Agnos Health Agnos health is a health tech company focusing on using AI to automate healthcare processes.

We work with hospital, insurance, pharmacy, medical lab to improve patient experience and service quality. เคยไหม? อยากรู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร แต่หาทีไร ก็เจอว่าเป็นมะเร็งทุกที? จะไปหาหมอโรงพยาบาลก็ต้องต่อคิวอีกเป็นเวลานาน จะดีกว่าไหม ถ้าสามารถตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง รวดเร็ว และ สะดวกสบาย ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการวิเคราะห์ที่ละเอียด และ มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่มาจากแพทย์ ช่วยให้คุณสามารถดูแลสุ

ขภาพตัวเองและคนในครอบครัวได้ให้มีสุขภาพที่ดี ด้วยคําแนะนําที่เข้าใจง่ายปฏิบัติตามได้

โปรแกรม ‘Agnos’ เพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาโดยทีมแพทย์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้ใช้สามารถใส่อาการเบื้องต้น พร้อมข้อมูลความเสี่ยงส่วนบุคคล ระบบจะทำการซักประวัติเพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์ว่าอาจเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง และให้คำแนะนำผู้ใช้งานว่าควรเข้าพบแพทย์เพิ่มเติมหรือไม่

ทีม Agnos เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญนี้ 🏥ขอบคุณโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และ พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์...
28/05/2026

ทีม Agnos เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญนี้ 🏥

ขอบคุณโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และ พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ที่ไว้วางใจให้ Agnos Health ร่วมพัฒนา Automated Hospital Patient Platform เพื่อยกระดับบริการเพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Hospital อย่างเต็มรูปแบบค่ะ

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลดีต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ในระยะยาว และทีม Agnos ทุกคนพร้อมทุ่มเทเพื่อให้ vision นี้เกิดขึ้นจริง 💙

#โรงพยาบาลกรุงเทพ #โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา #แอ็กนอส

กระทรวงสาธารณสุขเคยถูกตั้งฉายาว่า "กระทรวงร้อยแอป" เพราะมีแอปเยอะจนดูแลไม่ไหว 😅 วันนี้ระบบกำลังเปลี่ยน "หมอพร้อม" ไม่ใช่...
21/05/2026

กระทรวงสาธารณสุขเคยถูกตั้งฉายาว่า "กระทรวงร้อยแอป" เพราะมีแอปเยอะจนดูแลไม่ไหว 😅 วันนี้ระบบกำลังเปลี่ยน "หมอพร้อม" ไม่ใช่แค่แอปอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน... แล้วความปลอดภัยของข้อมูลเราล่ะ? ไปฟังคำตอบจากคนในวงการกันครับ 👇
รายการ The Health Visionary EP.3 นี้ ดร.วิช (CEO Agnos) พาทุกคนไปพูดคุยเจาะลึกกับ "อ.หมอไผ่" Supharerk Thawillarp ดร.นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity กับประเด็นเด็ดที่คนสายสุขภาพและเทคโนโลยีห้ามพลาด
📌 จากกระทรวงร้อยแอปสู่ "หมอพร้อม Super App" อัปเกรดระบบ Ecosystem กลางของประเทศ เชื่อมบริการแบบไร้รอยต่อด้วยล็อกอินเดียว
📌 ข้อมูลไม่ซิงก์กันข้าม รพ. แท้จริงแล้วติดขัดที่ "เทคโนโลยี" หรือ "ระบบบริหารนโยบายเงินเบิกจ่าย"?
📌 ความจริงด้าน Cybersecurity ทำไมถึงไม่มีอะไรปลอดภัย 100%? และการเปลี่ยน Mindset ของหน่วยงานรัฐจาก "ป้องกันไม่ให้รั่ว" เป็น "ตรวจพบให้เร็ว จำกัดความเสียหาย และกล้ารายงานปัญหา" ถึงเป็นทางรอดในยุคนี้
📌 AI Trust กับความเชื่อมั่น คนไข้ยุคใหม่เชื่อผลเสิร์ช Google และระบบแจ้งเตือน Smart Watch มากกว่าหมอจริงหรือ?
📌 วิสัยทัศน์ในอนาคต ทิศทางการนำสิทธิประกันสุขภาพเอกชนมาใช้ในโรงพยาบาลรัฐ (โมเดลบริการพรีเมียม) เพื่อลดความแออัด
💡 โอกาสทองของ Startup ไทย บริษัทซอฟต์แวร์หรือ Startup สายสุขภาพ ที่ต้องการเข้ามาทำงานพาร์ทเนอร์ร่วมกับภาครัฐอย่างไรให้ผ่านระเบียบและข้อจำกัดที่ซับซ้อนได้ง่ายที่สุด
รับชมคลิปเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์แรกเลยครับ 🎬👇
#หมอพร้อม #หมอพร้อมSuperApp #ความปลอดภัยข้อมูล #ระบบสาธารณสุขไทย ์

Agnos ร่วมมือกับ โรงพยาบาลหัวเฉียว นำเทคโนโลยี AI ยกระดับมาตรฐานการรักษา ลดเวลารอคอยโรงพยาบาลหัวเฉียว   ต้นแบบ “โรงพยาบา...
08/05/2026

Agnos ร่วมมือกับ โรงพยาบาลหัวเฉียว นำเทคโนโลยี AI ยกระดับมาตรฐานการรักษา ลดเวลารอคอย
โรงพยาบาลหัวเฉียว ต้นแบบ “โรงพยาบาลเอกชนเพื่อสังคม” ในสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานานกว่า 88 ปี วันนี้ไม่ได้หยุดแค่มาตรฐานการรักษาที่วางใจได้ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Smart Hospital เต็มตัว นำเทคโนโลยี AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในโรงพยาบาล เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพให้ทันสมัย ส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีให้กับผู้รับบริการทุกกลุ่ม
เปลี่ยนการ “รอคอย” ให้เป็นการ “รักษาที่มีคุณภาพ”
ระบบ Smart Registration ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลงทะเบียนและเช็คสิทธิ์ประกันล่วงหน้าได้ตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล พร้อมระบบ AI คัดกรองอาการที่แม่นยำ ช่วยลดขั้นตอนการรอคอยที่ไม่จำเป็น
ภายในแผนกผู้ป่วยนอก ระบบ Smart OPD นำ AI มาช่วยบริหารจัดการผู้ป่วยตลอดเส้นทาง ตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล พบแพทย์ รับยา และชำระเงิน จัดการลำดับคิวให้รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกแผนก ยกระดับมาตรฐานบริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มารับบริการ รวมถึงผู้ประกันตน ในสิทธิประกันสังคมอีกด้วย
อ่านต่อได้ที่ คอมเมนท์ด้านล่าง
#โรงพยาบาลหัวเฉียว

EP.2 คอมเมนท์กำลังเดือด 🔥 ดร.วิช CEO Agnos และหมอโอ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ Olarik Musigavong สูตินรีแพทย์ อดีตผู้อำนวยการก...
25/02/2026

EP.2 คอมเมนท์กำลังเดือด 🔥
ดร.วิช CEO Agnos และหมอโอ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ Olarik Musigavong สูตินรีแพทย์ อดีตผู้อำนวยการกองอนามัยมารดาและทารก เจ้าของเพจ การแพทย์แปดนาที โดย นพ.โอฬาริก มาร่วมพูดคุยแบบเจาะลึก กับโจทย์ใหญ่โครงสร้างประชากรไทย... เมื่อสถิติชี้ชัดว่า "คนตาย" มากกว่า "คนเกิด"... ประเทศไทยจะไปต่ออย่างไร?
👉 วิกฤตประชากร อีก 50 ปี คนไทยอาจหายไปครึ่งประเทศ เหลือแค่ 33 ล้านคน! ปัญหานี้ตกลงเป็นของใคร?
👉เจาะ Insight คน 3 กลุ่ม ทำไมคนยุคนี้ถึง "ไม่อยากมีลูก" หรือ อ"ยากมีลูก...แต่ไม่พร้อม"
👉ฝ่าวิกฤตด้วยนโยบาย ดันเพดานสิทธิลาคลอด 1 ปี, แผนสร้างเนอสเซอรี่คุณภาพ, และสิทธิบัตรทองทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ได้ฟรีแล้ว
👉FemTech & AI เมื่อเทคโนโลยีคือ "ตัวช่วย" สำคัญ ตั้งแต่แอพพยากรณ์ไข่ตก ไปจนถึง AI คัดเกรดสเปิร์มที่แม่นยำกว่าสายตามนุษย์
👉 โอกาส Medical Hub ปลดล็อกกฎหมาย ดันไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์เจริญพันธุ์ของกลุ่ม LGBTQ+ ระดับโลก
👉ทางรอด Startup ไทย ทำไมถึงไม่ควรเริ่มทำวิจัย "ต้นน้ำ" แต่ควรใช้กลยุทธ์ "กลางน้ำ" เพื่อพัฒนา HealthTech?
👇 ชมคลิปเต็มได้ ปักหมุดไว้ในคอมเมนต์แรกค่ะ
#หมอโอฬาริก #การแพทย์8นาที #วิกฤตประชากร #เด็กเกิดน้อย #ไม่อยากมีลูก #สังคมผู้สูงอายุ ์ #สมรสเท่าเทียม

25/02/2026

AI เป็นสิ่งที่ต้องเข้ามาข้องเกี่ยวกับการทำงานหลากหลายสาย แต่การจะใช้ AI เราต้องพิสูจน์ว่ามันใช้งานได้จริง ด้วยการลงไปทำงานกับกลุ่มเป้าหมายหรือ Sandbox เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้
- พี่วิช Agnos Health

กิจกรรม Innovator Dating ค่าย Rookie : Ready to Spark✨ พาเหล่านวัตกรรุ่นใหม่ มาเจอกับพี่ ๆ นวัตกรทางสังคม แลกเปลี่ยนแนวคิด มุมมอง และไอเดียการทำงานร่วมกัน

📍เริ่มต้นจาก Turn Pro Season 1 : Agnos คือแพลตฟอร์มนวัตกรรมการคัดกรองโรคด้วยระบบ AI โดยมีเป้าหมายคือการลดภาระหน้าที่ของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งช่วยคนไทยดูแลสุขภาพผ่านทางเลือกอื่น ๆ ที่มี

หากคุณเป็นผู้กำหนดนโยบาย...คุณจะเลือก เพิ่มงบประมาณ ก่อนหรือ ปรับโครงสร้างการบริหารงบให้สอดคล้องกับภาระงานจริงของระบบก่อ...
30/12/2025

หากคุณเป็นผู้กำหนดนโยบาย...
คุณจะเลือก เพิ่มงบประมาณ ก่อน
หรือ ปรับโครงสร้างการบริหารงบ
ให้สอดคล้องกับภาระงานจริงของระบบก่อน?
จะหาใครสักคนที่เข้าใจ “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ชื่อของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อดีตนายกแพทยสภา และประธานบอร์ด TCELS
คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
ในฐานะศัลยแพทย์ ผู้บริหาร และต้นแบบของวงการสุขภาพไทย
โพสต์นี้สรุปและเรียบเรียงประเด็นสำคัญ
จาก Podcast กว่า 1 ชั่วโมง ในรายการ The Health Visionary EP.1
ดำเนินรายการโดย ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม CEO Agnos Health
ซึ่งชวนอาจารย์ประสิทธิ์มาพูดคุยเจาะลึก
ทั้ง “ปัญหาที่สั่งสมมากว่า 30 ปี”
และ “ทางออกเชิงระบบ”
เพื่อพาประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub อย่างยั่งยืน



🔍 ระบบสาธารณสุขไทย: “พอใช้ได้” แต่ยังติดล็อก 2 เรื่อง
เมื่อถูกถามให้นิยามระบบสาธารณสุขไทยใน 1 ประโยค
อาจารย์ประสิทธิ์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ใช้ได้…แต่จะดีขึ้นมาก ถ้าปลดล็อกได้ 2 เรื่อง”

1️⃣ วิกฤตงบประมาณ (Under Budget)
ประเทศไทยใช้งบด้านสุขภาพเพียง ประมาณ 4% ของ GDP
ขณะที่มาตรฐานสากลควรอยู่ราว 6%
ช่องว่างนี้หมายถึง
• เงินไม่พอจ้างบุคลากร
• เทคโนโลยีไม่เพียงพอ
• ภาระตกอยู่ที่โรงพยาบาลด่านหน้า
2️⃣ ระบบบริหารจัดการไม่คล่องตัว
โดยเฉพาะโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ที่ขาดอิสระในการจัดการทรัพยากร
ต่างจากโรงพยาบาลในกำกับมหาวิทยาลัย
ซึ่งสามารถหารายได้เสริมมาชดเชยงบประมาณที่ขาดได้
👉 ประเด็นสำคัญคือ
“งบที่เพิ่มขึ้น” จะไม่ช่วย
หากโครงสร้างการจัดสรรยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาจริง



⚖️ “บัตรทอง” ดาบสองคมของระบบสุขภาพไทย
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี
คือการเกิดขึ้นของ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC)
หรือ “30 บาทรักษาทุกโรค”
นโยบายนี้ทำให้คนไทยทุกคน
เข้าถึงการรักษา (Accessibility) ได้จริง
แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ
• ต้นทุน (Cost) จากรัฐมีจำกัด
• ความคาดหวังด้านคุณภาพ (Quality Expectation) ของประชาชนสูงขึ้น
ภาระจึงตกอยู่ที่โรงพยาบาล
ไม่ใช่กองทุนอย่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
อาจารย์ประสิทธิ์ชี้ว่า
สิ่งที่ขาดหายไปคือ Public Education
การสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า
• สิทธิ์บัตรทองคือ Basic Package ที่ทุกคนควรได้รับ
• หากต้องการบริการที่ “เหนือกว่า” ควรมีระบบ Copayment (ร่วมจ่าย)
เพื่อให้ระบบยั่งยืน
และนำงบไปช่วยผู้ด้อยโอกาสได้จริง



⏳ วิกฤต “รอนาน” ไม่ใช่แค่เรื่องหมอขาดแคลน แต่คือปัญหา Level of Care ด้วย
ปัญหาคนไข้รอคิวนาน
ไม่ได้เกิดจากแพทย์ไม่พอเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจาก Level of Care ที่ไม่ชัดเจนด้วย
ประเทศไทยเปิดการเข้าถึงเต็มที่
ต่างจากประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น
คนไข้ในไทยจำนวนมาก Bypass ระบบ
ไม่ได้เริ่มรักษาในระดับที่เหมาะสม
และระบบไม่เคยสื่อสารอย่างจริงจังว่า
• โรคระดับไหน → ควรเริ่มรักษาที่ไหน
• โรงพยาบาลศูนย์ควรดูแล “เคสแบบใด”
• เคสแบบใดควรถูกดูแลใกล้บ้าน
ผลลัพธ์คือ
• โรงพยาบาลศูนย์แน่นเกินความจำเป็น
• โรคที่โรงพยาบาลทั่วไปดูแลได้ กลับมารวมอยู่กับเคสซับซ้อน
• ทรัพยากรระดับสูงถูกใช้ผิดระดับ
• ต้นทุนต่อเคสสูงขึ้น โดยคุณภาพไม่ได้เพิ่ม
นี่คือ ปัญหาเชิงระบบ
ไม่ใช่ปัญหาของคนไข้ หรือแพทย์



⏳ “หมอสมองไหล” ไม่ใช่ปัญหาความอดทน แต่คือความล้มเหลวของระบบงาน
แม้ประเทศไทยจะผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ “จำนวน”
แต่อยู่ที่ การกระจายและรูปแบบการทำงานที่ไม่สมดุล
ในทางปฏิบัติ
• เมืองใหญ่มีแพทย์ 1 คนต่อประชากรประมาณ 600–800 คน
• ขณะที่บางพื้นที่ต่างจังหวัด แพทย์ 1 คนต้องดูแลประชากรสูงถึง 3,000–4,000 คน

เมื่อระบบก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ภาระของแพทย์จึงไม่ใช่แค่ดูแล “คนมากขึ้น”
แต่ต้องดูแล ถี่ขึ้น นานขึ้น และซับซ้อนขึ้น
ในหลายพื้นที่ แพทย์ต้องทำงานเกิน 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนกลายเป็นเรื่องปกติ
อาจารย์ประสิทธิ์ชี้ชัดว่า
ปัญหานี้ ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการ “ใส่เงินลงไปอย่างเดียว”
เพราะต่อให้เพิ่มค่าตอบแทน
หาก
• รูปแบบงานยังบีบให้แพทย์อยู่เวรต่อเนื่อง
• ระบบสนับสนุนยังไม่ลดภาระงานที่ไม่ใช่งานรักษา
• และการกระจายแพทย์ยังไม่เปลี่ยน
เงินจะเพียง “ชะลอการลาออก”
แต่ไม่สามารถหยุดวงจรการสมองไหลได้จริง
สิ่งที่แพทย์จำนวนมากต้องการ
ไม่ใช่แค่รายได้ที่สูงขึ้น
แต่คือระบบการทำงานที่ “ปลอดภัยต่อทั้งคนไข้และตัวแพทย์เอง”
อาจารย์ประสิทธิ์ย้ำว่า
Work-Life Balance ของหมอก็จำเป็นต้องมี
แพทย์ที่ทำงานเกินขีดจำกัด
ย่อมมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการตัดสินใจ
และนั่นไม่ใช่ความล้มเหลวของบุคคล
แต่คือสัญญาณเตือนของระบบที่กำลังทำงานเกินเพดาน


🏥 ศิริราชรับมืออย่างไร
ที่ โรงพยาบาลศิริราช
อาจารย์ประสิทธิ์ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก
1) Manpower
ใช้รายได้ของโรงพยาบาล
จ้างแพทย์และ Hospitalist เพิ่มเอง
เพราะงบประมาณแผ่นดินไม่เพียงพอ
2)Technology
• ลดงานเอกสาร (Indirect Workload)
• ใช้แอป Siriraj Connect
ให้คนไข้เช็กอินจากบ้าน รู้คิวล่วงหน้า
ลดความแออัดและความเครียดทั้งสองฝ่าย
3) Expansion
ขยายบริการออกนอกพื้นที่
เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลหลัก



🤖 ต้องนำ AI และเทคโนโลยี มาเพิ่มประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเช่น
🔹 AI ช่วยวินิจฉัยปอด (นำมาใช้จริงแล้ว)
AI อ่าน X-ray ปอด
ช่วยคัดกรองความผิดปกติขั้นต้น
ลดภาระแพทย์เวร
เพิ่มความเร็ว และลดความผิดพลาดจากความเหนื่อยล้า
โดยแพทย์ยังเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย
🔹 AI บริหารจัดการห้องผ่าตัด (กำลังจะนำมาใช้)
ในอดีต ห้องผ่าตัดสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
ทั้งจาก เครื่องมือที่ถูกเตรียมเกินความจำเป็น
และจาก ช่วงเวลาว่างระหว่างเคสผ่าตัด
AI เข้ามาแก้ปัญหานี้ในเชิงระบบ
โดยเรียนรู้ข้อมูลการผ่าตัดจริงในอดีต
ทั้งลักษณะเคสและพฤติกรรมการทำงานของศัลยแพทย์แต่ละคน
เพื่อคาดการณ์ระยะเวลาผ่าตัดได้แม่นยำขึ้น
ผลคือสามารถ
• จัดตารางห้องผ่าตัดได้มีประสิทธิภาพ
• ลดช่วงเวลาว่างระหว่างเคส
• ใช้ทรัพยากรห้องผ่าตัดได้เต็มศักยภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน AI ยังเรียนรู้ว่า
ศัลยแพทย์แต่ละคน “ใช้เครื่องมือจริง” อะไรบ้าง
ทำให้สามารถเตรียมอุปกรณ์แบบ Tailor-made
แทนการเปิดชุดใหญ่เหมือนกันทุกเคส
ซึ่งช่วยลด Waste จากอุปกรณ์ที่ไม่ถูกใช้ แต่ต้องล้างและฆ่าเชื้อซ้ำ
เมื่อ AI จัดการได้ทั้ง เครื่องมือ และ เวลา
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ
• ลดต้นทุนต่อเคส
• เพิ่มจำนวนการผ่าตัดได้
• โดยไม่ต้องเพิ่มบุคลากร หรือสร้างห้องผ่าตัดใหม่
• พร้อมเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยจากระบบที่คาดการณ์ได้แม่นยำขึ้น
นี่คือเหตุผลที่ AI ในห้องผ่าตัด
ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่คือ Cost Effectiveness Tool
ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ
⚠️ แต่บทเรียนสำคัญ จากการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้

หากไม่ทำ Load Test
และไม่คิดถึง Scale จริง
หรือไม่คิดให้รอบด้าน
อาจกลายเป็นภาระในระยะยาว


🌏 Medical Hub ต้องใช้โมเดล “Give and Take”

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็น Medical Hub
จากคุณภาพการรักษา
Hospitality
และทำเลภูมิศาสตร์
แต่อุปสรรคสำคัญคือ
• ค่ารักษาที่เริ่มสูง
• การรักษาเกินความจำเป็น (Unnecessary Investigation)
ทางออกคือ
รัฐและเอกชนต้องมองตัวเองเป็นทีมเดียวกัน
ตัวอย่างคือ
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
ที่ให้บริการแบบเอกชน
แต่ควบคุมราคาให้ต่ำกว่าตลาดราว 20%
และนำกำไรกลับมาสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ


🧭 Sailing off the Map: กล้าที่จะไปในเส้นทางใหม่
อาจารย์ประสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า
คนส่วนใหญ่มักเลือกเดินในแผนที่ที่ปลอดภัย
แต่ปลายทางนั้น…มีคนไปถึงแล้วนับล้าน
การจะเป็น “ผู้ชนะ” ในน่านน้ำใหม่
ต้องอาศัย 5 องค์ประกอบ
• Human Resource
• Leadership
• System
• Strategy
• Teamwork
นี่ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ของวงการแพทย์
แต่คือ เข็มทิศของประเทศ
หากประเทศไทยต้องการเป็นผู้นำ
ไม่ใช่เพียงผู้ตาม
____
บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทสนทนากว่า 1 ชั่วโมง
หากอยากเข้าใจระบบสาธารณสุขไทยให้ลึกกว่านี้
แนะนำให้รับชม คลิปเต็มในรายการ The Health Visionary EP.1
แนบ link ไว้ที่คอมเมนท์ด้านล่าง
#ศิริราช #หมอประสิทธิ์ #บัตรทอง #30บาทรักษาทุกโรค #วิกฤตหมอ #หมอลาออก ์ #นวัตกรรมไทย #นโยบาย #สปสช #เลือกตั้ง2569 #ระบบสาธารณสุข #โรงพยาบาลรัฐ

ถอดบทเรียน 30 ปี จาก ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา (อดีตคณบดีศิริราช และอดีตนายกแพทยสภา) กับโจทย์ใหญ่สาธารณสุขไทย.. เมื่อทรั...
10/12/2025

ถอดบทเรียน 30 ปี จาก ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา (อดีตคณบดีศิริราช และอดีตนายกแพทยสภา) กับโจทย์ใหญ่สาธารณสุขไทย.. เมื่อทรัพยากรมีจำกัด แต่วิกฤตถาโถม... ผู้นำต้องบริหารอย่างไร?
🟠 วิกฤตงบบัตรทอง: ทางตันอยู่ที่ "เงินไม่พอ" หรือ "บริหารไม่เป็น"?
🟠 ปมปัญหารพ.รัฐ: คนไข้รอนาน รพ.แออัด หมอลาออกเพราะภาระงานล้น (100 ชม./สัปดาห์)
🟠 Siriraj Model: บริหารโรงพยาบาลรัฐยังไงให้ Win-Win ทั้งคนไข้ รัฐ และเอกชน?
🟠 เทคโนโลยีการแพทย์: เมื่อ AI คือ "ทางรอด" ไม่ใช่ทางเลือก
🟠 นวัตกรรมคนไทย: ดันงานวิจัยสู่การใช้จริงด้วยกลไก TCELS THAILAND
🟠 Medical Hub: ฝันให้ไกล แต่ต้องไปให้ถึง ด้วย 4 ปัจจัยหลักที่ต้องรู้
พบกับรายการใหม่! The Health Visionary โดย ดร.วิช (CEO Agnos) เชิญ อ.ประสิทธิ์ มาพูดคุยแบบเจาะลึก นี่คือ 1 ชั่วโมงเต็มที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณกับระบบสาธารณสุขไทยไปตลอดกาล .
🎥 รับชมคลิปเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์แรกค่ะ 👇👇
#ศิริราช #หมอประสิทธิ์ #บัตรทอง #30บาทรักษาทุกโรค #วิกฤตหมอ #หมอลาออก ์ #นวัตกรรมไทย #ระบบสาธารณสุข #โรงพยาบาลรัฐ

🎉 ขอขอบคุณ NIA - National Innovation Agency Thailand สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (THTA) และพันธมิตร...
01/10/2025

🎉 ขอขอบคุณ NIA - National Innovation Agency Thailand สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (THTA) และพันธมิตรทุกท่านที่ได้มอบโอกาสให้ทีม Agnos ได้เข้าร่วม Sandbox program ในครั้งนี้ค่ะ

ครั้งแรกในไทย! นำ 'AI คัดกรองอาการ' สำหรับลูกค้าประกัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นAgnos Health จับมือ ...
04/09/2025

ครั้งแรกในไทย! นำ 'AI คัดกรองอาการ' สำหรับลูกค้าประกัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
Agnos Health จับมือ Siam Smile เปิดตัวบริการ ‘AI ปรึกษาด้านสุขภาพ’ ใช้ AI คัดกรองอาการป่วย ผ่าน LINE เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าประกันยุคใหม่
บริษัท แอ็กนอสเฮลท์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และ บริษัท สยามสไมล์โบรกเกอร์ - ประเทศไทย จำกัด Siam Smile Broker ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เปิดตัวบริการใหม่ “AI ปรึกษาด้านสุขภาพ” ที่นำเทคโนโลยี AI มาให้บริการคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้นแก่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของสยามสไมล์ ผ่าน Line Official Account เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการดูแลสุขภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
บริการ “AI ปรึกษาด้านสุขภาพ” ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนตัวสำหรับลูกค้าสยามสไมล์ เมื่อรู้สึกป่วยหรือไม่สบาย สามารถเข้ามาใช้บริการประเมินอาการผ่าน AI ใน Line Official Account ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งระบบจะช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำยา หรือร้านขายยาใกล้คุณ และช่วยทำนัดหมายแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลเครือข่าย
ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม, CEO บริษัท แอ็กนอสเฮลท์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ สยามสไมล์ ผู้ให้บริการด้านประกันภัยที่มีวิสัยทัศน์และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง การนำเทคโนโลยี AI คัดกรองอาการป่วย มาช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าจะดูแลตัวเองอย่างไร ลดความกังวลและลดการเดินทางไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเราในการทำให้เทคโนโลยีสุขภาพเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก”
“และการที่สยามสไมล์ ได้นำเทคโนโลยีของเราไปใช้เป็นรายแรก ถือเป็นการปลดล็อกศักยภาพของ AI ในการสร้าง Use Case ใหม่ๆ ที่ทรงพลังให้กับภาคประกัน เรากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าข้อมูลและเทคโนโลยีสามารถยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ได้อีกมาก” ดร.ปพนวิช กล่าว
คุณรักเกียรติ มั่นคง, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ โซลูชั่น เดเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ ที่สยามสไมล์ เรามองหาโซลูชันที่จะมาช่วยยกระดับการให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ความร่วมมือกับ Agnos ครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยี AI มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า บริการ ‘ยิ้มหวานยามป่วย’ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยเชื่อมต่อกับเครือข่ายโรงพยาบาลและร้านขายยาได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้เพื่อลดความกังวลและทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับพวกเขา
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรก และก้าวสำคัญในการผสานเทคโนโลยี Health Tech เข้ากับวงการประกัน เพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลลูกค้าให้ได้รับทั้งความคุ้มครองและบริการด้านสุขภาพที่เหนือกว่าได้อย่างไร้รอยต่อ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่...https://www.agnoshealth.com/articles/introducing-thailands-first-ai-symptom-checker-for-insurance-customers-no-more-unnecessary-hospital-visits #%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E2%80%9Cai-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E2%80%9D-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89
สำหรับบริษัทที่ต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมของคุณ Agnos Health พร้อมเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

หากคุณสนใจใช้ระบบ AI คัดกรองอาการของ Agnos สามารถติดต่อเพื่อปรับใช้กับบริการของคุณได้ที่ https://forms.clickup.com/3793803/f/3krwb-4182/OE588HQ19NXUB4QAV3
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.agnoshealth.com/services/ai-services

#แอ็กนอส #สยามสไมล์ #ประกัน

Agnos Health นำเสนอ "AI Smart Primary Care" ต่อนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมผลักดันบริการทางการแพทย์ ในยุค 4.0เมื่อ ...
13/08/2025

Agnos Health นำเสนอ "AI Smart Primary Care" ต่อนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมผลักดันบริการทางการแพทย์ ในยุค 4.0
เมื่อ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา –ดร.ปพนวิช CEO Agnos Health และในฐานะตัวแทนกลุ่มสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ได้รับเกียรติสูงสุดในการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย "AI Smart Primary Care: นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระบบการแพทย์ 4.0" ต่อ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในงาน “นโยบาย by เยาวชน” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
งานในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของวงการนโยบายสาธารณะ ที่รัฐบาลได้เปิดพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังเสียงและข้อเสนอจากเครือข่ายเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่โดยตรง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างมีความหมาย Agnos Health มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะในมิติระบบสาธารณสุข
ในฐานะสตาร์ทอัพด้าน Health Tech ที่มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี AI มายกระดับระบบบริการสุขภาพ ข้อเสนอ "AI Smart Primary Care" ของเรามุ่งเน้นการปฏิรูปการแพทย์ปฐมภูมิ (Primary Care) ของไทยให้เข้าถึงง่าย ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญ อ่านต่อ... https://www.agnoshealth.com/articles/agnos-proposes-ai-smart-primary-care-to-the-prime-minister-to-advance-thailands-healthcare-4-0
Agnos Health รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นกระบอกเสียงในการนำเสนอแนวคิดที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมในวงกว้าง เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วน เพื่อนำศักยภาพของเทคโนโลยี AI มาสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง เพื่ออนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Agnos Healthผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Agnos Health:

แชร์