสรุปผิดต่ำ

แล้วค่อยสรุปผล

ซึ่งผลก็ยังตรงกันคือ
👉 ไม่พบว่าพาราเซตามอลเพิ่มความเสี่ยงใด ๆ

=====================

สรุปให้พ่อแม่เข้าใจง่ายที่สุด
• งานเล็กๆ ในอดีต อาจทำให้สรุปผิด
• งาน Lancet ปี 2026 แก้ปัญหานี้ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และดูพี่น้องในบ้านเดียวกัน และใช้ข้อมูลจากเด็กหลายแสนคนทั่วโลก
• ผลสรุปตรงกันว่า
👉 พาราเซตามอลในคนท้อง ไม่ทำให้ลูกเป็นออทิสติก สมาธิสั้น หรือสมองบกพร่อง

ดังนั้น
พาราเซตามอลยังเป็นยาลดไข้และแก้ปวดตัวแรกสำหรับคนท้อง
เมื่อใช้เท่าที่จำเป็น และใช้ให้ถูกขนาดครับ 🤍

ไม่ต้องฝืนทนไข้ ทนปวด
และไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าจำเป็นต้องกินยา

13/01/2026

#พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกมีความสุข
แต่หลายๆคนสร้างความสุขให้ลูกผิดทาง
อาจเพราะความไม่รู้
หรือเพราะอยากทดแทนปมในใจตัวเอง
จึงส่งผลให้เด็กๆกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขที่ขึ้นอยู่กับการเอาแต่ใจตัวเอง

หรือบางคนโตมาไม่มีความสุข
เพราะไม่ได้รับการเสริมในสิ่งที่ควรมี
การทำให้ลูกมีความสุขนั้น
ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเท่านั้น
แต่เราสามารถใช้เวลา ใช้การเปลี่ยนความเห็น
ใช้การให้ความสำคัญกับครอบครัว และใช้การสื่อสาร
ในการสร้างลูกให้มีความสุขมากขึ้น

10 ข้อที่เรียบเรียงมาให้นี้ มีผลวิจัยรองรับนะคะ
ลองอ่านแล้วทำตามได้เลยค่ะ
บางคนอาจทำอยู่แล้วทั้ง 10 ข้อ
มั่นใจว่าลูกๆต้องเป็นเด็กที่มีความสุขแน่ๆค่ะ

1. #ลูกๆต้องมีเวลาเล่นมากกว่านี้
บทความหนึ่งในวารสาร American Journal of Play
บอกว่าเด็กๆมีเวลาเล่นน้อยลงอย่างมาก
ทั้งๆที่การไม่ได้เล่นนั้น
มีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
ส่งผลให้เด็กๆมีอารมณ์แง่ลบสูงขึ้น
เช่นวิตกกังวล ซึมเศร้า ไม่มีสมาธิ
และควบคุมอารมณ์ไม่ได้
Dr.Peter Gray ,Boston College บอกว่าตั้งแต่ปี 1955
การเล่นอย่างเป็นอิสระของเด็กๆลดลงเป็นอย่างมาก
ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือจัดกิจกรรมให้
ด็อกเตอร์กล่าวว่า การเล่นอย่างเป็นอิสระนั้น
คือการเล่นเองของเด็กๆ คิดเอง เล่นเอง
แก้ไขเอง และจบการเล่นนั้นเอง

2. #ชมเชยลูกที่การกระทำและความพยายามของเขา
Stanford psychology Professor Carol S. Dweck แนะนำว่า
เรารู้ว่าลูกเราฉลาด ลูกเราเก่ง ลูกเราดี
แต่อย่าเพิ่งชมเขาแบบนั้น ให้ชมเขาที่การกระทำ
ชมเขาที่ความพยายาม ชมเขาที่ความมุ่งมั่นของเขา
มันดีกว่ามากที่จะชมเชยเขาที่การกระทำและความพยายาม
มากกว่าบอกแบบสรุปว่าเก่งและดี เช่น
"หนูพยายามฝึกดีมากลูก จนขี่จักรยานคล่องแล้ว"

แบบนี้ดีกว่าประโยคข้างล่างนี้ค่ะ

"หนูขี่จักรยานเก่งมากลูก"

3. #ส่งเสริมวัฒนธรรมประจำครอบครัว
แต่ละครอบครัวมีประเพณีนิยมต่างกัน
บางครอบครัวการไปเที่ยวด้วยกันต้องมีทุกปี
บางครอบครัวการทานข้าวเย็นด้วยกันคือสิ่งจำเป็น
บางครอบครัววันอาทิตย์คือวันที่ทุกคนจะอยู่ด้วยกันไปไหนด้วยกัน
การมีกิจกรรมหรือตารางชีวิตที่สม่ำเสมอ เป็นกิจวัตร
จะทำให้เด็กๆมีความสุข เพราะเด็กๆชอบอะไรที่สม่ำเสมอ
เป็นไปตามตาราง คาดหวังได้ รู้ว่าจะได้ทำอะไร
และสำคัญคือมันเป็นกิจกรรมที่ทำทั้งครอบครัวค่ะ

4. #เด็กๆต้องทำการบ้านของพวกเขาเอง
การช่วยลูกทำการบ้าน ต่างจากการช่วยทำการบ้านให้ลูกการบ้านของลูกลูกเป็นคนทำ จะทำได้หรือไม่ได้คืออีกเรื่องหนึ่งที่เราจะเข้าไปช่วยแนะนำทีหลัง
แต่ลูกต้องทำการบ้านเองก่อน ทำให้เสร็จด้วยตัวของหนูเองนั่นแปลว่าหนูมีศักยภาพในการทำอะไรเอง
เป็นการสร้างทัศนคติให้หนูรู้ว่าหนูทำอะไรเองได้

5. #สอนลูกว่าอารมณ์แง่ลบเป็นสิ่งที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน
บางทีคำแนะนำการเลี้ยงลูกที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของเด็กก็มักทำให้พ่อแม่อย่างเราหลงประเด็นว่า
เด็กต้องดี ต้องเชื่อฟัง ต้องว่าง่ายจนทำให้เด็กๆไม่รู้ว่า แล้วอารมณ์แง่ลบที่เกิดขึ้นมันคืออะไร
เมื่อเด็กๆใส่อารมณ์ จึงถูกแปะป้ายว่าเป็นเด็กดื้อ
พ่อแม่ต้องสอนให้เด็กๆเข้าใจว่าอารมณ์แง่ลบนั้นมีอยู่จริง

มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน มีทั้งอารมณ์ที่ดีและไม่ดี
ไม่มีเด็กคนไหนอยากโกรธ อยากเศร้า อยากกลัว
เพราะอารมณ์เหล่านี้ทำให้เขารู้สึกแย่
ในฐานะพ่อแม่เราต้องแยกให้ออก
ให้ลูกเข้าใจว่าอารมณ์แง่ลบนั้นมีอยู่
แต่หนูต้องรู้จักจัดการกับมัน
หนูต้องเข้าใจและรู้จักควบคุมมัน

แล้วหนูจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติและเป็นสุข

6. #ลูกๆต้องหัดแพ้บ้างล้มเหลวบ้าง
การแพ้การล้มเหลวได้ชื่อว่าเราได้ลองทำสิ่งนั้นแล้ว
ถ้าเขาไม่ล้มเหลว ถ้าเขาไม่เคยแพ้
แปลว่าเขาไม่เคยลองทำอะไรใหม่ๆเลย

7. #ไม่เปรียบเทียบลูกกับพี่หรือน้องกับเพื่อนหรือใครๆ
พ่อแม่มักเผลอ "ยกตัวอย่าง" พี่หรือน้องหรือเพื่อน ให้ลูกๆฟังว่าเขาดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ หนูต้องทำให้ได้อย่างเขาเราเปรียบเทียบเพราะเราอย่างให้ลูกเป็นอย่างนั้นบ้างแต่สิ่งที่ลูกรับรู้และได้ยินก็คือ
คนอื่นเก่ง คนอื่นดี หนูไม่เก่ง หนูไม่ดีอะไรเลย

เราต้องหยุดเปรียบเทียบ
เพราะมันไม่สร้างแรงจูงใจใหเด็กเลย
มีแต่สร้างความมั่นใจให้ต่ำลง
และเพิ่มความน้อยใจให้เกิดขึ้น

8. #สร้างความทรงจำดีๆให้มีขึ้น
ความทรงจำที่ดีในวัยเยาว์เป็นเหมือนเครื่องหมายแห่งความสุขที่ทำเครื่องหมายถูกอยู่ในใจจนเขาเติบใหญ่
ความทรงจำที่ดีในวัยเยาว์คือสัญญลักษณ์แห่งความรักความอบอุ่นของครอบครัวที่จะทำให้เขารู้ว่าเขาได้รับความรักมาตลอดตั้งแต่เล็ก
การใช้ชีวิตไปวันๆโดยไม่มีอะไรประทับจิต
ตราตรึงใจ จะกลายเป็นความทรงจำที่ดีได้อย่างไร
บางสิ่งเล็กๆก็สร้างความทรงจำฝังแน่นไปจนโต
ลองนึกดูนะคะว่า
มีความทรงจำอะไรบ้างในตอนเด็กที่ทำให้เรามีความสุขและนั่นแหละค่ะคือสิ่งที่เราพ่อแม่จะสร้างขึ้นให้เขาในวันนี้

9. #เป็นพ่อแม่ที่มีความสุข
พูดง่ายแต่อาจทำยาก แต่ทำได้แน่นอนค่ะ
การเป็นต้นแบบให้ลูกคือวิธีการสอนลูกที่ดีที่สุดค่ะ
เป็นพ่อแม่ที่มีความสุข
ลูกก็จะมีความสุขตาม
เป็นพ่อแม่ที่เอาแต่ทุกข์ ลูกจะเป็นเช่นนั้นตาม
Carolyn Pape Cowan and Philip Cowan,
นักจิตวิทยาจาก
University of California
สรุปว่าพ่อแม่ที่ดูแลความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ให้ดี ดูแลตัวเองทั้งกายและใจให้ดี
ส่งผลดีให้ลูกเห็นว่าเป็นพ่อแม่ที่มีความสุข

10. #ไม่ทะเลาะกันหรือโต้เถียงเรื่องใหญ่ๆต่อหน้าลูก
หลายๆเรื่องในชีวิตก็ควรให้เด็กอยู่ส่วนเด็ก
ผู้ใหญ่ส่วนผู้ใหญ่เรื่องใหญ่ๆในชีวิตเช่นย้ายบ้าน ปัญหาการเงิน ย่ายายป่วยหนัก
ก็ควรจะคุยกันในเวลาที่ลูกไม่อยู่ใกล้ไม่ได้ยิน
เพราะเราต้องระวังเด็กๆในการได้ยินเรื่องราวเหล่านี้
เพราะเด็กๆมักเอาไปสรุปว่าเกิดความสั่นคลอนในชีวิต
จนเกิดความไม่สบายใจ เกิดความวิตกกังวล

เมื่อเราไม่โต้เถียงต่อหน้าลูก
แต่เราคุยกันจนได้ข้อสรุป จึงค่อยบอกลูกให้เข้าใจ
การทำเช่นนี้ทำให้เกิดการกระทบจิตใจน้อยกว่า

ในอีกประเด็นหนึ่ง
เด็กๆไม่ควรได้ยินพ่อหรือแม่ด่าว่าอีกฝ่าย
เด็กๆไม่ควรได้เห็นพ่อหรือแม่ใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายการเห็นต่างและการหาข้อสรุปต้องเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์
ไม่ทำลายความสัมพันธ์ ไม่บ่มเพาะความเกลียดชัง

การมีชีวิตคู่ที่ไม่เคยขัดแย้งกันเลยไม่มีอยู่จริง
คู่พ่อแม่ที่รู้จักจัดการกับอารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์
และหาทางแก้ไขปัญหา
จะทำให้เด็กๆรู้ว่าความต่างเป็นเรื่องธรรมชาติ
และถึงจะต่างเราก็อยู่ร่วมกันได้

Cr.Bangkok Kids

ขอบคุณข้อมูลจาก
WANT HAPPIER KIDS? TRY THESE 10 SCIENTIFICALLY PROVEN TIPS by Alli Worthington www.babble.com

13/01/2026

อเมริกาเพิ่งออกคำแนะนำเรื่องอาหารเด็ก
Dietary Guidelines for Americans 2025–2030 🇺🇸✨
ผมได้ลองอ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นคำแนะนำที่ดี
เลยอยากเอามาเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังกัน
ว่าในแต่ละช่วงวัยเด็กควรกินอะไร และควรโฟกัสอะไรเป็นหลัก
ตั้งแต่ แรกเกิด → วัยรุ่น

====================

👶 วัยทารกและเด็กตอนต้น (แรกเกิด – 4 ปี)

🍼 ช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

หัวใจสำคัญของช่วงนี้คือคำว่า “นม”

1. นมแม่ดีที่สุด
- แนะนำให้เด็กดื่มนมแม่อย่างเดียว ในช่วง 6 เดือนแรก
- หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ สามารถใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่มีการเสริมธาตุเหล็กแทนได้

2. วิตามินดี
แนะนำให้เสริมในเด็กที่
• ดื่มนมแม่ล้วน
• หรือดื่มนมผงน้อยกว่า 32 ออนซ์/วัน (960 ml/วัน)

วิตามินดีเสริมขนาด 400 IU ต่อวัน
เริ่มได้ตั้งแต่หลังคลอด (ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน)

3. ธาตุเหล็ก
ทารก"บางราย"อาจจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กเสริม
ขึ้นกับแต่ละคน → ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

------------------------

🍼 เรื่องการให้นมต่อเนื่อง
- สามารถให้นมแม่ต่อได้นานเท่าที่แม่และลูกต้องการ
ไปถึง 2 ปีหรือมากกว่าได้เลย
- ถ้าเป็นบ้านที่กิน/เสริมนมผง
👉 หยุดนมผงที่อายุ 12 เดือน แล้วเปลี่ยนเป็นนมสดครบส่วนแทน (whole milk)

------------------------

🍚 การเริ่ม “อาหารตามวัย” (เริ่มประมาณ 6 เดือน)

คำว่า อาหารตามวัย สำคัญมาก
เพราะแนวทางนี้ย้ำว่า…

👉 แม้จะเริ่มอาหารตามวัยแล้ว
ยังต้องให้นมแม่หรือนมผงเป็นหลักควบคู่กันไป
จนถึงอายุ 12 เดือน

อาหารตามวัย ≠ แทนนม
แต่เป็นการ “เพิ่ม” จากนมครับ

------------------------

🪑 สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมกินอาหาร

ไม่ได้เน้นดูแค่อายุ 6 เดือนอย่างเดียว
แต่ให้ดู “ความพร้อมของเด็ก” ร่วมด้วย ซึ่งได้แก่
1. นั่งได้เอง หรือ นั่งได้โดยมีคนประคองเล็กน้อย
2. ควบคุมศีรษะและลำคอได้ดี
3. เริ่มพยายามหยิบจับสิ่งของเล็กๆ
4. เริ่มเอาของเข้าปาก
5. อ้าปากเมื่อมีอาหารมาใกล้
6. สามารถกลืนอาหารได้ (ไม่ใช้ลิ้นดุนอาหารออกมาข้างนอก)

------------------------

การเริ่มอาหารชนิดใหม่ๆให้เด็ก
อาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่คิด

เด็กหลายคนต้องเจออาหารใหม่ซ้ำ 8–10 ครั้ง
กว่าจะยอมเปิดใจลองชิม

ดังนั้นพ่อแม่
✔️ ใจเย็น
✔️ ไม่บังคับ

------------------------

🥜 การแนะนำอาหารกลุ่มเสี่ยงภูมิแพ้

ถั่วลิสง (peanut)

เด็กที่มีความเสี่ยงสูง เช่น
• มีผื่นแพ้ผิวหนังรุนแรง
• หรือมีประวัติแพ้ไข่

สามารถพิจารณาเริ่มให้ถั่วเร็วขึ้นมาเล็กน้อย ได้ตั้งแต่อายุ 4–6 เดือน
👉 ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

อาหารเสี่ยงอื่นๆ เช่น ไข่ อาหารทะเล แป้งสาลี ผลิตภัณฑ์จากถั่ว
สามารถเริ่มได้ที่ประมาณ 6 เดือน พร้อมกับอาหารตามวัยชนิดอื่น

------------------------

🥗 อาหารที่ควรเลือก และควรเลี่ยง (วัยทารก–เด็กเล็ก)

ควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารสูง (Nutrient-dense) เช่น
• เนื้อสัตว์
• สัตว์ปีก
• อาหารทะเล
• ผัก
• ผลไม้
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติและชีสแบบ full fat
• ธัญพืชเต็มเมล็ด

อาหารควรเลี่ยง

❌ ไม่ควรเติมน้ำตาล
ในอาหารของเด็กวัยทารกและเด็กเล็กเด็ดขาด

====================

🧒 วัยเด็กตอนกลาง (5 – 10 ปี)

ช่วงนี้ แนวทางเน้นคำว่า “อาหารจากธรรมชาติ”
โฟกัสอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปมาก
(เลี่ยง UPF)

และต้องมีสารอาหารครบถ้วน ได้แก่
• โปรตีน
• นมและผลิตภัณฑ์จากนม
• ผัก
• ผลไม้
• ไขมันดี
• ธัญพืช

นมยังสำคัญ แนะนำผลิตภัณฑ์นมแบบ Full-fat (ไม่พร่องมันเนย)
เพื่อให้พลังงานเพียงพอและช่วยพัฒนาการสมองด้วย

พ่อแม่ควรทำให้การทำอาหาร
→ เป็นเรื่องสนุก
→ เป็นกิจวัตรประจำวันของครอบครัว

ข้อห้ามสำคัญ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- ไม่แนะนำให้เติมน้ำตาล (Added sugars)

====================

🧑‍🎓 วัยรุ่น (11 – 18 ปี)

เป็นช่วงที่ร่างกายโตเร็วมากจึงมีความต้องการสารอาหารสูงขึ้นอย่างชัดเจน

สารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ พลังงาน โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก
(โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่เริ่มมีประจำเดือน)

แคลเซียมและวิตามินดีมีความสำคัญต่อการสร้างมวลกระดูก (Peak bone mass) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกระดูกในระยะยาว

การเลือกอาหาร

ให้เน้น
• ผลิตภัณฑ์นม
• ผักใบเขียว
• เนื้อสัตว์ที่มีธาตุเหล็กสูง

ให้จำกัด
• เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
• เครื่องดื่มชูกำลัง
• อาหารแปรรูปสูง (Highly processed foods)

ควนสนับสนุนให้วัยรุ่น
• มีส่วนร่วมในการเลือกซื้ออาหารและช่วยทำอาหารเองเพื่อสร้างนิสัยการกินที่ดีไปตลอดชีวิต

15/10/2025

15-17 ตุลาคม 2568
ร้านยาปิดเวลา 18.00 น.

26/05/2025

วันนี้ร้านยาปิด 15.00 น.
ธุระด่วนติดต่อเบอร์ร้านได้นะคะ

25/04/2025

ร้านยาหยุด
เสาร์ - อาทิตย์
เปิดจันทร์ 28 ค่ะ

23/01/2025

ร้านยาปิด
เสาร์ 21 อาทิตย์22

เปิดวันจันทร์ค่ะ

ประชาสัมพันธ์
20/12/2024

ประชาสัมพันธ์

21/11/2024

วันนี้ร้านยาปิด12.30น.

ที่อยู่

ลำนารายณ์
Amphoe Chai Badan
15130

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 17:00
อังคาร 07:30 - 17:00
พุธ 07:30 - 17:00
พฤหัสบดี 07:30 - 17:00
ศุกร์ 07:30 - 17:00
เสาร์ 07:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

0929297061

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pharma First ร้านยาฟาร์มา เฟิร์สผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์