ญาตา นักธรรมชาติบำบัด

ญาตา นักธรรมชาติบำบัด ชีวิตเป็นสุขได้ด้วยร่างกายพร้อมจิ?

ตระหนัก​รู้​ว่า​ สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ไม่มี​อะไร​แน่นอน​ ชีวิต​ที่​ดำรงอยู่​ต้องดูแลตัวเอง​ไม่ให้เจ็บป่วย มีร่างกายเพื่อ​ที่​จะทำความดี​ สร้าง​ความ​สุข​ให้​คนรู้จัก​ คนรอบข้าง​ คน​อัน​เป็น​ที่​รัก​ สามารถ​ยิ้มแย้ม​แจ่มใส​ได้ทุกวัน​

11/07/2022

ติดตามคุณประโยชน์ฝรั่งธรรมชาติ 🍑🍋🍊

11/07/2022

ติดตามวิธีขับสารพิษง่ายๆมาบอกกัน 🍑🥝🍋

มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงกำลัง

ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

ป้องกันการเกิดโรคเลือดแข็งตัว

ลดความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

ช่วยบำรุงไต ทำหน้าที่กรองของเสียในร่างกาย

เป็นอาหารบำรุงประสาท/สมองให้กระปรี้กับเปร่า

ช่วยแก้ปัญหาโรคนอนไม่หลับ

ป้องกันเส้นเลือดอุดตันโรคหลอดเลือด
และโรคหัวใจ

#สุขภาพดีต้องใส่ใจ
#สิ่งของทุกชิ้นเงินซื้อได้
#เวลาป่วยทรมานเงินแลกไม่ได้ ✅✅

10/07/2022

ติดตามคุณค่ามะละกอสุกนะจ๊ะ..🌿

ประโยชน์ของมะละกอนั้นก็มีค่อนข้างมาก มีสรรพคุณเป็นทั้งยารักษาโรค โดยสรรพคุณมะละกอก็เช่น ใช้เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เป็นต้น และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน เป็นต้น

บำรุงสายตา
มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตมินเอ วิตามินที่สำคัญต่อการทำงานของจอประสาทตาและการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในตอนกลางคืน อีกทั้งเบต้าแคโรทีนในมะละกอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จึงช่วยเสริมพลังในการบำรุงสายตาของเราได้อีก

- บรรเทาอาการเลือดออกตามไรฟัน
วิตามินซีมีส่วนสำคัญในการป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และในมะละกอเองก็มีวิตามินซีอยู่ไม่น้อยนะคะ รวมไปถึงวิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย

- บำรุงเลือด บำรุงน้ำนม
สารอาหารในมะละกอมีส่วนช่วยบำรุงเลือด และช่วยขับน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอด อีกทั้งการกินมะละกอสุกยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของคุณแม่ด้วยนะคะ ส่งผลให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปอย่างไหลลื่นมากขึ้น

- เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
มะละกอมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้จะช่วยเสริมภูมิคุมกันของร่างกาย ช่วยให้เราไม่ป่วยได้ง่าย

- ช่วยลดการอักเสบ
เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้น อาการอักเสบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายก็จะลดน้อยลง ที่สำคัญในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน เอนไซม์ที่มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบที่เกิดจากการปวด บวม แดง ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อได้

- ช่วยย่อยอาหาร
เอนไซม์ปาเปนในมะละกอที่มีสรรพคุณในการย่อยเนื้อก็มีส่วนช่วยย่อยอาหารในกระเพาะอาหารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะกินมะละกอดิบจากเมนูส้มตำ หรือกินมะละกอสุกก็ได้รับเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารได้เหมือนกัน

- แก้ท้องผูก
มะละกอมีไฟเบอร์สูง และมีน้ำย่อยธรรมชาติที่สามารถกำจัดคราบโปรตีนเก่า ที่ร่างกายย่อยไม่หมดออกไป ช่วยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการขับถ่ายของลำไส้ รวมทั้งพาเอาปัญหาท้องผูกออกไปจากตัวเราด้วย ที่สำคัญคือ ยังมีสารเพกตินที่เป็นสารช่วยเคลือบกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร พร้อมกับสรรพคุณที่ช่วยให้กากอาหารมีมากขึ้นจนไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวถ่ายออกมา เมื่อถ่ายง่าย ถ่ายคล่อง ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย

- มีเบต้าแคโรทีนช่วยต้านมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย จึงถือว่ามะละกอเป็นผลไม้ช่วยต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมากพอสมควรเลยค่ะ

แต่มีคำแนะนำว่า ไม่ควรรับประทานมะละกอสุกในปริมาณมาก ๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจจะทำให้ผิวของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้

10/07/2022

ติดตามประโยชน์ของพี่ส้ม .. นะคะ🍊

คุณค่าของส้มเขียวหวาน

1. ผลไม้แก้ท้องผูก

ส้มเป็นหนึ่งในผลไม้แก้ท้องผูกได้ เพราะมีใยอาหารสูง ช่วยในระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย โดยกินส้ม 1 ผลใหญ่ก็จะได้ใยอาหาร 2.0 กรัม

2. กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย

ด้วยความที่ส้มพกวิตามินซีมาไม่น้อย จึงทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันอาการป่วยเบสิก ๆ ไปจนถึงอาการป่วยที่หนักหนาได้ เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็จะป่วยยาก เชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ก็มีโอกาสจู่โจมเราได้น้อยนั่นเอง

3. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

น้ำตาลฟรุกโตสในเนื้อส้มมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงหลังจากกินส้มเข้าไป อีกทั้งไฟเบอร์ในส้มยังช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกทาง

4. ช่วยลดความดันโลหิต

ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และยังมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ จึงช่วยในกระบวนการไหลเวียนโลหิตได้ดี ทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้อย่างสมดุล และยังช่วยลดความดันเลือดในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วยนะ

5. ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

โดยสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปปกป้องหลอดเลือดไม่ให้อนุมูลอิสระเข้ามาเกาะและก่อให้เกิดไขมันพอกพูนไปเรื่อย ๆ จนก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจ

6. บำรุงหัวใจ

โพแทสเซียมในส้มคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในส้มยังมีวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะปกติ และช่วยในการไหลเวียนของเลือดให้เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

7. ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต

น้ำส้ม มีส่วนช่วยลดการเกิดนิ่วในไต โดยโพแทสเซียมในส้มจะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วต่าง ๆ ในร่างกาย และช่วยให้นิ่วถูกขับถ่ายออกมาพร้อมของเสีย ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตและนิ่วในอวัยวะอื่น ๆ ได้

8. ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย

การศึกษาในวารสาร American College of Nutrition พบว่า คนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงจะมีโอกาสเกิดแผลเปื่อยได้น้อยกว่าคนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอต่อความต้องการ และส้มก็เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากถึง 89% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

9. ลดความเสี่ยงโรคสโตรก

อาการสโตรก (Stroke) เกิดจากการที่หลอดเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งการศึกษาจากมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอเมริกา พบว่า การรับประทานผลไม้ประเภทซิตรัสอย่างส้มและเกรปฟรุตมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคสโตรกในผู้หญิงได้ถึง 19% เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่กินผลไม้ในกลุ่มซิตรัสน้อยกว่า

10. ป้องกันมะเร็ง

ในเนื้อส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง ซึ่งเจ้าสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ อีกทั้งเนื้อส้มที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ก็ยังจะช่วยขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกมา จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกทาง

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า สารซิตรัสในส้มสามารถต้านการเกิดมะเร็งช่องปาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย

11. ลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม

กินส้มวันละผล ลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึง 60% !

12. ส้มช่วยบำรุงผิว

สารต้านอนุมูลอิสระผสานกับพลังแห่งวิตามินซีมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย ปกป้องผิวจากมลพิษ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย และช่วยบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวดูกระชับตึงมากขึ้น เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารตั้งต้นของคอลลาเจนนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
กองโภชนาการ กรมอนามัย
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ

03/07/2022

รู้ไหม..? มะเขือเทศ มีดีอย่างไร... 🍅🍅

ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45%

ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์

ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน

ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

มะเขือเทศมีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ

ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ

การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

ช่วยในระบบย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการ

ขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก

ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อราหรือเชื้อราที่ปาก

ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ในเพศหญิง

ซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้มหรือถูกมีดบาดได้

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

02/07/2022

แนะนำผลไม้ที่เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก 🥭🍋

แก้วมังกร 100กรัม ให้พลังงาน 60แคลอรี
เป็นผลไม้ที่มีกากใยที่สูงแถมแคลอรีต่ำ

แตงโม 100 กรัม ให้พลังงาน 25 แคลอรี
เป็นผลไม้แคลอรี่ต่ำ

ส้ม 100 กรัม ให้พลังงาน 42 แคลอรี
ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

มะละกอ 100 กรัม ให้พลังงาน 13 แคลอรี
ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น แคลอรีต่ำ

สตรอเบอรี่ 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี
ผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามิน ช่วยบำรุงผิวพรรณ
และแคลอรีต่ำ

บลูเบอร์รี่ 100 กรัม ให้พลังงาน 57 แคลอรี
เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก ช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว
และอิ่มนานกว่าชนิดอื่นๆ

แอปเปิล 100 กรัม ให้พลังงาน 52 แคลอรี
ในแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่เรียกว่า เพกติน
ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร

ฝรั่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 60 แคลอรี
มีวิตามินซีสูง และช่วยให้อิ่มท้อง
ชมพู่ 100 กรัม ให้พลังงาน 42 แคลอรี
มีกากใยสูงดีต่อระบบขับถ่าย

เลือกทานผลไม้ได้ตามฤดูกาล 🥭🍋

ที่อยู่

Amphoe Kamphaeng Saen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ญาตา นักธรรมชาติบำบัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์