06/04/2026
เราสนใจใช้การอาบป่าเป็นเครื่องมือที่นำพาให้ผู้คนกลับมา congruence (เป็นธรรมชาติ เกิดความสอดคล้องของธรรมชาติภายในและภายนอก ปากตรงกับใจ) เพราะนี่คือการฟื้นคืนอำนาจภายในให้กับผู้คน
เราจึงสนใจขับเคลื่อนงานอาบป่าในมิติที่เชื่อมโยงกับสุขภาพจิต และสังคม
ขอบคุณพี่แมวที่เชื่อมโยงมุมมองภายในจิตใจของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างทางสังคม และเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เรามองหาความร่วมมือจากหลายศาสตร์มาทำงานร่วมกัน 🌿
"Social Determinants of Mental Health"
"โรค" ที่ไม่เคยแยกขาดจาก "โลก"
หนังสือ Social Determinants of Mental health ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพจิต
เป็นส่วนหนึ่งของชุดหนังสือ Sustainable Development Goals Series โดยสำนักพิมพ์ Springer Nature ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยทางสังคมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความที่เสนอประเด็นสำคัญคือ
สุขภาพจิตนั้นถูกกำหนดด้วยปัจจัยทางสังคม มิใช่แค่เรื่องสารเคมีในสมอง
หนังสือเริ่มด้วย คำจำกัดความของสุขภาพจิต โดย WHO ว่าเป็นภาวะความเป็นอยู่ที่ดีที่ช่วยให้บุคคลสามารถรับมือกับความเครียดในชีวิต บรรลุเป้าหมายส่วนตัว และมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างแข็งขัน
และเสนอว่า ปัญหาสุขภาพจิตนั้นเป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างปัจจัยทางชีววิทยา กายภาพ สังคม และจิตวิทยา
มีประเด็นร่วมสมัยและสิ่งแวดล้อม มีบทเฉพาะที่เจาะลึกเรื่อง มลพิษและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Pollution and Climate Change) ซึ่งถือเป็นปัจจัยกำหนดสุขภาพจิตที่สำคัญในยุคปัจจุบัน
มีหัวข้อใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล ที่นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว ยังครอบคลุมถึงผลกระทบของ เทคโนโลยีใหม่ๆ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digitalization) รวมถึงความเสี่ยงจากสารออกฤทธิ์ทางจิตชนิดใหม่ (Novel Psychoactive Substances)
หนังสือเสนอว่าปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อสุขภาพจิตและควรเป็นเป้าหมายสำหรับการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพจิตคือ ความทุกข์ในวัยเด็ก, ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ, การกลั่นแกล้ง, การถูกทอดทิ้ง, การขาดการสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ, วิกฤตเศรษฐกิจ, สงครามและการเลือกปฏิบัติ
รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น การขยายตัวของเมืองและมลพิษ
หนังสือยกตัวอย่าง การปฏิรูประบบการดูแลสุขภาพจิตในอิตาลีว่า อิตาลีได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลสุขภาพจิตครั้งสำคัญในปี 1978 ด้วยการอนุมัติกฎหมาย 180 (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Basaglia Law) ซึ่งเปลี่ยนจากระบบที่เน้นโรงพยาบาลจิตเวชมาเป็นระบบที่เน้นชุมชนมากขึ้น
ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาในชุมชนและมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางกายภาพอื่น ๆ
การออกแบบการดูแลสุขภาพจิตในชุมชน เช่น การจัดตั้งศูนย์สุขภาพจิตชุมชน หรือ Community Mental Health Centres
นอกจากนี้หนังสือยังเสนอ การฟื้นฟูส่วนบุคคลหรือ personal recovery
โดยเน้นว่าการฟื้นฟูนั้นไม่ได้หมายถึงแค่การหายจากอาการป่วยเท่านั้น แต่หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุข แม้จะมีข้อจำกัดที่เกิดจากอาการป่วยก็ตาม
ปัจจัยที่ส่งเสริมการฟื้นฟูได้แก่ การมีเจตจำนงของตัวเอง, การสนับสนุนจากครอบครัว/ชุมชน, การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องการรักษา และความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้ให้บริการทางการแพทย์
ซึ่งควรครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยงในกลุ่มประชากรเปราะบาง ไปจนถึงกลยุทธ์การป้องกันในระดับต่างๆ เช่น
มาตรการสนับสนุน:ทั้งในที่ทำงาน โรงเรียน และที่บ้าน เพื่อต่อต้านการตีตรา (Stigma) และการเลือกปฏิบัติ
รวมทั้งการเข้าใจปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การขยายตัวของเมือง (Urbanization), การย้ายถิ่นฐาน (Migration), ความยากจน และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
ในส่วนของการเชื่อมโยงกับ SDGs ของหนังสือเล่มนี้คือการวิเคราะห์ว่าปัจจัยทางสังคมส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไรภายใต้กรอบของ SDGs อย่างไร
โดยเน้นว่าสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญที่ตัดสลับกับเป้าหมายการพัฒนาอื่นๆ ของโลก
อ้างอิง Fiorillo, A., & De Giorgi, S. (Eds.). (2024). Social determinants of mental health. Springer Nature.