06/12/2025
🐲 ประวัติการแพทย์แผนจีน โบราณ - ปัจจุบัน
💉 ต้องบอกก่อนว่าแม้วงการแพทย์หลายๆ แขนงจะมีเทคโนโลยีมาช่วย และมีการพัฒนาไปแต่เดิมมากๆ แต่แพทย์แผนจีนก็ยังเป็น Alternative Way ที่ได้รับการยอมรับกว่า 183 ประเทศทั่วโลก แล้วยังได้รับความสนใจไม่น้อย วันนี้อ๋องเลยรวมข้อมูลแล้วมาสรุปแบบจบในโพสต์เดียวครับ
⛵️ การแพทย์แผนตะวันตก จริงๆ เริ่มมีอิทธิพลต่อเวชศาสตร์จีนในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นับถึงปัจจุบัน (ประมาณปลายราชวงศ์ชิง) ซึ่งก็มีเพียงกว่า 100 ปีเท่านั้น แต่ในช่วงหลายพันปีก่อนหน้านั้น แพทย์แผนจีนรับจบครับ
เริ่มกันที่สมัยก่อนยุคจิ๋นซี
🍚 ช่วงนั้นแน่นอนว่าอาหารเป็นยา ยาเป็นอาหาร และมีการทดลองใช้สมุนไพรแบบลองผิดลองถูกกันเยอะมาก และมีความเข้าใจผิดเยอะเช่นเอาปรอทมาใช้ ในเวลานั้นมีเรื่องหยินหยางเข้ามาแล้ว ทำให้หยินหยางกลายเป็นรากฐานของแนวคิดแพทย์แผนจีน ที่ไม่ใช่แค่ว่าปราศจากโรค แต่ร่างกายต้องมีสมดุลย์ด้วย
นอกจากนี้ คนจีนยังค้นพบวิธีรักษาแบบใช้ความร้อน เช่นการประคบร้อน และอาศัยก้อนหินที่อุ่นจากไฟห่อด้วยหนังสัตว์หรือเปลือกไม้ ใช้เพื่อลดอาการปวด (ประคบนั่นเอง)
🪨 จากนั้นได้พัฒนาการรักษาด้วยการขูดหินหรือเข็มจากกระดูก ก่อกำเนิดเป็นการฝังเข็ม และแนวคิดระบบพลังลมปราณ
👉🏻 1. ในยุคสมัย “ชุนชิวจ้านกว๋อ” (ยุคสงครามก่อนจิ๋นซี – สงครามรัฐ)
ยุคนี้ได้เกิดการวินิจฉัย บิดาแห่งการแพทย์จีน เปี่ยนเชว่ (扁鹊) ได้คิดระบบ “ดู ฟัง ถาม จับชีพจร” ครอบคลุมเวชศาสตร์ภายใน ภายนอก สูติศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์ และโรคของอวัยวะห้าสำคัญ
ใช้วิธีรักษาแบบขูด เข็ม ฝังเข็ม นวด การใช้ตำรับยา และการประคบร้อน วางรากฐานแนวคิดการวิเคราะห์และรักษาโรคในแพทย์จีน
📕 ตำราแพทย์จีนโบราณที่เก่าแก่ที่สุด คือ 《黄帝内经》 ที่ปรากฏเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อนในยุคฉิน–ฮั่น (ประมาณช่วงจิ๋นซีฮ่องเต้ – ต้นสมัยฮั่น) มีการอธิบายเรื่องกายวิภาค สรีรวิทยา พยาธิวิทยา และแนวทางการรักษาโรคอย่างเป็นระบบ รวมถึงแนวคิดการแพทย์ป้องกันโรคไว้ก่อน “治未病”
2. ในช่วงปลายยุคฉิน–ฮั่น เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น การนำเข้ายาหายากจากชนเผ่าต่างๆ เช่นเขาสัตว์และสมุนไพรจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเริ่มมีความสำคัญ
🥒 ตำราสมุนไพรรูปแบบแรกคือ 《神农本草经》 ที่รวบรวมองค์ความรู้ยาก่อนฮั่นกว่า 365 ชนิด พร้อมแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ยา ปลอดภัย และประสิทธิภาพ เช่น ฝอยทองจีน麻黃 แก้หืด โกลเดนซีลจีน 黄连 แก้ท้องเดิน และ สาหร่ายทะเล แก้คอพอก ซึ่งปัจจุบันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประสิทธิภาพจริง
3. ในยุคฮั่นตอนปลาย แพทย์จางจงซงแต่งตำรา 《伤寒杂病论》 เกี่ยวกับโรคติดเชื้อและโรคทั่วไป วางหลักการวิเคราะห์อาการและการรักษาอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแยกแยะโรคตามอาการ ถือเป็นตำราทางคลินิกชั้นต้นที่มีอิทธิพล มีสูตรยารวมกว่า 269 สูตร
ส่วน ฮัวโต๋ (华佗 หมอที่รักษากวนอูนั่นแหละครับ ซึ่งตอนหลังก็ได้รับการยกย่องให้เป็นหมอสวรรค์ด้วย) บิดาแห่งการศัลยกรรม สร้างยาชา麻沸散 ทำให้เกิดการผ่าตัดด้วยยาชามาก่อนแพทย์แผนตะวันตกถึง 1,600 ปี
4. 🐲 ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 - 907)
แพทย์ซุนซือเหมี่ยว 孙思邈แต่งตำรา 《备急千金要方》 และ 《千金翼方》 รวมสูตรยาจำนวนมหาศาลและครอบคลุมหลายวิชา แสดงถึงความใส่ใจในจรรยาแพทย์ วัฒนธรรมอันงดงามของจิตใจแพทย์แผนจีน (*เพราะสมัยก่อน พอความรู้แพทย์เริ่มมา การใช้พิษก็ตามมาเช่นกัน)
ในยุคซ่ง
การศึกษาการแพทย์เจริญรุ่งเรือง รัฐสนับสนุนการฝึกบุคลากรแพทย์ มีการจัดสร้างหุ่นคนทองแดงพร้อมจุดฝังเข็มจำนวน 354 จุดเพื่อใช้ศึกษา ศิลปะการฝังเข็มก้าวหน้าอย่างมาก
5. 🐦🔥 ในสมัยราชวงศ์หมิง–ชิง (พีคช่วงหมิง) หมิง ค.ศ. 1368 - 1644 ชิง ค.ศ. 1644 - 1912
ช่วงนี้พีคครับ เพราะเกิดตำราที่ดังที่สุดขึ้นมา หลี่สีเจิน 李时珍 เขียน 《本草纲目》 รวมสมุนไพร 1,892 ชนิด และสูตรยาเกิน 10,000 สูตร มันคือตำราที่สมบูรณ์ที่สุดใน
ประวัติศาสตร์จีน ได้รับการแปลไปหลายภาษาและมีอิทธิพลทั่วโลก นอกจากนี้จีนเริ่มใช้วัคซีนฝีเด็กในช่วงศตวรรษที่ 11 ก่อนกว่าจะมีแบคทีเรียวิทยาในยุโรป และการผลิตตำราสำคัญเกี่ยวกับโรคติดเชื้อด้วย
** ต้องบอกว่าช่วงต้าหมิงเป็นอีกช่วงที่วิทยาการต่างๆ เจริญขึ้นมาก ไม่ว่าจะอาหาร เทคโนโลยี รวมถึงการแพทย์
🧐 6. แพทย์แผนจีนยุคใหม่อยู่รอดท่ามกลางสงครามและเวชศาสตร์ตะวันตก
ช่วงราวต้นศตวรรษที่ 20 ประเทศจีนประสบความเจ็บปวดจากการถูกล่าอาณานิคม แรงสนับสนุนต่อแนวคิดตะวันตกขยายตัว รวมถึงแพทย์แผนตะวันตก
ในปี 1929 รัฐบาลก๊กมินตั๋งออกกฎหมายยกเลิกแพทย์จีน แต่ได้รับแรงต่อต้านและรักษาเอาไว้ได้ แต่แพทย์จีนยังไม่ถูกสนับสนุนอย่างเต็มที่
💰 สงครามทำให้สูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งชีวิตและวัฒนธรรม ญี่ปุ่นยังยึดตำราสำคัญจำนวนมากออกนอกประเทศ ระหว่างสงครามกลางเมือง แพทย์จีนผลิตยารักษาโรคต่างๆ เช่น สารสกัดไฉหู柴胡ในรูปแบบฉีด ช่วยระงับไข้และการอักเสบอย่างมีนัยสำคัญ ลดอัตราการเสียชีวิตของทหาร และรักษาโรคหลากหลาย
7. 🧐 ว่าด้วยเรื่องแพทย์แผนจีนในยุคใหม่
หลังการก่อตั้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลสนับสนุนแนวคิด “แพทย์จีนและแพทย์ตะวันตกควบคู่กัน” ก่อตั้งหน่วยงานและสถาบันสำคัญ เช่น กรมแพทย์จีน กรมสถานประกอบการคลินิก ฯลฯ มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกอบรมและโรงพยาบาลแพทย์จีนอย่างรวดเร็ว
ในยุคปฏิรูปและเปิดประเทศ บริษัทเภสัชกรรมข้ามชาติเริ่มเข้ามาทำตลาด เปลี่ยนแนวทางการรักษาและการใช้ยา แพทย์จีนกลายเป็นรองจนไม่ค่อยเห็นหน้ามากนัก
แต่ในปี 2015–2020 รัฐออกแนวนโยบายพัฒนาแพทย์จีน รวมถึง “กฎหมายแพทย์จีน” บังคับใช้ในปี 2017 และผลงานของถูโยวโยว 屠呦呦 ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2015 จากสาร “อาร์ทีมิซินิน” ก็เป็นแรงกระตุ้นอย่างดี
ประธานาธิบดีจีนหลายครั้งได้กล่าวถึงคุณค่าของแพทย์จีน ยกตัวอย่างเช่นในปี 2010 ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเน้นว่ามีคุณค่าเชิงปรัชญาและมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ โดยตรงนี้ชัดมากว่าจีนพร้อมดันสุดเหมือนกัน
🔥 แพทย์แผนจีนในช่วงนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเริ่มกลับมาบูมอีกครั้ง โดยสรุปแพทย์แผนจีนมีวิวัฒนาการมานานโดยมีพื้นฐานมาจากสมดุลย์ของชีวิตตามหลักหยินหยางที่เป็น 1 เดียวกับธรรมชาติ
🪡 อย่างเช่นการฝังเข็มในปัจจุบัน แม้จะไม่ได้เหมือนในจีนโบราณ 100% เพราะมีการพัฒนาไปมาก แต่วงการแพทย์จีนและสากลก็ยังให้ความสำคัญในฐานะรากฐานแห่งความรู้
แหล่งที่มาหลัก : 中国中医药发展历史