เรื่องเล่า ชาว Pump

เรื่องเล่า ชาว Pump Perfusionist Technology

EPISODE 77INTERESTING CASE !CARDIOPLEGIA STRATEGY IN PROLONG AORTIC CROSS CLAMP TIME.( Switching Custodiol HTK to St Tho...
13/02/2026

EPISODE 77

INTERESTING CASE !

CARDIOPLEGIA STRATEGY IN PROLONG AORTIC CROSS CLAMP TIME.
( Switching Custodiol HTK to St Thomas blood cardioplegia solution)

วันนี้ เอา difficult case มาเล่าสู่กันฟังครับ ;)

การผ่าตัดหัวใจ ถึงแม้เราจะมีการเตรียมพร้อมทุกอย่าง ก็อาจจะมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงตามมาอยู่เรื่อยๆ. และคิดว่า ทุกท่านน่าจะพอมีประสบการณ์แบบนี้กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ.....นานๆ เกิดที พอรับมือไหว..แต่ถ้าเกิดบ่อยๆ ก็หมดแรงเหมือนกัน ;)

มาเข้าเรื่องกันครับ....

ผู้ป่วย 70+ ปี เคยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยน aortic valve ด้วย bioprosthesis aortic valve และเปลี่ยน ascending aorta มาแล้ว >> มา admit ด้วยเรื่อง ไข้ + congestive heart faliure > Echocardiogram พบ vegetative mass เกาะที่ prosthesis leaflet, มี severe aortic regurgitation จาก rupture sinus of valsava > Transesophageal Echocardiogram พบว่ามี pocket abscess รอบ prosthesis aortic valve เลย และ abscess กินลงไปถึง right coronary ostea เลย

ทีมวางแผนเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุดให้ผู้ป่วย แน่นอนว่า รายนี้ทำเป็น transcatheter aortic valve replacement ( TAVI) ไม่ได้ เพราะมี abscess poacket ด้วย > การทำ redo open repair จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนี้

หลังจาก treat ด้วย antibiotic IV จนครบ course > ทึมวางแผนว่า..จะทำ redo Bentall operation + CABG x1 ( SVG to RCA) โดยได้มีการเตรียมทั้ง conduit valve graft และ homograft จากสภากาชาดไทยมาไว้ด้วย

รายนี้ ทีมคาดการณ์อยู่แล้วว่า น่าจะมีเรื่อง prolong aortic cross clamp time แน่ๆ > จึงเลือกใช้เป็น Custodiol HTK solution >> โดยทีมเราใช้ set blood cardioplegia มาต่อเข้ากับ CPB circuit เพื่อที่จะสามารถควบคุมทั้ง อุณหภูมิ และ delivery pressure รวมทั้งปริมาตรของ Custodiol HTK solution ให้ถูกต้องตาม protocol

รายนี้ เมื่อเปิดเข้าไปที่ตัว aorta พบว่า... abscess รอบลิ้นหัวใจเดิม กินลึกลงไปถึง left ventricular out flow tract โดยเฉพาะด้าน right coronary cusp ครับ > Surgeon ต้องใช้ XenoSure pericardial patch มา create ด้าน right coronary cusp ที่ถูกทำลายไปประมาณ 1/3 ของ LVOT เลยทีเดียว

เราเริ่มให้ Custodiol cardioplegia ด้วย retrograde technique ผ่านทาง coronary sinus ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มทำ aortic cross clamp และมีการ redose ครั้งที่ 2 ไปในนาทีที่ 120 และ redose ครั้งที่ 3 ใน 90 นาทีต่อมา >>> เนื่องจากดูแนวโน้มแล้วว่า น่าจะต้องใช้เวลาในการทำหัตถการอีกพอสมควร เราจึงปรุกษากันในทีมว่า น่าจะ switch กลับมาใช้เป็น blood cardioplegia ในการให้ Cardioplegia ครั้งสุดท้าย โดยครั้งนี้จะให้ผ่านทาง ทั้ง retrograde และ saphenous vein graft ที่ต่อไป right coronary artery เพื่อ preserve right heart น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี. และวิธีนี้เรายังสามารถให้ warm blood ( zero K+) ช่วงก่อนที่จะ off aortic cross clamp ได้อีกด้วย >> และด้วยความที่เราเตรียม Cardioplegia circuit ไว้พร้อมสำหรับการ switch ไปใช้ CPG แบบอื่นๆได้อยู่แล้ว จึงไม่ได้มีความยุ่งยากเพิ่มขึ้น

หลัง Off aortic clamp > ผู้ป่วยยังต้องใช้ pacemaker อยู่ > TEE พบว่า.right ventricle บีบตัวได้พอควร แต่น้อยกว่าก่อนทำหัตถการ. >> ผู้ป่วยมี hemodynamic stable + ใช้ inotropes ไม่มาก และสามารถ wean off CPB ได้เรียบร้อย

สรุป รายนี้...
- Modified Bentall operation
- Repair sinus of valsava
- Create left ventricular outflow tract
- CABG x1 ( SVG to RCA)

CPB technique
1. CPB: temp 31-32 c
2. CPG: Cystodiol HTK switch to St Thomas blood cardioplegia + hotshot before off clamp
3. Cytokine removal by CytoSorb
4. Modified ultrafiltration
5. Cell saver

ในรายที่มี prolong aortic cross clamp time > ประเด็นเรื่อง Myocardium protection เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับ Perfusionist >> อะไรที่คิดว่า เหมาะสม ควรปรึกษาในทีมว่า เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร และอุดทุกช่องที่คิดว่า จะทำให้เกิด complication ให้ดีที่สุด...จะได้ไม่ต้องมา.... รู้งี้..... กันครับ

อาจดูเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากสำหรับ Perfusionist ที่อาจมัประสบการณ์ไม่มากนัก แต่จากประสบการณ์ของผม. ทุกอย่างมัน base on basic theory ทั้งนั้นครับ เพียงแต่เราต้อง.... เอ๊ะ ! กับมัน ก็เท่านั้นเอง ;)

อย่างไรก็ดี ทำผ่าตัดเร็ว + CPB time น้อนๆ + cross clamp time ให้สั้นที่สุด >> ย่อมดีที่สุดครับ ;)

คราวหน้า จะหา case ที่น่าสนใจ มาเล่าให้ฟังกันอีกครับ

อ้อ... ย้ำอีกครั้ง จะใช้ Cardioplegia ชนิดไหน > ต้องแม่น และให้ตาม protocol ที่เขา recommend นะครับ :)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK567795/

https://www.edwards.com/healthcare-professionals/products-services/surgical-heart/konect-resilia

https://www.facebook.com/share/p/1CRcrgqxge/
05/02/2026

https://www.facebook.com/share/p/1CRcrgqxge/

https://zurl.co/xLwqz V-A ECMO is used after cardiac surgery for profound postoperative myocardial dysfunction, but in-hospital mortality reached 60.5% in a 2058-patient series. Perioperative ECMO is integral to lung transplantation, with V-V preferred for isolated respiratory failure and V-A for right ventricular dysfunction with pulmonary hypertension. V-V ECMO can maintain gas exchange during complex tracheal or bronchial reconstruction.

Antegrade flow VA ECMO :) ถ้าพอมีเวลา ก็ช่วยลด LV afterload ได้ครับArterial cannulation ผ่าน vascular graft ที่เย็บต่อกั...
04/02/2026

Antegrade flow VA ECMO :)
ถ้าพอมีเวลา ก็ช่วยลด LV afterload ได้ครับ
Arterial cannulation ผ่าน vascular graft ที่เย็บต่อกับ axillary artery เลยครับ ;)

แต่....ต้องระวังเรื่อง anastomosis site ให้ดี >> complication เรื่อง flow ไปแขน อาจจะทำให้แขนข้างนั้นบวมจาก overflow ได้ครับ

https://www.facebook.com/share/p/1HBWzEqs5w/

VA related axillary artery cannulation & aortic hemodynamics
☢️ insights from computational fluid dynamics models derived from 10 CT-based geometries to simulate flow via right or left axillary artery access under varying levels of cardiac dysfunction
🩸 3 distinct flow behaviours observed: descending-directed, arch-split, retrograde aortic valve-directed patterns, depending on access site, support level, aortic geometry
🫀 RAA access more frequently resulted in retrograde flow, particularly in type III arch configurations
🫀 LAA cannulation promoted antegrade or arch-split flow, independent of arch morphology: this access may provide more favourable antegrade flow, particularly if CO impaired
ASAIO Journal
🖇️ https://bit.ly/3OkAPKd

EPISODE 76 ( PART II)มาต่อกันครับ....ความจริงตอนแรกหลังจากเจาะ post membrane blood gas แล้วได้ค่า PaO2 > 500 mmHg มันแสด...
03/02/2026

EPISODE 76 ( PART II)

มาต่อกันครับ....

ความจริงตอนแรกหลังจากเจาะ post membrane blood gas แล้วได้ค่า PaO2 > 500 mmHg มันแสดงว่า....ECMO oxygenator เรายังทำงานได้ดี ....แต่มันแค่บอกว่า เรา delivery oxygen ไปได้ล่ะ ..... ซึ่งอาจจะตอบคำถามเราได้ส่วนหนึ่ง
หรือว่า oxygen consumption ของคนไข้ มากกว่า oxygen delivery ที่เราให้ไป...ก็เป็นได้นะครับ?? ... ทำไงถึงจะรู้ว่า oxygen. ที่เราให้ไป มันพอกับ consumption ของคนไข้แล้วหรือยัง หรือยังไม่พอ... เราเลยลด FiO2 ลงไม่ได้เลย... ทางเดียวที่จะรู้คือ ???? เราเจาะดู mix venous blood gas กันดีกว่าครับ >> ผลออกมาได้ venous saturation 75% ...แสดงว่า ก็ดูเพียงพอนะครับ
ความจริงในเครื่อง ECMO บางรุ่น ก็สามารถดูค่า venous saturation ได้เลย เพียงแต่เราต้อง calibrate ด้วย venous blood gas อย่างสม่ำเสมอ จึงจะได้ค่าที่น่าเชื่อถือได้ ด้วยครับ

VA ECMO ใน case RV faliure เราต้องทำ serial ECHO ตามดูตลอดเช่นกัน. ถึงแม้ความกังวลเรื่อง LV distension จะน้อยกว่า case ที่ LV ทำงานไม่ดี แต่สำหรับ right side heart มักจะต้องใช้เวลามากกว่า left side พอสมควร ... บวกกับเราต้อง tritrate volume ให้ดีด้วย. volume จะมากไปก็ไม่ดี ... น้อยไปก็ไม่ได้ และยังคงต้องปรับยาให้เหมาะสมตลอดเวลา และการ wean ECMO ใน case แบบนี้ ต้องใจเย็นมากๆครับ

เทคนิค การ wean แบบ PCRTO นั้น เหมาะกับ case RV faliure มากครับ. เพราะต้องลด ECMO flow จนมี back flow ย้อนมาทาง right side heart จะเป็นการยืนยันว่า คนไข้พร้อมหรือยังที่จะเอา VA ECMO ออก ( decannulation) รวมทั้งยังบอกเราได้ว่า blood volume ขนาดนี้ เพียงพอที่จะให้ hemodynamic stable พอหรือไม่

แต่ก็มีสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนการทำ PCRTO ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตุว่า มี thrombus ใน oxygenator หรือไม่, ระดับของ aptt , ACT หรือ INR ดีพอที่จะไม่ทำให้เกิด thrombus ตามมาหรือยัง และ ตำแหน่งที่เราจะ partial clamp สาย Return line ของ ECMO ควรอยู่ในตำแหน่งที่ distal perfusion ยังสามารถทำงานได้ดี อีกด้วย

ส่วนระยะเวลาในการรอให้เกิด back flow แล้วสังเกตุดู hemodynamic ว่า stable มากน้อยแค่ไหนนั้น ตาม protocol อาจให้รอดูถึง 30 นาที ซึ่งก็ขึ้นกับผู้ป่วยในแต่ละรายครับ หากทุกอย่างดู stable ดี + aptt ratio ในขณะนั้นได้ตาม target + ไม่มี thrombus ใน ECMO oxygenator >> เราก็อาจรอดูได้ตาม protocol แต่ถ้าปัจจัยดังกล่าวไม่เอื้อ.... เราอาจรอดูสัก 10-15 นาที ก็พอจะบอกได้แล้วว่า คนไข้พร้อมที่จะ decannulate ได้หรือยัง

นอกจากใช้ transthocic echocardiogram ( TTE) ดูแล้ว ในบางรายพอเข้าไปใน OR เพื่อที่จะทำ หัตถการ ECMO decannulation เราอาจต้องใช้ transesophageal echocardiogram (TEE) เพื่อดูทั้ง LV & RV function กันอีกครั้งด้วยครับ

รายนี้ เราสามารถ off ECMO ได้โดยใช้เวลา 13 วัน >> RV function กลับมาทำงานได้ดีกว่าช่วงแรก อย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะต้องใช้ innotrope support บ้างแต่ก็ใช้ในปริมาณที่น้อยครับ

อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่สามารถ wean off ECMO ได้สำเร็จ ก็อาจมีบางส่วนที่จะมี complication อื่นๆตามมาและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเวลาต่อมาได้เช่นกัน จากการศึกษาตาม link ที่แนบมาจะพบว่า 30 days mortality ในผู้ป่วย VA ECMO จะมีถึง 35-50% เลยทีเดียว โดยเฉพาะกลุ่มที่มี cardiogenic shock ร่วมด้วย.

ฝากถึงทุกทีมที่ดูแลผู้ป่วย ECMO กันครับ หลัง off ECMO ได้สำเร็จ...อย่าเพิ่งชล่าใจ เราก็ยังมีสิ่งที่ต้องคอยเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่องจนกว่าคนไข้ของเราจะสามารถออกจาก ICU/CCU ไปต่อที่ ward และสามารถออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย.... แต่ถึงแม้ทีมจะไม่สามารถ safe ผู้ป่วย ECMO ได้ทุกราย แต่ถ้าเราทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว ก็ถือว่าสุดยอดล่ะครับ. คนไข้รอดเราก็หายเหนื่อยและดีใจกับญาติๆ ด้วย

# ทุกราย เป็นครูที่ดีเสมอ

คราวหน้าจะมาเล่าอะไรให้ฟังกันอีก
คอยติดตามกันครับ ;)

https://mmcts.org/tutorial/1972

https://academic.oup.com/ehjopen/article/4/1/oeae003/7576932

EPISODE 76VA ECMO WEANING WITH PUMP CONTROLLED RETROGRADE TRIAL OFF (PCRTO)วันนี้เอา interesting case มาเล่าให้ฟังกันครั...
29/01/2026

EPISODE 76

VA ECMO WEANING WITH PUMP CONTROLLED RETROGRADE TRIAL OFF (PCRTO)

วันนี้เอา interesting case มาเล่าให้ฟังกันครับ
ผู้ป่วย Cardiogenic shock with diagnosed as acute stanford type A dissection, acute RV faliure ( dissection involved right coronary ostea >> post op. Total arch replacement + CABG x1 ( SVG to distal RCA)

Immediate post operation, required high dose of innotropic medications >> Echocardiogram showed fair left ventricular contraction, dilated RV with severe impair RV systolic finction มี interventriculsr septal shiff ไปทาง left ventricle ( high right heart pressure) >> ทีมจึงตัดสินใจใส่ peripheral VA ECMO (post op day #2)

ดูเหมือนจะตรงไปตรงมา ใช่ไหมครับ? >> แบบนี้เราก็ on VA ECMO support ไปสักพัก เพื่อลด RV preload >> PA pressure ก็จะลดลงตาม ( ลด RV afterload)

รายนี้ เนื่องจากเป็น ECMO ใน case post op > สิ่งที่ต้อง concern ก็คือเรื่อง bleeding >> เราก็ใช้ high flow VA ECMO ไป เพราะรายนี้เราต้องการลด RV preload อยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่า... ทุกครั้งที่เราเพิ่ม flow ใน peripheral VA ECMO เราก็ไปเพิ่ม afterload ให้ LV ด้วย.....ในรายนี้โชคดีที่ ต้นทุนเดิมของผู้ป่วยมี LV function ที่ไม่ได้แย่มาก..จึงไม่เกิดภาวะ LV distension >> หมดปัญหาไปหนึ่งเรื่อง

รายนี้ ตั้งแต่เริ่ม on VA ECMO > ทีมต้องใช้ FiO2 ทั้งของ ECMO และ. Ventilator เป็น 100 % ตลอด และค่า PaO2 ใน blood gas ก็จะอยู่ที่ 70-90 mmHg เท่านั้น (ความจริง ช่วง wean จนถึง off ECMO ได้ > FiO2 ของ ECMO ก็ยังเป็น 100%)...
คิดถึงอะไรกันครับ??

สงสัย Harlequin?? ปอดคนไข้ น่าจะมีปัญหา??, ECMO oxygenator faliure??? หรือ Pulmonary embolism?? น่าคิดครับ >> แก้ไขยังไงดี????

- Harlequin>> เอา NIRS มาติดเทียบ หัว/ ขา >> ดูดี
- ECMO oxygenator faliure >> เจาะ post membrane blood gas >> OK เลย ( PaO2 >500 mmHg
- Chest x ray ดูปอดไม่แย่ หรือ PE จริง >> พาคนไข้ไป CT กันครับ ไปทั้งที CT ทั้งตัวไปเลยจร้า >> ผลออกมา ไม่มี significant PE

ไม่เจอตัวปัญหาอ่ะ >>> ทำไงต่อดี >> Clinical ดู stable > lactate ลงมาได้ >> keep I/O negative ได้

หมดเวลา....ยังไม่ถึงเรื่องที่จั่วหัวไว้เลย ;)
เอาไปคิดเล่นๆกันครับ
ปัญหาอื่นยังมีตามมาอีก
มาต่อคราวหน้าครับ ;)

https://link.springer.com/article/10.1186/s13054-025-05655-6

https://academic.oup.com/eurheartj/article/45/Supplement_1/ehae666.1738/7837424

EPISODE 75CALS (CARDIAC SURGERY ADVANCED LIFE SUPPORT)วันนี้เก็บประสบการณ์ดีๆในการเข้าอบรมหลักสูตร CALS ของสมาคมศัลยแพทย...
25/01/2026

EPISODE 75

CALS (CARDIAC SURGERY ADVANCED LIFE SUPPORT)

วันนี้เก็บประสบการณ์ดีๆในการเข้าอบรมหลักสูตร CALS ของสมาคมศัลยแพทย์หัวใจที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ มาให้ฟังกันครับ

ปกติเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงวิชาการกันอยู่แล้วว่า งานประชุมสามัญประจำปีของสมาคมศัลยแพทย์หัวใจก็จะจัดกันต้นปีเลยทีเดียว ปีนี้จัดวันที่ 23-25 มกราคม 2569 หรือ weekend ที่ผ่านมานี่เองครับ และวันที่ 23 ซึ่งเป็น pre congress workshop เรื่อง CALS พอดี ทีมเราซึ่งมีทั้ง CVT, CCU nurse และ Perfusionist ได้เข้าร่วมการอบรม CALS ในครั้งนี้ด้วย

ขอบอกก่อนว่า เนื่องจากการอบรม CALS มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้นำไปใช้ได้จริง ในการอบรมจึงเปิดรับสมัครทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยหลังจากการผ่าตัดหัวใจ และเพื่อให้การอบรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรมใน course ด้วย. ซึ่งแน่นอนว่า พยาบาล Cardiac care unit ( CCU) หรือ พยาบาล ICU มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดูแล, ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังจากการผ่าตัดหัวใจได้อย่างทันท่วงที หรือ รีบรายงานสิ่งผิดปกติที่ตรวจพบให้แพทย์ได้รับทราบและช่วยกันแก้ไข เพื่อให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง

บอกตรงๆว่า ตอนแรกก็คิดว่า เราอบรม ACLS ( Advanced cardiac life support) มาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างและสามารถนำมาใช้กับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจมาแล้วได้......แต่ความจริง มันมีข้อแม้หลายอย่างที่แตกต่างกันออกไปครับ และเราอาจนำความรู้จาก ACLS มาใช้กับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจแล้วไม่ได้

จากสถิติที่เขาเก็บกันมาทั่วโลก พบว่า คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจมีโอกาสเกิด cardiac arrest ได้ประมาณ 0.7-5.2% และมากกว่าครึ่ง จะเกิด cardiac arrest ประมาณ 3 ชม.หลังการผ่าตัดหัวใจ...อย่างไรก็ดี พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสรอดชีวิตค่อนข้างสูง เพราะยังมี invasive line monitor อยู่ครบและทำให้ทีมสามารถ early detect ได้เร็วกว่าปกติ ประกอบกับเหตุเกิดใน CCU/ICU ที่มีเครื่องมือช่วยกู้ชีพอย่างครบครันนั่นเอง

แต่.... ถ้าไม่ได้มีการเฝ้าระวัง ไม่เคยได้รับการอบรม CALS หรือ ไม่ได้เตรียมเครื่องมือที่จำเป็นไว้...ก็อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นก็เป็นได้ครับ

วัตถุประสงค์หลักของ CALS ก็คือ...หากผู้ป่วยเกิด cardiac arrest ภายหลังจากการผ่าตัดหัวใจและไม่ตอบสนองต่อการช็อตด้วยไฟฟ้า (defibrilation) ควรรีบเปิดหน้าอก ( resternotomy) เพื่อทำ internal cardiac massage ให้เร็วที่สุด ( ภายใน 5 min) เพราะผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจด้วยการเปิดกระดูกหน้าอกไว้ ( median sternotomy) >> การทำ external cardiac massage แบบ ACLS อาจไม่เกิดประสิทธิภาพเพียงพอ และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ ...ซึ่งแน่นอนว่า ทีมต้องเตรียมเครื่องมือสำหรับ resternotomy ไว้ให้พร้อมใน CCU/ICU ด้วยทุกครั้งที่ต้องดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดหัวใจ

สิ่งที่มีความแตกต่างจาก ACLS อย่างชัดเจนอีกอย่างของ CALS ก็คือ....ควรระมัดระวังในการให้ยา epinephrin (adrenaline) เพราะในผู้ป่วย post op cardiac surgery ปัญหาที่พบได้บ่อยจะเป็นเรื่องการเสียเลือด หรือ bleeding ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าใช้ยา epinephrin มากเกินไป จะยิ่งทำให้ bleeding เพิ่มมากขึ้นไปอีก จนทำให้ผู้ป่วยเป็นอันตรายได้

ความจริง มีประเด็นอื่นๆที่มีประโยชน์มากๆกับทีมที่ต้องดูแลผู้ป่วยภายหลังจากการผ่าตัดหัวใจ... และผมแนะนำเลยว่า...ทุกคนที่ทำงานในส่วนนี้ ควรเข้ารับการอบรมสักครั้ง แล้วนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดให้เพื่อนร่วมงาน ก็จะทำให้การดูแลผู้ป่วยภายหลังจากการผ่าตัดหัวใจ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ครับ

เอารูปการเข้าอบรม CALS มาฝากกันครับ หวังว่า จะช่วยโน้มน้าวให้ทีมอื่นๆมาสมัครเข้ารับการอบรมกันนะครับ มีประโยชน์มากมายจริงๆ ครับ

อ้อ...อาจารย์วิทยากรทุกท่าน เป็นกันเองและตั้งใจทำ simulation ให้เหมือนจริงมากๆครับ
ต้องขอขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันจัด workshop CALS ด้วยครับ :)

คราวหน้าจะเอาอะไรมาเล่าให้ฟังกันอีก
คอยติดตามกันครับ ;)

EPISODE 74BANGKOK ECPR 2026เก็บตกภาพงาน BANGKOK ECPR 2026 ของสมาคมศัลยแพทย์หัวใจ มาให้ทุกท่านดูกันครับงานนี้เป็นงานระดับ...
14/01/2026

EPISODE 74

BANGKOK ECPR 2026

เก็บตกภาพงาน BANGKOK ECPR 2026 ของสมาคมศัลยแพทย์หัวใจ มาให้ทุกท่านดูกันครับ

งานนี้เป็นงานระดับ International โดยจัด 2 วัน คือ วันที่ 10 และ 11 มกราคมที่ผ่านมา ณ Simulator Center ของวิทยาลับแพทย์พระมงกุฎเกล้าครับ

มี speaker ทั้งต่างชาติและของไทย ซึ่งต่างก็เป็นหัวแถวของแพทย์มีประสบการณ์เกี่ยวกับ ECMO CPR กันมาแล้วมากมาย

นอกจากนั้น ยังมี Boot แสดงเครื่องมือแพทย์มาร่วมมากมาย และแน่นอน เราได้เห็นเครื่อง ECMO รุ่นใหม่ๆของหลายบริษัทกันเลยทีเดียวครับ

งานนี้ ได้รับเกียรติจากสมาคมฯ ไปช่วยจัด ECPR workshop และมี ECMO transport ให้ดูสมจริงกันด้วย

เอาภาพในงานมาฝากกันนะครับ :)

Acute aortic dissection type A + acute myocardial infarction with cardiogenic shock !ผู้ป่วยต่างชาติ emergency refer มาด...
14/01/2026

Acute aortic dissection type A + acute myocardial infarction with cardiogenic shock !

ผู้ป่วยต่างชาติ emergency refer มาด้วย diagnosis: acute aortic dissection, acute myocardial infarction ( RV faliure) with cardiogenic shock > support ด้วย innotropes & ventilator

Preoperative ECHO ( TTE + TEE) พบ fair left ventricular contraction, internal flap in ascending aorta involve sinus of valsava, mild to moderate aortic regurgitation, dilated right ventricle with impair RV function and mild pericardial effusion.

Operation: Emergency total arch replacement with 4 branch graft + aortic valve suspension + CABGx1 ( SVG to distal RCA)

Suggestion:
- ใช้ intraoperative Echocardiogram evaluate เสมอ ในทุกขั้นตอน > บอกอะไรเราได้เยอะ > ทีมจะได้ plan และมี guide ให้ปฎิบัติได้เหมาะสมที่สุด( ช่วง wean CPB > TEE ช่วยได้มากๆ)
- Preoperative lab > rising cardiac enzyme , lactate > Perfusionist เตรียมทำ Cytokine removal (CUF/MUF?)

- Operative finding> ให้ retrograde cardioplegia แล้ว พบ CPG solution ออกมาข้างเดียวคือ left coronary ostia >> ด้าน right coronary ostia > ไม่มีเลย แสดงว่า right coronary system ถูก dissected ไปด้วย >> วางแผน ทำ CABG ( SVG to distal RCA) หลังจากทำ total arch
- RV faliure > Perfusionist ควร wean off CPB ช้ามากๆ > tritrate volume ให้ดี ( ใช้ volume มากกว่าปกติ) > wean CPB โดยประสานกับวิสัญญีแพทย์ ในการปรับ innotrope

Post op: ผู้ป่วยตื่น follow command, neuro sign ดี > tritrate ลด innotropes ช้าๆ โดย closely hemodynamic monitoring.

ฝากไว้ครับ > case แบบนี้เป็นครูที่ดีของ Perfusionist เลยครับ

อย่าพลาด! งานประชุมวิชาการไตรมาสแรกของพวกเรานะครับ :) ได้รับเกียรติจากอาจารย์แพทย์หลายท่าน มาเป็นวิทยากรให้พวกเราด้วยครั...
06/01/2026

อย่าพลาด! งานประชุมวิชาการไตรมาสแรกของพวกเรานะครับ :)
ได้รับเกียรติจากอาจารย์แพทย์หลายท่าน มาเป็นวิทยากรให้พวกเราด้วยครับ
แจ้งมาเนิ่นๆ ลงคิวเตรียมรอกันได้เลยครับ!

สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านครับ ;)ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่ดีพยายาม > work life balance เท่าที่ทำได้ ( ยากเนอะ) ;)เห...
01/01/2026

สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านครับ ;)
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่ดี
พยายาม > work life balance เท่าที่ทำได้ ( ยากเนอะ) ;)
เหนื่อย > ก็พัก, หนัก > อย่าท้อ!
แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยกันครับ :)

29/12/2025

แค่...สี ก็บอกอะไรเราได้มากมาย ;)

ที่อยู่

2 Soi Soonvijai 7, New PetchburiI Road, Huaykwang
Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66818492419

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรื่องเล่า ชาว Pumpผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เรื่องเล่า ชาว Pump:

แชร์