โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ บริการตรวจรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับมาตรฐานสากลและด้วยใจที่มีผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งพัฒนายกระดับบริการทางการแพทย์ และนวัตกรรมบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสูง โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานที่ให้บริการทางการแพทย์และรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ซึ่งได้พัฒนาขยายการให้บริการเพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการแพทย์แบบครบวงจรที่มีศักยภาพในการให้บริการตรวจรักษาครอบคลุมทุกโรค ด้วยศูนย์การรักษาเฉพาะทางด้านต่าง ๆ พร้อมด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยระดับมาตรฐานสากล ควบ

คู่กับการส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางคลินิก รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกเรียนรู้ทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ที่ให้บริการเป็นเลิศ เพื่อทุกชีวิตอย่างเสมอภาค ภายใต้หลักปรัชญา “ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา” ปัจจุบันมีบริการทางการแพทย์เปิดให้บริการ จำนวน 4 อาคาร ประกอบด้วย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ และศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ

📣แจ้งประชาสัมพันธ์  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอแจ้งปิดการให้บริการทางการแพทย์ ในวันหยุดราชการประจำเดือนเมษายน 2569🔺 วันที่ 6 เมษ...
01/04/2026

📣แจ้งประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ขอแจ้งปิดการให้บริการทางการแพทย์ ในวันหยุดราชการประจำเดือนเมษายน 2569

🔺 วันที่ 6 เมษายน 69 วันจักรี
🔺 วันที่ 13 – 15 วันสงกรานต์

ยกเว้น :
🔺 ผู้ป่วยฉุกเฉิน เข้ารับบริการตรวจรักษาได้ที่ อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน
🔺 คลินิกพิเศษนอกเวลาเวชปฏิบัติทั่วไป นอกเวลาราชการ ชั้น 2 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน เปิดให้บริการ เวลา 08.00 – 20.00 น.
🔺 หน่วยรังสีรักษามะเร็งวิทยา ชั้น B1 อาคารอัครราชกุมารี เปิดให้บริการในวันที่ 6 และ 15 เมษายน 69 สำหรับผู้ป่วยที่มีนัดหมาย

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา
#ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

📣แจ้งประชาสัมพันธ์ บริการรับยาเพิ่มเติม (Refill) ตามนัดหมายโรงพยาบาลจุฬาภรณ์💡 ทำไมต้องมีระบบ Refill ยา?ด้วยนโยบายบริหารจ...
01/04/2026

📣แจ้งประชาสัมพันธ์ บริการรับยาเพิ่มเติม (Refill) ตามนัดหมายโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

💡 ทำไมต้องมีระบบ Refill ยา?
ด้วยนโยบายบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อให้ผู้รับบริการทุกท่านได้รับยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นอย่างเพียงพอและต่อเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์จึงมีการปรับมาตรการการจ่ายยาและเวชภัณฑ์เป็นการชั่วคราว ดังนี้:
🧑🏼‍⚕️💊ผู้ป่วยนอกจะได้รับการจ่ายยาครั้งละไม่เกิน 1 เดือน และเวชภัณฑ์ครั้งละไม่เกิน 2 สัปดาห์
🏥💊ผู้ป่วยในที่จำหน่ายกลับบ้าน จะได้รับการจ่ายยาและเวชภัณฑ์ครั้งละไม่เกิน 1-2 สัปดาห์

💊📌ขั้นตอนการให้บริการรับยาเพิ่มเติม (Refill) ตามนัดหมาย

1. 📲ตรวจสอบวันนัดรับยาและเวชภัณฑ์
ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบรายละเอียดวันนัดรับยาและเวชภัณฑ์ ได้ด้วยตนเองผ่าน
แอปพลิเคชัน Chulabhorn Health+ ในเมนู “นัดของคุณ” ชื่อคลินิก Refill ยาและเวชภัณฑ์ตามนัด

2. 📱ก่อนวันนัดหมาย รับยา Refill 1 วัน จะมี SMS แจ้งเตือนนัดหมาย
📝• กรุณากรอกฟอร์มเพื่อยืนยันการรับยาตามนัด และยืนยันที่อยู่จัดส่งยา(กรณียาสามารถส่งไปรษณีย์ ได้)

3. 💊การรับยาเพิ่มเติม (Refill) ตามนัดหมาย

📮 ทางเลือกที่ 1: รับยาทางไปรษณีย์ (ส่งตรงถึงบ้าน)
• รับยาเดิมต่อเนื่องตามนัด โดยผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล
• ไม่มีอัตราค่าบริการโรงพยาบาลในการส่งยาทางไปรษณีย์เพิ่มเติม
• รอรับ SMS แจ้งเตือนเมื่อยาถูกจัดส่งเรียบร้อยแล้ว
❌ยกเว้น: รายการยาที่ไม่สามารถส่งไปรษณีย์ได้ เช่น ยาแช่เย็น, ยาฉีด, ยาน้ำขวดแก้ว, ยาที่มีน้ำหนักมาก, ยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยามุ่งเป้า/ยามะเร็ง
❌ยกเว้น ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมส่งต่อ ต้องมารับยาเองที่ รพ.

หมายเหตุ: กรณีมีค่าใช้จ่ายค่ายาและเวชภัณฑ์เพิ่มเติม: ท่านจะได้รับ SMS แจ้งชำระเงินภายใน 24 ชั่วโมง ตามเบอร์ที่แจ้งไว้กับทางโรงพยาบาล กรณีไม่ได้รับ SMS เพื่อชำระค่าบริการเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่เบอร์ 1118 ต่อ 5083 , 5085 , 5087
(ขอความกรุณาชำระค่าใช้จ่ายภายใน 19.00 น ของวันเวลาที่ได้รับ SMS หากเกินเวลาดังกล่าว เอกสารการเติมยาจะถูกยกเลิก)

📍 ทางเลือกที่ 2: มารับยาด้วยตนเองที่โรงพยาบาล🏥
•ขั้นตอน: เสียบบัตรประชาชนที่ตู้ KIOSK ออก VN อัตโนมัติ ชั้น 1 ในวันนัดหมายของท่านเท่านั้น

•จุดรับยา:
✅ติดต่อรับที่ห้องยา ชั้น 2 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 400 เตียง (ช่องเบอร์ 5)
✅ ยกเว้น ผู้ป่วยมะเร็ง (OPD มะเร็ง) : ติดต่อรับยา ชั้น 1 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (ช่องเบอร์ 5, 6)
⏰ เวลาให้บริการ: 9.00 - 18.00 น.

📌สิทธิการรักษาที่ต้องประสานติดต่อเพิ่มเติม
1.ผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง): ต้องประสานสิทธิโดยการติดต่อ / ส่งหลักฐานเอกสารส่งตัวผ่านทาง Line official (คลิก> https://lin.ee/UN1YYFC) หน่วยเวชระเบียนและสิทธิประโยชน์ ภายในเวลา 10.00 น. ของวันที่มีนัดหมายรับยาเพิ่มเติม

2.ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิประกันสังคมส่งต่อ (มีเอกสารส่งตัว): หากมีนัดหมายต้องเดินทางมาติดต่อที่หน่วยเวชระเบียนฯ ชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน หรืออาคารอัครราชกุมารี เพื่อยื่นเอกสารส่งตัว ตรวจสอบสิทธิและรับยาด้วยตนเองที่โรงพยาบาล


#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

FIBER HERO ผักคือฮีโร่ของลำไส้ 🥦🦸‍♀️👩‍⚕️ แพทย์หญิงกันต์สุดา ปัญจชัยพรพลผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์แพทย์เฉพาะทาง...
01/04/2026

FIBER HERO ผักคือฮีโร่ของลำไส้ 🥦🦸‍♀️

👩‍⚕️ แพทย์หญิงกันต์สุดา ปัญจชัยพรพล
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
ฝากเตือนสายที่ไม่ชอบทานผัก 🥬✨

"... น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่า ผักคือไม้กวาดวิเศษของลำไส้ ถ้าเราไม่ทานผัก อุจจาระก็จะแข็ง ถ่ายยาก และทำให้เราท้องผูก อาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ผักยังเป็นอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ดีในทางเดินอาหารที่เรียกว่า พรีไบโอติก เมื่อจุลินทรีย์ดีของเราแข็งแรง จะช่วยปรับสมดุลระบบการขับถ่าย และลดการอักเสบในทางเดินอาหาร เราจึงควรทานผัก เช่น ผักใบเขียว แครอท บรอกโคลี หรือทานอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เช่น โยเกิร์ต เพื่อปรับสมดุลการขับถ่ายให้ง่ายขึ้นกันค่ะ ..."

เพราะลำไส้คือ "เพื่อนซี้" ที่อยู่กับเราทุกวัน 💚
มาดูแลเพื่อนคนนี้ให้แข็งแรงไปพร้อมกันนะคะ 🌿🤍


#มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ ครั้งท...
31/03/2026

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ฝึกผ่าตัดขั้นสูงทางศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ "Masterclass Cadaveric Educational Course: HK VELYS UKA TKA Cadaveric Course" ยกระดับการฝึกอบรมสู่มาตรฐานสากล และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ ระหว่างวันที่ 28 - 29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกทักษะทางคลินิกขั้นสูง ชั้น 6 โซน C อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ในการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ได้รับเกียรติจากวิทยากรศัลยแพทย์กระดูกและข้อชั้นนำจากโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ระดับแนวหน้าของเอเชียร่วมถ่ายทอดทักษะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (UKA & TKA) ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด VELYS™ Robotic-Assisted Solution โดยมีรายชื่อวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้

-Dr. Henry Fu – Queen Mary Hospital, Hong Kong
-Dr. Michelle Luk – Queen Mary Hospital, Hong Kong
-Dr. Steve Cheung – Hong Kong Adventist Hospital, Hong Kong
-Dr. Darren Tay – Singapore General Hospital, Singapore
-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เอกเกษม วาณิชเจริญกุล –คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
-นายแพทย์พลธกร พานิชกุล – โรงพยาบาลกรุงเทพ

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพล ชอบเป็นไทย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หัวหน้าโครงการฯ ตั้งเป้าหมายการอบรมในรูปแบบ Masterclass Cadaveric Workshop นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงกับร่างอาจารย์ใหญ่ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเพื่อเพิ่มความแม่นยำสูงสุด ลดระยะเวลาการพักฟื้น และยกระดับผลการรักษาให้ดียิ่งขึ้น โดยการฝึกอบรมครั้งนี้มีศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมจากหลายสถาบัน โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้งการบรรยายเชิงลึก การอภิปรายกรณีศึกษา ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาทักษะเชิงเทคนิคอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดระยะเวลาการอบรมในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ 23 ของประเทศไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาศักยภาพของศัลยแพทย์ไทยและต่างชาติ แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการแพทย์ระดับสากล ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดูแลรักษาผู้ป่วยในอนาคต โดยผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมเป็นไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม จากความสำเร็จของการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ การฝึกผ่าตัดขั้นสูงทางศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งใช้อาจารย์ใหญ่แบบนิ่ม (Soft Cadaver) เป็นสื่อการเรียนรู้หลักเพื่อให้เรียนรู้ทั้งเทคนิคการผ่าตัดจริง (Hands-on practical training) โดยใช้ร่างกายมนุษย์จริง (Cadaver) ในการเพิ่มพูนทักษะเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้านนออร์โธปิดิกส์ระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

กรุงเทพฯ (31 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชากรสูงวัย จัดกิจกรรมบริก...
31/03/2026

กรุงเทพฯ (31 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชากรสูงวัย จัดกิจกรรมบริการวิชาการ “เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ” มุ่งสร้างสังคม “Active Aging” รณรงค์ให้ผู้สูงอายุและครอบครัวตระหนักถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) มุ่งเน้นการตรวจเช็กและดูแลรักษาสมดุลของร่างกายและสมอง โดยได้รับความร่วมมือจาก “แบรนด์ โกลด์” (BRAND’S GOLD) บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ณ โถงชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายของระบบสาธารณสุข ภารกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษา แต่เรามุ่งมั่นสร้างรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อให้ประชาชนสูงวัยอย่างมีคุณภาพ (Healthy Aging) โดยเฉพาะการเฝ้าระวัง ‘ภาวะเปราะบาง (Frailty)’ และ ‘ภาวะสมองเสื่อม’ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีความสุข”

สำหรับกิจกรรมบริการวิชาการ “เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ” มุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้จากทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากภาวะโรคต่างๆ และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน โดยมีการเสวนาเจาะลึกตั้งแต่การเช็ก ‘ภาวะเปราะบาง’ มาจนถึง ‘แนวทางการป้องกันสมองเสื่อม’ โดยอายุรแพทย์ผู้สูงอายุจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดย นพ.ชัยณรงค์ ติยาเดชาชัย อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ เผยข้อมูลเรื่อง ภาวะเปราะบาง (Frailty): สัญญาณเตือนที่ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของความชรา แต่เป็นภาวะที่ร่างกายถดถอยจนเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ พร้อมแนะนำการประเมินตนเองผ่าน Clinical Frailty Scale (CFS) และการฝึก Strength Training เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ด้าน พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ เผยถึงแนวทางการป้องกันสมองเสื่อม โดยระบุว่า 45% ของภาวะสมองเสื่อมสามารถป้องกันหรือชะลอได้หากปรับพฤติกรรมตั้งแต่วัยกลางคน เน้นย้ำสูตรการดูแลตนเองเพื่อห่างไกลโรคสมองเสื่อม โดยเน้นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาทิ การออกกำลังกายแบบผสมผสาน 150 นาทีต่อสัปดาห์ การรับประทานอาหารตามแนวทาง MIND Diet และการหมั่นสังเกตความผิดปกติของความจำตั้งแต่เนิ่นๆ ต่อด้วยกิจกรรม Brain Exercise ออกกำลังกายสมอง 5 ท่าเพื่อกระตุ้นความคิดและความจำ โดย น.ส.นิราวัลย์ ฟองโหย นักจิตวิทยาคลินิก

นอกจากสาระความรู้บนเวทีแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย การให้บริการคัดกรองภาวะเปราะบางและสมองเสื่อมโดยพยาบาลเชี่ยวชาญการดูแลผู้สูงอายุ กิจกรรมออกกำลังกายสมองห่างไกลสมองเสื่อม โดยนักกิจกรรมบำบัด การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบในร่างกายด้วยเครื่อง BIA เพื่อประเมินมวลกล้ามเนื้อและไขมันอย่างละเอียด และแนะนำเทคนิคการออกกำลังกายให้ฟิตเพื่อชีวิตไปต่อ จากทีมนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่วมกับนักกายภาพบำบัด การจัดกิจกรรม“เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผ่านความร่วมมือกับทางแบรนด์ โกลด์ เพื่อผลักดันให้คนไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนสืบไป

#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#เช็กสัญญาณฟิตชีวิตไปต่อ
#สุขภาพผู้สูงอายุ
#ภาวะเปราะบาง
#ภาวะสมองเสื่อม

31/03/2026

🧠 ติดตามรับชม! ชวนเช็กสัญญาณฟิต สตาร์ทสุขภาพสมองให้ชีวิตไปต่อ กับกิจกรรมเสวนา "เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ"

เจาะลึกการวางแผนดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ป้องกันภาวะสมองเสื่อม โดยอายุรแพทย์ผู้สูงอายุ, นักจิตวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

📅 วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569
🕘 เวลา 09:00 – 11.00 น.

Sitting Too Long? “เลิกนั่งแช่” แค่ลุกมาเคลียร์ลำไส้กันเถอะ! 🚶‍♂️✨👨‍⚕️ นายแพทย์สิทธิกร ปภาวินแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร...
31/03/2026

Sitting Too Long? “เลิกนั่งแช่” แค่ลุกมาเคลียร์ลำไส้กันเถอะ! 🚶‍♂️✨

👨‍⚕️ นายแพทย์สิทธิกร ปภาวิน
แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
ฝากเตือนสายนั่งแช่ ไม่ขยับร่างกาย ระวังปัญหาลำไส้ 🔥

"... สำหรับน้อง ๆ ที่ชอบอยู่กับหน้าจอนาน ๆ นะครับ มีปัญหาท้องผูก อาจจะมีการดื่มน้ำน้อย กินไฟเบอร์น้อย และขยับตัวน้อย ถ้าน้อง ๆ เนี่ยมีการรับประทานอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอ่ะครับ เช่น โยเกิร์ต อาจจะช่วยปรับลำไส้ของน้อง ๆ และก็ทำให้ของน้อง ๆ ขับถ่ายได้ดีขึ้นครับ ประเด็นสำคัญในการช่วยเรื่องท้องผูกหลัก ๆ เลยคือ น้องต้องลุกจากเกมบ้างนะครับ มาขยับตัวครับ🚶‍♀️ ดื่มน้ำให้เพียงพอ💧 กินไฟเบอร์ให้เหมาะสมครับ🥦 การขับถ่ายของน้องก็จะดีขึ้นครับ ..."

เพราะลำไส้คือ "เพื่อนซี้" ที่อยู่กับเราทุกวัน
มาดูแลเพื่อนคนนี้ให้แข็งแรงไปพร้อมกันนะคะ 🌿🤍


#มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอบคุณนักดนตรีจิตอาสาทุกท่านใน “โครงการ CRA Music Therapy” ที่ร่วมบรรเลงบทเพลง เพื...
30/03/2026

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอบคุณนักดนตรีจิตอาสาทุกท่านใน “โครงการ CRA Music Therapy” ที่ร่วมบรรเลงบทเพลง เพื่อถ่ายทอดความสุข ความผ่อนคลาย และส่งกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยและผู้เข้ารับบริการ ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน และอาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระหว่างวันที่ 23 - 27 มีนาคม 2569 🔸

ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย พระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์ พระบารมีแห่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดอภิบาลประทานพรให้นักดนตรีจิตอาสาทุกท่านและครอบครัว ประสบความสุข ความเจริญ และสำเร็จสมดังปรารถนาทุกประการ ✨

🔺 รายนามนักดนตรีจิตอาสา โครงการ CRA Music Therapy 🔸
นางสุเนตร หลวงนา
Mr. Boonthom Sakulsrichai
ด.ช. คมคาย พาพิมพร
นายเจต หลวงนา
Mrs. Chutima Sakulsrichai
นายสุทัศน์ ศรีประเสริฐ
นายธรณัส​ ภักดีนวล
นายฐิติวัชร์ สุวรรณปักขิณ
Mrs. Laorsri Laoprasert
นางศฤงคารินทร์
นายณัฐกิตติ์ เรืองเดช
นางสาวจีรัชญ์ณา เสนีย์วงศ์
นางสาวสุจินต์ เกียรติปัญญา
นางเยาวรักษ์ วิภาตวิทย์
นายอภิบาล อริยกุลกาญจน์
Thanakrit Saelee
Miss Tanaporn Rajatanavin
Mr. Cameron Kirk Rush
นางสาวรัชภิตาวัณข์ ธรมมะผาติกุล
นายอโณทัย ดวงจันทร์
นางสาวชัชชญา คูวัฒนา
นายนิพนธ์ ศรีภิรมย์
นางสาวเบญญาภา ธรรมารักษ์
นางชัญญาพัชญ์ ปุยะกล
นายณัฐกิตติ์ เรืองเดช
นางสาวพรพิไล สุดศักดา
นางจินตนา อุทยานานนท์
นางสาวประณีตศจี เจริญจิตต์
นายมนต์ชัย โพธะ
นางนิรมล โพธะ
นางจินตนา อุทยานานนท์
Mr. Thanathada Promvaree
นางสาวจุสรวง ไชยราช
นางสาวพาขวัญ ชาวชายโขง
นางสาวปุณิกา วีระใชช่วง
นางสาวรมินดา ฉัตรกมลวาทิน
พ.ต.อ. นาวิน กล่ำแสง
นายปุ๋ย ชุติมาวงศ์
นายปณัฐจิตต์ มาสกิตติชัยกุล
นางสาวชัญญภัทร รัตนภิญโญพงษ์
The Friend DD Band
นายประนัย โสมวงศ์

🔹 ดนตรี เป็นสื่อที่มีพลังในการฟื้นฟู บำบัด และปรับสมดุลด้านจิตใจและอารมณ์ ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล เสริมสร้างอารมณ์ที่ผ่อนคลาย กระตุ้นการทำงานของร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ ดนตรีบำบัดมิได้จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น หากยังเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการผ่อนคลายความตึงเครียด และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตอีกด้วย 🔸

🔹 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขอขอบพระคุณในความเสียสละและจิตอาสาอันงดงามของทุกท่าน ที่ได้ใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อกลางแห่งพลังใจ ร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่น และความหวังให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว 🔸

#ดนตรีจิตอาสา
#จิตอาสาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

หน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ หลอดเลือดและปอด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรม หลักสูตรฝึกอบรม Active Life for...
30/03/2026

หน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ หลอดเลือดและปอด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรม หลักสูตรฝึกอบรม Active Life for a Healthy Heart: 2-Day Seminar for Everyone การออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพหัวใจ รุ่นที่ 3

🗓 วันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569
ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

📍 รับสมัคร
• บุคคลภายนอกโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จำนวน 30 ท่าน
• อัตราค่าลงทะเบียนท่านละ 1,000 บาท

ผู้ร่วมอบรมจะได้รับ
• ประกาศนียบัตรการออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพหัวใจ
• ประกาศนียบัตรการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support and First Aid)

📍ภายในงานให้บริการตรวจ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
✅ ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล
✅ วิเคราะห์การลงน้ำหนักเท้า เพื่อเลือก “รองเท้าที่ใช่” สำหรับคุณ
🎁 ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ!

🙋🏻‍♂️ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ 👉🏻 https://daa.cra.ac.th/?p=7951
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 21 เมษายน 2569

#หน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจหลอดเลือดและปอด
#หน่วยวิชาการและเครือข่ายสัมพันธ์
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

🍽️ SPICY WAR: แซ่บปาก...แต่ลำบากลำไส้?🩺✨ พญ. อัญญา เกียรติวีระศักดิ์แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตั...
30/03/2026

🍽️ SPICY WAR: แซ่บปาก...แต่ลำบากลำไส้?

🩺✨ พญ. อัญญา เกียรติวีระศักดิ์
แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ฝากเตือนสายแซ่บที่ชอบทานเผ็ดจัด จนเริ่มมีอาการปวดท้อง! 🌶️ 🔥

"... โอ้โห ทานเผ็ดขนาดนี้ นะคะ เลยทำให้มีอาการปวดท้องใช่ไหมคะ ในอาหารที่เผ็ดนะคะ ก็ไม่ได้ไปกัดกระเพาะเราโดยตรง แต่ความเผ็ดจะไปกระตุ้นทำให้กระเพาะมีการบีบตัวมากขึ้น หลั่งกรดมากขึ้น ทำให้คนไข้มีอาการปวดท้อง แสบท้อง และก็แสบร้อนหน้าอกได้ค่ะ 💡 เพราะฉะนั้นหมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรือว่าหาตัวช่วยนะคะ เช่น โยเกิร์ต ในโยเกิร์ตเนี่ยนมก็จะไปจับกับโปรตีน ทำให้เคลือบกระเพาะ ทำให้ลดอาการแสบร้อนท้องได้ค่ะ อีกทั้งยังมีโพรไบโอติกปรับสมดุลในลำไส้ ทำให้อาการถ่ายอุจจาระเหลวดีมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ..."

เพราะลำไส้คือ "เพื่อนซี้" ที่อยู่กับเราทุกวัน
มาดูแลเพื่อนคนนี้ให้แข็งแรงไปพร้อมกันนะคะ 🌿🤍


#มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

🚌 เช็กเส้นทางก่อนขึ้น! ปรับเส้นทางรถเวียนใหม่ "หนึ่งพลังเปลี่ยน เพื่ออนาคตพลังงานที่มั่นคง"📢 แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินร...
28/03/2026

🚌 เช็กเส้นทางก่อนขึ้น! ปรับเส้นทางรถเวียนใหม่
"หนึ่งพลังเปลี่ยน เพื่ออนาคตพลังงานที่มั่นคง"

📢 แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถเวียนภายในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เริ่ม 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานและการเดินทางภายในองค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอแจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางรถเวียนใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 สาย ดังนี้:

🔴 เส้นทางที่ 1 (สายสีแดง):
อาคารอัครราชกุมารี ↔ อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ ↔ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน

🟡 เส้นทางที่ 2 (สายสีเหลือง):
CRA Hall ↔ อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ ↔ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ↔ หอพักราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 5

🟢 เส้นทางที่ 3 (สายสีเขียว):
อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ↔ อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ ↔ อาคารอัคราชกุมารี

✨ ช่วยกันใช้รถเวียนอย่างคุ้มค่า เท่ากับช่วยลดการใช้พลังงานให้กับโลกและองค์กรของเรา "CRA Power Save หนึ่งพลังเปลี่ยน เพื่ออนาคตพลังงานที่มั่นคง”



#รถเวียนCRA #ร่วมใจประหยัดพลังงาน

กรุงเทพฯ (27 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไ...
27/03/2026

กรุงเทพฯ (27 มีนาคม 2569) – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร... เพื่อคนไทย ลำไส้ต้องดี” ซีซัน 2 เนื่องในเดือนมีนาคมเป็นเดือนรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุม CONVENTION ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เรื่องสมดุลลำไส้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพองค์รวมและการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งในประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 15,000–16,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณวันละ 15 ราย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวถึงการจัดกิจกรรมบริการทางวิชาการสุขภาพเพื่อร่วมรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง โดยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคพร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และได้รับคำปรึกษาจากทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก ลดความรุนแรงของโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด และมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการร่วมกันผลักดันการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพลำไส้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศ

ชู “ลำไส้” เป็นศูนย์กลางสุขภาพ ตอกย้ำภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยจัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การบริโภคอาหารแปรรูป โรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังพบแนวโน้มในกลุ่มอายุน้อยเพิ่มขึ้น”

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาเมื่อโรคลุกลามแล้ว “สุขภาพลำไส้” มีบทบาทสำคัญต่อความเสี่ยงของโรค โดยการมีสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งได้ ทั้งนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ การปรับพฤติกรรมสุขภาพ และการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในระยะยาว นพ.วรวัฒน์ กล่าว

เจาะลึกภัยเงียบและการคัดกรอง โดยทีมแพทย์อายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดย พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ ชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็น “ภัยเงียบ” ระยะแรกไม่แสดงอาการ การคัดกรองจะช่วยตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสรักษาหาย โรคมักเริ่มจาก “ติ่งเนื้อ” ที่สามารถตรวจพบและตัดออกได้ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง ย้ำการคัดกรองไม่เพียงช่วยรักษา แต่ยัง “ป้องกัน” การเกิดมะเร็งได้ ด้าน นพ.วรุตม์ ต.ศรีวงษ์ แนะนำกลุ่มทั่วไปเริ่มคัดกรองที่อายุ 45–50 ปี ส่วนผู้มีประวัติครอบครัวควรตรวจเร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือก่อนวัยที่ญาติสายตรงเป็นโรค 10 ปี และ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ควรพบแพทย์ทันที และ นพ.สพล เทพวิวัฒน์จิต ระบุวิธีคัดกรองหลัก 3 วิธี ได้แก่ ตรวจอุจจาระ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การส่องกล้องมีความแม่นยำสูงสุด และสามารถตัดติ่งเนื้อได้ทันที แนะนำความถี่การตรวจ: อุจจาระทุกปี, CT ทุก 5 ปี, ส่องกล้องทุก 10 ปี ย้ำมะเร็งลำไส้ใหญ่ “ป้องกันได้เกือบ 100%” หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

“ปลูกฝังนิสัยลำไส้ที่ดี” ด้วยสมดุลจุลินทรีย์ กุญแจป้องกันโรคในระยะยาว นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล กล่าวถึงแนวคิด “3 องค์ประกอบของสุขภาพลำไส้” ได้แก่ Prebiotic, Probiotic และ Postbiotic ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศในลำไส้ ชี้ Probiotic เป็นจุลินทรีย์ดีที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและสร้างสารอาหารที่จำเป็น เช่น กรดไขมันสายสั้นและวิตามินบางชนิด ระบุลำไส้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการทำงานของหลายอวัยวะ เช่น ตับ สมอง และหัวใจ แนะนำการบริโภคใยอาหารจากผัก ผลไม้ และธัญพืช เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลในลำไส้อย่างยั่งยืน นพ.สิทธิกร ปภาวิน ชี้ “ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ลำไส้ (Dysbiosis)” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่นำไปสู่การอักเสบเรื้อรังและการสร้างสารทำลาย DNA จนเกิดมะเร็ง และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันระบุพบรูปแบบจุลินทรีย์ที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยมะเร็ง เช่น แบคทีเรียบางชนิดเพิ่มขึ้น ขณะที่จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลดลง การดูแล microbiome ควรเน้นพฤติกรรมสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม มากกว่าการพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมเพียงอย่างเดียว พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพล แพทย์เฉ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์อายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ แนะนำการใช้ Probiotic ในชีวิตประจำวันว่า เพื่อการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ เริ่มจากอาหารธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว และอาหารหมัก พร้อมรับประทานใยอาหาร (Prebiotic) ควบคู่ ชี้ Probiotic ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ปรับสมดุลลำไส้ และลดปัญหาท้องผูกหรือท้องเสีย พร้อมเตือนการเลือกผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะสมกับสายพันธุ์ และผู้ป่วยบางกลุ่มควรปรึกษาแพทย์ก่อนโดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “สุขภาพลำไส้ที่ดีเริ่มจากการใช้ชีวิตที่สมดุล” ได้แก่ การนอนอย่างเพียงพอ กินอาหารหลากหลาย เพิ่มผักผลไม้ และลดอาหารแปรรูป โดย Probiotic เป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น

ยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีและการแพทย์แม่นยำ โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ พญ.ชญานี สำแดงปั้น แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยแนวทางการรักษาสมัยใหม่ว่า การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันเป็นการดูแลแบบบูรณาการ โดยทีมแพทย์หลายสาขาร่วมกันวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงการใช้ยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง รวมถึงเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องและหุ่นยนต์ที่ช่วยให้แผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว ด้าน พญ.สิรี วงศ์รักมิตร แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โภชนศาสตร์คลินิก เน้นบทบาทของโภชนาการว่า โภชนาการไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ผู้ป่วยต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลข้างเคียง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ พญ.ไพรินทร์ เลาหสินณรงค์ รักษาการหัวหน้างานเวชศาสตร์ฟื้นฟู ระบุว่าการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ได้ถึง 20–30% และพัฒนาคุณภาพชีวิตระหว่างการรักษา

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์ “Virtual Colon Adventure” โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำเทคโนโลยี VR 360 องศา มาให้ประชาชนได้สำรวจลำไส้เสมือนจริง เรียนรู้การทำงานของลำไส้และสัญญาณผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ พร้อมโซนประเมินความเสี่ยง “Quiz Zone” และ “Safe Zone” โดยให้คำปรึกษาเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง มะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำการออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีบูธผลิตภัณฑ์การกุศลจากมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง และพันธมิตรต่าง ๆเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขภาพอย่างครบวงจร การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการยกระดับความรู้ด้านสุขภาพของประชาชน และผลักดันให้การป้องกันโรคเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็น “ภัยเงียบ” ที่สามารถป้องกันและรักษาได้

#ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไรเพื่อคนไทยลำไส้ต้องดี


#มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

ที่อยู่

906 ถนนกำแพงเพชร 6
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+6625766000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท

ครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ที่ให้บริการเป็นเลิศ เพื่อทุกชีวิตอย่างเสมอภาค

สานพระปณิธานสู่การยกระดับการรักษา พัฒนาต่อยอด พร้อมเป็นที่พึ่งพิง ก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชน

จากพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ก่อตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ที่มีพระประสงค์จะยกระดับการรักษาพยาบาลให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยเหลือประชาชนไทยให้พ้นจากทุกข์ภัยของโรคมะเร็ง โดยทรงจัดตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” และเสด็จเปิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางรักษาโรคมะเร็ง และต่อมาทรงโปรดให้ขยายขอบข่ายการให้บริการเป็นโรงพยาบาลตรวจรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางด้านอื่นๆ ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลว่าควรมีการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงพัฒนาต่อยอดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้เป็น วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ภายใต้องค์กรที่ทรงพระราชทานนามว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” สถาบันทางด้านวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าวิจัย การศึกษา และบริการทางสุขภาพ

“โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากลควบคู่กับการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษา ครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จากพระปณิธานสู่การ ยกระดับการรักษา + พัฒนาต่อยอด = พร้อมเป็นที่พึ่งพิง ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นดำเนินงานสานต่อพระปณิธานกว่าทศวรรษ ด้วยทรงให้ความสำคัญในเรื่องการยกระดับการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มของการจัดตั้งโรงพยาบาล ด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิสัยทัศน์กว้างไกล และพระวิริยะอุตสาหะ ก่อกำเนิดเป็นพระปณิธานแน่วแน่ ที่มุ่งมั่นสร้างบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากลให้คนไทยทุกชนชั้นมีโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ในโอกาสครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจึงได้คัดสรรนำ 10 เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นเลิศจาก 10 ศูนย์การรักษาของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างบริการทางการแพทย์ที่ดีให้กับประชาชน ได้แก่ เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ, เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งและหุ่นยนต์ผสมยาเคมีบำบัด ศูนย์มะเร็ง, เทคโนโลยีการฉายรังสีรักษามะเร็ง ศูนย์รังสีมะเร็งวิทยา, เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชและมะเร็งนรีเวช ศูนย์สุขภาพสตรี, เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด, เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องทางกระดูกและข้อ ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ, เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้านดวงตา คลินิกจักษุ, เทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และเทคโนโลยีการฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง ศูนย์โรคไต ซึ่งทั้งหมดเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เรานำมาใช้เพื่อให้การตรวจรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด”