โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ

โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ โรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน?
(406)

ด้วยความมุ่งมั่น ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและนโยบายอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาคุณภาพของการให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่เป็นเลิศ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมีความพึงพอใจ และประทับใจในการบริการของเรา

**อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ (Ultrasound 4 D)**อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) คืออะไร?อัตร้าซาวด์เป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความถ...
15/08/2015

**อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ (Ultrasound 4 D)**
อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) คืออะไร?
อัตร้าซาวด์เป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความถี่สูงกว่า 20,000 Hz คลื่นเสียงอัตร้าซาวด์นี้ปัจจุบันได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือแพทย์ ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ รวมทั้งการตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์
**อัลตร้าซาวด์ 4 มิติทำงานอย่างไร?
ปัจจุบันเครื่อง อัลตร้าซาวด์ นั้นมีการทำงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เครื่อง อัลตร้าซาวด์ ในสมัยเริ่มแรก สามารถมองเห็นภาพทารกได้เป็นแบบ 2มิติ คือ ภาพที่มีความกว้างและความยาว หรือภาพตัดขวางตามแนวของคลื่นเสียงที่ถูกส่งออกไปซึ่งจะสามารถมองเห็นได้ทีละระนาบในแต่ละครั้ง แม้ว่าภาพที่จะได้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก แต่ภาพที่เห็นจะดูไม่เหมือนทารก แต่ในเครื่อง อัลตร้าซาวด์ สมัยใหม่นั้นเครื่องจะเก็บสะสมปริมาตรของเสียงที่สะท้อนออกมาหากหัวตรวจในแบบดิจิทัล และแสดงภาพออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งมีความลึกของภาพ ทำให้ภาพของทารกดูเหมือนจริงมากยิ่งขึ้นและยิ่งไปกว่านั้นเครื่องตรวจ อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ยังสามารถเก็บภาพ 3 มิติแต่ละภาพไว้แล้วนำมาแสดงผลเรียงต่อกันกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จึงเรียกภาพที่เห็นนี้ว่า Real time ด้วยเทคโนโลยี อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ นี้จึงช่วยให้เราสามารถศึกษาพฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน
**ข้อดีของการตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ **
•ระยะเวลาในการตรวจครรภ์สั้นลง เนื่องจากสามารถมองเห็นร่างกายของทารกและอวัยวะต่างๆ ได้จากภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
•อวัยวะภายนอกของทารกในครรภ์สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วย อัลตร้าซาวด์ 2 มิติ เช่น ใบหน้า แขน ขา นิ้วมือ
•พฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งการตรวจด้วย อัลตร้าซาวด์ 2 มิติ อาจมองเห็นได้ยาก หรือไม่อาจมองเห็นได้ ยกตัวอย่าง เช่น สามารถมองเห็นทารกกำลังหาว ดูดนิ้ว ยิ้ม กลืนน้ำคร่ำ กระพริบตา หรือขยับนิ้วมือ
•ความผูกพันในครอบครัวระหว่างพ่อแม่ลูกเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์
**อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ตรวจอะไรได้บ้าง?
ในการตวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ แพทย์จะทำการประเมินว่าทารกมีการเจริญเติบโต และมีพัฒนาการใน ครรภ์เหมาะสม ซึ่งรวมถึง
•ตำแหน่งทารก สายสะดือ และปริมาณน้ำคร่ำที่อยู่รอบทารก
•โครงสร้างกะโหลกศรีษะและสมอง ทารก
•หัวใจ และการไหลเวียนเลือดของ ทารก
•กระดูกสันหลัง กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และไต
•แขน ขา มือ เท้า และนิ้ว
•ใบหน้า และอวัยวะต่างๆ บนใบหน้าของ ทารก
•เพศของทารก (หากต้องการให้แจ้งให้ทราบ) อัลตร้าซาวด์ดูเพศ
•อัตราการเจริญเติบโตของทารก ขนาดรอบศีรษะ ความยาวและน้ำหนัก

**เครื่อง เอ็กซเรย์ Computed Radiography **     ใหม่ ! เครื่องเอกซเรย์ทั่วไประบบดิจิตอล (CR : Computed Radiography ) แห่...
15/08/2015

**เครื่อง เอ็กซเรย์ Computed Radiography **
ใหม่ ! เครื่องเอกซเรย์ทั่วไประบบดิจิตอล (CR : Computed Radiography ) แห่งเดียวในจังหวัดพิจิตร สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอล้าง Film เหมือนระบบเก่าๆ เอกซเรย์เสร็จสารถมารถกลับพบแพทย์ได้ทันที่ ลืมไปได้เลยหากท่านอารมณ์เสียเพราะรอ Film นาน หรือเอกซเรย์ซ้ำหลายครั้ง ที่ ชัยอรุณเวชการเท่านั้น
**เครื่อง เอ็กซเรย์ Computed Radiography **
ระบบ computed Radiography (CR) ที่เก็บข้อมูลลงแผ่นรับภาพก่อน แล้วจึงนำแผ่นรับภาพนั้นเข้าเครื่องอ่านเพื่อให้เป็นภาพดิจิตอล และจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะแสดงและประมวลภาพ ซึ่งทั้ง แบบ DR หรือ CRเป็นการถ่ายภาพที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ PACS ได้ หรือที่เรียกว่า การเอ็กซเรย์ภาพโดยไม่ต้องใช้ฟิล์ม CR Scanner เหมือนที่ใช้ในระบบ CR/Computed Radiography ซึ่งเป็นระบบการถ่ายภาพเอ็กซ์เรย์แบบดิจิตอลอีกรูปแบบหนึ่ง(โดยการใช้ Imaging Plate รับแสงเอ็กซ์เรย์แทนฟิล์มและนำ Imaging Plate ไปสแกนให้ได้ภาพดิจิตอล)
**Computed Radiography (CR) มีลักษณะการทำงาน 3 ขั้นตอน**
1. Image Plate หรือแผ่นเก็บข้อมูล ลักษณะการทำงานคล้ายๆแผ่นฟิล์ม สามารถใช้ได้กับรังสีเอกซ์หรือรังสีแกมม่าได้และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถึง 1000 ครั้ง
2. ในระหว่างขั้นตอนการสแกนนั้น สามารถส่งข้อมูลแสดงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทันที
3. ในระหว่างสแกนภาพจะทำการลบภาพในทันที พร้อมที่จะนำไปเอกซเรย์ต่อได้ทันที
ให้ภาพดิจิตอลเทียบเท่ากับฟิล์ม เอกซเรย์ ใช้เวลาในการสแกนเร็ว สามารถเชื่อมต่อกับ คอมพิวเตอร์ได้โดยเชื่อมต่อผ่าน USB เป็นเครื่องแบบพกพา สามารถนำไปใช้ภาคสนามได้ มีซอฟแวร์ที่สามารถปรับเพิ่มความคมชัดของภาพ/ปรับ Contrast สามารถ Zoom in / Zoom Out /หมุนภาพ /ปรับเป็น Gray Scale,ปรับความคมชัดภาพอัตโนมัติ คุณลักษณะของระบบ Direct Digital X-Ray Sensor ได้แก่ สร้างภาพถ่ายในเวลาน้อยกว่า 1 นาที ได้โดยตรงจากการฉายรังสีเอ็กซ์ไม่ต้องผ่านขบวนการล้างเหมือนฟิล์มเอ็กซ์เรย์ หรือการนำ Imaging Plate ไปอ่านด้วยแสงเลเซอร์เหมือน CR/Computed Radiography ภาพดิจิตอลมีความคมชัดและสามารถใช้ software ปรับให้มีความคมชัดมากขึ้นจากการปรับความเข้มของแสง ปรับ Contrast สามารถขยายภาพ และวัดความยาวและมุมของภาพในส่วนที่มีความสนใจ ใช้ปริมาณรังสีเอ็กซ์ในการถ่ายน้อยลงกว่าเดิม สามารถส่งภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ที่ได้ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อการปรึกษา หรือประชุมทางการแพทย์ ภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ในรูปแบบดิจิตอลจะมีความคมชัดแม้เวลาผ่านไปไม่เหมือนการ ถ่ายลงบนฟิล์ม

**การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพาน(Exercise Stress Test : EST)**ใช้วินิจฉัยภาวะหัวใจขาดเลือด โดยผู้รั...
15/08/2015

**การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพาน(Exercise Stress Test : EST)**
ใช้วินิจฉัยภาวะหัวใจขาดเลือด โดยผู้รับการทดสอบออกกำลังกายจะเดินบนสายพาน มีการติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ขณะวิ่งและวัดความดันโลหิต ขณะที่เดินอยู่ เครื่องฯจะบันทึกและแสดงลักษณะของคลื่นนำไฟฟ้าหัวใจ แพทย์สามารถเลือกโปรแกรม ให้เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบในแต่ละราย
**ผลการตรวจทำให้ทราบว่า ???
เมื่อออกกำลังกายหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับเลือดมาเลี้ยงมากขึ้นด้วย หากมีหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดจะไม่สามารถเดินทางมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก และมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงได้

**อัลตราซาวน์หัวใจ (Echocardiogram : ECHO)**ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ถูกปล่อยออกมาจากหัวตรวจชนิดพ...
15/08/2015

**อัลตราซาวน์หัวใจ (Echocardiogram : ECHO)**
ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ถูกปล่อยออกมาจากหัวตรวจชนิดพิเศษ ซึ่งจะส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจ ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค พยากรณ์โรค
ตรวจหาความรุนแรง ติดตามผลการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**ผลการตรวจทำให้ทราบว่า ???
สามารถเห็นสภาพการทำงานของลิ้นหัวใจ บอกความสามารถในการบีบตัว คลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจได้ดี เห็นช่องเยื่อหุ้มหัวใจ

**เครื่องตรวจเอกซเรย์เต้านม**เครื่องแรกและเครื่องเดียวในจังหวัดพิจิตร  ที่ทำให้ท่านรู้เท่าทันมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นสาเหตุอ...
15/08/2015

**เครื่องตรวจเอกซเรย์เต้านม**
เครื่องแรกและเครื่องเดียวในจังหวัดพิจิตร ที่ทำให้ท่านรู้เท่าทันมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆในการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยก่อนใคร ด้วยระบบดิจิตอลทำให้ได้ภาพเอกซเรย์ที่ชัดเจนสะดวก รวดเร็วในการตรวจ และยังใช้ปริมาณรังสีลดลงกว่าปกติ อย่าปล่อยให้มะเร็งพรากความเป็นหญิงจากตัวท่านไป !
**แมมโมแกรมคืออะไร ???
แมมโมแกรม คือการตรวจเต้านมโดยใช้รังสีเอ็กซ์ ในขณะตรวจเต้านมจะถูกกดโดยเครื่องให้แน่นเพื่อที่จะได้เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน
ขั้นตอนการตรวจ
การตรวจเอกซเรย์เต้านม จะมีการกดเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์ โดยจะมีการถ่ายภาพทั้งหมด 4 ภาพ ในขณะทำการตรวจ (กดเต้านม) ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย ซึ่งมีความจำเป็นเพื่อที่จะแยกรายละเอียดภายในเต้านมให้ชัดเจนขึ้น ในขณะที่ตรวจผู้ป่วยต้องยืนนิ่ง ๆ ไม่ขยับไปมา เพราะจะทำให้ภาพที่ออกมาไม่ชัดเจน (ภาพจะ Blur)
รังสีแพทย์จะทำการตรวจเต้านมด้วยอัลตราซาวนด์ร่วมด้วย และหลังจากการทำอัลตราซาวนด์แล้ว รังสีแพทย์ยังมีข้อสงสัย ก็อาจจะให้ทำการถ่ายเอกซเรย์เพื่อขยายส่วนที่สงสัยเพิ่มเติม
ประโยชน์ของแมมโมแกรม
แมมโมแกรมมีความสามารถสูงในการตรวจหามะเร็งเต้านมที่ยังมีขนาดเล็กและไม่มีอาการ ทำให้ผลการรักษาดีผู้ป่วยมีโอกาสอยู่รอดมากขึ้นและนานขึ้น การตรวจแมมโมแกรมในคนปกติที่ไม่มีอาการ เพื่อหามะเร็งระยะเริ่มต้นแบบนี้ เรียกว่า " SCREENING MAMMOGRAM " นอกจากนี้แมมโมแกรมยังมีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค (diagnosis mammogram) ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแล้ว เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงทุกคน ควรได้รับการตรวจเป็นพื้นฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือปีเว้นปี ในช่วงอายุ 35-40 ปี, หลังจากอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะหญิงที่มีประวัติมะเร็งเต้านม ในครอบครัวหรือญาติด้านมารดา อาจจะยิ่งต้องตรวจเน้นกว่าปกติ
การเตรียมตัวตรวจแมมโมแกรม
การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) สามารถทำการตรวจได้โดยไม่ต้องเตรียมตัวแต่อย่างใด เพียงแต่ให้งดทาแป้ง งดฉีดน้ำหอม งดทาลูกกลิ้ง บริเวณเต้านมและรักแร้ทั้งสองข้าง เพื่อให้การตรวจได้ผลดีจะนิยมตรวจในช่วง 7 วัน หลังจากเริ่มประจำเดือน แต่ในกรณีมีก้อน หรือหญิงวัยหมดประจำเดือนก็สามารถรับบริการตรวจได้เลย

**เครื่องตรวจวัดมวลกระดูก BMD : bone mineral density **หากท่านดื่มกาแฟเป็นประจำ สูบบุหรี่ หรือเข้าสู่วัยทอง อาจทำให้เกิด...
15/08/2015

**เครื่องตรวจวัดมวลกระดูก BMD : bone mineral density **
หากท่านดื่มกาแฟเป็นประจำ สูบบุหรี่ หรือเข้าสู่วัยทอง อาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้!!!! เราขอนำเสนอเครื่องวัดมวลกระดูก รุ่นใหม่ล่าสุด Lunar Prodigy Primo สามารถตรวจวัดมวลกระดูกได้แม่นยำ ทันสมัยและรวดเร็วสามารถทราบผลได้ทันที ก่อนที่กระดูกจะทรุดเราป้องกันได้ด้วยตัวท่านเอง รักกระดูกรักสุขภาพ นึกถึงโรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ
**คุณประโยชน์ที่สำคัญ **
1.รวดเร็วสามารถวิเคราะห์ผลได้ทันที่ภายใน 5 นาที
2.เป็นวิธีที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล
3.ไม่เสี่ยงต่อการสะสมของรังสี
4.เหมาะกับบุคคลทั่วไปที่สนใจรักษาสุขภาพ ตรวจตั้งแต่ 20-90 ปีทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป
5.สามารถบอกสภาวะของกระดูกได้ เช่น กระดูกบาง กระดูกพรุน
**มาดูกันเถอะว่า ตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก กันไปทำไม ???
คงจะมีหลายๆ ท่าน เกิดคำถาม และข้อสงสัยขึ้น ว่าทำไมจะต้องตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วย ? สุขภาพร่างกายของฉัน ก็แข็งแรงดีนี่ ไม่เห็นจะต้องไปตรวจเลย … ถ้าคุณคิดอย่างนี้ ก็เข้าข่ายของความประมาทแล้วล่ะค่ะ คุณทราบหรือไม่ว่า ภาวะกระดูกพรุนนั้น เป็นภัยเงียบที่มีความน่ากลัวมาก หากไม่มีการเตรียมตัวเพื่อรับมือเสียตั้งแต่วันนี้ ปล่อยปะละเลยทิ้งไว้โดยไม่สนใจ ก็อาจจะสายจนเกินแก้ได้นะครับ
**กระดูกพรุน คืออะไร ???
กระดูกพรุน เป็นภาวะที่มวลหรือความหนาแน่นของเนื้อกระดูกมีจำนวนลดน้อยลงไป จนทำให้กระดูกมีความเปราะบางและสามารถแตกหักได้โดยง่าย ซึ่งตามปกติแล้ว มวลของกระดูกของคนจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่มีช่วงอายุประมาณ 30-35 ปี จากนั้นมวลของกระดูกจะค่อยๆ ลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ แต่จะมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมาก ในผู้หญิงมีอยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองนั่นเอง เป็นผลอันเนื่องมาจากการขาดฮอร์โมนเพศ ทำให้อัตราการสูญเสียของเนื้อเยื่อกระดูกมีจำนวนเพิ่มมากกว่าปกติถึง 10 เท่า
**การป้องกัน ภาวะกระดูกพรุน **
ถึงภาวะกระดูกพรุนนั้น เราอาจจะไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ แต่จริงๆ แล้ว ภาวะกระดูกพรุนนี้ ก็ยังสามารถทำการป้องกันได้ โดยทำการสะสมมวลของกระดูกในปริมาณมากๆ ตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว เมื่อถึงเวลาที่มวลกระดูกมีจำนวนลดน้อยลงไปอย่างช้าๆ ตามอายุ ก็จะทำให้มีมวลของกระดูกเหลือจำนวนอยู่มากพอ ซึ่งการเสริมสร้างมวลของกระดูกนั้น สามารถจะทำได้โดย
1) การรับประทานอาหารที่มีปริมาณของแคลเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว นม ปลาตัวเล็กตัวน้อย ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
2)หมั่นไปออกกำลังกายให้เป็นประจำและมีความสม่ำเสมอ
3) พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ไม่ควรจะรับประทานยาสเตียรอยด์ หรือยาชุด เป็นประจำ ฯลฯ
ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ก็สามารถจะชะลออัตราการลดลงของมวลกระดูกได้ด้วยการปฏิบัติอย่างเดียวกัน ร่วมกับการรับประทานยาเสริมกระดูก หรือฮอร์โมนเพศหญิง แต่ถึงจะได้ปฏิบัติตามอย่างที่ได้บอกแล้ว ก็อย่าพึ่งวางใจไปนะคะ ยิ่งถ้าใครที่ไม่เคยดูแลสุขภาพมาแต่แรกๆ แล้ว ก็ยิ่งต้องระมัดระวังเข้าไปใหญ่ เพราะภาวะกระดูกพรุนนั้น แทบจะไม่มีอาการบ่งบอกให้คุณได้ทราบก่อนเลยว่า คุณกำลังเป็นโรคกระดูกพรุนอยู่นะ
**จะทราบได้อย่างไร ว่าเรากำลังเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ???
ร่างกายเรานั้นกำลังเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ จะทราบได้ก็จากการตรวจวัดหาปริมาณของเนื้อกระดูก (Bone Mineral Density) ด้วยเครื่องตรวจวัดมวลของกระดูกเพียงเท่านั้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัด จะสามารถทำให้ทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักของบุคคลหนึ่งๆ ทำนองเดียวกันกับผลการวัดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ที่จะสามารถบอกถึงอัตราความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ เปรียบเทียบกันแบบนี้ คุณก็คงจะพอมองเห็นภาพบ้างนะคะ เมื่อเราได้ทราบถึงอัตราความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุนแล้ว เราก็สามารถที่จะทำการป้องกันตัวได้แต่เนิ่นๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่จะสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนนี้
โดยแพทย์นั้น จะเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำและวิธีการป้องกันที่เหมาะสมกับคุณได้ เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ เพิ่มปริมาณของอาหารที่มีประมาณของแคลเซียมสูง การรักษาด้วยฮอร์โมน หรือการใช้ในยาบางตัว เป็นต้น
ฉะนั้นแล้ว คุณก็ควรจะรีบเอาใส่ใจและดูแลสุขภาพของกระดูก นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเลย ดั่งสุภาษิตไทยที่มีความว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” นั้น ไม่สามารถที่จะใช้ได้กับกรณีที่ได้กล่าวมานี้ครับ

**เครื่องเอกซเรย์ CT SCAN**ที่สุดของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แห่งเดียวในภาเหนือตอนล่าง!!! เครื่องเอกซเรย์ CT SCAN 128 ...
15/08/2015

**เครื่องเอกซเรย์ CT SCAN**
ที่สุดของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แห่งเดียวในภาเหนือตอนล่าง!!! เครื่องเอกซเรย์ CT SCAN 128 Slice (Multi-Detector CT) รวดเร็วกว่าสร้างภาพได้ครั้งเดียว 128 ภาพ และละเอียดบางกว่าสูงสุดถึง 0.8 mm. อีกทั้งสามารถลดปริมาณรังสีกว่าเท่าตัว ตรวจหลอดเลือดได้ทั้งร่างกาย แม้กระทั้งหลอดเลือดหัวใจที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้บริการทั้งเครื่องเดิม CT 64 slice ให้บริการถึง 2 เครื่อง รับประกันทุกนาทีชีวิตเราพร้อมให้บริการท่าน 24 ชั่วโมง ที่ โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ
เพื่อการรักษาและวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด วงการแพทย์จึงมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้ใหม่ๆ ล้ำๆ อยู่เสมอเทคโนโลยีหนึ่งในปัจจุบันนี้ คือ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT SCAN 128 SLICE
**CT SCAN 128 SLICE คืออะไร **
CT 128 SLICE เป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สามารถ SCAN ผู้ป่วยได้เร็วถึง128 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ โดยใช้เวลาเพียง 0.4 วินาที เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เครื่องนี้มีโปรแกรมช่วยลดปริมาณรังสี ทำให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีน้อยลงกว่า CT SCAN ที่ใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งมีตั้งแต่ 1,4,16,32,64 และ 128 SLICE ตามพัฒนาการและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสร้างเครื่องมือที่ก้าวหน้าไปอยู่ตลอดเวลา ทำให้การตรวจร่างกายด้วยเครื่อง CT SCAN ดีขึ้นเรื่อยๆ มีความคมชัดความละเอียดของภาพมากขึ้น สามารถ SCAN ได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก จนกระทั่งสามารถตรวจอวัยวะที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอย่างหัวใจได้
ความสามารถของ computer ในการจัดการกับข้อมูลที่ scan ผู้ป่วย ก็พัฒนาอย่างมาก ทำให้การสร้างภาพ 3 มิติที่มีความคมชัดมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถดูภาพในระนาบต่างๆ รวมทั้ง การสร้างภาพแบบเดียวกับการตรวจส่องกล้อง เช่น การตรวจลำไส้ใหญ่ การตรวจท่อทางเดินหายใจ เป็นต้น
**CT SCAN 128 SLICE ในการตรวจเส้นเลือดหัวใจ**
เนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การตรวจหัวใจหรือเส้นเลือดหัวใจ จึงยากกว่าการตรวจอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่นิ่งๆ CT SCAN ความเร็วสูงมากๆ จึงจะสามารถตรวจเส้นเลือดของหัวใจได้ โดยการฉีดสีเอกซเรย์เข้าเส้นเลือดที่แขน แล้วกำหนดให้เครื่อง scanหัวใจ ขณะที่สีเดินทางมาถึง จึงสามารถเห็นเส้นเลือดหัวใจได้ว่ามีการตีบตันมากน้อยเพียงใด มีหินปูน-ไขมัน เกาะในเส้นเลือดมากน้อยเพียงใด เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
**ใครบ้างที่ควรรับการตรวจตรวจเส้นเลือดหัวใจ**
แพทย์โรคหัวใจที่ดูแลผู้ป่วยจะเป็นผู้แนะนำ ว่าใครสมควรจะได้รับการตรวจเส้นเลือดหัวใจ โดยพิจารณาจากอาการและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ มีอาการเจ็บหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุ การตรวจวิ่งสายพานได้ผลไม่ชัดเจนหรือก้ำกึ่ง เป็นต้น
**ตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วย CT SCAN 128 SLICE ใช้เวลานานไหม เจ็บไหม อันตรายไหม ???
การตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วย CT SCAN 128 SLICE ใช้เวลาไม่นาน เวลาที่เครื่อง scan ทำงาน 9วินาที เท่านั้น แต่อาจใช้เวลาเตรียมตัว 30 นาที -1ชั่วโมง แพทย์หัวใจจะตรวจประเมินผู้ป่วย จะมีการให้ยาลดการเต้นของหัวใจให้ช้าลงเล็กน้อย อาจมีการให้ยาขยายหลอดเลือด ทั้งหมดนี้เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด เพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้องแม่นยำที่สุด ผู้ป่วยจะไม่เจ็บปวดอะไร มากกว่าการมีเข็มแทงที่แขนแบบเดียวกับการเจาะเลือด ถือว่าเป็นการตรวจที่ปลอดภัย มีความเสี่ยงเล็กน้อย ในกรณีที่ผู้ป่วยอาจแพ้สารทึบรังสีที่ใช้ฉีด ซึ่งพบได้น้อยมาก และโรงพยาบาลมีความพร้อมในการแก้ไขหากผู้ป่วยมีอาการแพ้
**ตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วย CT SCAN ปลอดภัยกว่าการตรวจด้วยวิธีสวนหัวใจหรือไม่ ???
การตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วยวิธีสวนหัวใจ ก็ถือว่าเป็นการตรวจที่ปลอดภัย ความเสี่ยงในการเกิดอันตรายจากการใช้สายสวนหัวใจมีบ้างแต่ก็น้อยมาก แต่การตรวจด้วย CT SCAN นี้ปลอดภัยยิ่งกว่า เพราะไม่มีการแทงเข็มเข้าเส้นเลือดแดง ไม่มีการใช้สายสวน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 วิธี มีข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกัน การตรวจด้วยสายสวนหัวใจ แพทย์หัวใจจะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ และแพทย์สามารถให้การรักษาขยายหลอดเลือดได้ในการตรวจคราวเดียวกัน
**ตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วย CT SCAN มีความแม่นยำมากแค่ไหน???
ความแม่นยำของการบอกว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ ไม่ตีบ อย่างมีนัยสำคัญ หรือบอกว่าตีบมากว่า 50% มีมากว่า 90% การตรวจเส้นเลือดหัวใจด้วย CT SCAN นอกจากจะเห็นว่าเส้นเลือดหัวใจตีบหรือไม่แล้ว ยังอาจเห็นความผิดปกติอื่นๆ ในทรวงอกที่อาจเป็นสาเหตุของอาการด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน acute chest pain การทำ CT เส้นเลือดหัวใจเป็นการตรวจแยกโรค 3 โรคสำคัญที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ ในการตรวจเดียวได้ triple rule out study คือแยกโรคว่าเจ็บหน้าอก จากเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือ เลือดออกเซาะผนังหลอดเลือดใหญ่ หรือ ลิ่มเลือดอุดตัน (coronary artery stenosis, aortic dissection, pulmonary embolism)
**การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วย CT SCAN 128 SLICE **
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยอย่างหนึ่ง จึงเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งที่ควรตรวจ เพื่อหามะเร็งระยะเริ่มแรก สามารถตรวจได้ 3 วิธี คือ การเอกซเรย์สวนแป้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย แต่ความสามารถในการตรวจพบมะเร็งในระยะแรกเริ่มไม่มาก วิธีที่นิยมตรวจหามะเร็งระยะแรกเริ่ม คือการส่องกล้องเข้าทางทวารหนัก ซึ่งตรวจโดยแพทย์ทางเดินอาหาร หากพบก้อนเล็กๆ ที่เรียกว่า โพลิป(polyp) ก็สามารถตัดออกได้ทันที หากพบก้อนเนื้องอกก็สามารถตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจ ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ในการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะมีความยุ่งยากอยู่ระดับหนึ่ง ทางเลือกอีกทางหนึ่งคือ การตรวจด้วย CT SCAN รังสีแพทย์จะสามารถเห็นทั้งภายใน และภายนอกลำไส้ใหญ่ หากมีก้อนมะเร็งก็จะสามารถประเมินก้อนมะเร็งนั้นว่ากระจายไปนอกลำไส้ ไปต่อมน้ำเหลือง หรือที่อื่นๆอีกหรือไม่
**CT SCAN 128 SLICE ในการตรวจเส้นเลือดต่างๆ ทั่วทั้งตัว**
การตรวจเส้นเลือดสมอง ทรวงอก ช่องท้อง และแขนขา ในยุคก่อนนั้นจะต้องตรวจโดยการ ใส่สายสวนเส้นเลือดเข้าทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบ แล้วดันสายสวนขึ้นไปจนถึงอวัยวะต่างๆ ที่ต้องการตรวจ ซึ่งมีความยุ่งยากในการตรวจพอสมควร แต่ปัจจุบันสามารถตรวจเส้นเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ด้วย CT SCAN 128 SLICE ได้ง่ายดายด้วยวิธีการฉีดสีเข้าเส้นเลือดดำที่แขนเท่านั้น ด้วยความเร็วของเครื่อง CT ทำให้สามารถจับภาพเส้นเลือดของส่วนที่ต้องการได้ ในเวลาอันรวดเร็วนอกจากนี้ยังสามารถตรวจปริมาณเลือดที่เข้าไปเลี้ยงสมอง ได้อย่างรวดเร็ว (cerebral blood perfusion) ทำให้การรักษาโรคสมองขาดเลือด มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กล่าวโดยสรุป CT SCAN ความเร็วสูง จะช่วยให้การวินิจฉัยโรคต่างๆ ตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็วขึ้น ช่วยให้การตรวจผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยเด็ก ทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ได้รับรังสีลดลงกว่าเครื่องรุ่นเก่า สำหรับการตรวจหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเทียบกับวิธีสวนหัวใจ CT SCAN ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยอีกด้วย เพราะไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาล

**เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  MRI **หากท่านกำลังมองหาเครื่องตรวจวินิจฉัยที่ล้ำสมัยปราศจากรังสีเอกซเรย์ เร...
15/08/2015

**เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI **
หากท่านกำลังมองหาเครื่องตรวจวินิจฉัยที่ล้ำสมัยปราศจากรังสีเอกซเรย์ เราขอนำเสนอเครื่อง MRI 1.5 T. ( Magnetic Resonace imaging ) สามารถตรวจอวัยวะได้ชัดเจนกว่าเครื่อง CT scan มีความปลอดภัยสูงมีความเสี่ยงต่อการแพ้สีต่ำมาก ตรวจพบรอยโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางรองรับพร้อมให้บริการแล้ววันนี้ ที่ โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ
**เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า**
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI
(Magnetic Resonance Imaging)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค โดยอาศัยคุณสมบัติ
ความเป็นแม่เหล็กของไฮโดรเจนอะตอมภายในร่างกาย
ภายใต้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เครื่อง MRI สามารถตรวจ
หาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย สามารถตรวจ
ได้หลายระนาบโดยไม่ต้องเปลี่ยนท่าผู้ป่วย และไม่ใช้รังสีเอกซ์
MRI สามารถวินิจฉัยส่วนต่างๆของร่างกายและแยกโรคอะไรบ้าง…???
ตรวจสมอง
ตรวจหัวใจ
ตรวจอวัยวะในช่องท้องและทรวงอก
ตรวจกระดูกสันหลังระบบกล้ามเนื้อและข้อ
ตรวจหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำทั่วร่างกาย
ตรวจระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่าง
ตรวจท่อทางเดินน้ำดี และถุงน้ำดี
ตรวจเต้านม
**การเตรียมตัวก่อนการตรวจและการปฏิบัติตัวขณะตรวจ**
1. กรณีผู้ป่วยที่ให้ความร่วมมือ ไม่ต้องงดน้ำ และอาหารก่อนตรวจ
2. กรณีผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือ ต้องได้รับยานอนหลับ
หรือยาสลบ ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
3. กรณีตรวจอวัยวะในช่องท้องหรือตรวจระบบทางเดินน้ำดี
ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
4. ควรงดใช้เครื่องแต่งหน้าบางชนิดก่อนตรวจเช่น มาสคร่า
อายชาโดว์ เพราะอาจมีส่วนผสมของโลหะ ทำให้เกิด
เป็นสิ่งแปลกปลอมในภาพได้
5. ระหว่างการตรวจผู้ป่วยต้องไม่ขยับ หรือเคลื่อนไหวส่วน
ที่ตรวจเพื่อจะได้ภาพชัดเจน
6. ขณะตรวจจะมีเสียงดังจากเครื่องบินเป็นระยะๆ
จะมีฟองน้ำอุดหู เพื่อลดเสียง
7. ระยะเวลาในการตรวจขึ้นอยู่กับอวัยวะที่จะตรวจ
เฉลี่ยประมาณ 30 – 40 นาที
**ข้อดีในการตรวจด้วยเครื่อง MRI **
1. สามารถให้ภาพที่แยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อ
ได้อย่างชัดเจน ทำให้มีความถูกต้องแม่นยำในการวินิจฉัยโรคมากยิ่งขึ้น
2. ใช้ได้ดีกับการตรวจสมอง เส้นประสาทไขสันหลัง
เส้นประสาทในร่างกาย กล้ามเนื้อ ตรวจเส้นเลือดได้
โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการฉีดสารทึบรังสี และการสวนสายยาง
ซึ่งมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์แผนปัจจุบัน
3. การตรวจด้วยเครื่อง MRI ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
เพราะไม่ใช้คลื่นรังสี
4. ปัจจุบันการตรวจด้วยเครื่อง MRI สามารถตรวจพบ
ความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค
สามารถบอกขอบเขตของโรคได้ ทำให้แพทย์สามารถ
วางแผนการรักษาโรคต่อไป
**อาการที่ควรมารับการตรวจ MRI **
- ในผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ควรมาตรวจ MRI
ของช่องท้อง หามะเร็งตับแต่เนิ่นๆ
- มีประวัติว่าบิดาหรือมารดาเป็นเส้นเลือดในสมองแตก
สมองโป่งพอง (Intracerebral Aneurysm)
ควรมาตรวจ MRA เส้นเลือดสมอง
- เป็นโรคลมชัก ควรมาตรวจ MRI สมอง
- มีอาการปวดหัว แขนขาอ่อนแรง หมดสติบ่อยๆ ความจำเสื่อม
สับสน คลื่นใส้อาเจียน อาการวิงเวียนศีรษะคล้ายบ้านหมุน
เสียการทรงตัว ปากเบี้ยว หนังตาตก ลิ้นชาแข็ง
ควรมาตรวจ MRI สมอง
- ปวดคอ ปวดหลัง ชาลงแขนหรือลำตัว ขาลีบ แขนหรือขา
อ่อนแรง แขนขากระตุก สมรรถภาพทางเพศลดลง
ควบคุมปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้
ควรมาตรวจ MRI ของกระดูกสันหลัง
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม ไอเรื้อรังไม่มีสาเหตุ
เจ็บหน้าอก กลืนน้ำหรืออาหารลำบาก
ควรมาตรวจ MRI ของทรวงอก
- ตัวเหลืองตาเหลืองคลื่นไส้อาเจียน เจ็บบริเวณชายโครง
ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรมาตรวจ MRI ของช่องท้อง
หรือท่อทางเดินน้ำดีและถุงน้ำดี
- ปวดท้องน้อยเป็นประจำ มีเลือดออกจากช่องคลอด
ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขัด ควรมาตรวจ MRI ของอุ้งเชิงกราน
- ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อไม่ว่าจะเป็นข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อศอก
ข้อมือ ข้อนิ้ว ข้อตะโพก ข้อเท้า ควรมาตรวจ MRI ของข้อนั้นๆ

**ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ**ให้บริการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบวงจร   โดย บุคลากรทางการแพทย์ผู้...
15/08/2015

**ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ**
ให้บริการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบวงจร โดย บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางของผู้ป่วย การวิจัย และ เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและสังคม
**การตรวจสวนหัวใจและการขยายหลอดเลือดหัวใจ**
การสวนหัวใจ คือ การฉีดสารทึบรังสีดูลักษณะของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ เป็นการตรวจวินิจฉัย ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่า หลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบ-ตัน กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงเพียงใด ลิ้นหัวใจเปิดปิดได้ดีเพียงใด อีกทั้งยังสามารถวัดความดันภายในหัวใจและส่วนต่างๆ ของหัวใจได้ด้วย
การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนเป็นหัตถการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน เพื่อดันไขมันที่อุดตันหลอดเลือดอยู่ให้ไปชิดกับผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านจุดที่เคยตีบได้สะดวกขึ้น เมื่อเลือดไหลผ่านได้ดีขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหน้าอกน้อยลง หายใจได้เต็มที่ขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้
**ข้อบ่งชี้ การตรวจสวนหัวใจและการขยายหลอดเลือดหัวใจ**
มีอาการเจ็บหน้าอก
คลื่นไฟฟ้าหัวใจระยะพักหรือเมื่อออกกำลังกายผิดปกติ
ตรวจหาบริเวณที่อาจมีรอยโรค
ตรวจเพื่อเตรียมการผ่าตัดหัวใจ
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย
อาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา
**ขั้นตอนการตรวจสวนหัวใจและการขยายหลอดเลือดหัวใจ**
ผู้รับการตรวจต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนตรวจ 6 ชั่วโมง และอาจต้องงดยาบางชนิดก่อนการตรวจ โปรดปรึกษาแพทย์เรื่องการงดยา
ระหว่างการสวนหัวใจจะมีสายน้ำเกลือเส้นเล็กที่แขนและต้องติดขั้วสื่อไฟฟ้า ที่หน้าอกและขา หลังจากฉีดยาชาเฉพาะที่แขนหรือขาหนีบแล้วแพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กบริเวณนั้น แล้วใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือด สายสวนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณ 0.2 เซนติเมตร สายสวนจะเข้าไปในหลอดเลือดจนถึงหัวใจ จากนั้นแพทย์จะฉีดสารทึบรังสีเข้าไปตามหลอดเลือดหัวใจ แล้วใช้เครื่องเอกซเรย์ถ่ายภาพหลอดเลือด ภาพที่ได้แสดงเห็นช่องทางไหลเลือดเลี้ยงหัวใจอย่างละเอียด ขั้นตอนการสวนหัวใจและฉีดสีใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที เมื่อเรียบร้อยแล้ว สายสวนจะถูกดึงออกจากร่างกายผู้ป่วย
สายสวนซึ่งมีบอลลูนเข้าไปยังหลอดเลือดบริเวณที่ตีบหรืออุดตัน เมื่อสายสวนเข้าไปถึงจุดเป้าหมาย แพทย์จะทำให้บอลลูนพองตัวไปดันไขมันที่อุดตันอยู่ให้ไปชิดกับผนังหลอดเลือด เปิดทางให้หลอดเลือดขยายออก เพื่อช่วยลดโอกาสที่หลอดเลือดจะตีบใหม่ กระบวนการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที
**ทางเลือกอื่นในการตรวจ **
การตรวจคลื่นสะท้อนเสียงของหัวใจเมื่อออกกำลัง (Stress Echocardiogram)
เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 08.00–16.00 น.
การนัดหมายและติดต่อสอบถาม โทรศัพท์: 056-651-407

แผนที่ รพ.ชัยอรุณเวชการ
15/08/2015

แผนที่ รพ.ชัยอรุณเวชการ

นพ.ปิติพงศ์ ทรงทันตรักษ์**กุมารเวชศาสตร์**แพทย์ศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวุฒิบัตร กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป จุฬาลงกรณ...
15/08/2015

นพ.ปิติพงศ์ ทรงทันตรักษ์
**กุมารเวชศาสตร์**
แพทย์ศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วุฒิบัตร กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย
**ประวัติการทำงาน**
กุมารแพทย์ รพ.นพ.สุรเชษฐ์ จ.บุรีรัมย์
กุมารแพทย์ รพ.เลยราม จ.เลย
กุมารแพทย์ รพ.ชัยภูมิราม จ.ชัยภูมิ
**วัน เวลาออกตรวจ**
อาทิตย์ 08:00 - 17:00 น.
จันทร์ 08:00 - 17:00 น.
อังคาร 08:00 - 17:00 น.
พุธ 08:00 - 17:00 น.
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00 น.
ศุกร์ 08:00 - 17:00 น.
เสาร์ 08:00 - 17:00 น.

นพ.อรรถพล พรรณศรี  **เวชกรรมทั่วไป**แพทย์ศาสตร์บัณฑิต คณะแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ 2538**วัน เวลาออกตรวจ**จันทร์ 07:00...
15/08/2015

นพ.อรรถพล พรรณศรี
**เวชกรรมทั่วไป**
แพทย์ศาสตร์บัณฑิต คณะแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ 2538
**วัน เวลาออกตรวจ**
จันทร์ 07:00 - 19:00 น.
อังคาร 07:00 - 19:00 น.
พุธ 07:00 - 19:00 น.
พฤหัสบดี 07:00 - 19:00 น.
ศุกร์ 07:00 - 19:00 น.
เสาร์ 07:00 - 19:00 น.

ที่อยู่

อ. เมือง
Amphoe Muang Phichit
66000

เบอร์โทรศัพท์

056611407

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ:

แชร์

ประเภท