14/03/2026
🦠 เฝ้าระวัง……โรคฝีดาษลิง (Mpox)
สถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2565–2569 พบผู้ป่วยสะสมรวม 1,041 ราย โดยพบมากที่สุดในปี 2566 และผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18–39 ปี วัยทำงานตอนต้น เพศชายเป็นกลุ่มหลัก
🐒 โรคฝีดาษลิง (Mpox) คืออะไร❓
ฝีดาษลิง หรือ Mpox เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสในกลุ่มเดียวกับฝีดาษ (แต่ความรุนแรงน้อยกว่า)
การติดต่อของฝีดาษลิง เกิดขึ้นได้อย่างไร❓
ไวรัสฝีดาษลิงติดต่อได้จาก
🐒👨🏻🦱จากสัตว์สู่คน โดยการสัมผัสสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค ได้แก่ สัตว์ฟันแทะ หนู กระรอก และลิง
👨🏻🦱👩🏻🦰จากคนสู่คน
🤝 การสัมผัสผิวหนังโดยตรง กับผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง หรือสะเก็ด
🧺 การใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน
💧 สารคัดหลั่ง น้ำลาย น้ำมูก
🫂 การอยู่ใกล้ชิดเป็นเวลานาน
⏳ระยะฟักตัวของโรค โดยเฉลี่ยประมาณ 5-21 วันช่วงนี้ลูกอาจยังดูปกติ ทำให้หลายบ้านเผลอชะล่าใจโดยไม่รู้ตัว
อาการของฝีดาษลิง
🟠 ระยะเริ่มต้น
มีไข้
อ่อนเพลีย งอแง เบื่ออาหาร
ปวดเมื่อยตามตัว
ต่อมน้ำเหลืองโต (คอ รักแร้ ขาหนีบ)
🔴 ระยะผื่น (จุดที่กังวลที่สุด)
ผื่นของฝีดาษลิงจะ เปลี่ยนลักษณะเป็นลำดับดังนี้
1️⃣ จุดแดง
2️⃣ ตุ่มนูน
3️⃣ ตุ่มน้ำใส
4️⃣ ตุ่มหนอง
5️⃣ แห้ง ตกสะเก็ดในเวลา 2-4 สัปดาห์
📍 มักพบที่บริเวณ ใบหน้า มือ เท้า ลำตัว รอบปาก รอบอวัยวะเพศ
⚠️ สำคัญมาก: ผื่นอาจดูคล้าย อีสุกอีใส มือเท้าปาก ผื่นแพ้ ผื่นติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น “ห้ามวินิจฉัยเอง” หากไม่แน่ใจควรพบแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยค่ะ
ฝีดาษลิงอันตรายไหม❓
โดยทั่วไป อาการไม่รุนแรง และหายได้เองค่ะ แต่ในเด็กเล็ก เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีภาวะแทรกซ้อน (อัตราการเสียชีวิต 0-17%) เช่น
❗️ผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน, แผลเป็นจากการเกา
❗️อาเจียน, ถ่ายเหลว ทำให้มีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่
❗️แผลที่กระจกตา
❗️ปอดอักเสบ หายใจลำบาก
❗️ติดเชื้อในระบบประสาท
❗️ติดเชื้อในกระแสเลือด
👨⚕️การพบแพทย์เร็ว = ลดความเสี่ยงได้มากเลยค่ะ
🐒 #การรักษาฝีดาษลิง: ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าไวรัสเฉพาะสำหรับทุกราย การรักษาหลักคือ รักษาตามอาการ เช่น
✅ เช็ดตัว ลดไข้
✅ ดูแลแผลผิวหนังให้สะอาด แห้ง
✅ ป้องกันการเกา
✅ แพทย์จะพิจารณาแยกกักตัวตามความเหมาะสม
❌ ไม่ควร ทายาสเตียรอยด์ ยาฆ่าเชื้อ หรือยาสมุนไพรเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
🧸 #วิธีป้องกันฝีดาษลิงสำหรับทุกคนในครอบครัว
✅ ล้างมือบ่อยๆ ทั้งพ่อแม่และลูก
✅ ตัดเล็บให้สั้น ลดการเกา
✅ แยกของใช้ส่วนตัว
✅ ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนด้วยน้ำยาซักผ้าและตากแดด
✅ ดูแลผิวให้สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง
✅ ไม่สัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งของสัตว์โดยตรง
✅ รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
✅ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ที่มีผื่น
✅ สอนลูกไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น
✅ เมื่อใช้ห้องน้ำสาธารณะ ควรฉีดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อน
✅ หากมีไข้ + ผื่น → พบแพทย์ทันที