Gene Planet Thailand

Gene Planet Thailand Healthy Baby Could Be Designed

🤰 เตรียมตัวเป็นคุณแม่...เริ่มที่วางแผน ไม่ใช่แค่ปล่อยตามธรรมชาติ     หลายคู่มักคิดว่า "สุขภาพแข็งแรง = พร้อมมีลูกทันที" ...
23/12/2025

🤰 เตรียมตัวเป็นคุณแม่...เริ่มที่วางแผน ไม่ใช่แค่ปล่อยตามธรรมชาติ

หลายคู่มักคิดว่า "สุขภาพแข็งแรง = พร้อมมีลูกทันที" แต่ความแข็งแรงภายนอก อาจซ่อนปัจจัยทางพันธุกรรมไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว 🧬 การเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร จึงควรรวมทั้งการตรวจสุขภาพทั่วไปและการประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม เพื่อให้คู่สมรสและแพทย์มีข้อมูลสำหรับวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมกับแต่ละคน

🧬 ตัวอย่างกรณีศึกษา
คุณเคน อายุ 32 ปี และคุณเมย์ อายุ 28 ปี เป็นคู่สามีภรรยาที่สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ภายในระยะเวลาไม่นาน ทั้งคู่ไปฝากครรภ์และตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่สอง ระหว่างการตรวจเลือดคัดกรองในช่วงอายุครรภ์ประมาณไตรมาสที่สอง แพทย์พบความผิดปกติของผลเลือดบางอย่าง จึงแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมทั้งคุณพ่อและคุณแม่ด้วยการตรวจพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ผลตรวจชี้ให้เห็นว่า ทั้งคุณเคนและคุณเมย์ต่างเป็นพาหะเบต้า-ธาลัสซีเมีย (β-𝐭𝐡𝐚𝐥𝐚𝐬𝐬𝐞𝐦𝐢𝐚 𝐜𝐚𝐫𝐫𝐢𝐞𝐫) ของชนิดเดียวกัน

จากนั้นแพทย์ได้อธิบายความหมายของการเป็นพาหะ ว่าหากทั้งคู่เป็นพาหะของโรคเดียวกัน ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคชนิดรุนแรงได้ประมาณ 25% ในแต่ละครรภ์ และได้เสนอการตรวจเพิ่มเติมกับทารกในครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงให้ชัดเจนขึ้น เมื่อทำการตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางกับทารก ก็พบสัญญาณเข้ากันได้กับภาวะเบต้า-ธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (β-thalassemia major) เมื่อทราบผล ทั้งคุณเคนและคุณเมย์รู้สึกกังวลและมีคำถามมากมาย แต่การตรวจพบตั้งแต่ระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ทั้งคู่มีเวลาในการปรึกษาแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านเวชพันธุศาสตร์ กุมารแพทย์โลหิตวิทยา และสูติ-นรีแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจโรค ทางเลือกในการดูแล และการวางแผนครอบครัวในอนาคต ทั้งคู่มักพูดตรงกันว่า “ถ้าเรารู้เรื่องยีนพาหะตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เราจะได้เตรียมตัวและวางแผนได้มากกว่านี้"

ตัวอย่างสมมตินี้สะท้อนว่า การตรวจและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะพาหะของโรคทางพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ หรือในระยะแรกของการตั้งครรภ์ สามารถช่วยให้ครอบครัวมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจและการวางแผนที่เหมาะสมกับคุณค่าและสภาพชีวิตของตนเองมากขึ้น

เพื่อให้เส้นทางสร้างครอบครัวราบรื่นที่สุด มาเช็ค 4 ข้อนี้กันครับ

🩺 1. ตรวจสุขภาพพื้นฐาน (𝐆𝐞𝐧𝐞𝐫𝐚𝐥 𝐇𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐂𝐡𝐞𝐜𝐤)
เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายโดยรวม
• ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) → คัดกรองภาวะโลหิตจาง
• ระดับน้ำตาลในเลือด → ประเมินความเสี่ยงเบาหวาน
• การทำงานของตับและไต
• ความดันโลหิต และดัชนีมวลกาย (BMI)
✨หากตรวจพบและดูแลตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และทารกในบางภาวะได้

🩺 2. ตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อสำคัญ ที่มีผลต่อลูก
โรคบางชนิดคุณแม่อาจไม่แสดงอาการ แต่ส่งผล
ต่อทารกในครรภ์ได้
• HIV
• ซิฟิลิส
• ไวรัสตับอักเสบบี
• ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
• ภูมิคุ้มกันอีสุกอีใส
✨หากพบว่าภูมิคุ้มกันยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจแนะนำให้รับวัคซีนบางชนิดก่อนตั้งครรภ์ ภายใต้การประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

🩺 3. เช็คพาหะโรคพันธุกรรม (𝐆𝐞𝐧𝐞𝐭𝐢𝐜 𝐂𝐚𝐫𝐫𝐢𝐞𝐫
𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠) ด้วยเทคโนโลยี NGS สามารถตรวจ
หายีนพาหะของโรคบางชนิดได้
• ตรวจกลุ่มโรคที่คนไทยมักเป็นพาหะบ่อย (𝐋𝐂𝐒) เช่น ธาลัสซีเมีย, SMA
• ตรวจยีนจำนวนมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรม หรือคู่สมรสที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม (𝐄𝐂𝐒)
✨หากทั้งพ่อและแม่พบว่าเป็นพาหะของโรคเดียวกัน แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการให้คำปรึกษา และวางแผนการตั้งครรภ์หรือการดูแลต่อไปตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว

🩺 4. ตรวจความพร้อมด้านภาวะเจริญพันธุ์
- ฝ่ายหญิง
• ตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เช่น ไทรอยด์
• ประเมินปริมาณไข่ (AMH)
• อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
- ฝ่ายชาย
• ตรวจคุณภาพอสุจิ
• ตรวจโรคติดเชื้อ และพิจารณาตรวจพาหะโรคพันธุกรรมตามความเหมาะสม
✨หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะมีบุตรยาก ประวัติแท้งซ้ำ หรือคุณแม่มีอายุมาก แนะนำปรึกษาแพทย์ที่ดูแลด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์หรือเวชพันธุศาสตร์เพิ่มเติม

🌱 การรู้ข้อมูลล่วงหน้า เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม ผลตรวจต่างๆ มีไว้เพื่อช่วยให้แพทย์ให้คำแนะนำและติดตามการตั้งครรภ์ได้เหมาะกับแต่ละคู่มากขึ้น

💬 ปรึกษาเรื่องตรวจยีนพาหะ สามารถทักแชทเพื่อนัดหมาย หรือสอบถามเบื้องต้นได้ที่
👉เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
#เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ #วางแผนมีลูก #ตรวจสุขภาพคู่รัก

👶✨ 𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐯𝐬 𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜 ต่างกันอย่างไร?เข้าใจความแตกต่าง เลือกการตรวจที่เหมาะสมกับคุณและลูกรักเวลาคุณแม่ไปฝากครรภ์ คุ...
17/12/2025

👶✨ 𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐯𝐬 𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜 ต่างกันอย่างไร?
เข้าใจความแตกต่าง เลือกการตรวจที่เหมาะสมกับคุณและลูกรัก

เวลาคุณแม่ไปฝากครรภ์ คุณหมอมักจะเสนอการตรวจหลายอย่าง ทั้งการเจาะเลือด อัลตราซาวนด์ และบางครั้งก็พูดถึงการเจาะน้ำคร่ำ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแต่ละการตรวจต่างกันอย่างไร? และอันไหนเหมาะกับเราที่สุด? วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่อง "𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠" 𝐯𝐬 "𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜" เพื่อให้คุณแม่สามารถคุยกับคุณหมอได้อย่างมั่นใจ และเลือกการตรวจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและลูกน้อยกันครับ

📌 1. การตรวจคัดกรอง (𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐓𝐞𝐬𝐭) : "เช็กความเสี่ยงเบื้องต้น"
เปรียบเสมือนการที่เราใช้ตะแกรงร่อนทรายครับ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติอะไรที่ “อาจจะ” ปนมาไหม การตรวจประเภทนี้เน้นที่ความปลอดภัย และความสะดวก เป็นหลัก

- วิธีตรวจ: มักจะเป็นการเจาะเลือดคุณแม่ หรือการทำอัลตราซาวนด์
- ข้อดี: ไม่เจ็บตัว (เจาะเลือดปกติ) และปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ทราบความเสี่ยงเบื้องต้น
- ผลลัพธ์: จะออกมาเป็น “ความเสี่ยงต่ำ” หรือ “ความเสี่ยงสูง”
- สิ่งสำคัญ: การตรวจคัดกรอง ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นหรือไม่เป็น 100% หากผลออกมาว่ามีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องยืนยันด้วยการตรวจวินิจฉัยอีกครั้ง เพราะมีโอกาสที่ผลอาจเป็นบวกลวง (𝐅𝐚𝐥𝐬𝐞 𝐏𝐨𝐬𝐢𝐭𝐢𝐯𝐞) ได้

📌 2. การตรวจวินิจฉัย (𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜 𝐓𝐞𝐬𝐭) : "คำตอบที่ชัดเจน"
ถ้าการคัดกรองคือการร่อนตะแกรง การวินิจฉัยก็คือการนำสิ่งที่คัดได้มาส่องกล้องขยายดูให้เห็นชัดๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่ เพื่อให้คุณหมอวางแผนดูแลคุณแม่และลูกน้อยได้อย่างถูกต้องที่สุด

- วิธีตรวจ: เช่น การเจาะน้ำคร่ำ หรือการตัดชิ้นเนื้อรก
- ข้อดี: ให้คำตอบที่แม่นยำและแน่นอน (ใกล้เคียง 100%) และเป็น 𝐠𝐨𝐥𝐝𝐞𝐧 𝐬𝐭𝐚𝐧𝐝𝐚𝐫𝐝 สำหรับการยืนยันความผิดปกติทางโครโมโซม
- ข้อควรระวัง: มีความเสี่ยงเล็กน้อยเรื่องการแท้งหรือการติดเชื้อ เนื่องจากเป็นการตรวจที่รุกล้ำเข้าไปในมดลูก

🔍 ยกตัวอย่าง: 𝐍𝐈𝐏𝐓 𝐯𝐬 𝐊𝐚𝐫𝐲𝐨𝐭𝐲𝐩𝐞

คุณแม่หลายท่านกังวลเรื่องกลุ่มอาการดาวน์ (𝐃𝐨𝐰𝐧 𝐒𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞) หรือความผิดปกติทางโครโมโซมอื่นๆ จึงต้องเลือกระหว่างสองวิธีนี้ครับ

𝐍𝐈𝐏𝐓 (𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠): เป็นการตรวจคัดกรองที่ใช้เพียงการเจาะเลือดคุณแม่ เพราะในเลือดแม่จะมีเศษสารพันธุกรรมจากรก (𝐂𝐞𝐥𝐥-𝐟𝐫𝐞𝐞 𝐃𝐍𝐀) ปนอยู่ ซึ่งสะท้อนพันธุกรรมของลูกได้ วิธีนี้แม่ไม่เจ็บตัว และไม่มีความเสี่ยงต่อการแท้ง เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการคัดกรองความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นโดยไม่เสี่ยงกับการตรวจที่รุกล้ำ (10 สัปดาห์ขึ้นไป)

𝐊𝐚𝐫𝐲𝐨𝐭𝐲𝐩𝐞 (𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜): คือการนำเซลล์ของลูกมาส่องดู "แท่งโครโมโซม" โดยตรง ซึ่งต้องใช้วิธี "เจาะน้ำคร่ำ" วิธีนี้แม่นยำที่สุด เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการแท้งประมาณ 0.5-1% และทำได้เมื่ออายุครรภ์ 15-20 สัปดาห์ คุณหมอมักจะแนะนำวิธีนี้ก็ต่อเมื่อผล NIPT ออกมาว่ามี "ความเสี่ยงสูง" หรือเมื่อมีข้อบ่งชี้ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น พบความผิดปกติจากอัลตราซาวด์ เพื่อยืนยันผลอีกครั้งครับ

💡 แล้วคุณแม่ควรเลือกอย่างไร?
ลำดับที่แนะนำคือ "ปลอดภัยไว้ก่อน" ครับ เรามักจะเริ่มจากการตรวจแบบ 𝐒𝐜𝐫𝐞𝐞𝐧𝐢𝐧𝐠 (เช่น NIPT) เพื่อคัดกรองดูเบื้องต้นก่อน หากผลออกมาว่าลูก Low Risk (ความเสี่ยงต่ำ) โอกาสที่ลูกจะมีความผิดปกติทางโครโมโซมที่ตรวจก็จะต่ำมาก (แต่ไม่ใช่ศูนย์เปอร์เซ็นต์) คุณแม่สามารถดำเนินการฝากครรภ์ตามปกติได้ แต่หากผลมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรตัดสินใจใดๆ ทันที ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อพิจารณาตรวจยืนยันด้วย 𝐃𝐢𝐚𝐠𝐧𝐨𝐬𝐭𝐢𝐜 𝐓𝐞𝐬𝐭 (เช่น Karyotype) เพื่อความแน่นอน เพราะมีโอกาสที่ผลอาจเป็นบวกลวงได้

⭐ ข้อควรทราบเพิ่มเติม - การตรวจเหล่านี้เป็นการตรวจความผิดปกติทางโครโมโซมเท่านั้น ไม่ครอบคลุมความผิดปกติทางกายวิภาค เช่น หัวใจพิการ, หนังกั้นโพรงจมูก ซึ่งต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวนด์ประกอบด้วยครับ

การตัดสินใจเลือกการตรวจควรพิจารณา
• อายุครรภ์ปัจจุบัน
• อายุและประวัติครอบครัวของคุณแม่
• ผลการตรวจอัลตราซาวนด์
• งบประมาณที่เตรียมไว้
• คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

📞 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ที่ 𝐆𝐞𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭 เรามีบริการ NIPT ของเรา สามารถคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมได้ทุกคู่ (All 23 Pairs) สิ่งสำคัญที่สุดคือ การตรวจใดๆ ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณแม่ท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ

📩 ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

💙 หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Screening และ Diagnostic และสามารถปรึกษากับแพทย์เพื่อเลือกการตรวจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและลูกน้อยนะครับ

#ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #ตรวจคัดกรองทารก #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก

🧬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞: การตรวจคัดกรองตัวอ่อนที่ละเอียดยิ่งขึ้นจากบทความก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำข้อมูลเทคนิคของการตรวจ PGT-A Upg...
30/11/2025

🧬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞: การตรวจคัดกรองตัวอ่อนที่ละเอียดยิ่งขึ้น

จากบทความก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำข้อมูลเทคนิคของการตรวจ PGT-A Upgrade ซึ่งช่วยตรวจจับภาวะ 𝐓𝐫𝐢𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲 และ 𝐔𝐏𝐃 (อ่านเพิ่มเติม: https://shorturl.asia/8KHqU)
รวมถึงช่วยตรวจสอบข้อมูลพันธุกรรมในกรณีตัวอ่อน 𝟐𝐏𝐍 (อ่านเพิ่มเติม: https://shorturl.asia/Kt0z8)

ในบทความนี้ เราจะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติของโครโมโซมขนาดเล็ก ซึ่งอาจพบได้ในตัวอ่อนของคู่สมรสทุกช่วงอายุครับ

หลายคู่สมรสที่ทำเด็กหลอดแก้วมักเข้าใจว่า การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วย 𝐏𝐆𝐓-𝐀 (𝐏𝐫𝐞-𝐈𝐦𝐩𝐥𝐚𝐧𝐭𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐭𝐢𝐜 𝐓𝐞𝐬𝐭𝐢𝐧𝐠 – 𝐀𝐧𝐞𝐮𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲) แบบมาตรฐานก็เพียงพอแล้ว แต่ทราบไหมครับว่า ยังมีความผิดปกติอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจเล็ดลอดการตรวจแบบทั่วไปไปได้ นั่นคือชิ้นส่วนโครโมโซมที่ขาดหรือเกินเพียงเล็กน้อย (𝐌𝐢𝐜𝐫𝐨𝐝𝐞𝐥𝐞𝐭𝐢𝐨𝐧/𝐌𝐢𝐜𝐫𝐨𝐝𝐮𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧) แม้จะมีขนาดเล็ก แต่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อยในระยะยาวได้ครับ

🔬 ชิ้นส่วนโครโมโซมขนาดเล็กที่ขาด/เกิน คืออะไร?
คือภาวะที่โครโมโซมไม่ได้ขาดหรือเกินไปทั้งแท่ง แต่เป็นเพียง ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่หายไป หรือเพิ่มขึ้นมา ซึ่งในชิ้นส่วนนั้นอาจมียีนสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกายและสมองอยู่

⚠️ ตัวอย่างกลุ่มอาการที่อาจเกิดขึ้น (𝐌𝐢𝐜𝐫𝐨𝐝𝐞𝐥𝐞𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐒𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞𝐬):
🔹 𝐃𝐢𝐆𝐞𝐨𝐫𝐠𝐞 𝐒𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞 (𝟐𝟐𝐪𝟏𝟏.𝟐 𝐝𝐞𝐥𝐞𝐭𝐢𝐨𝐧) พบได้ประมาณ 1 ใน 4,000-6,000 คน อาจพบความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, หรือพัฒนาการล่าช้า
🔹 𝐏𝐫𝐚𝐝𝐞𝐫-𝐖𝐢𝐥𝐥𝐢 / 𝐀𝐧𝐠𝐞𝐥𝐦𝐚𝐧 𝐒𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞 เกี่ยวข้องกับความตึงตัวของกล้ามเนื้อ, ปัญหาด้านการเรียนรู้, และพฤติกรรม
🔹 𝐂𝐫𝐢 𝐝𝐮 𝐜𝐡𝐚𝐭 𝐒𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞 (𝟓𝐩 𝐝𝐞𝐥𝐞𝐭𝐢𝐨𝐧) ศีรษะเล็ก, น้ำหนักแรกเกิดน้อย, เสียงร้องแหลมสูงคล้ายแมว, มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
🔹 𝟏𝐩𝟑𝟔 𝐝𝐞𝐥𝐞𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐬𝐲𝐧𝐝𝐫𝐨𝐦𝐞 พบได้ประมาณ 1 ใน 5,000 คน อาจพบความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า, หัวใจ, และพัฒนาการล่าช้า

💡 ข้อเท็จจริงที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
1. เกิดได้ในทุกช่วงอายุ - ความผิดปกติกลุ่มนี้เกิดขึ้นแบบสุ่มในตัวอ่อน ไม่เกี่ยวข้องกับอายุของคุณแม่ แม้แม่อายุน้อยหรือสุขภาพแข็งแรงก็อาจเจอได้
2. โอกาสเกิด - แม้จะไม่บ่อยมาก (ประมาณ 1 ใน 5,000 - 200,000 คน) แต่หากเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กอย่างมาก
3. ไม่มีการรักษา - เนื่องจากเป็นความผิดปกติในระดับโครโมโซม จึงไม่สามารถรักษาให้หายได้ การดูแลจึงเป็นแบบประคับประคอง

📊 เปรียบเทียบความแตกต่าง 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜 𝐯𝐬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞
✅ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜
- เหมาะสำหรับตรวจดูภาพรวมว่าโครโมโซมครบ 23 คู่หรือไม่
- ตรวจจับภาวะขาด/เกินทั้งแท่งได้ดี เช่น ดาวน์ซินโดรม
- ข้อจำกัด: อาจมองไม่เห็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ขาดหายไป
(ความละเอียดจำกัดที่ ≥10 Mb)
🚀 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 (𝐇𝐢𝐠𝐡 𝐑𝐞𝐬𝐨𝐥𝐮𝐭𝐢𝐨𝐧)
- มีความละเอียดสูงกว่า ตรวจจับความผิดปกติได้ลึกขึ้น
- เพิ่มโอกาสตรวจพบชิ้นส่วนโครโมโซมขนาดเล็ก
(Microdeletion/Duplication) ที่สำคัญ
- ใช้ระยะเวลาตรวจวิเคราะห์เท่ากันกับ PGT-A Basic

⭐ ข้อดีของ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞
1. ตรวจได้ละเอียดกว่า – ช่วยตรวจจับความผิดปกติขนาดเล็กที่การตรวจแบบ basic อาจมองไม่เห็น
2. อาจช่วยลดความเสี่ยงความบกพร่องแต่กำเนิด – ช่วยคัดกรองกลุ่มอาการที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการ เช่น พัฒนาการล่าช้า
3. เหมาะกับคู่สมรสทุกช่วงอายุ - เพราะความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นได้แบบสุ่ม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุของคุณแม่เพียงอย่างเดียว แม้คุณแม่อายุน้อยก็อาจพบความผิดปกติเหล่านี้ได้
4. ได้ข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ในระยะเวลาการรอผลเท่าเดิม
5. เพิ่มความมั่นใจในการเลือกตัวอ่อน – ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลพันธุกรรมที่ครบถ้วนมากขึ้น อาจส่งผลต่อโอกาสการฝังตัวสำเร็จและลดโอกาสการแท้ง

📌 สิ่งที่ควรพิจารณา
𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 เป็นทางเลือกสำหรับคู่สมรสที่ต้องการข้อมูลพันธุกรรมของตัวอ่อนที่ละเอียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่:
- มีประวัติการแท้งซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เคยทำ IVF หลายครั้งแต่ตัวอ่อนไม่ฝังตัว
- ต้องการความมั่นใจในการคัดกรองตัวอ่อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้บริการควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและข้อจำกัดต่างๆ กับสถานการณ์ของแต่ละคู่ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน

📝 บทสรุป 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 เป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความละเอียดในการคัดกรองตัวอ่อน เพื่อให้มั่นใจได้มากขึ้นก่อนการย้ายกลับสู่โพรงมดลูกครับ

📩 สนใจข้อมูลการตรวจ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭 𝐛𝐲 𝐄𝐦𝐛𝐫𝐲𝐨 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
📞 โทร: 02-116-5905 📍 ที่อยู่: 361/3-4 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
#คัดกรองโครโมโซม #เตรียมตั้งครรภ์ #ผู้มีบุตรยาก

🧬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞: กู้คืนตัวอ่อนล้ำค่า เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ 💖ครั้งก่อนเราได้พูดถึงการตรวจ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 ที่สามารถตรวจ ...
18/11/2025

🧬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞: กู้คืนตัวอ่อนล้ำค่า เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ 💖

ครั้งก่อนเราได้พูดถึงการตรวจ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 ที่สามารถตรวจ 𝐓𝐫𝐢𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲 และ 𝐔𝐏𝐃 ได้
(อ่านเพิ่มเติม: https://shorturl.asia/8KHqU)
วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่า PGT-A Upgrade ช่วยกู้ตัวอ่อนที่เคยถูกคัดทิ้งได้อย่างไร

ในห้องปฏิบัติการทำเด็กหลอดแก้ว (𝐈𝐕𝐅 / 𝐈𝐂𝐒𝐈) สิ่งที่ท้าทายความสามารถของนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน คือการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงสุดสำหรับการย้ายกลับสู่มดลูก โดยทั่วไป ตัวอ่อนจะถูกประเมินจากการปฏิสนธิในระยะ 𝐏𝐫𝐨𝐧𝐮𝐜𝐥𝐞𝐚𝐫 𝐬𝐭𝐚𝐠𝐞 (𝐏𝐍)

𝐏𝐫𝐨𝐧𝐮𝐜𝐥𝐞𝐚𝐫 (𝐏𝐍) คือนิวเคลียสของไข่และอสุจิที่เห็นหลังปฏิสนธิ โดยปกติควรเห็น 2PN (1 จากไข่ + 1 จากอสุจิ) แต่บางครั้งอาจพบ 0PN / 1PN / 3PN ซึ่งมักถูกมองว่าผิดปกติ หากไม่พบลักษณะ PN ที่ควรจะเป็น เช่น 2PN ตัวอ่อนมักถูกคัดทิ้งเพราะถือว่าผิดปกติ หรือไม่เหมาะสมต่อการนำไปเลี้ยงต่อ แต่ความจริงแล้ว… ตัวอ่อนที่ถูกจัดว่าเป็น 0PN, 1PN หรือ 3PN ในวันแรก อาจไม่ได้ผิดปกติเสมอไป และนี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้ PGT-A Upgrade ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ "กู้คืนตัวอ่อนล้ำค่า" ที่อาจสูญเสียไปโดยไม่จำเป็น

🔹 ความต่างของ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜 และ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞

𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜 มีข้อจำกัดในการคัดเลือกตัวอ่อน โดยส่วนใหญ่จะตรวจเฉพาะตัวอ่อนที่การปฏิสนธิปกติ (เป็น 2PN เท่านั้น) ด้วยเหตุนี้ ตัวอ่อน 0PN, 1PN และ 3PN จึงมักไม่ได้รับการตรวจ ทำให้คู่รักหลายคู่สูญเสียตัวอ่อนที่อาจมีศักยภาพดีไปโดยไม่รู้ตัว

𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 คือเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยตรวจสถานะโครโมโซมได้แม่นยำกว่า และเป็นโซลูชันสำหรับการกู้คืนตัวอ่อนล้ำค่า เนื่องจากสามารถ ตรวจตัวอ่อนได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น 0PN / 1PN / 3PN จึงเพิ่มโอกาสในการค้นพบตัวอ่อนปกติ (Euploid) ที่เคยถูกคัดทิ้งไปจากข้อจำกัดเดิม

🔸 ตัวอ่อนที่ถูกมองข้าม…
อาจเป็น "ความหวังสำคัญที่สุด"

ในหลายๆ เคสพบว่า ตัวอ่อนที่แล็บระบุว่าเป็น 0PN / 1PN / 3PN ตั้งแต่แรกนั้น เมื่อนำมาตรวจด้วย PGT-A Upgrade กลับพบเป็นตัวอ่อนสถานะ โครโมโซมปกติ (Euploid) และสามารถใส่กลับเพื่อตั้งครรภ์ได้สำเร็จ
นี่คือเหตุผลที่การเลือกวิธีตรวจตัวอ่อนที่เหมาะสม และมีข้อมูลจากการตรวจที่มากกว่า สามารถเปลี่ยนจำนวนและคุณภาพตัวอ่อนได้จริง เพิ่มโอกาสให้คู่รักมี "จำนวนตัวอ่อนที่ใช้ได้" มากขึ้น

🧬 ข้อสรุป
PGT-A Basic ตรวจได้เฉพาะตัวอ่อน 2PN ทำให้ตัวอ่อน 0PN, 1PN และ 3PN ถูกคัดทิ้งไป แม้จะมีศักยภาพดีก็ตาม PGT-A Upgrade ตรวจได้ทุก PN และพบว่าตัวอ่อนที่เคยถูกมองว่า "ผิดปกติ" หลายตัวมีโครโมโซมปกติ (Euploid) จริงๆ ผลลัพธ์คือ คู่รักได้ตัวอ่อนที่ใช้งานได้มากขึ้น และ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จ สำหรับผู้มีบุตรยากอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในครั้งหน้าเราจะมาให้ข้อมูลประโยชน์ของ PGT-A Upgrade ในกลุ่มอาการของโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับอายุแม่ เพิ่มเติมกันนะคะ

📩 สนใจการตรวจ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞
สามารถสอบถามเราได้ที่ 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
#ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่มากขึ้น ในการทำเด็กหลอดแก้ว (𝐈𝐕𝐅/𝐈𝐂𝐒𝐈) หนึ่งในคำถามที่แพทย์และคนไข้ใส่ใจมากท...
01/11/2025

𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่มากขึ้น

ในการทำเด็กหลอดแก้ว (𝐈𝐕𝐅/𝐈𝐂𝐒𝐈) หนึ่งในคำถามที่แพทย์และคนไข้ใส่ใจมากที่สุดคือ จะเลือกตัวอ่อนตัวไหนดี เพราะตัวอ่อนที่โครโมโซมสมบูรณ์ปกติ หรือที่เรียกว่า Euploid จะมีโอกาสฝังตัวและพัฒนาเป็นทารกได้มากกว่า

โดยทั่วไป คู่สมรสส่วนใหญ่จึงเลือกตรวจ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 (𝐏𝐫𝐞𝐢𝐦𝐩𝐥𝐚𝐧𝐭𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐭𝐢𝐜 𝐓𝐞𝐬𝐭𝐢𝐧𝐠 𝐟𝐨𝐫 𝐀𝐧𝐞𝐮𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲) หรือที่เรียกง่ายๆว่า “การตรวจจำนวนโครโมโซมของตัวอ่อน” ซึ่งในปัจจุบันมี 2 แบบให้เลือก คือ
1. PGT-A Basic (แบบพื้นฐาน) และ
2. PGT-A Upgrade (แบบอัปเกรด)

🔹 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜 ตรวจอะไรได้บ้าง?
PGT-A basic จะตรวจว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมครบ 23 คู่หรือไม่ โดยสามารถระบุได้ว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมเกิน (trisomy) หรือขาด (monosomy) พร้อมๆ กับการตรวจความผิดปกติบางส่วนของโครโมโซม (segmental) และภาวะ mosaic ที่ตัวอ่อนมีทั้งเซลล์ที่โครโมโซมปกติและผิดปกติปนกันอยู่ได้

แต่ปัญหา คือ บางครั้งตัวอ่อนที่ดูเหมือนโครโมโซมปกติ กลับไม่สามารถฝังตัวได้ เนื่องจากมีความผิดปกติในเชิงลึกที่ PGT-A basic ไม่สามารถตรวจได้

PGT-A Upgrade มาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการตรวจให้ละเอียดขึ้น

🔸 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 คืออะไร?
PGT-A Upgrade หรือที่บางแห่งเรียกว่า PGT-A with SNP analysis เป็นการเพิ่มเทคโนโลยีการวิเคราะห์ระดับ SNP (Single Nucleotide Polymorphism) ทำให้ได้ข้อมูลที่นำไปวิเคราะห์ได้มากขึ้นและครอบคลุมกว่าเดิม ดังนี้

1️. ตรวจ 𝐓𝐫𝐢𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲 ได้
ภาวะที่ตัวอ่อนมีโครโมโซม 69 แท่ง แทนที่จะเป็น 46 เกิดจากไข่ถูกปฏิสนธิด้วยสเปิร์มสองตัว หรือข้อผิดพลาดในการแบ่งตัวของเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งตัวอ่อนแบบนี้จะไม่เจริญต่อได้

แต่หากตรวจด้วย PGT-A basic มักจะรายงานภาวะนี้ว่าปกติทั้งจีโนม

2️. ตรวจ 𝐔𝐏𝐃 (𝐔𝐧𝐢𝐩𝐚𝐫𝐞𝐧𝐭𝐚𝐥 𝐃𝐢𝐬𝐨𝐦𝐲) ได้
ตัวอ่อนที่ดูเหมือนโครโมโซมครบ แต่ความจริงโครโมโซมคู่ใดคู่หนึ่งมาจากพ่อหรือแม่ฝ่ายเดียวกันทั้งหมด ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า UPD ซึ่งอาจนำไปสู่โรคทางพันธุกรรมบางโรคในกลุ่ม imprinting เช่น
- UPD15 → เสี่ยงต่อ Angelman หรือ Prader–Willi syndrome
- UPD11 → เสี่ยงต่อ Beckwith–Wiedemann syndrome
- UPD7 → เสี่ยงต่อ Russell–Silver syndrome

📈 ทำไมควรเลือกตรวจเป็น 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞
เพราะช่วยให้แพทย์และนักพันธุศาสตร์มองเห็นความผิดปกติที่ “ซ่อนอยู่” ในตัวอ่อน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลของการแท้งซ้ำ หรือตัวอ่อนไม่ฝังตัว ทั้งๆที่ผลแล็บดูเป็น “euploid” ถ้าตรวจด้วย PGT-A basic

การตรวจนี้เหมาะสำหรับคู่รักที่
• เคยแท้งบุตรซ้ำหลายครั้ง
• เคยย้ายตัวอ่อน euploid แล้วไม่ฝังตัว
• มีประวัติทางพันธุกรรมในครอบครัวที่ PGTA-Upgrade ตรวจได้
• คู่รักต้องการเพิ่มความมั่นใจสูงสุดและเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการเลือกตัวอ่อน

สำหรับในครั้งหน้าเราจะมาให้ข้อมูลประโยชน์ของ PGT-A Upgrade ทั้งในแง่ของการคัดเลือกตัวอ่อนในห้องแล็บ และกลุ่มอาการของโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับอายุแม่ เพิ่มเติมกันนะครับ

📩 สนใจการตรวจ PGT-A Upgrade
สามารถสอบถามเราได้ที่ GenePlanet
ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

#ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

🥚 ความเข้าใจผิดเรื่อง “ไข่ดิบ” ช่วยให้ฟิตปั๋ง เสริมพลังทางเพศ - จริงหรือแค่ความเชื่อ?ในวงสนทนาในร้านอาหาร ร้านเหล้าหรือแ...
21/10/2025

🥚 ความเข้าใจผิดเรื่อง “ไข่ดิบ” ช่วยให้ฟิตปั๋ง เสริมพลังทางเพศ - จริงหรือแค่ความเชื่อ?

ในวงสนทนาในร้านอาหาร ร้านเหล้า
หรือแม้แต่โลกออนไลน์ เรามักได้ยินกันว่า
“กินไข่ดิบแล้วฟิตขึ้น แข็งแรงขึ้น เซ็กส์ดีขึ้น!”

หลายคนเชื่อจนกลายเป็นสูตรลับประจำตัว ทั้งดื่มไข่ไก่ดิบกับน้ำผึ้ง บางคนผสมเบียร์ หรือซดจากเปลือกแบบสดๆ แต่ในความเป็นจริง... วิทยาศาสตร์ไม่ได้สนับสนุนความเชื่อนี้เลยครับ กลับกัน “ไข่สุก” ต่างหากที่ให้ประโยชน์เต็มที่กว่า และปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าอย่างชัดเจน

🍳 𝟏. โปรตีนในไข่ดิบ ร่างกายดูดซึมได้เพียงครึ่งเดียว
ไข่ถือเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างฮอร์โมนเพศและอสุจิ แต่ถ้ากินดิบๆ ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนได้เพียง ~50% เท่านั้น
ในขณะที่ไข่สุก (เช่น ไข่ต้ม, ไข่ดาว, ไข่ลวกที่ผ่านความร้อนเพียงพอ) ดูดซึมได้ถึง >90%

สาเหตุคือ ในไข่ดิบมีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า “อะวิดิน (𝐀𝐯𝐢𝐝𝐢𝐧)” มันจะจับกับ ไบโอติน (𝐁𝐢𝐨𝐭𝐢𝐧) ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานและสร้างเซลล์ใหม่
เมื่ออะวิดินจับกับไบโอติน ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมไบโอตินได้ มีผลกระทบต่อระบบเผาผลาญและการทำงานของฮอร์โมนบางชนิด แต่ถ้าไข่ผ่านความร้อน โปรตีนนี้จะสลายไป ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่

🧫 𝟐. ไข่ดิบเสี่ยง “ซัลโมเนลลา” ตัวร้ายที่ไม่เห็นด้วยตา
อีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่ควรกินไข่ดิบคือ ความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรีย 𝐒𝐚𝐥𝐦𝐨𝐧𝐞𝐥𝐥𝐚 𝐞𝐧𝐭𝐞𝐫𝐢𝐭𝐢𝐝𝐢𝐬 ซึ่งอาจปนเปื้อนตั้งแต่ในเปลือกไข่หรือภายในไข่แดง แม้จะดูสะอาดก็ตาม การติดเชื้อซัลโมเนลลาอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ ไข้สูง หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดในบางราย

โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างกระบวนการ IVF การติดเชื้อแบบนี้มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์โดยตรง ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ฮอร์โมนแปรปรวน และลดโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อน

🧠 𝟑. “ไข่สุก” คือแหล่งบำรุงทางเพศอย่างแท้จริง
ในทางกลับกัน ไข่สุกกลับอุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมรรถภาพทางเพศโดยตรง เช่น
• สังกะสี (𝐙𝐢𝐧𝐜) - ช่วยในการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและอสุจิ
• วิตามิน 𝐁𝟔 และ 𝐁𝟏𝟐 - มีบทบาทต่อการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และพลังงานทางเพศ
• โคลีน (𝐂𝐡𝐨𝐥𝐢𝐧𝐞) - ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการหลั่งสารอะเซทิลโคลีน (𝐀𝐜𝐞𝐭𝐲𝐥𝐜𝐡𝐨𝐥𝐢𝐧𝐞)
ซึ่งมีผลต่อการตอบสนองทางเพศ
• ซีลีเนียม (𝐒𝐞𝐥𝐞𝐧𝐢𝐮𝐦) - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องอสุจิจากความเสียหายของอนุมูลอิสระ
เมื่อสารอาหารเหล่านี้ถูกดูดซึมเต็มที่จากไข่ที่ผ่านการปรุงสุก ร่างกายจึงพร้อมทั้งด้าน “ฮอร์โมน” และ “พลังงาน” มากกว่าไข่ดิบหลายเท่า

⚠️ 𝟒. ความฟิตไม่ได้มาจากของดิบ แต่มาจาก “สมดุลร่างกาย”
ความฟิตทางเพศเป็นผลจากหลายปัจจัย เช่น
• สมดุลของฮอร์โมนเพศ (𝐓𝐞𝐬𝐭𝐨𝐬𝐭𝐞𝐫𝐨𝐧𝐞 / 𝐄𝐬𝐭𝐫𝐨𝐠𝐞𝐧)
• สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
• พฤติกรรมการกิน การนอน และการออกกำลังกาย
ไข่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ฮอร์โมนพุ่งขึ้นหรือเพิ่มอสุจิได้ทันที
แต่ถ้าใช้ในปริมาณเหมาะสม (วันละ 1–2 ฟอง แบบสุก) ร่วมกับอาหารหลากหลายและพักผ่อนเพียงพอ จะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวมแน่นอน

❤️ สรุปสาระสำคัญ
“ไข่ดิบไม่ได้ทำให้ฟิตหรือเก่งเรื่องเซ็กส์ขึ้น” อย่างที่เชื่อกัน ในทางกลับกัน การกินไข่สุกสะอาด ปรุงด้วยความร้อนเพียงพอ ต่างหากที่ช่วยให้ร่างกายได้สารอาหารครบ ดูดซึมเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม ฮอร์โมน และสมรรถภาพทางเพศในระยะยาว
ถ้าอยาก “ฟิต” จริงๆอย่าพึ่งสูตรไข่ดิบ แต่จงพึ่ง “สุขภาพดีจากภายใน” 💪

📩 ด้วยความปรารถณาดีจาก 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

#ไข่ดิบไข่สุก #ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

💊 "ยาคุมกำเนิดชายแบบไร้ฮอร์โมน"ทางเลือกใหม่เพื่อการวางแผนครอบครัวที่เท่าเทียมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา “การคุมกำเนิด” มักเป็...
12/10/2025

💊 "ยาคุมกำเนิดชายแบบไร้ฮอร์โมน"
ทางเลือกใหม่เพื่อการวางแผนครอบครัวที่เท่าเทียม

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา “การคุมกำเนิด” มักเป็นเรื่องของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นยาคุมแบบฮอร์โมน การฉีด การฝัง หรือห่วงคุมกำเนิด ส่วนทางฝั่งผู้ชายมีทางเลือกไม่กี่แบบ คือ ถุงยางอนามัย กับการทำหมัน

แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์เริ่มพัฒนา “ยาคุมกำเนิดสำหรับเพศชาย” ที่ไม่ใช้ฮอร์โมน และสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ เมื่อหยุดใช้ยา ยาเม็ดรุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า 𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก

🔬 กลไกการออกฤทธิ์
ยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายแบบเดิมคือ การรบกวนสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ซึ่งนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ แต่เจ้า YCT-529 นี้ได้เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยกลไกการทำงานที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 เป็นสารประกอบสังเคราะห์ ที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับ ตัวรับ 𝐑𝐞𝐭𝐢𝐧𝐨𝐢𝐜 𝐀𝐜𝐢𝐝 𝐑𝐞𝐜𝐞𝐩𝐭𝐨𝐫 𝐚𝐥𝐩𝐡𝐚 – 𝐑𝐀𝐑-α ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการสร้างอสุจิ (𝐬𝐩𝐞𝐫𝐦𝐚𝐭𝐨𝐠𝐞𝐧𝐞𝐬𝐢𝐬) ภายในอัณฑะของเพศชาย

• ผู้ชายจำเป็นต้องใช้ วิตามินเอ ในกระบวนการสร้างอสุจิ (spermatogenesis)
• ตัวรับของวิตามินเอในอัณฑะมี 3 ชนิดคือ RAR-α, RAR-β และ RAR-γ
• งานวิจัยพบว่า 𝐑𝐀𝐑-α มีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการผลิตอสุจิ
• ดังนั้น 𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 จึงถูกออกแบบให้ ยับยั้งเฉพาะ RAR-α
→ ทำให้กระบวนการสร้างอสุจิหยุดชั่วคราว
→ เมื่อหยุดยา ร่างกายสามารถสร้างอสุจิกลับมาได้ตามปกติ

💡ต่างจาก “ยาคุมแบบฮอร์โมน” อย่างไร?
ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เคยทดลอง “ยาคุมฮอร์โมนสำหรับผู้ชาย” มาหลายชนิด เช่น ยาที่กดการสร้างเทสโทสเทอโรน เพื่อหยุดการผลิตอสุจิ แต่ปัญหาคือ เกิดผลข้างเคียงคล้ายในผู้หญิง เช่น อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักเพิ่ม สิวขึ้น และสมรรถภาพทางเพศลดลง

ในทางกลับกัน 𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 ไม่แตะระบบฮอร์โมนเพศเลย
เพราะมันทำงานเฉพาะที่อัณฑะ โดยไปขัดขวาง “ตัวรับวิตามินเอ” เท่านั้น จึงไม่มีผลต่อระดับฮอร์โมน อารมณ์ หรือพฤติกรรมทางเพศ
✅ ไม่ใช้ฮอร์โมน
✅ ทานเป็นเม็ดได้
✅ มีประสิทธิภาพสูง
✅ กลับคืนได้หลังหยุดยา

🧪 บทสรุปและความสำคัญ
𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 ถือเป็นความก้าวหน้าในด้านสุขภาพทางเพศและการวางแผนครอบครัว การที่ยาตัวนี้มีความโดดเด่นในด้าน "ไร้ฮอร์โมน" และ "ย้อนกลับได้" ถือเป็นคุณสมบัติที่ผู้บริโภครอคอยมานาน ไม่เพียงแต่จะเพิ่มทางเลือกในการคุมกำเนิดให้กับคู่รักเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบในการป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งเดิมส่วนใหญ่ผู้หญิงเป็นผู้รับผิดชอบ

𝐆𝐞𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭 เราติดตามข่าวสารทางการแพทย์และนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด และหวังว่าในอนาคตอันใกล้ 𝐘𝐂𝐓-𝟓𝟐𝟗 จะผ่านการรับรองและเป็นอีกทางเลือกสำคัญ สำหรับการวางแผนครอบครัวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 😉

📩 ด้วยความปรารถณาดีจาก 𝐆𝐞𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

#ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

🧬 Telomere: นาฬิกาพันธุกรรมที่บอก "อายุจริง" ของไข่และตัวอ่อนอะไรคือ 𝐓𝐞𝐥𝐨𝐦𝐞𝐫𝐞 (เทโลเมียร์) และทำไมจึงสำคัญ?เทโลเมียร์ คื...
29/09/2025

🧬 Telomere: นาฬิกาพันธุกรรมที่บอก "อายุจริง" ของไข่และตัวอ่อน

อะไรคือ 𝐓𝐞𝐥𝐨𝐦𝐞𝐫𝐞 (เทโลเมียร์) และทำไมจึงสำคัญ?

เทโลเมียร์ คือส่วนปลายของ โครโมโซม ซึ่งเปรียบเสมือน "ฝาครอบป้องกัน" ดีเอ็นเอของเราไม่ให้เกิดการหลุดลุ่ยหรือเสียหายในการแบ่งเซลล์ ลองจินตนาการว่าโครโมโซมคือเชือกรองเท้า เทโลเมียร์ก็คือปลอกพลาสติกหุ้มปลายเชือกนั่นเอง

ในเซลล์ทั่วไป เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัวเพื่อซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ เทโลเมียร์จะหดสั้นลง เรื่อย ๆ ตามธรรมชาติ เป็นกลไกที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "นาฬิกาเซลล์ (𝐂𝐞𝐥𝐥𝐮𝐥𝐚𝐫 𝐂𝐥𝐨𝐜𝐤)" เมื่อเทโลเมียร์สั้นถึงจุดวิกฤต เซลล์นั้นก็จะหยุดแบ่งตัว เข้าสู่ภาวะ "ชราภาพของเซลล์ (𝐂𝐞𝐥𝐥𝐮𝐥𝐚𝐫 𝐒𝐞𝐧𝐞𝐬𝐜𝐞𝐧𝐜𝐞)" ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความเสื่อมตามอายุและการเกิดโรคต่าง ๆ

🥚 ความยาวเทโลเมียร์กับคุณภาพของไข่ (𝐎𝐨𝐜𝐲𝐭𝐞 𝐐𝐮𝐚𝐥𝐢𝐭𝐲)
• ในเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ เทโลเมียร์ ถือเป็นตัวบ่งชี้อายุชีวภาพ (Biological Age) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของไข่ (Oocyte Quality) ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของกระบวนการ IVF
• งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า ไข่จากผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น จะมีเทโลเมียร์ที่สั้นกว่าและทำงานได้ไม่สมบูรณ์ การหดสั้นของเทโลเมียร์ในเซลล์ไข่นี้เอง ที่ถูกตั้งสมมติฐานว่าอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการแบ่งตัวของโครโมโซมระหว่างกระบวนการสร้างไข่ (Meiosis)
• ผลลัพธ์คือ โอกาสที่ไข่จะกลายเป็นตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ (Aneuploidy) ก็จะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการ แท้ง หรือ การฝังตัวล้มเหลว

👶 ผลกระทบต่อ "อายุไข่" และตัวอ่อน (𝐄𝐦𝐛𝐫𝐲𝐨 𝐃𝐞𝐯𝐞𝐥𝐨𝐩𝐦𝐞𝐧𝐭𝐚𝐥 𝐂𝐨𝐦𝐩𝐞𝐭𝐞𝐧𝐜𝐞)
งานวิจัยทางการแพทย์พบว่าเทโลเมียร์ของตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (𝐁𝐥𝐚𝐬𝐭𝐨𝐜𝐲𝐬𝐭 𝐓𝐞𝐥𝐨𝐦𝐞𝐫𝐞 𝐋𝐞𝐧𝐠𝐭𝐡) ไม่ได้มีความยาวเท่ากันทั้งหมด โดยที่ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) ที่มี "เทโลเมียร์ยาวกว่า" มีแนวโน้มที่จะมีโอกาสฝังตัวและนำไปสู่การตั้งครรภ์สำเร็จที่สูงกว่า ตัวอ่อน Euploid ที่มีเทโลเมียร์สั้นกว่ามาก (Chien et al., Human Reproduction Open, 2024)

บ่งชี้ว่านอกเหนือจากความปกติของโครโมโซมของตัวอ่อน "สุขภาพโดยรวมของเซลล์" ซึ่งสะท้อนผ่านความยาวเทโลเมียร์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการรอดชีวิตและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเช่นเดียวกัน

✅ การดูแลสุขภาพร่างกายเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ
แม้ว่าเราจะไม่สามารถย้อนอายุไข่ได้ แต่สามารถดูแลสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการหดสั้นของเทโลเมียร์ได้
• จัดการความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่เร่งการหดสั้นของเทโลเมียร์ในเซลล์ทั่วร่างกาย
• โภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระ: การบริโภคอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น โอเมก้า-3 วิตามินซี และวิตามินอี สามารถช่วยลด ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นตัวการทำลายเทโลเมียร์
• การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างต่อเนื่องมีความสัมพันธ์กับเทโลเมียร์ที่ยาวขึ้นในเซลล์บางชนิด

การทำความเข้าใจเรื่อง เทโลเมียร์ ช่วยให้เราทราบว่าการเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนเข้าสู่กระบวนการ IVF/ICSI ไม่ใช่แค่การบำรุงไข่ แต่คือการดูแลสุขภาพเซลล์ในระดับพันธุกรรมเพื่อให้ได้ "ตัวอ่อนที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุด" ในทุกมิตินั่นเอง

📩 ด้วยความปรารถณาดีจาก 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
ติดต่อเราได้ทุกวันที่เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

-A #ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

😏 รู้หรือไม่ ? การทำหมันไม่ใช่จุดจบของการมีลูกเสมอไปหลายคนคิดว่าทำหมันแล้วจะไม่มีทางกลับมามีลูกได้อีก แต่ความจริงคือ การ...
18/09/2025

😏 รู้หรือไม่ ? การทำหมันไม่ใช่จุดจบของการมีลูกเสมอไป

หลายคนคิดว่าทำหมันแล้วจะไม่มีทางกลับมามีลูกได้อีก แต่ความจริงคือ การแพทย์ปัจจุบันมีทางเลือกหลายแบบ ทั้งการผ่าตัดแก้หมัน (Reversal) หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่าง IVF / ICSI ทำให้คู่รักที่เปลี่ยนใจสามารถกลับมามีลูกได้อีกครั้ง 💕

🔬 ทำหมันคืออะไร ?
การทำหมันเป็นการคุมกำเนิดถาวรที่มุ่ง “ป้องกันไม่ให้ไข่และอสุจิพบกัน”
• หมันหญิง (𝐓𝐮𝐛𝐚𝐥 𝐋𝐢𝐠𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧) → เป็นวิธีการ ผูก-ตัด-จี้ปิด ท่อนำไข่ (𝐅𝐚𝐥𝐥𝐨𝐩𝐢𝐚𝐧 𝐓𝐮𝐛𝐞) ทำให้ไข่ที่ตกทุกเดือนเดินทางไปมดลูกไม่ได้
• หมันชาย (𝐕𝐚𝐬𝐞𝐜𝐭𝐨𝐦𝐲) → เป็นวิธีการตัดและผูกท่อนำอสุจิ (𝐕𝐚𝐬 𝐃𝐞𝐟𝐞𝐫𝐞𝐧𝐬) ทำให้อสุจิไม่ออกมากับน้ำอสุจิ

แต่ถึงกระนั้น
• รังไข่ยังคงทำงานได้ → มีการตกไข่ทุกเดือน
• อัณฑะยังคงสร้างอสุจิได้ → เพียงแต่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้

🧬 IVF/ICSI หลังทำหมัน ทำงานอย่างไร

🩺 ฝ่ายหญิง
1. กระตุ้นรังไข่ (𝐂𝐨𝐧𝐭𝐫𝐨𝐥𝐥𝐞𝐝 𝐎𝐯𝐚𝐫𝐢𝐚𝐧 𝐒𝐭𝐢𝐦𝐮𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧) แพทย์ให้ฮอร์โมนกระตุ้นให้รังไข่สร้างไข่หลายฟองในรอบเดือนเดียว จากนั้นติดตามการเจริญของไข่ด้วยอัลตราซาวด์และตรวจเลือด
2️. เก็บไข่ (𝐎𝐨𝐜𝐲𝐭𝐞 𝐑𝐞𝐭𝐫𝐢𝐞𝐯𝐚𝐥) ใช้เข็มดูดไข่ผ่านช่องคลอด ภายใต้ยาระงับความรู้สึก ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ท่อนำไข่เลยทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการทำหมัน
3️. ปฏิสนธิในห้องแล็บ (𝐈𝐕𝐅 / 𝐈𝐂𝐒𝐈)
- IVF: วางไข่และอสุจิไว้ด้วยกันให้ปฏิสนธิเอง
- ICSI: ฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง (เหมาะกับกรณีอสุจิน้อยหรือคุณภาพต่ำ)
4️. ย้ายตัวอ่อน (𝐄𝐦𝐛𝐫𝐲𝐨 𝐓𝐫𝐚𝐧𝐬𝐟𝐞𝐫) คัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีที่สุด ใส่กลับเข้ามดลูก รอการฝังตัวและตรวจการตั้งครรภ์

🩺 ฝ่ายชาย
ใช้เทคนิค 𝐏𝐄𝐒𝐀 (𝐏𝐞𝐫𝐜𝐮𝐭𝐚𝐧𝐞𝐨𝐮𝐬 𝐄𝐩𝐢𝐝𝐢𝐝𝐲𝐦𝐚𝐥 𝐒𝐩𝐞𝐫𝐦 𝐀𝐬𝐩𝐢𝐫𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧) หรือ 𝐓𝐄𝐒𝐀 (𝐓𝐞𝐬𝐭𝐢𝐜𝐮𝐥𝐚𝐫 𝐒𝐩𝐞𝐫𝐦 𝐀𝐬𝐩𝐢𝐫𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧) ดูดอสุจิจากท่อนำอสุจิหรืออัณฑะโดยตรง ถึงแม้ในบางรายจำนวนอสุจิที่ได้จะน้อย แต่ก็ยังเพียงพอสำหรับการทำ ICSI

📊 โอกาสสำเร็จ (Success Rate)
มีรายงานการวิจัยว่า IVF หลังทำหมันมีอัตราการตั้งครรภ์ใกล้เคียงกับ IVF ในคู่ที่ไม่ได้ทำหมัน (Malacova et al., 2014) เพราะปัญหาจริงๆแล้วไม่ได้มาจากคุณภาพของไข่หรืออสุจิ แต่เป็นเพียงการอุดกั้นทางเดินเท่านั้น อัตราการตั้งครรภ์ต่อรอบ (Clinical Pregnancy Rate) เฉลี่ย 30-50% (ขึ้นกับอายุของฝ่ายหญิง) และหากตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ก่อนใส่ด้วย อัตราความสำเร็จอาจสูงขึ้นได้อีก

✅ ข้อดีของการเลือก IVF/ICSI แทนการผ่าตัดแก้หมัน
🔹 ไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ → ลดความเสี่ยงของการยึดติด (Adhesion) ของท่อนำไข่
🔹 สามารถเก็บตัวอ่อนแช่แข็งไว้ใช้ในอนาคต
🔹 สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) → ลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม
🔹 วางแผนเวลาใส่ตัวอ่อนได้ → เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีตารางชีวิตชัดเจน

💬 สรุป
🔹 การทำหมันไม่ได้ทำให้ร่างกายหยุดสร้างไข่หรืออสุจิ
🔹 การทำ IVF/ICSI ไม่จำเป็นต้องแก้หมันก่อน
🔹 มีโอกาสสำเร็จสูง และยังสามารถตรวจคัดกรองความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนใส่ได้

📌 หากคุณทำหมันแล้วอยากมีลูกอีกครั้ง ลองเข้ามาปรึกษาแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ของเรา เพื่อรับคำแนะนำในการวางแผนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ สุขภาพ และเป้าหมายของครอบครัวคุณโดยเฉพาะ
📩 ติดต่อเราได้ทุกวันที่ 𝐆𝐞𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭 เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

#ทำหมัน #ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

🧬✨ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 ยกระดับการคัดกรองตัวอ่อนด้วยข้อมูลที่สมบูรณ์และละเอียดลึกยิ่งขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเดินทางบนเส้...
06/09/2025

🧬✨ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 ยกระดับการคัดกรองตัวอ่อนด้วยข้อมูลที่สมบูรณ์และละเอียดลึกยิ่งขึ้น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเดินทางบนเส้นทางของการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) การคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนด้วยเทคนิค 𝐏𝐆𝐓-𝐀 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงต่างๆ โดยการคัดเลือกตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติ (Euploid) เพื่อย้ายกลับสู่โพรงมดลูก

แต่...จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถมองเห็นสุขภาพทางพันธุกรรมของตัวอ่อนได้ "ละเอียด" และ "ลึก" ยิ่งกว่าเดิม?
ขอแนะนำ PGT-A Upgrade เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของ PGT-A แบบดั้งเดิม ที่อาจมองไม่เห็นความผิดปกติทางพันธุกรรมขนาดเล็กมากๆ หรือความผิดปกติที่ซับซ้อนบางประเภทได้

💡 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 ตรวจเจออะไรที่มากกว่า?
จากการศึกษาย้อนหลังในตัวอ่อนมากถึง 4,300 ตัว PGT-A Upgrade แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการตรวจจับความผิดปกติที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

1. ค้นพบความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในตัวอ่อน "ปกติ" (𝐒𝐦𝐚𝐥𝐥 𝐂𝐍𝐕𝐬)
◦ นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด ในกลุ่มตัวอ่อนที่ถูกประเมินว่า โครโมโซมปกติ (Euploid) จากการตรวจแบบเดิม กลับพบว่า 1.09% (หรือ 23 ใน 2,107 ตัว) มีความผิดปกติของสารพันธุกรรมขนาดเล็ก (Small CNVs) ช่วง 1-4Mb ซ่อนอยู่
◦ ความสำคัญคือ แม้ตัวอ่อนจะดูมีโครโมโซมครบถ้วน แต่การมีสารพันธุกรรมบางส่วนขาดหรือเกินไปในระดับเล็กๆ ก็อาจส่งผลต่อการพัฒนาของตัวอ่อนได้ การตรวจพบจึงเป็นการเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกระดับก่อนการย้ายตัวอ่อน และงานวิจัยยังได้ใช้เทคนิค FISH (fluorescence in situ hybridization) เพื่อยืนยันความถูกต้องของการตรวจพบนี้ด้วย

2. ตรวจจับภาวะที่ซับซ้อนอื่นๆ ที่อาจมองไม่เห็น
◦ 𝐓𝐫𝐢𝐩𝐥𝐨𝐢𝐝𝐲 (โครโมโซม 3 ชุด): ภาวะที่ตัวอ่อนมีโครโมโซมทั้งชุดเกินมา 1 ชุด ซึ่งไม่สามารถพัฒนาเป็นทารกที่แข็งแรงได้ PGT-A Upgrade ตรวจพบภาวะนี้ในอัตรา 0.22% (10 จาก 4,300 ตัวอ่อน)
◦ 𝐔𝐧𝐢𝐩𝐚𝐫𝐞𝐧𝐭𝐚𝐥 𝐃𝐢𝐬𝐨𝐦𝐢𝐞𝐬 (𝐔𝐏𝐃): ภาวะที่ตัวอ่อนได้รับโครโมโซมคู่ใดคู่หนึ่งมาจากพ่อหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ตรวจพบในอัตรา 0.11% (5 จาก 4,300 ตัวอ่อน)

ตัวเลข 0.11% หรือ 0.22% อาจดูน้อย... แต่ทำไมถึงสำคัญมาก?
ในโลกของการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ทุกๆ ตัวอ่อนคือความหวังครั้งสำคัญ การสามารถคัดกรองตัวอ่อนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ออกไปได้ แม้จะเป็นเพียง 1 ใน 1,000 หรือ 2 ใน 1,000 ก็ตาม หมายถึงการลดโอกาสที่จะเกิดการฝังตัวที่ล้มเหลว หรือการแท้งในภายหลัง มันคือการเพิ่มความแม่นยำ และลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เราได้เลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดจริงๆ

🔬 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 จึงเปรียบเสมือนการอัปเกรดกล้องให้มีความละเอียดสูงขึ้น ช่วยให้เราเห็นรายละเอียดทางพันธุกรรมของตัวอ่อนได้ชัดเจนและครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น (comprehensive screening) ซึ่งมีศักยภาพในการปรับปรุงผลลัพธ์และเพิ่มอัตราความสำเร็จของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังเป็นการศึกษาย้อนหลัง และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันถึงผลกระทบทางคลินิกของความผิดปกติขนาดเล็กเหล่านี้ต่อไป

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝐏𝐆𝐓-𝐀 𝐔𝐩𝐠𝐫𝐚𝐝𝐞 สามารถปรึกษาแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ของเราเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะได้เลยนะคะ
📩 ติดต่อเราได้ทุกวันที่ 𝐆𝐞𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐧𝐞𝐭
เบอร์โทรศัพท์ 02-1165905
ที่อยู่ 361/3-4 ถนน ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

#ปฏิสนธิ #คัดกรองตัวอ่อน #เด็กหลอดแก้ว #เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ #มีลูกยาก #ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Reference: Xu N, Du Y, Su Z, Yu S, Li W, Guan Y, Lou H. Analysis of pregnancy outcomes in patients with unexplained recurrent miscarriage assisted by IVF/ICSI with or without PGT-A. Journal of Assisted Reproduction and Genetics. 2025 Mar 7:1-9.

ที่อยู่

361/3 ถ. ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Gene Planet Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Gene Planet Thailand:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

GENE Planet

ให้บริการ Preimplantation Genetic Testing ด้วยเทคนิค Next-Generation Sequencing ให้บริการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 สาเหตุของโควิด-19 ด้วยวิธี Real time RT-PCR

ให้บริการด้านคำปรึกษาด้าน Genetic counseling

และ Infertility counseling โดยผู้ผ่านการอบรมด้าน Infertile โดยเฉพาะ