เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม

เยือนเย็น  วิสาหกิจเพื่อสังคม ยุคสมัยนี้ ผู้ป่วยมีทางเลือกนอกเหนือจากการพึ่งรพ. เราสามารถเลือกดูแลกันและกันที่บ้านได้
(1)

ให้คำปรึกษาแนะนำ ให้คำปรึกษาแนะนำการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงผู้ดูแล ณ ที่บ้าน หรือสถานที่ตามนัดหมาย

นัดหมายล่วงหน้า : https://yuenyen-se.com/form/register_web.php?action=fb

หรือโทรสอบถามข้อมูล : 0807766712, 0923750555, 0610891991

"พ่ออยากกลับบ้าน"แค่สี่คำแต่มีน้ำหนักมากกว่าแผนการรักษาทั้งหมดสำหรับคุณพ่อท่านหนึ่ง ประโยคนั้นคือคำตอบสุดท้ายและสำหรับคร...
18/05/2026

"พ่ออยากกลับบ้าน"
แค่สี่คำ
แต่มีน้ำหนักมากกว่าแผนการรักษาทั้งหมด

สำหรับคุณพ่อท่านหนึ่ง ประโยคนั้นคือคำตอบสุดท้าย
และสำหรับครอบครัว มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างชัดขึ้น
วันนี้เราอยากชวนทุกคนอ่านเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง
ที่เลือกฟังเสียงของคุณพ่อ
แล้วพาท่านกลับมาหายใจในบ้านที่รัก

ท่ามกลางต้นไม้ ธรรมชาติ และคนที่ท่านรักที่สุด
นี่คือเรื่องของการดูแลแบบประคับประคอง
ที่ไม่ได้มีความหมายแค่กับคนที่กำลังจะจากไป
แต่มีความหมายอย่างลึกซึ้ง
กับทุกคนที่ยังอยู่ด้วย 🤍
นี่คือสิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้อ่านเรื่องเล่าจากทางบ้านที่เยือนเย็นดูแล 🙏

-------------------------------

"พาพ่อกลับบ้าน"

เดิมทีคุณพ่อเป็นชาวอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกแต่มาเติบโตในกรุงเทพ ท่านเป็นคนขยัน อดทน และมีวินัยในการทำงานอย่างมาก ตลอดชีวิตท่านทำงานหลากหลาย ตั้งแต่เริ่มทำงานกับหน่วยงานภาครัฐ ก่อนจะผันตัวมาทำสวนมะนาว เป็นเจ้าของโรงงาน และยังคงช่วยดูแลบริหารงานให้ผู้อื่นต่อเนื่องจนถึงอายุประมาณ 75 ปี

คุณพ่อเป็นคนใจดีมาก มีเมตตา ซื่อสัตย์ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ ท่านดูแลทั้งครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนฝูงมาโดยตลอด จึงเป็นที่รักของทุกคน เป็นคนอารมณ์สงบ เยือกเย็น มีน้ำใจและเกรงใจผู้อื่นเสมอ

คุณพ่อยังเป็นผู้ที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา ชอบทำบุญ ใส่บาตร และให้ทานอยู่เป็นประจำ ใช้หลักธรรมเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้างคือชอบดื่มสุรา แต่เมื่อดื่มแล้วท่านไม่เคยก่อความวุ่นวาย ไม่เคยอาละวาด เพียงแค่พูดคุยอย่างอารมณ์ดีแล้วก็หลับพักผ่อน

แม้ชีวิตจะไม่ได้ถูกมองว่าประสบความสำเร็จในทางวัตถุอย่างยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่คุณพ่อทำได้อย่างงดงามคือ การเลี้ยงดูลูก ๆ ด้วยความรัก ความรับผิดชอบ และความห่วงใยดูแลพวกเราเสมอ

เดิมคุณพ่อมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง และถุงลมโป่งพอง แต่ยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ท่านเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกอย่างเฉียบพลัน ทำให้ร่างกายอ่อนแรงและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

ก่อนหน้านั้น ท่านเคยมีอุบัติเหตุล้มอยู่บ่อยครั้งจากการดื่มสุรา แต่ยังไม่เคยเกิดผลรุนแรง จนกระทั่งครั้งนี้ที่เกิดร่วมกับภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น คุณพ่อได้รับการดูแลในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นเวลาประมาณ 9 เดือน โดยมีการทำกายภาพบำบัดอย่างเข้มข้นอยู่ราว 6 เดือน แม้ท่านจะอดทน ไม่เคยบ่น และยังคงมองโลกในแง่ดีเสมอ แต่ร่างกายก็ไม่ตอบสนองดีนัก รวมถึงในช่วงหลัง อาการของพ่อเริ่มซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการรับประทานอาหารไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง การติดเชื้อในเป็นระยะ ทั้งในกระเพาะอาหารและกระแสเลือด รวมถึงภาวะอ่อนเพลียและแผลกดทับ

แม้จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ แต่ครอบครัวเริ่มรู้สึกว่าคุณพ่ออาจไม่ได้มีความสุขกับการอยู่ในสถานพยาบาล อีกทั้งอาการโดยรวมมีแนวโน้มทรุดลงมากกว่าจะฟื้นตัว

ครอบครัวยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้น การตัดสินใจให้คุณพ่ออยู่ในศูนย์ดูแล อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ในเวลานั้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณพ่อได้บอกความต้องการอย่างเรียบง่าย แต่ชัดเจนว่า
“อยากกลับบ้าน”

และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด ครอบครัวได้รับคำแนะนำจากกัลยาณมิตร คือ พี่ประสาน อิงคนันท์ จากเพจ มนุษย์ต่างวัย ซึ่งได้แนะนำให้รู้จักกับทีม “เยือนเย็น” และ คุณหมออิศรางค์ พร้อมทีมงานที่เมตตา
การได้รู้จักทีมเยือนเย็น เปรียบเสมือนแสงสว่างในช่วงเวลาที่มืดที่สุดของครอบครัว เพราะไม่เพียงแต่ให้คำแนะนำทางการดูแล แต่ยังเติมเต็ม “ความมั่นใจ” ให้กับลูก ๆ ว่า การพาคุณพ่อกลับบ้านนั้น “เป็นไปได้จริง”

ก่อนหน้านั้น ครอบครัวไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยในสภาพนี้ที่บ้านได้ แต่ด้วยความเมตตา ความใส่ใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมออิศรางค์และทีมงาน ทำให้ทุกอย่างค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นและที่สำคัญที่สุด… ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ “ทันเวลา”

เพราะในความเป็นจริง คุณพ่ออยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตแล้ว
หากไม่ได้พบกัลยาณมิตรที่ดี และไม่ได้รับการแนะนำให้รู้จักทีมเยือนเย็น ครอบครัวคงไม่มีโอกาสพาคุณพ่อกลับมาบ้านได้ด้วยกำลังของตัวเอง
บ้านสวน… สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำซึ่งกลายเป็นที่ที่คุณพ่อได้กลับมาใช้ลมหายใจสุดท้าย ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ และความรักของลูกหลาน..

ทีมดูแลได้ช่วยวางแนวทางเพื่อให้คุณพ่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือ โดยเน้นความสบาย ลดภาระของร่างกาย และเติมเต็มความสุขในแบบที่ท่านเป็น

เมื่อได้กลับมาอยู่บ้าน คุณพ่อดูผ่อนคลายขึ้น แม้จะรับประทานได้น้อย แต่ก็มีความสุขมากขึ้น อาการเหนื่อยลดลง และได้นอนพักอย่างสงบ

ลูก ๆ ได้ผลัดเปลี่ยนกันดูแลอย่างใกล้ชิด ได้ใช้เวลาที่มีค่าร่วมกันอย่างแท้จริง

ช่วงเวลานั้นไม่เพียงเป็นการดูแลผู้ป่วย
แต่เป็นช่วงเวลาที่หัวใจของทุกคนได้ “เชื่อมถึงกัน” อย่างลึกซึ้ง

ในคืนสุดท้ายของชีวิต อาการเหนื่อยของคุณพ่อเพิ่มขึ้น ลูกชายได้จับมือท่านไว้ พร้อมเปิดบทสวดมนต์ให้พ่อฟังตอนที่ท่านกำลังหมดลมหายใจในยามรุ่งสางนั้น..

คุณพ่อก็จากไปอย่างสงบ ที่บ้านของท่านเอง ไม่โดดเดี่ยว ไม่เจ็บปวด
และไม่ต้องจากไปในโรงพยาบาล

หลังจากนั้น ลูก ๆ เล่าว่า ใบหน้าของคุณพ่อยังคงสงบ ราวกับคนนอนหลับ ครอบครัวได้มีโอกาสกอด ลา และอยู่กับท่านอย่างเต็มที่

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “วิธีจากไป” ของคุณพ่อ แต่เปลี่ยน “หัวใจของคนที่ยังอยู่” ไปตลอดกาล

ประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวได้เรียนรู้ว่าการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ไม่ได้มีความหมายแค่กับผู้จากไป
แต่จริงๆมีความหมายอย่างลึกซึ้งกับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

มันทำให้หัวใจไม่ติดค้าง ไม่รู้สึกผิด
และเต็มไปด้วยความสงบ อบอุ่น และความซาบซึ้งใจ

แนวทางของทีมเยือนเย็น จึงไม่ใช่เพียงการดูแลทางการแพทย์
แต่เป็นการดูแล “หัวใจของมนุษย์”
ทั้งของคนที่กำลังจะจากไป
และของคนที่ยังอยู่ต่อ เป็นความงดงามที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด
แต่สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งในหัวใจ
และเป็นความหวัง…
ของทั้งผู้ที่อยากจากไปอย่างสงบ
และผู้ที่อยากส่งคนที่รักไปอย่างไม่ติดค้างในใจ

พวกเราขอขอบคุณพี่ประสาน คุณหมออิศรางค์และทีมเยือนเย็น รวมถึงป้าแดงจิตอาสา ที่ทำให้ครอบครัวของเราได้มีโอกาส “พาพ่อกลับบ้าน”
และได้ส่งท่านให้จากไปอย่างสงบตอนที่ได้อยู่กับลูกๆที่ท่านรักอย่างแท้จริง

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#ตายดีที่ปรารถนา

#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ขอกราบขอบพระคุณคุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เป็นอย่างสูง สำหรับความไว้วางใจที่มอบให้ทีมงานของ...
13/05/2026

เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ขอกราบขอบพระคุณคุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เป็นอย่างสูง สำหรับความไว้วางใจที่มอบให้ทีมงานของเราได้มีโอกาสร่วมดูแลในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต 🙏

ข้อความที่คุณแอ้มได้ถ่ายทอดออกมานั้น เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง ความสงบ และความงดงามของหัวใจที่ยอมรับความจริงของชีวิตด้วยสติและศักดิ์ศรีอย่างน่าเคารพยิ่ง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมเยือนเย็นและทีมอาจารย์แพทย์ นำโดย อาจารย์หมออิศรางค์ นุชประยูร มีความตั้งใจอย่างที่สุดในการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตของคุณแอ้มและครอบครัว เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่เป็นช่วงเวลาที่สงบ อบอุ่น และทุกข์ทรมานน้อยที่สุดเท่าที่การแพทย์และการดูแลแบบประคับประคองจะสามารถทำได้

เยือนเย็นเชื่อเสมอว่า “การดูแลแบบประคับประคอง” ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาอาการของโรค
แต่คือการดูแลความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ ความรัก ความหวัง และคุณค่าของชีวิตในทุกลมหายใจ

พวกเราขอชื่นชมในความกล้าหาญของคุณแอ้ม ที่ได้ใช้พื้นที่นี้ส่งต่อทั้งความรัก ความกตัญญู การให้อภัย และกำลังใจแก่ผู้คนรอบตัวอย่างงดงาม
สิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังสำคัญที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลระยะท้ายของชีวิตให้กับสังคมไทยต่อไป

ในนามของเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม
พวกเราขอส่งความเคารพ ความห่วงใย และกำลังใจไปยังคุณแอ้มและครอบครัว
และจะยังคงอยู่เคียงข้างในการเดินทางครั้งนี้อย่างดีที่สุด ด้วยหัวใจของผู้ดูแลทุกคน

ด้วยความเคารพอย่างสูง
เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม

เรื่องเล่าเยือนเย็น - คุณตาประกอบกับการวางแผนช่วงสุดท้ายที่บ้าน2 ปีก่อน คุณตาโทรมาหาเยือนเย็นด้วยตัวเองเพื่อวางแผน “วันส...
11/05/2026

เรื่องเล่าเยือนเย็น - คุณตาประกอบกับการวางแผนช่วงสุดท้ายที่บ้าน

2 ปีก่อน คุณตาโทรมาหาเยือนเย็นด้วยตัวเอง
เพื่อวางแผน “วันสุดท้ายของชีวิต” ก่อนวันที่จะมาถึง

“ถ้าวันหนึ่งผมนอนติดเตียง…
อย่าส่งผมไปโรงพยาบาลนะ
ผมอยากอยู่บ้าน”

นี่คือสิ่งที่คุณตาประกอบ วัย 92 ปี
โทรมาบอกเยือนเย็นด้วยตัวเอง
ทั้งที่วันนั้น…คุณตายังแข็งแรงดี

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน
มีชายวัย 92 ปี โทรหาเยือนเย็นด้วยตัวเอง

น้ำเสียงของคุณตานิ่ง สุภาพ และชัดเจนมาก

“ผมอยากวางแผนชีวิตระยะท้ายครับ”

คุณตาบอกว่า รู้จักเยือนเย็นจากเพื่อนที่ส่งข้อมูลมาให้ทางไลน์
และพูดประโยคหนึ่งที่ทีมงานยังจำได้ดีจนถึงวันนี้

“ผมต้องการใช้บริการแบบที่ได้ข้อมูลนี้มา”

แม้คุณตาจะยังปักหมุดโลเคชันในโทรศัพท์ไม่เป็น
แต่กลับอธิบายเส้นทางเข้าบ้านได้ละเอียดอย่างน่าทึ่ง

เลี้ยวซ้ายตรงไหน
ผ่านคลองอะไร
หน้าปากซอยมีร้านอะไรอยู่

คุณตาบอกทุกอย่างอย่างแม่นยำ
ราวกับกำลังรอใครสักคนเดินทางมาถึงบ้าน

วันต่อมา
ทีมแพทย์และพยาบาลของเยือนเย็นจึงนัดลงพื้นที่ไปพบคุณตา

ระหว่างทาง คุณตายังคอยโทรบอกจุดสังเกตเป็นระยะ
จนสุดท้าย…เราได้พบชายชราคนหนึ่ง
ที่นั่งรออยู่ในบ้านย่านตลิ่งชันอย่างเรียบง่าย

และนั่นคือจุดเริ่มต้น
ของความสัมพันธ์เล็กๆ ที่ยาวนานเกือบ 2 ปี

หลายคนรอวางแผนชีวิตระยะท้าย
ตอนที่ป่วยหนักแล้ว

แต่คุณตาเลือกวางแผน…ตั้งแต่วันที่ยังพูดคุย เดินเหิน และตัดสินใจเองได้ทั้งหมด

คุณตาอยู่บ้านคนเดียว หลังภรรยาเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน
ลูกสาวโตแวะมาดูแลเป็นประจำ ลูกชายคนกลางเสียชีวิตไปแล้ว
ส่วนลูกชายคนเล็กก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

คุณตาเคยรับราชการทหารเรือ
ทำงานปราบมาลาเรียหลายจังหวัด
เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนพยาบาลทหารเรือ
และใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเรียบง่ายกับการศึกษาธรรมะ

วันนั้นคุณตาบอกทีมงานว่า

“ชีวิตผมสมบูรณ์แล้ว”
“ไม่ห่วงอะไร”
“ถ้าถึงเวลา…ขออยู่ที่บ้าน”

คุณตาทำเอกสารแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า
บอกลูกหลานไว้ชัดเจน
และกำชับว่า
“ถ้ามีอะไร ให้ติดต่อเยือนเย็น”

แม้อายุจะมากขึ้น
แต่คุณตายังคงดูแลตัวเองได้ดีมาตลอด

คุณตาเคยมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่ออายุ 70 ปี
รักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าจนหายดี
ต่อมาเมื่ออายุ 79 ปี ก็เคยผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมากสำเร็จ

หลังผ่านโรคใหญ่ของชีวิตมาหลายครั้ง
คุณตายิ่งใช้ชีวิตอย่างเข้าใจความไม่แน่นอนของร่างกาย

ท่านยังไปตรวจติดตามอาการที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างสม่ำเสมอ
ใช้ชีวิตเรียบง่าย ดูแลตัวเองได้
และพยายามไม่เป็นภาระของลูกหลาน

บางที…
อาจเป็นเพราะคุณตา “เข้าใจชีวิต” ดี
จึงเลือกวางแผนช่วงสุดท้ายเอาไว้ตั้งแต่วันที่ร่างกายยังแข็งแรง

คุณตาทำเอกสารแสดงเจตนาการดูแลล่วงหน้าไว้ชัดเจน
หากวันหนึ่งอาการทรุดหนัก
ขอให้ติดต่อเยือนเย็นได้ทันที

และตั้งแต่นั้นมา
ไลน์กลุ่มเล็กๆ ระหว่างคุณตากับทีมงาน
ก็กลายเป็นพื้นที่พูดคุย ถามไถ่ และส่งกำลังใจกันอยู่เสมอ

หลังจากนั้น
คุณตาส่งข้อความธรรมะมาในไลน์แทบทุกวัน

บางวันเป็นข้อคิดสั้นๆ
บางวันเป็นคำอวยพร

จนทีมงานเริ่มรู้สึกว่า
ไลน์กลุ่มนี้เหมือนมี “คุณตาของทุกคน” อยู่ในนั้น

กระทั่งวันหนึ่ง
ข้อความที่ส่งมา ไม่ใช่จากคุณตาอีกต่อไป

“คุณตาไอมาก มีไข้ ทานได้น้อย
ป้าเป็นลูกสาวค่ะ…
คุณตาสั่งไว้ว่าให้ติดต่อเยือนเย็น”

ทีมพยาบาลรีบไปถึงบ้านทันที

วันนั้นคุณตาหมดสติแล้ว
ออกซิเจนต่ำ หายใจเหนื่อย
และกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

ลูกสาวเคารพการตัดสินใจของพ่อ
ไม่มีการเรียกรถพยาบาล
ไม่มีการยื้อชีวิตเกินความต้องการของเจ้าตัว

มีเพียงคนในครอบครัว
เสียงพุทธวจนเบาๆ
และการจับมือส่งกันครั้งสุดท้าย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา
คุณตาจากไปอย่างสงบ…ที่บ้านของตัวเอง

ในแบบที่คุณตา “เลือกไว้แล้ว”

มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนปกติ
ก่อนนำร่างของคุณตาไปบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ให้โรงพยาบาลศิริราช
ตามเจตนาสุดท้ายที่ท่านตั้งใจไว้มาโดยตลอด

หลายครอบครัวไม่เคยได้พูดเรื่องนี้กันเลย
จนวันที่สายเกินไป

แต่คุณตาประกอบเลือกคุย
เลือกวางแผน
เลือกบอกความต้องการของตัวเองเอาไว้ล่วงหน้า

และนั่นทำให้วันสุดท้ายของชีวิต
ไม่เต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกผิด หรือการตัดสินใจแทนกัน

แต่เต็มไปด้วย “ความเข้าใจ” และ “การเคารพความเป็นมนุษย์”

🤍 การวางแผนชีวิตระยะท้าย
ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อชีวิต

แต่มันคือการเลือกว่า
เราอยากใช้ “ช่วงสุดท้าย” อย่างไร

ถ้าวันหนึ่งเลือกได้…
คุณอยากใช้วันสุดท้ายที่ไหน? คอมเม้นต์มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ

ในนามเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ขอขอบคุณครอบครัวคุณตาประกอบสำหรับเรื่องราว และรูปภาพ เพื่อนำมาลงเพจเยือนเย็น ฯ เป็นวิทยาทานสู่สาธารณประโยชน์ต่อไป

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#ตายดีที่ปรารถนา


#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เรื่องเล่าจากเยือนเย็น - คุณพ่อไพฑูรย์ ชะเอมกุลบางครั้ง…สิ่งที่ครอบครัวต้องการที่สุดในวันที่ชีวิตกำลังพังลงไม่ใช่ปาฏิหาร...
09/05/2026

เรื่องเล่าจากเยือนเย็น - คุณพ่อไพฑูรย์ ชะเอมกุล

บางครั้ง…
สิ่งที่ครอบครัวต้องการที่สุดในวันที่ชีวิตกำลังพังลง
ไม่ใช่ปาฏิหาริย์
แต่คือ “ใครสักคน” ที่ช่วยจับมือเราไว้และบอกว่า

“เดี๋ยวเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
ย้อนกลับไปเดือนกรกฎาคม 2568
ครอบครัวเราได้รับข่าวที่ไม่มีใครเคยเตรียมใจมาก่อน…

คุณพ่อวัย 79 ปี
ผู้ชายที่แข็งแรงมาตลอดชีวิต
ไม่เคยป่วยหนัก
ไม่เคยมีสัญญาณเตือนอะไรเลย
กลับถูกวินิจฉัยว่า
เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ลุกลามหลายจุด
วันนั้น…โลกทั้งใบของครอบครัวเงียบไปหมด
และเมื่อคุณพ่อเลือกกลับบ้าน
เพื่อใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตกับคนที่รัก

ความกังวลก็เริ่มต้นขึ้นทันที
“เราจะดูแลพ่อได้ดีพอไหม”
“ถ้าพ่อเจ็บขึ้นมา เราต้องทำอย่างไร”
“แม่จะรับไหวไหม”
ยอมรับตรงๆ ว่า
ตอนนั้นทุกคนกลัวมาก
..และเหมือนธรรมะจัดสรร ได้มีคนแนะนำ
ให้รู้จัก “เยือนเย็น”
เราเริ่มจากการเข้าไปอ่านเรื่องราวในเพจ
อ่านประสบการณ์ของหลายครอบครัว
ก่อนตัดสินใจโทรเข้าไปคุย
และแค่บทสนทนาสั้นๆ ครั้งแรก
เราก็สัมผัสได้ถึงคำว่า “ใส่ใจ”

วันที่คุณหมอมาเยี่ยมที่บ้าน
ไม่ใช่การตรวจ 10-15 นาทีแล้วกลับ
แต่เป็นหลายชั่วโมง
ที่คุณหมอนั่งคุยกับเราอย่างเข้าใจจริงๆ
อธิบายโรคตรงไปตรงมา
ตอบทุกคำถาม
และที่สำคัญที่สุด…
คุณหมอไม่ได้สอนแค่ “วิธีดูแลผู้ป่วย”
แต่สอนเราใช้ “เวลา” ที่เหลืออยู่ด้วยกันให้ดีที่สุด

หลังจากวันนั้น
บ้านของเราค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากบ้านที่เต็มไปด้วยความกลัว
กลายเป็นบ้านที่เริ่มมี “รอยยิ้ม” กลับมาอีกครั้ง
เราเริ่มทำเรื่องเล็กๆ ซึ่งเป็นคำแนะนำของ
คุณหมอ ที่ไม่เคยคิดว่าจะสำคัญขนาดนี้

เราพาช่างมาตัดผม โกนหนวดให้คุณพ่อ
อ่านข่าวให้ฟังทุกเช้า
ชวนเลือกซื้อลอตเตอรี่ด้วยตัวเอง
นิมนต์พระมารับสังฆทาน-ตักบาตร
เปิดรูปเก่าๆ ตอนครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน
เล่าเรื่องวีรกรรมสมัยหนุ่มๆ ของพ่อ
และทุกครั้งที่คุณพ่อหัวเราะ

เราจะรู้ทันทีว่า…
“ความสุขในช่วงท้ายชีวิต” มีอยู่จริง
แม้ร่างกายของคุณพ่อจะค่อยๆ อ่อนแรงลง
ทานอะไรแทบไม่ได้
แม้แต่น้ำยังไหลออกจากปาก
แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อไม่เคยหายไปคือ
“ความห่วง”

วันที่คุณหมอบอกความจริงเรื่องโรค
คุณพ่อร้องไห้หนักมาก
แล้วพูดคำแรกว่า
“พ่อห่วงแม่…ห่วงลูก…”
แต่ด้วยการดูแลอย่างอ่อนโยน
ของคุณหมอและทีมงานที่ค่อยๆ พูด ค่อยๆ รับฟัง
จนทำให้คุณพ่อเริ่มสงบลง
และยอมรับทุกอย่างได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ตลอดช่วงเวลานั้น
ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน
“เยือนเย็น” ไม่เคยหายไปไหน
ทุกคำถามมีคนตอบเสมอ
ทั้งคุณหมอและพยาบาลในไลน์กลุ่ม
สิ่งไหนไม่มีหลายอย่างเช่น
เตียงไฟฟ้า
ยาเร่งด่วน
อุปกรณ์ต่างๆ
สิ่งไหนจำเป็น
ทีมจะรีบส่งมาถึงบ้านทันที
แต่สิ่งสำคัญที่สุด
ไม่ใช่อุปกรณ์หรือยา
คือความรู้สึกที่ว่า
“เราไม่ได้สู้กันอยู่ลำพัง”

สำหรับครอบครัวเรา
“เยือนเย็น” ไม่ใช่แค่ทีมดูแลผู้ป่วย
แต่เหมือนญาติคนหนึ่ง
ที่เข้ามาโอบกอดเราไว้
ในวันที่หัวใจแทบแตกสลาย

และเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568
คุณพ่อจากไปอย่างสงบที่บ้าน
ในสถานที่ที่ท่านรักที่สุด
ท่ามกลางคนที่ท่านรักที่สุด
วันนั้นคุณหมอและทีมงานมาร่วมส่งคุณพ่อครั้งสุดท้าย
ครอบครัวเราซาบซึ้งใจมาก
ที่ประเทศไทยยังมีการดูแลแบบนี้อยู่จริง
การดูแลที่ไม่ได้รักษาแค่ “โรค”
แต่ดูแลไปถึง “หัวใจ” ของทั้งครอบครัว
ขอบคุณ “เยือนเย็น”
ที่ช่วยโอบกอดพวกเรา
ในวันที่อ่อนแอที่สุดของชีวิต 🤍
.....รัก “เยือนเย็น” ขอบคุณที่โอบกอดเราในช่วงที่ผ่านมา....ขอบคุณจริงๆ คะ”

#เพราะทุกช่วงเวลาสุดท้ายมีความหมาย
#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#ตายดีที่ปรารถนา

#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

“บางคน…ไม่ได้มีชื่อเสียงแต่เมื่อเขาจากไปกลับมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน”2 พฤษภาคมที่ผ่านมาคุณหมออิศรางค์ นุชประยูร ได้มีโอก...
06/05/2026

“บางคน…ไม่ได้มีชื่อเสียง
แต่เมื่อเขาจากไป
กลับมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน”

2 พฤษภาคมที่ผ่านมา
คุณหมออิศรางค์ นุชประยูร
ได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญครบ 100 วันของ
“คุณพัด” – พิพัฒน์ เลิศกิตติสุข
และได้อ่านโพสต์ของเพื่อนคนหนึ่งของคุณพัด
ที่เขียนไว้ว่า…

“....คนที่ไม่ใช่คนดัง
แต่ทำให้คนที่รู้จัก
'อึ้ง ทึ่ง และประทับใจ'....."

ตลอดการเดินทางของคุณพัด
เราได้เห็นสิ่งนี้ด้วยตาของเราเอง
ผู้ชายคนหนึ่ง
ที่เลือก “ไม่รักษาเพื่อยื้อเวลา”
แต่เลือก “ใช้เวลาที่เหลือให้มีความหมาย”
ผู้ชายคนหนึ่ง
ที่แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงทุกวัน
แต่ยังยืนยันจะทำงานต่อ
เพราะนั่นคือ “ตัวตนของเขา”
และผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ในช่วงท้ายของชีวิต
ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่า
“การไม่เจ็บปวด
และการได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง”

ในห้องผู้ป่วย
เราเห็นเพื่อน ๆ มานั่งล้อมวง
เปิดเพลง
หัวเราะ
และอยู่ด้วยกัน
เราเห็นเขา
ออกเดินทางอีกครั้ง
ทั้งที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย
กลับไปยังสถานที่
ที่เขาเคยสร้างคุณค่าไว้
และที่สำคัญที่สุด
เราเห็น “ใจของเขา”
ค่อย ๆ วางสิ่งที่หนักที่สุดลง

สิ่งที่เพื่อนของคุณพัดเขียนไว้
อาจอธิบายตัวตนของเขาได้ดีที่สุด
เขาเป็นคนธรรมดาแต่เป็นคนธรรมดาที่
“เปล่งแสง” เป็นคนโลว์โปรไฟล์
แต่ไฮเพอร์ฟอร์ม ใช้ชีวิตแบบปิดทองหลังพระ
ใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่ายและสมถะ

และในวันทำบุญ 100 วัน
เราได้เห็นว่า
ทุกสิ่งที่คุณพัดทำนั้น…ยังคงอยู่
อยู่ในความทรงจำของผู้คน
อยู่ในงานที่เขาเคยทำ
อยู่ในหัวใจของเพื่อน ๆ ที่ยังมาหากัน
💙 บางครั้ง
ชีวิตที่มีความหมาย
ไม่ใช่ชีวิตที่คนทั้งโลกจดจำ
แต่คือชีวิตที่
“คนที่ได้รู้จัก…ไม่มีวันลืม”

ขอบคุณคุณพัด
ที่ทำให้เราเห็นว่า
การดูแลที่ดีที่สุดในวันท้ายของชีวิต
ไม่ใช่แค่การรักษา
แต่คือการได้ “ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่”
จนถึงลมหายใจสุดท้าย

ในนามเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ขอขอบพระคุณ เพื่อนๆของคุณพัดได้รวบรวมเงินบริจากให้กับทางเยือนเย็น ในการทำงานดูแลสุขภาพผู้ป่วยแบบประคับประคอง เพื่อสังคมต่อไป

📖 เนื้อหาในคอมเมนต์นี้คือโพสต์จากเพื่อนของคุณพัด
ที่เราอยากชวนทุกคนได้อ่าน….

💬 คุณเคยเจอใครแบบ “คุณพัด” ไหม?
คนธรรมดาๆ
แต่เปลี่ยนชีวิตคนรอบตัวไปอย่างเงียบ ๆ
ลองเล่าให้เราฟังในคอมเมนต์ได้นะครับ

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#ตายดีที่ปรารถนา


#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เรื่องเล่าจากเยือนเย็นการเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุขตอนที่ 3 : ใช้ชีวิตเต็มที่…แม้ร่างกายมีข้อจำกัด“ถ้าเห...
29/04/2026

เรื่องเล่าจากเยือนเย็น
การเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุข

ตอนที่ 3 : ใช้ชีวิตเต็มที่…แม้ร่างกายมีข้อจำกัด

“ถ้าเหลือเวลาอีกไม่มาก
คุณอยากใช้มันยังไง”
คำถามนี้
ไม่มีใครตอบแทนกันได้
แต่คุณพัด…เลือกตอบด้วยการ “ใช้ชีวิตต่อ”

หลังจากวันที่ใจเขา “เบาลง”
ในตอนที่แล้ว
จากอยู่ในโรงพยาบาล
กว่าสามสัปดาห์
ร่างกายไม่ได้ดีขึ้น
แต่ก็ไม่แย่ลงไปกว่านั้น
ความเจ็บปวดถูกควบคุมได้
ชีวิตเริ่มนิ่ง
แต่คำถามใหม่เกิดขึ้น
“จะใช้ชีวิตที่เหลือ…ที่ไหนดี”

คอนโดเดิม
ไม่เหมาะกับชีวิตที่ต้องมีคนดูแลตลอดเวลาอีกต่อไป
เพื่อน ๆ กัลยาณมิตร
ช่วยกันหาทางเลือกให้
ทั้งบ้าน
ทั้งศูนย์ดูแล
คุณพัดยังคงเป็นคนเดิม
คิดละเอียด
เลือกอย่างตั้งใจ
จนในที่สุด
ก็เลือก “บ้านเช่าหลังหนึ่ง”
แม้มันยังไม่เสร็จ
และต้องรออีกระยะ
เป็นบ้านที่กำลังรีโนเวท
เพื่อย้ายเข้าในเดือนหน้า
แต่เหมือนเขาได้เลือก
“ปลายทางของชีวิต” ไว้แล้ว

ระหว่างที่รอ…
มีใครบางคนถามขึ้นมาว่า
“ก่อนจะไป…เราอยากทำอะไรอีกไหม”

คำตอบของคุณพัด
ไม่ใช่เรื่องการรักษา
แต่คือ
“อยากออกไปข้างนอก”

คุณปิ๋วและเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี
ตัดสินใจทันที
“งั้น…เราไปกัน”

เราเองก็พูดเพียงสั้น ๆ ว่า
“ไปเลย”
เพราะบางครั้ง
การดูแลที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การกันความเสี่ยงทั้งหมดออกไป
แต่คือการ “ทำให้ชีวิตยังเป็นชีวิต”
ให้ความมั่นใจว่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อ
จิตวิญญาณของคุณพัดที่เป็นนักเดินทาง
และคุณพัดก็ไม่กลัวตายอยู่แล้ว

มีมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ เกิดขึ้นในห้องผู้ป่วย 🎵
เสียงกีตาร์
เสียงเพลง
เสียงหัวเราะ
แทนที่เสียงเครื่องมือแพทย์

วันนั้น
ไม่มีใครรู้สึกว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาล
มีแค่ “ช่วงเวลาที่มีความหมาย”

คุณพัดยิ้ม
แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“เสาร์หน้า…มาเล่นกันอีกนะ”

ไม่มีใครตอบว่า
จะมีเสาร์หน้าจริงไหม
แต่ทุกคน “เลือกอยู่กับวันนี้”

ไม่นานหลังจากนั้น
คุณพัดได้ออกเดินทางอีกครั้ง
ไปที่สวนสามพราน
สถานที่ที่เขาเคยมีส่วนร่วมวางแผนไว้
เมื่อหลายสิบปีก่อน

การเดินทางครั้งนี้
ไม่ใช่แค่การไปเที่ยว
แต่มันคือการ “กลับไปเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเอง”

เพื่อน ๆ มารวมตัวกัน
มีการจัดพิธีสงฆ์ เพื่อเป็นสิริมงคล
และชื่นชมผลงานที่เคยทำไว้
มีรอยยิ้ม
มีบทสนทนา
มีความทรงจำที่ถูกเล่าซ้ำ

คุณพัดได้เห็นว่า
สิ่งที่เขาเคยทำไว้
ยังคง “เติบโต” อยู่บนโลกใบนี้

และบางที…
นั่นอาจเพียงพอแล้ว

สองวันหลังจากนั้น
ร่างกายเริ่มเปลี่ยนไป
คุณพัดเริ่มเบลอ คุยไม่รู้เรื่อง
เขาหลับมากขึ้น
พูดน้อยลง
กินได้น้อยลง
อันเป็นอาการของตับวาย
เนื่องจากมะเร็งรบกวน
การทำงานของตับ

ร่างกายกำลังค่อย ๆ บอกว่า
“ถึงเวลาแล้ว”

เราแจ้งเพื่อนและครอบครัว
ให้มาพบกัน
ไม่มีความวุ่นวาย
ไม่มีการยื้อ
มีเพียง “การอยู่ด้วยกัน”

สองวันต่อมา
คุณพัดหลับ
และไม่ตื่นขึ้นมาอีก

เขาจากไปอย่างสงบ
ที่โรงพยายาลรวมใจรักษ์
ท่ามกลางผู้คนที่รักเขา

เหมือนการเดินทาง
ที่ถึงปลายทางอย่างนุ่มนวล
โดยไม่ต้องเร่ง
และไม่ต้องกลัว

💙 เพราะในท้ายที่สุด
ชีวิตที่ดี
อาจไม่ใช่ชีวิตที่ยาวที่สุด
แต่คือชีวิตที่เราได้เลือกเอง
และได้ใช้มัน
“อย่างเต็มที่” จริง ๆ


💬 แล้วคุณล่ะ…
ถ้าวันหนึ่งคุณรู้ว่า
เวลาของคุณ “มีจำกัด”
คุณอยากใช้มันไปกับอะไรที่สุด?
ลองเล่าให้เราฟังได้นะครับ

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#ตายดีที่ปรารถนา


#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เรื่องเล่าจากเยือนเย็นการเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุขตอนที่ 2 : “ปลดล็อกความทุกข์ใจ”หลังจากวันที่คุณพัดต้อ...
23/04/2026

เรื่องเล่าจากเยือนเย็น
การเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุข

ตอนที่ 2 : “ปลดล็อกความทุกข์ใจ”

หลังจากวันที่คุณพัดต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล
ชีวิตที่เคย “เดินทางไปทำงานทั่วประเทศ”
ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยคำว่า “อยู่บนเตียง”

มะเร็งได้กระจายไปทั่วร่างกาย
ทั้งกระเพาะปัสสาวะ ปอด ตับ กระดูก
และเริ่มกดทับไขสันหลัง
แม้จะฉายรังสีครบแล้ว
จึงเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลรวมใจรักษ์
ทำ CT scan สมอง ยังไม่พบว่ากระจายไปสมอง
แต่ร่างกายก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
มือที่เคยอ่อนแรง
ค่อย ๆ กลับมาใช้งานได้จากการทำกายภาพ
แต่ขา…ยังไม่ยอมกลับมา

คุณพัดเริ่มต้องพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น
ในเรื่องที่ครั้งหนึ่งเคยทำได้เองทุกอย่าง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยน
“ผมยังอยากทำงาน”
ห้องผู้ป่วย
จึงกลายเป็น “ออฟฟิศ”
มีการประชุม
มีการวางแผน
มีการตัดสินใจ
เหมือนชีวิตยังเดินต่อ

แม้ร่างกายจะหยุดไปแล้วบางส่วน
เพราะสำหรับคุณพัด
งานไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำ
แต่มันคือ “ตัวตน”
เราไม่ได้ห้ามให้เขาหยุดทำงาน
เราเพียงช่วยให้เขา “เตรียมตัว”
เตรียมส่งต่องาน
เตรียมปิดสิ่งที่ค้างคา
เตรียม exit plan ของชีวิต
พร้อมกับบอกความจริงที่สำคัญที่สุด
เมื่อถึงเวลา
เขาจะ “ไม่ทรมาน”
ร่างกายจะค่อย ๆ เบาลง
หลับมากขึ้น
ตื่นน้อยลง
และจากไปอย่างสงบ
คุณพัดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า
“แบบนี้…ก็ดี”
เหมือนมีบางอย่างในใจ
ค่อย ๆ คลายลง

แต่ถึงจะดูเข้มแข็งแค่ไหน
เรากลับสัมผัสได้เสมอว่า
ยังมีบางเรื่อง
ที่คุณพัด “ยังวางไม่ลง”
ไม่ใช่เรื่องโรค
แต่เป็น “เรื่องในใจ”
เป็นเรื่องของครอบครัว
ของพี่น้อง
ที่ห่างหายกันไปนาน
ระหว่างการเยี่ยมในวันหนึ่ง
เราไม่ได้คุยเรื่องยา
แต่เราถามว่า
“คุณพัด…รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้ยังไงบ้าง”
บทสนทนาค่อย ๆ พาไปไกลกว่าที่คิด
ไปถึงเรื่องชีวิต
ความหมาย
และความตาย

คุณพัดเล่าว่า
มีคำถามบางอย่างเกี่ยวกับธรรมะ
ที่ยังค้างอยู่ในใจ
ไม่ใช่พิธีกรรม
แต่เป็นคำถามเชิงลึกของชีวิต

…เราเลยถามกลับไปว่า
“อยากคุยกับพระไหม”
และนั่น
คือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่สำคัญมาก
เราได้นิมนต์
พระมหาทวี ธมฺมทินฺโน
มาสนทนาเป็นการส่วนตัวที่โรงพยาบาล
ท่านไม่ใช่พระที่เน้นพิธีกรรม
แต่เป็นพระที่ “ทำงานกับความทุกข์ของมนุษย์” โดยตรง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ท่านศึกษาและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในด้านพุทธปรัชญา
และศาสตร์การเยียวยาจิตใจ
ท่านเป็นพระคิลานธรรม (เยียวยาใจด้วยธรรมะ)
ที่ทำงานดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
และผ่านการอบรมเรื่องการเผชิญความตายอย่างสงบ
รวมถึงกระบวนการเรียนรู้ด้านภาวะผู้นำและการเข้าใจชีวิต
มีความสามารถให้การฟัง และให้คำปรึกษา สามารถนิมนต์ได้ทุกเวลา

แต่สิ่งที่ทำให้การสนทนาครั้งนี้ “แตกต่าง”
ไม่ใช่แค่ความรู้ของท่าน
คือ “การฟัง”
การฟังที่ไม่รีบตอบ
ไม่รีบสอน
และไม่ตัดสิน
รวมถึงประสบการณ์ตรง

จากการดูแลญาติของตัวเองในช่วงท้ายชีวิต
และการนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยมานับครั้งไม่ถ้วน
ทำให้ทุกคำถามของคุณพัด
ไม่ใช่แค่ “ถูกตอบ”
แต่ “ถูกรับฟังอย่างแท้จริง”
บทสนทนาที่เกิดขึ้นในวันนั้น
ยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง…

ไม่มีเครื่องมือแพทย์
ไม่มียา
ไม่มีการรักษา
มีเพียง “การฟังอย่างลึกซึ้ง”
และคำถามที่ไม่เคยถูกถามมาก่อนในชีวิต

ระหว่างการพูดคุย
คุณพัดเริ่มเงียบลง
ก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลออกมา
ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดทางกาย
แต่เป็นน้ำตาของการ “ได้เข้าใจตัวเอง”
ได้มองเห็นความสัมพันธ์กับพี่น้อง
ในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ได้คลายคำถามที่ค้างอยู่ในใจมานาน
เหมือนสิ่งที่เคยหนัก
ถูกวางลงทีละชิ้น
หลังจากวันนั้น
คุณพัดดู “เบาขึ้น”
ไม่ใช่เพราะโรคดีขึ้น
แต่เพราะ “ใจเบาลง”

เขายังอยากทำงานเหมือนเดิม
ยังอยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
แต่ในขณะเดียวกัน
ก็เริ่มยอมรับความจริงอีกด้านหนึ่ง
ว่า…
“ความตายไม่ใช่สิ่งที่ต้องหนี”
และไม่จำเป็นต้องยื้อไว้
คำถามต่อไปจึงไม่ใช่
จะรักษาอย่างไร
แต่คือ
ในวันที่ร่างกายมีข้อจำกัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เราจะยังใช้ชีวิตให้ ‘เต็มที่’ ได้อย่างไร

✨ ติดตามตอนต่อไป : “ใช้ชีวิตเต็มที่ แม้มีข้อจำกัดทางกาย”

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

เรื่องเล่าจากเยือนเย็นการเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุขตอนที่ 1 : “ไม่รักษา…จะได้ทำงานต่อ”มีบางคนที่ใช้ชีวิต...
21/04/2026

เรื่องเล่าจากเยือนเย็น
การเดินทางของ “คุณพัด” - พิพัฒน์ เลิศกิตติสุข

ตอนที่ 1 : “ไม่รักษา…จะได้ทำงานต่อ”
มีบางคนที่ใช้ชีวิตเหมือนทุกวันคือภารกิจสำคัญ
และสำหรับ “คุณพัด” งานไม่ใช่แค่อาชีพ
แต่มันคือความหมายของการมีชีวิตอยู่
ในวัย 65 ปี คุณพัดยังคงเป็นคนที่แข็งแรง
เดินทางไปทั่วประเทศในฐานะที่ปรึกษาด้านสื่อและ strategic planning
ช่วยองค์กรการกุศลหลายแห่งขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม

จนวันหนึ่ง…
มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
ผลตรวจพบว่าเป็น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
หลังการผ่าตัด ช่วงเวลาหนึ่งโรคสงบลง
เหมือนชีวิตกำลังจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
แต่เพียง 5 เดือนต่อมา
มะเร็งได้กระจายไปที่ปอด
คุณพัดเลือก “ไม่ทำเคมีบำบัด”
ไม่ใช่เพราะไม่อยากอยู่ต่อ
แต่เพราะอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่
กับสิ่งที่มีความหมายที่สุดสำหรับตัวเอง
“ขอได้ทำงานต่อ”

สองปีหลังจากนั้น
ความเจ็บปวดเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง
เลือดในปัสสาวะกลับมา
พร้อมอาการปวดสะโพกร้าวลงขา
จากคนที่เคยเดินทางไปทั่วประเทศ
เริ่มเดินได้ยากขึ้นทีละน้อย
คุณพัดมาปรึกษาเยือนเย็นในฐานะ second opinion
พร้อมคำถามสำคัญที่ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษา
แต่คือ
จะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างไร ให้ยังเป็นตัวเองที่สุด

คุณพัดใช้ชีวิตคนเดียว
ไม่มีภาระครอบครัว
มีพี่น้อง 4 คนแต่ไม่ค่อยติดต่อกัน
คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ปี 41 ส่วนคุณแม่เสีย
ไปเมื่อปีก่อน
คุณพัดรักการเดินทาง มักเดินทางไปทำงาน
เป็นที่ปรึกษาทั่วประเทศไทย
รักศิลปะ รักงานฝีมือ
และชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่วัดปทุมฯ เป็นประจำ

เมื่อถามถึงความกลัวตาย
คำตอบที่เราได้ยินคือ
“ไม่กลัวตาย
แค่ไม่อยากเจ็บปวดทรมาน”
นี่คือประโยคที่สะเทือนใจมาก
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ผู้ป่วยกลัว
ไม่ใช่ความตาย
แต่คือการสูญเสียคุณภาพชีวิตก่อนถึงวันนั้น

แม้แพทย์จะเสนอทางเลือกของยามุ่งเป้า
ซึ่งอาจช่วยชะลอโรคได้
แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก
เราไม่ได้บอกว่าควรเลือกอะไร
เราเพียงช่วยให้คุณพัดเห็นว่า
ไม่ว่าตัดสินใจแบบไหน
เขายังมีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง
และที่สำคัญ
เยือนเย็นจะช่วยให้เขา
“อยู่กับโรคอย่างสงบและไม่เจ็บปวด”

ท้ายที่สุด คุณพัดตัดสินใจลองรักษา 3 เดือน
พร้อมปรับยาเพื่อควบคุมความปวด
จนยังสามารถทำงานต่อได้
แต่ผลตรวจครั้งถัดมา
มะเร็งกลับลุกลามไปมากกว่าเดิม
ถึงกระดูกและไขสันหลัง จึงแนะนำให้คุณพัด
รีบปรึกษาแผนกรังสีรักษาด่วนก่อนจะกดไขสันหลัง
ซึ่งจะทำให้ขาอ่อนแรงเดินลำบาก เริ่มดูแลตนเองยาก

ชีวิตเริ่มเปลี่ยนจากการ “เดินทางไปทำงาน”
กลายเป็น “ต้องมีคนช่วยดูแลใกล้ชิด”
และแล้ววันหนึ่ง
คุณพัดเริ่มสับสนเฉียบฉลัน มือขวาใช้งานไม่ได้
เขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ทันที
เพื่อหาสาเหตุอาการทางสมอง บำบัดอาการปวด
และทำกายภาพบำบัด
แต่สิ่งที่หนักที่สุดในเวลานั้น
อาจไม่ใช่อาการทางกาย

หากเป็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกในใจ
ซึ่งยังไม่เคยถูกพูดถึง
และมันกำลังรอการปลดล็อก…

✨ ติดตามตอนต่อไป :เรื่องของคุณพัดตอน “ปลดล็อกความทุกข์ใจ”
บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราไปต่อไม่ได้
ไม่ใช่โรค
แต่อาจเป็นเรื่องค้างคาในหัวใจ

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

เรื่องเล่าเยือนเย็น คุณพ่อบุญยเกียรติ - “การไม่ยื้อชีวิต ไม่ได้แปลว่าไม่รัก แต่คือความรักที่ลึกที่สุด” เพราะบางครั้ง… คว...
08/04/2026

เรื่องเล่าเยือนเย็น
คุณพ่อบุญยเกียรติ - “การไม่ยื้อชีวิต ไม่ได้แปลว่าไม่รัก แต่คือความรักที่ลึกที่สุด”

เพราะบางครั้ง… ความรัก ไม่ได้แปลว่า “ต้องยื้อไว้ให้นานที่สุด”
แต่คือการอยู่ข้าง ๆ และเคารพทุกการตัดสินใจของเขา 🤍

หลายครอบครัวมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“ถ้าไม่รักษาต่อ เท่ากับเรารักเขาไม่พอหรือเปล่า”
“ถ้าไม่ยื้อชีวิต เราจะรู้สึกผิดไหม”

แต่จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
เราได้เรียนรู้ว่า
การไม่ยื้อชีวิต ไม่ได้แปลว่าไม่รัก
ตรงกันข้าม
มันคือความรักในรูปแบบที่ลึกที่สุด
เพราะเราเลือกให้
ความสุขสบายกายและใจของผู้ป่วย เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ❤️

เมื่อยังมีทางรักษา
เมื่อร่างกายยังตอบสนองต่อยา
เราก็สู้ไปด้วยกันอย่างเต็มที่
แต่เมื่อถึงวันที่โรคเดินทางมาสุดทาง
และทั้งร่างกายกับจิตใจของผู้ป่วยเริ่มบอกว่า
“พอแล้ว”

สิ่งที่ครอบครัวทำได้
ไม่ใช่การปล่อยมือ
แต่คือการ บีบมือเขาให้แน่นกว่าเดิม
อยู่กับเขาในทุกลมหายใจ
รับฟังทุกความรู้สึก
และเคารพในสิ่งที่เขาเลือก 🤍

อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้คือ
ผู้ดูแลไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
เต็มไปด้วยสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ทั้งอาการข้างเคียงจากยา
การติดเชื้อ
ภูมิคุ้มกันต่ำ
หายใจลำบาก ช็อก เกร็ง
หรือแม้แต่หมดสติ
หลายครั้งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเร็วมาก
เร็วจนผู้ดูแลตั้งรับไม่ทัน

การมีทีมแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญ
คอยให้คำปรึกษาเรื่องอาการ
โภชนาการ
สภาพจิตใจ
รวมถึงการเตรียมพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน
จึงไม่ใช่แค่ช่วยผู้ป่วย
แต่ช่วย “ประคองหัวใจของผู้ดูแล” ไปพร้อมกัน ❤️

ที่ เยือนเย็น
เราเชื่อว่าการดูแลแบบประคับประคอง
ไม่ใช่การรอวันสุดท้าย
แต่คือการทำให้ทุกวันที่เหลืออยู่
มีคุณภาพที่สุด
ทีมแพทย์และพยาบาลจะเข้าไปรับฟัง
พูดคุย
แนะนำแนวทางการดูแล
และเตรียมพร้อมให้ครอบครัวรับมือกับทุกสถานการณ์
แม้เพียงการมีกลุ่มไลน์พูดคุยกันระหว่างเรา
ทำให้ครอบครัวสามารถสอบถามทีมเยือนเย็นได้ตลอดเวลา
ก็ช่วยให้ผ่านช่วงเวลายากที่สุดไปได้อย่างมั่นใจขึ้น

แม้ครอบครัวของเราจะได้พบทีมเยือนเย็น
ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของป๋า
แต่ช่วงเวลานั้น
กลับเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าที่สุด
ทั้งคำปรึกษา
อุปกรณ์ที่จำเป็น
เวชภัณฑ์สำหรับบรรเทาอาการ
และการดูแลที่เข้าใจทั้งผู้ป่วยและครอบครัว
ช่วยให้ช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ผ่านไปได้อย่างสงบที่สุด
จนถึงวันและเวลาที่ป๋าเลือก
จะออกเดินทางไกล
ป๋าได้ยกมือไหว้
และกล่าวขอบคุณ
น.พ. ปกรณ์ ทองวิไล
ก่อนหลับตา
และจากไปอย่างสงบ
ในแบบที่ป๋าต้องการทุกประการ 🤍

เพราะบางครั้ง
การดูแลที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การยื้อชีวิตให้นานที่สุด
แต่คือการทำให้ทุกลมหายใจที่เหลืออยู่
เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ความรัก และความสงบ
❤️ ความสุขสบายกายและใจของผู้ป่วย คือสิ่งสำคัญสูงสุด

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

เรื่องเล่าเยือนเย็นคุณพ่อ บัณฑิต ชุณหสวัสดิกุล กับความรักที่ต้องเลือกคุณพ่อบัณฑิตตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่าจะมีอายุถึงร้อยปีไม...
05/04/2026

เรื่องเล่าเยือนเย็น
คุณพ่อ บัณฑิต ชุณหสวัสดิกุล กับความรักที่ต้องเลือก

คุณพ่อบัณฑิตตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่าจะมีอายุถึงร้อยปี
ไม่ใช่แค่พูดเล่น แต่เป็นเป้าหมายที่ท่านตั้งใจจริง เพราะท่านเคยเป็นแพทย์ เข้าใจร่างกาย เข้าใจโรค และทราบว่าถ้าดูแลตัวเองดีพอ ร่างกายก็จะตอบแทนด้วยการอยู่แข็งแรงไปนานแสนนาน กระนั้น อายุขัยของมนุษย์ ย่อมมีขีดจำกัด

ท่านทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุ 89 ปี ในช่วงใกล้เคียงกับที่คุณแม่เริ่มไม่สบาย ตอนนั้นท่านแทบไม่มีอาการอะไรเลย เพียงแต่ค่ามะเร็งที่ไต่สูงขึ้นทำให้ท่านไม่สบายใจ จึงต้องตระเวนปรึกษาแพทย์และเพื่อนร่วมวิชาชีพ เพื่อหาแนวทางรักษา หลังจากผ่าตัดต่อมลูกหมากแล้ว ค่ามะเร็งกลับยังคงไต่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

จนเมื่ออาการหนักขึ้น ท่านเริ่มหายใจหอบเพราะน้ำท่วมปอด และเจ็บกระดูกสันหลังมากขึ้นจากการกระจายของมะเร็ง ท่านจึงถูกส่งตัวเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลรัฐ — ที่เดียวกันกับที่คุณพ่อเคยทำงานมาทั้งชีวิต ท่านเดินทางมาที่นี่ในฐานะหมอทุกวัน แต่วันนี้มาในฐานะผู้ป่วย หลังจากนั้นจึงย้ายมาโรงพยาบาลเอกชน ที่นั่นเอง แพทย์ได้แจ้งกับครอบครัวอย่างตรงไปตรงมาว่า การรักษาที่ทำได้มีไม่มากแล้ว ทำได้แต่ประคองไปเรื่อยๆ
ตอนนั้น คุณพ่อยังรับรู้ได้ แต่เริ่มสื่อสารไม่ได้แล้ว
คุณบิ๊กลูกสาวได้ถามท่านว่า ถ้าเป็นแบบนี้ อยากคุยกับทีมเยือนเย็นที่เคยดูแลคุณแม่ไหม — แต่คุณพ่อยังส่ายหัว ยังไม่เอา อยากจะยื้อเอาไว้ก่อน

แต่กระนั้น การนอนโรงพยาบาลนานๆ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย — แผลกดทับที่ทำให้เจ็บปวด หัตถการที่ทรมาน ลูกๆ มองเห็นแผลในปากจากการดูดเสมหะ แล้วรู้ได้เลยว่าแผลแบบนั้นมันคงต้องเจ็บ
แต่ที่ยากกว่าสำหรับลูกๆ คือ คุณพ่อยังคงรู้ตัวอยู่
"จับมือท่าน แล้วท่านบีบแรง สติยังดีอยู่ แต่ร่างกายไปต่อไม่ได้แล้ว"
พี่น้องนั่งคุยกันอยู่เนิ่นนาน เพราะการตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย ไม่ใช่ว่าไม่รัก ไม่ใช่ว่าเลิกสู้ แต่เพราะเมื่อเรารักคนคนหนึ่ง เราจึงเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น มันไม่ใช่การได้ใช้ชีวิตที่คุณพ่ออยากมี
สุดท้ายพี่น้องจึงตัดสินใจร่วมกันที่จะไม่ยื้อชีวิตอีกแล้ว และพาคุณพ่อกลับบ้าน

คุณบิ๊กติดต่อทีมเยือนเย็น ให้ทีมงานเข้ามาช่วยดูแลและ setup การกลับไปอยู่ที่บ้านของคุณพ่อ โดยมีทีมเยือนเย็นดูแลใกล้ชิด และมีมอร์ฟีนเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกาย
ในคืนนั้นเอง คุณพ่อบัณฑิตจากไปอย่างสงบที่บ้าน ท่ามกลางครอบครัว

คุณบิ๊กบอกว่ายังไม่แน่ใจสนิทใจทั้งหมด เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก ไม่มีแม้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน แต่สิ่งที่พี่น้องทุกคนคอยย้ำเตือนกันคือ — เราไม่ได้ทำอะไรเพิ่มแล้ว เราแค่หยุด แล้วพาท่านกลับบ้าน
บางครั้ง ความรักไม่ได้แสดงออกด้วยการฮึดสู้ต่อไป แต่ด้วยการรู้ว่า เมื่อไหร่ที่เราควรจะปล่อย ให้คนที่เรารักสุดหัวใจ ได้พักสักที

ทีมเยือนเย็นเข้าใจดีว่าการตัดสินใจเช่นนี้ไม่มีวันง่าย และเราไม่ได้มาช่วยตัดสินใจแทนครอบครัว แต่มาเป็นที่พึ่ง มาให้ข้อมูล มาดูแลให้วาระสุดท้ายเป็นไปอย่างสงบและมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจแบบใด

บทความโดย: ธัญจิรา วิมลอนุพงษ์
#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง


#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

ที่อยู่

91/1045 หมู่ที่ 11 ถนนรามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66807766712

เว็บไซต์

https://yuenyen-se.com/about/, https://yuenyen-se.com/activity/, https://yuenyen-se.com/donatio

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม:

แชร์