Navella Medical & Wellness

Navella Medical & Wellness Your optimal health solution
เพื่อสุขภาพที่ดี ในแบบฉบับของคุณ

Navella Anti-aging and Wellness
“Your optimal health solution”

We are healthcare professionals with a mission to provide holistic health solutions tailor-made for all through technology, innovation and knowledge.

29/04/2026

พอเข้าเลข 4 นอนไม่ค่อยหลับ ผมร่วง ไม่มี energy อ้วนง่าย ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมีอาการแบบนี้ ปรากฏ ว่าแก้วกำลังเข้าสู่ Perimenopause ! กรี๊ดอาการชัดมาก เลยได้มาปรับฮอร์โมนแบบจริงจัง กับหมอเอมมี่ที่ ตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้วอาการดีขึ้นมากๆ น้ำหนักลดลง กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น นอนดีขึ้นเยอะ แต่ยังต้องปรับต่อเพราะการปรับฮอร์โมนใช้เวลา ใครเป็นเหมือนกันลองปรับฮอร์โมนดูแล้วชีวิตจะดีขึ้นมากเลยค่ะ!

#ตรวจสุขภาพ #ภาวะก่อนหมดประจำเดือน #ณเวฬา

🌟 Navella Success Stories Series สุดปลื้ม! แอร์สาวสายการบินดัง ขึ้นแท่นคุณแม่ป้ายแดง ในวัย 38เรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง...
28/04/2026

🌟 Navella Success Stories Series สุดปลื้ม! แอร์สาวสายการบินดัง ขึ้นแท่นคุณแม่ป้ายแดง ในวัย 38

เรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พยายามมีลูกมานานหลายปี ผ่านการทำเด็กหลอดแก้วมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วร่างกายของเธอกำลังมีปัญหาอะไรซ่อนอยู่กันแน่ เธอจึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาหมอเอมมี่ ที่ Navella เพื่อทำการตรวจสุขภาพเชิงลึก และค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะมีบุตรยาก ก่อนเริ่มวางแผนฟื้นฟูร่างกายอย่างจริงจัง

🏷️ หมอเอมมี่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของเธอให้พร้อมสำหรับการมีลูกได้หรือไม่? มาติดตามเรื่องราวนี้ไปพร้อมกัน

💡 ประวัติคนไข้

👩‍🦰 หญิงวัย 37 ปี ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยลักษณะงานที่ต้องเดินทางข้ามประเทศเป็นประจำ ตารางบินเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้เวลานอนและเวลาพักผ่อนไม่แน่นอน บางครั้งต้องบินข้ามไทม์โซนติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ร่างกายต้องเผชิญกับภาวะเจ็ตแล็กและความเหนื่อยล้าสะสมอยู่บ่อยครั้ง แม้หน้าที่การงานจะประสบความสำเร็จ แต่ในใจลึก ๆ เธอยังคงมีความฝันอยากมีลูก เพื่อเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

😭 ตลอดเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา เธอพยายามตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติแต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF (เด็กหลอดแก้ว) ซึ่งเป็นกระบวนการเก็บไข่จากรังไข่มาผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน ก่อนคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงและนำกลับไปฝังในโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเธอไม่ได้ง่ายอย่างที่หวัง เพราะเธอผ่านการทำ IVF มาแล้วถึง 3 ครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งแรกได้ไข่แต่คุณภาพไม่ดี ครั้งที่สองได้ตัวอ่อนแต่ผลตรวจพบว่าโครโมโซมไม่ผ่านและมีความเสี่ยงต่อภาวะดาวน์ซินโดรม ส่วนครั้งที่สามแม้จะได้ตัวอ่อน แต่เกรดของตัวอ่อนยังไม่ดีพอ แพทย์ประเมินว่าหากใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกอาจไม่สามารถฝังตัวได้ ทำให้ความพยายามทั้งหมดจบลงด้วยความผิดหวัง

🔎 นอกจากปัญหาการมีบุตรยากแล้ว เธอยังมีปัญหาสุขภาพหลายอย่างร่วมด้วย เช่น เป็นภูมิแพ้เรื้อรัง ประจำเดือนมาน้อยและมาไม่สม่ำเสมอ ปวดไมเกรนช่วงมีประจำเดือน รวมถึงอาการเพลียและเหนื่อยง่ายตลอดวัน จนต้องพึ่งชา กาแฟ วันละหลายแก้ว และกินของหวานเป็นประจำเพื่อเพิ่มพลังงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายของเธออาจกำลังอยู่ในภาวะเสียสมดุลโดยที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

🩺 การตรวจสุขภาพเชิงลึก

คุณหมอเอมมี่แนะนำให้ตรวจสุขภาพเชิงลึก เพื่อประเมินสมดุลของร่างกายโดยรวม โดยการตรวจหลักที่ทำ ได้แก่

🔬 Female Hormone Test เป็นการตรวจวัดระดับฮอร์โมนสำคัญในร่างกายผู้หญิง เช่น ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนความเครียด และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานของร่างกาย เพื่อประเมินว่าฮอร์โมนอยู่ในสมดุลหรือไม่

🔬 AMH (Anti-Mullerian Hormone) เป็นฮอร์โมนที่ใช้ประเมิน ปริมาณไข่สำรองในรังไข่ ซึ่งช่วยคาดการณ์โอกาสในการเก็บไข่และความสำเร็จของการทำ IVF

🌟อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป อ่านต่อได้ในคอมเม้นท์ หรือ คลิก https://url.in.th/OLVMT

🚩ไม่แนะนำให้รักษาโดยอ้างอิงจากแนวทางการรักษานี้ แม้ว่าคุณจะมีปัญหาสุขภาพหรืออาการที่คล้ายคลึงกันเนื่องจากปัญหาสุขภาพของแต่ละคนมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกันไป การรักษาที่ได้ผลสำหรับบางคนอาจไม่เหมาะสมกับคนอื่น ที่ ณ เวฬา คลินิก ทีมแพทย์ของเราจะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ หากคุณต้องการแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเริ่มการรักษาใดๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #สุขภาพ #มีบุตรยาก #มีลูกยาก

เบื่ออกไก่ ไข่ต้มใช่ไหม? ผักก็มีโปรตีน! เปิดลิสต์ 9 ผักโปรตีนสูง 🥦💪 เมื่อพูดถึงการสร้างกล้ามเนื้อหรือการซ่อมแซมส่วนที่สึ...
24/04/2026

เบื่ออกไก่ ไข่ต้มใช่ไหม? ผักก็มีโปรตีน! เปิดลิสต์ 9 ผักโปรตีนสูง 🥦

💪 เมื่อพูดถึงการสร้างกล้ามเนื้อหรือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็น "อกไก่" "ไข่ต้ม" หรือ "เวย์โปรตีน" จนกลายเป็นความเชื่อส่งต่อกันว่า “ถ้าอยากได้โปรตีน ต้องกินเนื้อสัตว์เท่านั้น” ขณะที่ผักมักถูกมองว่าเป็นเพียงแหล่งกากใยที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ความจริงแล้ว โลกของโภชนาการยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไป งานวิจัยจำนวนมากเริ่มชี้ให้เห็นว่า “พืช” ก็สามารถเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพได้เช่นกัน และในหลายกรณียังเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย

🥬 ผักไม่ได้มีแค่ไฟเบอร์ แต่ยังเป็นแหล่ง “โปรตีนจากพืช” ที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ (Vegetarian) วีแกน (Vegan) หรือแม้แต่เทรนด์ใหม่อย่าง Flexitarian ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่พยายามลดการบริโภคเนื้อสัตว์ การเลือกทานผักที่มีโปรตีนสูงไม่ใช่แค่การกินเพื่อให้อิ่ม แต่เป็นการกินเพื่อ ฟื้นฟูและดูแลร่างกายในระยะยาว ผักหลายชนิดมีสัดส่วนโปรตีนต่อน้ำหนักที่น่าประทับใจ และหากเลือกรับประทานอย่างหลากหลาย ก็สามารถช่วยเติมเต็มความต้องการโปรตีนของร่างกายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก https://url.in.th/PLzQM

🌱 โปรตีนจากผัก ดีกว่าในบางมิติอย่างไร?

สิ่งที่ทำให้โปรตีนจากผักเหนือกว่าเนื้อสัตว์ในบางมิติ คือสิ่งที่เรียกว่า “โปรตีนสะอาด” (Clean Protein) เพราะนอกจากโปรตีนแล้ว ร่างกายยังได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพิ่มเติม เช่น

🔺Phytonutrients: สารพฤกษเคมีที่พบในพืชเท่านั้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอความเสื่อมของเซลล์

🔺Fiber: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความหิวระหว่างวัน

🔺Alkaline Effect: ผักหลายชนิดช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด–ด่างในร่างกาย ลดการอักเสบที่อาจเกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไป

📌 เปิดลิสต์ 9 ผักโปรตีนสูง

ลองมาดูกันว่าในปริมาณประมาณ 1 ถ้วย (ประมาณ 240 กรัม) ผักเหล่านี้สามารถให้โปรตีนได้มากแค่ไหน

✔ กะหล่ำดาว (ให้โปรตีนประมาณ 5.6 กรัม) : เป็นหนึ่งในผักใบเขียวที่มีโปรตีนสูง โดยปริมาณใกล้เคียงกับไข่ไก่ 1 ฟอง (ซึ่งมีโปรตีนประมาณ 6–7 กรัม) นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

✔ ถั่วลันเตา (ให้โปรตีนประมาณ 4.8 - 5 กรัม) : เป็นผักที่มีโปรตีนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีนจากพืชในมื้ออาหาร

✔ บรอกโคลี (ให้โปรตีนประมาณ 4–5 กรัม) : ผักสีเขียวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และสารซัลโฟราเฟนที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

✔ เห็ด (ให้โปรตีนประมาณ 3–4 กรัม) : เห็ดหลายชนิด เช่น เห็ดนางรม เห็ดหอม หรือเห็ดแชมปิญอง มีกรดอะมิโนหลายชนิด และให้เนื้อสัมผัสที่คล้ายเนื้อสัตว์ จึงมักถูกใช้เป็นทางเลือกในเมนูมังสวิรัติ

✔ ผักโขม / ปวยเล้ง (ให้โปรตีนประมาณ 3–4 กรัม) : ผักใบเขียวที่มีทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก และโฟเลต ช่วยบำรุงเลือดและสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท นิยมใช้ในเมนูผัด ซุป หรือสมูทตี้สุขภาพ

✔ คะน้า (ให้โปรตีนประมาณ 3–4 กรัม) : ผักที่คนไทยคุ้นเคยและพบได้ในหลายเมนู เช่น คะน้าหมูกรอบหรือคะน้าผัดน้ำมันหอย นอกจากโปรตีนแล้วยังมีแคลเซียมและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตา

✔ ข้าวโพดหวาน (ให้โปรตีนประมาณ 3–4 กรัม) : แม้จะเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต แต่ข้าวโพดก็มีโปรตีนและไฟเบอร์ในปริมาณที่ดี อีกทั้งยังมีลูทีนและซีแซนทีนที่ช่วยบำรุงสายตา

✔ ถั่วฝักยาว (ให้โปรตีนประมาณ 3 กรัม) : ผักพื้นบ้านที่มีทั้งโปรตีนและไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มนานและดีต่อระบบย่อยอาหาร นิยมทานสดกับส้มตำ หรือนำไปผัดกับอาหารไทยหลายเมนู

✔ กะหล่ำปลี (ให้โปรตีนประมาณ 2–3 กรัม) : ผักที่หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ให้ทั้งไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและดีต่อระบบย่อยอาหาร

💡 สำหรับการกินผักให้ได้โปรตีนอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจอ คือ โปรตีนจากพืชส่วนใหญ่มักถูกจัดว่าเป็น "โปรตีนที่ไม่สมบูรณ์" (Incomplete Protein) เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบถ้วนทุกชนิดเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์หรือไข่ไก่

📝 อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ข้อจำกัดที่น่ากังวล หากคุณใช้เทคนิค "Protein Pairing" หรือการจับคู่สารอาหารที่ชาญฉลาด โดยเน้นการรับประทานผักให้มีความหลากหลายในแต่ละมื้อ ลองรับประทานผักเหล่านี้ร่วมกับอาหารกลุ่ม ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี หรือเต้าหู้ เช่น ข้าวกล้อง ถั่วลูกไก่ หรือถั่วเหลือง วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ โปรตีนที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมร่างกาย ระบบย่อยอาหารที่เบาสบายกว่า และสุขภาพระยะยาวที่ดีขึ้น

✨ สรุปง่าย ๆ คือ ผักไม่ได้เป็นแค่แหล่งไฟเบอร์ แต่ยังเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ทรงพลัง หากคุณรู้จักเลือกและจัดสมดุลอาหารให้หลากหลาย ผักก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมโปรตีนให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางทีครั้งหน้าที่คุณรู้สึกเบื่ออกไก่ ลองหันมาเพิ่ม “ผักโปรตีนสูง” ในจานอาหารดู คุณอาจพบว่าการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องจำเจอย่างที่คิด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #สุขภาพ #โปรตีน #ผัก

🏋️‍♂️ เตือนสาย Healthy! วิจัยเผยหูฟังกว่า 98% ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง-รบกวนฮอร์โมน เสี่ยงซึมผ่านผิวหนังขณะเหงื่อออก🚴‍♀️ สำห...
21/04/2026

🏋️‍♂️ เตือนสาย Healthy! วิจัยเผยหูฟังกว่า 98% ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง-รบกวนฮอร์โมน เสี่ยงซึมผ่านผิวหนังขณะเหงื่อออก

🚴‍♀️ สำหรับสายฟิตเนสหรือนักวิ่ง การมีเพลย์ลิสต์เพลงโปรดในหูฟังคู่ใจเปรียบเสมือนขุมพลังที่ช่วยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้ง่ายขึ้น แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า อุปกรณ์ที่คุณสวมใส่แนบชิดติดผิวหนังนานนับชั่วโมงหรือวันละหลายชั่วโมง โดยเฉพาะในระหว่างการออกกำลังกายที่ร่างกายร้อนระอุและเต็มไปด้วยเหงื่อนั้น แท้จริงแล้ว "ปลอดภัย" แค่ไหน?

📝 งานวิจัยล่าสุดจากยุโรปกำลังจุดประเด็นด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ใกล้ตัวชิ้นนี้ หลังพบว่าหูฟังจำนวนมากอาจมีสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการรบกวนระบบฮอร์โมนและอาจซึมผ่านผิวหนังได้ภายใต้บางสภาวะ

💡 สุ่มตรวจหูฟัง 81 รุ่น พบสารพิษเกือบทั้งหมด!

โครงการ ToxFree LIFE for All ในสหภาพยุโรป ได้ทำการสุ่มตรวจวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของหูฟังจำนวน 81 รุ่น ครอบคลุมทั้งหูฟังแบบเสียบหู (In-ear) และแบบครอบหู (Over-ear) จากหลายแบรนด์ในท้องตลาด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีอันตรายในสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผลการตรวจพบว่า

🔹98% ของตัวอย่างมีสาร Bisphenol A (BPA) ซึ่งเป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่ม Endocrine Disrupting Chemicals หรือสารรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย

🔹75% มีสาร Bisphenol S (BPS) ซึ่งมักถูกนำมาใช้แทน BPA ในผลิตภัณฑ์บางชนิด แต่มีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนได้เช่นกัน

🔹นอกจากนี้ ยังตรวจพบสารเคมีประเภทอื่นร่วมด้วย เช่น Phthalates (พทาเลต) ซึ่งมักใช้เป็นสารเพิ่มความยืดหยุ่นของพลาสติก และมีความเชื่อมโยงกับผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ รวมถึง Chlorinated Paraffins ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกและสารหน่วงไฟ โดยมีข้อมูลว่าสารกลุ่มนี้อาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไตเมื่อได้รับสะสมในระยะยาว

🔆 นักวิจัยเน้นย้ำในอีกประเด็นที่น่ากังวลว่า แม้ปริมาณสารเคมีจากหูฟังเพียงอย่างเดียวอาจดูไม่มากจนถึงขั้นวิกฤตในทันที แต่ร่างกายมนุษย์กำลังเผชิญกับ "ปรากฏการณ์ผลกระทบแบบค็อกเทล" (Cocktail Effect) คือการได้รับสารเคมีชนิดเดียวกันหรือชนิดใกล้เคียงกันจากหลายแหล่งในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงจากหูฟังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เมื่อสารเคมีเหล่านี้สะสมร่วมกันในร่างกาย ผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนอาจทวีความรุนแรงขึ้น และกลายเป็นอันตรายเรื้อรังต่อสุขภาพในระยะยาว
สารเหล่านี้คืออะไร ทำไมต้องอยู่ในหูฟัง❓

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดสารเคมีเหล่านี้จึงปรากฏอยู่ในหูฟังหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป คำตอบอยู่ในกระบวนการผลิตวัสดุพลาสติกที่ใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สาร BPA และ BPS มักถูกใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความคงตัวของโครงสร้างพลาสติก ขณะที่ Phthalates ทำหน้าที่เป็นสารทำให้พลาสติกมีความนิ่มและยืดหยุ่น จึงมักพบในสายหูฟังหรือจุกยางที่ต้องสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ส่วนสารหน่วงไฟถูกเติมเข้าไปในวัสดุเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความร้อนหรือการลุกไหม้ที่อาจเกิดจากแบตเตอรี่และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายใน
⚠ เมื่อ "เหงื่อ + ความร้อน" คือตัวเปิดประตูสู่การดูดซึม

แม้ผิวหนังของมนุษย์จะมีบทบาทเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แต่ในสภาวะที่ร่างกายเกิดความร้อนและมีเหงื่อจำนวนมาก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย ความสามารถในการป้องกันอาจลดลงได้บ้าง นักวิจัยอธิบายว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น ในขณะที่เหงื่อสามารถทำหน้าที่เป็นตัวช่วยละลายสารบางชนิดจากพื้นผิวพลาสติกได้ เมื่อรวมกับการสัมผัสผิวหนังเป็นเวลานาน อาจเพิ่มโอกาสที่สารเคมีบางชนิดจะซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ง่ายขึ้นกว่าสภาวะปกติหลายเท่าตัว

🛡 อยากรู้ แนวทางป้องกัน (สำหรับคนที่ยังต้องใส่และเลี่ยงไม่ได้) อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก https://url.in.th/MzFGY

💙 ข่าวงานวิจัยนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตื่นตระหนกหรือบอกให้ผู้บริโภคเลิกใช้หูฟัง แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักรู้เกี่ยวกับสารเคมีในอุปกรณ์ใกล้ตัว ในยุคที่ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยวัสดุพลาสติก การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการใช้งานอย่างเหมาะสมและดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีโดยไม่จำเป็น และทำให้เรายังคงเพลิดเพลินกับการออกกำลังกายหรือการฟังเพลงได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก https://url.in.th/dqcTu

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #ฮอร์โมน #ตรวจฮอร์โมน #ข่าวสุขภาพ #หูฟัง #สารปนเปื้อน

🌟 Navella Success Stories Series นักธุรกิจหนุ่มฮอต ถูกแฟนขอเลิก เหตุไม่ทำการบ้านบางครั้งผู้ชายที่ดูประสบความสำเร็จ แข็งแ...
18/04/2026

🌟 Navella Success Stories Series นักธุรกิจหนุ่มฮอต ถูกแฟนขอเลิก เหตุไม่ทำการบ้าน
บางครั้งผู้ชายที่ดูประสบความสำเร็จ แข็งแรง และดูแลตัวเองดีจากภายนอก อาจกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ไม่กล้าพูดกับใคร โดยเฉพาะเรื่องสมรรถภาพทางเพศ! เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์จริงของชายวัย 42 ปี ที่ตัดสินใจเข้ามาตรวจสุขภาพเชิงลึกกับ หมอจิมมี่ ณ เวฬา Wellness Center หลังจากเผชิญปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานมานานหลายปี

🏷️แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานี้? และการตรวจสุขภาพเชิงลึกสามารถเปลี่ยนชีวิตเขาได้อย่างไร ติดตามเรื่องราวนี้ไปพร้อมกัน

💡 ประวัติคนไข้

👨‍💼 นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ วัย 42 ปี ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ภายนอกดูแข็งแรง ชอบออกกำลังกายและเข้ายิมเป็นประจำ แต่ภายในกลับเผชิญปัญหาสุขภาพทางเพศที่ไม่กล้าบอกใคร เขาเริ่มสังเกตว่า ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ยาก และไม่แข็งตัวในช่วงเช้า รู้สึกว่าตัวเองหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แข็งตัวได้ไม่นาน และมีอาการหลั่งเร็ว โดยอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 3 ปี จนเริ่มส่งผลต่อความมั่นใจและความสัมพันธ์ในชีวิตคู่

🟥 นอกจากปัญหาทางเพศแล้ว เขายังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา สมองเบลอ ความจำไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แม้ออกกำลังกายหนักแต่กล้ามเนื้อขึ้นช้า ควบคุมน้ำหนักยาก อีกทั้งยังท้องผูก ขับถ่ายเพียงประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

🩺 การตรวจสุขภาพเชิงลึก

หลังจากซักประวัติอย่างละเอียด หมอจิมมี่พบว่าคนไข้เคยมีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น เคยใช้สารเสพติด และสูบบุหรี่ ซึ่งอาจมีผลต่อระบบฮอร์โมน ระบบประสาท และการสะสมของสารพิษในร่างกาย จึงแนะนำให้ทำการตรวจเฉพาะทาง 3 โปรแกรม เพื่อประเมินทั้งฮอร์โมน ระบบลำไส้ และภาวะสารพิษสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทั้งหมด

✔ Hormone Test ประเมินระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน สมรรถภาพทางเพศ การสร้างกล้ามเนื้อ และการทำงานของระบบเผาผลาญ เช่น Testosterone, DHEA, Cortisol และฮอร์โมนไทรอยด์

✔ Urine Microbiome Test วิเคราะห์สมดุลของแบคทีเรียและเชื้อราในลำไส้ เพื่อดูว่ามีภาวะ Gut Dysbiosis หรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร ภูมิคุ้มกัน และระดับพลังงานของร่างกาย

✔ Urine Heavy Metal Test ตรวจหาสารพิษสะสม เช่น ตะกั่ว อะลูมิเนียม และแคดเมียม ซึ่งอาจรบกวนระบบฮอร์โมน การทำงานของสมอง และพลังงานของร่างกาย

🌟อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป อ่านต่อได้ในคอมเม้นท์ หรือ คลิก https://url.in.th/tqVYe

🚩ไม่แนะนำให้รักษาโดยอ้างอิงจากแนวทางการรักษานี้ แม้ว่าคุณจะมีปัญหาสุขภาพหรืออาการที่คล้ายคลึงกันเนื่องจากปัญหาสุขภาพของแต่ละคนมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกันไป การรักษาที่ได้ผลสำหรับบางคนอาจไม่เหมาะสมกับคนอื่น ที่ ณ เวฬา คลินิก ทีมแพทย์ของเราจะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ หากคุณต้องการแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเริ่มการรักษาใดๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #สุขภาพ #เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ #นกเขาไม่ขัน

🚨 ผู้ชาย “พุงโต-นมเริ่มขยาย-พลังงานลดลง” ระวัง! ร่างกายคุณอาจกำลังส่งสัญญาณว่า เอสโตรเจนสูงเกินไป🙋‍♂️ เคยสงสัยไหมว่า... ...
16/04/2026

🚨 ผู้ชาย “พุงโต-นมเริ่มขยาย-พลังงานลดลง” ระวัง! ร่างกายคุณอาจกำลังส่งสัญญาณว่า เอสโตรเจนสูงเกินไป

🙋‍♂️ เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมผู้ชายบางคนถึงเริ่มมีหน้าอกที่ยื่นออกมาคล้ายผู้หญิง ทั้งที่ไม่ได้อ้วนขึ้นมาก? ทำไมช่วงหลังๆ มานี้ถึงรู้สึกเหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อที่เคยฟิตกลับดูเหลวลง หรือจู่ๆ ก็กลายเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดง่ายแบบไม่มีสาเหตุ? หลายคนอาจโทษความเครียดหรืออายุที่มากขึ้น แต่ความจริงแล้วสมดุลฮอร์โมนภายในอาจกำลังรวน โดยเฉพาะเมื่อ ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายผู้ชายพุ่งสูงเกินเกณฑ์ปกติ! อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก https://url.in.th/JPTkt

🔆หลายคนอาจคิดว่า เอสโตรเจน (Estrogen) เป็นเพียง “ฮอร์โมนของผู้หญิง” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชายก็มีเอสโตรเจนเช่นกัน เพียงแต่มีในปริมาณที่น้อยกว่า โดยเอสโตรเจนในผู้ชายส่วนหนึ่งเกิดจากกระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยน เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ให้กลายเป็นเอสโตรเจนผ่านเอนไซม์ที่เรียกว่า Aromatase ซึ่งพบได้มากในเนื้อเยื่อไขมัน

🩺 โดยทั่วไป ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estradiol หรือ E2) ในผู้ชายวัยผู้ใหญ่ มักอยู่ที่ประมาณ 10–40 pg/mL แม้ว่าค่ามาตรฐานอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการและวิธีการตรวจ หากระดับฮอร์โมนสูงเกินช่วงนี้ โดยเฉพาะ มากกว่า 40–50 pg/mL ขึ้นไป อาจถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ และควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากแพทย์ เนื่องจากอาจสัมพันธ์กับภาวะต่าง ๆ เช่น ไขมันในร่างกายสูง (โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง), ภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำ, ความผิดปกติของตับ หรือความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมบางประการ

🔎 อย่างไรก็ตาม การประเมินว่า “เอสโตรเจนสูงเกินไปหรือไม่” ไม่ได้พิจารณาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์มักพิจารณาร่วมกับอาการของผู้ป่วย เช่น หน้าอกโตในผู้ชาย, ไขมันสะสมบริเวณหน้าอกหรือหน้าท้องเพิ่มขึ้น, ความต้องการทางเพศลดลง, สมรรถภาพทางเพศลดลง, เหนื่อยง่าย หรืออารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ แพทย์มักตรวจฮอร์โมนตัวอื่นร่วมด้วย เช่น Total Testosterone, Free Testosterone, SHBG, LH, FSH และ Prolactin เพื่อประเมินสมดุลของระบบฮอร์โมนโดยรวม และค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

⚠ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เมื่อ "เอสโตรเจน" ในผู้ชายสูงเกินไป

แม้เอสโตรเจนจะเป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกายผู้ชายตามธรรมชาติ และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง กระดูก และระบบเผาผลาญ แต่เมื่อระดับฮอร์โมนนี้สูงเกินสมดุล ก็อาจรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศชายอย่างเทสโทสเตอโรน และส่งผลให้ร่างกายเริ่มแสดงสัญญาณเตือนผ่านอาการหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านสำคัญ ดังนี้

📝 สัญญาณจากรูปลักษณ์ภายนอก

🔹เกิดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) หรือที่เรียกว่า Man B***s จากการขยายตัวของเนื้อเยื่อเต้านม

🔹ไขมันสะสมมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณ หน้าท้อง สะโพก และหน้าอก ทำให้รูปร่างดูอวบขึ้น

🔹รูปร่างโดยรวมขาดความบึกบึนแบบเพศชาย

🔹ลดพุงยาก แม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเหมือนเดิม

🔹สร้างกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น หรือมวลกล้ามเนื้อลดลง

🔹ผิวพรรณอาจดูเนียนนุ่มขึ้นผิดปกติ

🔹ขนตามร่างกายลดลง หรือบางลงกว่าปกติ

📝 ผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศ

🔹ความต้องการทางเพศลดลง (Low Libido)

🔹อวัยวะเพศแข็งตัวได้ยาก หรือเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

🔹การทำงานของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนถูกรบกวน ทำให้สมดุลฮอร์โมนเพศเสีย

🔹จำนวนอสุจิลดลง คุณภาพอสุจิลดลง ทำให้การปฏิสนธิเกิดได้ยาก

🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย

📝 การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพลังงาน

🔹รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียง่าย พลังงานลดลง

🔹ขาดแรงจูงใจ หรือขาดความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิต

🔹อารมณ์แปรปรวนง่าย หรืออารมณ์อ่อนไหวมากขึ้น

🔹มีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล

🔹สมาธิลดลง ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

🔹มีอาการสมองตื้อ คิดไม่ค่อยออก หรือตัดสินใจช้าลง

📝 ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อต่อมลูกหมากโต (BPH) ซึ่งอาจทำให้ปัสสาวะติดขัดหรือปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

🔹ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ

🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ

🔹ระดับไขมันในเลือดผิดสมดุล เช่น ไขมันเลว (LDL) สูงขึ้น

🔹ความแข็งแรงของร่างกายถดถอย

🔹ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นในระยะยาว

💡 อยากรู้ ทำไมผู้ชายถึงมีเอสโตรเจนสูง? คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม....

📈 แม้เอสโตรเจนจะไม่ใช่ฮอร์โมนหลักของผู้ชาย แต่ก็มีบทบาทสำคัญต่อสมดุลของร่างกายในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม หากระดับฮอร์โมนนี้สูงเกินไป อาจส่งผลต่อรูปร่าง สมรรถภาพทางเพศ ระดับพลังงาน รวมถึงระบบเผาผลาญของร่างกายในระยะยาวได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจสมดุลของฮอร์โมนจึงเป็นกุญแจสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

🩺 ที่ ณ เวฬา Wellness Center เรามีบริการตรวจฮอร์โมนเชิงลึกที่ออกแบบมาเพื่อประเมินสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น Testosterone, Estrogen, SHBG, LH, FSH และตัวชี้วัดด้านเมตาบอลิซึมอื่น ๆ เพื่อช่วยค้นหาต้นเหตุของอาการ เช่น พลังงานลดลง ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือฮอร์โมนไม่สมดุล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #ฮอร์โมน #ตรวจฮอร์โมน #สุขภาพ #สุขภาพเพศชาย

10/04/2026

3 ปัญหาที่พบบ่อยในเพศสัมพันธ์
แต่ไม่กล้าไปหาหมอ
ดูเต็ม ๆ ได้ใน Doctor’s Talk EP.45
YTช่อง : Zerosick
FBเพจ: Zerosick
#ป่วยเป็นศูนย์ #ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
#นกเขาไม่ขัน #หลั่งเร็ว #เจ็บเวลามีsex

💦 สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569 จากใจ ณ เวฬา คลินิก ✨🌸 ในโอกาสปีใหม่ไทยนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ เปี่ยมด้วยควา...
10/04/2026

💦 สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569 จากใจ ณ เวฬา คลินิก ✨

🌸 ในโอกาสปีใหม่ไทยนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ เปี่ยมด้วยความสดชื่น และขอให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลนี้เป็นไปอย่างปลอดภัย 💖

📅 ณ เวฬา คลินิก จะปิดทำการในวันที่ 13–15 เมษายน 2569

💙 และจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 16 เมษายน 2569

ขอขอบพระคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีให้เราเสมอมา 🙏

🎊 แล้วพบกันหลังวันหยุดค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / นัดหมายล่วงหน้า

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬาคลินิก #สงกรานต์ #สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่ไทย #สาดสุขสาดสุขภาพ

09/04/2026

3 เทคนิคขับถ่าย ป้องกันริดสีดวง!
ดูเต็ม ๆ ได้ใน AskDoctors EP.51
YTช่อง : Zerosick
FBเพจ: Zerosick
#ริดสีดวง #สุขภาพ #มะเร็งลำไส้ใหญ่ #ขับถ่ายยาก

🛑 เป็นผู้หญิงที่สตรอง "อึด ถึก ทน" กว่าคนทั่วไป อาจไม่ใช่เพราะร่างกายแข็งแรง แต่เป็นเพราะ "ฮอร์โมนเพศชาย" ที่สูง!👩‍🦰 เคย...
08/04/2026

🛑 เป็นผู้หญิงที่สตรอง "อึด ถึก ทน" กว่าคนทั่วไป อาจไม่ใช่เพราะร่างกายแข็งแรง แต่เป็นเพราะ "ฮอร์โมนเพศชาย" ที่สูง!

👩‍🦰 เคยสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวไหม... ผู้หญิงบางคนที่ดูเป็น "สายลุย" พลังเยอะ ทำงานหนักต่อเนื่องได้แบบไม่รู้จักเหนื่อย หรือออกกำลังกายแล้วสร้างกล้ามเนื้อได้ไว แข็งแรงจนผู้ชายยังอาย? หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องดีที่ร่างกายแข็งแรงและมีวินัย แต่รู้ไหมว่า... เบื้องหลังความ "ถึก" และความ "ทน" นั้น อาจมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนซ่อนอยู่ อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก https://url.in.th/tJZGX

🔆 ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) มักถูกเรียกว่า “ฮอร์โมนเพศชาย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงก็มีฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน โดยร่างกายจะผลิตจากรังไข่และต่อมหมวกไตในปริมาณที่น้อยกว่า เทสโทสเตอโรนมีบทบาทสำคัญต่อหลายระบบของร่างกาย เช่น การคงมวลกล้ามเนื้อ ความหนาแน่นของกระดูก ระดับพลังงาน และความต้องการทางเพศ

🏋️‍♂️ โดยทั่วไป เมื่อพูดถึงภาวะฮอร์โมนเพศชายสูงในผู้หญิง หลายคนมักนึกถึงอาการที่เห็นได้ชัด เช่น สิวเรื้อรังบริเวณคาง ขนดกตามตัว หรือปัญหาอ้วนลงพุง แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงหลายคนกลับไม่มีอาการภายนอกเหล่านี้เลย ไม่มีสิว หน้าไม่มัน ขนไม่ดก สิ่งที่แสดงออกกลับเป็นอีกด้านหนึ่งของฮอร์โมนชนิดนี้ เช่น พละกำลังที่มากกว่าปกติ การสร้างกล้ามเนื้อได้ง่าย ความทนทานของร่างกายสูง รวมถึงนิสัยที่ใจร้อน ตัดสินใจเร็ว หรือมีความทะเยอทะยานสูงจนน่าตกใจ

🩺 โดยทั่วไป ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนรวม (Total Testosterone) ในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณ 15–70 ng/dL แม้ค่ามาตรฐานอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการและวิธีการตรวจ หากระดับฮอร์โมนสูงเกินช่วงนี้ โดยเฉพาะมากกว่า 70–80 ng/dL ขึ้นไป อาจถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ และควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากแพทย์ เนื่องจากอาจสัมพันธ์กับภาวะต่าง ๆ เช่น PCOS, ความผิดปกติของต่อมหมวกไต หรือความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมบางประการ

🔎 อย่างไรก็ตาม การประเมินว่า “สูงเกินไปหรือไม่” ไม่ได้ดูจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์มักพิจารณาร่วมกับอาการของผู้ป่วย เช่น สิวเรื้อรัง ขนดกผิดปกติ ผมบาง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือภาวะมีบุตรยาก รวมถึงอาจตรวจฮอร์โมนตัวอื่นเพิ่มเติม เช่น Free Testosterone, DHEA-S, LH, FSH และ SHBG เพื่อประเมินสมดุลของระบบฮอร์โมนโดยรวมอย่างแม่นยำมากขึ้น

⚠ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เมื่อ “เทสโทสเตอโรน” ในผู้หญิงสูงเกินไป

แม้เทสโทสเตอโรนจะมีบทบาทสำคัญต่อพลังงาน ความแข็งแรง และการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย แต่เมื่อระดับฮอร์โมนนี้สูงเกินสมดุล ร่างกายของผู้หญิงอาจเริ่มแสดงสัญญาณเตือนผ่านอาการหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านสำคัญ ดังนี้

📝1. สัญญาณจากรูปลักษณ์ภายนอก

🔹ผิวมันมากขึ้น เนื่องจากต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้ทำงานมากกว่าปกติ
🔹สิวอักเสบ สิวฮอร์โมน หรือสิวเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า คาง และลำคอ
🔹สิวรักษายาก และมีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำ
🔹ขนขึ้นมากผิดปกติ เช่น เหนือริมฝีปาก คาง หน้าอก หลัง หรือหน้าท้อง
🔹เส้นขนมีลักษณะหนาและเข้มขึ้น
🔹เส้นผมบนศีรษะบางลงหรือหลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะหรือแนวแสก
🔹ผิวหนังอาจหนาขึ้นหรือมีความมันมากผิดปกติ
🔹ในบางรายอาจเกิด เสียงทุ้มลึกลง หากฮอร์โมนสูงมากเป็นเวลานาน

📝2. ผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และการมีบุตร

🔹ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น มาห่างหลายเดือน
🔹รอบเดือนยาวกว่าปกติ
🔹ปริมาณประจำเดือนน้อยลง
🔹ในบางรายอาจขาดประจำเดือนเป็นเวลานาน
🔹ฮอร์โมนเพศหญิงเสียสมดุล ส่งผลต่อการทำงานของรังไข่และการตกไข่
🔹มีความสัมพันธ์กับภาวะ PCOS หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบ
🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

📝3. ผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิต

🔹หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
🔹มีแนวโน้มก้าวร้าวหรือโกรธง่ายกว่าปกติ
🔹ความเครียดและความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น
🔹สมาธิลดลงหรือรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจ
🔹ความมั่นใจในตนเองลดลง จากการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ เช่น สิวหรือขนดก
🔹นอนหลับยากหรือคุณภาพการนอนลดลง
🔹ในบางรายอาจพัฒนาไปสู่ ภาวะซึมเศร้า หากฮอร์โมนผิดสมดุลเป็นเวลานาน

📝4. ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญและสุขภาพระยะยาว

🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance)
🔹ระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมได้ยากขึ้น
🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2
🔹เกิดการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องหรือ อ้วนลงพุง
🔹ไขมันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ
🔹ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เช่น ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือ HDL ต่ำ
🔹เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจและหลอดเลือด
🔹อาจนำไปสู่ Metabolic Syndrome หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิซึมในระยะยาว
💡อยากรู้ ทำไมผู้หญิงถึงมีเทสโทสเตอโรนสูง? คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม....

📈 แม้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของผู้หญิงในระดับที่เหมาะสม แต่หากระดับฮอร์โมนสูงเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผิวพรรณ ระบบสืบพันธุ์ สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง รวมถึงระบบเผาผลาญของร่างกาย การทำความเข้าใจบทบาทของฮอร์โมนชนิดนี้จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

🩺 วิธีที่สามารถประเมินระดับฮอร์โมนได้อย่างชัดเจนคือ การตรวจเลือดเชิงลึกเพื่อวัดระดับฮอร์โมน ซึ่งช่วยให้ทราบว่าระดับเทสโทสเตอโรนและฮอร์โมนอื่น ๆ อยู่ในเกณฑ์สมดุลหรือไม่ การรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโภชนาการ การปรับไลฟ์สไตล์ หรือการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้ร่างกายกลับมาสมดุลและช่วยให้ผู้หญิงสามารถดูแลสุขภาพจากภายในได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #ฮอร์โมน #ตรวจฮอร์โมน #ฮอร์โมนเพศ #สุขภาพ #สุขภาพเพศหญิง

06/04/2026

กิจกรรมบนเตียง ดีต่อสุขภาพยังไง?
ดูเต็ม ๆ ได้ใน Doctor’s Talk EP.45
YTช่อง : Zerosick
FBเพจ: Zerosick
#ป่วยเป็นศูนย์ #ช่วยตัวเอง #เพศสัมพันธ์ #ประโยชน์ของsex

💡20 ปีที่ถูกเข้าใจผิด! FDA เผยความจริงเรื่อง "ฮอร์โมนทดแทน" ไม่ได้เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง-โรคหัวใจ อย่างที่เคยได้รับคำเตือน🔆 ผ...
06/04/2026

💡20 ปีที่ถูกเข้าใจผิด! FDA เผยความจริงเรื่อง "ฮอร์โมนทดแทน" ไม่ได้เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง-โรคหัวใจ อย่างที่เคยได้รับคำเตือน

🔆 ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเมื่อเข้าสู่วัยทองต้องเผชิญกับอาการรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน และอ่อนเพลียเรื้อรัง แม้ทางการแพทย์จะมีวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างการใช้ฮอร์โมนทดแทน หรือ Hormone Replacement Therapy (HRT) แต่ผู้หญิงจำนวนมากกลับหลีกเลี่ยงการรักษานี้ เพราะความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของฮอร์โมน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคำเตือนระดับสูงสุดหรือ Black Box Warning ที่เคยถูกระบุบนฉลากยาในอดีต โดยเตือนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก https://url.in.th/TtBaq

📝 ต้นตอของความกลัว: งานวิจัย WHI เมื่อ 20 ปีก่อน
ตลอดช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา การใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเคยเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงอย่างมาก ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 งานวิจัยบางชิ้นทำให้เกิดความกังวลว่าการใช้ฮอร์โมนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม และโรคหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนมากทั่วโลกหยุดใช้หรือไม่กล้าเริ่มการรักษา อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น และพบว่าความเสี่ยงบางส่วนในอดีตอาจถูกตีความเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้แยกกลุ่มอายุหรือช่วงเวลาที่เริ่มใช้ฮอร์โมนอย่างเหมาะสม

🛡 จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจาก U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหรัฐอเมริกา มีบทบาทสำคัญในการประเมินความปลอดภัยของยาและแนวทางการรักษาทางการแพทย์ หน่วยงานนี้ได้มีการทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอีกครั้ง โดยข้อมูลใหม่สะท้อนว่า ความเสี่ยงที่เคยถูกกังวลในอดีตอาจไม่ได้สูงอย่างที่เคยเชื่อกัน โดยเฉพาะเมื่อใช้ในผู้หญิงที่มีความเหมาะสมทางการแพทย์และเริ่มการรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสม

🔎 ทำไมความเข้าใจเกี่ยวกับ HRT ถึงเปลี่ยนไป

ความกังวลเกี่ยวกับฮอร์โมนทดแทนส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นจากงานวิจัยขนาดใหญ่ในปี 2002 ที่ชื่อว่า Women's Health Initiative ซึ่งรายงานว่าการใช้ฮอร์โมนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในเวลาต่อมา นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวนมากมีอายุเฉลี่ยประมาณ 63 ปี มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และเริ่มใช้ฮอร์โมนหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนมานานแล้ว ผลจึงออกมาดูน่ากลัว ซึ่งแตกต่างจากการใช้ฮอร์โมนในทางคลินิกจริงที่มักเริ่มในช่วงใกล้วัยหมดประจำเดือน (ผู้หญิงวัย 45-55 ปี ที่เพิ่งเริ่มมีอาการ) การใช้ฮอร์โมนกลับให้ผลตรงกันข้าม คือช่วยปกป้องหลอดเลือดและหัวใจได้ดีเยี่ยม การค้นพบนี้นำไปสู่แนวคิดสำคัญที่เรียกว่า “Window of Opportunity” หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มใช้ฮอร์โมน

🕗 เริ่มใช้ฮอร์โมนทดแทนเร็ว อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้าย

ข้อมูลจากงานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า หากผู้หญิงเริ่มใช้ฮอร์โมนทดแทนภายในประมาณ 10 ปีหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือก่อนอายุ 60 ปี ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในบางกรณีอาจช่วยลดปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักในวัยสูงอายุได้ด้วย ปัจจัยเรื่องช่วงเวลาการเริ่มใช้จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มุมมองทางการแพทย์ต่อ HRT เปลี่ยนไปอย่างมาก

📌 ฮอร์โมนยุคใหม่ปลอดภัยและพัฒนาขึ้นจากอดีต

🔶ปัจจุบันการรักษาด้วยฮอร์โมนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านชนิดของฮอร์โมนและรูปแบบการใช้

🔶ใช้ฮอร์โมนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับฮอร์โมนตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น Estradiol และ Progesterone

🔶มีการใช้ Bio-identical Hormones ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีโครงสร้างเหมือนกับฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง

🔶ช่วยให้ร่างกายตอบสนองได้เป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัยสูงขึ้น

🔶มีแนวโน้มเกิด ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาฮอร์โมนสังเคราะห์ในอดีต

🔶รูปแบบการให้ฮอร์โมนมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น แผ่นแปะ (Patch), เจล (Gel), สเปรย์ (Spray)

🔶วิธีการเหล่านี้ช่วย ลดผลกระทบต่อระบบเผาผลาญของตับ และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา

🔶ทำให้การรักษาด้วยฮอร์โมนในปัจจุบัน มีความแม่นยำ ปลอดภัย และเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนมากขึ้น

🩺 แม้ความเสี่ยงจะน้อยลง แต่ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

แม้ข้อมูลล่าสุดจะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับฮอร์โมนทดแทนลงอย่างมาก แต่การใช้ HRT ยังคงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากผู้หญิงแต่ละคนมีปัจจัยสุขภาพและประวัติทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน การประเมินระดับฮอร์โมน สภาวะสุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เช่น ประวัติมะเร็งเต้านมหรือภาวะลิ่มเลือดอุดตัน จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มการรักษา เพื่อให้ได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละคน

💙 ความเชื่อเดิมที่ว่าการใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นการรักษาที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับผู้หญิงทุกคน กำลังถูกแทนที่ด้วยข้อเท็จจริงใหม่จากงานวิจัยสมัยใหม่ที่ชี้ว่า หากใช้ในผู้หญิงที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเริ่มในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ฮอร์โมนทดแทนสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพวัยหมดประจำเดือน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากได้

อ้างอิงข้อมูลจาก https://url.in.th/EsHtf , https://url.in.th/GuXAe , https://url.in.th/MEoHi

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

💬 Line :
📷 IG :
🌐 www.navellawellness.com
📞 0-2090-6988 , 09-8286-6228
📍 Silom Edge (3rd Floor) Next to BTS Sala Daeng & MRT Silom
#ณเวฬา #สุขภาพ #ฮอร์โมนทดแทน #ฮอร์โมน

ที่อยู่

Silom Edge (3rd Floor)
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 18:30
อังคาร 09:30 - 18:30
พุธ 09:30 - 18:30
พฤหัสบดี 09:30 - 18:00
ศุกร์ 09:30 - 18:30
เสาร์ 09:30 - 18:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620906988

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Navella Medical & Wellnessผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Navella Medical & Wellness:

แชร์