วศินเภสัช มหานครวิลเลจ: Wasin Pharmacy

วศินเภสัช มหานครวิลเลจ: Wasin Pharmacy ร้านขายยาโดยเภสัชกร

08/05/2026

ยาสำหรับสัตว์ แนะนำปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของน้องๆ นะคะ 😽🐈🐩
(ไม่แนะนำให้ซื้อใช้เองน้า)

11/04/2026

ร้านหยุดเทศกาลสงกรานต์
12-15 เม.ย.
(เปิด พฤหัส 16 เม.ย.)

19/02/2026

✅ เมื่อท้องเสีย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การจิบน้ำเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่ (กรณีขาดน้ำรุนแรง หากจิบเกลือแร่แล้วยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด)
❌ ยาหยุดถ่าย ไม่มีความจำเป็น และอาจทำให้อาการแย่ลงได้ เพราะยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ หากมีการติดเชื้อในทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดอันตรายจากการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้ 🤢

🥳 ร้านยาหยุด เทศกาลปีใหม่ 31 ธ.ค.- 4 ม.ค. ✅ เปิดตามปกติ วันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 69
30/12/2025

🥳 ร้านยาหยุด เทศกาลปีใหม่ 31 ธ.ค.- 4 ม.ค.
✅ เปิดตามปกติ วันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 69

- โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อยมักเกิดจาก”ไวรัส” ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อเฉพาะ (ยกเว้นไข้หวัดใหญ่มียาต้านไวรัส แต่ใช้เฉพาะกรณีจำเป...
19/12/2025

- โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อยมักเกิดจาก”ไวรัส” ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อเฉพาะ (ยกเว้นไข้หวัดใหญ่มียาต้านไวรัส แต่ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นเมื่อคุณหมอสั่ง)
- ไข้หวัดใหญ่ = ไวรัส, โควิด = ไวรัส, RSV = ไวรัส, ไข้หวัดธรรมดา = ไวรัส
- ยาฆ่าเชื้อสำหรับเด็กที่ต้องผสมน้ำ เป็นยาฆ่า”เชื้อแบคทีเรีย” ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้
- เมื่อไม่มีเชื้อแบคทีเรียก่อโรคให้ยาออกฤทธิ์ จะกลับกลายเป็นผลเสีย คือ ยาไปฆ่าแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ชนิดดี*ในร่างกายเรา ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดี ป่วยง่าย

*แบคทีเรียชนิดดี (Probiotics) ช่วยปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหาร และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ต้านทานเชื้อก่อโรคได้ดีขึ้น
ซึ่งอาหารที่มีแบคทีเรียชนิดดี เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ นัตโตะ เทมเป้
ถ้าร่างกายมีแบคทีเรียชนิดดีมาก ก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยง่าย 💪😊

#เมื่อเด็กป่วย ติดเชื้อทางเดินหายใจ (หรืออื่นๆ)
มักมีไข้ ไข้มักสูงในช่วง 3-4 วันแรก
หลังจากนั้นไข้จะเริ่มลง และ เริ่มห่าง
#ไม่มียาใดที่ทำให้ไข้ลงทันที
นอกจากยาสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกัน
ฉีดแล้วไข้ลงและระบบภูมิคุ้มกันก็ต่ำลงไปด้วย
ถ้าโชคร้ายก็อาจติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือติดเชื้อในกระแสเลือด

• หมอเข้าใจว่าเมื่อลูกป่วย
คุณพ่อคุณแม่ย่อมมีความกังวล
อยากให้ไข้ลงไวๆ อยากหายไอทันที
แต่ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยาก
และหากการใช้ชีวิตประจำวันที่ค่อนข้างเสี่ยง
สุขภาพไม่แข็งแรง กินแต่ขนมซอง ลูกอม
ของหวาน น้ำอัดลม
ไม่มีโปรตีนที่จะคอยช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เพราะฉะนั้นอย่าลืมว่า สุขภาพดีไม่ได้สร้างเพียงวันเดียว พ่อแม่ช่วยสร้างเสริมให้ลูกต่อไปเรื่อยๆ

#เมื่อลูกป่วยกลับมาทบทวน …
1. ลูกกินดีหรือยัง หมายถึง อาหารการกินที่มีประโยชน์
2. ลูกนอนดีหรือยัง พักผ่อนพอหรือไม่ หรือยังนอนดึก
3. ลูกออกกำลังกายบ้างไหม หมายถึง เคลื่อนไหวร่างกายจนเหงื่อออกอย่างน้อย 30 นาที/วัน
4. วัคซีนได้รับครบตามเกณฑ์ตามช่วงวัย และได้ฉีดกระตุ้นบ้างไหม เช่น ไข้หวัดใหญ่
5. หลีกเลี่ยงที่แออัดหรือป้องกันมากพอไหม ชอบไปที่คนมากๆ งานรื่นเริง บ้านบอล งานวัด ไม่ค่อยใส่หน้ากากอนามัย ไม่ค่อยล้างมือหรือไม่
6. ลูกป่วยได้ตามสภาพภูมิอากาศ ตามเชื้อที่ระบาดในฤดูนั้นๆ ไวรัสและแบคทีเรียมีมากมาย ต้องทำใจและรักษากันไป

#เมื่อเด็กๆเป็นหวัดติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
ระยะเวลาเฉลี่ยของอาการต่างๆจะเป็นตามกราฟนี้

🟥 #อาการไข้ มีในช่วง 3-5 วันแรก หลังจากนั้นไข้จะเริ่มลง ย้ำว่าในช่วง 3 วันแรก ไข้จะขึ้นถี่ๆ กินยาลดไข้ ไข้จะลงเป็นช่วงสั้นๆ ไข้มักขึ้นสูงตอนกลางคืน ถ้าลูกไข้สูง แต่ยังกินได้ เล่นได้ ไม่ซึม ปัสสาวะออกดี ยังไม่ค่อยน่ากังวล แม้จะมาหาหมอตั้งแต่วันแรกที่เริ่มมีไข้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะหายไวขึ้น
▪️หากติดเชื้อไวรัสรักษาตามอาการ นอกจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มียาต้านไวรัส (ในเคสที่จำเป็น)
▪️หากติดเชื้อแบคทีเรีย คออักเสบทอนซิลมีหนองชัดเจนต่อมน้ำเหลืองโตและกดเจ็บ ไซนัสอักเสบ พิจารณากินยาฆ่าเชื้อ ก็ต้องรอระยะเวลาที่ยาฆ่าเชื้อจะค่อยๆออกฤทธิ์เช่นกัน ประมาณ 48-72 ชม. ไข้จึงจะเริ่มลง
🆘แต่หากเด็กไข้สูงร่วมกับซึมลง หอบเหนื่อย ไอมาก อาเจียนตลอด ปัสสาวะออกน้อยลง ปวดท้องมาก ก็เป็นข้อบ่งชี้ให้ไปตรวจซ้ำที่ รพ. อาการแต่ละอย่างไม่ได้มาพร้อมกันทีเดียว คุณหมอส่วนมากรักษาตามอาการไม่ได้หว่านยารักษาทุกโรค

🟥 #อาการเจ็บคอ มีได้ในวันแรกๆ 1-5 วันแรก
ไม่ว่าติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียก็เจ็บคอได้ เพราะฉะนั้นเจ็บคอไม่ได้แปลว่าต้องกินยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง

🟥 #อาการไอ ช่วง 1-2 วันแรก เด็กๆอาจยังไอไม่มาก อาการไอจะพีคมากขึ้นในช่วงวันที่ 3-5 ของการเจ็บป่วย จึงต้องสังเกตในช่วง 7 วันแรก ถ้าไอเริ่มลดลงเรื่อยๆก็เบาใจได้ แต่ถ้า 7 วันแล้ว ยังไอหนักมากขึ้น ต้องระวังเชื้อลงปอด ติดเชื้ออื่นๆซ้ำซ้อน
🆘ไม่มีการรักษาใดที่จะป้องกันเชื้อลงปอด/ลงหลอดลมได้ ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันในร่างกายและปริมาณเชื้อที่ได้รับเข้าไป ไปหาหมอวันแรกๆฟังปอดโล่งดี
ไปวันที่ 3-4 เสียงปอดเริ่มมีปัญหา ก็พบได้เป็นปกติ
ไม่ได้แปลว่าหมอวันแรกตรวจรักษาไม่ดี อาการก็ดำเนินไปตามตัวโรค เชื้อโรคเข้าร่างกายแล้วไปแบ่งตัวในร่างกาย ยิ่งเป็นไวรัส ไม่มียาฆ่าเชื้อ ต้องพึ่งพาเม็ดเลือดขาวในร่างกายที่มาต่อสู้กับเชื้อโรค เพราะฉะนั้นเตรียมร่างกายลูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ

🟥 #อาการน้ำมูก คัดจมูก จะมีมากในวันแรกๆ กว่าน้ำมูกจะลดลงอาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ถ้ามีน้ำมูกมากกว่า 10 วัน ไม่มีแนวโน้มลดลง ร่วมกับมีไข้ ปวดบริเวณจมูก ระหว่างคิ้ว ให้ระวังไซนัสอักเสบด้วยค่ะ
===================================

** #จากกราฟจะเห็นว่าอาการไอและน้ำมูกจะหายช้าา ค่อนข้างยาวนาน อาการจะค่อยๆลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่ก็อาจจะยังไม่หายสนิท ต้องใช้เวลา

**และประมาณ 90% ของอาการไอจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ จึงจะหายสนิท (โดยที่ไม่มีตัวกระตุ้นเพิ่ม เช่น รับเชื้อเพิ่ม ไปเที่ยว หรือไปโรงเรียนในระหว่างที่เจ็บป่วย)

👩🏻‍⚕️บางครั้งเมื่อเริ่มป่วยคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปหาคุณหมอ ได้ยามากิน อาการต่างๆก็อาจจะไม่หายไปในทันที
🧑🏼‍⚕️มักจะดีขึ้นเมื่อได้เจอคุณหมอคนที่ 2 หรือคนที่ 3
ที่ไปเจอในวันหลังๆ และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ดูกังวลกับอาการป่วย ทั้งๆที่อาจเป็นไวรัส #ก็มักต้องจบที่ยาฆ่าเชื้อ
➡️ กินยาฆ่าเชื้อตรงกับช่วงที่ไข้กำลังจะลงพอดี
➡️ ยาฆ่าเชื้อเลยกลายเป็นยาวิเศษและจดจำตลอดไปว่า ลูกป่วยจะหายด้วยยาฆ่าเชื้อขวดขาวเป็นผงผสมน้ำเท่านั้น
➡️ เมื่อเจ็บป่วยรอบถัดไปยังไม่ทันพบแพทย์ก็มีประวัติกินยาฆ่าเชื้อมาแล้ว 3 วัน หมดไป 1 ขวด ยังมีไข้จึงมาหาหมอ สมมติสรุปจบที่ RSV แต่กินยาฆ่าเชื้อมาแล้ว RSV เป็นไวรัส ยาฆ่าเชื้อสำหรับฆ่าเเบคทีเรีย
กินแล้วไปฆ่าอะไรดี ก็เลยไปฆ่าแบคทีเรียตัวดีๆในร่างกาย
➡️ เป็นแบบนี้วนลูป … จนแบคทีเรียตัวดีในร่างกายค่อยๆหายไป

#อยากรณรงค์ให้ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างสมเหตุสมผล
ประมาณ 80-90% ของการติดเชื้อในเด็ก คือเชื้อไวรัสที่ไม่มียาฆ่าเชื้อ รอให้ร่างกายกำจัดเชื้อไปเอง ตามระยะเวลาในกราฟที่หมอเล่าไว้ข้างต้นค่ะ …

#ไข้สูงไม่เท่ากับต้องกินยาฆ่าเชื้อ
ยาฆ่าเชื้อ ไม่ได้ทำให้หายไข้
แต่หากคุณหมอตรวจและประเมินแล้วว่าติดเชื้อแบคทีเรียก็กินตามที่หมอสั่งได้ค่ะ

#ทุกการเจ็บป่วยของเด็กมีที่มาที่ไปเสมอ
แต่ไม่มียาใดที่หายไข้ได้ทันที
ไม่มียาแก้ไอที่ทำให้หยุดไอตั้งแต่โดสแรก
ไม่มีใครอยากให้ลูกป่วยนาน
เพราะกระทบกับงาน การเรียน
แม้แต่หมอเองก็อยากให้คนไข้หายไวๆ

ปัจจุบันคุณหมอที่ให้ยาตามอาการ
ไม่ฉีดยาลดไข้ ไม่ฉีดยาแก้ไอ
แนะนำการดูแลที่ควรจะเป็น
ถูกมองว่าเป็นหมอที่ไม่เก่ง หรือ เลี้ยงไข้
เพราะกลับไปแล้วลูกก็ยังไข้ ไม่เห็นจะดีขึ้น
เชื่อว่าคุณหมอส่วนใหญ่รักษาก็อยากให้คนไข้หายจากการเจ็บป่วย แต่อาการบางอย่างต้องใช้เวลาจริงๆค่ะ

#มียาเดียวที่ฉีดแล้วไข้ลงทันที … ‼️
คือสเตียรอยด์กดภูมิ กดไข้
อาจไม่ได้รักษาโรคที่เป็นแต่รักษาใจของพ่อแม่
ฉีดแล้วไข้ลง ไอน้อย หมอที่ฉีดก็กลายเป็นหมอเทวดา เป็นหมอที่เก่ง โอ้โหไม่เลี้ยงไข้เลย
แต่ผลกระทบมากมายอาจตกกับเด็ก !!!
(***สเตียรอยด์ใช้ได้หากมีบ่งชี้ เช่น ไอหอบwheezing ไอก้องโรคcroup หรืออาการแพ้รุนแรงตามการพิจารณาของแพทย์)

เมื่อไปหาคุณหมอในวันแรกของการเจ็บป่วย ผ่านไปแล้ว 2 วัน ไข้ไม่ลง ยังไออยู่ ไม่ใช่ว่าคุณหมอคนแรกไม่เก่ง แต่เป็นไปตามการดำเนินของโรค หากยังไม่ดีขึ้นไปตรวจตามนัดหรือตรวจอื่นๆเพิ่มเติมที่ รพ. ได้ค่ะ

ขอให้เด็กๆสุขภาพแข็งแรงกันนะคะ 😊

หมอรวงข้าว
กุมารแพทย์

😷 เวลาเป็นหวัด อาการ“ไอจะหายช้าที่สุดเสมอ”เมื่อป่วยครั้งนึง สามารถไอได้นานถึง 2-4 สัปดาห์ยา มีหน้าที่ช่วยบรรเทาอาการให้ล...
18/12/2025

😷 เวลาเป็นหวัด อาการ“ไอจะหายช้าที่สุดเสมอ”
เมื่อป่วยครั้งนึง สามารถไอได้นานถึง 2-4 สัปดาห์

ยา มีหน้าที่ช่วยบรรเทาอาการให้ลดลง
ไม่สามารถทำให้หายขาดได้ในระยะเวลาอันสั้น
ดังนั้น อาการไอจะดีขึ้นได้ตามระยะเวลา

💧แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี คือ การดื่มน้ำให้เพียงพอ จะทำให้เสมหะไม่เหนียว คอไม่แห้ง หลอดลมไม่ระคายเคือง

“ลูกไอไม่หายสักที”
หนึ่งในคำถามที่พ่อแม่พาลูกมาปรึกษาที่รพ. ทุกวัน

อาการไอเป็นอาการที่ทำให้พ่อแม่กังวลได้มาก
เพราะเห็นลูกไอแล้ว เรามักจะรู้สึกอึดอัด
ทรมานแทนลูกและยิ่งไออยู่นานเท่าไหร่
ใจก็ยิ่งไม่ค่อยสบาย 😮‍💨

พออาการอื่นๆ ดีขึ้นหมดแล้ว
แต่ไอยังไม่หายสักที
หลายบ้านก็เริ่มเครียด
เริ่มค้นข้อมูล เริ่มไปถาม AI

บางคำตอบก็พอช่วยให้เข้าใจ
แต่บางคำตอบ…
ก็พาไปไกลถึง “โรคมะเร็งปอด”
จากที่กังวลอยู่แล้ว → กลายเป็นกังวลหนักกว่าเดิมไปอีก 😅

โพสต์นี้ผมเลยอยากชวนคุณพ่อคุณแม่
มาคุยเรื่อง 👉 “การไอเรื้อรังในเด็ก”
แบบเข้าใจง่ายๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆครับ

=================
1️⃣ เวลาเป็นหวัด… อาการไอจะหายช้าที่สุดเสมอ
2️⃣ ⏰ ไอนานแค่ไหน… ถึงเรียกว่า “ไอเรื้อรัง”?
3️⃣ 🔍 สาเหตุที่พบบ่อยของ “การไอไม่หายซักที” ในเด็ก
4️⃣ 💊 วิธีการดูแลและรักษาอาการไอในเด็ก
=================

1️⃣ เวลาเป็นหวัด… อาการไอจะหายช้าที่สุดเสมอ

เวลาลูกเป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ
อาการที่มักจะ "หายก่อน" คือ 👉 ไข้

แต่อาการที่มักจะ "หายช้าที่สุด"
คือ 👉 อาการไอ เสมอครับ

มีข้อมูลงานวิจัยพบว่า
เด็กที่เป็นหวัด 10 คน
• ประมาณ 5 คน จะหายไอภายใน 10 วัน
• และประมาณ 9 คน จะหายไอภายใน 25 วัน

สรุปง่ายๆ คือ
การป่วย 1 ครั้ง
เด็กสามารถไอได้นานถึง 2–4 สัปดาห์ ได้เลย
โดยที่ยังถือว่า “อยู่ในช่วงปกติ” ครับ

ดังนั้น…
ถ้าลูกเพิ่งป่วย
แล้วตอนนี้ไอมาประมาณ 1–2 สัปดาห์
แบบนี้ยังไม่ใช่เรื่องน่าตกใจนะครับ

ลองนึกภาพง่ายๆ 🌱
เวลาเราเป็นแผลที่ผิวหนัง
ช่วงแรกแผลจะตกสะเก็ด
และกว่าสะเก็ดจะหลุดหายไป
ก็ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหมือนกัน

การติดเชื้อทางเดินหายใจก็คล้ายกันครับ
เหมือนทางเดินหายใจ “มีแผลอยู่ข้างใน”
อาการไอก็เหมือน “สะเก็ด”
ที่มักจะหายช้าที่สุดนั่นเอง

=================

2️⃣ ⏰ ไอนานแค่ไหน… ถึงเรียกว่า “ไอเรื้อรัง”?

นิยามของไอเรื้อรังในเด็ก
โดยทั่วไปคือ 👉 ไอนานเกิน 4 สัปดาห์

ระยะเวลาขนาดนี้
มักจะไม่ใช่แค่ไอจากหวัดธรรมดาแล้ว
และควรเริ่มหาสาเหตุเพิ่มเติมครับ

ถ้าเป็นการไอที่เกิดตามหลังการติดเชื้อ
แม้จะไอได้นาน
แต่แนวโน้มควรจะเป็นแบบนี้ 👇
• ไอค่อยๆ น้อยลง
• ความถี่ลดลง
• ไอไม่แรงเท่าเดิม
• เสมหะค่อยๆ ลดลง

แต่ในชีวิตจริง…
ถ้าผ่านไป 2–3 สัปดาห์แล้ว
อาการไอ ไม่มีแนวโน้มดีขึ้นเลย
ยังไอถี่ ไอแรง
ไอจนตัวโยน
หรือไอจนนอนไม่ค่อยได้

แบบนี้แนะนำว่า
👉 ควรพาลูกมาตรวจ
เพื่อช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง
และดูแลให้ตรงจุดมากขึ้นครับ 😊

=================

3️⃣ 🔍 สาเหตุที่พบบ่อยของ “การไอไม่หายซักที” ในเด็ก

มักจะหนีไม่พ้น 4 กลุ่มหลักนี้ครับ
(จริงๆมีสาเหตุที่พบได้น้อยหรือซับซ้อนกว่านี้
แต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ดีกว่านะครับ 😊)



1. ไอจากการติดเชื้อตัวใหม่ซ้ำเข้าไป (New infection)

จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้
เด็กที่เป็นหวัด 1 ครั้ง
อาการไอสามารถอยู่ได้นานถึง 2–4 สัปดาห์
แต่แนวโน้มควรจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาคือ…

พอลูก
✔ ไข้หาย
✔ น้ำมูกดีขึ้น
ผ่านไปประมาณ 5–7 วัน
ก็มักจะไม่แพร่เชื้อให้คนอื่นแล้ว

คุณพ่อคุณแม่ก็จะเริ่มให้
👉 กลับไปโรงเรียน
👉 กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

และตรงนี้แหละครับ
คือจุดเริ่มต้นของ “วงจรไอไม่หาย” 😅

เด็กไปโรงเรียน
ไปเล่นกับเพื่อน
หยิบจับของเล่น
เอามือเข้าปาก
👉 เชื้อตัวใหม่ก็เข้าร่างกายได้อีก

ผลที่เกิดขึ้นคือ
• จากเดิมที่ไอเหมือนจะค่อยๆ ดีขึ้น
• กลับมาไอหนักขึ้นอีก
• บางคนมีไข้รอบใหม่
• น้ำมูกกลับมาใหม่

ทุกอย่างเหมือน
👉 เริ่มนับ 1 ใหม่หมดอีกครั้ง

นี่คือ
🟢 สาเหตุอันดับ 1 ของ “ลูกไอไม่หายสักที”
ที่เจอบ่อยมากที่สุด

ยิ่งในช่วงหน้าฝน
หรือช่วงที่เชื้อไวรัสระบาดหนัก
เด็กบางคนเป็นแบบนี้
แทบทุกอาทิตย์

ไปหาหมอทีไร
คำตอบก็มักจะเป็น
“เป็นหวัดจากการติดเชื้อไวรัส”
ซ้ำไปซ้ำมา ไม่ยอมหายขาดสักที

แต่พอถึงช่วงปิดเทอม
ไม่ได้ไปโรงเรียน
ไม่ได้เจอเชื้อใหม่
👉 ไอหายกริ๊บเฉยเลย
อันนี้เจอบ่อยมากจริงๆ ครับ 😊



2. ไอจากน้ำมูกไหลลงคอ
(Post-nasal drip, upper airway cough syndrome)

เด็กหลายคน
ไอเพราะ…👉 น้ำมูกไหลลงคอ

บางครั้งน้ำมูก
ไม่ได้ไหลออกมาทางจมูกด้านหน้า
แต่ไหลลงคอแทน

ลักษณะที่พบบ่อยคือ
• ไอตอนล้มตัวลงนอน
• ไอมากตอนตื่นเช้า
• ไอแบบกระแอม
• รู้สึกระคายคอ เหมือนมีอะไรติดอยู่

สาเหตุที่พบบ่อย เช่น

🔹 ภูมิแพ้จมูก
– คัดจมูก
– คันจมูก/ คันตา/ คันเพดานปาก
– น้ำมูกใส
– จามบ่อย
– ไอเป็นๆ หายๆ ตามสิ่งกระตุ้น

🔹 ไซนัสอักเสบ
– คัดจมูกแน่น
– น้ำมูกเรื้อรังเป็นสัปดาห์
– ลมหายใจมีกลิ่น
– บางคนมีปวดหัว ปวดหน้า ร่วมด้วย
(ในเด็กเล็กอาจจะยังบอกอาการนี้ไม่ได้)



3. ไอจากหลอดลมไว / หอบหืด
(Bronchial hyperresponsiveness/Asthma)

คำว่า “หลอดลมไว”
ผมมักเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า
👉 หลอดลมขี้ตกใจ

หมายถึง
หลอดลมตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
ไวและแรงกว่าปกติ

สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้น
👉 ตามหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจได้

ลักษณะที่พบบ่อย เช่น
• ไอเวลากลางคืน มากกว่ากลางวัน
• ไอเวลาเจออากาศเย็น หรือแอร์
• ไอหลังวิ่งเล่น เหนื่อยๆ
• ไอเวลาเจอฝุ่น
• ไอเวลาเจอควันบุหรี่
• ไอเวลาเจอกลิ่นน้ำหอมแรงๆ

เด็กบางคน
เหมือนเป็นเครื่องตรวจจับ PM2.5 ส่วนตัว 😄
ออกจากบ้านแล้วไอเมื่อไหร่
รู้ได้เลยว่า…
PM2.5 สูงแน่นอน



4. 🌫️ มลพิษรอบตัว

เช่น ควันบุหรี่, PM2.5, ฝุ่นก่อสร้าง ฯลฯ

ข้อนี้สำคัญมาก
แต่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดครับ

มลพิษสามารถทำให้เด็กไอได้
หลายกลไกพร้อมๆ กัน

• ทำให้จมูกบวม ระคายเคือง
→ น้ำมูกไหลลงคอ → ไอ (เหมือนข้อ 3)

• ทำให้หลอดลมระคายเคืองเรื้อรัง
→ กลายเป็นหลอดลมไว → ไอ (เหมือนข้อ 2)

โดยเฉพาะ
🚬 ควันบุหรี่
ถือเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงมากสำหรับเด็ก

ถ้ามีคนสูบบุหรี่ในบ้าน
👉 แนะนำให้เลิกสูบจะดีที่สุดครับ

=================

4️⃣ 💊 วิธีการดูแลและรักษาอาการไอในเด็ก

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะพูดถึงเรื่องยา คือ
👉 ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่า "ลูกไอจากอะไร"

เพราะการไอแต่ละแบบ
ใช้วิธีดูแลไม่เหมือนกันเลยครับ

ยกตัวอย่างเช่น

1. 🦠 ไอจากการติดเชื้อไวรัส / เป็นหวัด

ถ้าสาเหตุคือ
👉 การติดเชื้อไวรัสหรือเป็นหวัดทั่วไป

การดูแลหลักๆ คือ
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ → เสมหะจะไม่เหนียว
• ใช้ยาบรรเทาอาการตามความจำเป็น
เช่น ยาละลายเสมหะ, ยาช่วยขับเสมหะ

สิ่งที่อยากย้ำกับพ่อแม่คือ
👉 สุดท้ายอาการไอจะค่อยๆ ดีขึ้นตามเวลาอยู่ดี

ต่อให้…
❌ ไม่ได้กินยาอะไรเลย
ถ้าเป็นหวัดธรรมดา
ร่างกายก็สามารถฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติครับ



2. 🤧 ภูมิแพ้จมูก ที่ไอจากน้ำมูกไหลลงคอ

กรณีนี้
ถ้าไปโฟกัสแค่ยาแก้ไอ มักจะไม่หาย
ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ คือ
👉 น้ำมูกที่ไหลลงคอ

แนวทางดูแล เช่น
• หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ตัวไรฝุ่น, PM2.5, ควันบุหรี่
• ล้างจมูกเพื่อลดปริมาณน้ำมูก
• ใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์, ยาแก้แพ้ (พิจารณาเป็นรายๆ ไป)

เมื่อควบคุมต้นเหตุได้
👉 อาการไอก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเองครับ



3. 🌬️ ไอจากหลอดลมไว

เด็กกลุ่มนี้
หลอดลมจะ “ขี้ตกใจ” กว่าปกติ

การดูแลหลักคือ
• พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
เช่น อากาศเย็น, ฝุ่น, ควัน, กลิ่นแรงๆ

ในรายที่
👉 ไอรุนแรง
👉 ไอจนนอนไม่ได้
👉 รบกวนชีวิตประจำวัน

แพทย์อาจพิจารณา
• ยาพ่นขยายหลอดลม
• หรือยาพ่นสเตียรอยด์เข้าหลอดลม

ซึ่งจะใช้เฉพาะในรายที่จำเป็นเท่านั้นครับ



🧠 สรุปสั้นๆ เรื่อง “การรักษาไอ”

เวลาลูกไอนานๆ
การรักษาที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การหายาแรงที่สุด

แต่คือ
👉 การเข้าใจสาเหตุของการไอ
และดูแลให้ตรงจุด

❌ ไม่มียาแก้ไอ “ตัวเดียวจบ” สำหรับเด็กทุกคน
❗ ไม่มียาไหนทำให้หายไอข้ามคืนได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดีแน่ๆ สำหรับไอทุกประเภท คือ
💧 การดื่มน้ำให้เพียงพอ

เมื่อร่างกายมีน้ำพอ
• เสมหะจะไม่เหนียว
• คอไม่แห้ง
• หลอดลมไม่ระคายเคือง

ก็จะช่วยบรรเทาอาการไอได้มากครับ

อย่าลืมว่า…
👉 การไอแต่ละครั้ง
อาจไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกับครั้งก่อน
และบางครั้ง
อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันได้ด้วย

เพราะฉะนั้น
ยาเดิมที่เคยช่วยได้
อาจไม่ใช่คำตอบของการไอทุกครั้งครับ



จริงๆ แล้ว
การไอไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

เพราะการไอคือ
👉 กลไกธรรมชาติ
ที่ร่างกายใช้ขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ
เช่น เสมหะ ฝุ่น หรือเชื้อโรค

ยากดไอที่ใช้ในผู้ใหญ่ (Codeine)
ออกฤทธิ์โดย
👉 กดคำสั่งจากสมองไม่ให้ไอ
❌ ไม่มีคำแนะนำให้ใช้ในเด็ก

เพราะนอกจากจะกดอาการไอแล้ว
ยังอาจ
👉 กดการหายใจ
👉 ทำให้เสมหะค้างในหลอดลม

ผลที่ตามมาคือ
เสมหะสะสมอุดตันในหลอดลม
และเด็กอาจหายใจลำบากมากขึ้นในภายหลังได้ครับ



🍯 สิ่งที่ไม่ใช่ยา… แต่มีหลักฐานทางการแพทย์

นั่นคือ น้ำผึ้ง 🍯

มีงานวิจัยรองรับจริง
ว่าน้ำผึ้งช่วยบรรเทาอาการไอในเด็กได้

ข้อสำคัญคือ
👉 ใช้ได้เฉพาะในเด็ก อายุมากกว่า 1 ปีเท่านั้น

❌ เด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบ
ห้ามใช้เด็ดขาด
เพราะเสี่ยงต่อภาวะ infantile botulism



หวังว่าโพสต์นี้
จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่
เข้าใจอาการไอของลูกมากขึ้น
และดูแลลูกได้อย่างมั่นใจขึ้นนะครับ 😊

ถ้ามีคำถามหรือมีเรื่องไหนที่สงสัยเกี่ยวกับลูก
สามารถคอมเมนต์ทิ้งไว้ได้เลย
ผมจะค่อยๆ หยิบคำถามที่พ่อแม่ถามกันบ่อย
มาเล่าให้ฟังกันเรื่อยๆ ครับ 💙

✅ น้ำมูกเขียวไม่ได้บ่งบอกว่าติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป      80% มักเกิดจากไวรัส (หายได้เอง)✅ สีเขียวในน้ำมูก เกิดจากสาร mye...
15/11/2025

✅ น้ำมูกเขียวไม่ได้บ่งบอกว่าติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป
80% มักเกิดจากไวรัส (หายได้เอง)
✅ สีเขียวในน้ำมูก เกิดจากสาร myeloperoxidase ใน
เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรค
✅ ในเด็กที่เป็นหวัด (ไวรัส) กว่า 50% มักพบน้ำมูกเขียว
เหลืองได้ภายในวันที่3-5

🔆 สรุป ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในกรณีที่มีน้ำมูกเขียวเหลือง หากมีไข้ต่ำๆ ไอบ้าง แต่เด็กยังกินได้ เล่นได้ตามปกติ (รักษาตามอาการเป็นหลัก/ สามารถล้างจมูกด้วยน้ำเกลือได้) 🔆

*** น้ำมูกเขียว ***

อาการเป็นหวัดน้ำมูกใสเป็นสิ่งที่เจอได้
และแน่นอนว่าเกินกว่า 80% เกิดจากเชื้อไวรัสจึงหายเอง

แล้วอาการน้ำมูกที่เป็นสีเขียว 7-10 วันแรกของเด็กที่เป็นหวัด " บ่งชี้ว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไม่ ?? "

ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ หรือไม่

คำตอบคือ >> "น้ำมูกสีเขียว" เพียงอย่างเดียว ไม่ได้บอกว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย

สีเขียวที่อยู่ในน้ำมูก เกิดจากสารที่มีชื่อว่า myeloperoxidase ซึ่งอยู่ในเม็ดเลือดขาวที่ชื่อว่านิวโทรฟิว ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ในการจับกินและทำลายเชื้อโรค ณ จุดที่มีการติดเชื้อ

มีการศึกษาพบว่า ในเด็กที่เป็นหวัด มากกว่า 50% มีน้ำมูกเขียวหรือเหลืองภายในวันที่ 3–5

สีไม่ได้สัมพันธ์กับแบคทีเรีย

สีเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองภูมิคุ้มกันตามปกติ ครับ 😄😄

และมีการศึกษาหนึ่ง ที่พิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ Lancet ปี 2017 ศึกษาในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นหวัด พบว่า

76% ของเด็กมี nasal discharge (น้ำมูก)สีเหลืองหรือเขียวในช่วง 1 สัปดาห์แรก

ไม่สามารถใช้สีทำนายว่าเป็นแบคทีเรียได้เลย

ดังนั้น " น้ำมูกเขียวอย่างเดียว" ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าต้องกินยาปฏิชีวนะนะครับ

บางทีกุมารแพทย์แบบผมก็ลำบากใจ
พอไม่ให้ก็จะถูกตั้งคำถาม เพราะความเคยชินที่เคยได้รับมาตลอด

แต่บางรายก็มีความจำเป็นเช่น

ไข้สูง + น้ำมูกเสมหะเขียวและไอรุนแรง
น้องดูไม่สบายตัว + ตรวจไม่พบไวรัสอื่นๆ

>> กรณีดังกล่าวอาจไม่ต้องรอให้ถึง 7-10 วัน ซึ่งสิ่งนี้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามลักษณะอาการของคนไข้ครับ

[>>> เพราะฉะนั้น

คำถามพี่พบบ่อย ตกขาวบ่อยๆอันตรายไหม?• ตกขาว คือ สารคัดหลั่งที่ออกมาจากช่องคลอดตามธรรมชาติของผู้หญิง มีหน้าที่ในการช่วยหล...
24/08/2025

คำถามพี่พบบ่อย ตกขาวบ่อยๆอันตรายไหม?
• ตกขาว คือ สารคัดหลั่งที่ออกมาจากช่องคลอดตามธรรมชาติของผู้หญิง มีหน้าที่ในการช่วยหล่อลื่น ป้องกันการติดเชื้อ "โดยปกติไม่มีอันตราย"
• ปริมาณตกขาวในแต่คน มากน้อยแตกต่างกันไปตามระดับฮอร์โมน
• ตกขาว ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
• แต่ถ้ามี"ตกขาวร่วมกับอาการผิดปกติ" เช่น สีผิดปกติ คัน มีกลิ่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

Q-Time: ตกขาวบ่อย ๆ อันตรายไหมคะ มีการรักษาอย่างไรบ้างคะ !!.โดย..พญ.ปิยานี พกลนิษฐแพทย์แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบ...

🔦วันนี้ไฟดับ (8.00-17.00 น.)💡ร้านยาเปิด 17.00 -21.30 น.
16/08/2025

🔦วันนี้ไฟดับ (8.00-17.00 น.)
💡ร้านยาเปิด 17.00 -21.30 น.

🫧เห็นภาพซ้อน 🫧ตามัว 🫧เหมือนหมอกบังตา อาจเป็นสัญญาณของโรค “ต้อกระจก” อย่ามัวแต่ซื้อยาหยอดตาเองน้า  ควรพบจักษุแพทย์เพื่อทำ...
11/07/2025

🫧เห็นภาพซ้อน 🫧ตามัว 🫧เหมือนหมอกบังตา
อาจเป็นสัญญาณของโรค “ต้อกระจก”
อย่ามัวแต่ซื้อยาหยอดตาเองน้า ควรพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษา (ผ่าตัด) 🤓

👁️ “เห็นภาพซ้อน ตามัว เหมือนมีหมอกบังตา”
อย่าคิดว่าแค่สายตาเปลี่ยนไปตามอายุธรรมดานะ… เพราะอาจเป็นสัญญาณของ โรคต้อกระจก ที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และคนวัยทำงานบางกลุ่มก็มีความเสี่ยง

โรคต้อกระจกเกิดจากเลนส์ตาที่ควรใส กลับขุ่นมัว ทำให้แสงเข้าไปในตาไม่เต็มที่ ส่งผลให้การมองเห็นไม่ชัดเจน หรือเห็นภาพซ้อน มองกลางวันแสงจ้าเกินไป และมองกลางคืนลำบากขึ้น

👨‍⚕️ ลุงหมออยากให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงวัย หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดวงตา หากมีอาการคล้ายที่กล่าวไว้ อย่ารอให้สาย รีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กนะครับ เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่ให้กลับมามองเห็นชัดอีกครั้ง

📖 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้อกระจก และการดูแลรักษา ได้ที่นี่เลย http://bit.ly/4jX3I9B

ติดตามรายการดี ๆ ทาง RAMA Channel ด้วยนะครับ
📞 สายด่วนถามหมอ ในรายการลัดคิวหมอรามาฯ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.00-18.00 น. : 0-2354-7105
กด Subscribe เอาไว้ จะได้ไม่พลาดสาระสุขภาพดี ๆ จากลุงหมอครับ

#ต้อกระจก #ตามัว #เห็นภาพซ้อน #ลุงหมอขอแชร์ #ดูแลสุขภาพด้วยความเข้าใจ

ที่อยู่

มหานครวิลเลจ 237/27 ม. 8 ต. แปลงยาว อ. แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา ใกล้ห้างทองเยาวราชแปลงยาว
Ban Plaeng Yao
24190

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 21:30
อังคาร 09:30 - 21:30
พุธ 09:30 - 21:30
พฤหัสบดี 09:30 - 21:30
ศุกร์ 09:30 - 21:30
เสาร์ 09:30 - 21:30
อาทิตย์ 09:30 - 21:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วศินเภสัช มหานครวิลเลจ: Wasin Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์