Forest Bathing with Mint Barefoot

  • Home
  • Forest Bathing with Mint Barefoot

Forest Bathing with Mint Barefoot อาบป่าเยียวยาใจ ให้เรากลับไปเยียวยาโลก
Forest Healing
Certified Forest Therapy Guide (Association of Nature and Forest Therapy)
Relational Forest Therapy

การอาบป่า เป็นหนึ่งแนวทางในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับธรรมชาติ เป็นภาพสะท้อนคุณภาพของความสัมพันธ์กับสภาวะธรรมชาติของตัวเร...
02/01/2026

การอาบป่า เป็นหนึ่งแนวทางในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับธรรมชาติ

เป็นภาพสะท้อนคุณภาพของความสัมพันธ์กับสภาวะธรรมชาติของตัวเราในการตอบสนองต่อโลกภายในและโลกรอบตัว

เป็นหนทางที่สามารถนำไปสู่ความรัก ความเชื่อมโยง และการดูแลเกื้อกูลกันของสรรพชีวิตในองค์รวมของความเป็นธรรมชาติที่มีเรา (มนุษย์)อยู่ในนั้นเสมอมา

การอาบป่าเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์กับธรรมชาติ คือ เจตจำนงหลักในการทำงานร่วมกับธรรมชาตืของเรา 🌿

Rewilding กับการฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิทธิ
บทรีวิว
Rewilding: The Radical New Science of Ecological Recovery
โดย Paul Jepson และ Cain Blythe

การฟื้นฟูธรรมชาติในโลกที่ธรรมชาติไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หนังสือ Rewilding ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่มนุษยชาติกำลังเผชิญความจริงร่วมกันว่า โลกได้ก้าวเข้าสู่สภาวะที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นโครงสร้างถาวรของชีวิตร่วมสมัย

การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเชิงเทคนิค หากแต่เป็นผลของระบอบความรู้และอำนาจที่แยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

Jepson และ Blythe เสนอ rewilding ไม่ใช่ในฐานะ “เครื่องมือใหม่” ของนักอนุรักษ์ แต่ในฐานะการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และเวลา

ธรรมชาติในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ฉากหลัง ไม่ใช่ทรัพยากร และไม่ใช่วัตถุแห่งการจัดการ แต่เป็นกระบวนการมีชีวิตที่มีพลวัต มีความไม่แน่นอน และมีความสามารถในการจัดระเบียบตนเอง

จุดนี้เองที่ Rewilding เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับแนวคิด สิทธิของธรรมชาติ ซึ่งมองธรรมชาติเป็น “ผู้ทรงสิทธิ” และกับโลกทัศน์ของชนพื้นเมืองจำนวนมากที่ไม่เคยแยกเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นออกจากกัน (Berry, 1999; Krenak, 2019)

Rewilding ในฐานะการท้าทายระบอบความรู้แบบอนุรักษ์นิยม
ช่วงต้นของหนังสือ ผู้เขียนตั้งคำถามต่อการอนุรักษ์แบบคลาสสิกซึ่งยึดการควบคุม การกำหนดเป้าหมายเชิงตัวเลข และการรักษาสภาพธรรมชาติให้นิ่งไว้

ในสภาวะที่ถูกนิยามว่า “เหมาะสม” วิธีคิดเช่นนี้สะท้อนตรรกะของรัฐสมัยใหม่และวิทยาศาสตร์แบบแยกส่วน ที่เชื่อว่าระบบซับซ้อนสามารถถูกจัดการได้ผ่านการแบ่งย่อยและการควบคุมจากศูนย์กลาง

ในมุมมองเชิงมานุษยวิทยา นี่คือระบอบความรู้ที่สอดคล้องกับโครงการอาณานิคมและรัฐชาติ ซึ่งมักมองพื้นที่ธรรมชาติเป็นพื้นที่ว่าง และมองชุมชนดั้งเดิมเป็นอุปสรรคต่อการจัดการอย่างมีเหตุมีผล (Scott, 1998)

การอนุรักษ์จำนวนมากจึงเกิดขึ้นควบคู่กับการผลักคนออกจากป่า การทำให้ความรู้ท้องถิ่นกลายเป็นสิ่งล้าหลัง และการผูกขาดความชอบธรรมไว้กับผู้เชี่ยวชาญ

Rewilding ตามความหมายของ Jepson และ Blythe ไม่ได้เพียงเสนอเทคนิคใหม่ แต่กำลังลดอำนาจของมนุษย์ในฐานะผู้ควบคุม และเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติกลับมาเป็นผู้แสดงหลัก การ “ถอยออก” ของมนุษย์ในแนวคิดนี้ ไม่ใช่การละทิ้งความรับผิดชอบ แต่คือการยอมรับขีดจำกัดของมนุษย์ และการฟื้นฟูความถ่อมตนต่อโลกมีชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดสิทธิของธรรมชาติ

อดีตที่ไม่เคยบริสุทธิ์ และธรรมชาติที่ไม่เคยไร้มนุษย์
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญของหนังสือคือการรื้อถอนตำนาน “ธรรมชาติบริสุทธิ์” ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ภูมิทัศน์ที่เราคิดว่าเป็นธรรมชาติแท้ในอดีต แท้จริงแล้วถูกหล่อหลอมโดยการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ การใช้ไฟ การเลี้ยงสัตว์ หรือการทำเกษตรแบบเคลื่อนย้าย

ข้อเสนอนี้สอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับงานมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่แสดงให้เห็นว่าป่าเขตร้อน ทุ่งหญ้า และภูมิทัศน์หลากหลายรูปแบบทั่วโลก ล้วนเป็นผลของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศ (Fairhead & Leach, 1996; Posey, 2002)

เมื่อเชื่อมกับสิทธิของชนพื้นเมือง ประเด็นนี้มีนัยทางการเมืองอย่างยิ่ง เพราะการสร้างภาพธรรมชาติบริสุทธิ์มักถูกใช้เป็นเหตุผลในการลิดรอนสิทธิชุมชนดั้งเดิม

Rewilding ในความหมายของหนังสือเล่มนี้จึงมีศักยภาพที่จะสนับสนุนการยอมรับว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องถูกลบออกจากธรรมชาติเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ตราบใดที่ความสัมพันธ์นั้นไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบครอบงำ
จากชนิดพันธุ์สู่ความสัมพันธ์ การคืนชีวิตให้ระบบนิเวศ

หัวใจทางนิเวศวิทยาของ Rewilding อยู่ที่การเปลี่ยนจุดเน้นจากการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ ไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์และหน้าที่ของระบบนิเวศ ผู้เขียนอธิบายว่า ระบบที่มีชีวิตไม่สามารถถูกทำให้ทำงานได้ด้วยการเติมชิ้นส่วนขาดหายอย่างเป็นกลไก หากแต่ต้องอาศัยเครือข่ายของปฏิสัมพันธ์ เช่น การล่า การกินพืช การรบกวน และการฟื้นตัว

แนวคิดนี้สะท้อนโลกทัศน์เชิงสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วไปในสังคมชนพื้นเมือง ซึ่งมองสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเป็นเครือญาติ มากกว่าจะเป็นทรัพยากร (Ingold, 2000)

ในบริบทของสิทธิของธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากกว่าวัตถุ ทำให้ธรรมชาติไม่ถูกลดทอนเหลือเพียงหน่วยที่ต้องบริหาร แต่เป็นชุมชนของชีวิตที่มีสิทธิในการดำรงอยู่และฟื้นตัวในแบบของตนเอง

สัตว์ขนาดใหญ่ ทุ่งหญ้า และการเมืองของภูมิทัศน์

บทที่กล่าวถึงบทบาทของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่และทุ่งหญ้า เป็นจุดที่หนังสือท้าทายจินตนาการสาธารณะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในยุคที่ “การปลูกป่า” ถูกทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามทางสิ่งแวดล้อม

ผู้เขียนชี้ว่าระบบนิเวศจำนวนมากในอดีตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยป่าทึบ หากแต่ด้วยภูมิทัศน์แบบโมเสกที่มีทุ่งหญ้า พุ่มไม้ และป่าโปร่ง ซึ่งสัตว์ขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุล

ในเชิงมานุษยวิทยา การยึดติดกับภาพป่าทึบสะท้อนรสนิยมและประวัติศาสตร์ของสังคมอุตสาหกรรม มากกว่าความเป็นสากลของธรรมชาติ การฟื้นฟูที่ไม่คำนึงถึงบริบทวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ อาจกลายเป็นการสร้างภูมิทัศน์อุดมคติแบบใหม่ที่กดทับวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยเฉพาะชุมชนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนและชนพื้นเมืองในทุ่งหญ้า

Rewilding นโยบาย อำนาจ และคำถามเรื่องสิทธิ

เมื่อหนังสือขยับจากทฤษฎีสู่กรณีศึกษา ภาพของ rewilding ในฐานะโครงการทางสังคมเริ่มชัดเจนขึ้น โครงการฟื้นฟูจำนวนมากเกิดขึ้นผ่านการเจรจาระหว่างรัฐ เจ้าของที่ดิน องค์กรอนุรักษ์ และตลาดทุนสีเขียว

จุดนี้เองที่แนวคิดสิทธิของธรรมชาติและสิทธิชนพื้นเมืองกลายเป็นกรอบสำคัญในการอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างวิพากษ์ เพราะการคืนพื้นที่ให้ธรรมชาติ โดยไม่คืนสิทธิให้ผู้คนที่พึ่งพาพื้นที่นั้น อาจนำไปสู่รูปแบบใหม่ของการยึดครองสีเขียว (green grabbing) ซึ่งถูกวิพากษ์อย่างกว้างขวางในวรรณกรรมการเมืองนิเวศ (Fairhead et al., 2012)

Rewilding จะเป็นกระบวนการฟื้นฟูที่เป็นธรรมได้ ก็ต่อเมื่อมันยอมรับว่าธรรมชาติมีสิทธิ และชุมชนมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติก็มีสิทธิในการกำหนดอนาคตของพื้นที่เช่นเดียวกัน

อนาคตของโลกที่มนุษย์ไม่ใช่ศูนย์กลาง

ในบทท้าย ผู้เขียนเสนอภาพอนาคตที่เมือง ชนบท และธรรมชาติไม่ถูกแยกขาดออกจากกัน แต่เชื่อมโยงด้วยระบบนิเวศที่มีความยืดหยุ่น

แนวคิดนี้สอดคล้องกับกรอบคิดของ Thomas Berry ที่เสนอให้มนุษยชาติเปลี่ยนผ่านสู่ “ประชาคมโลกของสรรพชีวิต” ซึ่งมนุษย์เป็นเพียงสมาชิกหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของ (Berry, 1999)

ในโลกทัศน์นี้ สิทธิของธรรมชาติไม่ใช่เพียงหลักกฎหมาย แต่เป็นกรอบจริยธรรมที่กำหนดวิธีอยู่ร่วมกัน Rewilding จึงไม่ใช่ปลายทาง หากแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอน โดยเคารพทั้งธรรมชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมนุษย์

Rewilding ในฐานะการฟื้นฟูความสัมพันธ์
เมื่ออ่าน Rewilding ผ่านเลนส์มานุษยวิทยา หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เพียงงานนิเวศวิทยา แต่เป็นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างความรู้และอำนาจที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกมีชีวิต
มันเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติกลับมามีตัวตน มีเสียง และมีสิทธิ ขณะเดียวกันก็ท้าทายให้มนุษย์ยอมรับว่าการฟื้นฟูที่แท้จริงไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากละเลยสิทธิของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
ในโลกที่กำลังค้นหาทางออกจากวิกฤตซ้อนวิกฤต

Rewilding จึงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นคำเชิญให้เราคิดใหม่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของสรรพชีวิตทั้งหมดบนโลกใบเดียวกัน

เอกสารอ้างอิง

Berry, T. (1999). The Great Work: Our Way into the Future. Bell Tower.

Fairhead, J., & Leach, M. (1996). Misreading the African Landscape. Cambridge University Press.

Fairhead, J., Leach, M., & Scoones, I. (2012). Green grabbing: a new appropriation of nature. Journal of Peasant Studies, 39(2), 237–261.

Ingold, T. (2000). The Perception of the Environment. Routledge.

Krenak, A. (2019). Ideas to Postpone the End of the World. House of Anansi.

Scott, J. C. (1998). Seeing Like a State. Yale University Press.

Jepson, P., & Blythe, C. (2020). Rewilding: The Radical New Science of Ecological Recovery. Icon Books.

ขอให้ความสงบ มั่นคงของผืนดิน ดำรงอยู่ในกายเจ้าขอให้ความสดชื่น พลังชีวิตของสายน้ำ ไหลเวียนในสายเลือดขอให้สายลมแห่งรัก พาเ...
01/01/2026

ขอให้ความสงบ มั่นคงของผืนดิน ดำรงอยู่ในกายเจ้า
ขอให้ความสดชื่น พลังชีวิตของสายน้ำ ไหลเวียนในสายเลือด
ขอให้สายลมแห่งรัก พาเจ้ากลับคืนสู่ลมหายใจแห่งสติ และความผ่อนคลาย
ขอให้เปลวไฟแห่งปัญญา ลุกโชนในหัวใจของเจ้า ตราบนานเท่านาน ..

ด้วยรักและขอบคุณ

Dances of Universal Peace คือการร้องเพลงและเคลื่อนไหวไปด้วยกันในวงกลม เป็นวิถีการปฎิบัติทางจิตวิญญาณที่ถ่ายทอดจากครูสู่ศ...
25/12/2025

Dances of Universal Peace คือการร้องเพลงและเคลื่อนไหวไปด้วยกันในวงกลม เป็นวิถีการปฎิบัติทางจิตวิญญาณที่ถ่ายทอดจากครูสู่ศิษย์ด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (Dance leader : ผู้นำเต้น จะนำเต้นในเพลงที่ตัวเองเคยเต้นมาแล้วเท่านั้น หรือ ได้รับอนุญาตจาก Dance Mentor ให้ถ่ายทอดเพลงนั้นได้ ไม่ใช่แค่เนื้อร้อง หรือท่าเต้น แต่คือพลังจากเจตจำนงของเพลงๆนั้น)

เนื้อเพลง มาจากคำบริกรรม บทสวด หรือคำอวยพรจากหลากหลายวัฒนธรรม ถือเป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวด้วยเจตจำนง การร้องเพลงและเคลื่อนไหวร่วมกัน จึงเป็นให้พลังของความศักดิ์สิทธิ์นั้นไหลผ่านร่างกายของเรา vibration ของเสียงร้อง ทำนองดนตรี พลังของการเคลื่อนไปกับกลุ่มหลอมรวมเราให้เป็นหนึ่งเดียว

การปฏิบัตินี้มีมากว่า 50 ปีในฝั่งอเมริกา ยุโรป ลาตินอเมริกา เคลื่อนมาสู่ตะวันออกกลาง แล้วเดินทางเข้ามาในภูมิภาคเอเชียประมาณ 5 ปี

ซึ่งหมุดหมายแรกที่เพื่อนๆชาวเอเชียได้สัมผัสประสบการณ์แรกของ DUP คือที่อาศรมธรรมชาติ และเราได้มีโอกาสเข้าร่วมค่ายนานาชาติที่รวมผู้คนกว่า 20 ประเทศมาอบรมเพื่อบ่มเพาะทักษะการฝึกตนเป็น Dance leader in Training ในเอเชีย ที่เวียดนาม 2 ปี ปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพ ปีหน้าที่อินเดีย หลังจากนั้นครูจะเริ่มขยับไปที่ภูมิภาคอื่นๆ เพราะตอนนี้มีผู้นำเต้นในโซนบ้านเราที่ได้รับ certificate สามารถฝึกฝนตัวเองให้เป็น Mentor ต่อไป

หมายความว่า แคมป์ใหญ่อาจจะไม่มีแล้วหลังจากอินเดีย แต่ครูบางท่านยังสามารถมาทำแคมป์เล็กๆในประเทศฝั่งเอเชียได้อยู่บ้าง

ในเมืองไทยเรามี Certified Dance leader แล้ว 2 คน
พวกเราอยู่ในขั้นตอนของการฝึกฝนเป็น Dance leader in Training

เนื่องจากเราเป็นคนเรียนรู้ผ่านร่างกาย ชอบการร้องเพลง และการเคลื่อนไหวไปด้วยกัน การปฏิบัตินี้จึงเป็นอีกหนึ่งวิถีในการฝึกตน ทั้งในฐานะกระบวนกร และ Forest Therapy Guide เป็นเข้าเชื่อมโยงกับธรรมชาติในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีเสียงเพลงและการเคลื่อนไหวเป็นสะพานเชื่อมโยงหลากหลายวัฒนธรรม และความเคารพธรรมชาติของวัฒนธรรมเหล่านั้นผ่านเสียงเพลงและการเคลื่อนไหว

รู้จัก DUP
https://www.youtube.com/watch?v=cwUS10Ogq3A&t=5s

"มิ้นท์ว่าคนเรา connect กับ เอวาได้เหมือนในอวตารมั้ย" สหายคนหนึ่งเอ่ยถาม สำหรับเรา เราเชื่อว่าได้ ความรู้สึกของเราเป็นเช...
19/12/2025

"มิ้นท์ว่าคนเรา connect กับ เอวาได้เหมือนในอวตารมั้ย" สหายคนหนึ่งเอ่ยถาม

สำหรับเรา เราเชื่อว่าได้ ความรู้สึกของเราเป็นเช่นนั้น และก็รู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ

เพราะคำบอกเล่า ไม่เท่า ประสบการณ์ตรง

ดูอวตารล่าสุดแล้วก็คิดว่า คิรี ฉายภาพนั้นให้พอเห็นเป็นรูปธรรมได้

I see you
and I know you always see me
through the earth water wind and fire (light)
thank you mama nature 🌳

จากที่ต้องจัด be the hope, heal the earth ในโรงอาหาร ก็ได้ขยับมาตรงนี้
ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก็ขอขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเราได้อยู่ตรงนี้ด้วยกัน
ขอบคุณที่เรียกเรามา 🌳

การทำงานกับธรรมชาติด้วยจิตวิญญาณ
'เจตจำนง' ที่ยืนหยัด มั่นคง สำคัญ

"หากคุณจะแนะนำ facilitator ที่ทำงานด้าน environmental awareness สักหนึ่งคำ คำนั้น คืออะไร" หนุ่มนักกิจกรรมชาวพม่าเอ่ยถามเราในช่วงปิดวง

"AUTHENTICITY"
ชัดเจนในเจตจำนง
พูดและทำตามเจตจำนง
เป็นจริงกับตัวเอง

หากพลังไม่พอ ให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
จากผืนดินใต้ฝ่าเท้า
ความยืดหยุ่น สดชื่นของสายน้ำ
การปลอบประโลมจากสายลม
และปัญญาของไฟ (แสง)

ธรรมชาติอยู่ข้างๆเราเสมอ 🌿

ขอบคุณภาพจากมาย Satita Taratis
🌸 วงศาพาสนิท FEST : Blooming in crisis 🌸

** 2 ที่สุดท้าย ** ขอเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมเรียนรู้ สัมผัส และเชื่อมโยงกับธรรมชาติด้วยกันใน คอร์ส Homo Gaia รุ่น 5 คอร์ส n...
16/12/2025

** 2 ที่สุดท้าย **
ขอเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมเรียนรู้ สัมผัส และเชื่อมโยงกับธรรมชาติด้วยกันใน คอร์ส Homo Gaia รุ่น 5

คอร์ส nature connection 7 วัน ที่ไม่เพียงฟื้นสัมพันธ์เรากับเพื่อนร่วมโลก ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตจากดอยหลวงเชียงดาว แต่ยังได้พบเพื่อนมนุษย์ใหม่ๆ ที่เกื้อหนุนกันต่อไปในโลกรวนหลังคอร์ส

ทีมวิทยากรอัพเกรดกันทุกปี คอร์สนี้ก็เติบโตงอกงามไปพร้อมๆกัน
ชวนมาพบกันที่เชียงดาวนะคะ

🎶 why have you come to earthDo you remember?Why have you taking birthWhy have you come To love, serve and remember ..มาร...
15/12/2025

🎶 why have you come to earth
Do you remember?

Why have you taking birth
Why have you come

To love, serve and remember ..

มาร่วมงานวงศาพาสนิท Fest ด้วยกิจกรรม Be the hope, Heal the earth ที่ออกแบบกิจกรรมร่วมกับทีม Thai Climate Justice for All ที่เราผสานความตั้งใจในการภาวนารับ-ส่งพลังจากผู้ที่เดินทางมาก่อน และคนที่กำลังเดินทางทำงานกับธรรมชาติในรุ่นเรา เพื่อส่งต่อความหวังนี้ให้คนที่กำลังจะตามมา แม้เขาจะยังไม่เกิด..

#วิกฤตขัดขวางความงอกงามจริงหรือ
เราจะมีชีวิตที่ไร้วิกฤตได้จริงๆหรือเปล่า

เราเริ่มต้นกิจกรรมด้วยฟ้าสีเทา และสายลมแรง
เสียงกิ่งไม้ไหวไปกับลมดังจนกลับเสียงของกระบวนกรขณะนำ Grounding

เราสามารถสงบนิ่งท่ามกลางความปั่นป่วน ณ ขณะนี้ได้จริงหรือ ..

เราชวนทุกคนลุกขึ้นยืน
รับรู้พื้นดินใต้ฝ่าเท้า
หลับตา .. ฟังเสียงธรรมชาติรอบตัว
ดมกลิ่นของบรรยายกาศ
และรับรู้ผิวกายที่มีทั้งสายลมและละอองฝนเม็ดเล็กๆเริ่มประปราย ..

Collective Grounding 🌳
ชวนให้ทุกคนลองเป็นต้นไม้ที่รับรู้ความมั่นคงจากราก สู่ลำต้น และส่งผ่านความมั่นคงนี้ผ่านกลางกระหม่อมขึ้นไปเชื่อมกับแผ่นฟ้า

'เราอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อและแม่ (แผ่นฟ้าและผืนดิน)' ข้อความที่ผุดขึ้นมาตอนทำมินิเควสกับ Sun's calling ผุดขึ้นมาขณะที่เรากำลังเขียนอยู่นี้ 💗

ในขณะที่เวิร์คชอปอีกกลุ่มข้างๆ ตัดสินใจพาทุกคนย้ายไปในอาคาร

ร่างกายและใจเรากลับไม่ส่งสัญญาณเหล่านั้น ..
เราจะตามเสียงนั้นไป อยู่กับธรรมชาติแบบที่เป็น ..

หลังจากนั้นไม่นาน ความสงบเผยปรากฎ
แสงแดดอุ่นๆเริ่มสาดส่องลงมาในพื้นที่ที่พวกเราอยู่

เราชวนให้ทุกคนเอามือขวาไว้ที่กลางอก
มือซ้ายไว้ เปิดพื้นที่รับรู้ความทุกข์ของตัวเองหรือความทุกข์ร่วมที่แต่ละคนมีกับเรื่องรอบตัว

ชวนแบ่งปันในภาษาของตนเอง (ไทย-เวียดนาม-พม่า) โดยไม่ต้องคิดว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจเนื้อหาหรือไม่ ลองสัมผัสสิ่งที่อยู่เหนือคำพูด สีหน้า แววตา พลังงานของผู้เล่าเรื่อง โดยให้ร่างกายยังตั้งแกนได้ (มือวางที่หัวใจและหน้าท้องขณะฟัง)

ออกเดินไปในทิศทางที่เรียกเรา ใช้เวลาส่วนตัวกับธรรมชาติ (solo time) พาเด็กคนนั้นออกไปหาแม่ธรรมชาติ ไปพัก ไปฮีล ไปเล่น ฯลฯ

รับฟังเรื่องราวของคนที่เดินทางมาก่อนเรา และบางคนที่ยังเดินทางอยู่บนเส้นทางการขับเคลื่อนเรื่องธรรมชาติ รับไม้ต่อจากเจตจำนงของพวกเรา รับพลังและกำลังใจจากคนที่เดินมาก่อนเรา

เช็คเอาท์ด้วยคำถามสั้นๆ
หากธรรมชาติพูดอะไรบางอย่างกับเธอในวันนี้ ..
ธรรมชาติพูดกับเธอว่าอย่างไร?

ได้ขอบคุณและส่งความรัก คววามขอบคุณ
เปิดหัวใจด้วยการเปล่งเสียง อาาาา.... ด้วยกัน

ขอคารวะทุกผู้คนและสรรพชีวิต ผู้เป็นทั้งเพื่อนและครูให้กับเรา 💗💗

ขอบคุณพี่กบและทีมเยาวชนที่รับคำชวน
การได้เตรียมงานด้วยกัน มีความหมายมากๆ ขอบคุณน้องๆทุกคน รวมถึงยะห์และกระติ๊บด้วยที่ร่วมกันแชร์ไอเดีย มันทรงพลังมากๆ

10/12/2025
การเต้นรำเพื่อสันติภาพ (Dances of Universal Peace) ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวอย่างมีสติเท่านั้น แต่คือการกระทำผ่านเจตต...
10/12/2025

การเต้นรำเพื่อสันติภาพ (Dances of Universal Peace) ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวอย่างมีสติเท่านั้น แต่คือการกระทำผ่านเจตตำนง

การเรียนรู้ ฝึกฝน เกิดจากการถ่ายทอดพลังแห่งเจตจำนงของ Dance Mentor ผ่านเสียงร้อง การเคลื่อนไหว การนำพา ความรู้สึก การอยู่กับปัจจุบันและการเป็นที่ว่าง คือทักษะสำคัญที่ Dance leader ควรบ่มเพาะให้งอกงามภายในตน

ข้างในผู้นำเต้นเป็นแบบไหน สิ่งนั้นจะสะท้อนออกมาในวง ..

'เธอไม่ควรนำเต้นเพลงที่เธอไม่เคยเต้น'
ครูบอกอย่างนั้น เพราะการส่งต่อจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อผู้ส่งต่อผ่านประสบการณ์นั้น ทั้งเนื้อตัวและหัวใจ

Towards the one
The Perfection of Love, Harmony and Beauty
The only being united with all the illuminated souls
Who forms the embodiment of the master
The Spirit of guidance

สู่ความเป็นหนึ่ง
ความสมบูรณ์แบบแห่งความรัก ความกลมกลืน และความงาม
หนึ่งเดียวที่รวมกับดวงจิตผู้รู้แจ้งทั้งหลาย
หลอมรวมเป็นจิตอันสูงสุด
จิตวิญญาณแห่งการนำทาง

🦋 ด้วยความขอบคุณ 🦋

สำหรับผู้เข้าร่วมงานวงศาพาสนิท สามารถสั่งซื้อหนังสือชินริงโยคุ ในราคาพิเศษเล่มละ 320 บาท (ราคาเต็ม 380 บาท) ผู้สนใจสามาร...
09/12/2025

สำหรับผู้เข้าร่วมงานวงศาพาสนิท
สามารถสั่งซื้อหนังสือชินริงโยคุ
ในราคาพิเศษเล่มละ 320 บาท
(ราคาเต็ม 380 บาท)

ผู้สนใจสามารถสั่งได้ที่
https://forms.gle/nJCecdR4H5NSqG718

*** รับหนังสือภายในงานเท่านั้นค่า ***
รับหนังสือได้วันที่ 13 - 14 ธันวาคมนี้ค่ะ

🎶 I call my power back from all times and all placesbecause I canbecause I knowWho I am .. I can return to the still voi...
07/12/2025

🎶 I call my power back
from all times and all places

because I can
because I know
Who I am ..

I can return to the still voice within..🎶

ครู Dakini เล่นกีต้าร์ให้เราตอนเราฝึกนำเต้น Tara Zikr : Om tare tutare ture soha

ในดวงตาสีฟ้าของครูมีพลังเหมือนพระอาทิตย์ เป็นดวงตาแห่งเจตจำนงที่แข็งแรง เป็นความมั่นคงให้เราสามารถนำพาการเต้นได้อย่างมั่นคง

การส่งผ่านของการเต้น คือ การรับผ่านประสบการณ์ตรง ผ่านเสียงที่เราร้อง การเคลื่อนไหวร่วมกัน และความรู้สึกจากหัวใจของเรา ส่งถึงนักเต้นได้

เช้าวันที่ 4 ของแคมป์ เราตื่นนอนขึ้นมาและรับรู้ถึงเสียงของ tara zikr บริเวณ solar plexus ก็เลยตั้งใจว่าจะนำเต้นเพลงนี้ในแลปฝึกเต้น ทั้งๆที่จำการเคลื่อนไหวไม่ได้ และคิดว่าคงไม่ยาก ซึ่งธีมของการนำเต้นวันนี้ คือ ให้เลือกเพลงที่ท้าทายสำหรับตัวเอง

จากที่คิดว่าคงไม่ท้าทายมากเท่าไร พอมาซ้อมกับเพื่อนๆผู้นำเต้นคนอื่น เราได้ซ้อมคนสุดท้าย เพราะนำเพลงสุดท้าย ทำให้เวลาเหลือไม่มากนัก บวกกับเล่นดนตรีไม่เป็น ไม่รู้คอร์ด ในกลุ่มเหลือกีต้าร์ตัวเดียว โชคดีที่ครูดากินีมาดูกลุ่มเราในวันนี้ ครูจึงเล่นให้

หลังจบแลป ได้กล่าวขอบคุณครูและบอกครูว่า you are my green tara today 🙏

ชวนมาเต้นรำด้วยกันอาทิตย์หน้าค่ะ 🦋
07/12/2025

ชวนมาเต้นรำด้วยกันอาทิตย์หน้าค่ะ 🦋

ขอบคุณความกรุณาของหลวงปู่ หลวงแม่ หลวงพี่ และสังฆะ ที่ร่วมกันประสานงาน ส่งความตั้งใจของเราในการนำพาคณะคาราวาน DUP เข้าร่...
07/12/2025

ขอบคุณความกรุณาของหลวงปู่ หลวงแม่ หลวงพี่ และสังฆะ ที่ร่วมกันประสานงาน ส่งความตั้งใจของเราในการนำพาคณะคาราวาน DUP เข้าร่วมปฏิบัติหนึ่งวันแห่งสติที่หมู่บ้านพลัม

ขอบคุณการต้อนรับและนำภาวนาร่วมกันอย่างอบอุ่นของหลวงแม่นิรามิสา

ทำให้ระลึกถึงคราวได้พบหลวงปู่ และได้สัมผัสจริงๆว่าหลวงปู่ยังอยู่ตรงนั้น ..

พลังของหลวงปู่ดำรงอยู่ตรงนั้น ..
และในทุกๆที่ ที่เราหายใจ 💗

ประทับใจบรรยากาศช่วงล้อมวงแบ่งปันที่พลัมและ DUP แบ่งปันเพลงให้กันและกัน (ร้องเพลงกันไปมา จนหัวใจเปิด ทำให้หลายๆคนได้แบ่งปันประสบการณ์ของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ)
เรานั่งน้ำตารื้นตลอดด้วยหัวใจที่เบิกบาน

ได้ล้อมวง ร้องเพลง และเคลื่อนไหวด้วยกันกับหลวงแม่ หลวงพี่ และ DUP เป็นความสุขและความเบิกบานใจอย่างยิ่ง

รอคอยที่จะได้ภาวนาร่วมกันอีกครั้งค่ะ

ขออนุโมทนาให้กับทุกสรรพชีวิตที่ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่ให้กับหมู่บ้านพลัมและ Dances of Universal Peace

🦋 ด้วยรักและขอบคุณ 🦋

Address


26120

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Forest Bathing with Mint Barefoot posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram