01/12/2025
5 เรื่องต้องรู้ #สะเก็ดเงินในHIV
1️⃣ ่ได้เพิ่มโอกาสเป็นสะเก็ดเงิน
✅จากการรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย HIV กว่า 130,000 คน พบเป็นสะเก็ดเงินเพียง 2% (ที่มา A systematic review and meta-analysis of the prevalence of psoriasis in patients living with HIV ใน Clinics 2025)
✅ขณะที่ในประชากรทั่วไปพบประมาณ 3%
➡️ ดังนั้น HIV ไม่ได้ทำให้เกิดสะเก็ดเงินมากขึ้น
2️⃣ มักเป็น #สะเก็ดเงินที่รุนแรงกว่า
✅สะเก็ดเงินเกี่ยวข้องกับ ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน
✅ใน HIV เม็ดเลือดขาว CD4 ลดลง → ระบบภูมิคุ้มกัน “เสียสมดุล”
✅ร่างกายจึงสร้าง สารอักเสบหลายชนิดเพิ่มขึ้น
➡️ ผื่นจึงมักลุกลามเร็ว หนา และกระจายมากกว่าคนทั่วไป
3️⃣ วินิจฉัยได้ยากกว่า เพราะอาการมักไม่เหมือนแบบที่คุ้นเคย
✅Atypical presentations ที่พบบ่อยในผู้ติดเชื้อ HIV เช่น
💥ผื่นตุ่มหนอง
💥ผื่นแดงหนา
💥ผื่นที่หน้าและหนังศีรษะ
💥ผื่นลามทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
➡️ ทำให้แยกโรคได้ยาก ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ผิวหนัง
4️⃣ การรักษามีข้อจำกัดมากกว่า
✅ยาต้านไวรัสเป็นยาหลัก ต้องระวัง drug interaction หากใช้ยารักษาสะเก็ดเงินร่วมด้วย
✅การฉายแสงอาทิตย์เทียม (Phototherapy ด้วยแสง UVB) เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แต่ต้องมารพ.บ่อย และอาจมีอาการไวต่อแสงในบางราย
✅ยารับประทานบางชนิด เช่น methotrexate, cyclosporine มีข้อจำกัดมาก เพราะมีผลต่อภูมิต้านทาน จำนวนเม็ดเลือดขาวได้ ในขณะที่ยากลุ่มวิตามินเอ (acitretin) อาจมีประโยชน์ในบางกรณี
✅ #ยาฉีดชีวโมเลกุล ( ) เดิมทีแนะนำให้หลีกเลี่ยงใน HIV แต่ข้อมูลใหม่แสดงว่าหากผู้ป่วยคุมไวรัสได้ดี CD4 อยู่ในระดับปลอดภัย
➡️ การใช้ biologics สมัยใหม่อาจเป็นทางเลือกได้ (แต่ต้องติดตามใกล้ชิด) (ที่มา Systematic review of biologic use for psoriasis in HIV-positive individuals ใน Archives of Dermatological Research 2024)
5️⃣ คุม HIV ดี → ผื่นสะเก็ดเงินดีขึ้นอย่างชัดเจน
✅เมื่อยาต้านไวรัสควบคุม viral load ให้ต่ำมาก
✅CD4 เพิ่มขึ้น
✅การอักเสบลดลง
➡️ ผื่นสะเก็ดเงินตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้นมาก
🩺 สรุป การคุม HIV ด้วยยาต้านไวรัสให้ดีคือหัวใจสำคัญ ทั้งต่อสุขภาพโดยรวม และต่อการควบคุมผื่นสะเก็ดเงิน
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ้องหมดไปปี2030