28/01/2026
อยากแชร์บทความดีๆจากเพจ The People ค่า
เราจะเห็นรูปแบบมุมมองการทำงาน ความมุ่งมุ่น ความตั้งใจ แบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น จากคุณยายยาสุโกะได้เป็นอย่างดี และสามารถเอามาปรับใช้ให้ชีวิตและการทำงานของพวกเรา มีความหมายและมีความสุขได้นะคะ เราลองสรุปมาเป็นหัวข้อได้ 10 ข้อดังนี้ค่า
1. งานที่ดีไม่ใช่งานที่มีคนสั่ง แต่เป็นงานที่เราเลือกทำด้วยเป้าหมายของตัวเอง
2. ถ้าเข้าใจว่าทำงานไปเพื่ออะไร งานจะไม่กลายเป็นภาระ
3. งานคือพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเติบโต ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนทน
4. ไม่ว่างานเล็กหรือใหญ่ ถ้าเป็นงานของเรา ต้องทำให้ดีที่สุด
5. หัวหน้าที่ดีไม่ยัดเยียดความคิด แต่ทำงานเคียงข้างลูกน้องในฐานะพาร์ตเนอร์
6. เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ แม้ต้องเริ่มจากศูนย์
7. ความสามารถในการปรับตัว คือกุญแจของการทำงานระยะยาว
8. จัดลำดับความสำคัญของงาน และเตรียมตัวก่อนลงมือทำเสมอ
9. การทำงานด้วยความสนุก ทำให้ชีวิตมีพลังและความหมาย
10. ซื่อสัตย์กับตัวเอง กล้าท้าทายสิ่งใหม่ ไม่ว่าอายุเท่าไร
GOSHU เองก็ประทับใจและชื่นชมคนที่ตั้งใจทำสิ่งใดก็ตามอย่างเต็มที่ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทำให้เราเปล่งประกายค่ะ และหวังว่าเราจะมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่เคียงค้างคุณ ในเส้นทางที่คุณเดิน GOSHU, Always by Yourside.
ยาสุโกะ ทามากิ : ‘งานที่ดีไม่ใช่งานที่ใครสั่ง’ มุมมองการเป็นพนักงานออฟฟิศของแอดมินที่อายุมากที่สุดในโลก
“งานไม่ควรทำเพราะมีคนสั่ง แต่ควรทำด้วยเป้าหมายและแรงจูงใจของตัวเอง ถ้าทำได้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณจะผ่านมันไปได้”
เมื่อพูดถึงการทำงาน คุณอาจนึกถึงชีวิตที่ต้องอยู่ในกรอบ มีภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง แรงกดดันมากมาย แต่สำหรับ ‘ยาสุโกะ ทามากิ’ คุณยายวัย 96 ปี พนักงานบริษัทที่ได้รับการยอมรับจาก Guinness World Record ว่าเป็นพนักงานแอดมินที่อายุมากที่สุด กลับมองแนวคิด ‘การทำงาน’ ต่างออกไป
คุณยายมองว่า การทำงานคือความสุขและเป็นพื้นที่การเติบโตที่ทำให้คุณยายเป็นตัวเองวันนี้ เธอยังไปทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน และเปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา
เพราะชีวิตคือการเดินทางไกล งานที่คุณยายยาสุโกะเลือกทำเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิ่งหนีหรือฝืนทน แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เธอค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับกาลเวลาที่เปลี่ยนไป
🔴 เรียนรู้ที่จะทำงาน
เพราะคุณพ่อจากไปเร็ว ทำให้ลูกสาวคนโตอย่าง ‘คุณยายยาสุโกะ’ ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว เริ่มทำงานเลี้ยงดูแม่และพาน้อง ๆ อีก 3 คนไปโรงเรียนในวัย 15 ปี แม้จะเรียนจบด้วยคะแนนที่ดีเยี่ยมก็ตาม
หลังจากนั้น เธอก็เข้าสู่โลกการทำงานเต็มตัว ลองไปทำงานบริษัทประกันภัยจนถึงโรงงานสิ่งทอ ได้เจอหัวหน้าและสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลาย แล้วเรียนรู้ที่จะ 'ทำงาน’ จริง ๆ
“ฉันเคยทำงานในบริษัทที่มีตึกสวย ๆ แต่ฉันคิดว่า นี่คงไม่ใช่งานที่ฉันอยากทำ ถึงขนาดไม่อยากไปทำงาน หยุดไปประมาณหนึ่งสัปดาห์จนญาติที่แนะนำเข้าบริษัท โทรศัพท์มาตำหนิแรงมาก บอกว่า ยังไม่ได้ทำงานจริงจังเลย จะมาบ่นอะไร ต้องทำให้เต็มที่ก่อนสิ
“ตอนนั้นแหละที่ฉันได้สติ มาถามตัวเองว่า ฉันเคยเผชิญหน้ากับงานจริง ๆ แล้วหรือยัง ตั้งแต่นั้นมาก็เปลี่ยนทัศนคติ และตั้งใจทำงาน”
ปี 1955 คุณยายยาสุโกะในวัย 25 ปี สมัครเป็นพนักงานบัญชีและงานธุรการทั่วไปของบริษัทการค้า Sunco Industries Co., Ltd. ในเมืองโอซาก้าและใช้ชีวิตพนักงานด้วยความสุขและความสนุกในทุกวัน
“ฉันสนุกชอบเล่นกีฬา ไปเข้าร่วมกิจกรรมชมรมของบริษัทกับเพื่อน ๆ บางทีวันศุกร์ก็ไปเล่นสกีแล้วกลับมาทำงานตอนเช้าเลยก็มี (หัวเราะ) ฉันเต็มที่กับงานและการเล่นทั้งคู่ ทำให้ฉันสนุกกับชีวิตมาก”
เรียกได้ว่า เธอทำงานผ่านความเปลี่ยนแปลงของโลก ตั้งแต่ยุคอนาล็อกที่ทำงานบนกระดาษที่มีพนักงานเพียง 16 คนจนมาถึงยุคดิจิทัลที่ทุกคนทำงานบนโลกออนไลน์และมีพนักงานมาถึง 432 คน
เธออยู่เคียงข้างบริษัทในวันที่ลำบาก ทั้งวิกฤตน้ำมันและวิกฤตการเงินหลายครั้ง เธอทำงานมา 15 ปีก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่าย และยังได้รับข้อเสนอจากบริษัทให้ทำงานต่อในวัยที่เธอกำลังจะเกษียณตอนอายุ 55 ปี และทำงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
การทำงานของเธอไม่เพียงแค่เป็นภาพสะท้อนความมุ่งมั่น ความอดทน และการสู้งาน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความรักในงานที่ทำอย่างแท้จริง และนั่นคือคุณค่าที่ยังคงอยู่กับเธอเหนือกาลเวลา
🔴 นี่คืองานของฉัน
ประสบการณ์การทำงานอันยาวนานกว่า 71 ปี ทำให้เธอเจอผู้คนมากมายและจุดเปลี่ยน แต่เธอก็ปรับตัวและผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้
เธอเป็นพนักงานรุ่นพี่ที่น้อง ๆ เคารพและเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องไว้ใจ
“ตอนที่ฉันขึ้นเป็นหัวหน้าตอนอายุ 35 ปี ฉันคาดหวังมากไป ทำให้ลูกน้องไม่เข้าใจและต่อต้าน แต่ฉันมาคิดได้ว่า แทนที่จะยัดเยียดความคิดของตัวเอง ฉันเลือกที่จะทำงานใกล้ชิดกับพวกเขา แสดงให้เห็นว่า ลูกน้องไม่ใช่ผู้ช่วยของฉัน แต่เป็นพาร์ตเนอร์ และเป็นตัวเอกของงานนั้น
“การทำให้พวกเขารู้สึกว่า ฉันคือผู้แสดงและสามารถพึ่งพาฉันได้ นั่นคือหน้าที่ของหัวหน้า”
และที่สำคัญ นอกจากนี้ คุณยายยังคงเปิดรับความรู้ใหม่ทุกวัน อ่านหนังสือ และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เริ่มจากจุดเปลี่ยนในวันที่คอมพิวเตอร์กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำงาน
“ตอนอายุ 41 ปี มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ หลายคนกลัวและไม่ถนัด แต่ฉันขี้สงสัยเลยสนใจและค่อย ๆ หาคำตอบสิ่งที่ไม่เข้าใจทีละอย่าง
“มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถปรับตัวกับคอมพิวเตอร์ได้และตัดสินใจลาออก การที่ฉันก้าวข้ามจุดนี้มาได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฉันทำงานต่อมาได้อย่างยาวนาน”
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอทำงานมาได้นาน เพราะเธอเชื่อสุดใจว่า งานเหล่านั้น เธอต้องทำเองและเป็นตัวเอกที่ต้องทำทุกงานให้ผ่านไปได้
“ฉันมักเตือนตัวเองว่า ไม่ว่างานจะเล็กน้อยแค่ไหนก็เป็นงานของฉัน แล้วฉันก็เป็นคนทำมันเอง ฉันตั้งเป้าหมายให้ตัวเองชัดเจนและวางแผนลงมือทำ งานจึงไม่เคยกลายเป็นภาระ และทำให้สามารถทำงานด้วยความสนุกและมีความสุข”
🔴 เคล็ดลับการทำงานของ ‘พนักงานแอดมินที่อายุมากที่สุดในโลก’
ปี 2021 คุณยายยาสุโกะได้ใบรับรองจาก Guinness World Record ว่าเป็น ผู้จัดการสำนักงานที่มีอายุมากที่สุดในโลก และยังคงไปทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน อ่านหนังสือเติมความรู้ใหม่ๆ ทำงานเคียงข้างรุ่นน้องและไม่อายที่จะถามคำถามกับคนที่อายุน้อยกว่า
“ฉันคิดว่ามันเป็นเพียงการสั่งสมทีละเล็กทีละน้อยมาเรื่อย ๆ ฉันเชื่อเสมอว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อใครสักคน ดังนั้นฉันจึงอยากทำในสิ่งที่ทำให้ประธาน ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีความสุขร่วมกัน และนั่นคือเป้าหมายตลอดชีวิตของฉัน”
เคล็ดลับสำคัญที่คุณยายถ่ายทอดไว้ในหนังสือ ‘บทเรียนจากหัวหน้าฝ่ายธุรการวัย 92 ปี’ (『92歳 総務課長の教え』) ที่เธอเขียนด้วยตัวเอง เธอบอกว่า “งานที่สำคัญต้องทำก่อน” และเตรียมตัวสำหรับการทำงานอยู่เสมอ
คุณยายจะจดบันทึกงานแต่ละวันและคำนวณเวลาที่ใช้ในแต่ละงาน นำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผนงานรายวันและรายเดือน ใช้ปฏิทินและสมุดบันทึกเพื่อดูภาพรวมงานทั้งหมด แล้วตัดสินใจเลือกงาน โดยดูจากความสำคัญของงานและวันกำหนดส่ง
เพราะเธอเชื่อว่า งานที่ดีไม่ใช่งานที่ถูกมอบหมาย แต่ต้องเป็นงานที่พนักงานคนหนึ่งเริ่มคิดและสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเอง
“งานไม่ควรทำเพราะมีคนสั่ง แต่ควรทำด้วยเป้าหมายและแรงจูงใจของตัวเอง ถ้าทำได้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณจะผ่านมันไปได้”
คุณยายตั้งเป้าจะทำงานจนอายุ 100 ปี เพราะมองว่างานที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละวันยังคงเป็นสิ่งที่ตื่นเต้น แม้ว่า วันนี้เธอจะอายุ 96 ปีแล้วก็ตาม
แล้วเมื่อมองไปยังเพื่อนร่วมงานรุ่นหลาน สิ่งที่คุณยายอยากบอกพวกเขาคือ ลองมองตัวเองอย่างเป็นกลาง ดูข้อดีและข้อเสียของตัวเอง และโปรดใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น
“พอเรามองเห็นข้อดีและข้อเสียของตัวเองด้วยใจที่เป็นกลาง เราจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเราได้
“เพื่อนรอบตัวเริ่มจากไปมากขึ้น แต่เพราะฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีคุณค่า ทำให้ฉันมีความสุขมาก จนคิดว่า ไม่ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร ฉันก็พร้อม”
และอย่าลืมซื่อสัตย์กับตัวเอง…
“ไม่ว่าอายุเท่าไร ฉันอยากให้ทุกคนซื่อสัตย์กับตัวเอง กล้าและพร้อมท้าทายสิ่งใหม่ ตั้งเป้าหมาย แล้วเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป”
เรื่องราวของคุณยายยาสุโกะไม่ได้บอกเราว่าควรทำงานนานแค่ไหน แต่บอกว่า ความหมายของชีวิตอาจเป็นเพียงการยอมรับตัวเอง ทำสิ่งตรงหน้าด้วยหัวใจ และไม่หยุดเรียนรู้
เพราะบางครั้งความสุขอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัย แต่อยู่ที่ว่า วันนี้เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เรายอมรับและภูมิใจแล้วหรือยัง
เรื่อง : ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์
ภาพ : Guinness World Record
#ยาสุโกะทามากิ #แอดมิน #พนักงานออฟฟิศ