14/02/2026
แถลงการณ์เรื่องการผ่าตัดแก้กรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
แถลงการณ์ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
เรื่อง แนวทางการรักษานอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
สืบเนื่องจากกรณีข่าวที่เผยแพร่ในขณะนี้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดรักษาภาวะนอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมทั้งขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ดังต่อไปนี้
.
ปัจจุบัน การวินิจฉัยและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ในประเทศไทย ดำเนินการตามแนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานทางวิชาการ พ.ศ. 2568 ซึ่งได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อของราชวิทยาลัยฯ และสมาคมฯ โดยผู้ป่วยควรได้รับการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และตรวจเพิ่มเติมตาม ความจำเป็น เช่น การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) รวมถึงการประเมินสุขภาพโดยรวม ก่อนพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
แนวทางการรักษา OSA ประกอบด้วย
1. การรักษาแบบอนุรักษ์ (เช่น การปรับพฤติกรรม การลดน้ำหนัก)
2. การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP)
3. การผ่าตัดแก้ไขตำแหน่งการอุดกั้น
4. วิธีอื่น ๆ
การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ระดับความรุนแรงของโรค ลักษณะทางกายวิภาคของการอุดกั้น อายุ ภาวะสุขภาพโดยรวม และโรคประจำตัวของผู้ป่วย ทั้งนี้ต้องอาศัยการสื่อสารและการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วยอย่างรอบคอบ
การผ่าตัดเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในผู้ป่วยบางรายที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม และผ่านการประเมินตามมาตรฐานอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แม้ในปัจจุบันจะพบได้ไม่บ่อย และต้องได้รับการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด กรณีที่ปรากฏในข่าวเป็นเหตุการณ์เฉพาะราย ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของแพทยสภา จึงยังไม่ควรตีความว่าเป็นผลลัพธ์โดยทั่วไปของการรักษาทั้งหมด สำหรับผู้ป่วย OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง เครื่อง CPAP ยังคงเป็นการรักษาหลักที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนอย่างชัดเจน
ราชวิทยาลัยฯ ขอแนะนำให้ประชาชนที่มีอาการนอนกรนผิดปกติ หรือสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ขณะเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมต่อไป
(รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ภาวิน เกษกุล)
ประธานราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569