KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.

KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ. บริการปรึกษาและจิตวิทยาสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

I’m the Lobster ”🦞
24/03/2026

I’m the Lobster ”🦞

เจ็บจนอยากยอมแพ้...
หรือจริงๆ คุณแค่กำลังจะ ‘ลอกคราบ’? 🦞🛡️

ทฤษฎี ‘The Lobster Paradox’ ที่กำลังบอกว่า
ทำไมความอึดอัดที่บีบคั้น คือสัญญาณว่าคุณกำลังเติบโต
รู้ไหมครับว่า "กุ้งมังกร" (Lobster) มันเติบโตขึ้นมาได้ยังไง?
ตัวของมันเป็นเนื้อนิ่มๆ แต่ถูกขังอยู่ในเปลือกที่แข็งโป๊กและขยายขนาดไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป ตัวกุ้งจะใหญ่ขึ้นจนเริ่มไปเบียดกับเปลือกเดิม ความอึดอัดจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มัน "เจ็บและทรมาน" สุดๆ
และจุดนั้นแหละครับ คือสัญญาณที่บอกกุ้งมังกรว่า... ถึงเวลาต้อง "ลอกคราบ" เพื่อสร้างเปลือกใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมแล้ว!

1) ความอึดอัด... คือตัวเร่งปฏิกิริยา 🌋

ในชีวิตเราก็เหมือนกันครับ บางครั้งสภาพแวดล้อมเดิมๆ งานเดิมๆ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ Toxic ก็เปรียบเสมือน "เปลือก" ที่มันเริ่มแคบเกินไปสำหรับหัวใจและศักยภาพของคุณ

ถ้ากุ้งมังกรมีหมอส่วนตัวแล้วไปขอยาแก้ปวดมากินได้ มันก็คงจะนอนสบายอยู่ในเปลือกเดิมไปวันๆ แต่มันจะ "ไม่โต" และสุดท้ายมันก็จะตายเพราะถูกบีบอัดอยู่ข้างใน ความเจ็บปวดจึงไม่ใช่ศัตรูจริงๆ แต่มันคือ "สัญญาณเตือน" ว่าเวอร์ชันเดิมของคุณมันเล็กเกินไปสำหรับสิ่งที่คุณกำลังจะเป็นในอนาคตแล้ว

2) พลิกมุมคิด เปลี่ยนวิกฤตเป็นเกราะใหม่ 🧠🔄

ในทางจิตวิทยา เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Post-Traumatic Growth (PTG) หรือการเติบโตหลังจากผ่านสภาวะบีบคั้นครับ มนุษย์เราไม่ได้แค่ "ฟื้นตัว" กลับมาที่จุดเดิม (Resilience) เท่านั้น แต่เรายังสามารถ "เก่งกว่าเดิม" ได้จากบาดแผล

แทนที่จะถามว่า "ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับฉัน?" ลองใช้การ Reframing หรือเปลี่ยนมุมมองใหม่เป็น "เรื่องนี้กำลังบอกให้ฉันขยับขยายไปทางไหน?" การมองความทุกข์เป็นโอกาสในการสร้าง "เกราะใหม่" จะช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้สำเร็จ

3) 3 สัญญาณบอกว่าคุณกำลังจะ "ลอกคราบ" 🛠️✨

✅ ความเบื่อที่รุนแรง: งานที่เคยทำได้คล่องมือ กลับรู้สึกว่ามันกัดกินวิญญาณ เพราะคุณเก่งเกินกว่าจะอยู่ที่เดิมแล้ว

✅ ความอึดอัดในที่ทำงาน: สภาพแวดล้อมเริ่มบีบจนคุณรู้สึกแปลกแยก นั่นแปลว่าคุณไม่ได้พัง แต่คุณแค่ "ใหญ่เกินกว่ากรง" นี้แล้ว

✅ ความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง: กุ้งมังกรตอนลอกคราบจะตัวนิ่มและเปราะบางที่สุด มันต้องไปแอบตามซอกหิน ความกลัวที่คุณรู้สึกตอนนี้ คือกระบวนการปกติของการสร้างเวอร์ชันที่แกร่งกว่าเดิม
ถ้าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกอึดอัดใจเหมือนถูกบีบคั้นจากรอบด้าน อย่าเพิ่งรีบวิ่งหายาแก้ปวดมาดับอาการนั้นครับ ลองหยุดฟังเสียงจากข้างในดูว่า "เปลือกนี้มันเล็กไปสำหรับเราแล้วหรือเปล่า?"

#หมีว่า 🐻
จำไว้ว่า กุ้งมังกรจะไม่มีวันตัวใหญ่ขึ้นได้เลยถ้ามันไม่ยอมผ่านช่วงเวลาที่ "เจ็บปวดที่สุด" มาก่อน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักจะซ่อนอยู่หลังความอึดอัดที่ทนแทบไม่ไหวนี่แหละ

ช่วงนี้มี "เปลือก" ไหนในชีวิตที่เริ่มบีบจนคุณอยากลอกคราบออกมาบ้างไหม? มาแชร์กันครับ! 🦞🛡️✨



_____________________________

📚 ที่มา: Rabbi Dr. Abraham Twerski – The Lobster Paradox (2014), Tedeschi & Calhoun – Post-Traumatic Growth (PTG) Theory (1996), Psychology Today – Crisis as a Catalyst for Change (2023)

🥹https://www.facebook.com/share/p/1Efn1gGvFC/?mibextid=wwXIfr
24/03/2026

🥹
https://www.facebook.com/share/p/1Efn1gGvFC/?mibextid=wwXIfr

อยู่ดี ๆ ก็โดนเหวี่ยงใส่ พูดแรงใส่ หรือทำเหมือนไม่แคร์⁣
ทั้งที่จริงแล้วมันอาจไม่ใช่ “เรา” ที่ผิดเลย⁣
แต่อาจเป็นเพราะเขา... ⁣
กำลังจัดการอารมณ์ของตัวเองไม่ไหวต่างหาก!⁣

อารมณ์ของเขา..ไม่ควรกลายเป็น "บาดแผลของเรา"⁣

—⁣

"พายุ" ที่คนอื่นหอบมาทิ้งใส่เรา⁣
มันคือสัญญาณของทักษะการจัดการอารมณ์ที่กำลังติดลบของตัวเขา⁣

นี่คือเหตุผลที่ SEL สำคัญมาก:⁣
→ Self-Awareness: รู้เท่าทันว่าตอนนี้เรากำลังโกรธหรือเสียใจ⁣
→ Self-Management: เลือกระบายออกในทางที่ไม่ทำร้ายใคร⁣
⁣...เพราะทุกการระบายออกมี “คนรับผล” อยู่เสมอ⁣

—⁣

อย่าให้ความไม่นิ่งของคนอื่น มาทำลายความสงบในใจเรา⁣
และอย่าให้ "อารมณ์ชั่ววูบ" ของเรา ไปสร้างบาดแผลในใจใคร⁣


วันนี้เราดูแล "พายุ" ในใจเราได้ดีพอหรือยัง?⁣




ผู้เขียน: Armer Khanachang
──────────⁣
#การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม⁣



ถ้ายัง Aware ตัวเองไม่ได้ ☘️ จะ Manage ตัวเองได้อย่างไร!?

มาลองเช็คตัวเองกันดูนะคะว่าเรากำลังผูกติดคุณค่าตัวเองไว้กับผู้อื่น (External Validation) อยู่หรือเปล่า? แล้วถ้าเป็นแบบนั...
19/03/2026

มาลองเช็คตัวเองกันดูนะคะว่าเรากำลังผูกติดคุณค่าตัวเองไว้กับผู้อื่น (External Validation) อยู่หรือเปล่า? แล้วถ้าเป็นแบบนั้น ควรทำอย่างไร😞
เช็ค 4 สัญญาณเตือน🚨

1. กลัวการโดนตำหนิขั้นสุด (Fears of disapproval) เช่น ปกติคุณเป็นคนชอบแต่งหน้า แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า คุณจึงยอมไม่แต่งหน้าเพื่อให้เค้าชอบ

2. อ่อนไหวคำคำวิจารณ์อน่างมาก (Hypersensitivity to feedback) เช่น เพื่อนแนะนำว่าถ้าคุณพูดให้ช้าลงนิดนึงตอนที่พรีเซ็นงานจะช่วยให้พูดชัดเจนขึ้นนะ แต่คุณตีความว่าเพื่อนไม่รัก ไม่ซัพพอร์ตคุณแล้ว

3. เสพติดการยอมรับผ่านโซเชียล (Social media overemphasis) เช่น คุณไม่ได้เลือกรูปที่ชอบลงใน IG แต่เลือกลงรูปที่คิดว่า "ถ้าลงรูปนี้คนอื่นจะได้มองว่าฉันเป็นคนเทสต์ดี"

4.ตัดสินใจเองไม่เป็น (Indecisveness) เรื่องเล็กน้อยแค่ไหนคุณก็แทบตัดสินใจเองไม่ได้เลย เช่น คุณต้องคอยถามเพื่อนทุกวันและทุกมื้อว่าจะกินอะไรดี แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็จะต้องโทรไปถาม

แนวทางปรับ 🙂
การยอมรับตัวเองจากภายใน (Internal validation)
1. พูดชื่นชมตัวเอง,พูดอย่างอ่อนโยนกับตัวเองในกระจกทุกวัน
2. หารูปตอนเด็กที่เราชอบตัวเองในตอนนั้น เอารูปนั้นแปะไว้ในสมุดบันทึกของเรา แล้วเขียนขอบคุณตัวเองในสิ่งที่ทำได้ดีในวันนี้ในสมุดและมองรูปนั้นไปด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก คุณหนึ่ง (IG: this.is.neung)

-----------------------------------------
💖 พูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣ Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣ โทร 0-2470-8105
3️⃣ ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึก KFC) ชั้น 1
4️⃣ ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️
https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawQoXQJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFwSGwxOUc0dWNQUDB3aEpnc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmXmfAr7PK-pB3E0VjCBj8ARovg_DBt-SrtJ3d0j37lT3UEFEfSplaxypq26_aem_2ZleSwRAQg5Xt9Y0_-rUjw
👉 เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)

----------------------------------------------------
💗 นักศึกษามจธ.ใช้บริการปรึกษาออนไลน์ผ่านแอปฯ OOCA ได้ฟรี
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง หรืออยากคุยแบบส่วนตัว
✔ ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษามจธ.
✔ ปลอดภัย ข้อมูลเป็นความลับ
✔ ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
🎥 วิดีโอสาธิตการใช้งาน OOCA: https://www.youtube.com/watch?v=DCIvZvXb1CU

หากรู้สึกว่าเริ่มเครียดเพราะข่าวสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ลองให้ตัวเองได้ “พักหายใจ” ด้วยวิธีเหล่านี้ดูนะคะ 🤍•1. จำกัดพื้นท...
12/03/2026

หากรู้สึกว่าเริ่มเครียดเพราะข่าวสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ลองให้ตัวเองได้ “พักหายใจ” ด้วยวิธีเหล่านี้ดูนะคะ 🤍



1. จำกัดพื้นที่ข่าวในแต่ละวัน 🧩
เสพข่าวเท่าที่จำเป็นพอ วันละ 1–2 ครั้งพอ ไม่ต้องไถฟีดทั้งวัน
ให้ตัวเองมี “พื้นที่หายใจ” ที่ไม่ต้องรับข้อมูลตึงเครียดตลอดเวลา

2. กลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควบคุมได้ 🎯
เราคุมเหตุการณ์ใหญ่ๆ ไม่ได้ แต่เราคุมสิ่งเล็กๆ ในชีวิตเราได้
เช่น ดูแลตัวเอง ทำงานที่ทำได้ ใช้เวลากับครอบครัว
สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยดึงเรากลับมาสู่ “ความมั่นคงภายใน”

3. ระบายความรู้สึกออกบ้าง ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว 🌿
คุยกับใครที่ไว้ใจ เขียนระบาย ทำงานอดิเรกที่ช่วยฮีลใจ
การปล่อยออกอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้ใจเบาลงมากกว่าที่คิด

4. หายใจลึกๆ แล้วพาตัวเองกลับมาปัจจุบัน 🍃
เวลาความกังวลพุ่ง ลองหลับตา หายใจเข้า 4 วินาที ออก 6 วินาที
ทำ 1–2 นาทีช่วยลดความตื่นตัวของร่างกาย และทำให้ใจสงบลงแบบทันที

⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻
หากรู้สึกว่าความกังวลหรือความเครียดจนเริ่มมากขึ้นจนรับมือได้ยาก
อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องเผชิญความรู้สึกเหล่านั้นเพียงลำพัง

การขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสามารถช่วยให้คุณ
จัดการความเครียด และหาวิธีปรับตัวอย่างเหมาะสมเพื่อให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นได้💖

--------------------------------------------
💗 นักศึกษามจธ.ใช้บริการปรึกษาออนไลน์ผ่านแอปฯ OOCA ได้ฟรี
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง หรืออยากคุยแบบส่วนตัว
✔ ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษามจธ.
✔ ปลอดภัย ข้อมูลเป็นความลับ
✔ ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
🎥 วิดีโอสาธิตการใช้งาน OOCA: https://www.youtube.com/watch?v=DCIvZvXb1CU
--------------------------------------------
💖 พูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣ Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣ โทร 0-2470-8105
3️⃣ ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึก KFC) ชั้น 1
4️⃣ ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️
https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawQfatVleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFKejY4VUxiMnJPMWF1MEFhc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHnHHm_O6xoC2uDLLiXaSmC2FmedGSQlNkjKl2A4bbuE0Q_Quyh4JFb4-HkVU_aem_OjQfON_bS0rPDor5ZnxQaw
👉 เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
--------------------------------------------

📝เรียบเรียงโดย พิชชา รักษาความดี
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานจิตวิทยาการปรึกษา
📍 ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://thestandard.co/life/how-to-cope-with-bad-news-anxiety/?fbclid=IwY2xjawQfawZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFKejY4VUxiMnJPMWF1MEFhc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHnJ4Qp5gqzx6sZeHnMFVdY2xZq4zL4RapCr52aO7i4UeHhykd-aXfcLrBDw8_aem_ZL0y3UYZEv9tv9AOW5wAsg

หัวร้อนง่าย ทำไงดี 😤😤😤😤😤 https://www.facebook.com/share/p/1CEThFBQT6/
11/03/2026

หัวร้อนง่าย ทำไงดี 😤😤😤😤😤 https://www.facebook.com/share/p/1CEThFBQT6/

มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามเร่งให้เพจเติบโตให้เร็วที่สุด⁣
ต้องโพสต์ให้ได้เยอะ ต้องมีคนแชร์ ต้องมีผู้ติดตามเพิ่ม⁣
— แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือยิ่งพยายาม ยิ่งรู้สึกช้า⁣

เพราะแรงขับของการทำทั้งหมดนั้น มันไม่ใช่ความมุ่งมั่น — มันคือ ความกลัว⁣

แต่เมื่อถึงจุดที่เรายอมรับได้ว่า.. “โอเคร ฉันยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่ามันจะไม่สำเร็จ กลัวว่าจะไม่มีคนแชร์ กลัวว่าเพจจะไม่เติบโต” สิ่งที่เกิดขึ้นคือ… ผมรู้สึกใจเบาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ⁣

ทั้งที่ผมยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ยอดผู้ติดตามก็ยังเท่าเดิม ยอดแชร์ยอดไลค์ก็ยังทรงๆ — แต่ทำไมถึงรู้สึกเบาขึ้น…? นั่นคือคำถามที่ทำให้ผมอยากเขียนบทความนี้ครับ⁣
⁣..................................................................⁣

ในปี 2007 นักประสาทวิทยาศาสตร์ Matthew Lieberman และทีมวิจัยจาก UCLA ได้ทำการทดลองที่น่าสนใจมาก พวกเขาให้ผู้เข้าร่วมการทดลองดูภาพใบหน้าที่แสดงอารมณ์ต่างๆ — โกรธ กลัว เศร้า — ขณะที่วัดการทำงานของสมองด้วยเครื่อง fMRI⁣

พบว่า เมื่อเราพูดยอมรับหรือเรียกชื่อความรู้สึกออกมา (เช่น "ฉันรู้สึกกลัว") สมองส่วน Amygdala (ที่คอยส่งสัญญาณเตือนภัย/ความเครียด) จะทำงานลดลง และสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) จะทำงานมากขึ้น เปรียบเสมือนการ "เหยียบเบรก" ให้อารมณ์สงบลง⁣

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผมพูดกับตัวเองว่า “ฉันกลัวว่ามันจะไม่สำเร็จ” — ผมไม่ได้แค่รับรู้ความกลัว แต่ผมกำลังส่งสัญญาณให้สมองว่า “ฉันเห็นมันแล้ว (ความกลัว) ไม่ต้องตะโกนต่อแล้ว!!” สมองส่วนที่เกี่ยวกับการเอาตัวรอด (Fight/Flight/Freeze/Fawn) จะค่อยๆ สงบลง เมื่อมันรับรู้ว่า “โอเค… เจ้าของร่างกายรับรู้ฉันแล้ว”⁣
⁣..................................................................⁣

📍สองเส้นทางของอารมณ์ความรู้สึก⁣

#เส้นทางที่1: การเพิกเฉยและกดทับ (Invalidation)⁣

Ignore › Suppress › Self-Invalidate › Dysregulate › Escalate⁣

❶ เริ่มจากเมิน (Ignore): เราอาจจะยุ่งเกินไปหรือคิดว่าความรู้สึกนั้นไม่สำคัญ จึงเลือกที่จะไม่สนใจมัน⁣

❷ พยายามกดทับ (Suppress): เมื่อมันยังอยู่ เราก็พยายามดันมันลงไปข้างล่าง แล้วใช้ชีวิตต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น⁣

❸ ตำหนิตัวเอง (Self-Invalidate): ขั้นนี้อันตรายที่สุด คือการเริ่มตัดสินตัวเองว่า "ไม่ควรรู้สึกแบบนี้" หรือ "ทำไมเราอ่อนแอ" ซึ่งเป็นการหันมาโจมตีตัวเองแทน⁣

❹ สูญเสียการควบคุม (Dysregulate): เมื่อกดไว้นานๆ ระบบอารมณ์จะรวน จนสมองส่วนเหตุผลคุมไม่อยู่⁣

❺ ระเบิดออก (Escalate): สุดท้ายอารมณ์จะปะทุออกมาเองอย่างรุนแรง เช่น โกรธจัดโดยไม่มีเหตุผล หรือร้องไห้ออกมาในเวลาที่ไม่คาดคิด⁣


#เส้นทางที่2: การยอมรับและเรียกชื่ออารมณ์ (Acceptance)⁣

Pause › Observe › Name › Validate › Allow⁣

① เริ่มต้นจากการหยุด (Pause)— ไม่ใช่การหยุดเพื่อแก้ปัญหา แต่คือการหยุดเพื่อไม่ตอบสนองแบบอัตโนมัติ⁣

② สังเกต (Observe) ได้ — มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายและความคิดโดยไม่ตัดสิน รู้สึกหนักในอกไหม? มือไม้สั่นไหม? ความคิดวนซ้ำอยู่เรื่องอะไร?⁣

③ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด — เรียกชื่ออารมณ์ (Name) เช่น “นี่คือความกลัว” หรือ “นี่คือความเครียด” — สมองส่วน Amygdala จะทำงานลดลงทันที เพราะสมองรับรู้ว่า “เจ้าของร่างกายเห็นฉันแล้ว ไม่ต้องตะโกนต่อแล้ว”⁣

④ ยืนยันความรู้สึก (Validate) — คือการบอกตัวเองว่า “ความรู้สึกนี้มีอยู่จริงในตอนนี้ และฉันรับรู้มันแล้ว”⁣

⑤ อนุญาตให้มันอยู่ (Allow) — ปล่อยให้อารมณ์นั้นผ่านไปตามธรรมชาติ โดยไม่เร่งให้มันหาย ไม่ต่อสู้กับมัน และไม่ตัดสินตัวเองที่รู้สึกแบบนั้น⁣


อ่านต่อเพื่อหาคำตอบเพิ่ม...✦ ⁣ selminder.com/knowledge-hub/self-awareness/ยอมรับความรู้สึก/



ผู้เขียน: Armer Khanachang
──────────⁣
#การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม⁣



ถ้ายัง Aware ตัวเองไม่ได้ ☘️ จะ Manage ตัวเองได้อย่างไร!?⁣

เรื่องบางเรื่องเราเร่งรัดไม่ได้ ลองปล่อยใจสบายๆ ระหว่างที่รอดูนะ ------------------------------------------------💗นักศึก...
11/03/2026

เรื่องบางเรื่องเราเร่งรัดไม่ได้ ลองปล่อยใจสบายๆ ระหว่างที่รอดูนะ
------------------------------------------------
💗นักศึกษามจธ.ติดต่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣โทร 0-2470-8105
3️⃣ ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน🔽
https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawOtqeticmlkETFrOGRMYVZSOE05a3hXcXZvc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHsk_lb45HB3z3Wv2tMhIgXRVBTswLODo9lQABUs5BlR66OErrjIAfYjOYnSV&brid=R2-h3YUEioIB8TWqOs2GiA
👉เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
------------------------------------------------
📍หมายเหตุ: กรณีที่เคยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้ว
ให้ติดต่อนัดหมายทาง Inbox, เบอร์โทร หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
------------------------------------------------

คำถามข้อนี้ไม่ใช้แบบวัดหรือแบบประเมินทางจิตวิทยา แต่ก็เป็นคำถามที่สามารถสะท้อน "สัมพันธภาพกับตนเอง" ได้ไม่น้อยเลย เราใช้...
05/03/2026

คำถามข้อนี้ไม่ใช้แบบวัดหรือแบบประเมินทางจิตวิทยา แต่ก็เป็นคำถามที่สามารถสะท้อน "สัมพันธภาพกับตนเอง" ได้ไม่น้อยเลย เราใช้ชีวิตกับตัวเองทุกวันแต่บางทีเราอาจจะยังไม่ได้ทำความรู้จักกับคนๆนี้ ที่เรียกว่า "ตัวเอง" จริงๆหรือเปล่านะ

💭 การขาดสัมพันธภาพกับตัวเองส่งผลอย่างไร
- รู้สึกว่างเปล่า ไม่มีเป้าหมาย
- เครียดและวิตกกังวล
- ตัดสินใจไม่ชัดเจน
- ความมั่นใจลดลง
- ความสัมพันธ์กับคนอื่นมีปัญหา

🌱 วิธีเพิ่มสัมพันธภาพกับตัวเอง
- สังเกตและยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
- พูดคุยกับใจตัวเองแบบ Deep-talk
- ให้เวลาอยู่กับตัวเอง ทำสิ่งที่ชอบ
- เขียนบันทึกหรือทำสมาธิ
- ตั้งขอบเขตที่ชัดเจนกับคนรอบข้าง

หลายคนเข้าใจว่า Self-esteem คือความมั่นใจมาก ๆ หรือการคิดบวกกับตัวเองตลอดเวลา แต่แท้จริงแล้ว Self-esteem คือ “การเห็นคุณ...
27/02/2026

หลายคนเข้าใจว่า Self-esteem คือความมั่นใจมาก ๆ หรือการคิดบวกกับตัวเองตลอดเวลา แต่แท้จริงแล้ว Self-esteem คือ “การเห็นคุณค่าตัวเองอย่างสมดุล” ทั้งในวันที่เราประสบความสำเร็จ และในวันที่เราผิดพลาด ไม่ใช่การมองตัวเองดีเกินจริง และไม่ใช่การตำหนิตัวเองจนหมดคุณค่า

Self-esteem ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ

1. การเห็นตามความเป็นจริง (Realistic)
รู้จักจุดแข็ง จุดอ่อน ความสามารถ และข้อจำกัดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่หลอกตัวเอง และไม่กดตัวเองต่ำเกินไป

2. การเห็นคุณค่าในตัวเอง (Appreciative)
แม้จะมีข้อบกพร่อง ก็ยังมองเห็นด้านดีของตัวเอง ไม่ปล่อยให้ข้อเสียมาลบล้างคุณค่าทั้งหมด

สรุปสั้น ๆ คือ รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเอง และยังคงเคารพคุณค่าของตัวเอง
Self-esteem ที่ดีจึงไม่ใช่การหลงตัวเอง แต่เป็นความมั่นคงภายใน ทำให้เราไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร และยังเปิดพื้นที่ให้พัฒนาต่อไปได้ อย่างที่ Carl Rogers กล่าวไว้ว่า

‘เมื่อเรายอมรับตนเองในแบบที่เป็น เราจึงสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้’

ดังนั้น KMUTT CAPS จึงขอนำเสนอ

4 มุมมองที่ช่วยให้ Self-esteem เติบโต

1. การยอมรับตัวเอง (Self-Acceptance)
มองเห็นทั้งด้านดีและด้านที่ต้องพัฒนา เข้าใจว่าความสุขและความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

2. ความอดทน (Patience)
การเติบโตต้องใช้เวลา อย่าเร่งตัวเองเกินไป ทุกคนมีจังหวะของตัวเอง การพัฒนาที่มั่นคงมักค่อยเป็นค่อยไป

3. เมตตาต่อตัวเอง (Self-Compassion)
ลดคำตำหนิรุนแรง เช่น จาก “ฉันแย่มาก” เป็น “ครั้งนี้ฉันทำได้ไม่ดีเท่าที่หวัง”
พูดกับตัวเองเหมือนที่พูดกับคนที่เรารัก

4. การไม่ตัดสินตัวเอง (Non-judgement)
แยก “พฤติกรรมที่ต้องปรับปรุง” ออกจาก “คุณค่าของตัวเรา”
ความผิดพลาดไม่ได้ทำให้เราไร้ค่า มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

KMUTT CAPS แนะนำการทริคการจำง่าย ๆ คือ

“Self-esteem = เห็นความจริง + เห็นคุณค่า”

ค่อย ๆ ยอมรับตัวเอง อดทนกับการเติบโต ใจดีกับตัวเอง และลดการตัดสิน
เมื่อเราปฏิบัติกับตัวเองอย่างอ่อนโยนและซื่อสัตย์ คุณค่าภายในจะค่อย ๆ แข็งแรง และเติบโตอย่างมั่นคงจากข้างใน 🌿
---------------------------------------------------------------
💗นักศึกษามจธ.ติดต่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣โทร 0-2470-8105
3️⃣ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึกKFC) ชั้น 1
4️⃣ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️ https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawQN3BRleHRuA2FlbQIxMABicmlkETJ2MVpMWXZ5RHNDaFhRWVA1c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHu_cG81SCxpBmC2vltWXkXJh_cWnt1QRJIB1Os7wq9u1xMrGygVj7YSztVyG_aem_c9cWLmVbW__eNnGX43kOlA&brid=R2-h3YUEioIB8TWqOs2GiA
👉เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
--------------------------------------------------
📍หมายเหตุ: กรณีที่เคยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้ว
ให้ติดต่อนัดหมายทาง Inbox, เบอร์โทร หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
---------------------------------------------------
📝เรียบเรียงโดย วารินทร์ญา ปิติสิริกุล
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานจิตวิทยาการปรึกษา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
on mind way : Self-esteem: 4 มุมมองที่ช่วยเสริมสร้างการเห็นคุณค่าตัวเอง
จาก https://onmindway.com/self-esteem-เห็นคุณค่าในตัวเอง/
ภาพประกอบ create by canva

“ไม่ใช่เพราะความทุกข์ที่ทำให้เราคิดมาก แต่เป็นเพราะความคิดมากที่ทำให้เราทุกข์” ประโยคนี้ฟังดูคมคาย แต่สำหรับคนที่กำลังจม...
26/02/2026

“ไม่ใช่เพราะความทุกข์ที่ทำให้เราคิดมาก แต่เป็นเพราะความคิดมากที่ทำให้เราทุกข์”

ประโยคนี้ฟังดูคมคาย แต่สำหรับคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง มันอาจไม่ช่วยอะไร หากยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับความคิดมากอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

คำว่า “อย่าคิดมาก” ที่ผู้พูดอาจจะพูดด้วยความหวังดี แต่ผู้ฟังอาจจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิ และไม่ได้รับความเข้าใจ

เพราะหากจัดการกับความรู้สึกคิดมากของตัวเองได้ คงไม่ปล่อยให้มันมาทำให้ตัวเองทุกข์ขนาดนี้

บางที ทางออกอาจไม่ใช่การสั่งให้ตัวเองหยุดคิด แต่คือการเรียนรู้ที่จะเข้าใจและอยู่กับความคิดอย่างอ่อนโยนมากกว่า ซึ่งสามารถทำตามขั้นต้นได้ดังนี้

1. รู้ว่าตัวเองคิดมากเพราะอะไร (Know your triggers)
เริ่มจากการสังเกตว่า “สิ่งใด” ทำให้คุณคิดมาก เช่น ความกลัว ความไม่แน่นอน หรือสถานการณ์เฉพาะ การรู้ตัวช่วยให้คุณจัดการกับต้นเหตุได้แทนที่จะปล่อยให้ความคิดวนไปเรื่อย ๆ

2. มีสติอยู่กับปัจจุบัน (Be mindful)
สติไม่ได้หมายถึงการนั่งสมาธิอย่างเดียว แต่คือการจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันที เช่น ทำกิจกรรมทีละอย่างอย่างตั้งใจ การทำสิ่งต่าง ๆ ช้า ๆ อย่างมีสมาธิช่วยให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน

3. ท้าทายความคิดของตัวเอง (Challenge your thoughts)
ตั้งคำถามกับความคิด เช่น
“สิ่งที่ฉันคิดอยู่มันจริงแค่ไหน?”
“คิดแบบนี้ช่วยอะไรฉันจริงหรือไม่?”
“ถ้าคิดแบบอื่นจะเป็นอย่างไร?”
วิธีนี้ช่วยให้คุณมองความคิดจากมุมมองที่เป็นกลางมากขึ้น

4. ลงมือทำ (Take action)
ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเรื่องใหญ่ เริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ก่อน เช่น ถ้ากลัวเดินทางคนเดียว ก็เริ่มจากที่ใกล้บ้าน การลงมือทำช่วยลดความกลัว และสร้างความมั่นใจที่แท้จริง

5. อย่าคิดว่าคุณอยู่ลำพัง (Remember you are not alone)
หากความคิดมากส่งผลต่อความสุข การขอความช่วยเหลือจากเพื่อน คนใกล้ชิด หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิตก็เป็นทางเลือกที่ดี บ่อยครั้งการพูดคุยช่วยให้คุณเห็นมุมมองใหม่และรู้ว่าคนอื่นก็เคยเผชิญเรื่องคล้ายกันมาก่อน

นอกจาก 5 ข้อ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้ เช่น การออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกให้ตัวเองโอเคกับความไม่โอเค ยอมรับข้อผิดพลาดและความไม่สมบูรณ์แบบ เรียนรู้และทำความเข้าใจว่าความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของการเติบโต

ท้ายที่สุด หากเราอาจไม่สามารถห้ามความคิดที่เกิดขึ้นได้ แต่เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะปล่อยให้มันควบคุมชีวิตหรือไม่ ความคิดมากไม่ใช่ความผิด และไม่ใช่ความอ่อนแอ มันเป็นเพียงสัญญาณว่าข้างในเรากำลังต้องการความเข้าใจมากกว่าคำตำหนิ แทนที่จะบอกตัวเองให้หยุดคิด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะเท่าทัน ยอมรับ และอยู่กับความคิดของตัวเองอย่างอ่อนโยน เพราะเมื่อเราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ความคิดก็จะค่อย ๆ เบาลง และความทุกข์จะไม่ครอบงำเราเหมือนเดิมอีกต่อไป 🫂🥰🤍

---------------------------------------------------------------
💗นักศึกษามจธ.ติดต่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣โทร 0-2470-8105
3️⃣ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึกKFC) ชั้น 1
4️⃣ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️
https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawOtqeticmlkETFrOGRMYVZSOE05a3hXcXZvc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHsk_lb45HB3z3Wv2tMhIgXRVBTswLODo9lQABUs5BlR66OErrjIAfYjOYnSV&brid=R2-h3YUEioIB8TWqOs2GiA
👉เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
--------------------------------------------------
📍หมายเหตุ: กรณีที่เคยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้ว
ให้ติดต่อนัดหมายทาง Inbox, เบอร์โทร หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
---------------------------------------------------
📝เรียบเรียงโดย ฐิดาพร บุญภูมิ
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานจิตวิทยาการปรึกษา
📍 ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.istrong.co/single-post/simple-ways-to-stop-overthinking

“พื้นที่ปลอดภัย” คือที่ที่ใจเราได้พักและเป็นตัวเองได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยทางกายภาพ แต่คือพื้นที่ที่ทำให้เราสงบ ส...
24/02/2026

“พื้นที่ปลอดภัย” คือที่ที่ใจเราได้พักและเป็นตัวเองได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยทางกายภาพ แต่คือพื้นที่ที่ทำให้เราสงบ สบายใจ ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกตัดสินหรือคุกคาม และกล้ายอมรับทั้งความเก่งและความผิดพลาดของตัวเองได้ ซึ่งต่อไปนี้คือ 3 สัญญาณที่บอกว่า ที่ตรงนั้นคือ “พื้นที่ปลอดภัยของใจ” และคุณสามารถสังเกตได้ทันทีในชีวิตจริง

1) ร่างกายผ่อนคลายโดยอัตโนมัติ
เมื่อเราอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ระบบประสาทจะเปลี่ยนจากโหมดระวังภัยเป็นโหมดผ่อนคลาย
สังเกตง่าย ๆ ว่า
หายใจลึกและยาวขึ้น (ลมหายใจลงท้อง)
৹ คอ บ่า ไหล่ไม่เกร็ง
৹ ไม่กัดกราม ไม่เม้มปาก
৹ สายตามองรอบตัวได้สบาย ไม่จ้องแข็งเป็นจุดเดียว
ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วร่างกายคลายตัวเองโดยไม่ต้องพยายาม นั่นคือสัญญาณสำคัญ

2) พูดได้ ถามได้ ผิดพลาดได้ โดยไม่ถูกลดคุณค่า พื้นที่ปลอดภัยคือที่ที่เราไม่ต้อง “สมบูรณ์แบบ” คุณจะรู้สึกว่า
৹ กล้าพูดว่า “ยังไม่แน่ใจ” หรือ “ช่วยดูให้หน่อย”
৹ อีกฝ่ายฟังจนจบ ไม่รีบตัดสิน
৹ เมื่อผิดพลาด จะช่วยกันแก้ ไม่ซ้ำเติม
৹ เราถูกยอมรับใน “ตัวตน” ไม่ใช่แค่ “ผลงาน”
ถ้าคุณเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลา แปลว่าคุณกำลังอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย

3) วันที่หนัก กลับเบาลงเมื่อได้อยู่ตรงนั้น แม้จะเป็นวันที่เครียดหรือเหนื่อยใจ
৹ เพียง 10-20 นาที ความตึงเครียดลดลง
৹ ความคิดฟุ้งซ่านค่อย ๆ คลาย
৹ มีพลังใจกลับไปจัดการปัญหาได้ดีขึ้น
พื้นที่ปลอดภัยไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปทันที แต่ทำให้เรามีพลังพอจะเผชิญมัน

ทาง KMUTT CAPS อยากฝากไว้ว่า ถ้าคุณมีคนหรือสถานที่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ใจ จงรักษาไว้ แต่หากความสัมพันธ์ใดทำให้คุณเหนื่อยล้า ถูกลดคุณค่า หรือไม่กล้าเป็นตัวเอง การถอยออกมาไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการดูแลใจตัวเอง และที่สำคัญที่สุดจงฝึกเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง รับรู้อารมณ์ตามจริง พูดกับตัวเองด้วยความเมตตา ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง เมื่อใจเรามั่นคง เราจะเลือกความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจ และกล้าเติบโตในแบบของตัวเองได้อย่างแท้จริง
---------------------------------------------------------------
💗นักศึกษามจธ.ติดต่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣โทร 0-2470-8105
3️⃣ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึกKFC) ชั้น 1
4️⃣ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️ https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawQJ8GVleHRuA2FlbQIxMABicmlkETJ6MjBtSDB1VzdtM0lqckRDc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHotGqoPm4psD56yHlD3HXQfh92sCQz5-7K8uwKTK2JaYecq050T-MWwbyKAo_aem_wgT_GC_EI1dHlPH16HBWLQ&brid=R2-h3YUEioIB8TWqOs2GiA
👉เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
--------------------------------------------------
📍หมายเหตุ: กรณีที่เคยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้ว
ให้ติดต่อนัดหมายทาง Inbox, เบอร์โทร หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
---------------------------------------------------
📝เรียบเรียงโดย วารินทร์ญา ปิติสิริกุล
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานจิตวิทยาการปรึกษา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
on mind way : 3 สัญญาณ บ่งบอก “พื้นที่ปลอดภัย” ของใจเรา
จาก https://onmindway.com/สัญญาณ-พื้นที่ปลอดภัย-ใจ
ภาพประกอบ create by canva

Toxic Experiences หรือ ประสบการณ์ที่เป็นพิษ  ในทางจิตวิทยา คือ เหตุการณ์หรือความสัมพันธ์เชิงลบที่ทิ้งผลกระทบต่อจิตใจ ควา...
19/02/2026

Toxic Experiences หรือ ประสบการณ์ที่เป็นพิษ ในทางจิตวิทยา คือ เหตุการณ์หรือความสัมพันธ์เชิงลบที่ทิ้งผลกระทบต่อจิตใจ ความรู้สึก และพฤติกรรมของเรา ซึ่งอาจเกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดี สภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด การสูญเสีย หรือความผิดหวังซ้ำ ๆ จนอาจทำให้เกิด “แผลใจ” หรือ “Trauma” ถ้าหากไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม

4 เทคนิคจิตวิทยา ในการฟื้นฟูจิตใจจากประสบการณ์ที่เป็นพิษ (Toxic Experience)

1. รับรู้และยอมรับ
ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และยอมรับความรู้สึกของตัวเองเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะการเผชิญหน้าและเข้าใจอารมณ์จริง ๆ ช่วยให้เราไม่หลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธสิ่งที่รู้สึก แต่เรียนรู้จัดการกับมันอย่างแท้จริง

2. พูดคุยและขอความช่วยเหลือ
การระบายและแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคนที่เราไว้ใจ ไม่เพียงช่วยปลดปล่อยภายในเท่านั้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ทำให้เราเห็นมุมมองชีวิตที่ต่างออกไป และค่อย ๆ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตัวเองได้มากขึ้น

3. พัฒนากลไกเผชิญปัญหา (Coping Mechanisms)
การเรียนรู้วิธีจัดการความเครียด อารมณ์ และสถานการณ์ยาก จะช่วยให้เรามีความสมดุลทางอารมณ์มากขึ้น การสร้างทักษะเหล่านี้ไม่ใช่เพียงลดผลกระทบระยะสั้น แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแรงทางจิตใจระยะยาวด้วย

4. ตัดหรือจำกัดปฏิสัมพันธ์กับสิ่งและคนที่เป็นพิษ
การเว้นระยะหรือเลิกปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือบุคคลที่เป็นพิษ คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้กับตัวเอง สิ่งนี้ช่วยลดความเครียด เปิดโอกาสให้เราได้พักใจ และตั้งต้นชีวิตที่มีความสมดุลและสงบขึ้น

แม้ Toxic Experience จะมีอิทธิพลต่อจิตใจและอาจสร้างบาดแผลลึก แต่การมีทักษะในการฟื้นฟูอย่างเหมาะสมสามารถเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นบทเรียน ช่วยให้เราเติบโตทั้งทางอารมณ์ ความคิด และชีวิตโดยรวมอย่างยั่งยืน ✨

---------------------------------------------------------------
💗นักศึกษามจธ.ติดต่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ช่องทางต่อไปนี้
1️⃣Inbox เพจ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.
2️⃣โทร 0-2470-8105
3️⃣ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
อาคารพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ 190 ปี (ตึกKFC) ชั้น 1
4️⃣ลงทะเบียนรับบริการที่ลิงค์ด้านล่าง (กรณีนัดครั้งแรก)
และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยัน▶️
https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=3DJEb9IgHUSx26wzgLpjPTEyU0oqmBlFhtTQ9pRr-dZUOEJXVFBEUVJMTVBRREk5SFhVMUdOMERLVS4u&fbclid=IwY2xjawOtqeticmlkETFrOGRMYVZSOE05a3hXcXZvc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHsk_lb45HB3z3Wv2tMhIgXRVBTswLODo9lQABUs5BlR66OErrjIAfYjOYnSV&brid=R2-h3YUEioIB8TWqOs2GiA
👉เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.
ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ (VDO call)
--------------------------------------------------
📍หมายเหตุ: กรณีที่เคยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้ว
ให้ติดต่อนัดหมายทาง Inbox, เบอร์โทร หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานกิจการนักศึกษา
---------------------------------------------------
📝เรียบเรียงโดย ฐิดาพร บุญภูมิ
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานจิตวิทยาการปรึกษา
📍 ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.istrong.co/single-post/toxic-experience

🧡🧡🧡
18/02/2026

🧡🧡🧡

ที่อยู่

Bangkok
10140

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6624708105

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง KMUTT CAPS: บริการปรึกษาและจิตวิทยา มจธ.:

แชร์