MOODY ความรู้สึกข้างใน ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเติบโต 🍿

อีก 10 วันเจอกัน! MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics🎟️ เปิดลงทะเบียนเข้างานฟรี! ที่ RestSpace:...
27/05/2026

อีก 10 วันเจอกัน! MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🎟️ เปิดลงทะเบียนเข้างานฟรี! ที่ RestSpace: https://bit.ly/4f5EZkJ
งาน Mindful Experience Event ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ลองฟังตัวเองอีกครั้งอย่างไม่รีบเร่ง เข้าใจความรู้สึก ความคิด และตัวตนในแบบที่เป็นผ่านกิจกรรม Highlight 🗣️MIND TALK 🌷MIND EXHIBITION 🎨 MIND WORKSHOP 🛍️ MIND MARKET 🎶 MIND CONCERT
🏡 ในพื้นที่ที่หัวใจรู้สึกปลอดภัย ตัวตนที่แท้จริงจะเริ่มเปล่งประกายอย่างมั่นใจกว่าที่เคย
🩷 MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🗓️ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
🕐13.00-19.30 น.
📍 Sphere Hall 5M, EmSphere
👗✨อย่าลืม Dress Code แต่งตัวสไตล์ที่ใช่ ลุคที่ชอบ และเป็นตัวคุณ เพราะที่นี่คือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ความมั่นใจของคุณได้เปล่งประกาย

#พื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจได้ปลอบโยน




เฆี่ยนตีตัวเองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พักหายใจสักครู่ แล้วเห็นอกเห็นใจตัวเองดูบ้าง-------------------ทุกครั้งเวลาทำอะไรผิดพ...
26/05/2026

เฆี่ยนตีตัวเองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พักหายใจสักครู่ แล้วเห็นอกเห็นใจตัวเองดูบ้าง
-------------------
ทุกครั้งเวลาทำอะไรผิดพลาด ความรู้สึกผิดหวังในตัวเองจะบังเกิดขึ้นภายในใจ ไม่เป็นไรถ้าคุณจะรู้สึกอย่างนั้น แต่อย่าจมกับมันจนต้อง ลงโทษ หรือ เฆี่ยนตีตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อตอกย้ำความผิดพลาดนั้น แล้วหวังว่าในครั้งต่อไปฉันจะไม่ทำพลาดแบบนี้อีก
แคเธอรีน มอร์แกน แชฟเลอร์ (Katherine Morgan Schafler) นักจิตอายุรเวท และผู้เขียนหนังสือ ‘The Perfectionist’s Guide to Losing Control’ เขียนประโยคหนึ่งในหนังสือของเธอว่า “เมื่อคุณลงโทษใครสักคน คนคนนั้นจะไม่เรียนรู้วิธีเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขาจะเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงสาเหตุของการถูกลงโทษแทน”
แชฟเลอร์ยังอธิบายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า การลงโทษ กับการมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบส่วนบุคคล ผลที่ตามมาตามธรรมชาติ และการฟื้นฟู ไว้ดังต่อไปนี้
1. การลงโทษ VS วินัย:
บางครั้งสองคำนี้อาจนำมาใช้ควบคู่กันแต่ผลลัพธ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการลงโทษ คือ การควบคุมและกีดกันพฤติกรรมเชิงลบ ส่วนระเบียบวินัย คือ การส่งเสริมเพื่อเพิ่มพฤติกรรมเชิงบวก แม้ในบางการกระทำการลงโทษจะจำเป็น แต่หลังจากนั้นก็ต้องเสริมแรงในเชิงบวกเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนา
2. การลงโทษ VS ความรับผิดชอบส่วนบุคคล:
ความรับผิดชอบส่วนบุคคล คือ การยอมรับความผิดพลาด และรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหา ซึ่งกำหนดให้เราต้องขอโทษต่อผู้ที่ได้ทำร้าย และให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่การลงโทษไม่ได้มาพร้อมกับวิธีการแก้ไขอื่นนอกจากการทำร้ายตัวเองซ้ำๆ
3. การลงโทษ VS ผลที่ตามมาตามธรรมชาติ: การลงโทษ คือ การสร้างความกลัวไม่ให้ทำแบบนั้นซ้ำอีก ขณะที่ผลที่ตามมาตามธรรมชาตินั้น เป็นวิถีแห่งการคาดคะเนว่าสิ่งที่เราเลือกทำนั้นมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่ต่างออกไปเผื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้
4. การลงโทษ VS การฟื้นฟู: การลงโทษ คือ การพยายามทำให้จิตใจเสียขวัญ และลดพลังในความกล้าลงมือทำ ในขณะที่การฟื้นฟู คือความพยายามทำให้จิตใจมั่นคง และเพิ่มพลัง มุ่งเน้นไปที่การสร้างการเติบโตในเชิงบวกบนรากฐานที่แข็งแรง
ดังนั้น เธอจึงแนะนำให้เราฝึก ‘เห็นอกเห็นใจตัวเอง’ เมื่อทำผิดพลาด ‘ด้วยทฤษฎีการขยาย และสร้าง’ (The Broaden-and-Build Theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีจิตวิทยาเชิงบวก ที่พัฒนาโดยนักจิตวิทยาสังคม บาบาร์รา เฟรดริกสัน (Barbara Fredrickson) ในปี 1998
“การวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงบวกของความเห็นอกเห็นใจตนเอง กับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น เพิ่มความคิดริเริ่มส่วนบุคคล เพิ่มความยืดหยุ่นต่อความเครียด ประเมินจุดแข็ง และจุดอ่อนในตนเองตามความเป็นจริงมากขึ้น แล้วระดับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลจะลดลง อัตราความเหนื่อยหน่ายจะลดลง จากนั้นเพิ่มแรงจูงใจในการแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต แล้วกำหนดเป้าหมายถัดไป” แชฟเลอร์กล่าว
หรือก็คือ เมื่อเราตกอยู่ในความคิดเชิงลบ มุมมองของคุณจะแคบลง ดังนั้น แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับก้อนความรู้สึกผิดหวังกลมๆ สีดำนั่น ลองใส่สารละลายความเข้มข้นที่ชื่อว่า ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจตัวเองลงไป เพื่อทำให้ความขุ่นมัวของก้อนดำๆ จางลง แล้วคุณจะได้มองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้นตามความเป็นจริงนั่นเอง
-------------------
ไม่ใช่ว่า วิธีการลงโทษ เป็นเรื่องไม่ดี หรือสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะประโยชน์ของการลงโทษ คือการลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่หากทำเกินพอดีก็อาจให้โทษมากกว่าคุณได้ ดังนั้น ลองพิจารณาด้วยวิจารณญาณดูว่า วิธีการไหนจะทำให้ตัวเราเกิดการพัฒนา ไม่ใช่ถดถอย


คำว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’ ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ จนหลายคนเผลอรู้สึกหวาดกลัว ทั้งที่จริงแล้ว เราต่างพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ...
26/05/2026

คำว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’ ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ จนหลายคนเผลอรู้สึกหวาดกลัว
ทั้งที่จริงแล้ว เราต่างพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ อยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจว่า “วันนี้จะกินอะไรดี”
หรือวันที่เราบอกตัวเองว่า “วันนี้ไม่ไหวแล้ว ไว้ตื่นมาค่อยทำต่อ”
.
เพราะทุกการเลือก ทุกการลงมือทำ ล้วนพาเราไปสู่ผลลัพธ์บางอย่าง และตรงนั้นเองที่การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เกิดขึ้น ดังนั้น การมีทักษะความยืดหยุ่น จึงเหมือนการมีเกราะไว้รองรับแรงกระแทกของชีวิต ขณะเดียวกัน เราก็ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคง และพร้อมปรับตัวไปกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
พบกับ MOODY ในงาน ThinkFest: Everybody Changes
ลงทะเบียนฟรีได้ที่:https://restspace.me/thinkfest/event/moody-exhibition






สังเกตไหมว่า ‘ตัวเราคนที่อยู่บ้าน’ กับ ‘ตัวเราคนที่อยู่ออฟฟิศ’ อาจเป็นคนละคนกัน…MOODY ชวนทุกคนมาเล่นควิซ ตามหา ‘ตัวตนลับ...
25/05/2026

สังเกตไหมว่า ‘ตัวเราคนที่อยู่บ้าน’
กับ ‘ตัวเราคนที่อยู่ออฟฟิศ’
อาจเป็นคนละคนกัน…
MOODY ชวนทุกคนมาเล่นควิซ
ตามหา ‘ตัวตนลับ’ ในที่ทำงานของคุณเป็นแบบไหน?
เพื่อหาว่าจากทั้งหมด 6 คาแรกเตอร์
คุณจะได้เป็นใครใน MOODY UNIVERSE กัน
จิ้มเล้ยย! 👉 https://moodycharacter.brandthink.me/
อย่าลืมมาแชร์กันน้า~ ว่าทุกคนได้น้องๆ คนไหนกันบ้าง 😘






ลงทะเบียนเลย! นอกจากจะได้ฟังทอล์กแล้ว ทุกคนที่มางาน MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics ยังได้ร...
25/05/2026

ลงทะเบียนเลย!
นอกจากจะได้ฟังทอล์กแล้ว ทุกคนที่มางาน MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นของรางวัลสุดพิเศษ
จาก ‘Merz Aesthetics’ พร้อมของที่ระลึกภายในงานด้วยนะ
เปิดลงทะเบียนเข้างานฟรี! ที่ RestSpace: https://restspace.me/event/moody-mind-day-presented-by-merz-aesthetics
เพราะในพื้นที่ที่หัวใจรู้สึกปลอดภัย ตัวตนที่แท้จริงจะเริ่มเปล่งประกายอย่างมั่นใจกว่าที่เคย
💗 MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🗓️ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
🕒 13.00-19.30 น.
📍 Sphere Hall 5M, EmSphere
อย่าลืม Dress Code แต่งตัวสไตล์ที่ใช่ ลุคที่ชอบและเป็นตัวคุณ เพราะที่นี่คือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ความมั่นใจของคุณได้เปล่งประกาย




MOODY: จะล้มบ้างก็ได้ แต่ยิ่งลุกเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีใช้ความยืดหยุ่นให้เป็น ในวันที่ชีวิตเผชิญกับปัญหา-------------------...
25/05/2026

MOODY: จะล้มบ้างก็ได้ แต่ยิ่งลุกเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ใช้ความยืดหยุ่นให้เป็น ในวันที่ชีวิตเผชิญกับปัญหา
-------------------
“เมื่อความลักลั่นของสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตมนุษย์เราตกอยู่ในสภาวะสับสน และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกลับมาพร้อมกับความถดถอยของสุขภาพจิต ทำให้เกิดความวิตกกังวลและซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิวัฒนาการด้านสมองและระบบประสาทด้านการพักผ่อนและความเครียดของมนุษย์เราตอนนี้ ไม่ได้พัฒนาให้เอื้อต่อชีวิต ณ ปัจจุบันที่ก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว”
ดร.เบนจามิน ไวน์สตีน นักจิตวิทยาคลินิก ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์วิกฤต กล่าว ก่อนจะอธิบายถึงแนวคิดและทักษะ Resilience หากแปลเป็นภาษาไทยส่วนใหญ่เราจะคุ้นหูกันกับคำว่า ความยืดหยุ่น ซึ่งในงานเสวนา ‘Resilience Showcase’ ที่จัดขึ้นโดย สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth ปีที่แล้ว ใช้คำว่า ‘การฟื้นคืน’ แทน
MOODY จึงอยากมาเล่าถึง Resilience การฟื้นคืน หรือ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ ให้ทุกคนได้ฟังกัน เพราะเชื่อว่าหากทุกคนฝึกใช้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้ทุกวัน จะทำให้จัดการกับชีวิตที่กำลังเจอกับวิกฤตปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาได้ง่ายขึ้น
อย่างที่กล่าวไป คำว่า Resilience สามารถเรียกในภาษาไทยได้ทั้งคำว่า ความยืดหยุ่น และ การฟื้นคืน เพราะหากดูคำนิยามของแนวคิดแล้วหมายถึงทักษะการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบากหรือท้าทายได้สำเร็จ
หากอ้างอิงตามคำจำกัดความของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) แนวคิดนี้ก็หมายถึงการมีความยืดหยุ่นด้านจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการทั้งภายในและภายนอก ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ ทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับตุ๊กตาล้มลุกดารุมะ ที่ไม่ว่าจะผลักให้มันหงายไปด้านใดก็ตามสักกี่ครั้ง ดารุมะก็จะเด้งกลับมาทรงตัวได้ดังเดิม ดังนั้น หากเรามีความยืดหยุ่น มีจุดถ่วงดุลเหมือนกับดารุมะ ไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับอะไรก็ตาม เราก็จะเด้งกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ทว่า ปัญหาหลักของคนส่วนใหญ่คือ ‘ขาดการตระหนักรู้’ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของแนวคิดนี้ เพราะการตระหนักรู้เกี่ยวกับการทำงานของระบบร่างกายและสมอง ที่เมื่อเจอปัญหาสักอย่างนั้น สมองมักตอบโต้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ก่อนเสมอ แน่นอนว่ามันเป็นรากฐานของสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ
สารแห่งความเครียด ความกังวลจึงหลั่งออกมาจำนวนมาก ขณะนั้นเองที่มันไปครอบงำระบบสมองส่วนตรรกะและความคิดให้ทำงานได้น้อยลง ทำให้อาการซึม เครียด และกังวลเกิดขึ้นก่อนเสมอ และหากขาดการตระหนักรู้ก็กลายเป็นว่าเราจะเครียดยิ่งกว่าเดิม เกินกว่าความจำเป็น จุดนี้เองที่ทำให้หลายคนจมดิ่งหรือคิดวนอยู่กับความเครียดนั้นโดยไม่ไปไหนสักที
ในทางกลับกัน คนที่มีการฝึกฝนอยู่เสมอ จะสามารถตระหนักรู้ถึงกระบวนการทำงานนี้โดยอัตโนมัติ นั่นทำให้พวกเขาเกิดความยืดหยุ่นทางจิตใจ เพราะเข้าใจการทำงานของร่างกายที่เชื่อมต่อไปยังจิตใจนั่นเอง จึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ และจัดการกับมันได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
โดย ดร.เบนจามิน ได้ให้แบบฝึกหัดพื้นฐานในการฝึกความยืดหยุ่นไว้ด้วย เรียกว่า ‘Resilience Break’ ได้แก่
1 - Breath it: การฝึกรับรู้ลมหายใจเข้าและออก ด้วยการหลับตา กำหนดลมหายใจ แล้วโฟกัสไปที่ลมหายใจตั้งแต่หายใจเข้า แล้วไล่ตามลมหายใจไปว่าผ่านอวัยวะใดบ้างจนหายใจกลับออกมา
2 - Name it: ขณะที่มีสมาธิอยู่กับลมหายใจ ให้สังเกตความรู้สึกที่เกิดขึ้นข้างในไปด้วย แล้วบอกกับตัวเองให้ได้ว่ามันคือความรู้สึกไหน หรือเราเจ็บปวดตรงไหนบ้างในขณะที่หายใจ
***โดย MOODY จะขอขยายความตรงนี้เพิ่มเติมคือ อย่าลืมว่าแท้จริงแล้วร่างกายและจิตใจเราทำงานร่วมกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเครียด วิตกกังวล นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายก็ตอบสนองเช่นกัน
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเครียดมากๆ จะมีอาการปวดหัวจนต้องขอยาแก้ปวดสักเม็ดสองเม็ด และนอกจากนั้นพวกกล้ามเนื้อมัดเล็กต่างๆ ก็เกิดความตึงเครียดด้วยเช่นกัน เพียงแต่เรามักไม่ค่อยรู้ตัว หรือไม่เคยสังเกตมาก่อนเท่านั้นเอง
แต่เมื่อเราตระหนักรู้แล้วว่า กำลังรู้สึกอะไรอยู่ เครียด วิตก โกรธ โมโห หรือเศร้า รวมถึงรับรู้ได้ว่ากำลังเจ็บปวดตรงส่วนใด ย่อมทำให้เราเบาใจและสามารถหาทางจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้เร็วขึ้น***
3 - Embrace it: การโอบกอดมันไว้ ด้วยการเห็นอกเห็นใจ และกรุณาต่อตัวเอง ต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งที่เกิดขึ้น จุดนี้เองที่เป็นอีกก้าวสำคัญทำให้จิตใจเราเปิดกว้างพร้อมที่จะก้าวต่อไป หรือลุกขึ้นต่อสู้กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
สรุปแล้ว Resilience คือหนึ่งในแนวคิดที่รวมเอาทักษะพื้นฐานทางจิตวิทยามาใช้ โดยกุญแจสำคัญดอกแรกคือ ‘การตระหนักรู้’ จากนั้นให้ใช้ประโยชน์จากทักษะต่างๆ เช่น การเขียนไดอารีบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น เขียนความรู้สึก ขอบคุณสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมถึงการออกกำลังกาย ฝึกสติ กำหนดลมหายใจ เพื่อให้พวกเราเรียนรู้ถึง ‘ความยืดหยุ่น’ หรือ ‘การฟื้นคืนตัวเอง’ ให้ได้เร็วขึ้น ยิ่งฝึกทุกวันก็ยิ่งเห็นผลได้ชัดเจน
-------------------
“เราต่างเป็นทั้งเพื่อนและศัตรูของตัวเอง” หนึ่งในประโยคของ ดร.เบนจามิน ที่กระแทกใจ MOODY เพราะเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือความสามารถในการเลือกวิธีตอบสนองกลับจากภายในของตัวเรานั่นเอง
ดังนั้น อยากให้ทุกคนลองฝึก Resilience ทำให้ตัวเองยืดหยุ่นบ่อยๆ จะได้ไม่จมดิ่งกับปัญหานานๆ แล้วจะพบว่าคุณจะได้เวลากลับคืนมาเยอะมาก เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ชอบ


24/05/2026

ลองนิยามความสำเร็จใหม่ในแบบของตัวเองและกล้าเลือกเส้นทางที่ตรงกับหัวใจมากขึ้น
มาทำความเข้าใจอารมณ์ใหม่ๆ ของตัวเอง ไปกับเสียงของ ‘แจ๊คกี้ จักริน’ ผ่าน ‘MOODY Read Chapter 7 “นิยามความสำเร็จของคุณคืออะไร?”


หากวันไหนหัวใจหนักอึ้ง ให้เสียงเพลงที่มีความหมายดีๆ เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจของทุกคนได้รับการปลอบโยนกันวันนี้ MOODY ขอ...
23/05/2026

หากวันไหนหัวใจหนักอึ้ง ให้เสียงเพลงที่มีความหมายดีๆ เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจของทุกคนได้รับการปลอบโยนกัน
วันนี้ MOODY ขอแนะนำเพลย์ลิสต์มู้ดดีๆ จากวง ‘MEAN’ วงดนตรีสุดป๊อปจากค่าย LOVEiS กับเพลงที่เข้าถึงทุกความรู้สึก พร้อมกับช่วยฮีลใจและส่งมอบพลังดีๆ ให้กับทุกคน
และสำหรับใครที่อยากฟังแบบเต็มอิ่มอย่างจัดเต็ม สามารถไปเสียงวง MEAN สดๆ ทั้งวงได้ที่ MIND CONCERT ของงาน MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🏡 ในพื้นที่ที่หัวใจรู้สึกปลอดภัย ตัวตนที่แท้จริงจะเริ่มเปล่งประกายอย่างมั่นใจกว่าที่เคย
🩷 MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🗓️ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
🕐13.00-19.30 น.
📍 Sphere Hall 5M, EmSphere
👗✨อย่าลืม Dress Code แต่งตัวสไตล์ที่ใช่ ลุคที่ชอบและเป็นตัวคุณ เพราะที่นี่คือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ความมั่นใจของคุณได้เปล่งประกาย
🎟️ เปิดลงทะเบียนเข้างานฟรี! ที่ RestSpace: https://restspace.me/event/moody-mind-day-presented-by-merz-aesthetics




ถ้าคุณคือคนที่กำลังมองหาสิ่ง ‘ฮีลใจ’ Workshop จาก MOODY EXHIBITION - ‘Whisper of Change, Embrace of Butterfly: คำกระซิบข...
22/05/2026

ถ้าคุณคือคนที่กำลังมองหาสิ่ง ‘ฮีลใจ’ Workshop จาก MOODY EXHIBITION - ‘Whisper of Change, Embrace of Butterfly: คำกระซิบของผีเสื้อที่กลายเป็นสายฝนแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ต่อไปนี้อาจเหมาะกับคุณ!
🦋1 - ‘Heal Your Butterfly with JAKAY (baa.teabar)’ ฮีลผีเสื้อในตัวคุณด้วยการเปิดไพ่ MOODY ORACLE สำรับไพ่ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มฝึกพูดคุยกับตัวเอง
โดยคุณ JAKAY ฮีลเลอร์ ผู้ก่อตั้ง .baa tea bar & social club ผู้นำศาสตร์ชาที่ปรุงแต่งขึ้นจากธรรมชาติ ดอกไม้และพืชพรรณมาเยียวยาจิตใจ เปิดประสาทสัมผัสรับรู้ผ่าน รูป รส กลิ่น และนำภาวนาเพื่อค้นพบตัวตนของคุณข้างใน
🦋2 - Butterfly Wings Transformation Experience เวิร์กช็อปศิลปะเชิงสะท้อนตัวตน ผ่าน ‘การวาดปีกผีเสื้อ’ ที่จะพาคุณค่อยๆ สำรวจตัวเองผ่านสี เส้น และความรู้สึกภายในอย่างอ่อนโยน
โดยคุณ Pun Warinthorn นักศิลปะบำบัด ด้วยพลังงานบำบัด เนกิมาสเตอร์ และกระบวนกรที่นำพาให้คนกลับไปที่หาตัวตนที่แท้จริง
🌟ซื้อบัตรเข้าร่วม workshop ได้ที่เว็บไซต์ RestSpace
แล้วมาเจอกันที่ MOODY EXHIBITION - ‘Whisper of Change, Embrace of Butterfly: คำกระซิบของผีเสื้อที่กลายเป็นสายฝนแห่งการเปลี่ยนแปลง’
🗓️29 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2026
📍ชั้น 2 GUMP’S Ari
🕰️10.00-19.00 น.






Heal Your Butterfly with JAKAY (baa.teabar)
ฮีลผีเสื้อในตัวคุณด้วยการเปิดไพ่ MOODY ORACLE สำรับไพ่ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มฝึกพูดคุยกับตัวเอง
โดยคุณ JAKAY ฮีลเลอร์ ผู้ก่อตั้ง .baa tea bar & social club ผู้นำศาสตร์ชาที่ปรุงแต่งขึ้นจากธรรมชาติ ดอกไม้และพืชพรรณมาเยียวยาจิตใจ เปิดประสาทสัมผัสรับรู้ผ่าน รูป รส กลิ่น และนำภาวนาเพื่อค้นพบตัวตนของคุณข้างใน รวมถึง Green Witch ผู้ทำงานร่วมกับพลังแห่ง Gaia Certified Forest Bathing Practitioner & Reiki Practitioner
จำนวน 1 คน/รอบ
เวลา 20 นาที/รอบ
ราคา รอบละ 399 บาท
🌟ซื้อบัตรเข้าร่วม Workshop ที่: https://restspace.me/thinkfest/event/heal-your-butterfly-with-jakay-baa-tea-bar


ไม่ว่าเมฆจะสีดำแค่ไหน ฝนจะตกหนักเท่าไหร่ ให้เสียงดนตรีเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ชาร์จหัวใจให้วันของคุณได้อิ่มเอมกับวง ‘MEAN’...
22/05/2026

ไม่ว่าเมฆจะสีดำแค่ไหน ฝนจะตกหนักเท่าไหร่ ให้เสียงดนตรีเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ชาร์จหัวใจให้วันของคุณได้อิ่มเอมกับวง ‘MEAN’
MIND CONCERT ชวนคุณมาปล่อยใจ ปล่อยจอย กับ ‘MEAN’ วงดนตรีสุดป๊อปจากค่าย LOVEiS ผ่านบทเพลงที่พร้อมส่งต่อพลังบวกและเป็น ‘Safe Zone’ ที่โอบกอดหัวใจอย่างอบอุ่นกับงาน ‘MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics’
งาน Mindful Experience Event ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ลองฟังตัวเองอีกครั้งอย่างไม่รีบเร่ง เข้าใจความรู้สึก ความคิด และตัวตนในแบบที่เป็น
🏡 ในพื้นที่ที่หัวใจรู้สึกปลอดภัย ตัวตนที่แท้จริงจะเริ่มเปล่งประกายอย่างมั่นใจกว่าที่เคย
🩷 MOODY MIND DAY ‘MIND SAFE ZONE’ Presented by Merz Aesthetics
🗓️ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
🕐 13.00-19.30 น.
📍 Sphere Hall 5M, EmSphere
👗✨อย่าลืม Dress Code แต่งตัวสไตล์ที่ใช่ ลุคที่ชอบ และเป็นตัวคุณ เพราะที่นี่คือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ความมั่นใจของคุณได้เปล่งประกาย
🎟️ เปิดลงทะเบียนเข้างานฟรี! ที่ RestSpace: https://restspace.me/event/moody-mind-day-presented-by-merz-aesthetics




Jun 6, 2026 • Moody Mind Day Presented by Merz Aesthetics ในวันที่จังหวะของเมืองใหญ่เร่งเร้าจนเสียงหัวใจเราถูกกลบไป คุณมี ‘Safe Zone’ ของตัวเองแล้...

ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะเล็กหรือใหญ่ แต่ทั้งหมดนั้นล้วนแลกมาเป็น ‘ความพยายาม’ เพราะฉะนั้น ทุกคนที่กำลังพยายามอยู่ เก่งมากๆ...
22/05/2026

ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะเล็กหรือใหญ่
แต่ทั้งหมดนั้นล้วนแลกมาเป็น ‘ความพยายาม’
เพราะฉะนั้น ทุกคนที่กำลังพยายามอยู่ เก่งมากๆ เลยนะ


ที่อยู่

6, 1 Ari5 Fang Nuea Alley, Phaya Thai
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66968964594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MOODYผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง MOODY:

แชร์