HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด

HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด คลินิกกายภาพบำบัด&สตูดิโอพิลาทิสแบบสไตล์โฮมมี่🏡
🌈Physiotherapy clinic- Private Studio pilates

Applied Kinesiology with Nutrition,Allergy,Toxicity,Emotional analysis 1st group of Dr.John Pichler 🇬🇧  ,Do.,Ak.7-11 Nov...
15/11/2025

Applied Kinesiology with Nutrition,Allergy,Toxicity,Emotional analysis 1st group of
Dr.John Pichler 🇬🇧 ,Do.,Ak.
7-11 Nov 2025

เป็นคลาสที่เปิดโลกมากๆใน5วันเต็ม
สนุกสนานกับเพื่อนๆในคลาสที่ช่วยกันดิสคัส ถกเถียง มึนงง สนุกไปด้วยกัน ขอบคุณพี่จอย
ที่ชวนมาเรียน สนุกจริง เป็นว้าว หึ้ยย อึ้ง ตลอดคลาส

ดีใจที่ได้เจออ.จอร์น ที่ได้ฟังเรื่องราวการใช้ชีวิตและการทำงานของ Osteopathที่อังกฤษ ,ซึ่งถามอะไรไป อ.จอร์นยินดีตอบทุกอย่าง ดิสคัสร่วมกัน อย่างเมามันส์ ได้มุมมองการมองชีวิต ในอีกมุมนึง😎💕

การใช้AKในครั้งนี้ต่างจากที่คิดไว้มาก
ซึ่งแน่นอนว่าการตรวจในแต่ละครั้ง อาจจะเหมือนหรือต่างกัน ขึ้นกับหลายปัจจัย
เราต้องฝึกควบคุมตัวแปลในการตรวจ
และเทียบกับผลทางMedical Lab

เจอความสัมพันธ์ของสามเหลี่ยม
Structure-Emotional-Nutrition
ที่ทำให้เราต้องกลับมาทำSelf awareness ร่างกายและจิตใจมากๆ
ว่าเราควรปรับตรงไหนบ้างและเปิดหนังสือเช็คทีละอย่าง

บางสารอาหาร เราดูเหมือนขาด
แต่ร่างกายยังไม่สามารถรับได้
บางอย่างกินไปเยอะ เกินความจำเป็น
หรือEmotion ที่คิดว่าควบคุมได้กลับมีผลต่อNeuromuscular ทำให้เกร็งเฉย

และเพื่อนร่วมคลาสทุกท่าน
ที่มาช่วยกันเป็นซับเจคและเรียนรู้กันอย่างสนุกสนาน 😉✌🏻

เจอกันคลาสต่อไปค้าาา

Movement is the medicine🤸🏻💗    #คลินิกกายภาพบำบัด
15/11/2025

Movement is the medicine🤸🏻💗 #คลินิกกายภาพบำบัด

ก้มคอในมุมที่พอดีกันน้าา🩷
13/11/2025

ก้มคอในมุมที่พอดีกันน้าา🩷

📱 Dr. W EP 236: "Text Neck" (ก้มคอเล่นมือถือ)... "ตัวการ" ทำปวดคอจริงหรือ? 🧐 งานวิจัย (2025) ชี้: "ไม่เกี่ยว!"... แต่ "นอนน้อย" กับ "ไม่ขยับตัว" นี่สิ... "ใช่เลย!"

สวัสดีครับ! Dr. W กลับมาอีกครั้งครับ! วันนี้เราจะมา "ทลาย" หนึ่งในความเชื่อที่ฝังหัวคนในยุคดิจิทัลมากที่สุด นั่นคือ "ภาวะก้มคอเล่นมือถือ" หรือ "Text Neck" (TN) ครับ

ความเชื่อดั้งเดิม (The "Old" Belief)
ในอดีต (และในคลินิกหลายแห่งในปัจจุบัน) คำตอบของคำถามว่า "ท่าทางที่ไม่ดีทำให้ปวดหรือไม่?" คือ "ใช่!" อย่างรวดเร็วและชัดเจน

แนวคิดที่ว่าการก้มคอ (Cervical Flexion) เพื่อมองสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ คือ "สาเหตุ" ที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ ยังคงเป็นความเชื่อที่แพร่หลายอย่างมาก และมันก็ดูสมเหตุสมผล... เพราะ:

อาการปวดคอ เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของความพิการทั่วโลก

คนเราใช้มือถือเยอะขึ้นมาก (เช่น ในงานวิจัยนี้ ชาวบราซิลใช้เวลา 32% ของเวลาตื่นนอนไปกับสมาร์ทโฟน)

การเชื่อมโยงว่า "ก้มคอเยอะ = ปวดคอ" จึงดูเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา แต่... มันเป็น "สาเหตุ" จริงหรือ?

📘 การศึกษาวิจัย: การติดตามผลระยะยาว (Correia et al., 2025)
มีงานวิจัยชิ้นใหม่ (A Longitudinal Investigation) ตีพิมพ์ใน Brazilian Journal of Physical Therapy โดย Correia และคณะ (2025) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามนี้โดยเฉพาะ

พวกเขาต้องการดูว่า "Text Neck" เป็น "ปัจจัยเสี่ยง" (Risk Factor) ที่ทำให้เกิดอาการปวดคอในอนาคตหรือไม่ โดยพิจารณาปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์และจิตสังคมควบคู่ไปด้วย

วิธีการศึกษา (Methods):
นี่คือส่วนที่strongของงานวิจัยนี้ครับ... แทนที่จะไปถามคน "ที่ปวดคออยู่แล้ว" (ซึ่งอาจมีอคติ)...

คัดกรองกลุ่มตัวอย่าง "ที่สุขภาพดี": นักวิจัยรับสมัครผู้ใหญ่ 457 คน (อายุเฉลี่ย 27 ปี) ที่ "ไม่มี" อาการปวดคอในปัจจุบัน

วัดค่าพื้นฐาน (Baseline):

พวกเขา "วัด" องศาการก้มคอ (Cervical flexion angle) ของผู้เข้าร่วมแต่ละคนจริงๆ ในขณะที่กำลังพิมพ์ข้อความ ทั้งในท่ายืนและท่านั่ง เพื่อดูว่าใครมีภาวะ "Text Neck" มากน้อยแค่ไหน

พวกเขายังเก็บข้อมูลปัจจัยอื่นๆ อย่างละเอียด: ไลฟ์สไตล์ (คุณภาพการนอน, การออกกำลังกาย, ความเครียด), ปัจจัยจิตสังคม, และชั่วโมงการใช้สมาร์ทโฟน

ติดตามผล (Follow-up): นักวิจัย "รอ" เป็นเวลา 1 ปี แล้วกลับไปถามคนกลุ่มนี้อีกครั้ง (ตอบกลับ 396 คน) เพื่อดูว่ามีใคร "พัฒนา" อาการปวดคอขึ้นมาใหม่บ้าง

📊 ผลลัพธ์: "หักปากกาเซียน!" (The Results)
หลังจากผ่านไป 1 ปี... มีผู้เข้าร่วมประมาณ 10% ที่รายงานว่าเกิดอาการปวดคอขึ้นมาใหม่ แต่เมื่อนักวิจัยนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์... นี่คือสิ่งที่พวกเขาค้นพบ:

1. The "Myth-Buster" (Text Neck "ไม่เกี่ยว"):
องศาการก้มคอ (Text Neck posture) "ไม่" มีความสัมพันธ์ หรือ "ไม่" สามารถทำนายได้เลยว่าใครจะปวดคอในอีก 1 ปีข้างหน้า

สรุปง่ายๆ คือ: คนที่ก้มคอเยอะ (Text Neck) "ไม่" ได้มีความเสี่ยงที่จะปวดคอในอนาคต มากไปกว่าคนที่ไม่ก้มคอเลย!

2. The "Real Culprits" (ตัวการที่ "ใช่"):
แต่งานวิจัยนี้ "พบ" ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการเกิดอาการปวดคอ กับปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ 2 ข้อ คือ:

-คุณภาพการนอนที่ต่ำ (Low Sleep Quality)
- ระดับการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ (Insufficient Levels of Physical Activity)

💡 Dr. W's Take: ข้อคิดและการนำไปใช้
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า "ท่าทาง" ไม่มีอยู่จริง... แต่มันบอกเราว่า "ความสำคัญ" ของมันถูกประเมินไว้ "สูงเกินจริง" (Overrated) โดยเฉพาะในแง่ของการเป็น "สาเหตุ" ของความเจ็บปวด

1. เปลี่ยนโฟกัส: จาก "ท่าทาง" สู่ "ความทนทาน" (Posture vs. Resilience)
งานวิจัยนี้สนับสนุนแนวคิด "Allostatic Load Model" ของความเจ็บปวด

ลองนึกภาพว่าร่างกายเรามี "แก้วน้ำ" (ความทนทาน) อยู่หนึ่งใบ... "การก้มคอเล่นมือถือ" อาจเป็นแค่ "น้ำหยดเล็กๆ" ที่เติมลงไป... แต่ตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ "น้ำล้นแก้ว" (เกิดอาการปวด) คือ "ความเครียด" ก้อนใหญ่ๆ อย่าง "การนอนไม่พอ" และ "การไม่ออกกำลังกาย" ครับ

แทนที่เราจะไปหมกมุ่นกับการ "จัดท่า" ให้น้ำหยดเล็กๆ นั้นหายไป... เราควรไปโฟกัสที่การ "เพิ่มขนาดของแก้ว" (สร้างความทนทาน) ด้วยการนอนให้ดีและออกกำลังกายให้เพียงพอครับ

2. "ท่าที่ดีที่สุด คือ ท่าต่อไป" (The Next Posture is The Best Posture)
เราควรส่งเสริม "ความหลากหลายในการเคลื่อนไหว" (Movement Abundance) มากกว่าการยึดติดกับ "มาตรฐานท่าทางที่ถูกต้อง" เพียงท่าเดียว

การ " demonizing" (ตีตราว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย) ท่าทางบางอย่าง (เช่น การก้มคอ) ในคนที่ "ยังไม่ปวด" นั้น... ไม่เพียงแต่ "ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐาน" แต่ยังอาจ "ไม่มีประโยชน์" (Unproductive) อีกด้วย

3. ‼️ "ห้ามเข้าใจผิด!" (The Critical Nuance)... แล้ว "ท่าทาง" ยังสำคัญในคลินิกหรือไม่?
สำคัญครับ! ...แต่เราต้องเปลี่ยน "เหตุผล" ในการใช้มัน

งานวิจัยนี้ศึกษาคน "ที่ยังไม่ปวด" (Pain-free)

แต่สำหรับคนไข้ "ที่กำลังปวด" (In pain)... การปรับท่าทาง (Modifying posture) ยังคงเป็นเครื่องมือที่ "มีประโยชน์มาก" และ "ทำได้ง่าย" ครับ
เราปรับท่าทาง "ไม่ใช่" เพราะท่าเดิมมัน "ผิด" หรือ "เป็นสาเหตุ" ของอาการปวด... แต่เราปรับเพื่อ "ปรับเปลี่ยนอาการ" (Modulate Symptoms) ชั่วคราว

พูดง่ายๆ คือ: ถ้าคนไข้ปวดคอเวลาก้ม... เราก็แค่บอกให้เขา "ลองเงยหน้าขึ้นหน่อย" หรือ "หาอะไรมารองมือถือให้สูงขึ้น"... เพื่อ "ลด" การกระตุ้นในบริเวณที่มันกำลัง "ไว" (Sensitive) อยู่... มันคือการ "หรี่เสียง" ชั่วคราว ไม่ใช่การ "ซ่อมลำโพง" ครับ

สรุปทางคลินิก: หยุด "โทษ" ท่าทางครับ... แต่จง "ใช้" ท่าทางเป็นเครื่องมือในการจัดการอาการ... และหันไปโฟกัสที่ "การสร้างเสริมสุขภาพโดยรวม" (การนอนหลับ และ การออกกำลังกาย) ซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงในการป้องกันอาการปวดครับ

✨ เคสตัวอย่างจากคลินิก: เมื่อ "แก้ท่าก้ม" มาเป็นปี... แต่ลืม "แก้ที่การนอน" ✨

คุณมาย อายุ 27 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศ มาที่คลินิกด้วยปัญหา ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง

การประเมิน (Assessment):
➡️ Subjective: คุณมายเล่าว่า: "ปวดคอมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงบ่ายๆ เย็นๆ... มันต้องมาจากที่หนูก้มเล่นมือถือทั้งวันแน่ๆ ค่ะ (The "Text Neck" Belief) หนูเห็นเพื่อนแชร์เต็มเฟซบุ๊กเลยว่าท่านี้มันอันตราย "

ประเด็นสำคัญ (History & Beliefs): "หนูพยายาม 'นั่งคอตรง' ตลอดเวลานะคะ ซื้ออุปกรณ์จัดท่าทางมาใช้เต็มไปหมด แต่มันก็แค่ดีขึ้นแป๊บเดียว... สุดท้ายก็กลับมาปวดอยู่ดี"

ซักประวัติเพิ่มเติม (The Real Risk Factors):

Physical Activity: "ออกกำลังกายเหรอคะ... ไม่ได้ออกเลยค่ะ เลิกงานก็เหนื่อยแล้ว... แค่เดินจากออฟฟิศไปรถไฟฟ้าก็ถือว่าเยอะแล้วค่ะ" ((Insufficient Physical Activity) )

Sleep: "นอนไม่ค่อยพอค่ะ ปกติจะดูซีรีส์ถึงตี 1 ตี 2 แล้วตื่น 7 โมงเช้า... ก็รู้สึกเพลียๆ ตลอดเวลาค่ะ" ((Low Sleep Quality) )

➡️ Objective (การตรวจร่างกาย):

Posture: เมื่อวัดองศาการก้มคอ (Cervical flexion) ตอนเล่นมือถือ ก็พบว่าก้มเยอะจริง (มีภาวะ Text Neck)

Strength/ROM: กล้ามเนื้อคออ่อนแรง และตึงตัวทั่วไป

การวิเคราะห์ปัญหา: คุณมายคือตัวอย่างคลาสสิกของคนไข้ที่ "โฟกัสผิดจุด" ครับ เธอหมกมุ่นกับการ "แก้ไขท่าทาง" (ซึ่งงานวิจัยชี้ว่า ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยง ) ในขณะที่เธอละเลย "ตัวการที่แท้จริง" 2 อย่างที่ทำให้ร่างกายของเธอ "อ่อนแอ" และ "ไวต่อความเจ็บปวด" นั่นคือ "การนอนไม่พอ" และ "การไม่ออกกำลังกาย"

แผนการรักษา (Intervention Plan - "เปลี่ยน" โฟกัสใหม่ทั้งหมด)
🧠 1. Pain Science Education (PSE) - (หัวใจของ EP นี้!)

ทลายความเชื่อเรื่อง "Text Neck" (Applying EP 236 Data):

Dr W: "คุณมายครับ...'ท่าก้มคอเล่นมือถือ' (Text Neck) 'ไม่' เกี่ยวข้อง หรือ 'ไม่' ใช่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดคอเลยครับ! "

ชี้ตัวการที่แท้จริง (The "Aha!" Moment):

"แต่งานวิจัยชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงที่ทำให้คนปวดคอ คือ 1. คุณภาพการนอนที่ต่ำ และ 2. การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ... ซึ่งตรงกับที่คุณมายเล่ามาเป๊ะๆ เลยครับ "

เปลี่ยนเป้าหมาย (Reframing the Goal):

"ดังนั้น... การรักษาของเราในวันนี้ จะไม่ใช่การ 'ห้าม' ก้มคอ... แต่คือการ 'สร้าง' ให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้น เพื่อให้ 'ทน' ต่อการก้มคอได้ครับ เราจะมาโฟกัสที่การ 'เพิ่มขนาดแก้ว' (ความทนทาน) ไม่ใช่การ 'ลดน้ำหยด' (ท่าทาง) ครับ"

💪 2. The New Program: (Lifestyle > Posture)

1. Movement is Medicine (จัดการปัจจัย Physical Activity):

"ท่าที่ดีที่สุด คือ ท่าต่อไป"

ให้การบ้านเป็นการ "เพิ่มการเคลื่อนไหว" (Movement abundance) เช่น ตั้งนาฬิกาลุกขึ้นยืนยืดเหยียดทุก 1 ชั่วโมง และเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายเบาๆ ที่บ้าน (เช่น Bodyweight squat, Glute bridge) อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

2. Sleep is Recovery (จัดการปัจจัย Sleep Quality):

ให้ความรู้เรื่อง Sleep Hygiene (สุขอนามัยการนอนหลับ) เช่น การพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้น, ปิดหน้าจอมือถือก่อนนอน 30 นาที

3. Posture as a Symptom Modulator (การใช้ท่าทางเพื่อ "บรรเทา"):

เรายังคงสอนท่ายืดคอบ่า... แต่! เราย้ำว่า "นี่คือการ 'บรรเทา' อาการตึงชั่วคราว ไม่ใช่การ 'แก้ไข' สาเหตุของโรคครับ"

ผลลัพธ์ (Outcome):
คุณมาย "เลิก" หมกมุ่นกับการต้อง "นั่งคอตรง" ตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดความเครียดและความเกร็งของกล้ามเนื้อโดยไม่จำเป็น

เธอเริ่มจัดเวลาออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และพยายามนอนให้ได้ 7 ชั่วโมง

ณ 3 เดือน: อาการปวดคอเรื้อรังของเธอลดลงอย่างมาก... ไม่ใช่เพราะท่าก้มคอของเธอดีขึ้น แต่เพราะ "ร่างกายโดยรวม" (Allostatic Load) ของเธอดีขึ้น ร่างกายของเธอ "แข็งแรง" และ "ทนทาน" ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน (รวมถึงการก้มเล่นมือถือ) ได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

📖 References
➡️ Correia, I. M. T., Ferreira, A. de S., Gomes, J. F. M., Reis, F. J. J., Nogueira, L. A. C., & Meziat-Filho, N. (2025). Cervical flexion posture during smartphone use was not a risk factor for neck pain, but low sleep quality and insufficient levels of physical activity were. A longitudinal investigation. Brazilian Journal of Physical Therapy, 29(6), 101258.

📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการกายภาพบำบัดได้ที่:
❤️ บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด (JR Physio)
เว็บไซต์: www.jrphysio.com
📍 สาขาเยาวราช:
⏰ เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร)
📞 080-425-9900
💬 Line: .cn (หรือสแกน QR Code ที่หน้าเพจ/เว็บไซต์)
💻 Facebook: https://www.facebook.com/jrphysiochinatown
🗺️ แผนที่: (ค้นหา "บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด สาขาเยาวราช" บน Google Maps) หรือ https://maps.app.goo.gl/mAwdMtETvgrW2yYT9
📍 สาขาเพชรเกษม 81:
⏰ เปิดทุกวัน (ปิดวันพุธ)
📞 094-654-2460
💬 Line: (หรือสแกน QR Code ที่หน้าเพจ/เว็บไซต์)
💻 Facebook: https://www.facebook.com/jrphysioth
🗺️ แผนที่: (ค้นหา "บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด สาขาเพชรเกษม 81" บน Google Maps) หรือ https://maps.app.goo.gl/7XdgGKqzXQ3qfsDeA
😊 เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพของคุณครับ!

27/03/2025
ฝึกกล้ามเนื้อกลืนกันค่ะ
04/03/2025

ฝึกกล้ามเนื้อกลืนกันค่ะ

เฮลตี้โฮมคลินิกสวัสดีค่ะมาพบกับนักกายภาพบำบัดและครูสอนพิลาทิส ประจำคลินิกกันค่ะ♥กภ. กมลวรรณ แพวัฒนเลิศ (เอ) Let's Introd...
23/04/2024

เฮลตี้โฮมคลินิกสวัสดีค่ะ
มาพบกับนักกายภาพบำบัดและครูสอนพิลาทิส ประจำคลินิกกันค่ะ♥
กภ. กมลวรรณ แพวัฒนเลิศ (เอ)

Let's Introduces ours Physio!
PT.Kamonwan Phaewatanaloet (A)
Bsc.of Science Physiotherpy faculty Mahidol University (2nd Honor)
(2014)

คลินิกเราเป็นคลินิกลับเล็กๆ ย่านโชคชัย4 วังหิน ลาดพร้าว นาคนิวาส
อยู่ใกล้แหล่งของกินสุดๆค่ะ บรรยากาศสบายๆ และอบอุ่นเหมือนบ้าน
เปิดบริการตั้งแต่ปี 2565

We're Secret & Private Physical Therapy Clinic Near Chokchai 4 ,Wanghin,Lardphrao,Narkniwat area . Cozy & warm as your home .
EST.2021

บริการของเราได้แก่ (Ours Service)
♥ ตรวจเช็คโครงสร้างร่างกาย (Postural Analysis)
♥ ปรับโครงสร้างร่างกายด้วยเทคนิคการปรับกระดูก APBC (Advanced Postural Biomechanical correction)
https://www.apbc-technique.com/
♥ การรักษาทางกายภาพบำบัดระบบกระดูกล้ามเนื้อ
(Physical therapy Treatments)
♥ ออกแบบการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลเพื่อปรับท่าทางและแก้อาการปวด,บาดเจ็บ (Therapeutic exercise for postural correction )
♥ การรักษากระดูกสันหลังคด (Scoliosis Manual therapy and Schroth excercise for Teenager and adult)
♥ ฟื้นฟูร่างกายก่อน-หลังผ่าตัด (Pre-Post operation rehabilitation)
♥ Private Movement class follow Anatomy Trains and Dynamic Neuromuscular Stabilizationmuscular Stabilization concept
♥ Private Pilates Studio (Mat - Reformer & Apparatus) by
Body and Flowสำหรับคนไข้ ออกกำลังกายแบบพิลาทิส
เพื่อลดอาการบาดเจ็บ อาการปวดต่างๆ รวมถึงแก้ท่าทางเฉพาะบุคคล ปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น

เปิดให้บริการ ทุกวันเวลา 9.00-19.00
บริการที่จอดรถ และ ฟรีwifi พร้อมขนมและเครื่องดื่ม
บริการห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับคนไข้ที่ออกกำลังกายกับเรา
ติดตามเพิ่มเติม : https://linktr.ee/healthyhomeclinic
ปรึกษา-โทรจองคิว : 094-959-8911

*รับจองคิวล่วงหน้าเท่านั้น*
เนื่องจากนักกายภาพเราใส่ใจกับทุกเคสทำให้รับจำนวนเคสได้จำกัดต่อวันโปรดรอสักนิดนะคะ แล้วพบกันค่ะ*

แล้วพบกันนะคะ มาสุขภาพดีและมีความสุขไปด้วยกันค่ะ♥

Gait analysis
23/03/2024

Gait analysis

Thank you teacher WeeGuan Chan .wg  for inspiring me with the crystal clear Anatomy trains in motion this time   I learn...
27/02/2024

Thank you teacher WeeGuan Chan .wg for inspiring me with the crystal clear Anatomy trains in motion this time
I learned a new things about body-mind-spiritual-movement-myofascia linkage-Tensigrity of fascia that you shared from your experience .
It was surprised and made me curious in motion-movement more and more.
🤸🏻🩷

“𝑨𝒏𝒂𝒕𝒐𝒎𝒚 𝑻𝒓𝒂𝒊𝒏𝒔 𝒊𝒔 𝒕𝒉𝒆 𝒎𝒂𝒑
𝑻𝒉𝒆 𝒃𝒐𝒅𝒚𝒎𝒊𝒏𝒅 𝒊𝒔 𝒕𝒉𝒆 𝒕𝒆𝒓𝒓𝒊𝒕𝒐𝒓𝒚
𝒀𝒐𝒖𝒓 𝒌𝒏𝒐𝒘𝒍𝒆𝒅𝒈𝒆 & 𝒆𝒙𝒑𝒆𝒓𝒊𝒆𝒏𝒄𝒆 𝒂𝒓𝒆 𝒕𝒉𝒆 𝒄𝒐𝒎𝒑𝒂𝒔𝒔
𝑴𝒐𝒗𝒆𝒎𝒆𝒏𝒓 𝒊𝒔 𝒕𝒉𝒆 𝑱𝒐𝒖𝒓𝒏𝒆𝒚.”

𝑲𝒂𝒓𝒊𝒏 𝑮𝒖𝒓𝒕𝒏𝒆𝒓



#คลินิกกายภาพ
#กายภาพบําบัด
#พิลาทิส

ที่อยู่

เฮลตี้โฮม คลินิกกายภาพบำบัด 80/1 ซอยโชคชัย4 ซอย20 แยก8 ถนนโชคชัย4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66949598911

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด:

แชร์