Integrating Quality of Life

Integrating Quality of Life การแพทย์ผสมผสาน ทางเลือกเพื่อการใช้ชีวิต อย่างมีคุณภาพ

รับมืออาการ Panic หลังแผ่นดินไหวอย่างไร?เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อาจทำให้หลายคนรู้สึกตกใจ หวาดกลัว...
31/03/2025

รับมืออาการ Panic หลังแผ่นดินไหวอย่างไร?

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อาจทำให้หลายคนรู้สึกตกใจ หวาดกลัว หรือมีอาการ Panic ตามมา หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญกับความรู้สึกนี้ ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อลดอาการและฟื้นฟูจิตใจ

1. หายใจลึก ๆ และช้า ๆ

อาการ Panic มักมาพร้อมกับการหายใจเร็วและตื้น ซึ่งอาจทำให้เวียนศีรษะหรือรู้สึกแย่ลง ลองฝึกหายใจตามนี้:
✅ หายใจเข้าช้า ๆ นับ 4 วินาที
✅ กลั้นหายใจ 4 วินาที
✅ หายใจออก 6-8 วินาที
ทำซ้ำจนรู้สึกสงบขึ้น

2. ใช้เทคนิค Grounding 5-4-3-2-1

หากรู้สึกตื่นตระหนก ลองดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบันโดยสังเกตสิ่งรอบตัว:
✅ 5 อย่างที่มองเห็น เช่น ต้นไม้, ผนัง, หน้าต่าง
✅ 4 อย่างที่สัมผัสได้ เช่น เสื้อผ้า, พื้น, เก้าอี้
✅ 3 อย่างที่ได้ยิน เช่น เสียงนกร้อง, ลมพัด, เสียงรถ
✅ 2 อย่างที่ได้กลิ่น เช่น กลิ่นกาแฟ, น้ำหอม
✅ 1 อย่างที่ลิ้มรส เช่น ลูกอม, ชา

3. หลีกเลี่ยงข่าวที่กระตุ้นความกลัว

การรับข่าวสารที่มากเกินไปอาจทำให้เครียดมากขึ้น เลือกติดตามแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และกำหนดเวลาการเสพข่าว เช่น วันละ 2-3 ครั้ง

4. ขยับร่างกายหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย

ออกไปเดินเล่น ออกกำลังกายเบา ๆ หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองได้ผ่อนคลาย เช่น วาดภาพ ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ

5. พูดคุยและขอความช่วยเหลือ

อย่ากักเก็บความเครียดไว้คนเดียว คุยกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท หากอาการ Panic รุนแรง อาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

"ความกลัวเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าปล่อยให้มันควบคุมชีวิตของเรา ดูแลใจตัวเองให้ดี แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน"

#ดูแลใจ #รับมือPanic #แผ่นดินไหว #สุขภาพจิต

ไวน์แดงครึ่งขวดก่อนนอนได้ไหม....
13/11/2024

ไวน์แดงครึ่งขวดก่อนนอนได้ไหม....

การกินตามนาฬิกาชีวิต คือการเลือกอาหารที่มีสรรพคุณต่าง ๆ ไปช่วยบำรุง หรือส่งเสริมการทำงานของอวัยวะในร่างกาย ในเวลาที่อวัยวะนั้น ๆ กำลังทำงาน ว่าแล้วจะกินอะไร ตอนไหน เรามาดูกัน
#ชีวจิต #กิน #นาฬิกาชีวิต

ทานกับปลาดุกย่าง.....อร่อย 😅
13/11/2024

ทานกับปลาดุกย่าง.....อร่อย 😅

ตามที่มีกระแสข่าวตามสื่อออนไลน์เรื่องต้นสะเดาดำสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ❌

🍂 โดยต้นสะเดาดำ สามารถนำยอดและดอกมารับประทานได้เหมือนกับยอดสะเดาเขียวทั่วไป แต่พืชสะเดาดำนอกจากจะเป็นอาหารได้แล้วยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพร ได้แก่ ลดความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยเจริญอาหาร เป็นต้น เเละจากการศึกษาข้อมูลพบว่า สารสำคัญที่พบมากในสะเดาดำคือ แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มีบทบาทในการช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคระบบหัวใจหลอดเลือด เบาหวาน มะเร็ง

เเต่ถึงอย่างไรนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า ‼ สะเดาดำช่วยรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ เเละเมื่อผู้ป่วยจะทำการรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรค ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนนะครับ 🥰

ปรึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งกับหมอนายได้ทาง inbox เลยนะครับ

#มะเร็ง #หมอมะเร็งไทยแลนด์ #หมอมะเร็ง #มะเร็งหายได้ #หมอนาย #โรคมะเร็ง #หมอ #โรคมะเร็งหายได้ #รักษามะเร็ง

ใครควรเข้ารับการตรวจนับ NK Cell ??การตรวจนับ NK Cell เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลดังนี้:1. **ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือผู้ที่มีความเส...
13/11/2024

ใครควรเข้ารับการตรวจนับ NK Cell ??
การตรวจนับ NK Cell เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลดังนี้:
1. **ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคมะเร็ง** - การตรวจนับ NK Cell สามารถบอกถึงระดับภูมิคุ้มกันและประเมินความสามารถในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งของร่างกาย
2. **ผู้ที่มีอาการติดเชื้อเรื้อรัง** - เช่น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอย่าง Epstein-Barr หรือไวรัสชนิดอื่นที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรัง เนื่องจากการติดเชื้อเรื้อรังอาจส่งผลให้ระดับเซลล์ NK ต่ำกว่าปกติ
3. **ผู้ที่รับการบำบัดด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน** - การนับ NK Cell มีความสำคัญสำหรับการประเมินผลของการบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธี NK Cell Therapy หรือการบำบัดภูมิคุ้มกันรูปแบบอื่น
4. **ผู้ที่มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกันบกพร่อง** - เช่น ผู้ที่มีอาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีการติดเชื้อบ่อยครั้ง อาจทำให้ต้องตรวจหาว่าเซลล์ NK มีจำนวนและประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่
5. **ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากครอบครัวหรือพันธุกรรม** - หากครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งหรือโรคภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้อง การตรวจนับ NK Cell อาจช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
การตรวจนับ NK Cell สามารถช่วยในการวางแผนการดูแลสุขภาพและบำบัดเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล
#นับNKcell #โรคมะเร็ง

การนับ NK Cell (Natural Killer Cell Count) คืออะไรการนับ NK Cell (Natural Killer Cell Count) เป็นการตรวจวัดจำนวนเซลล์ NK...
13/11/2024

การนับ NK Cell (Natural Killer Cell Count) คืออะไร
การนับ NK Cell (Natural Killer Cell Count) เป็นการตรวจวัดจำนวนเซลล์ NK ในเลือด เซลล์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันที่สำคัญต่อการป้องกันโรค โดยเฉพาะการต่อสู้กับเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง
เซลล์ NK เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่โดยตรงในการทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็งหรือเซลล์ที่ติดเชื้อ โดยการตรวจนับเซลล์ NK สามารถบ่งบอกถึงสถานะภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ในการประเมินสุขภาพผู้ป่วย เช่น
1. **การประเมินความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง** - เซลล์ NK ที่น้อยอาจบ่งบอกว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
2. **การติดตามผลการบำบัด** - สำหรับผู้ที่รับการรักษามะเร็งหรือการบำบัดด้วยวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น NK Cell Therapy การนับ NK Cell จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ของการบำบัดได้ชัดเจนมากขึ้น
3. **การวินิจฉัยโรคติดเชื้อเรื้อรัง** - เซลล์ NK ที่ลดลงอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อเรื้อรัง เช่น ไวรัส Epstein-Barr หรือไวรัสที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเรื้อรังอื่น ๆ
การตรวจนับ NK Cell มักทำผ่านการตรวจเลือด โดยใช้วิธีที่เรียกว่า Flow Cytometry เพื่อวัดปริมาณและประสิทธิภาพของเซลล์ NK
#นับNKcell #โรคมะเร็ง

นวดหน้ากันไหมคะ .......
22/10/2024

นวดหน้ากันไหมคะ .......

มานวดใบหน้ากระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และไล่สารพิษตกค้างบนผิวหนังกัน
วิธีนี้ สามารถทำหลังจากล้างหน้าให้สะอาดแล้วทาครีม นวดไปพร้อมกับครีมตัวเก่ง บอกเลย เริ่ด! ผิวหน้ากระชับ ลดอาการบวมได้ค่ะ
#ชีวจิต #นวดหน้า #ลดริ้วรอย

🩸Stem cells (เซลล์ต้นกำเนิด) กับการแพทย์ปัจจุบัน🩸Stem cells ( #เซลล์ต้นกำเนิด) มีบทบาทสำคัญทางการแพทย์ เนื่องจากความสามา...
22/10/2024

🩸Stem cells (เซลล์ต้นกำเนิด) กับการแพทย์ปัจจุบัน🩸
Stem cells ( #เซลล์ต้นกำเนิด) มีบทบาทสำคัญทางการแพทย์ เนื่องจากความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ประโยชน์ทางการแพทย์ของ stem cells มีดังนี้:
🩸 #การรักษาโรคเลือด:
การปลูกถ่าย stem cells ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia), โรคโลหิตจางชนิดรุนแรง และโรคธาลัสซีเมีย เป็นหนึ่งในวิธีการบำบัดที่สำคัญ
🩸 #การฟื้นฟูเนื้อเยื่อ:
Stem cells สามารถใช้ในการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เช่น เนื้อเยื่อหัวใจหลังจากภาวะหัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย
🩸 #การรักษาโรคทางระบบประสาท:
มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ stem cells ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน (Parkinson's), อัลไซเมอร์, และโรคเส้นประสาทไขสันหลังบาดเจ็บ
🩸 #การบำบัดโรคเบาหวาน:
Stem cells สามารถใช้สร้างเซลล์เบต้าในตับอ่อน ซึ่งมีความสามารถในการผลิตอินซูลินสำหรับการรักษาโรคเบาหวานประเภท 1
🩸 #เวชศาสตร์ฟื้นฟูความงาม:
ใช้ stem cells ในการเสริมสร้างและฟื้นฟูผิวหนัง เช่น การลดริ้วรอย, การรักษารอยแผลเป็น และการฟื้นฟูสภาพผิว
🩸 #การรักษาโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน:
Stem cells ถูกใช้ในการบำบัดผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบภูมิคุ้มกันหรือการขาดภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามะเร็งที่มีภูมิคุ้มกันถูกทำลาย
การศึกษาและพัฒนาการใช้ stem cells ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ และยังมีโอกาสสูงในการนำมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ ของการรักษาทางการแพทย์ในอนาคต

#สเต็มเซลล์ฉีดหน้า #สเต็มเซลล์ฉีดเข่า

21/10/2024

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงหนักมากก ดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ
เป็นห่วง...

สมองเป็นส่วนสำคัญมาก เราควรต้องออกกำลังเขาอย่างสม่ำเสมอนะคะ...ขอบคุณนิตยสาร นิตยสารชีวจิต ค่ะ
21/10/2024

สมองเป็นส่วนสำคัญมาก เราควรต้องออกกำลังเขาอย่างสม่ำเสมอนะคะ...
ขอบคุณนิตยสาร นิตยสารชีวจิต ค่ะ

🧠 ไม่อยากขี้หลง ขี้ลืม ก่อนวัยอันควร ก็ต้องออกกำลังกายสมองสิคะ 🧠
Dr. Lawrence Katz นักประสาทวิทยาของ Duke University Medical Center สหรัฐอเมริกา ได้ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังสมอง ตั้งแต่ปีคศ. 1998 และเป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า “neurobic exercise” ในการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง
การออกกำลังสมองอย่างสมบูรณ์เต็มที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือการมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส และสัมผัส ประกอบกันทั้งหมดจึงจะช่วยให้เซลล์ประสาทต่าง ๆ สามารถทำงานเชื่อมประสานกันได้มากขึ้น
วิธีการฝึกออกกำลังสมองสามารถทำได้โดยไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ มีอะไรบ้าง มาดูกัน
#ชีวจิต #สมอง #ฝึกสมอง

20/10/2024

วันนี้ชีทเดย์ ของการทำ

จัดหนักจัดเต็มกันเลยจ้า....

นาฬิกาชีวภาพความลับสู่การลดน้ำหนักชะลอวัยไกลโรค ขอบคุณอาจารย์ หมอหล่อคอเล่า ค่ะ...
20/10/2024

นาฬิกาชีวภาพความลับสู่การลดน้ำหนักชะลอวัยไกลโรค ขอบคุณอาจารย์ หมอหล่อคอเล่า ค่ะ...

#นาฬิกาชีวภาพความลับสู่การลดน้ำหนักชะลอวัยไกลโรค 👨‍⚕️⏱ ทราบหรือไม่ครับว่า ในร่างกายของคนเรานั้น มีนาฬิกาชีวภาพหลายอันซ่อนอยู่ ? เรามาทบทวนกันครับ
Ⓜ️ นาฬิกาชีวภาพ หรือ Biological clock ที่หมอพูดถึง ก็คือ สิ่งที่คอยกำหนดการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายเราให้ราบรื่นและสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีนั่นเองครับ หากเราใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวิตของเราเอง การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะทำงานได้ดี นั่นหมายถึง การป้องกันโรคภัยต่างได้นั่นเอง ในทางตรงกันข้าม หากเราใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพของเราเอง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะแปรปรวนและทำงานผิดเพี้ยนไปหมดจนนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บที่มากมาย โดยเฉพาะภาวะดื้อต่ออินซูลิน โรคอ้วน และ เบาหวาน นั่นเอง
Biological Clocks หลัก ๆ ในร่างกายเรามีอยู่ 2 ที่
⏱ Central Brain clock : อยู่ที่สมองส่วน Suprachiasmatic Nucleus (SCN) ของสมองส่วนที่เรียกว่า ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
⏱ Perpheral Clocks : กระจายอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญในร่างกายเรา ได้แก่ กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน ตับ ตับอ่อน และ ทางเดินอาหาร (Gut) โดยจะรับสัญญาณมาจาก Central Brain Clock อีกทีผ่านระบบประสาท ฮอร์โมน และอื่น ๆ เป็นต้น
#อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการควบคุมนาฬิกาชีวภาพของเรา ?
คำตอบ ก็คือ #แสงสว่าง (Light signal) นั่นเอง เพราะแสงสว่างที่สัมพันธ์กับเวลาในแต่ละวันนั้น จะส่งผ่านทางจอประสาทตา (Retina) สู่สมองในส่วนที่เป็น Central Brain Clock (SCN) เราจึงเรียก Light signal นี้ว่า Zietgeber หรือ ตัวกำหนดเวลาที่สำคัญของ SCN นั่นเองครับ
การมี Central Brain Clock ที่ทำงานปกติ จะทำให้นาฬิกาชีวภาพที่อยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ที่หมอกล่าวมาข้างต้นทำงานได้ปกติด้วย ไม่ว่าจะเป็น การหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ความไวของอินซูลินในการทำงาน การสร้างและสลายไขมัน การทำงานของตับ กล้ามเนื้อ และการย่อย ดูดซึมและขนส่งสารอาหารของระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น ดังนั้น #การใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวภาพจึงเป็นวิถีแห่งการมีสุขภาพที่ดีและการชะลอโรคชะลอวัย นั่นเอง
แต่เป็นที่น่าตกใจว่าคนยุคนี้ใช้ชีวิตกันสวนทางกับ Biological clocks ของเรามาก จนเป็นที่มาของโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง และโรคอื่น ๆ มากมาย ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่มีการศึกษามาแล้วว่ากระทบต่อนาฬิกาชีวิตเรา เช่น

- นอนดึก นอนไม่เป็นเวลา
- นอนน้อย หรือ นอนมากจนเกินไป
- การใช้อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ไอแพดที่ให้เเสงสีฟ้ากระตุ้นสายตามากเกินไป
- ใช้ชีวิตช่วงกลางคืน หรือ ต้องทำงานกะกลางคืน
- การกินมื้อดึก
👨‍⚕️📝✅ ดังนั้น แนวทางการใช้ชีวิตที่ควรจะต้องทำเพื่อปรับจูนนาฬิกาชีวิตของเราให้เข้าที่เพื่อสุขภาพที่ดี ⏱ ได้แก่

1. #ปรับการนอนให้ดี : โดยการเข้านอน ตื่นนอนเป็นเวลา นอนให้เพียงพอ 7-8 hr ปรับการนอนให้หลับดีมีคุณภาพ หากทำงานกะกลางคืน อาจจะต้องปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ (หากทำได้) แก้ไขโรคนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น

2. #ปรับพฤติกรรมการกิน : เน้นกินอาหารในช่วงกลางวัน (Daytime) เป็นหลัก ไม่กินมื้อดึกมากเกินไป (แนะนำไม่ควรกินหลัง 2 ทุ่มแล้ว)

3. #งดกินช่วงเย็นจนถึงเช้าวันใหม่ : หรือที่เรียกว่า Overnight Fasting เพราะช่วงดึกหรือเย็นเกินไประบบการเผาผลาญ การย่อยของร่างกายลดการทำงานลงแล้ว หากไปกินหนัก ๆ อีก ทำให้อ้วนและเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่าย

4. #ออกกำลังกายในช่วงกลางวัน : Daytime Physical Activity ฝึกเป็นคนแอคทีฟ ไม่ใช้ชีวิตนั่ง ๆ นอน ๆ ติดเก้าอี้ทั้งวัน

5. #กลางวันควรเจอแสงสว่าง_กลางคืนควรลดการเจอแสงสว่าง : Increase daytime light & Decrease light at Night and Screen use (smart phone use)
ท้ายที่สุด เราก็จะเห็นว่า การปรับชีวิตให้ Back to Basic คือ กิน นอน ออกกำลังกาย เป็นเวลา คือ แนวทางที่จะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นั่นเอง ซึ่งรวมไปถึง ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ที่จะนำไปสู่โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ มะเร็ง และอื่น ๆ อีกมากมาย
มาปรับจูนชีวิตเราให้ตรงกับนาฬิกาชีวภาพ นาฬิกาชีวิตกันนะครับ ⏱
#หมอหล่อคอเล่า
Reference : Circadian clocks and Insulin resistance. Nature Reviews, December 2018.

ที่อยู่

Bangna
Bang Na

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Integrating Quality of Lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์