23/12/2025
🤰 เตรียมตัวเป็นคุณแม่...เริ่มที่วางแผน ไม่ใช่แค่ปล่อยตามธรรมชาติ
หลายคู่มักคิดว่า "สุขภาพแข็งแรง = พร้อมมีลูกทันที" แต่ความแข็งแรงภายนอก อาจซ่อนปัจจัยทางพันธุกรรมไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว 🧬 การเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร จึงควรรวมทั้งการตรวจสุขภาพทั่วไปและการประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม เพื่อให้คู่สมรสและแพทย์มีข้อมูลสำหรับวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมกับแต่ละคน
🧬 ตัวอย่างกรณีศึกษา
คุณเคน อายุ 32 ปี และคุณเมย์ อายุ 28 ปี เป็นคู่สามีภรรยาที่สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ภายในระยะเวลาไม่นาน ทั้งคู่ไปฝากครรภ์และตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่สอง ระหว่างการตรวจเลือดคัดกรองในช่วงอายุครรภ์ประมาณไตรมาสที่สอง แพทย์พบความผิดปกติของผลเลือดบางอย่าง จึงแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมทั้งคุณพ่อและคุณแม่ด้วยการตรวจพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ผลตรวจชี้ให้เห็นว่า ทั้งคุณเคนและคุณเมย์ต่างเป็นพาหะเบต้า-ธาลัสซีเมีย (β-𝐭𝐡𝐚𝐥𝐚𝐬𝐬𝐞𝐦𝐢𝐚 𝐜𝐚𝐫𝐫𝐢𝐞𝐫) ของชนิดเดียวกัน
จากนั้นแพทย์ได้อธิบายความหมายของการเป็นพาหะ ว่าหากทั้งคู่เป็นพาหะของโรคเดียวกัน ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคชนิดรุนแรงได้ประมาณ 25% ในแต่ละครรภ์ และได้เสนอการตรวจเพิ่มเติมกับทารกในครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงให้ชัดเจนขึ้น เมื่อทำการตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางกับทารก ก็พบสัญญาณเข้ากันได้กับภาวะเบต้า-ธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (β-thalassemia major) เมื่อทราบผล ทั้งคุณเคนและคุณเมย์รู้สึกกังวลและมีคำถามมากมาย แต่การตรวจพบตั้งแต่ระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ทั้งคู่มีเวลาในการปรึกษาแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านเวชพันธุศาสตร์ กุมารแพทย์โลหิตวิทยา และสูติ-นรีแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจโรค ทางเลือกในการดูแล และการวางแผนครอบครัวในอนาคต ทั้งคู่มักพูดตรงกันว่า “ถ้าเรารู้เรื่องยีนพาหะตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เราจะได้เตรียมตัวและวางแผนได้มากกว่านี้"
ตัวอย่างสมมตินี้สะท้อนว่า การตรวจและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะพาหะของโรคทางพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ หรือในระยะแรกของการตั้งครรภ์ สามารถช่วยให้ครอบครัวมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจและการวางแผนที่เหมาะสมกับคุณค่าและสภาพชีวิตของตนเองมากขึ้น
เพื่อให้เส้นทางสร้างครอบครัวราบรื่นที่สุด มาเช็ค 4 ข้อนี้กันครับ
🩺 1. ตรวจสุขภาพพื้นฐาน (𝐆𝐞𝐧𝐞𝐫𝐚𝐥 𝐇𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐂𝐡𝐞𝐜𝐤)
เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายโดยรวม
• ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) → คัดกรองภาวะโลหิตจาง
• ระดับน้ำตาลในเลือด → ประเมินความเสี่ยงเบาหวาน
• การทำงานของตับและไต
• ความดันโลหิต และดัชนีมวลกาย (BMI)
✨หากตรวจพบและดูแลตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และทารกในบางภาวะได้
🩺 2. ตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อสำคัญ ที่มีผลต่อลูก
โรคบางชนิดคุณแม่อาจไม่แสดงอาการ แต่ส่งผล
ต่อทารกในครรภ์ได้
• HIV
• ซิฟิลิส
• ไวรัสตับอักเสบบี
• ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
• ภูมิคุ้มกันอีสุกอีใส
✨หากพบว่าภูมิคุ้มกันยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจแนะนำให้รับวัคซีนบางชนิดก่อนตั้งครรภ์ ภายใต้การประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
🩺 3. เช็คพาหะโรคพันธุกรรม (𝐆𝐞𝐧𝐞𝐭𝐢𝐜 𝐂𝐚𝐫𝐫𝐢𝐞𝐫
𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠) ด้วยเทคโนโลยี NGS สามารถตรวจ
หายีนพาหะของโรคบางชนิดได้
• ตรวจกลุ่มโรคที่คนไทยมักเป็นพาหะบ่อย (𝐋𝐂𝐒) เช่น ธาลัสซีเมีย, SMA
• ตรวจยีนจำนวนมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรม หรือคู่สมรสที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม (𝐄𝐂𝐒)
✨หากทั้งพ่อและแม่พบว่าเป็นพาหะของโรคเดียวกัน แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการให้คำปรึกษา และวางแผนการตั้งครรภ์หรือการดูแลต่อไปตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว
🩺 4. ตรวจความพร้อมด้านภาวะเจริญพันธุ์
- ฝ่ายหญิง
• ตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เช่น ไทรอยด์
• ประเมินปริมาณไข่ (AMH)
• อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
- ฝ่ายชาย
• ตรวจคุณภาพอสุจิ
• ตรวจโรคติดเชื้อ และพิจารณาตรวจพาหะโรคพันธุกรรมตามความเหมาะสม
✨หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะมีบุตรยาก ประวัติแท้งซ้ำ หรือคุณแม่มีอายุมาก แนะนำปรึกษาแพทย์ที่ดูแลด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์หรือเวชพันธุศาสตร์เพิ่มเติม
🌱 การรู้ข้อมูลล่วงหน้า เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม ผลตรวจต่างๆ มีไว้เพื่อช่วยให้แพทย์ให้คำแนะนำและติดตามการตั้งครรภ์ได้เหมาะกับแต่ละคู่มากขึ้น
💬 ปรึกษาเรื่องตรวจยีนพาหะ สามารถทักแชทเพื่อนัดหมาย หรือสอบถามเบื้องต้นได้ที่
👉เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
#เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ #วางแผนมีลูก #ตรวจสุขภาพคู่รัก