04/06/2019
วันนี้แอดมินอ่านบทความ 'ผลจากการไม่ใช้มือถือเลี้ยงลูกน้อยและแนวทางการใช้เวลาคุณภาพกับลูก' ของลูกเพจคนนึงของเพจคุณหมอประเสริฐ (จิตแพทย์) น่าสนใจมาก เลยขอนำมาแชร์ให้ทุกท่านค่ะ 🦋💕
https://www.facebook.com/169838760031293/posts/878909199124242/
จดหมายจากยอดดอย
เริ่มต้นให้ดี เรื่องจะง่ายตั้งแต่แรก
“สวัสดีค่ะ ลูก 4 ขวบแล้ว ติดตามคุณหมอมา 3 ปี
วันก่อนหนูเล่าให้ลูกฟังว่าตอนลูกขวบกว่าๆ เวลาออกไปกินข้าว หนูกับสามีก็จะให้ดูจอเพื่อที่เราจะได้นั่งกินข้าวได้บ้าง ลูกพูดว่า "หาาาาา!!ทำไมหม่าม๊าทำกับน้องแบบนั้นล่ะ ดีนะที่ยังไม่สายเกินไป" 555555
โชคดีอย่างที่ลูกบอกค่ะ โชคดีที่มาเจอเพจคุณหมอและเพจอื่นๆที่ให้ความรู้เรื่องผลเสียของหน้าจอต่อเด็ก และโชคดีที่เป็นแค่ช่วงสั้นๆที่คิดผิดไป เลยยังไม่ทันมีผลอะไรกับลูก หนูเลยหยุดให้ดูเลย ใช้วิธีเอาของเล่น ดินสอ สี ไปวาดรูปฆ่าเวลาแทน ผลัดกันกินกับสามี
แต่อยู่ที่บ้าน ลำบากหน่อย เพราะมีญาติๆสามีที่อยู่ด้วย ดูทีวีเกือบทั้งวัน ยกเว้นเวลาพวกเค้านอน หนูเคยบอกสามีให้บอกญาติเค้า แรกๆได้ผล หลังๆ ก็เปิดดูตอนลูกอยู่ด้วย หนูจึงใช้วิธีพาเล่นอยู่นอกรอบของบ้านถ้ามีคนดูทีวี ร้อนก็ไม่เป็นไร ลูกเล่นหน้าทีวีก็ไม่มีสมาธิจะเล่นอยู่ดี
(ทีวีเรื่องใหญ่ ร้อนเรื่องเล็ก -ผมเอง)
ตัวสามีเองปกติก็ชอบดูข่าว ฟุตบอล แต่พอหนูคุยกับเค้าว่าอย่าดูทีวีตอนลูกอยู่ด้วย เค้าก็หยุด แม้จะไม่เห็นด้วยกับหนู แต่พอลูก4ขวบหนูก็ผ่อนให้ดูได้บ้างเป็นไปตามกติกา
(หลังจาก 2 ปี ฟุตบอลจะยังอยู่ ลูกของเราควรจะยังดีอยู่ -ผมเอง)
อยากเล่าให้คุณหมอฟังว่าผลจากการที่ทำตามแนวทางของคุณหมอนั้น เราชื่นใจกับลูกมากแค่ไหน
เรามีลูกกันก่อนแต่งงานค่ะ แต่อยู่ในวัยที่พร้อมทั้งอายุและการงาน ช่วง3ปีแรกสามีทำงาน ตจว ได้กลับแค่เสาร์อาทิตย์ อึดอัดที่เวลาส่วนใหญ่เราต้องอยู่กับญาติสามี ยิ่งเรามีความเห็นต่างกันในหลายเรื่อง แต่เรื่องลูกจะไม่มีใครมายุ่งกับหนู
(วินัยของแม่ควรเป็นที่หนึ่ง หากพ่อแม่เห็นตรงกัน เรื่องจะง่ายมาก -ผมเอง)
ช่วงหนึ่งขวบที่เล่าไปว่ามีให้ลูกดูหน้าจอเวลาไปข้างนอก แต่ก็มาไหวตัวทันก่อน ตื่นมาเราก็เล่นกับลูก ดิน น้ำ ทราย สี ทำกับข้าวทุกมื้อ อาบน้ำวันละ2หน ก่อนนอนทุกช่วงอ่านหนังสือกัน เย็นๆ พาเดินเล่น ขี่จักรยาน จนกว่าลูกจะหลับ ถึงจะเป็นเวลาของเรา (คนอาจมองว่าก็ไม่เห็นจะมีอะไร แต่....โคตรเหนื่อยค่ะคุณหมอ ลูกจะเล่นแต่ละทีมันมีขั้นตอนต้องเตรียมของ เก็บของ และล้างด้วย นี่เวลาปกตินะคะ ถ้าป่วยก็เหนื่อยคูณสองสามไป)
ตอนลูกอยู่ด้วย หนูจะปิดเสียงมือถือตลอด เวลาจะหยิบมือถือทีต้องบอกลูกว่าเรามีธุระนะ ธุระเสร็จก็วางไป หันมาเล่นกับลูกต่อ ใครเปิดมือถือ ทีวีให้ลูกดูคือจะโมโหมาก หนูคงเป็นแม่ที่เข้มงวดเว่อร์ค่ะ แต่หนูก็ยึดหลักการแบบนี้มาตลอด ใครจะเกลียดก็เกลียดไปค่ะ
พอลูกเริ่มสื่อสารรู้เรื่อง เห็นเด็กคนอื่นได้ดูจอ หนูจะอธิบายเค้าว่าที่ไม่ให้ดู เพราะ 1.ทำให้เด็กไม่ขยับตัว กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง 2.เด็กไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทำอะไรเองก็ไม่เป็น ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ 3.เด็กพูดช้า ถ้าพูดได้ก็ไม่ใช่ภาษาปกติ 4.เสียสายตา
พูดเรื่องจริงกับเค้า พร้อมกับเอาตัวอย่างจริงรอบตัวและข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เล่าให้ฟังบ่อยๆ เค้าก็เข้าใจค่ะ ทำให้พอตอน 4 ขวบหนูเริ่มให้เค้าดูเฉพาะวันที่ไม่ไป รร. นานขึ้น บ้านเราไม่เคยต้องมีปัญหากับเรื่องนี้เลยค่ะ
(เพราะสามีเป็นแบ๊ค -ผมเอง)
หนูเอาลูกเข้า รร เกือบ4ขวบ กลายเป็นพี่ใหญ่สุดในห้อง แต่ไม่เคยร้องไห้ไม่อยากไป รร. ค่ะ feedback จากครูก็ดีมาก เพราะช่วยเหลือตัวเองได้ดีแล้ว ครูบอกว่าน้องเป็นเด็กที่ทำอะไรก็จะมีเหตุผลประกอบ 1,2,3
เวลาเราคุยไรกันหนูจะบอกเหตุผลเค้า 1,2,3 จะไม่เอาเรื่องผีสางเทวดามาหลอกมาขู่เด็ดขาด
ตั้งแต่เค้าเข้าเรียน เราตกลงกันว่า หนูจะเป็นนักข่าวโต เล่าข่าวสารทั่วไปเค้าจะเป็นนักข่าวจิ๋วเล่าข่าวเหตุการณ์ใน รร. ตอนบ่ายไปรับกลับก็จะสลับกันเล่าค่ะ บางวันไม่มีข่าวไร หนูก็แต่งเองค่ะ 555 บนโต๊ะอาหารเราก็จะเล่าโน่นเล่านี้กัน ชวนคุยสนุกสนาน
งานบ้านเริ่มให้เค้ากินแล้วเก็บเก้าอี้ จาน เทเศษอาหารในจานทิ้ง ตอนนี้ซื้อ step stool มาให้เค้า ลองล้างจานเล่นกันดูค่ะ สะอาดบ้างมันบ้างไม่เป็นไร หนูไปแอบล้างอีกที คุณหมอเคยสอนแล้ว ให้ลูกทำงานบ้าน เราต้องตามเก็บกวาด
การที่เราทุ่มเทกับเค้ามา 4 ปี มันทำให้แม่มีอยู่จริง สายสัมพันธ์แน่นแฟ้น เราพูดแล้วเค้าฟัง เก็บของเล่นได้เอง กินข้าวเอง ดูทีวีตามกติกา ไปนอกบ้านไม่รบกวนคนอื่น ไม่ไปเกเร ไม่ไปแกล้งคนอื่น ไม่แย่งของคนอื่น เวลาโกรธต้องไม่ทำ3อย่างอะไรบ้าง เค้าจำได้หมด รักษาสิทธิของตัวเอง(ใครจะเอาอะไรของลูก ลูกต้องอนุญาตก่อน) terrible2 อะไรพวกนั้น หนูไม่เคยเจอเลยค่ะ เราพูดจากันด้วยเหตุผลมาและเน้นวินัยมาตลอด
ทุกวันนี้หนูเห็นเด็กๆรอบตัวที่เป็นผลจากการปล่อยให้ติดหน้าจอมากมายเลยค่ะ หนูปวดหัวแทนพ่อแม่เค้าจริงๆ พาไปไหนไม่ได้เลย และสงสารตัวเด็กด้วยที่ไม่ได้ถูกพัฒนาไปในทางที่ถูก
หันกลับมามองลูกเรา ถึงแม้ระยะทางในการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งจะอีกยาวไกลมาก แต่4ปีที่ผ่านนี้ แม้เราจะเหนื่อยกายอย่างมาก เหนื่อยใจกับคนอื่นบ้าง แต่เราดีใจที่เราไม่เคยต้องเหนื่อยใจกับลูก เราไม่ได้เอาเปรียบลูกด้วยวิธีการเลี้ยงผิดๆค่ะ
ครอบครัวหนูยากจนค่ะ หนูอยู่บนดอยสูง การเลี้ยงลูกเลยปากกัดตีนถีบแบบจีนดั้งเดิม ไม่ได้สอนเหตุผล รู้แค่ว่าอย่าเถียงพ่อแม่ กตัญญูค้ำคอ หนูจำวัยเด็กอะไรไม่ได้เลยค่ะ จำได้แค่พ่อติดพนัน ติดสูบฝิ่น พ่อแม่ทะเลาะทำร้ายกัน จำไว้ว่าเราจะไม่ทำแบบนี้กับลูกเด็ดขาดค่ะ
เขียนมายาวมาก อยากขอบคุณคุณหมอที่สละเวลาเขียนเรื่องดีๆให้อ่านตลอด”
ไวไฟมีทุกที่ โลกเปลี่ยนไปแล้ว คือโอกาสของเด็กทุกๆคน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเราแล้วครับ อยากให้เขาโตมาแบบไหน คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเลือกได้ 👍